cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 66-1 ความทะเยอทะยานและอำนาจ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 66-1 ความทะเยอทะยานและอำนาจ
Prev
Next

“พระสนมเพคะ” ภายในตำหนักที่ข้าวของกระจัดกระจายอยู่ในความเงียบสงบ ผ่านไปครู่ใหญ่นางกำนัลที่คุกเข่าอยู่กับพื้นจึงได้เอ่ยเรียกหลิ่วกุ้ยเฟยขึ้นอย่างระมัดระวัง

 

 

สีหน้าหลิ่วกุ้ยเฟยได้กลับมาราบเรียบดังเช่นก่อนหน้านี้แล้ว ประหนึ่งไม่เคยมีอันใดเกิดขึ้น “เจ้าลุกขึ้นเถิด วันนี้เกิดอันใดขึ้นที่ตำหนักหลีอ๋องหรือ” ม่อจิ่งฉีไม่มีทางที่จะคุ้มคลั่งอย่างไม่มีสาเหตุ ในวันนี้นอกจากเป็นวันที่หลีอ๋องรับตัวชายาร่วมเข้าจวนแล้วไม่มีเรื่องใหญ่เรื่องอื่นอีก ถึงแม้ช่วงนี้ติ้งอ๋องมีที่ท่าว่าจะกลับเข้ามามีบทบาทอีกครั้งหลังจากแต่งงาน ทำให้เขาร้อนใจจนเกือบทนไม่ได้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะทำให้อยู่ดีๆ เขาลุกขึ้นมาระเบิดอารมณ์เช่นนี้ ดังนั้นวันนี้จะต้องเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

 

เด็กสาวนางกำนัลเอ่ยขอบพระทัยก่อนลุกขึ้น แล้วเดินไปข้างกายหลิ่วกุ้ยเฟย “ก่อนหน้านี้ไทเฮารีบร้อนไปยังตำหนักหลีอ๋อง จากนั้นฝ่าบาทก็มีรับสั่งเรียกให้หลีอ๋อง ชายาหลีอ๋อง รวมถึงเสียนเจาไท่เฟยเข้าวัง จนเมื่อหลีอ๋องกลับไปแล้วฝ่าบาทก็มาหาพระสนมที่นี่ทันทีเพคะ บ่าวจึงยังไม่ทันได้รายงานเรื่องเหล่านี้” หลิ่วกุ้ยเฟยขมวดคิ้ว “เรียกหลีอ๋องให้เข้าวังหรือ แล้วงานแต่งงานของหลีอ๋องเล่า” นางกำนัลตอบว่า “บ่าวกำลังจะรายงานพระสนมเรื่องนี้ งานแต่งงานยกเลิกเสียแล้วเพคะ ได้ยินว่าเจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อแห่งแคว้นซีหลิงพาตัวองค์หญิงหลิงอวิ๋นออกไปจากงานด้วยความโกรธจัด ดูเหมือนว่าในตำหนักหลีอ๋อง…จะเกิดเรื่องขึ้นในที่พักของสตรีเพคะ…”

 

 

หลิ่วกุ้ยเฟยขมวดคิ้วพร้อมโบกมือไปมา “ส่งจดหมายกลับไปที่บ้านข้า เชิญท่านแม่ให้รีบเข้าวังมาโดยเร็ว” ถึงแม้นางจะเป็นที่โปรดปราน แต่ด้วยเพราะตัวอยู่ในวังจึงทำให้ทราบข่าวภายนอกช้ากว่าคนอื่นเสมอ

 

 

“บ่าวรับคำสั่งเพคะ พระสนม…ทางฝั่งฝ่าบาท…”

 

 

ริมฝีปากรูปกระจับขอบหลิ่วกุ้ยเฟยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ไม่มีอันใดหรอก คงถูกไทเฮาทำอันใดให้โกรธเข้ากระมัง อีกเดี๋ยวค่อยคิดหาวิธีให้ฝ่าบาทระบายความกริ้วออกมาก็ได้” นางกำลังแย้มยิ้มขึ้น “พระสนมรู้พระทัยฝ่าบาทเป็นที่สุดเลยเพคะ เพียงแต่…นายท่านให้คนมาส่งข่าวว่า ให้พระสนม…ระวังองค์ไทเฮาไว้ด้วยนะเพคะ ถึงอย่างไร…” ถึงอย่างไรไทเฮาก็เป็นสตรีที่จัดการบรรดาพระสนมผู้สูงศักดิ์ในวังหลวงของอดีตฮ่องเต้เสียจนสิ้น นางไม่เพียงมีพระโอรสถึงสององค์ แต่ยังจัดการสตรีเหล่านั้นรวมถึงพระโอรสทั้งหลายจนสิ้นซาก สุดท้ายจึงได้ยกลูกชายของตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ ดังนั้นไทเฮาย่อมไม่ใช่สตรีที่สามารถรับมือได้โดยง่ายเป็นแน่ หลิ่วกุ้ยเฟยเอ่ยเรียบๆ ว่า “ข้ารู้ ไทเฮาทรงเก่งกาจจริงๆ นั่นล่ะ เพียงแต่…ข้าก็ไม่ใช่คนถือศีลกินเจ” ไทเฮาเป็นคนที่ฉลาดและเก่งกาจก็จริง แต่สิ่งที่พระนางทำพลาดที่สุดก็คือ พระนางไม่เคยเข้าใจเลยว่าบุตรชายของตนกำลังคิดอันใดอยู่

 

 

พระนางคิดจริงๆ หรือว่าม่อจิ่งฉีคนเดียวเท่านั้นที่ไม่สามารถทานทนความต้องการที่จะควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในมือของพระนางได้ ขอเพียงเป็นบุรุษที่มีความทะเยอทะยาน เป็นใครก็ย่อมไม่อาจทานทนได้ เพียงแต่บางคนนั้นไม่ยอมทน และบางคนที่ไม่ทนไม่ได้เท่านั้น

 

 

 

 

ตำหนักติ้งอ๋อง

 

 

ณ ลานฝึกในมุมที่อยู่ลึกและลับตาคนที่สุดของตำหนักติ้งอ๋อง เยี่ยหลีกำลังจ้องมองชิงหลวนกับอาจิ่นใช้วิชาตัวเบากระโดดบินไปบินมาต่อหน้าตนเองด้วยสีหน้าบึ้งตึงที่น้อยครั้งนักจะได้เห็น ชิงซวงที่ใช้วิชาตัวเบาไม่เก่งเช่นเดียวกันถึงกับยืนลอบหัวเราะอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่ง แม้แต่ม่อซิวเหยาที่นั่งอยู่ข้างๆ ยังอดมุมปากกระตุกจึ้นน้อยๆ ไม่ได้ เยี่ยหลีไม่เข้าใจเอาเสียเลย ด้วยร่างกายของนางที่มีความสัมพันธ์และการปรับสมดุลของร่างกายได้ดี ทั้งยังมีร่างกายที่เหมาะแก่การฝึกวิชาการต่อสู้อย่างที่ม่อซิวเหยาเคยพูด เหตุใดนางจึงเรียนวิชาตัวเบาไม่สำเร็จเสียที แม้แต่เสาดอกเหมย[1] หรือเสาอันใดนั่นนางก็ฝึกได้จนคล่องแคล่วแล้ว ประหนึ่งยืนอยู่บนพื้นราบ แม้แต่วิชากำลังภายในที่คนยุคปัจจุบันเห็นว่าเร้นลับเสียยิ่งกว่าเร้นลับนางยังฝึกจนสำเร็จแล้ว เหตุใดนางจึงยังบินไม่ขึ้นเสียที ยังโชคดีที่ม่อซิวเหยาตั้งใจไปหาชุดวิชาฝึกวิชาตัวเบาที่เหมาะกับสตรีมาให้ ซึ่งไม่รู้ว่าเขาไปหามาจากไหน ตอนนี้แม้แต่ชิงซวงยังเรียนจนดูทะมัดทะแมงแล้วเลย แต่นางกลับ…ไม่อาจรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นเลย

 

 

อันที่จริง หากในสนามรบจริงๆ แล้ว เยี่ยหลีรู้สึกว่าจะใช้วิชาตัวเบาเป็นหรือไม่นั้นไม่ได้ต่างกันมากนักเพราะถึงอย่างไรกำแพงที่สูงหนึ่งจั้ง ต่อให้นางไม่มีวิชาตัวเบาก็สามารถปีนขึ้นลงได้อย่างสบายๆ เพราะถึงอย่างไรการอำพรางตัว นางก็ไม่เห็นว่าคนที่มีวิชาตัวเบาขั้นสูงจะทำได้ดีกว่านาง และหากเป็นการต่อสู้ระยะใกล้ วิชาตัวเบายิ่งไม่มีประโยชน์เข้าไปใหญ่ เพียงแต่…การมีวิชาตัวเบาที่สามารถกระโดดไปไหนมาไหนได้เป็นความฝันของคนจีนที่มีความฝันอยากมีวิชากำลังภายในมิใช่หรือ ในเมื่อมันมีอยู่จริง และด้วยหลักการที่ว่า รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามแล้ว เหตุใดนางจึงจะไม่ศึกษาไว้เล่า

 

 

“อาหลี เจ้ากำลังคิดอันใดอยู่หรือ” เยี่ยหลีมีท่าทีร้อนใจอย่างที่น้อยครั้งนักจะได้เห็น ม่อซิวเหยามีมารยาทจึงไม่ได้หัวเราะเยาะนาง แต่แค่มองประกายในดวงตาเขาก็รู้แล้วว่าเขาไม่ใช่ไม่อยากขำ เพียงแต่กลั้นไว้ไม่ขำออกมาเท่านั้น

 

 

เยี่ยหลีเหลือบมองทั้งสามคนที่วิ่งวุ่นไปทั่วสนามฝึกอย่างโกรธๆ “ดูท่าข้าจะไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกวิชาตัวเบา”

 

 

“การฝึกวิชาตัวเบาไม่ได้จำเป็นต้องมีพรสวรรค์สักเท่าไร” วิชาตัวเบาขั้นสูงเท่านั้นที่จำเป็นต้องใช้พรสวรรค์ ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่สามารถศึกษาจากคัมภีร์ลับวิชาตัวเบาได้ อย่างเช่นคุณชายเฟิงเย่ว์ หานหมิงซี ที่มีฝีมือการต่อสู้ธรรมดาๆ กำลังภายในครึ่งๆ กลางๆ หากเขาไม่ได้มีวิชากำลังภายในที่ล้ำเลิศกว่ายอดฝีมือมากแล้ว เขาคงได้ตายไปไม่รู้กี่รอบแล้วเป็นแน่

 

 

นี่ไม่ถูกตามหลักวิทยาศาสตร์เสียเลย เยี่ยหลีรู้สึกว่าเส้นเลือดที่ขมับนางเต้นตุบๆ เรื่องนี้เกินกว่าขีดความสามารถของร่างกายมนุษย์มาก เหตุใดจึงไม่ต้องใช้พรสวรรค์ และไม่ต้องมีกำลังภายในชั้นยอดกัน ที่สำคัญที่สุดคือ…คนเราไม่สามารถบินได้

 

 

“ตอนเจ้าใช้วิชาตัวเบาในหัวเจ้าคิดอันใดอยู่หรือ” ม่อซิวเหยาเอ่ยถามอย่างใช้ความอดทน

 

 

เยี่ยหลีรู้สึกหดหู่เล็กน้อย แต่ก็บอกเล่าความคิดในหัวนางให้ม่อซิวเหยาฟังอย่างละเอียด ม่อซิวเหยาฟังจบก็ดูทั้งอยากจะหัวเราะและร้องไห้ “อาหลี หากเจ้าคิดเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เจ้าไม่มีทางฝึกวิชาตัวเบาสำเร็จ ระหว่างที่เจ้าใช้วิชาตัวเบา เจ้าก็เอาแต่บอกตัวเองว่าคนไม่สามารถบินได้เช่นนี้หรือ” เยี่ยหลีย่อมรู้ดีว่านั่นเป็นเหมือนการสะกดจิตตัวเอง คนธรรมดาทั่วไปในยุคนี้ย่อมไม่มีความกังวลในเรื่องนี้ แต่เยี่ยหลีไม่มีเหมือนกับคนอื่น ถึงแม้นางจะเคยเป็นทหารชั้นดี ถึงแม้ผู้คนสามารถนั่งเครื่องบินไปบินอยู่บนฟ้าได้ หรือแม้แต่การขึ้นไปยังชั้นอวกาศ แต่อย่างน้อยคนในยุคนั้นก็มีความคิดฝังหัวที่ไม่สามารถขจัดออกไปได้ นั่นก็คือมนุษย์เราไม่สามารถบินขึ้นไปด้วยร่างกายตนเองได้ ดังนั้นจิตใต้สำนึกของเยี่ยหลีจึงมักมองหาของอันใดมาเหยียบให้เป็นแรงส่ง เมื่อหาของสิ่งนั้นไม่พบและร่างกายก็ลอยห่างจากพื้นดินจนจิตสำนึกของนางบอกว่าถึงขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์แล้ว จิตใต้สำนึกก็จะสั่งให้ร่างกายเข้าสู่การปกป้องคนเองจากนั้นร่างกายก็จะตกลง

 

 

“อาหลี วิชาตัวเบาไม่ใช่วิชาที่สามารถทำให้ลอยขึ้นไปเฉยๆ ได้ มันต้องอาศัยแรงส่งเช่นเดียวกัน แต่หากเทียบกับคนที่ไม่มีวิชาตัวเบาแล้ว แรงส่งที่ต้องใช้นั้น น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย หากเป็นเพียงกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง หรือของเล็กๆ อย่างอื่น ขอเพียงเจ้าสามารถควบคุมมันได้ดีพอ”

 

 

เยี่ยหลีมองหน้าเขาด้วยสายตาว่างเปล่า ม่อซิวเหยาจึงได้แต่ยิ้มออกมา เขายกมือขวาตบเข้าที่ที่เท้าแขนเก้าอี้รถเข็น แล้วจู่ๆ ร่างของเขาก็ลอยขึ้นไปยังสนามฝึกที่อยู่ไม่ไกลออกไป หลังจากตกตะลึงอยู่เพียงครู่ นางก็จับจ้องไปยังร่างของเขาอย่างไม่วางตา เห็นเพียงเขาใช้มือแตะเข้าที่เสาไม้เสาหนึ่งในลานฝึก จากนั้นก็หมุนตัวออกไปอีกที่หนึ่ง แล้วก็เป็นกิ่งไม้ข้างสนามฝึก ตาข่ายที่เยี่ยหลีขึงไว้ แล้วสุดท้ายก็กลับลงนั่งบนเก้าอี้รถเข็นอีกครั้ง “เห็นชัดหรือยัง” ม่อซิวเหยาถามยิ้มๆ ก่อนยืนดอกไม้สีเหลืองไข่นกพิราบที่เด็ดมาจากกิ่งไม้ส่งให้นาง

 

 

“นี่มันไม่ถูกหลักวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย!” เยี่ยหลีกัดฟันพูด พร้อมกับจ้องมองม่อซิวเหยาด้วยสายตาดุดัน นี่เป็นคนที่เดินไม่ได้จริงๆ น่ะหรือ ใช่หรือใช่หรือ อันที่จริงแล้วนางเป็นคนที่เดินไม่ได้เสียมากกว่ากระมัง

 

 

“หืม” ม่อซิวเหยามองนางด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

“ข้ารู้แล้ว” เยี่ยหลีรับดอกไม้มาจับเล่นในมือ “ข้าขอลองไปคิดดูก่อน”

 

 

ม่อซิวเหยายิ้ม “ข้าคิดว่าอาหลีคิดมากเกินไปแล้ว หรือไม่เจ้าลองจินตนาการดูว่าตนเองตกลงไปจากหน้าผาที่สูงหนึ่งร้อยจั้ง ไม่มีอันใดให้ยึดจับ หันไปทางไหนก็ไม่มีอันใดที่สามารถใช้เป็นแรงส่งได้” เยี่ยหลีมองเขานิ่งๆ นางเคยกระโดดจากความสูงหนึ่งร้อยฉื่อ ไม่สิหลายร้อยฉื่อลงมาจริงๆ หากแค่นั้นก็เพียงพอจริง…ทหารพลร่มทุกคนคงกลายเป็นยอดฝีมือด้านวิชาตัวเบาไปแล้ว “ข้ารู้แล้ว ข้าจะลองดู”

 

 

การลองดูของเยี่ยหลี คือการให้อาจิ่นพาตัวนางกระโดดขึ้นไปยังแท่งไม้สูงยี่สิบเมตรที่ตั้งอยู่ข้างสนามฝึก จากนั้น…กระโดดลงมา!

 

 

ครั้งที่หนึ่ง นางตกลงมาจากความสูงประมาณสิบเมตร เยี่ยหลียังโชคดี นางถูกกิ่งไม้เกี่ยวไว้เล็กน้อยก่อนที่จะตกลงยังบ่อทรายข้างสนามฝึก

 

 

ครี้งที่สอง นางสามารถพุ่งตัวเป็นแนวนอนไปไม่ได้ประมาณครึ่งสนามซ้อมครึ่งเล็ก แล้วหาจุดที่จะเป็นแรงส่งต่อไม่ทัน จึงตกลงมาจากความสูงประมาณห้าเมตร นางปกป้องร่างการตนเองได้ดีพอควร จึงมีรอยแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

 

ครั้งที่สาม ช่วงที่นางเสียการควบคุม ทำให้ขนเข้ากับเสาไม้ในสนามฝึก เจ็บจนทนไม่ได้อยู่เป็นนาน

 

 

ครั้งที่สี่…

 

 

ครั้งที่ห้า…

 

 

ม่อซิวเหยานั่งอยู่ริมสนาม มองหญิงสาวรูปร่างเพรียวบางตกลงมาครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่เงียบๆ ลอยขึ้น แล้วก็ตกลงอีกครั้ง จากนั้นสำรวจตนเองเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าไม่เป็นอันใดก็กระโดดลอยขึ้นอีก และก็ตกลงมาอีก ม่อซิวเหยาไม่ได้เอ่ยห้ามปราม มองดูนางที่ล้มแหลวครั้งแล้วครั้งเล่า จากนั้นก็เริ่มต้นลองใหม่ ในแววตาที่ราบเรียบปรากฏเป็นแววตาแบบหนึ่งที่รุนแรงและไม่เคยมีมาก่อนขึ้นแวบหนึ่ง ในดวงตาลึกล้ำคู่นั้นมีเพียงร่างเพรียวบางที่ตกลงมาแล้วกลับขึ้นลุกยืนใหม่อีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

[1] เสาดอกเหมย หรือ เหมยฮวาจวง เป็นเสาไม้ที่ใช้สำหรับฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ของจีน

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 66-1 ความทะเยอทะยานและอำนาจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved