cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 46-2

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 46-2
Prev
Next

“ม่อซิวเหยา!” เมื่อเห็นม่อซิวเหยาและเยี่ยหลียังคงนิ่งเฉยต่อคำพูดของตน ม่อจิ่งหลีจึงขู่เสียงต่ำด้วยความโกรธ 

 

 

    “จิ่งหลี เจ้าสมควรเรียนรู้เรื่องกฎระเบียบให้ดีเสียหน่อยนะ!” ม่อซิวเหยาจ้องหน้าบึ้งตึงของม่อจิ่งหลีนิ่ง  

 

 

พลังอำนาจที่มองไม่เห็นกดทับตนทำให้ม่อจิ่งหลีทนไม่ได้ “ฮ่องเต้มีพระราชานุญาตให้เจ้าพูดกับตัวข้าเช่นนี้หรือ หือ”  

 

 

    เมื่อเทียบกันแล้ว สีหน้าบึ้งตึงของม่อจิ่งหลีกับสีหน้านิ่งสงบของม่อซิวเหยาที่ครึ่งหนึ่งอยู่ใต้หน้ากาก ม่อซิวเหยากลับดูเป็นมิตรกว่าไม่รู้กี่ส่วน แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ ม่อจิ่งหลีกลับโกรธตนเองที่รู้สึกกลัวชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งทำให้เขารู้สึกทั้งโกรธทั้งอาย และยิ่งไม่กล้าเชื่อตนเองเอาเสียเลย  

 

 

    ความทรงจำสุดท้ายของเขากับม่อซิวเหยานั้นย้อนไปเมื่อแปดเก้าปีก่อน ในยามนั้นฐานะของพวกเขาคล้ายคลึงกันมาก พวกเขาเกิดในตระกูลสูงส่งที่สุดของต้าฉู่ พวกเขามีพี่ชายเช่นเดียวกัน พี่ชายของเขาคือฮ่องเต้ ส่วนพี่ชายของม่อซิวเหยาคือติ้งอ๋อง พวกเขาไม่จำเป็นต้องสืบทอดยศศักดิ์ ไม่มีภาระหน้าที่ใดๆ ต่อให้กินดื่มเที่ยวเล่นไปวันๆ ก็ยังมีเสื้อผ้าไหมดีๆ ใส่ มีอาหารรสเลิศกินตลอดชีวิต ติดก็แต่ไม่ว่าเรื่องใดม่อซิวเหยามักเก่งกาจกว่าเขาเสมอ!  

 

 

เขาจึงรู้สึกไม่ถูกชะตากับม่อซิวเหยามาโดยตลอด ในขณะที่เขาอุตสาหะพากเพียรอ่านหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตายด้วยอยากให้เสด็จพ่อเอ่ยชื่นชมนั้น ม่อซิวเหยากลับได้รับสายตาชื่นชมยินดีจากทุกคนรวมถึงเสด็จพ่อของเขาด้วย หรือในขณะที่เขานึกลำพองใจในความเก่งกาจด้านบู๊ของตนอยู่เงียบๆ นั้น ม่อซิวเหยากลับกวาดล้างสนามรบได้สำเร็จ ช่วยเสริมความยิ่งใหญ่ของชื่อเสียงเทพแห่งสงครามผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้แก่ตำหนักติ้งอ๋อง  

 

 

ครั้งที่พวกเขายังเยาว์ เขาชังน้ำหน้าม่อซิวเหยานัก แต่ไม่เคยนึกกลัวเขาเลย หากรู้สึกไม่ถูกชะตาก็ต่อยตีกันสักยกหนึ่ง ต่อให้แพ้ก็ไม่เป็นไร เพราะคงมีสักวันที่เขาสามารถเอาชนะได้ เพียงแต่…เขาไม่นึกเลยว่า แปดปีให้หลังที่เขาจัดให้ม่อซิวเหยาเป็นคนไร้สมรรถภาพนั้น เขา…จะนึกกลัวขึ้นมาได้! 

 

 

           อับอายขายหน้ายิ่งนัก! 

 

 

           “ท่านอ๋อง” เยี่ยหลีขมวดคิ้วมองสีหน้าบูดบึ้งและโกรธเกลียดของม่อจิ่งหลี ไม่นึกสงสัยเลยว่าหากไม่ได้อยู่ที่นี่และมิใช่คนผู้นี้ ม่อจิ่งหลีคงได้เข้าไปฉีกทึ้งคนตรงหน้าให้แหลกเป็นชิ้นๆ เสียแล้ว “ท่านอ๋องมีเรื่องอันใด เชิญพูดออกมาได้เลยเจ้าค่ะ ข้ากับซิวเหยาไม่มีเรื่องอันใดที่พูดให้กันฟังไม่ได้” 

 

 

           “ไม่มีเรื่องอันใดที่พูดให้กันฟังไม่ได้หรือ” ม่อจิ่งหลีอารมณ์เย็นลงอย่างรวดเร็ว ก่อนเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย้ยหยัน “เยี่ยหลี เจ้าแน่ใจหรือ” 

 

 

           เยี่ยหลีมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ม่อจิ่งหลีดูจะคิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่านาง  

 

 

“เช่นนั้นเรามาพูดเรื่องคืนก่อนวันแต่งงานของตัวข้ากับเรื่องที่เกิดในวันแต่งงานหน่อยเป็นไร” 

 

 

           เยี่ยหลีมองเขาด้วยความเห็นใจ บุรุษผู้นี้ช่างไม่รู้เลยว่าที่ตัวเขาต้องอับอายขายหน้าเพราะเป็นลมล้มไปในวันเสกสมรสนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับม่อซิวเหยาด้วย “วันเสกสมรสหรือเพคะ ท่านอ๋องจะพูดถึงตอนที่ท่านเป็นลมจนดำเนินพิธีต่อไม่ได้หรือ มายามนี้…เยี่ยหลีคงได้แต่แสดงความเสียใจ” และเห็นใจอย่างสุดซึ้ง 

 

 

           “เยี่ยหลี!” ม่อจิ่งหลีมองหญิงสาวตรงหน้าที่ดูไม่รู้สึกผิดและเห็นใจตนอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ตัวข้าทำพิธีไม่เรียบร้อยแล้วไม่สมใจเจ้าหรือ” 

 

 

           เยี่ยหลีรู้สึกคับค้องใจขึ้นมาทันที “ท่านอ๋อง ที่ท่านพูดหมายความว่าอย่างไร ถึงแม้เยี่ยหลีกับน้องสี่จะไม่ลงรอยกันอยู่บ้าง แต่ไม่ได้โกรธเกลียดกันจนถึงขั้นสาปแช่งให้นางทำพิธีแต่งงานไม่สำเร็จนะเพคะ ท่านอ๋องกล่าวเช่นนี้ถือเป็นการใส่ร้ายเยี่ยหลี จะให้ข้า…ให้ข้ามีหน้าไปพบน้องสี่ได้อย่างไร”  

 

 

คิดจะเสี้ยมให้ม่อซิวเหยากับนางผิดใจกันหรือ ลูกไม้ของม่อจิ่งหลียังไม่เด็ดพอหรอกนะ เยี่ยหลีแสร้งทำสีหน้าน่าสงสาร มองม่อจิ่งหลีด้วยความน้อยอกน้อยใจ แสดงบทบาทคุณหนูที่ถูกใส่ร้ายได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

 

 

           ม่อซิวเหยาที่เดิมทีคิดจะเปิดปากช่วยพูดแก้สถานการณ์ให้เยี่ยหลีกลับมองสตรีงดงามตรงหน้าอย่างสบายอารมณ์ แม้แต่ตัวเขาเองยังอดนึกอยากปรบมือชื่นชมกับการแสดงอันยอดเยี่ยมของนางเลย ดูท่าเขาคงไม่จำเป็นต้องเอ่ยแนะนำอะไรเยี่ยหลีเสียแล้ว ตัวนางสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้ดีกว่าที่เขาคาดคิดไว้เสียอีก  

 

 

ในขณะที่ม่อซิวเหยาคิดในใจอยู่นั้น ม่อจิ่งหลีกำลังจะอ้าปากระเบิดอารมณ์ออกมาอีกครั้ง ม่อซิวเหยาถึงได้เปิดปากกล่าวว่า “อาหลีไม่จำเป็นต้องเสียใจเช่นนี้ ไม่ว่าคนอื่นจะว่าอย่างไร ตัวข้าเชื่อใจอาหลีเสมอ” 

 

 

           เยี่ยหลีหลุบตาลงต่ำ ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า “แค่ซิวเหยาเชื่อใจในตัวข้า ข้าก็ดีใจอย่างยิ่งแล้ว มิเช่นนั้น…ข้าคงไม่รู้จะทำอย่างไรดี” 

 

 

           “เยี่ยหลี เจ้านี่ช่าง!” ม่อจิ่งหลีพูดทิ้งท้ายไว้เท่านี้ ก่อนสะบัดกายเดินออกไปอย่างรวดเร็วราวกับลมหอบ 

 

 

           เยี่ยหลียักไหล่อย่างไม่ใคร่ใส่ใจพลางถอนหายใจเฮือกหนึ่ง คนอย่างม่อจิ่งหลีเพียงล่วงเกินเขาเข้าหน่อยเดียว เป็นได้จดจำเพื่อแก้แค้นจนตายทีเดียว นอกเสียจากจะยอมลงให้เขาด้วยการนำของขวัญไปขอขมาต่อหน้า ให้เขาได้พูดจาจิกกัดจนเป็นที่พอใจเท่านั้น หากเพียงยอมให้เฉยๆ เขาไม่มีทางพอใจ แต่เขาคนนี้กลับมีภูเขาลูกใหญ่โตอย่างฮ่องเต้และไทเฮาองค์ปัจจุบันหนุนหลังอยู่เสียนี่ “ดูเหมือนข้าจะสร้างศัตรูให้ท่านเสียแล้ว” 

 

 

           “ไม่หรอก เขากับข้าไม่เคยญาติดีกันมาก่อนอยู่แล้ว” ม่อซิวเหยาพูดเรียบๆ 

 

 

           เยี่ยหลีกะพริบตาปริบๆ “พอเล่าให้ฟังได้หรือไม่เพคะ” 

 

 

           “สมัยเด็ก เขาเอาหนังสือการบ้านของข้าไปซ่อน ทำให้ข้าถูกเสด็จพ่อต่อว่า ข้าจึงทำให้เขาถูกฮ่องเต้องค์ก่อนโบย โตมาหน่อยเขาสงสัยว่าข้าไปเกี้ยวพาสตรีทีเขาชอบพออยู่ จึงให้คนมาวางยาในสุราของข้า สุดท้ายเป็นเขาที่ได้กินสุราจอกนั้นเสียเอง ในการประลองด้านบู๊ครั้งหนึ่ง ข้าไม่ทันระวังถีบเขาตกเวทีประลอง วันต่อมาข้าถูกคนฝีมือดีจากวังหลวงสิบกว่าคนดักตีหัว สิบวันให้หลังข้ากับเฟิ่งจือเหยาจึงจับตัวเขาไปแขวนไว้บนกิ่งไม้ในเมืองหลวง อืม…แล้วคนที่เขาชอบมาเห็นเข้าพอดี” 

 

 

           “ที่แท้ก็…แค้นฝังลึก” เยี่ยหลีไม่รู้จะพูดอะไร ถึงแม้จะเคยได้ยินมาบ้างว่าสมัยเป็นเด็กหนุ่มม่อซิวเหยาเก่งกาจและเจิดจรัสเพียงใด แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มที่ดูสงบนิ่งและสุภาพอย่างปัจจุบันแล้ว ก็ยากที่จะจินตนาการได้ว่าม่อซิวเหยาก็มีช่วงเวลาที่ซุกซนและร้ายกาจเช่นเดียวกัน 

 

 

           “เฟิ่งจือเหยาบอกข้าว่า ในวันเสกสมรสนั้น เขาไปพบหลีอ๋องสลบอยู่หลังภูเขาจำลองในสวนดอกไม้ของตำหนักหลีอ๋อง” เมื่อคนขัดจังหวะไม่อยู่แล้ว ม่อซิวเหยาจึงอมยิ้มมองเยี่ยหลีพร้อมเอ่ยถาม 

 

 

           เยี่ยหลียิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ “ดูเหมือนม่อจิ่งหลีจะล่วงเกินคนไว้ไม่น้อย” นางยืนยันได้เลยว่าในวันนั้นไม่มีผู้ใดเห็นว่านางลงมือกับม่อจิ่งหลี ถึงแม้จะเป็นเฟิ่งจือเหยาก็คงเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น สายตาม่อซิวเหยามีแววขบขัน เขาพยักหน้า “เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพียงแต่…ถึงแม้จิ่งหลีจะเป็นคนไม่มีสมองเท่าไร แต่ท่านที่อยู่ในวังสองท่านกับเสียนเจาไท่เฟยมิใช่คนไร้สมอง ดังนั้น…” 

 

 

           เยี่ยหลีพยักหน้าอย่างใคร่ครวญ “ข้าเข้าใจแล้ว” คนในวังสองท่านกับเสียนเจาไท่เฟยนั้นนับได้ว่าไต่เต้าขึ้นมาจากการจัดการสนมหลายสิบคนและโอรสอีกสิบกว่าคน แน่นอนว่าย่อมมิอาจเทียบได้กับท่านอ๋องอย่างม่อจิ่งหลีที่มีแต่คนปกป้องมาตลอด หากทำให้พวกเขาขัดหูขัดตาเกินไปย่อมไม่เป็นผลดี มีแต่ผลเสีย เยี่ยหลีก้มศีรษะนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนพูดว่า “ข้าเกรงก็แต่ว่า…จะถูกคนจับตามองแล้วน่ะสิ” 

 

 

           ม่อซิวเหยามองไปทางสาวใช้ที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลอย่างใช้ความคิด ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย “ไม่ว่าผู้ใด พวกเขาคงมิอาจวางใจได้ มิใช่เพราะพวกเขาคิดจัดการเจ้า เพียงแต่พวกเขาจับตามองเจ้าได้ง่ายกว่าเท่านั้นเอง ก่อนงานแต่งงานของพวกเรา คนในวังคงหาข้ออ้างเรียกให้เจ้าเข้าไปพบ ถึงเวลานั้น…นำสาวใช้ที่ชื่อชิงอวี้ไปกับเจ้าด้วยก็แล้วกัน”  

 

 

เห็นเยี่ยหลีมองเขาด้วยความสงสัย ม่อซิวเหยาจึงเอ่ยอธิบายเบาๆ ว่า “คุณชายใหญ่สวีเคยบอกข้าว่า สาวใช้คนนี้พอมีฝีมือทางการแพทย์อยู่บ้าง” 

 

 

           เยี่ยหลีจึงได้เข้าใจ ยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วเบาๆ พลางพยักหน้า  

 

 

ม่อซิวเหยาอมยิ้มขณะรินชาร้อนให้นาง “ปวดหัวเสียแล้วหรือ” 

 

 

           เยี่ยหลีพยักหน้าตอบตามจริง “ข้ารู้สึกว่าตนเองไม่คุ้นชินกับเรื่องพวกนี้เอาเสียเลย” การคิดวางแผนจัดการกันไปมาเช่นนี้ ช่างน่าปวดหัวเหลือเกิน คนพวกเนี้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยกันบ้างหรือไร 

 

 

           “ขอโทษด้วย” ม่อซิวเหยามองนางนิ่ง 

 

 

           เยี่ยหลีโบกมือ ก่อนพูดอย่างไม่ใคร่ใส่ใจ “ข้าเดาว่าต่อให้ฮ่องเต้ไม่ทรงจับข้าหมั้นหมายกับท่าน ก็คงทรงจับข้าให้หมั้นหมายกับผู้ที่เขาไม่ชอบหน้าอยู่ดี”  

 

 

เบื้องหลังของตระกูลสวีไม่ธรรมดาเกินไป ไม่ว่าจะจับคู่นางกับผู้ใดฮ่องเต้ก็คงมิอาจวางใจทั้งสิ้น ดูอย่างคุณชายของตระกูลสวีแต่ละเป็นตัวอย่าง สวีชิงเฉินที่อายุปาเข้าไปยี่สิบสองปีแล้วยังไม่ได้แต่งงานและยังไม่ได้หมั้นหมายกับผู้ใดเป็นตัวเป็นตน ฮ่องเต้ก็ไม่เคยคิดจะจับคู่เขาให้หมั้นหมายกับผู้ใด นางถึงกับนึกสงสัยว่าฮ่องเต้คงคิดอยากให้สวีชิงเฉินไม่ต้องแต่งงานเลยตลอดชีวิตนี้ หรือต่อให้ได้แต่งงานก็ขอให้ได้แต่งกับคุณหนูตระกูลใหญ่ที่ไม่มีอำนาจใดๆ มีเพียงชื่อเสียงลอยๆ อย่างสวีชิงเจ๋อเป็นใช้ได้ หรือไม่เช่นนั้น ก็ให้แต่งงานกับองค์หญิงสักองค์  

 

 

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เยี่ยหลีจึงเงยหน้าขึ้นถามว่า “ยามนี้ในวังมีองค์หญิงที่ยังไม่ออกเรือนหรือไม่เพคะ” 

 

 

           ม่อซิวเหยาพยักหน้า “พระธิดาองค์สุดท้องในฮ่องเต้พระองค์ก่อน องค์หญิงหลินหลาง กับพระธิดาองค์โตในฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน องค์หญิงฟางเฟย ปีนี้ชันษาสิบสองปีแล้ว ทำไมหรือ” 

 

 

           เยี่ยหลีส่ายหน้า หวังว่านางจะคิดมากไปเอง คงเป็นไปได้ยากที่สวีชิงเฉินจะได้แต่งงานกับเด็กสาวที่อายุเพียงสิบสองปี แต่ว่ายังมีสวีชิงปั๋วกับสวีชิงเหยียน… 

 

 

           เพียงเห็นสีหน้าของเยี่ยหลี ม่อซิวเหยาก็เดาได้ทันทีว่านางกำลังคิดอันใดอยู่ จึงพยักหน้า “ปีนั้นฮ่องเต้หรือแม้แต่ฮ่องเต้องค์ก่อนเคยตรัสว่าจะยกองค์หญิงให้สมรสกับสวีชิงเฉินจริง แต่ท่านชิงอวิ๋นปฏิเสธไป”  

 

 

การที่ตระกูลสวีไม่แต่งงานกับราชนิกุลสาวนั้นถือเป็นตัวอย่างพิเศษของตระกูลใหญ่แห่งแผ่นดินต้าฉู่ เพราะหากแต่งไปแล้วนั่นก็เท่ากับว่าต่อแต่นี้ไปจะไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับอำนาจและราชสำนักอีก จะได้ก็แต่เพียงขึ้นชื่อว่าเป็นราชบุตรเขยและได้ใส่เสื้อผ้าดีๆ มีอาหารรสเลิศกินเท่านั้น ซึ่งนับเป็นฝันร้ายของชายหนุ่มตระกูลใหญ่ที่มีอุดมการณ์และความทะเยอทะยานโดยแท้  

 

 

ทว่าก็มีตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจจำนวนไม่น้อยที่ยินดีให้บุตรชายสายหลักคนรองที่ไม่มีสิทธิ์ในการสืบทอดตระกูลแต่งงานกับองค์หญิง เพราะนั่นหมายความว่าสายเลือดของตระกูลจะหลอมรวมเข้ากับสายเลือดของราชวงศ์ และนั่นจะนำมาซึ่งความเมตตาของฮ่องเต้และความมีชื่อเสียงของตระกูล แต่ตระกูลสวีที่รุ่งเรืองมาถึงสองรัชสมัยและกินเวลาหลายนับร้อยปีนั้นปฏิเสธที่จะแต่งงานกับองค์หญิงมาแล้วอย่างน้อยห้าครั้ง นับแต่ร้อยปีก่อนที่ประมุขตระกูลสวีได้ตั้งกฎของตระกูลขึ้นว่าห้ามบุตรชายตระกูลสวีแต่งงานกับเชื้อพระวงศ์เป็นอันขาด ต่อให้เป็นบุตรชายสายรองก็ไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้น ราชนิกุลทั้งหลายจึงไม่หาเรื่องใส่ตัวด้วยการยกเรื่องจะให้องค์หญิงแต่งงานกับตระกูลสวีขึ้นมาอีก 

 

 

           “ในวังคงรู้เรื่องที่พวกท่านลุงใหญ่เข้าเมืองกันมาแล้วสินะเพคะ” เยี่ยหลีเอ่ยถาม 

 

 

           ม่อซิวเหยาพยักหน้า “ถึงแม้จะบอกว่าเป็นการเข้าเมืองส่วนตัว แต่ท่านหงอวี่ก็ไม่ได้ตั้งใจปิดการเดินทางครั้งนี้ไว้เป็นความลับ เรื่องเช่นนี้หากจะสืบกันจริงๆ ก็คงปิดไม่ได้ เจ้ากรมเยี่ยจงรักภักดีต่อฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน หากปิดบังไป รังแต่จะทำให้เคลือบแคลงใจเปล่าๆ” 

 

 

           เยี่ยหลียิ้ม “ที่ท่านพูดมามีเหตุผลนัก กลับไปข้ายังต้องไปคารวะท่านลุงใหญ่ และมีหลายเรื่องที่อยากขอคำแนะนำจากท่านพอดี” 

 

 

           “ฝากความเป็นห่วงจากข้าไปให้ท่านหงอวี่ด้วย” 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 46-2"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved