cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 141 เจิ้นหนานอ๋อง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 141 เจิ้นหนานอ๋อง
Prev
Next

 

 

“ใครก็ได้ เอาตัวคนผู้นี้ออกไปตัดหัวที!”

 

 

ทุกคนต่างอึ้งไป หยวนเผยเหลือบมองเฟิ่งจือเหยา เฟิ่งจือเหยาผินหน้าไปมองสวีชิงเจ๋อที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ อาจด้วยเพราะสายตาของเฟิ่งจือเหยาที่รุนแรงเกินไป เพียงมองไปทางเขาโดยที่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากอันใด สวีชิงเจ๋อก็วางหนังสือในมือลง เงยหน้าขึ้นเอ่ยกับเยี่ยหลีว่า “น้องหญิง ระหว่างทำศึก มิอาจตัดหัวทูตได้นะ”

 

 

เยี่ยหลียิ้มน้อยๆ เอ่ยว่า “ขอบคุณพี่รองที่เอ่ยเตือน เช่นนั้นท่านม่อ ท่านจะเดินออกไปเองหรือจะให้ข้าเรียกคนให้มาจับท่านโยนออกไปดี”

 

 

ม่อเฟยหันมองทุกคน ก่อนหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “ที่แท้นี่ก็เป็นธรรมเนียมในการต้อนรับแขกของชายาติ้งอ๋องแห่งต้าฉู่หรือ”

 

 

เยี่ยหลีเอ่ยเรียบๆ ว่า “ถ้าผู้มาถือเป็นแขก ข้าย่อมต้องต้อนรับอย่างแขก แต่หากผู้มาเป็นคนทรยศ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ จริงหรือไม่”

 

 

ม่อเฟยเลิกคิ้วขึ้นมองนาง “ข้อเสนอของท่านอ๋องเรา พระชายาจะไม่พิจารณาสักนิดเลยจริงๆ หรือ”

 

 

เยี่ยหลีกดสายตาลงมองเขา มุมปากยกยิ้มอย่างเย็นเยียบ “ท่านม่อ ท่านคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่าท่านจริงๆ หรือ”

 

 

รอยยิ้มบนใบหน้าของม่อเฟยค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแข็งค้าง ในเมื่อเขาเป็นทูตที่เจิ้นหนานอ๋องส่งให้มาพบเยี่ยหลี ย่อมเป็นคนที่มีความสามารถอยู่บ้าง จะดูไม่ออกได้อย่างไรว่า ในแววตาของหญิงงามตรงหน้านี้มีรังสีสังหารและความเลือดเย็นแฝงอยู่

 

 

ม่อเฟยฝืนหัวเราะ พยักหน้าเอ่ยว่า “ข้าน้อยเข้าใจแล้ว ถ้าเช่นนั้น…ข้าน้อยขอตัว” พูดจบ ม่อเฟยประสานมือคารวะเยี่ยหลีก่อนหมุนตัวเดินออกไป

 

 

ครานี้ที่มายังเมืองเจียงซย่านั้น เดิมทีคิดว่าคงเป็นเรื่องง่ายๆ เพราะต่อให้ชายาติ้งอ๋องมีฐานะและอำนาจที่มากล้นเพียงใด แต่ก็เป็นเพียงสตรีนางหนึ่ง ที่นางมีทุกอย่างในยามนี้ก็ด้วยเพราะอาศัยบารมีของติ้งอ๋องทั้งสิ้น ม่อเฟยจึงไม่เห็นนางอยู่ในสายตา ไม่คิดเลยว่า ชายาติ้งอ๋องไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้เขาได้พูดในสิ่งที่ต้องการ ก็ต้องรีบล่าถอยกลับมาเสียแล้ว

 

 

เยี่ยหลีจับจ้องไปยังแผ่นหลังที่กำลังเดินออกไปของเขา ก่อนเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ขวางไว้”

 

 

ยังไม่ทันขาดคำ ก็มีร่างคนจากทั้งซ้ายและขวาปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูเข้าขวางม่อเฟยไว้ทันที ม่อเฟยถลึงตาขึ้นด้วยความตกใจ หันกลับมาจ้องเยี่ยหลีพร้อมเอ่ยเสียงเข้มขึ้นว่า “พระชายา นี่ท่านหมายความเช่นไร”

 

 

เยี่ยหลียิ้ม “หากท่านม่ออยากไปก็เชิญเถิด แต่ท่านเจิ้นหนานอ๋องนั้น เกรงว่าคงต้องรบกวนให้รั้งอยู่ก่อน”

 

 

สีหน้าม่อเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย ฝืนยิ้มกล่าวว่า “เจิ้นหนานอ๋องอันใดกัน พระชายาล้อเล่นอันใดเช่นนี้”

 

 

เมื่อเยี่ยหลีพูดออกไปเช่นนี้ ทุกคนที่นั่งอยู่ต่างหันไปกวาดตามองสำรวจทั้งสี่คนที่มาพร้อมกับม่อเฟยทันที คนที่ร่างกายสูงใหญ่กำยำนั่นคงไม่ต้องพูดถึง ทุกคนต่างเบนสายตาไปยังอีกสามคนที่ติดตามคณะมากันอย่างพร้อมเพรียง

 

 

เฟิ่งจือเหยา หยวนเผยและฉินเฟิงรีบย้ายจุดที่ตนยืนอยู่อย่างรวดเร็ว ส่วนจั๋วจิ้งเอียงตัวเข้าหาสวีชิงเจ๋อโดยไม่รู้ตัว

 

 

เยี่ยหลีอมยิ้มจ้องมองบุรุษผู้หนึ่งในคณะ “ท่านเจิ้นหนานอ๋อง ในเมื่อมาถึงแล้ว เหตุใดถึงต้องหลบๆ ซ่อนๆ ด้วยเล่า”

 

 

ผ่านไปครู่หนึ่ง ก็มีเสียงหัวเราะอย่างโอหังดังขึ้น บุรุษร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงกลางในชุดเครื่องแต่งกายอย่างผู้ติดตามยกมือขึ้นลูบใบหน้า รูปลักษณ์ที่เดิมดูธรรมดาทั่วไป ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนทันที

 

 

ปีนี้เจิ้นหนานอ๋องมีอายุได้ห้าสิบต้นๆ ใบหน้าเขามีส่วนคล้ายเหลยเถิงเฟิงอยู่ถึงเจ็ดแปดส่วนแต่กลับดูมีความสง่างามและดุดันกว่าหลายส่วน แค่เพียงสายตาที่มองไปทางเยี่ยหลี ก็ทำให้รู้สึกอึดอัดเป็นมากแล้ว ขอเพียงเป็นบุรุษก็สามารถเข้าใจถึงประกายวูบไหวในแววตาของเขาว่ากำลังสื่อความหมายเช่นไร

 

 

บนใบหน้าของบุรุษอย่างเฟิ่งจือเหยา มีแววโกรธเกรี้ยวและรังสีสังหารขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย แต่เยี่ยหลีกลับมิได้นึกโกรธ ช่วงเวลากว่ายี่สิบปีในชาติที่แล้ว มีคนประเภทใดบ้างที่นางไม่เคยพบ แค่สายตาเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้นางสูญเสียความสงบนิ่งไปได้ นางจึงมองอาการหัวเราะอย่างโอหังของเจิ้นหนานอ๋องด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

 

จนเมื่อเจิ้นหนานอ๋องหัวเราะจนหนำใจแล้ว จึงได้เดินไปนั่งลงยังเก้าอี้ตัวหนึ่ง คณะม่อเฟยอีกสี่คนที่เหลือยืนอยู่ด้านหลังเขาด้วยอาการสำรวม ถึงแม้เขาจะอยู่ในชุดอย่างผู้ติดตาม แต่ก็ไม่สามารถบดบังท่าทางหยิ่งยโสและโอหังของเขาเอาไว้ได้

 

 

“พระชายามองออกได้อย่างไร ช่างมีแววตาที่แหลมคมยิ่งนัก ข้าเลื่อมใส” เจิ้นหนานอ๋องเอ่ยด้วยความประหลาดใจ

 

 

เยี่ยหลียกมุมปากขึ้นยิ้ม “จั๋วจิ้ง ข้าเคยสอนพวกเจ้าว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการปลอมตัวเพื่อแทรกซึมนั้นคืออันใดหรือ”

 

 

จั๋วจิ้งเอ่ยตอบเสียงขรึมว่า “ต้องทำตัวให้ดูกลมกลืนไม่โดดเด่น ไม่ดึงดูดความสนใจพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

เจิ้นหนานอ๋องเลิกคิ้ว “ข้าคิดไม่ออกว่าข้าผิดพลาดที่ตรงใด”

 

 

จั๋วจิ้งหันมองเจิ้นหนานอ๋อง แล้วเงยหน้าขึ้นมองเยี่ยหลี

 

 

เยี่ยหลีพยักหน้าน้อยๆ

 

 

จั๋วจิ้งเอ่ยว่า “คนที่มีส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายพิการ ไม่เหมาะที่จะปลอมตัว”

 

 

ชั่วพริบตานั่นเอง สายตาทุกคู่ก็ไปรวมกันอยู่ที่แขนข้างซ้ายของเจิ้นหนานอ๋องทันที คนทั้งใต้หล้าต่างรู้ดีว่า เมื่อสิบกว่าปีก่อน เจิ้นหนานอ๋องพ่ายแพ้ให้กับม่อหลิวฟางจนแขนขาดไปข้างหนึ่ง แต่ยังสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้

 

 

เดิมทีมิค่อยมีผู้ใดสังเกตเห็น แต่เมื่อสายตาทุกคู่จับจ้องไปยังแขนของเขา คนที่สายตาดีก็มองออกทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติไป

 

 

เจิ้นหนานอ๋องมิได้ขยับแขนข้างซ้ายเลย และมือข้างซ้ายก็ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อมาตลอด ถึงแม้ในแขนเสื้อจะมิได้เป็นแขนเสื้อเปล่าๆ แต่เมื่อได้สังเกตดูให้ดี ก็จะเห็นว่าแขนที่อยู่ภายในนั้นดูแข็งกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด หรือต่อให้มีลักษณะเหมือนกันเพียงใด ก็มิอาจทดแทนแขนคนที่แท้จริงได้

 

 

สีหน้าเจิ้นหนานอ๋องดูแข็งขืนขึ้นทันที หางตากระตุกขึ้นสองครั้ง เห็นได้ชัดว่าคำพูดของจั๋วจิ้งคงไปโดนจุดที่เจ็บปวดของเขาเข้าเสียแล้ว การพ่ายแพ้ให้กับม่อหลิวฟาง เป็นเงามืดและเป็นการเสียเกียรติที่มิอาจตัดออกไปจากชีวิตของเขาได้ อีกทั้งม่อหลิวฟางก็เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว เขาไม่มีแม้โอกาสแม้ที่จะกลับมาชนะเขาอีกครั้ง ภาพของเขาในสายตาคนทั้งใต้หล้าคงเหลือเพียง…เหลยเจิ้นถิง เจิ้นหนานอ๋องแห่งแคว้นซีหลิง ไม่มีวันเหนือกว่าม่อหลิวฟาง ดังนั้นเขาจึงยิ่งให้ความสำคัญกับการเอาชนะกองทัพตระกูลม่อและม่อซิวเหยา ด้วยเพราะนี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เขาสามารถล้างอายจากการที่เสียศักดิ์ศรีไปได้

 

 

“ดี ที่แท้ผู้ใต้บังคับบัญชาของพระชายาก็เป็นคนที่มีความสามารถมากกว่าคนทั่วไปนี่เอง” พักใหญ่ ถึงได้ยินเจิ้นหนานอ๋องเอ่ยเสียงขรึมขึ้น

 

 

เยี่ยหลีพยักหน้ายิ้มน้อยๆ “ท่านอ๋องเอ่ยชมเกินไปแล้ว”

 

 

เจิ้นหนานอ๋องกวาดตามองประเมินเยี่ยหลีอยู่รอบหนึ่ง ก่อนเอ่ยปากถามว่า “เมื่อครู่พระชายาบอกปัดข้อความในจดหมายของข้าโดยไม่ลังเล ไม่รู้ว่ายามนี้ได้ลองพิจารณาดูอีกทีแล้วหรือไม่”

 

 

เยี่ยหลียกมือกุมขมับ ส่ายหน้าพร้อมถอนใจเบาๆ “ข้าหาเหตุผลที่จะใคร่ครวญไม่พบเลยแม้แต่น้อย”

 

 

เจิ้นหนานอ๋องหัวเราะเสียงก้อง “หรือพระชายาเห็นว่าข้าสู้ม่อซิวเหยาไม่ได้”

 

 

เยี่ยหลีเอียงศีรษะคิดอยู่เพียงครู่ ก็ส่ายหน้าเอ่ยว่า “จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร อย่างน้อยท่านอ๋องก็อายุมากกว่าท่านอ๋องของข้า”

 

 

เจิ้นหนานอ๋องตาเป็นประกายเล็กน้อย “พระชายาช่างมิใช่สตรีธรรมดาทั่วไปจริงๆ หากข้าบอกว่าขอเพียงพระชายายอมมากับข้า ข้าก็จะถอนทัพทั้งหมดออกจากตงฉู่เล่า”

 

 

“บังอาจ!” หยวนเผยโกรธจัด ทุบโต๊ะพร้อมลุกยืนขึ้น ถลึงตาจ้องเจิ้นหนานอ๋องด้วยความโมโห สีหน้าคนอื่นๆ ต่างก็ดูไม่ดีนัก

 

 

เยี่ยหลียกมือขึ้นห้ามหยวนเผย หัวเราะน้อยๆ “ที่ท่านอ๋องเอ่ยเช่นนี้ออกมา ด้วยเพราะเห็นว่าสตรีอย่างเยี่ยหลีใช้สมองไม่เป็นอย่างนั้นหรือ”

 

 

เจิ้นหนานอ๋องเลิกคิ้วขึ้น เอ่ยด้วยความไม่เข้าใจว่า “เหตุใดพระชายาถึงเอ่ยเช่นนี้”

 

 

เยี่ยหลียิ้มเยาะ “ทัพใหญ่ของซีหลิงจำนวนหลายแสนนายบุกเข้ามาในเขตแดนของต้าฉู่ กว่าจะเคลื่อนทัพมาถึงเมืองเจียงซย่าได้ก็ไม่ง่าย ท่านอ๋องคิดอยากถอนทัพกลับในยามนี้เกรงว่าคงไม่ง่ายเช่นนั้นกระมัง อีกอย่าง…ข้าเห็นว่า หากยอมหมิ่นเกียรติเพื่อแลกกับการให้ท่านอ๋องถอนทัพกลับไป สู้ข้าจับท่านเป็นตัวประกันเพื่อแลกเปลี่ยนจะไม่ง่ายกว่าหรือ ท่านอ๋องว่าจริงหรือไม่”

 

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้ คณะผู้ติดตามของซีหลิงก็หน้าถอดสีทันที บุรุษที่แต่งกายอยู่ในชุดทหารชักดาบที่พกอยู่ข้างกายออกมาขวางหน้าเจิ้นหนานอ๋องไว้ทันที

 

 

คิ้วเรียวของเยี่ยหลีเลิกขึ้นเล็กน้อย อมยิ้มมิได้เอ่ยอันใด

 

 

เจิ้นหนานอ๋องยกมือขึ้น กดอาวุธในมือลูกน้องของตนลง “ในห้องนี้มิมีผู้ใดที่ไม่ใช่ยอดฝีมือ ที่ชายาติ้งอ๋องยอมให้เจ้าพกดาบเข้ามา ก็หมายความว่านางรู้ดีว่าดาบของเจ้าทำอันตรายอันใดไม่ได้ วางลงเถิด”

 

 

ชายผู้นั้นเหลือบมองเยี่ยหลีอย่างไม่ยินยอม แต่ในที่สุดก็เชื่อฟังคำสั่งของเจิ้นหนานอ๋องและยอมวางดาบในมือลง

 

 

ยามเจิ้นหนานอ๋องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้จะถูกจับเป็นตัวประกันอยู่รอมร่อเช่นนี้ เขากลับไม่มีทีท่าร้อนใจเลยแม้แต่น้อย คนที่เป็นนายใหญ่อย่างเยี่ยหลีเองก็ย่อมไม่ใจร้อนเช่นกัน นางค่อยๆ ละเลียดจิบชาไปอย่างใจเย็น

 

 

ผ่านไปพักหนึ่ง เจิ้นหนานอ๋องถึงได้ถอนหายใจออกมา “ถึงแม้ที่ข้าเสี่ยงชีวิตมาในวันนี้ดูจะอันตรายไปสักหน่อย แต่เมื่อได้พบพระชายา ข้ายิ่งรู้สึกว่าเป็นการมาที่ไม่เสียเที่ยว พระชายามีแผนเช่นไรหรือ”

 

 

เยี่ยหลีวางถ้วยชาในมือลง “ข้าบอกไปแล้ว คนอื่นไปได้ แต่เชิญท่านอ๋องพักอยู่ที่นี่สักสองสามวันก่อน”

 

 

เจิ้นหนานอ๋องส่ายหน้า “ในกองทัพยังมีธุระต้องจัดการอีกมาก เกรงว่าคงต้องปฏิเสธน้ำใจของพระชายาแล้ว”

 

 

“ไม่เป็นไร หากท่านอ๋องคิดว่าพวกท่านสามารถฝ่าออกจากเมืองเจียงซย่าไปด้วยกำลังพลเพียงเท่านี้ได้ ก็เชิญตามสบาย”

 

 

เจิ้นหนานอ๋องก้มหน้านิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “เช่นนี้ดีหรือไม่ ในมือข้ามีคนผู้หนึ่งที่พระชายาน่าจะสนใจ คนผู้นี้ข้าจะถือเสียว่าให้พระชายาเป็นของขวัญในโอกาสแรกพบหน้าก็แล้วกัน”

 

 

เยี่ยหลีเลิกคิ้วขึ้น ในใจวูบไหวเล็กน้อย แต่ยังคงมองเขาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

 

 

เจิ้นหนานอ๋องไม่อ้อมคอ้ม เอ่ยออกมาตรงๆ ว่า “หนานโหวซื่อจื่อ ได้ยินว่าเป็นพี่เขยของพระชายาด้วยใช่หรือไม่”

 

 

“หนานโหวซื่อจื่ออยู่กับท่านหรือ”

 

 

เจิ้นหนานอ๋องเพียงอมยิ้มมิได้พูดอันใด

 

 

เยี่ยหลีเอ่ยถามว่า “ข้าจะเชื่อท่านอ๋องได้อย่างไร”

 

 

เจิ้นหนานอ๋องเอ่ยว่า “ข้าให้พระชายาได้พบเขาก่อนก็ยังได้”

 

 

เมื่อเห็นเขามีท่าทีเช่นนี้ เยี่ยหลีก็รู้ว่าเป็นไปได้ถึงแปดส่วนที่หนานโหวซื่อจื่อจะอยู่ในมือเจิ้นหนานอ๋อง และก็ตามมาด้วยคำถามเดียวกัน ว่าจะใช้เจิ้นหนานอ๋องแลกตัวหนานโหวซื่อจื่อกลับมาดีหรือไม่

 

 

นิ่งไปครู่ใหญ่ ในที่สุดเยี่ยหลีก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยว่า “ตกลง เมื่อได้พบหนานโหวซื่อจื่อ ข้าจะปล่อยท่านอ๋องออกจากเมืองทันที”

 

 

“คำไหนคำนั้น”

 

 

เมื่อสั่งคนให้นำตัวคณะของเจิ้นหนานอ๋องออกไปแล้ว บรรยากาศภายในห้องหนังสือก็ร้อนระอุขึ้นทันที

 

 

หยวนเผยเอ่ยถามด้วยความร้อนใจว่า “พระชายา ใช้เจิ้นหนานอ๋องแลกตัวหนานโหวซื่อจื่อกลับมา จะไม่เป็นการ…” ผู้ใดต่างก็ดูออก ว่านี่ถือเป็นการซื้อขายที่ขาดทุน น้ำหนักของหนานโหวซื่อจื่อกับเจิ้นหนานอ๋องนั้นต่างกันมากนัก

 

 

เยี่ยหลีอมยิ้มหันมองเฟิ่งจือเหยาพร้อมเอ่ยถามว่า “เฟิ่งซาน เจ้ามีความเห็นเช่นไร”

 

 

เฟิ่งจือเหยาใช้พัดยันคางตนไว้ คิดเล็กน้อยก่อนเอ่ยว่า “เรามิอาจสังหารเจิ้นหนานอ๋องได้ หากเจิ้นหนานอ๋องเสียชีวิตลง เมืองเจียงซย่ารวมถึงพื้นที่ที่กองทัพซีหลิงควบคุมอยู่ จะต้องนองเลือดด้วยการแก้แค้นของซีหลิงอย่างแน่นอน แล้วยังเหลยเถิงเฟิง เจิ้นหนานอ๋องซื่อจื่อที่รักษาการณ์อยู่ที่เมืองซิ่นหยางอีก นั่นก็มิใช่คนที่จะต่อกรด้วยได้ง่ายนัก หากเขาต้องการแก้แค้นให้บิดาด้วยการบุกทะลวงมายังเจียงซย่า พวกเราก็ใช่ว่าจะต้านไว้ได้ อีกอย่าง หากเจิ้นหนานอ๋องเสียชีวิตลง การถ่วงดุลทางอำนาจระหว่างทั้งสามแคว้นรวมถึงความรู้สึกที่ราชสำนักมีต่อกองทัพตระกูลม่อคงจะเปลี่ยนไปจนยากจะคาดเดาได้ ถึงเวลานั้นพวกเรา… อีกอย่าง ถึงแม้หนานโหวจะทำตัวเป็นกลางไม่สนใจเรื่องทางการเมืองมาโดยตลอด แต่ยังคงมีอิทธิพลต่อราชสำนักและคนในกองทัพอยู่ไม่น้อย หากพวกเราช่วยหนานโหวซื่อจื่อออกมา ต่อให้ตำหนักติ้งอ๋องไม่มีตัวช่วยเพิ่ม แต่อย่างน้อยก็จะไม่มีศัตรู”

 

 

หยวนเผยเองมิใช่คนที่ไม่ประสาเรื่องอุบายทางการเมือง เมื่อได้ยินเฟิ่งจือเหยาเอ่ยเช่นนี้ ก็นิ่งคิดอยู่เพียงครู่ แล้วจึงพยักหน้าเอ่ยว่า “ข้าน้อยใคร่ครวญไม่รอบคอบ พระชายาโปรดอภัยด้วย”

 

 

เยี่ยหลีส่ายหน้า “หากสามารถสังหารเจิ้นหนานอ๋องได้ย่อมเป็นเรื่องดี น่าเสียดายที่ยามนี้พวกเรายังเตรียมตัวไม่พร้อม ให้เขามีหัวบนบ่าไปอีกสักพักก็แล้วกัน”

 

 

ทุกคนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ต่างก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

 

 

เยี่ยหลีหุบยิ้มบนใบหน้าลงอย่างรวดเร็ว เอ่ยด้วยสีหน้าเป็นงานเป็นการว่า “พวกเรามาหารือกันดีกว่าว่าจะนำตัวหนานโหวซื่อจื่อกลับมาได้อย่างไร ฉินเฟิง เจิ้นหนานอ๋องมอบหมายให้เจ้าก็แล้วกัน”

 

 

ฉินเฟิงพยักหน้า “พระชายาโปรดวางใจ ข้าน้อยขอรับรองว่าจะมิให้คนนอกได้แตะต้องเจิ้นหนานอ๋องเลยแม้แต่เส้นผมพ่ะย่ะค่ะ”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 141 เจิ้นหนานอ๋อง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved