cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 165 สงคราม

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 165 สงคราม
Prev
Next

 

 

กลางดึก

 

 

ภายในกระโจมค่ายใหญ่ของกองทัพตระกูลม่อ เปลวเทียนยังคงเผาไหม้อยู่เงียบๆ ม่อซิวเหยานั่งอ่านฎีกาอยู่หลังโต๊ะหนังสือ คิ้วเข้มของเขาขมวดน้อยๆ อยู่เป็นครั้งคราว ความตั้งใจในการกำจัดกองทัพตระกูลม่อของม่อจิ่งฉีนั้นจะประเมินต่ำไปไม่ได้เลย หลายวันนี้กองทัพตระกูลม่อขนาดห้าแสนนาย ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีมากกว่าแปดแสนนายเสียอีก ยิ่งรวมเข้ากับศัตรูที่ไม่เปิดเผยตัวแล้ว รวมกันน่าจะมีประมานหนึ่งล้านนายได้

 

 

ถึงแม้ม่อซิวเหยาจะมีพรสวรรค์ด้านการทำศึกอย่างแท้จริง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็ยังอดรู้สึกกดดันไม่ได้ เพราะไม่เพียงต้องแบ่งกำลังไว้คอยรับมือศัตรูจากหนานจ้าว ซีหลิงและหลีอ๋องเท่านั้น แต่ยังต้องคอยระวังว่าม่อจิ่งฉีจะเล่นลูกไม้สกปรกลับหลังอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย ชั่วเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือน ม่อซิวเหยากลับยิ่งซูบผอมลงไปกว่าตอนป่วยก่อนหน้านี้เสียอีก

 

 

“ท่านอ๋อง” อาจิ่นที่ไม่ได้พบหน้ามาเสียนานปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู ใบหน้าที่อ่อนเยาว์ยังคงเคร่งขรึมและพูดน้อยเช่นเคย

 

 

ม่อซิวเหยาเงยหน้าขึ้นเอ่ยถามว่า “รายงานการศึกจากซีเป่ยมีส่งมาแล้วหรือยัง”

 

 

อาจิ่นพยักหน้า ยื่นรายงานการศึกที่เพิ่งได้รับมาส่งให้ม่อซิวเหยา

 

 

ไม่ว่าจะดึกดื่นเพียงใด ท่านอ๋องก็ต้องอยู่อ่านรายงานการศึกของซีเป่ยให้จบเสียก่อนถึงจะยอมไปพัก เขารู้ถึงข้อนี้ดี อาจิ่นรีบนำข่าวมาส่งให้ท่านอ๋องทันทีที่ได้รับจนกลายเป็นความเคยชิน

 

 

ม่อซิวเหยายื่นมือออกไปรับ ก้มหน้าลงอ่านแล้วอดขมวดคิ้วขึ้นไม่ได้ ข่าวการศึกที่ว่ากองทัพตระกูลม่อร่นถอยไปทางหงโจวเรื่อยๆ นั้น ทำให้คิ้วของเขาแทบผูกกันเป็นปม นี่มิใช่กลยุทธ์การศึกที่กองทัพตระกูลม่อนิยมใช้ อีกทั้งความเก่งกาจของทัพซีหลิงในยามนี้ก็ยังห่างไกลจากการที่จะทำให้กองทัพตระกูลม่อร่นถอยถอนทัพได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้

 

 

เมื่อเห็นจำนวนทหารที่บาดเจ็บล้มตายในรายงาน ม่อซิวเหยาก็ยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว “เป็นความตั้งใจของอาหลีหรือ อาหลีเจ้ากำลังคิดสิ่งใดกัน” เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนม่อซิวเหยาจะเงยหน้าขึ้น “เอารายงานของหลายวันก่อนหน้านี้ทั้งหมดมาที แล้วก็แผนที่ด้วย!”

 

 

อาจิ่นมองท่านอ๋องของตนที่ถลึงตัวลุกขึ้นพร้อมสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมากด้วยความตกใจ รีบรับคำก่อนหมุนตัวออกไปนำสิ่งที่ม่อซิวเหยาต้องการมาให้ทันที

 

 

อาจิ่นทำงานได้รวดเร็วยิ่งนัก ไม่นานแผนที่และรายงานการศึกที่ม่อซิวเหยาต้องการก็มาวางลงตรงหน้าเขา

 

 

ม่อซิวเหยาหยิบรายงานการศึกขึ้นอ่านทุกประโยคที่เขียนอยู่บนนั้นโดยละเอียด สลับกับมองแผนที่เป็นระยะๆ จนในที่สุดก็นิ่งไปอย่างใช้ความคิด

 

 

“ท่านอ๋อง?” อาจิ่นเอ่ยเรียกด้วยความเป็นกังวล สีหน้าของท่านอ๋องถือว่าไม่สู้ดีนัก

 

 

ม่อซิวเหยาหลุบตาลง สีหน้าดูกล้ำกลืนและไม่รู้จะทำเช่นไรดี “อาหลี…” ม่อซิวเหยามองดูแผนที่ที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขามองออกแล้วว่าเยี่ยหลีต้องการทำสิ่งใด เขาเข้าใจในความพยายามของนางแล้ว เพียงแต่ด้วยเพราะเหตุนี้เอง ที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดเป็นที่สุด ภรรยาที่เขารักสุดหัวใจ อาหลีของเขา เดิมทีนางควรเป็นชายาติ้งอ๋องผู้แสนสง่างามที่ทุกคนต่างต้องอิจฉา แต่ยามนี้ กลับต้องไปอยู่ยังที่ที่ห่างไกลอย่างซีเป่ย คอยบัญชาการกองทัพและก้าวเดินอยู่ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด ทั้งหมดนี้…เป็นเพราะเขาไร้ความสามารถ…

 

 

“ตัดขาดการติดต่อระหว่างทัพใหญ่ของซีหลิงกับทหารซีหลิงที่ประจำการอยู่ชายแดน กำจัดทหารซีหลิงทั้งสองแสนนาย…อาหลี อาหลี…”

 

 

ม่อซิวเหยารู้สึกประหนึ่งมีคนมาฉีกหัวใจของเขา จนเจ็บปวดแทบหายใจไม่ออก เขาพยายามข่มความรู้สึกนึกคิดที่อยู่ในใจอย่างยากลำบาก แล้วม่อซิวเหยาก็ใจกระตุกขึ้นมอีกครั้ง บางทีแผนการของอาหลีอาจจะถูกต้องแล้ว แต่เจิ้นหนานอ๋องแห่งซีหลิงก็มิใช่คนธรรมดา หากเขาเกิดมองแผนการของเยี่ยหลีออก…

 

 

ม่อซิวเหยาถลึงตัวลุกขึ้น เอ่ยเสียงขรึมว่า “ไปเตรียมม้า ข้าจะออกไปข้างนอกหน่อย เรื่องในกองทัพมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของท่านแม่ทัพใหญ่ทั้งหลายเป็นการชั่วคราว!”

 

 

อาจิ่นอึ้งไป มองม่อซิวเหยาด้วยความไม่เข้าใจ ยามนี้เป็นยามสามเข้าไปแล้ว เหตุใดท่านอ๋องถึงนึกอย่างออกไปข้างนอกขึ้นมากะทันหันเช่นนี้ เขาเหลือบมองม้วนกระดาษและแผนที่ที่วางอยู่บนโต๊ะ บางทีอาจเกิดเรื่องขึ้นกับพระชายา?

 

 

อาจิ่นยังไม่รับคำสั่ง แต่เอ่ยถามเสียงขรึมว่า “ท่านอ๋อง อีกไม่นานก็จะถึงวันขึ้นสิบห้าค่ำที่พระจันทร์เต็มดวงแล้ว หากท่านเกิดเป็นระหว่างทาง… อีกอย่าง ยามนี้การศึกกำลังอยู่ในช่วงคับขัน จู่ๆ ท่านมาออกไปเช่นนี้เกรงว่าคงจะไม่ดีนัก…”

 

 

ม่อซิวเหยาหลุบตาลง นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันขึ้นสิบสามค่ำเดือนสิบแล้ว และไม่ว่าอย่างไรตนไม่มีทางเดินทางถึงหงโจวภายในเวลาสองวันแน่นอน เรื่องใหญ่ๆ ในค่ายก็ยังต้องมีเขาคอยจัดการ… เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนม่อซิวเหยาจะตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว “พรุ่งนี้แต่เช้า เรียกผู้บัญชาการทหารที่มียศสูงกว่าแม่ทัพทุกคนให้มาพบข้า อีกอย่าง ส่งข่าวไปถึงม่อหวา ให้รีบนำคนเดินทางไปคุ้มครองความปลอดภัยของพระชายาที่ซีเป่ย เมื่อถึงยามจำเป็น…พาตัวพระชายาออกมาจากสนามรบให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยสิ่งได้ก็ตาม ออกเดินทางเดี๋ยวนี้!”

 

 

“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง!” อาจิ่นรับคำก่อนเดินออกไป

 

 

ม่อซิวเหยากลับนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดเรี่ยวแรง พึมพำเสียงเบาว่า “อาหลี…เจ้าจะต้องปลอดภัย…”

 

 

 

 

สถานการณ์รบในซีเป่ย ประหนึ่งด้วยเพราะถูกเก็บกดเอาไว้นาน ในที่สุดจึงปะทุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หลังจากเข้าเขตหงโจว เจิ้นหนานอ๋องรับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่า กองทัพตระกูลม่อสู้รบอย่างดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วในการเคลื่อนพลขึ้นหน้าของพวกเขาก็ค่อยๆ ช้าลง

 

 

เจิ้นหนานอ๋องมองเมืองหงโจวที่อยู่ไกลออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด อย่างไม่เห็นท้องฟ้าที่สดใสอีกแล้ว เขารู้แล้วว่าเขาติดกับเยี่ยหลี ถูกล่อให้เข้ามาอยู่ใจกลางซีเป่ย แต่เช่นนั้นแล้วอย่างไร ถึงแม้ทัพของซีหลิงจะเสียหายย่อยยับ แต่กองทัพตระกูลม่อก็ไม่มีทางดีไปกว่าพวกเขา เขาไม่มีทางเชื่อว่า ด้วยกำลังทหารที่เท่ากันแล้ว เขาจะรบชนะสตรีนางหนึ่งไม่ได้ อีกทั้งเวลาก็ไม่อนุญาตให้เขารอจนทัพเสริมจากซีหลิงเดินทางมาถึง เขาจะต้องเอาเมืองหงโจวมาเป็นของตนให้ได้เร็วที่สุด และควบคุมพื้นที่ทั้งซีเป่ยไว้ให้ได้ เพื่อเปิดทางให้ทัพเสริมที่กำลังตามมา และเช่นเดียวกันก็เพื่อเข้าไปเตรียมการยังที่พักขุนนางของต้าฉู่

 

 

“ท่านอ๋อง กองทัพตระกูลม่อโดยมากร่นถอยกลับเข้าเมืองหงโจวแล้วพ่ะย่ะค่ะ น่าจะเตรียมตัวรักษาเมืองหงโจวไว้ให้ได้พ่ะย่ะค่ะ”

 

 

เจิ้นหนานอ๋องเลิกคิ้วขึ้นยิ้ม “ข้ายังคิดว่าเยี่ยหลีจะมีลูกไม้ขั้นสูงอันใดเสียอีก รักษาเมืองหงโจว…นางจะสามารถรักษาไว้ได้สักสิบวันหรือครึ่งเดือน? ไว้รอให้ทัพเสริมจากตะวันตกมาถึงเสียก่อนเถิด เมืองเล็กๆ อย่างหงโจว นางจะรักษาไว้ได้สักกี่วันเชียว”

 

 

ผู้บัญชาการทหารใต้บังคับบัญชาเอ่ยเตือนว่า “ท่านอ๋องโปรดอย่าได้วางใจ ก่อนหน้านี้ที่ด่านซุ่ยเสวี่ย เยี่ยหลีใช้ทหารเพียงสองหมื่นนายรักษาเมืองหย่งหลินไว้ให้ไม่แตกได้ มิอาจประเมินนางต่ำไปได้นะพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

เจิ้นหนานอ๋องหุบยิ้มลง เอ่ยเรียบๆ ว่า “ข้าย่อมไม่ประเมินนางต่ำไปแน่ บุกโจมตีเมืองหงโจวโดยเร็วที่สุด!”

 

 

เขาไม่มีทางประเมินนางต่ำไป ดังนั้นเขาจะใช้กำลังพลทั้งหมดในการบุกโจมตีเมืองหงโจวให้แตก การประมาทและดูถูกศัตรูนั้น มิใช่คนที่อายุอย่างเขาจะทำผิดได้ง่ายๆ

 

 

นึกไปถึงสตรีงดงามที่ดูจะบอบบางผู้นั้น เขานึกใคร่รู้เสียจริงว่า เมื่อยามที่เขาตีเมืองหงโจวแตกและไปยืนต่อหน้านางแล้ว นางจะยังคงรักษากิริยาให้สงบนิ่งเช่นนั้นได้อยู่หรือไม่

 

 

 

 

ขึ้นสิบสามค่ำเดือนสิบ ในที่สุดทัพของซีหลิงก็ยกเข้าประชิดเมือง เมืองหงโจวต้องเผชิญกับการโจมตีที่ดุเดือดอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่ก็เช่นเดียวกัน ทัพใหญ่ซีหลิงเองก็ต้องเผชิญกับการต้านทางที่แข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเผชิญมาก่อนเช่นกัน

 

 

บนกำแพงเมือง หน่วยเฮยอวิ๋นฉีกระหน่ำยิงธนูประหนึ่งห่าฝนเข้าใส่ผู้บุกรุกที่ด้านล่างกำแพงเมือง แต่คนด้านนอกกำแพงเมืองก็พุ่งเข้าใส่คนแล้วคนเล่าอย่างไม่กลัวตาย

 

 

เจิ้นหนานอ๋องนั่งบังคับม้าอยู่ด้านหลังทัพใหญ่ เห็นลางๆ ว่าบนจุดสูงสุดของกำแพงเมืองหงโจว มีสตรีในชุดสีอ่อนนั่งอย่างสบายๆ มองการฆ่าฟันทางด้านล่างด้วยความสงบนิ่ง

 

 

เบื้องหลังสตรีในชุดสีอ่อน มีชายฉกรรจ์สามสี่คนยืนกุมมืออยู่ด้านหลัง และกำลังมองการฆ่าฟันทางด้านล่างอยู่เช่นกัน แม้จะอยู่ไกล แต่เจิ้นหนานอ๋องก็ยังมองออกว่า ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาหนึ่งในนั้นที่อยู่ในชุดสีแดงก็คือเฟิ่งจือเหยา คนสนิทที่ติ้งอ๋องไว้ใจเป็นที่สุด

 

 

เมื่อเห็นศัตรูของตนนั่งสบายๆ อยู่บนกำแพงเมืองเช่นนั้น แววตาของเจิ้นหนานอ๋องก็มีประกายแห่งรังสีสังหารเปล่งออกมาทันที “ชายาติ้งอ๋องตัวดี!”

 

 

บนแท่นสูง เยี่ยหลีเองก็กำลังทอดสายตามองไปยังเบื้องหลังของกองทัพซีหลิงอยู่เช่นกัน นางหันไปเอ่ยกลั้วหัวเราะกับเฟิ่งจือเหยาว่า “เฟิ่งซาน นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราทำศึกปะทะกับเจิ้นหนานอ๋องตรงๆ ใช่หรือไม่”

 

 

เฟิ่งจือเหยากรอกตาบนอย่างไม่นึกสนุกด้วย “จะไม่ใช่ได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เอาแต่แล่นแผนการรบไปถอยไป หากยังทำศึกเช่นนั้นต่อไป ผู้อื่นคงได้นึกสงสัยว่า กองทัพตระกูลม่อของพวกเราทำเป็นแต่ถอยเสียแล้ว”

 

 

เมื่อได้ยินเฟิ่งจือเหยาบ่นกระปอดกระแปดเช่นนั้น เยี่ยหลีก็ระบายยิ้มออกมา “ถ้าเช่นนั้น ก็ควรจะฉลองกันให้ดีสักหน่อย…” พูดจบ เยี่ยหลีก็หันไปหยิบผีผา มาจากมือฉินเฟิง ใช้นิ้วดีดเบาๆ ก็เกิดเป็นท่วงทำนองอันกังวานใสดังออกมาทันที เยี่ยหลียิ้มบางๆ สิบนิ้วร่ายรำเริงระบำอยู่บนผีผา เสียงจากผีผาเริ่มจากเบาไปดัง และค่อยๆ แผ่กระจายไปทั่วสมรภูมิรบ

 

 

ระหว่างการรบราฆ่าฟัน ทหารทั้งหลายต่างไม่มีแก่ใจมาเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีอันไพเราะเสนาะหู ในสมรภูมิรบ หากเสียสมาธิแม้เพียงเล็กน้อย นั่นอาจหมายถึงต้องสละด้วยชีวิตของตนเลยทีเดียว เพียงแต่เสียงดนตรีที่ฟังเหมือนทุ้มต่ำ แต่ดังกังวานกลับดังถึงหูนายทหารทุกคนอย่างชัดเจน

 

 

นายทหารของกองทัพตระกูลม่อทุกคนเมื่อได้ยินท่วงทำนองนั้นแล้ว ประหนึ่งได้นึกย้อนกลับไปถึงความรุ่งโรจน์ของกองทัพตระกูลม่อเมื่อในอดีต เสมือนได้เห็นติ้งอ๋องรุ่นก่อนๆ ในประวัติศาสตร์กำลังนำพวกเขาออกไปสู้รบอย่างองอาจและห้าวหาญ

 

 

“ขับไล่ผู้รุกรานออกไป ปลุกวิญญาณกองทัพตระกูลม่อของพวกเราขึ้นมา!” ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนตะโกนประโยคนี้ขึ้นมา นายทหารทั้งหลายในสนามรบก็มีรังสีสังหารแผ่ออกมาทันที “ตาย!”

 

 

เฟิ่งจือเหยาที่ยืนอยู่ข้างเยี่ยหลีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย “นี่คือ…เพลงก้าวข้ามท่านอ๋อง ทำลายศัตรู…”

 

 

เยี่ยหลีไม่ตอบ นิ้วมือทั้งสิบนิ้วยังคงโบยบินไปตามสายพิณกลายเป็นเสียงเพลงที่อันทรงพลังและเต็มไปด้วยรังสีสังหาร

 

 

เยี่ยหลีได้รับการอบรมจากสวีซื่อและคนตระกูลสวีทุกคนมาตั้งแต่เล็กๆ นางจะไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องดนตรีได้อย่างไรแค่เพียงนางไม่ชื่นชอบเท่าไรนักเท่านั้น

 

 

เพลงออกศึกนี้เดิมทีเป็นเพลงที่เล่นในเครื่องดนตรีกู่ฉิน เป็นท่วงทำนองโบราณที่ทรงพลังและสง่างาม แต่เยี่ยหลีรู้สึกว่าเพลงนี้เหมาะที่จะใช้ผีผาในการบรรเลงเสียมากกว่า ก็เหมือนกับเพลง “ซุ่มโจมตีจากสิบทิศ” ในชาติก่อน ที่มิใช่ว่าเครื่องดนตรีประเภทอื่นจะเล่นเพลงนี้ไม่ได้ แต่เสียงที่ออกมานั้นยากที่จะเทียบเคียงกับผีผาได้ วิธีการดีดและเสียงจากผีผานั้น มีความดุดันและยิ่งใหญ่กว่ามากนัก

 

 

เฟิ่งจือเหยาก็ดูจะมิได้หวังจะได้คำตอบจากเยี่ยหลี เขาเพียงเอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า “เพลงก้าวข้ามอ๋อง ห้ำหั่นศัตรู หายสาบสูญไปกว่าสองร้อยปีแล้ว คงมีเพียงตระกูลสวีเท่านั้นที่มีเพลงนี้เก็บไว้อยู่”

 

 

ทหารทั้งสองฝ่ายต่างมุ่งเข้าห้ำหั่นกัน ว่ากันว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากัน ผู้ชนะก็คือผู้ที่แข็งแกร่งกว่า ยามที่ทหารกองทัพตระกูลม่อฮึกเหิมขึ้นด้วยรังสีสังหารนั้น เมื่อเทียบกันแล้ว ความห้าวหาญของทหารซีหลิงดูจะด้อยกว่าเล็กน้อย

 

 

ด้านหลังทัพซีหลิงที่มีธงโบกสะบัดอยู่นั้น เจิ้นหนานอ๋องมองสตรีในชุดสีอ่อนอย่างเหม่อลอย แววตายากที่จะหยั่งลึก

 

 

ผู้บัญชาการทหารที่ติดตามอยู่ข้างกายเอ่ยเรียกเสียงต่ำว่า “ท่านอ๋อง…กองทัพตระกูลม่อกำลังฮึกเหิมยิ่งนัก พวกเรา…ถอนกำลังแนวหน้ากลับมาก่อนดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

 

 

มิอาจไม่กล่าวว่า ชายาติ้งอ๋องผู้นั้นถือเป็นคนมีความสามารถมากคนหนึ่ง แค่เพียงเสียงผีผาธรรมดาๆ ก็สามารถทำให้กองทัพตระกูลม่อฮึกเหิมขึ้นได้อีกขั้นแล้ว

 

 

เจิ้นหนานอ๋องเงยหน้าขึ้นหัวเราะอยู่นาน แซ่ม้าในมือชี้ขึ้นไปทางกำแพงเมือง เอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “สตรีเช่นนี้สิ ถึงจะน่าสนใจ เมื่อเทียบกับนางแล้ว พวกหญิงงามทั้งหลายต่างก็เป็นแค่เศษสวะ! ฮ่าๆ…คนที่กล้าถอย ฆ่าทิ้งให้หมด สตรีผู้นี้…ต้องเป็นของข้า!”

 

 

ผู้บัญชาการทหารข้างกายเอ่ยรับคำอย่างตะกุกตะกักและไม่กล้าเอ่ยอันใดอีก

 

 

เจิ้นหนานอ๋องเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ได้ยินว่าม่อซิวเหยามีพรสวรรค์ด้านการจัดรูปขบวนทหาร แต่ไม่รู้ว่ายามนี้เมื่อม่อซิวเหยาไม่อยู่ในกองทัพ กองทัพตระกูลม่อจะยังมีคนที่สามารถทำลายศัตรูได้อีกหรือไม่”

 

 

เจิ้นหนานอ๋องเองก็ฟังออกว่าท่วงทำนองเมื่อครู่เป็นเพลงก้าวข้ามอ๋อง ทำลายศัตรู เดิมทีเมื่อหนึ่งพันปีก่อน ซีหลิงและตงฉู่เคยเป็นหนึ่งเดียวกัน ถึงแม้วัฒนธรรมหลายอย่างจะไม่เหมือนกันสักทีเดียว แต่ก็มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก

 

 

เจิ้นหนานอ๋องเพียงโบกมือ เสียงกลองศึกก็ดังขึ้นทันที นายทหารต่างโบกสะบัดธงแดงที่อยู่ในมือ แล้วความฮึกเหิมของทหารซีหลิงก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ความเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมไม่รอดพ้นสายตาของเยี่ยหลีและคณะที่นั่งอยู่บนที่สูง

 

 

เฟิ่งจือเหยามองความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเบื้องล่าง แล้วเอ่ยว่า “การจัดทัพแบบลิ่วฮวา…ไม่สิ…มีบางอย่างแปลกไป…”

 

 

เขาเห็นเพียงนายทหารซีหลิงจัดขบวนทัพเป็นด้านในกลมด้านนอกสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ และในทัพขนาดใหญ่นั้นก็มีกองทัพเล็กๆ อยู่อีกจำนวนนับไม่ถ้วน

 

 

จำนวนทหารของกองทัพตระกูลม่อที่ออกมารับศีก เดิมทีก็มีจำนวนน้อยกว่าซีหลิงอยู่แล้ว ยามนี้จึงยิ่งดูน้อยประหนึ่งหยดน้ำในมหาสมุทร

 

 

เฟิ่งจือเหยาส่งเสียงหึเบาๆ เขาโบกมือ แล้วธงด้านบนก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว กองทัพตระกูลม่อเปลี่ยนรูปขบวนกลายเป็นมังกรสีดำขนาดใหญ่ที่แผ่กระจายไปทั่วสมรภูมิรบ หัวขบวนเป็นหน่วยที่เก่งกาจที่สุดของกองทัพตระกูลม่ออย่างหน่วยเฮยอวิ๋นฉี ไม่ว่าจะเคลื่อนตัวไปที่ใด ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาแตะต้องหัวมังกรอันแหลมคมนี้ ยามที่มังกรดำสะบัดหาง ก็เกิดความวุ่นวายในรูปขบวนของศัตรู จนยากที่จะรักษารูปขบวนเอาไว้ได้

 

 

ด้านหลังทัพใหญ่ของซีหลิง เปลี่ยนเป็นธงสีดำขึ้นโบกสะบัด ขบวนทัพลิ่วฮวาในสมรภูมิรบก็เปลี่ยนเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่ของนกเผิงเหนี่ยว เข้าขย้ำมังกรดำทันที และในชั่วพริบตาก็ตัดมังกรขนาดใหญ่ก็ขาดออกเป็นสองท่อนทันที

 

 

“บ้าเอ้ย!” เฟิ่งจือเหยาถึงกับสบถออกมา ธงเหนือกำแพงเปลี่ยนไปอีกครั้ง มังกรขนาดใหญ่ของกองทัพตระกูลม่อที่ขาดออก ก็เปลี่ยนกลายเป็นธนูอันคมกริบสีดำที่พุ่งเข้าใส่นกเผิงเหนี่ยวทันที

 

 

เยี่ยหลีลุกขึ้นยืนมองการสู้รบที่อยู่ด้านล่าง รูปขบวนการรบในยุคนี้ได้หายสาบสูญไปนานแล้ว และก็มิใช่สิ่งที่จำเป็นเท่าไรนัก ดังนั้นเยี่ยหลีจึงไม่คุ้นเคยกับสิ่งนี้เอาเสียเลย ถึงแม้จะเคยเห็นผ่านตาในหนังสือการศึกมาพอสมควร แต่เมื่อถึงเวลาต้องนำมาใช้จริง ในหัวนางกลับมีเพียงความว่างเปล่า

 

 

ยามนี้เมื่อได้มาเห็นเฟิ่งจือเหยาบัญชาการรูปขบวนของทัพใหญ่ ในใจจึงพอเข้าใจหลักการขึ้นมาบ้าง นางจึงก้มหน้านิ่งคิดวิธีการทำลายทัพศัตรูขึ้นมาในหัว

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 165 สงคราม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved