cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 225-1 จากซื่อจื่อกลายเป็นโจรปล้นสุสาน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 225-1 จากซื่อจื่อกลายเป็นโจรปล้นสุสาน
Prev
Next

“เรียนท่านอ๋อง แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ภายในที่พักทูตเมืองหลี ผู้ติดตามเคาะประตูห้องเจิ้นหนานอ๋องด้วยความตื่นตระหนก ไม่นาน ประตูห้องก็ถูกเปิดออกจากด้านใน

เจิ้นหนานอ๋องยืนจ้องผู้ติดตามที่มีสีหน้าตื่นตระหนกอยู่ที่หน้าประตูด้วยสีหน้าบึ้งตึง เอ่ยถามเสียงเย็นว่า “เกิดเรื่องอันใดขึ้น”

ผู้ติดตามหอบหายใจ เอ่ยติดๆ ขัดๆ ว่า “ซื่อจื่อ! เกิดเรื่องกับซื่อจื่อ…ซื่อจื่อถูกคนของตำหนักติ้งอ๋องจับตัวไปพ่ะย่ะค่ะ”

เจิ้นหนานอ๋องใจหนักอึ้งขึ้นทันที คนพวกนั้นไม่มีทางยิงธนูอย่างไร้เป้าหมายแน่นอน แต่สองวันนี้กลับไม่ได้ยินข่าวว่าเมืองหลีหรือละแวกเมืองหลีมีการเคลื่อนพลของทหารเลยนี่ เหตุใดเถิงเฟิงถึงได้…

“ยังมีอันใดอีก พูดออกมาให้หมด!” เจิ้นหนานอ๋องเอ่ยเสียงขรึม

ผู้ติดตามรีบเอ่ยต่อว่า “คนที่ติดตามซื่อจื่อไปทั้งหมดล้วนขาดการติดต่อ ได้ยินว่าวันนี้ยามเช้า ชายาติ้งอ๋องจับคนกลุ่มหนึ่งกลับมาที่ตำหนักด้วยตนเอง คนที่กลับมารายงานบอกว่าเขาเห็นซื่อจื่อ รัชทายาทและองค์ชายเจ็ดแห่งเป่ยหรง และหลีอ๋องแห่งตงฉู่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

คิ้วคมของเจิ้นหนานอ๋องขมวดเข้าหากันมุ่น “จับคนไปจำนวนมากเพียงนั้นเชียวหรือ ตำหนักติ้งอ๋องคิดจะทำสิ่งใดกันแน่”

จะว่าตำหนักติ้งอ๋องคิดอยากเปิดศึกกับแต่ละแคว้น เจิ้นหนานอ๋องไม่มีวันเชื่อ เรื่องอื่นคงไม่ต้องพูดถึง แค่เพียงกองทัพตระกูลม่อที่ต่อให้เก่งกาจเพียงใด ก็ไม่มีทางต้านทัพของทั้งสามแคว้นหากร่วมมือโจมตีพร้อมๆ กันได้

ในขณะที่กำลังคิดใคร่ครวญถึงเป้าหมายของการกระทำในครั้งนี้ ก็มีคนเดินนำเทียบเชิญฉบับหนึ่งเข้ามา “ท่านอ๋อง ติ้งอ๋อง ชายาติ้งอ๋องเชิญท่านอ๋องไปพบที่ตำหนักพ่ะย่ะค่ะ”

เจิ้นหนานอ๋องรับเทียบเชิญมา เอ่ยเรียบๆ ว่า “ข้ารู้แล้ว ออกไปเถิด”

เมื่อคนที่นำจดหมายมาส่งออกไปแล้ว ผู้ติดตามที่ยืนอยู่ก็เอ่ยปากถามด้วยความระมัดระวังว่า “ท่านอ๋อง พวกเราจะไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

เจิ้นหนานอ๋องเปิดเทียบเชิญที่เขียนด้วยลายมือที่สง่างามและดูมีบารมี แล้วยิ้มเย็นพร้อมเอ่ยว่า “เถิงเฟิงอยู่ในมือพวกเขา จะไม่ไปได้หรือ”

ในตำหนักติ้งอ๋อง หานหมิงซีกำลังบ่นโอดครวญกับเยี่ยหลีถึงเรื่องที่ตนต้องประสบพบเจอมาเมื่อวานด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว

เยี่ยหลีอมยิ้มมองท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยงของเขาแล้วเอ่ยว่า “หมิงซี เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้น ข้าขอโทษเจ้าแทนพวกเขายังไม่พอหรือ”

หานหมิงซีปรายตามองม่อซิวเหยาที่นั่งจิบชาด้วยท่าทีเรียบเรื่อย เขาส่งเสียงหึเบาๆ ก่อนบ่นกระปอดกระแปดว่า “เข้าใจผิดอันใดกัน! ชัดๆ อยู่ว่ามีคนคิดอยากคิดบัญชีกับข้า!” รู้ทั้งรู้ว่าหน่วยกิเลนจะไปจับคนมา ยังจะมาบอกว่าเขาสามารถไปร่วมวงได้ด้วยอีก เห็นได้ชัดว่าไม่ประสงค์ดี เขาเองก็โง่เขลานัก ถึงขั้นคิดว่าม่อซิวเหยาจะชี้ช่องทางทำเงินให้กับเขา ม่อซิวเหยามีแต่จะปอกลอกเขาน่ะสิไม่ว่า

เยี่ยหลีปิดปากเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “หมิงซี เรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันจริงๆ เรื่องหน่วยกิเลนเป็นเรื่องที่ข้าตัดสินใจกะทันหัน แม้แต่ท่านอ๋องเองก็ไม่รู้”

หานหมิงซีรู้ดีว่า เยี่ยหลีไม่มีทางหลอกเขาด้วยเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ จึงทำได้เพียงส่งเสียงฟึดฟัดและยอมรับว่าตนช่างโชคร้าย

ม่อซิวเหยาวางถ้วยชาลง เลิกคิ้วขึ้นพูดกับเขาว่า “ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่เจ้าก็ได้มาไม่น้อยมิใช่หรือ มีอันใดให้พร่ำบ่นกัน”

พวกคนของเหลยเถิงเฟิงที่ส่งเข้าไป แทบจะช่วยพวกเขาปลดค่ายกลออกจนเกือบหมดแล้ว คนของตำหนักติ้งอ๋องที่เข้าไปตอนท้ายเรียกได้ว่าเดินเข้าไปได้อย่างราบรื่นไม่มีอุปสรรคอันใดทั้งสิ้น ซึ่งหานหมิงซีย่อมได้ประโยชน์ไปไม่น้อยอยู่แล้ว

หานหมิงซีคิดถึงสมบัติพัสถานแก้วแหวนเงินทอง เพชรนิลจินดาต่างๆ ที่ตนขนกลับเข้าบ้านไป ไฟโกรธในใจก็ค่อยๆ คลายลง หันไปจ้องม่อซิวเหยาด้วยความระแวดระวัง “ของพวกนั้นทั้งหมดเป็นของข้า ท่านอย่าคิดแม้แต่จะยื่นนิ้วเข้ามาเชียว”

ม่อซิวเหยามิได้แสดงท่าทีอันใด หากเขาคิดอยากได้ของเล็กน้อยพวกนั้นที่อยู่ในมือหานหมิงซีจริง จะต้องกังวลว่าเขาจะไม่ได้หรือ เขาไม่จำเป็นต้องมาทะเลาะเบาะแว้งกับหานหมิงซีต่อหน้าอาหลีเลยแม้แต่น้อย

สวีชิงเฉินที่นั่งอยู่ เมื่อเห็นพวกเขาทะเลาะกันจบแล้ว ถึงได้อมยิ้มเอ่ยปากถามว่า “หลีเอ๋อร์ เจ้าคิดจะทำเช่นไรกับคนที่จับกลับมาได้เหล่านั้นหรือ”

คนเหล่านั้นล้วนเป็นบุคคลสำคัญของแต่ละแคว้น และด้วยเพราะเหตุนี้ทำให้จะจัดการเช่นไรก็ลำบาก จะเบาก็ไม่ได้ หนักก็ไม่ได้

เยี่ยหลียิ้มเอ่ยว่า “พี่ใหญ่มีความเห็นเช่นไรหรือ”

สวีชิงเฉินจับหยกงามที่เลือกมาแขวนไว้ที่เอวเล่น นิ่งคิดอยู่เล็กน้อย “ข้าเห็นว่าหลีเอ๋อร์มิได้ตั้งใจจะทำอันใดพวกเขาอยู่แล้ว ท้ายสุดเกรงว่าคงต้องปล่อยตัวไป สิ่งที่สำคัญคือจะปล่อยไปเช่นไร…แล้วก็พวกเราจะสามารถได้ประโยชน์อันใดจากเรื่องนี้บ้าง”

เยี่ยหลียิ้ม “พี่ใหญ่รู้เช่นนี้ก็ดีแล้วเจ้าค่ะ พวกเราเองก็มิได้หวังจะได้ประโยชน์อันใด ครานี้ก็เพียงคิดอยากส่งพวกเขาทั้งหมดกลับออกไปจากซีเป่ยเท่านั้น พวกเขาทนอยู่ในซีเป่ยกันมานานพอแล้ว”

ใบหน้าสวีชิงเฉินมีประกายแห่งความเข้าใจแวบผ่านในทันที ครานี้ที่ทำเรื่องเสียใหญ่โตเช่นนี้ ก็เพื่ออยากทำให้เหล่าผู้มีอิทธิพลที่เคยทำให้ซีเป่ยต้องหวาดผวาได้ดู ให้พวกเขามิกล้าทำอันใดผลีผลาม เขาพยักหน้าเอ่ยว่า “ข้ารู้แล้ว กลับไปข้าจะไปบอกให้ท่านพ่อกับท่านอารองรู้”

เยี่ยหลีพยักหน้า “เช่นนั้นเรื่องการเจรจากับแต่ละแคว้นก็รบกวนพี่ใหญ่กับท่านลุงแล้ว”

“เรียนพระชายา เจิ้นหนานอ๋องมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ด้านนอกมีองครักษ์มารายงานอยู่ที่หน้าประตู

เยี่ยหลีหันไปสบตากับม่อซิวเหยา แล้วต่างก็ระบายยิ้มออกมา

ม่อซิวเหยาลุกขึ้นเอ่ยว่า “เขามาได้รวดเร็วดีจริง อาหลี พวกเราออกไปพบเจิ้นหนานอ๋องกันสักหน่อยเถิด เจิ้นหนานอ๋องนี่ให้ข้าเจรจากับเขาเองจะดีกว่า”

เยี่ยหลีเองก็เห็นด้วย เจิ้นหนานอ๋องผู้นี้ ถึงแม้จะมีฐานะเป็นเพียงอ๋อง แต่กลับไม่เหมือนกับคนอื่นๆ เขามีอิทธิพลโดยตรงต่อซีหลิง ด้วยเพราะแคว้นซีหลิงทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา คนเช่นนี้ ย่อมรับมือยากกว่ารัชทายาทแห่งเป่ยหรงหรือหลีอ๋องแห่งต้าฉู่มากนัก

เมื่อทั้งสองเดินจับจูงกันเข้าไปถึงห้องโถงของบริเวณโถงใหญ่ กลับไม่เห็นผู้ใดอยู่ที่นั่นสักคน แต่กลับมีเสียงต่อสู้กันดังมาจากด้านนอก เมื่อก้าวออกจากโถงใหญ่ ภายในลานมีคนสองคนกำลังต่อสู้กันอยู่อย่างอุตลุด ซึ่งก็คือเจิ้นหนานอ๋องกับหลิงเถี่ยหานที่กำลังประมือกันอยู่ ซึ่งดึงดูดคนจำนวนไม่น้อยให้มาปักหลักรอชมกันอยู่ที่นี่

หลิงเถี่ยหานลงมือโดยไม่มีคำว่า เห็นแก่ว่าเจ้าแขนขาดไปหนึ่งข้างแล้วข้าจะอ่อนให้เจ้าเล็กน้อยไม่ แขนเจ้าขาดไปข้างหนึ่ง นั่นเป็นเพราะเจ้าไม่ได้ความเอง ดังนั้นยามเขาพุ่งฝ่ามือเข้าใส่แต่ละทีจึงประหนึ่งจะแยกภูเขาพลิกทะเลได้เลยทีเดียว ไม่ยั้งมือเลยแม้แต่น้อย

เยี่ยหลียืนพิงอยู่ข้างกายม่อซิวเหยา มองทั้งสองที่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือด พลางเอ่ยถามเสียงเบาว่า “หากต้องต่อสู้กับหลิงเถี่ยหาน ท่านมีความมั่นใจว่าจะชนะหรือไม่”

ม่อซิวเหยามองการต่อสู้อย่างใช้สมาธิอยู่เป็นนาน พักใหญ่ถึงได้เอ่ยเสียงขรึมขึ้นว่า “ไม่มี หลิงเถี่ยหานมีคุณสมบัติ ความเข้าใจ และความพากเพียรอยู่ครบถ้วน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ฝึกฝนอย่างหนักมิได้ขาด หากสิบปีมานี้ข้ามิได้บาดเจ็บ บางทีอาจจะพอเอาชนะเขาได้สักครั้ง แต่หากเป็นยามนี้…เกรงว่าคงจะเพลี้ยงพล้ำอยู่เล็กน้อย”

พรสวรรค์ของม่อซิวเหยาถือว่าหาได้ยากนักในโลกใบนี้ แต่ไม่ว่าจะมีพรสววรรค์เป็นเลิศเพียงใด ก็ไม่มีทางสู้การฝึกอย่างหนักตลอดสิบปีได้ อันที่จริงที่ม่อซิวเหยายังสามารถรักษาวิทยายุทธของตนไว้ได้ในระดับนี้ ก็ไม่รู้ว่าต้องเสียเหงื่อและลำบากยากเข็นไปมากน้อยเพียงใดถึงสามารถรักษาไว้ได้เช่นนี้

“ยามนี้ สามารถเรียกได้ว่า หลิงเถี่ยหานเป็นยอดฝีมืออันดับหนี่งแห่งใต้หล้าโดยไม่อายได้แล้ว…” เมื่อเห็นทั้งสองประมือกัน ม่อซิวเหยาก็เอ่ยพร้อมทอดถอนใจขึ้นเบาๆ

“ท่านจะบอกว่า…” เยี่ยหลีอึ้งไป

ม่อซิวเหยาพูดต่อว่า “ เจิ้นหนานอ๋องมิใช่คู่ต่อสู้ของหลิงเถี่ยหาน มู่ฉิงชังยิ่งไม่ใช่”

ม่อซิวเหยาเองก็ยามรับว่าตนสู้หลิงเถี่ยหานไม่ได้ ยามนี้หลิงเถี่ยหานเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งใต้หล้าอย่างไม่ต้องสงสัย

แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ในขณะที่หลิงเถี่ยหานต่อสู้กับเจิ้นหนานอ๋องอย่างไม่ออมมือ ในขณะเดียวกันก็เห็นได้ชัดว่าเจิ้นหนานอ๋องมิได้อยู่ในสภาพร่างกายที่พร้อม เจิ้นหนานอ๋องเริ่มมีแววว่าจะพ่ายแพ้ให้ได้เห็นอย่างรวดเร็ว แต่หลิงเถี่ยวหานกลับไม่คิดที่จะหยุดอยู่เพียงเท่านั้น เขายังคงไล่โจมตีอย่างดุดันไม่มีออมมือ

เยี่ยหลีที่มองอยู่ถึงกับอดโอดครวญแทนเจิ้นหนานอ๋องไม่ได้ ที่วันนี้นางเชิญเจิ้นหนานอ๋องมาที่ตำหนักติ้งอ๋อง เจตนาเดิมของนางย่อมมิใช่การให้หลิงเถี่ยหานมาจัดการเขา นางแค่เพียงต้องการให้เรื่องต่างๆ จบลงอย่างรวดเร็วเท่านั้น ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องบังเอิญ…

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 225-1 จากซื่อจื่อกลายเป็นโจรปล้นสุสาน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved