cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 148 ทำร้ายความรู้สึก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 148 ทำร้ายความรู้สึก
Prev
Next

จวนผู้ว่าการเมืองซิ่นหยาง เป็นหน่วยบัญชาการชั่วคราวของกองทัพตระกูลม่อในยามนี้ ผู้บัญชาการหลักของกองทัพตระกูลม่อทุกคนรวมถึงเยี่ยหลีและม่อซิวเหยาต่างพักอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราว

 

 

หลังจากผ่านการฆ่าล้างเมืองครั้งนั้นไป ชาวบ้านในเมืองซิ่นหยางที่เดิมมีอยู่หลายแสนคนก็หายไปแทบไม่มีเหลือ เรียกได้ว่าทั้งเมืองซิ่นหยางแทบจะเหลือแต่ทหารของกองทัพตระกูลม่อเลยก็ว่าได้ และภายในเมืองก็อยู่ภายในการควมคุมอย่างทหาร

 

 

บนถนนอันกว้างขวางไม่มีผู้คนเดินไปเดินมาให้ได้เห็น ไม่มีการร้องขายของอย่างครึกครื้น มีเพียงนายทหารใบหน้าเคร่งขรึมที่เดินไปเดินมาอย่างเป็นระเบียบเท่านั้น ถึงแม้จะมีชาวบ้านผ่านไปมาบ้างนานๆ ที แต่สีหน้าพวกเขาก็มีเพียงความเศร้าโศกและเรียบเฉย

 

 

เยี่ยหลีและม่อซิวเหยาเดินอยู่บนถนนซวนอู่ ถนนเส้นที่ใหญ่ที่สุดของเมืองซิ่นหยาง เมื่อเห็นเพียงความว่างเปล่าและโหรงเหรงก็ถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

 

ม่อซิวเหยาก้มลงมองสีหน้าเซื่องซึมของนาง ยื่นมือไปกระชับมือนางไว้โดยไม่พูดอันใด

 

 

เยี่ยหลีเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มน้อยๆ ให้เขา “ข้าไม่เป็นไรหรอก แค่เพียงเห็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของซีเป่ยต้องมาว่างเปล่าลงเช่นนี้ เลยอดรู้สึกใจหายไม่ได้เท่านั้นเอง”

 

 

ม่อซิวเหยาเอ่ยเสียงเบาว่า “ไว้รอให้ศึกครานี้เสร็จสิ้นลงเสียก่อน ผ่านไปอีกสักสามสี่ปีที่นี่จะต้องกลับมาเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน”

 

 

เยี่ยหลีส่ายหน้า “ไม่ว่าจะเจริญรุ่งเรืองเพียงใด แต่คนเหล่านั้นก็มิใช่คนกลุ่มเดิมที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแห่งนี้”

 

 

แววตาม่อซิวเหยามืดครึ้มลง “เมื่อเกิดศึกขึ้น ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีชาวบ้านตาดำๆ ได้รับบาดเจ็บและล้มตาย”

 

 

“นั่นสินะ…ผลงานความสำเร็จบนกองกระดูกนับหมื่น…” เยี่ยหลีเอ่ยทอดถอนใจเบาๆ

 

 

“ผลงานความสำเร็จบนกองกระดูกนับหมื่น…” ม่อซิวเหยาเอ่ยอย่างใช้ความคิด บรรพชนตระกูลม่อทุกรุ่น ทำศึกอย่างห้าวหาญจนสั่นสะเทือนไปทั่วใต้หล้า ชื่อเสียงอันน่าเกรงขามของกองทัพตระกูลม่อมีสิ่งใดบ้างที่มิได้มาจากเลือดเนื้อของคนจำนวนนับไม่ถ้วน ตำหนักติ้งอ๋องถือตนเองว่าเป็นผู้ปกป้องความสงบสุขของประชาชนต้าฉู่ แต่ในระหว่างการรบที่มีชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ต้องล้มตาย จะมีผู้ใดรวมถึงตัวเขาเองที่รู้สึกผิดต่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นกับพวกเขาบ้าง

 

 

เยี่ยหลีที่เดินนำอยู่ข้างหน้า หันกลับมามองม่อซิวเหยาพร้อมส่งยิ้มให้เขาบางๆ ในแววตาของนางมีแววย้อนรำลึกถึงบางอย่างอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏอยู่ นางเอ่ยเรื่อยๆ ว่า “ท่านรู้หรือไม่ เคยมีคนบอกข้าว่า หน้าที่ของคนเป็นทหารคือการปกปักษ์รักษาแผ่นดิน รักษาความสงบสุขให้กับชีวิตประชาชน และสิ่งที่หมิ่นเกียรติทหารมากที่สุด ก็คือการทำให้ประชาชนที่ตนปกป้องคุ้มครอง ต้องประสบกับภาวะสงครามที่หน้าประตูบ้านของตนเอง”

 

 

ม่อซิวเหยานิ่งเงียบ สีหน้ารำลึกถึงบางสิ่งบางอย่างของอาหลีทำให้เขารู้สึกว่านางอยู่ไกลแสนไกล แต่กลับงดงามจนทำให้เขารู้สึกปวดใจอยู่ลึกๆ จิตใจของเขารู้สึกว้าวุ่นขึ้นมาในบัดดล จนคิดอยากคว้าตัวหญิงสาวตรงหน้าไว้ ประหนึ่งว่าหากมิทำเช่นนั้นนางจะหายตัวไปในชั่วพริบตากระนั้น ดังนั้น เขาจึงทำตามที่ใจตนปรารถนา ยื่นมือออกไปคว้าตัวนางมากอดไว้แนบอก ปลายคางคมวางลงบนศีรษะของนาง เอ่ยเสียงขรึมว่า “เรื่องครานี้ ถือเป็นการหมิ่นเกียรติกองทัพตระกูลม่อจริงๆ”

 

 

เยี่ยหลีหัวเราะขึ้นเบาๆ ส่ายหน้าเอ่ยว่า “ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น ท่านถือเสียว่าข้าพูดจาไร้สาระก็แล้วกัน เรื่องในครานี้…มิใช่ความผิดของท่านหรอก”

 

 

ม่อซิวเหยาเอ่ยเสียงอ่อนว่า “และยิ่งไม่ใช่ความผิดของเจ้า อาหลี เจ้าทำดีที่สุดแล้ว”

 

 

เยี่ยหลีพยักหน้า ในขณะที่นางกำลังจะผละออกจากอ้อนแขนของม่อซิวเหยา ก็ได้ยินน้ำเสียงรื่นหูที่ฟังดูทั้งยินดีและตัดพ้อ ดังลอยมาจากทางด้านหลัง “ซิวเหยา ท่านอยู่ที่นี่เองหรือ”

 

 

เมื่อทั้งสองหันไปมอง ก็เห็นสตรีแสนงามนางหนึ่งกำลังยืนมองมาทางม่อซิวเหยาอยู่ไม่ไกล

 

 

เยี่ยหลีนึกถอนใจ ซูจุ้ยเตี๋ย ไม่เพียงมิใช่หญิงสาวที่มีใบหน้าที่งดงามจับใจเท่านั้น แต่ยังเป็นสตรีที่รู้จักใช้จุดเด่นของตนให้เป็นประโยชน์อีกด้วย ในเมืองซิ่นหยางร้านค้าทั้งหลายต่างปิดกิจการ นางผู้เป็นแขกก็มิได้รับการต้อนรับจากท่านอ๋องและพระชาอย่างดีสักเท่าไร จึงย่อมไม่มีผู้ใดจัดเตรียมชุดและเครื่องประดับที่สวยงามไว้ให้กับนาง แต่สตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้านางนี้ แค่เพียงอยู่ในชุดสีขาวธรรมดาๆ ก็กลับดูเหมือนเป็นเทพธิดาบนสวรรค์ ผมเงางามดำขลับรวบไว้อย่างง่ายๆ ใช้เพียงผ้าสีเงินเส้นหนึ่งผูกไว้หลวมๆ เท่านั้น ปีนี้ซูจุ้ยเตี๋ยอายุยี่สิบห้าปีแล้ว แต่เมื่อนางมายืนอย่างงามสง่าอยู่บนถนนใหญ่เช่นนี้ กลับดูอายุมากกว่าเยี่ยหลีที่อายุสิบห้าสิบหกปีอยู่ไม่เกินสองปีเท่านั้น

 

 

“เจ้ามาทำอันใดที่นี่” ม่อซิวเหยาขมวดคิ้วน้อยๆ มองนางด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

 

ซูจุ้ยเตี๋ยกำมือที่อยู่ในแขนเสื้อแน่น มุมปากกระตุกเล็กน้อย มองม่อซิวเหยาด้วยความเสียใจ “ท่านไม่อยากเห็นหน้าข้าหรือ”

 

 

สีหน้าม่อซิวเหยายังคงเรียบเฉย จ้องนางด้วยสายตาคมกริบพร้อมเอ่ยเสียงขรึมว่า “ข้าถามเจ้า ว่ามาทำอันใดที่นี่”

 

 

ซูจุ้ยเตี๋ยอึ้งไป หัวเราะอย่างขมขื่น มองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ “ข้ารู้แล้ว ที่แท้ท่านก็ยังโกรธข้าอยู่ ยังโทษข้าที่ตอนนั้นข้าทิ้งท่านให้อยู่คนเดียวใช่หรือไม่ แต่ว่า…ข้าเองก็ไม่มีทางเลือก เหตุใดท่านถึงไม่ยอมให้อภัยข้า ท่านคอยกันข้า ทำเหมือนกับข้าเป็นศัตรู หรือว่าแม้แต่ข้าจะออกมาเดินสูดอากาศบ้างก็ไม่ได้เชียวหรือ หากท่านโกรธเกลียดข้าถึงเพียงนั้นจริง เหตุใดถึงไม่ฆ่าข้าเสียให้รู้แล้วรู้รอด”

 

 

ม่อซิวเหยาขมวดคิ้ว ไม่สนใจซูจุ้ยเตี๋ย เอ่ยกับถนนที่ว่างเปล่าว่า “มีใครอยู่บ้าง!”

 

 

ร่างสองร่างปรากฏขึ้นจากมุมถนนอย่างรวดเร็ว รอรับคำสั่งด้วยท่าทีนอบน้อม

 

 

ม่อซิวเหยาชี้นิ้วไปทางซูจุ้ยเตี๋ยที่ยืนปิดหน้าร้องไห้อยู่ เอ่ยเสียงเย็นว่า “เอาตัวนางกลับไป หากให้ข้าเห็นนางออกมาอีก พวกเจ้าก็ไปขอรับโทษเสียก็แล้วกัน”

 

 

“ข้าน้อยรับบัญชา!” ทั้งสองเอ่ยประสานเสียงขึ้นพร้อมกัน

 

 

ซูจุ้ยเตี๋ยมองม่อซิวเหยาด้วยสีหน้านิ่งอึ้ง เอ่ยด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อว่า “ท่านจะกักบริเวณข้าหรือ ซิวเหยา ท่านช่างใจร้ายนัก…ท่านปู่ข้าไม่มีทางยอมให้ท่านทำเช่นนี้กับข้าเป็นแน่!”

 

 

ม่อซิวเหยาเอ่ยเรียบๆ ว่า “ท่านอยากให้ผู้อาวุโสซูรู้ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือ”

 

 

ซูจุ้ยเตี๋ยถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ด้วยนิสัยของท่านปู่ หากรู้ว่าหลายปีนี้นางทำอันใดไปบ้าง จะต้องฆ่านางแน่นอน! ซูจุ้ยเตี๋ยเหลือบมองม่อซิวเหยาและเยี่ยหลีที่ยังคงจับมือกันไม่ปล่อย ถึงแม้นางจะไม่ยินยอม แต่ก็มิอาจไม่เดินตามองครักษ์ลับกลับไปได้ หากถูกคนบังคับจับตัวกลับไปคงยิ่งขายหน้ากว่านี้เป็นแน่

 

 

เยี่ยหลียิ้มรับสายตาโกรธเกลียดที่ซูจุ้ยเตี๋ยส่งมาให้นางก่อนเดินออกไป นางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ต่อให้เป็นหญิงงามหยาดเยิ้มเพียงใด มองบ่อยๆ เข้าก็ชินตาไปเอง นางคิดมาตลอดว่าหญิงงามที่แท้จริง ควรงดงามอย่างพอดีๆ หากงามเกินไป…บางครั้งก็อาจกลายเป็นข้อบกพร่องไปได้

 

 

เยี่ยหลีเดินเป็นเพื่อนม่อซิวเหยาไปรอบเมือง เพื่อสำรวจการวางกำลังทหารตามจุดต่างๆ และปลอบขวัญกำลังใจของชาวบ้านที่โชคดียังมีชีวิตรอด จากนั้นถึงได้กลับไปยังจวนผู้ตรวจการ เพียงเดินเข้ามาในจวน เฟิ่งจือเหยาก็เข้ามาเชิญตัวม่อซิวเหยาไปทันที ส่วนเยี่ยหลีก็กลับไปสะสางงานต่างๆ ที่ตนต้องจัดการยังห้องหนังสือต่อ

 

 

บนโต๊ะหนังสือมีข่าวสารและฎีกาต่างๆ ที่จั๋วจิ้งและหลินหานจัดการรวบรวมมาให้วางอยู่ เมื่อเห็นเยี่ยหลีเดินเข้ามา หลินหานและจั๋วจิ้งที่กำลังหัวหมุนอยู่ก็รีบลุกขึ้นทำความเคารพนางทันที

 

 

เยี่ยหลีโบกมือเป็นสัญญาณบอกว่าพวกเขาไม่ต้องทำความเคารพ ทั้งสองถึงได้นั่งลงตั้งใจอ่านม้วนกระดาษในมือต่อไป

 

 

หลังจากได้รับการอบรมมาสองเดือน จั๋วจิ้งและหลินหานก็พอจะเป็นผู้ช่วยที่ตรงตามความต้องการของเยี่ยหลีขึ้นมาบ้าง โดยเฉพาะจั๋วจิ้ง ด้วยเพราะเขาติดตามอยู่ข้างกายเยี่ยหลีมานานกว่าหลินหาน ดังนั้นจึงรู้ใจเยี่ยหลีมากกว่า หลายคราที่นางไม่จำเป็นต้องเอ่ยปาก นางเพียงแค่ทำท่าหรือเพียงแค่ยกมือ จั๋วจิ้งก็รู้ทันทีนางต้องการสิ่งใด ซึ่งสามารถแบ่งเบางานอันยุ่งวุ่นวายในแต่ละวันของเยี่ยหลีไปได้มาก นางเพียงต้องคอยระวังในเรื่องสำคัญๆ ที่นางต้องเป็นคนตัดสินใจด้วยตนเองเท่านั้น

 

 

“มีข่าวจากองครักษ์ลับสองบ้างหรือไม่” เยี่ยหลีนั่งลง เอ่ยถามพลางหยิบฎีกาอันบนสุดที่นางต้องจัดการขึ้นมา

 

 

หลินหานลุกยืนขึ้น ยื่นฎีกาฉบับหนึ่งส่งให้นาง “เพิ่งได้รับมาเมื่อเช้านี้พ่ะย่ะค่ะ องครักษ์ลับสองให้ม้าเร็วนำมาส่งให้พ่ะย่ะค่ะ”

 

 

เยี่ยหลีรับมาพลิกอ่าน ในฎีกามีตัวหนังสืออยู่เต็มไปหมด ล้วนเป็นข้อมูลเกี่ยวกับซูจุ้ยเตี๋ย รวมถึงฐานะและตำแหน่งของซูจุ๋ยเตี๋ยในซีหลิงในขณะนี้ และข้อมูลทั้งหมดของตระกูลไป๋ที่เป็นตระกูลพื้นเพของนางในซีหลิง เรื่องของซูจุ้ยเตี๋ยยามอยู่ในวัง และความสัมพันธ์ในวังระหว่างนางกับฮ่องเต้และฮองเฮาแห่งซีหลิง

 

 

เมื่ออ่านไปจนจบ เยี่ยหลีส่งเสียงจึ๊จ๊ะในใจด้วยความประหลาดใจ คิดไม่ถึงว่าซูจุ้ยเตี๋ยผู้นี้ มิได้เป็นเพียงสนมที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ซีหลิงเท่านั้น แต่ยังว่ากันว่านางมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับเจิ้นหนานอ๋องอีกด้วย ซูจุ้ยเตี๋ยกับฮองเฮาสกุลไป๋ของซีหลิงมีความสัมพันธ์ที่เลวร้ายต่อกันอย่างมาก เคยเกือบถูกฮองเฮาสกุลไป๋ฆ่าตายไปหลายครั้ง แต่ก็ได้เจิ้นหนานอ๋องช่วยให้ผ่านพ้นจากอันตรายมาได้ทุกครั้งไป จากนั้นเจิ้นหนานอ๋องก็จัดการกดอำนาจของฮองเฮาสกุลไป๋ลงด้วยตนเอง ในวังหลวงซีหลิงยามนี้ ฮองเฮาสกุลไป๋ประหนึ่งเป็นเพียงหุ่นกระบอก เรื่องต่างๆ ภายในวังมีซูจุ้ยเตี๋ยเพียงคนเดียวที่สั่งการได้

 

 

เยี่ยหลีนึกข้องใจ หากเป็นเช่นนี้ ซูจุ้ยเตี๋ยที่มีอำนาจอย่างเต็มที่ในวังหลัง เหตุใดถึงได้เดินทางรอนแรมกลับมายังต้าฉู่ นางไม่กลัวว่าม่อซิวเหยาจะนึกแค้นใจเรื่องในอดีตจนตัดหัวนางทิ้งหรือ หรือว่านางมั่นใจในความงามขอบตนเองมากเกินไป ถึงได้คิดว่าม่อซิวเหยาจะต้องพ่ายแพ้ให้กับชายกระโปรงของนาง

 

 

เมื่ออ่านเรื่องราวที่ดูเสมือนเป็นตำนานของซูจุ้ยเตี๋ยจบ เยี่ยหลีก็เบ้ปากอย่างเบื่อหนาย “อีกเดี๋ยวหากมีเวลาช่วยส่งนี่ไปให้ท่านอ๋องที”

 

 

หลินหานพยักหน้า รับฎีกามาวางลง เตรียมสะสางงานตรงหน้าให้เรียบร้อย แล้วนำไปส่งให้ท่านอ๋อง

 

 

“จุ้ยเตี๋ยขอพบคุณหนูสามตระกูลเยี่ย” ด้านนอกประตู มีเสียงอ่อนหวานของซูจุ้ยเตี๋ยดังขึ้น

 

 

เยี่ยหลีขมวดคิ้ว หยุดคิดเล็กน้อยก่อนเอ่ยว่า “ไป๋กุ้ยเฟย เชิญเข้ามาเถิด”

 

 

ด้านนอกประตู ใบหน้าเรียวของซูจุ้ยเตี๋ยมีแววโกรธเคือง ตวัดสายตามององครักษ์ทั้งสองที่ยืนอยู่หน้าประตู เลิกคิ้วขึ้นเอ่ยว่า “ครานี้ข้าคงเข้าไปได้แล้วสินะ?”

 

 

น่าเสียดาย ใบหน้าอันงดงามที่แฝงแววโกรธเคืองของหญิงงาม ในสายตาขององครักษ์ที่ภักดีทั้งสองแล้ว ก็ดูประหนึ่งเป็นเพียงท่อนไม้เท่านั้น พวกเขาเอ่ยด้วยความเคารพว่า “พระชายาเชิญไป๋กุ้ยเฟยด้านในพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

การเรียกนางว่าไป๋กุ้ยเฟยยิ่งทำให้ในใจนางทั้งนึกโกรธทั้งอับอาย กองทัพตระกูลม่อทุกคนต่างรู้ดีว่านางคือคู่หมั้นของม่อซิวเหยา แต่คนรอบตัวม่อซิวเหยาและเยี่ยหลีกลับเรียกนางว่าไป๋กุ้ยเฟย การเรียกขานนางเช่นนี้ มักทำให้นางนึกสงสัยว่าพวกเขาตั้งใจที่จะเอ่ยแดกดันนางหรือไม่กันแน่

 

 

อันที่จริงนี่เป็นเพราะซูจุ้ยเตี๋ยคิดมากไปเอง ทหารส่วนใหญ่ในกองทัพตระกูลม่อต่างรู้ดีว่าท่านอ๋องเคยมีคู่หมั้นเป็นยอดหญิงงามแห่งใต้หล้า นามซูจุ้ยเตี๋ย แต่ที่พวกเขารู้มากกว่านั้นคือ ซูจุ้ยเตี๋ยได้เสียชีวิตไปแล้ว ถึงแม้นางจะเรียกตนเองว่าซูจุ้ยเตี๋ย แต่หากท่านอ๋องไม่ยอมรับ สำหรับคนเหล่านี้แล้ว นั้นก็มิใช่เรื่องจริง อีกทั้ง ท่านอ๋องและพระชายาต่างเรียกนางว่าไป๋กุ้ยเฟย บรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหลายย่อมต้องเรียกขานตาม

 

 

ซูจุ้ยเตี๋ยส่งเสียงหึเบาๆ ก่อนก้าวเข้าไปในห้องหนังสือ เมื่อเข้าไปในห้องหนังสือก็เห็นเยี่ยหลีนั่งอ่านฎีกาในมืออยู่หลังโต๊ะเขียนหนังสือ อีกด้านหนึ่งของห้องหนังสือไม่ไกลกัน มีโต๊ะหนังสือวางคู่กันอยู่สองตัว มีบัญชี ฎีกาและม้วนกระดาษต่างๆ วางกองพะเนินอยู่เช่นเดียวกัน

 

 

หลินหานและจั๋วจิ้งนั่งสะสางงานในมืออยู่ที่โต๊ะ โดยไม่แม้แต่จะเบนสายตามาหันมองหญิงงามอันดับหนึ่งเลยแม้แต่น้อย มิใช่เพราะพวกเขาไม่ชอบหญิงงาม เพียงแต่หลายวันนี้ หญิงงามผู้นี้มักบังเอิญพบกับท่านอ๋องอยู่เสมอ ที่บังเอิญยิ่งกว่าคือ โดยมากมักเป็นช่วงที่ท่านอ๋องอยู่กับพระชายา ส่วนพวกเขาก็อยู่ข้างกายพระชายาเกือบตลอดเวลา ดังนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้พบหญิงงามอยู่หลายครา

 

 

คนในใต้หล้าที่ชื่นชอบหญิงงามก็ด้วยเพราะนางดูสูงส่งจนเกินเอื้อม แต่หากหญิงงามผู้นั้นมักทำตัวเกาะแกะไล่อย่างไรก็ไม่ไปต่อหน้าพวกเขามากๆ เข้า ต่อให้สวยงามอย่างไร ความงามของนางก็คงลดน้อยลงเป็นธรรมดา

 

 

เมื่อเห็นท่าทียุ่งอยู่กับงานของเยี่ยหลี ความไม่ยอมแพ้ในใจของซูจุ้ยเตี๋ยก็ยิ่งมีมากขึ้น สมัยก่อนตอนที่นางยังอยู่ข้างกายม่อซิวเหยานั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องให้ช่วยจัดการธุระเลย แม้แต่ห้องหนังสือม่อซิวเหยาก็ไม่ให้นางเข้า แต่ในยามนี้ เยี่ยหลีกลับนั่งผึ่งผายอยู่บนเก้าอี้ของม่อซิวเหยา คอยจัดการงานต่างๆ ของตำหนักติ้งอ๋อง สิ่งที่ตนไม่เคยได้รับ กลับต้องมาตกอยู่ในมือคนที่สู้อันใดนางไม่ได้สักอย่าง ความแตกต่างเช่นนี้ จะให้ซูจุ้ยเตี๋ยยอมรับได้อย่างไร

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 148 ทำร้ายความรู้สึก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved