cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 263-2 ฮ่องเต้แห่งต้าฉู่ป่วยหนัก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 263-2 ฮ่องเต้แห่งต้าฉู่ป่วยหนัก
Prev
Next

เมื่อหมอหลวงตรวจชีพจรเรียบร้อยแล้ว ไทเฮาถึงได้เอ่ยถามด้วยความร้อนใจว่า “หมอหลวง เกิดอันใดขึ้นกับสุขภาพของฝ่าบาทกันแน่”

หมอหลวงที่ตรวจชีพจรขมวดคิ้ว พลางเอ่ยด้วยความเคารพว่า “ดูเหมือนฝ่าบาทจจะทรงเสวยยาบางตัวที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย…ยิ่งตรากตรำทรงงานหนักติดต่อกันหลายวัน จึงทำให้จู่ๆ สุขภาพก็ย่ำแย่ลงพ่ะย่ะค่ะ”

ไทเฮาถลึงตัวลุกขึ้นเอ่ยว่า “อันใดที่เรียกว่าตัวยาที่ส่งผลเสียต่อร่างกายกัน! มีคนวางยาพิษฝ่าบาท?”

หมอหลวงรีบส่ายหน้า “ไทเฮาทรงอภัยด้วย ไทเฮาทรงเข้าพระทัยผิดแล้ว ความหมายของข้าน้อยคือ…ดูเหมือนฝ่าบาทจะเสวยยาต้องห้ามเข้าไป ถึงได้…ถึงได้เป็นอันตรายต่อร่างกายพ่ะย่ะค่ะ”

สีหน้าทุกคนในห้องบรรทมเปลี่ยนไปทันที ต่างพากันมีสีหน้าประหลาด

ยาต้องห้ามที่หมอหลวงเอ่ยถึงนั้น โดยมากล้วนเป็นยาที่มีฤทธิ์ใกล้เคียงกับยาอู่สือซ่าน*หรือพวกตัวยาหลางหู่** เหล่านั้น ในประวัติศาสตร์ถึงแม้จะมีบางราชวงศ์ที่ใช้ยาอู่สือซ่านกันเป็นปกติ แต่ตั้งแต่ราชวงศ์ก่อนมาจนถึงสมัยต้าฉู่ล้วนจัดให้ยาเหล่านี้เป็นยาต้องห้าม หากมีข่าวนี้แพร่ออกไป ฮ่องเต้กับเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายคงได้ขายหน้ากันหมด

“ฮ่องเต้! พระองค์เลอะเลือนไปแล้วจริงๆ!” ฮองเฮาถลึงตามองบุตรชายที่นอนอยู่บนเตียง พร้อมเอ่ยด้วยความโกรธจัด ถึงแม้นางจะรักบุตรชายคนนี้ไม่เท่ากับบุตรชายคนเล็ก แต่ไทเฮาก็ไม่ถึงขั้นคิดอยากให้เขาตายไปจริงๆ ยามนี้เมื่อได้มาเห็นเขานอนซมอยู่กับเตียงเช่นนี้ ในใจไทเฮาก็ยังเกิดความโกรธที่เขาไม่ได้ดั่งใจ

ม่อจิ่งฉีขยับปาก ข่มความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในใจประหนึ่งมีมดมารุมกัด ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ข้ามิได้…”

เขาเชื่อว่าไม่มีผู้ใดเชื่อ ด้วยเพราะอาการป่วยของเขาในยามนี้ ช่างดูคล้ายคนที่กินยาอู่สือซ่านเข้าไปจนติดแล้วเหลือเกิน แต่เมื่อกินยาอู่สือซ่านเข้าไปแล้ว จะมีผลเช่นไร ตัวเขานั้นรู้ดี ดังนั้นเขาสามารถยืนยันได้เลยว่า เขาไม่เคยกินยาต้องห้ามประเภทนั้นมาก่อน

สายตาของเขาไปหยุดลงที่ม่อจิ่งหลีที่ยืนอยู่ ก่อนม่อจิ่งฉีจะอึ้งไป แล้วจู่ๆ เขาก็ถลึงตาดุดันใส่ม่อจิ่งหลีประหนึ่งคิดสิ่งใดขึ้นมาได้

ม่อจิ่งหลีจะมองไม่เห็นสายตาของม่อจิ่งฉีที่ส่งมาได้อย่างไร เขาก้าวเข้าไปหาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น “เสด็จพี่ มีอันใดจะรับสั่งหรือ”

“เจ้า…เป็นเจ้า…” รอยยิ้มจางๆ นั้น ในสายตาของม่อจิ่งฉี กลับดูเป็นรอยยิ้มแห่งความท้าทาย เขาจึงชี้หน้าม่อจิ่งหลีพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงขาดห้วง

แต่ม่อจิ่งหลีกลับดูไม่เกรงกลัวที่มีคนมองแผนร้ายของตนออกเลยแม้แต่น้อย ยังคงเอ่ยด้วยความเคารพว่า “เสด็จพี่พูดเรื่องอันใดหรือ ข้าฟังไม่เข้าใจ”

เสนาบดีหลิ่วที่ยืนอยู่รอที่จะหาเรื่องเขาอยู่แล้ว จะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปได้อย่างไร จึงรีบก้าวออกมาเอ่ยว่า “ท่านหลีอ๋อง ความหมายของฝ่าบาทก็ชัดเจนอยู่ว่าพระองค์กำลังบอกว่าท่านเป็นคนวางยาต้องห้ามให้พระองค์!”

ม่อจิ่งฉีเหลือบมองเสนาบดีหลิ่วทีหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า เห็นได้ชัดว่ากำลังจะบอกว่าสิ่งที่เสนาบดีหลิ่วพูดนั้นถูกต้อง

เสนาบดีหลิ่วจึงยิ่งมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ชี้หน้าม่อจิ่งหลีพร้อมเอ่ยเสียงเข้มว่า “หลีอ๋อง ท่านช่างบังอาจนัก!”

“บังอาจ!” ไทเฮาเอ่ยเสียงเข้ม จ้องเสนาบดีหลิ่วด้วยสายตาเย็นเยียบ “หลีอ๋องกับฮ่องเต้เป็นพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน จะกล้าทำร้ายฝ่าบาทได้อย่างไร ยามนี้ศัตรูเข้ามารุกรานถึงตรงหน้า เจ้าที่เป็นถึงเสนาบดีกลับไม่รู้จักที่จะคอยรับใช้ฝ่าบาทให้ดี แต่กลับมายุยงฝ่าบาทให้แตกคอกับน้องชาย ควรมีโทษสถานใดกัน”

เสนาบดีหลิ่วขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ทูลไทเฮา เห็นชัดอยู่ว่านี่คือสิ่งที่ฮ่องเต้ต้องการจะบอก ต่อให้ไม่มีหลักฐานมายืนยัน แต่ถึงอย่างไรการวางแผนทำร้ายฮ่องเต้ก็มีโทษสถานหนัก หรือว่าไม่ควรจับตัวหลีอ๋องไว้ก่อนเพื่อดำเนินการสอบสวนหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ไทเฮาเอ่ยกับม่อจิ่งฉีด้วยน้ำตารื้นว่า “ฝ่าบาท พระองค์ทรงคิดเช่นนั้นจริงๆ หรือ พระองค์คิดว่าหลีเอ๋อร์จะทำร้ายพระองค์? ไม่มีหลักฐานแม้สักน้อย แต่พระองค์ก็ยังทรงสงสัยในตัวน้องชายแท้ๆ ของพระองค์หรือ แม้แต่คนเป็นแม่อย่างข้า พระองค์ก็ต้องการที่จะจับขังไว้ด้วยหรือไม่”

ม่อจิ่งหลีก้าวออกมาเอ่ยว่า “ฝ่าบาทได้โปรดสืบทราบให้แน่ชัด กระหม่อมไม่มีทางคิดร้ายต่อพระองค์ถึงตายอย่างแน่นอน หากฝ่าบาทไม่ทรงเชื่อกระหม่อม ก็มีรับสั่งให้ประหารกระหม่อมเสียเถิด”

ม่อจิ่งฉีจ้องม่อจิ่งหลีด้วยสายตาเกลียดชัง สายตาเขานั้นโกรธแค้นประหนึ่งอยากเอามีดมากรีดเขาออกเป็นพันเป็นหมื่นครั้งก็มิปาน แต่ในยามนี้แม้ประโยคเดียวเขาก็พูดไม่ออก อวัยวะทั่วทั้งร่างประหนึ่งมีมดจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังกัดกินอยู่กระนั้น หากมิใช่เพราะเขาเห็นแก่หน้าตาของตนเองเป็นสำคัญแล้ว ยามนี้คงได้ทิ้งตัวลงดิ้นทุรนทุรายร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดไปแล้ว

มุมปากเขากระตุกเล็กน้อย ก่อนม่อจิ่งฉีจะพ่นคำพูดไม่กี่คำออกมา “ไป! ไสหัวไปให้หมด!”

ทุกคนต่างอึ้งไป เสนาบดีหลิ่วหันมองม่อจิ่งฉีด้วยสีหน้าร้อนรน ยามนี้ควรจะรีบไล่ต้อนเล่นงานหลีอ๋องให้จนมุมถึงจะถูก แต่ในเมื่อฮ่องเต้มีรับสั่งออกมาแล้ว คนอื่นๆ ย่อมมิอาจรั้งอยู่ต่อได้อีก

ไทเฮาลุกขึ้นเอ่ยว่า “เช่นนั้นฮ่องเต้ทรงรักษาพระวรกายให้ดีก็แล้วกัน ข้ากลับก่อนล่ะ”

ไทเฮาลุกออกไปเป็นคนแรก คนอื่นๆ จึงจำต้องเอ่ยลาตาม

ม่อจิ่งหลีเดินรั้งท้าย เขาหันกลับมาปรายตามองม่อจิ่งฉีที่นอนอยู่บนเตียงทีหนึ่ง เผยให้เห็นรอยยิ้มประหลาดบนใบหน้า

เมื่อกลับมาถึงตำหนักจางเต๋อ ม่อจิ่งหลีเอ่ยกับไทเฮาด้วยความเคารพว่า “เสด็จแม่ ลูกขอบพระทัยเสด็จแม่มาก…”

“เพี๊ยะ!” ยังไม่ทันพูดจบ ฝ่ามือทั้งเร็วทั้งรุนแรงก็สะบัดเขาใส่ใบหน้าของม่อจิ่งหลีทันที

คำพูดที่ยังไม่ทันจะออกจากปากม่อจิ่งหลีหยุดอยู่เพียงเท่านั้น เงยหน้าขึ้นมองไทเฮา

สายตาอันเย็นชาของไทเฮาเต็มไปด้วยความเศร้าใจและผิดหวัง “หลีเอ๋อร์! เจ้าช่างบังอาจนัก เจ้าถึงขั้นกล้าวางยาที่ชั่วร้ายเช่นนี้ใส่ฉีเอ๋อร์เชียวหรือ เขาเป็นพี่ชายแท้ๆ ของเจ้านะ เจ้ายังมีความเป็นคนอยู่หรือไม่”

ม่อจิ่งหลีคิดอยากอธิบาย “เสด็จแม่ ลูก…”

ไทเฮาโบกมือ เอ่ยเสียงเย็นว่า “เจ้าไม่ต้องอธิบายแล้ว! ข้ายังมิได้แก่จนเลอะเลือนไปหมด!”

ม่อจิ่งหลีลดมือที่จับใบหน้าด้านหนึ่งลง ที่ไทเฮาตบหน้าเขาเมื่อครู่มิได้เป็นเพียงการแสดงเท่านั้น บนใบหน้าของม่อจิ่งหลีปรากฏรอยมือที่ทั้งบวมและแดงขึ้นทันที

ม่อจิ่งหลีไม่คิดที่จะแก้ตัวอันใดอีก เอ่ยเสียงเย็นว่า “เสด็จแม่ตรัสถูกต้องแล้ว เป็นลูกเองที่วางยาเขาแล้วอย่างไร เสด็จแม่ก็คิดเช่นเดียวกับตาเฒ่าแซ่หลิ่วนั้น คิดอยากจะจับลูกขังไว้เช่นกันหรือ”

ถึงแม้จะรู้แต่แรกแล้วว่าเป็นฝีมือของม่อจิ่งหลี แต่เมื่อมาได้ยินเขาพูดออกมากับหู ไทเฮาก็สะเทือนใจจนอดหลั่งน้ำตาออกมาไม่ได้ ใบหน้าที่เดิมได้รับการดูแลอย่างดี ดูซีดขาวและชราภาพลงไปเป็นสิบปี นางนั่งเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุดอยู่บนเก้าอี้หงส์อันงดงามหรูหรา “คงเป็นกรรมของข้า! เหตุใดข้าถึงได้คลอดลูกสารเลวอย่างพวกเจ้าสองคนออกมาได้! ข้าไม่มีหน้าไปพบอดีตฮ่องเต้แล้ว ไม่มีหน้าไปพบบรรพบุรุษตระกูลม่อแล้ว”

ม่อจิ่งหลีมองไทเฮาที่ร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดด้วยสายตาเย็นชา ในใจไม่มีความรู้สึกผิดเลยแม้สักน้อย เดิมทีคนที่ปลุกความทะเยอทะยานในจิตใจเขาขึ้นมาก็มิได้มีใครอื่น แต่เป็นเสด็จแม่ที่ร้องไห้อย่างน่าเวทนาอยู่ต่อหน้าเขาในยามนี้ แค่เพียงเพราะนางไม่พอใจที่เสด็จพี่แข็งข้อไม่ยอมฟังสิ่งที่นางบงการขึ้นทุกวัน จึงคิดอยากปลดเขาลงแล้วดันเขาให้ขึ้นนั่งบัลลังก์แทน ศึกแย่งชิงบัลลังก์ทุกครั้งในประวัติศาสตร์ ล้วนเต็มไปด้วยหยาดเลือดที่กระสานซ่านเซ็นประหนึ่งสายฝน โครงกระดูกกองทับถมกันเป็นภูเขา แต่ยามนี้นางกลับมาโทษว่าเขาใจคอโหดเหี้ยมอย่างนั้นหรือ น่าเสียดายก็เพียง เมื่อง้างศรแล้วไม่มีการถอยหลังกลับ ชะตาของเขากลับม่อจิ่งฉีได้กำหนดไว้ตั้งแต่ยามที่จิตใจเขาเกิดความทะเยอทะยานแล้วว่า ไม่ใครก็ใครสักคนจะต้องตาย

“หลีเอ๋อร์…ฉีเอ๋อร์เป็นพี่ชายแท้ๆ ของเจ้านะ เจ้าเอายาถอนพิษให้เขาเถิด แม่จะปกป้องเจ้าเอง” พอไทเฮาร้องไห้จนเหนื่อยอ่อนแล้ว จึงเอ่ยเสียงสะอื้นขึ้น

มุมปากม่อจิ่งหลียกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน “เสด็จแม่ ท่านเป็นไทเฮามาสิบกว่าปี แต่กลับไร้เดียงสาเสียยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีก”

ไทเฮาอึ้งไป มองบุตรชายที่ทั้งคุ้นเคยทั้งแปลกหน้าตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเย็น ประหนึ่งไม่เคยรู้จักเขามาก่อนกระนั้น

ม่อจิ่งหลีเอ่ยเรียบๆ ว่า “ไม่ต้องพูดเรื่องข้าไม่มียาถอนพิษ แต่ต่อให้มี…ข้าก็ไม่มีทางให้ เสด็จแม่คิดจริงๆ หรือว่า หากม่อจิ่งฉีหายดีแล้ว เขาจะปล่อยข้าไป?”

เมื่อไทเฮาได้ยินคำพูดที่ไร้เยื่อใยเช่นนี้จากปากเขาก็ถึงกับตัวสั่นเทิ้ม ชี้หน้าม่อจิ่งหลีพร้อมเอ่ยด้วยความโกรธจัดว่า “เจ้า…เจ้ามันเป็นสัตว์นรก! เจ้า…”

ตลอดชีวิตนางอยู่กับการแย่งชิงอำนาจ แย่งชิงผลประโยชน์มาโดยตลอด มาวันนี้นางอายุกว่าหกสิบปีแล้ว นางเหนื่อยมาพอแล้วจริงๆ หวังเพียงว่าให้บุตรชายทั้งสองของตนต่างมีชีวิตที่ปลอดภัยและอยู่อย่างมีความสุขก็พอแล้ว แต่เหตุใดนางถึงต้องมาเห็นบุตรชายทั้งสองคนของนางเข่นฆ่ากันในช่วงอายุหกสิบปีเช่นนี้ด้วย นี่เป็น…กรรมตามสนองอย่างนั้นหรือ

ม่อจิ่งหลียิ้มนิ่งๆ เอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดก่อนหน้านี้เสด็จแม่ถึงไม่ทำตามที่ตาเฒ่าแซ่หลิ่วนั้นบอกเล่า จับลูกขังไว้ก็สิ้นเรื่อง ในสายตาของเสด็จแม่ มิได้มีสิ่งที่สำคัญกว่าลูกอยู่แล้วหรอกหรือ”

ไทเฮาชี้หน้าม่อจิ่งหลีอยู่ครู่ใหญ่ แต่ก็พูดอันใดไม่ออก ถูกต้อง…ในใจของนางมีสิ่งที่สำคัญกว่าบุตรชายมาตั้งแต่ต้น สิ่งนั้นก็คืออำนาจ หากฉีเอ๋อร์ไม่ไหวแล้วจริงๆ เช่นนั้นก็จะให้หลีเอ๋อร์เป็นอันใดไปไม่ได้ มิเช่นนั้น เมื่อใดก็ตามหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับฉีเอ๋อร์ คนที่จะขึ้นมาสืบทอดราชบัลลังก์ก็จะต้องเป็นพระโอรสองค์ใดองค์หนึ่งที่เกิดจากหลิ่วกุ้ยเฟยอย่างแน่นอน

แต่ไหนแต่ไรมาไทเฮาทรงไม่ถูกกับตระกูลหลิ่วมาโดยตลอด หากให้พระโอรสของหลิ่วกุ้ยเฟยขึ้นเป็นฮ่องเต้ จะมีประโยชน์อันใดกับนาง ไทฮองไทเฮาถึงแม้จะฟังดูสูงศักดิ์ แต่ถึงอย่างไรความสัมพันธ์ของคนเป็นย่า ก็ไม่มีทางเข้มข้นไปกว่าผู้เป็นมารดา อีกทั้งบุตรชายของหลิ่วกุ้ยเฟยก็มิได้ใกล้ชิดสนิทสนมอันใดกับนาง แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ก็มิได้หมายความว่านางจะยินยอมให้บุตรชายคนเล็ก สังหารบุตรชายคนโตไปได้

“เจ้า…” ไทเฮามองบุตรชายตรงหน้าที่มีสีหน้าบึ้งตึง และพบว่าตนถึงกับไม่รู้ว่าจะเอ่ยอันใดออกมาดี

ม่อจิ่งหลีเลิกคิ้วเอ่ยว่า “เสด็จแม่ ท่านโปรดวางใจเถิด ข้าไม่มีทางฆ่ามันหรอก ถึงอย่างไรมันก็เป็นเสด็จพี่ฮ่องเต้ของข้ามิใช่หรือ”

แน่นอนว่าเขาไม่มีทางสังหารม่อจิ่งฉี เขาจะให้มันนอนแหมบอยู่บนเตียง ขยับเขยื้อนเคลื่อนตัวไม่ได้ และคอยมองดูตนที่มีอำนาจทุกอย่างอยู่ในมือ และถึงขั้นขึ้นปกครองแคว้นเลยทีเดียว

ที่สำคัญกว่านั้นคือ…เขามิอาจปล่อยให้ม่อจิ่งฉีตายอย่างปัจจุบันทันด่วนจนเกินไป ถึงแม้ม่อซิวเหยาจะประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กับต้าฉู่ไปแล้ว แต่ม่อจิ่งหลีก็มิอาจมั่นใจได้ว่า หากม่อจิ่งฉีตายลงเสียแล้ว เขาจะไม่ใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้องในการยกทัพกลับมาบุกต้าฉู่ แต่ไหนแต่ไรมา ม่อจิ่งหลีไม่เคยนึกเชื่อมาก่อนว่าม่อซิวเหยาไม่มีความทะเยอทะยาน เขาแค่เพียงขาดข้ออ้างที่สามารถนำมาใช้สนับสนุนความทะเยอทะยานของเขาได้ก็เท่านั้น!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 263-2 ฮ่องเต้แห่งต้าฉู่ป่วยหนัก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved