cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 232-1 ได้พบองค์หญิงฉางเล่ออีกครั้ง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 232-1 ได้พบองค์หญิงฉางเล่ออีกครั้ง
Prev
Next

สวีชิงเฉินหยุดรอพวกเขาที่หย่งหลินตามที่คาดเอาไว้

ยามที่พวกเขาเดินทางไปถึงเมืองเล็กๆ อย่างหย่งหลินนั้น สวีชิงเฉินกำลังนั่งสบายๆ เปล่งรัศมีอยู่ในโรงน้ำชาที่ดีที่สุดในเมืองหย่งหลิน

เมื่อเห็นพวกเขาเดินเข้ามา สวีชิงเฉินก็ยิ้มน้อยๆ “ข้ารอพวกท่านมาครึ่งค่อนวันแล้ว นี่ให้คนไปเหมาโรงเตี๊ยมเอาไว้แล้ว พวกเราพักกันที่หย่งหลินสักคืนหนึ่งแล้วค่อยข้ามด่านไปดีหรือไม่”

เยี่ยหลีเอ่ยยิ้มๆ ว่า “พี่ใหญ่วางแผนได้รอบคอบนัก ข้ากับซิวเหยาเองก็คิดเช่นนี้เช่นกัน”

เมื่อทุกคนนั่งลงแล้ว สวีชิงเฉินยิ้มพร้อมเลิกคิ้ว “ดูท่าระหว่างทางทุกคนคงยังไม่หนำใจสินะ?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าเฟิ่งจือเหยาก็ดู หัวเสียขึ้นทันที เอ่ยบ่นขึ้นว่า “ก็ใช่น่ะสิ คุณชายชิงเฉิน ท่านไม่รู้อะไร พวกเราเดินทางไปก็รอไป จนข้ามแม่น้ำอวิ๋นหลันมาแล้ว ก็ยังไม่เห็นเจ้าพวกขี้ขลาดนั้นตามมา ปล่อยให้ข้ารอเสียได้!”

หลายปีมานี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความสงบจนเกินไป ที่ซีเป่ยแม้แต่เรื่องปราบโจรก็ถูกคนแย่งไปเสียแล้ว ทำให้ในเขตซีเป่ยยามนี้ แม้แต่โจรเร่ร่อนก็ยังไม่มี ช่างทำให้…คันไม้คันมือเสียจริง”

“ที่ม่อจิ่งฉีทำครานี้ไม่สนุกเอาเสียเลยจริงๆ หากเขาออกราชโองออกมาอย่างเป็นทางการให้ฆ่าพวกเราเสีย พวกผู้บัญชาการทหารเหล่านั้นจะกล้าไม่ปฏิบัติตามได้อย่างไร ข้าจะได้สัมผัสความรู้สึกของการฝ่าวงล้อมทหารนับหมื่นที่ไล่ตามมาเสียหน่อย ดูยามนี้สิ เจ้าพวกคนข้างล่างทำงานกันลวกๆ…หากม่อจิ่งฉีรู้เข้าว่าพวกเราออกจากด่านซุ่ยเสวี่ยไปได้โดยไม่เสียหายเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าจะมีน้ำโหตายไปเลยหรือไม่!”

สวีชิงเฉินยิ้มพลางส่ายหน้า “เฟิ่งซานคิดมากเกินไปแล้ว ม่อจิ่งฉีไม่มีทางออกราชโองการที่เป็นทางการออกมาหรอก เมื่อใดที่เขาออกราชโองการป่าวประกาศให้ใต้หล้าได้รับรู้ ก็เท่ากับว่าเขาประกาศเปิดศึกกับกองทัพตระกูลม่ออย่างเป็นทางการ เกรงว่าคงรอให้เขามาฆ่าพวกเราไม่ไหว กองทัพตระกูลม่อก็คงยกทัพบุกด่านเฟยหงเสียแล้ว หากทุ่มหมดหน้าตักแล้วสามารถสังหารท่านอ๋องได้จริงก็ดีไป แต่หากให้ท่านอ๋องกลับถึงซีเป่ยได้…”

ไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวของกองทัพตระกูลม่อกับติ้งอ๋อง มิใช่สิ่งที่ผู้ใดก็สามารถรับมือได้

เมื่อได้ฟังการวิเคราะห์ของสวีชิงเฉิน เฟิ่งจือเหยาก็ทำได้เพียงเสียใจในความใจเสาะของม่อจิ่งฉี

“เรียนท่านอ๋อง ด้านล่างมีทูตจากต้าฉู่ขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์นายหนึ่งขึ้นมารายงาน

“ทูตจากต้าฉู่?” เฟิ่งจือเหยารู้สึกประหลาดใจ หันไปถามม่อซิวเหยาและเยี่ยหลีว่า “ในสถานการณ์เช่นนี้ ทูตจากต้าฉู่ยังจะมาขอพบท่านอ๋องอีกหรือ?”

สวีชิงเฉินยิ้มเรียบๆ “เฟิ่งซานลองเดาดูสิว่าทูกจากต้าฉู่ผู้นี้เป็นใคร”

เฟิ่งจือเหยาหันไปตอบเขาว่า “หรือว่าคุณชายชิงเฉินได้พบเขาแล้ว?”

สวีชิงเฉินส่ายหน้า “พบนั้นยังไม่ได้พบ แต่ก็พอคาดเดาไว้ในใจแล้ว หนานจ้าวออกหนังสือจากแคว้น เชื้อเชิญให้ผู้มียศถาบรรดาศักดิ์และชนชั้นสูงจากทุกแว่นแคว้นไปร่วมงานอภิเษกสมรสขององค์หญิงอันซี ต้าฉู่ไม่มีทางส่งขุนนางทูตที่มียศต่ำเกินไปมาร่วมงาน เพียงแต่…ด้วยนิสัยของม่อจิ่งฉี เขาไม่มีทางเดินทางมาร่วมงานด้วยตนเองแน่นอน”

ในชีวิตของม่อจิ่งฉี เขาให้ความสำคัญกับฐานะของตนเป็นที่สุด และระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองเป็นอย่างยิ่ง อย่าว่าแต่เดินทางเป็นพันลี้มาที่หนานจ้าวเลย ในชีวิตเขา แค่ห่างจากเมืองหลวงไปหนึ่งร้อยลี้ก็ยังไม่เคยไป ตามปกติหากไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ เขาไม่มีทางจะก้าวออกจากวังหลวงที่มีองครักษ์รายล้อมอารักขาอยู่หนาแน่นอย่างแน่นอน

“เรื่องที่หลีอ๋องมีความเกี่ยวข้องกับหนานเจียงนั้น ม่อจิ่งฉีรู้มานานแล้ว ดังนั้นครานี้ ไม่มีทางให้หลีอ๋องชิงเดินทางมาอย่างแน่นอน ทั่วทั้งเมืองหลวง คนที่ม่อจิ่งฉีไว้ใจและสามารถเป็นหน้าเป็นตาได้ ก็มีเพียงตระกูลหลิ่วเท่านั้น” สวีชิงเฉินเอ่ยพร้อมยิ้มเรียบๆ เพียงแต่ในรอยยิ้มนั้นกลับมีไอเย็นแฝงอยู่หลายส่วน

เดิมทีที่จู่ๆ ม่อจิ่งฉีก็ตัดสินใจจะลงดาบกับตระกูลสวีนั้น หนึ่งในผู้ที่ยุยง ก็ขาดตระกูลหลิ่วไปไม่ได้

ม่อซิวเหยาขมวดคิ้ว “หลิ่วฉุนเฟิง?”

เฟิ่งจือเหยากะพริบตา “หลิ่วฉุนเฟิงคือผู้ใดกัน”

จั๋วจิ้งเอ่ยกลั้วหัวเราะเสียงต่ำว่า “คุณชายเฟิ่งซาน หลิ่วฉุนเฟิงก็คือเสนาบดีหลิ่ว บิดาของหลิ่วกุ้ยเฟยอย่างไรขอรับ”

ก็ไม่แปลกหากเฟิ่งจือเหยาจะไม่รู้จัก ถึงแม้หลิ่วกุ้ยเฟยจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับม่อซิวเหยา แต่ตัวหลิ่วฉุนเฟิงนั้น เอาเข้าจริงอายุอานามกลับต่างกับฮว่ากั๋วกงผู้เฒ่าอยู่เพียงสองปี ในความทรงจำของเฟิ่งจือเหยา ยามที่เขาเริ่มรู้จักคนผู้นี้ เขาก็เป็นเสนาบดีหลิ่วอยู่ก่อนแล้ว จึงย่อมจำชื่อเสียงเรียงนามจริงๆ ของเขาไม่ได้

สวีชิงเฉินพยักหน้า “ถูกต้อง ข้าเดาว่าทูตจากต้าฉู่ก็คือหลิ่วฉุนเฟิง”

เยี่ยหลีย่นคิ้วเล็กน้อย ผินหน้ามองม่อซิวเหยาที่นั่งอยู่ข้างตน “หรือว่าท่านอ๋องกับเสนาบดีหลิ่วผู้นี้ยังมีมิตรสัมพันธ์อันใดกันอยู่”

ม่อซิวเหยาพ่นลมหายใจออกทางจมูก “ตำหนักติ้งอ๋องกับตระกูลหลิ่ว ไม่ลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไร จะมีมิตรสัมพันธ์กันได้อย่างไร”

สมัยนั้นยามที่ม่อหลิวฟางอายุยังน้อย ผู้นำตระกูลหลิ่วมิใช่เสนาบดีหลิ่วเช่นในปัจจุบัน แต่เป็นนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วที่เสียชีวิตไปแล้ว กว่านายท่านผู้เฒ่าหลิ่วจะได้ขึ้นตำแหน่งเป็นเสนาบดี ก็มีอายุกว่าหกสิบปี แต่เหนือเขายังมีม่อหลิวฟางที่เป็นผู้สำเร็จราชการที่อายุเพียงยี่สิบกว่าปีกดอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ จะให้คนใจคอคับแคบอย่างนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วอดรนทนไหวได้อย่างไร ช่วงหลายปีนั้นเขาคอยหาเรื่องม่อหลิวฟางไว้ไม่น้อย ดังนั้นตำหนักติ้งอ๋องกับตระกูลหลิ่วจึงไม่เคยมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาก่อน ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่า เหตุใดในสมัยที่หลิ่วกุ้ยเฟยรักใคร่ใหลหลงม่อซิวเหยาจนหัวปักปัวปำ แต่ไม่เพียงม่อซิวเหยาที่ไม่คิดมีใจให้นาง แม้แต่คนในตระกูลหลิ่วเองก็ไม่มีผู้ใดเห็นด้วยกับการแต่งงานนี้ และเป็นเหตุให้จับนางส่งเข้าวังไปโดยไม่ลังเล

“ให้เขาเข้ามาเถิด ข้าก็อยากรู้ว่าเขามีเรื่องอันใดถึงได้ขอพบข้า” ม่อซิวเหยาเอ่ยสั่งการขึ้นเรียบๆ

ไม่นาน ก็มีคนเดินนำเขาขึ้นมาด้านบนของโรงน้ำชา แล้วก็เป็นเสนาบดีหลิ่วที่ผมเผ้าและหนวดเคราเป็นสีดอกเลาไปแล้วจริงๆ ดังคาด

ถึงแม้หลิ่วฉุนเฟิงจะอายุมากแล้ว แต่สุขภาพร่างกายและจิตใจดูจะยังไม่เลว ดวงตาคู่ที่เริ่มพล่ามัวยังคงมีประกายแห่งความหลักแหลมแฝงอยู่ แต่คนที่ยืนอยู่ข้างกายเขา กลับทำให้ทุกคนต่างพากันอึ้งไป

คนที่ยืนอยู่ข้างกายเสนาบดีหลิ่วเป็นสตรีสองนาง คนที่อายุมากกว่าอยู่ในชุดสีขาวสะอาดราวหิมะ บนใบหน้าที่งดงามหยาดเยิ้มมีแววเฉยชาจางๆ ซ่อนอยู่ จะเป็นผู้ใดไปได้ หากมิใช่หลิ่วกุ้ยเฟย ถึงแม้ยามนี้ หลิ่วกุ้ยเฟยจะอายุล่วงเลยสามสิบปีมาแล้ว แต่ดูเหมือนเวลาจะรักใคร่ชอบพอนางเป็นพิเศษ มองดูแล้วจึงมิได้มีความเปลี่ยนแปลงจากเมื่อห้าหกปีก่อนมากนัก

ส่วนคนที่ยืนอยู่ข้างหลิ่วกุ้ยเฟย กลับเป็นเด็กสาวอายุสิบสามสิบสี่ปีผู้หนึ่ง เด็กสาวผู้นั้นอยู่ในชุดหลัวสีเหลืองไข่นกกระทา ปักลายดอกฝูงหรง ใบหน้าที่เติบโตขึ้นดูมีความงดงามและสง่างามแฝงให้เห็นอยู่หลายส่วน สามารถคาดเดาได้ว่า หากผ่านไปอีกสักสองปี ความงามของเด็กสาวผู้นี้ไม่มีทางยิ่งหย่อนไปกว่าหลิ่วกุ้ยเฟยอย่างแน่นอน ในดวงตาที่ดูซุกซนและมีประกายคู่นั้นเผยให้เห็นถึงความใสซื่อบริสุทธ์และฉลาดหลักแหลมอย่างที่หลิ่วกุ้ยเฟยไม่มีทางมี

เมื่อเห็นเยี่ยหลี บนใบหน้าเด็กสาวก็ดูยินดีขึ้นมาทันที รีบก้าวออกมาเอ่ยเสียงเบาว่า “ชายาติ้งอ๋อง…”

เยี่ยหลีอึ้งไปเล็กน้อย แต่เมื่อได้พิศมองใบหน้าที่มีส่วนละม้ายคล้ายฮว่าฮองเฮาและฮว่าเทียนเซียงแล้วก็ถึงกับตกใจ “องค์หญิงฉางเล่อ…”

เมื่อเห็นว่าเยี่ยหลีจำตนเองได้ องค์หญิงฉางเล่อก็พยักหน้าติดๆ กันด้วยความยินดี เตรียมจะก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเยี่ยหลี

แต่หลิ่วกุ้ยเฟยที่อยู่ด้านหลังกระแอมไอขึ้นเบาๆ แล้วเอ่ยเรียบๆ ว่า “องค์หญิง ท่านเป็นถึงองค์หญิงแห่งแคว้น ควรระวังกิริยามารยาท อย่าได้เสียมารยาทจนทำให้ฝ่าบาทต้องทรงขายพระพักตร์”

องค์หญิงฉางเล่อหยุดฝีเท้าลง หันกลับไปยิ้มจนตาหยีให้หลิ่วกุ้ยเฟย “ขอบคุณสนมกุ้ยเฟยมากที่เอ่ยเตือน เพียงแต่เมื่อครู่ข้ามิได้เป็นคนอยากขึ้นมา แต่เป็นสนมกุ้ยเฟยที่เสนอให้ขึ้นมามิใช่หรือ ข้าเพียงอยากเอ่ยถึงเรื่องในอดีตกับชายาติ้งอ๋องเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าที่สนมกุ้ยเฟยเสนอให้ขึ้นมานี้ เพราะอยากเอ่ยท้าวความหลังกับผู้ใด”

หลิ่วกุ้ยเฟยหน้าเปลี่ยนสีทันที จ้องเขม็งไปยังองค์หญิงฉางเล่อ

องค์หญิงฉางเล่อก็มิได้เกรงกลัว จ้องกลับไปอย่างไม่ลดละ ครู่ใหญ่ถึงได้ยินหลิ่วกุ้ยเฟยเอ่ยว่า “แน่นอนว่าข้าก็อยากท้าวความหลังกับชายาติ้งอ๋องเช่นกัน”

เยี่ยหลีลุกยืนขึ้น ยิ้มน้อยๆ เอ่ยว่า “การได้พบสหายเก่าที่เมืองเล็กๆ ในชายแดนนั้นช่างยากนัก ในเมื่อทั้งกุ้ยเฟยและองค์หญิงอยากท้าวความหลังกับข้า เช่นนั้นพวกเราเปลี่ยนที่คุยกันดีหรือไม่ จะได้ไม่…ทำให้กุ้ยเฟยเสื่อมเสียชื่อเสียงด้วย”

องค์หญิงฉางเล่อยิ้ม จับมือเยี่ยหลีไว้ด้วยความยินดี “ชายาติ้งอ๋อง ไม่ได้พบกันเสียนาน ข้ายังคิดว่าพวกเราจะมิได้พบกันแล้วเสียอีก พวกเราไปคุยกันที่อื่นเถิด”

พูดจบก็จูงเยี่ยหลีเดินออกไปทางห้องด้านข้างทันที

บริเวณด้านบนของโรงน้ำชา ถูกสวีชิงเฉินเหมาเอาไว้หมดแล้ว จึงไม่ต้องเป็นกังวลว่าพวกนางจะเดินไปเจอกับคนในห้องอื่น

เมื่อจูงเยี่ยหลีเดินออกไปได้สองก้าว องค์หญิงฉางเล่อก็หันกลับไปมองหลิ่วกุ้ยเฟยที่ยังคงยืนนิ่งไม่ขยับ หรี่ดวงตาโค้งลงพลางเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “หลิ่วกุ้ยเฟย ท่านยังไม่ไปหรือ ต่อให้ชื่อเสียงข้าเสียหายไปสักเล็กน้อยก็ไม่เป็นไรหรอก บุตรสาวของฮ่องเต้ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้แต่งงานนี่นะ เพียงแต่หลิ่วกุ้ยเฟย หากว่า…หึหึ…ไม่รู้ว่าเสด็จพ่อจะทรงพอพระทัยหรือไม่หากได้ยินคนเอ่ยว่ามีดอกหลีฮวายื่นออกไปนอกกำแพง”

“ท่านพูดเหลวไหลอันใด!” หลิ่วกุ้ยเฟยหน้าแดงก่ำ เหลือบมองบุรุษผมขาวในชุดสีม่วงที่อยู่หลังตนทีหนึ่ง ก่อนรีบเดินตามไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อพากันเดินออกไปแล้ว เฟิ่งจือเหยาถึงเพิ่งตั้งสติได้ ชี้นิ้วไปทางที่องค์หญิงฉางเล่อเดินที่หายไป เอ่ยเหมือนคนลิ้นไก่สั้นว่า “เด็สาวนั่นคือองค์หญิงฉางเล่อ?”

ม่อซิวเหยาเหลือบตาขึ้นมองเขา ก่อนหลุบตาลงจิบชา “เจ้ามีความเห็นเช่นไรหรือ”

เฟิ่งจือเหยาถึงกับพูดไม่ออก เขาจะมีความเห็นอันใดได้ ถึงแม้เขาจะเคยพบหน้าองค์หญิงฉางเล่อเพียงแค่ครั้งสองครั้ง แต่ยังจำได้ดีถึงท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์และน่ารักขององค์หญิงตัวน้อยที่พี่ฮว่ารักใคร่และคอยปกป้องดูแลได้เป็นอย่างดี เขาถึงขั้นเคยนึกอิจฉาองค์หญิงน้อยผู้นี้ด้วยซ้ำ ด้วยเพราะนางได้รับความรักและความใส่ใจปกป้องทั้งหมดของคนผู้นั้นไป เพียงแต่นี่หรือที่เรียกว่า สตรีเมื่อโตเป็นสาวอันใดๆ ก็เปลี่ยนไป? องค์หญิงตัวน้อยที่แสนจะน่ารักไร้เดียงสาผู้นั้น ถึงขั้นเอ่ยวาจาแดกดันเผ็ดร้อนออกมาได้อย่างคล่องปากเพียงนี้แล้ว

สวีชิงเฉินหลุบตาลง เอ่ยเรียบๆ ว่า “ยามนี้องค์หญิงฉางเล่อก็คงใช้ชีวิตอยู่ในวังได้ไม่ดีเท่าไรนักกระมัง”

เฟิ่งจือเหยานิ่งเงียบไม่ตอบ แต่สีหน้ากลับค่อยๆ บึ้งตึงลง

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 232-1 ได้พบองค์หญิงฉางเล่ออีกครั้ง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved