cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 132 ออกศึก (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 132 ออกศึก (1)
Prev
Next

 

 

ข่าวจากชายแดนมีส่งมาตลอดทุกวัน สถานการณ์ภายในตำหนักว่าราชการก็หนักอึ้งขึ้นทุกวันเช่นกัน ทัพใหญ่ของซีหลิงบุกโจมตีอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาครึ่งเดือน ตีเมืองแตกไปได้ติดต่อกันสามเมืองและ ขยับเข้าใกล้เมืองซิ่นหยางขึ้นเรื่อยๆ

 

 

พอขึ้นเก้าค่ำเดือนเก้า ก็มีข่าวส่งมาว่า กองทัพหนึ่งแสนนายที่นำโดยเหลิ่งฉิงอวี่และหนานโหวซื่อจื่อถูกกองทัพห้าหมื่นนายที่นำโดยเจิ้นหนานหวังโจมตีระหว่างทาง เสียหายไปครึ่งหนึ่ง ทหารส่วนที่เหลือร่นถอยกลับไปรักษาเมืองซิ่นหยาง

 

 

ขึ้นสิบค่ำเดือนเก้า ซิ่นหยางถูกล้อม ในขณะเดียวกัน ทัพใหญ่ของซีหลิงก็แบ่งออกเป็นสามทาง เดินทางไปทางเหนือ ทางใต้ และตอนกลาง เมืองหน้าด่านทั้งหลายต่างส่งจดหมายขอกำลังเสริมโดยด่วนกันมาอย่างไม่ขาดสาย แต่ในยามนี้ กลับยังคงไม่เห็นแม้แต่เงาติ้งอ๋อง ที่คอยปกป้องต้าฉู่มาตลอดร้อยปี ยามนี้ตำหนักติ้งอ๋องจึงมีผู้คนเดินเข้าออกขวักไขว่กันประหนึ่งตลาดเลยทีเดียว

 

 

“พระชายา”

 

 

ภายในห้องหนังสือ เยี่ยหลีเงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าพ่อบ้านม่อที่ยืนอยู่หน้าประตู แล้วเอ่ยถามว่า “มีผู้ใดมาขอพบอีกหรือ”

 

 

หัวหน้าพ่อบ้านม่อเอ่ยเสียงขรึมว่า “ฮว่ากั๋วกงและหนานโหวมาขอพบพ่ะย่ะค่ะ หนานโหวซื่อจื่อหายตัวไปกลางสมรภูมิรบพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

“หายตัวไปหรือ! เป็นไปได้อย่าไร…” เยี่ยหลีขมวดคิ้วมุ่น นางพอรู้แล้วว่าฮว่ากั๋วกงและหนานโหวมาด้วยเหตุอันใด เพียงแต่คงมาด้วยเรื่องที่ทำให้นางลำบากใจเสียแล้ว

 

 

เยี่ยหนีถอนหายใจเบาๆ เอ่ยว่า “เชิญฮว่ากั๋วกงผู้เฒ่ากับหนานโหวเข้ามาเถิด”

 

 

ไม่นาน ฮว่ากั๋วกงและหนานโหวก็เดินมาถึงหน้าประตู เยี่ยหลีรีบลุกยืนเดินออกไปต้อนรับ พร้อมเอ่ยขัดทั้งสองที่เตรียมจะคารวะนาง “ที่นี่ไม่มีคนนอก ช่างพิธีพวกนี้เถิด กั๋วกงผู้เฒ่า หนานโหว เชิญนั่งก่อน”

 

 

ทั้งสองเอ่ยขอบคุณนางแล้วนั่งลง จนเมื่อมีสาวใช้ยกน้ำชาเข้ามาให้แล้ว เยี่ยหลีถึงได้เอ่ยถามว่า “กั๋วกงผู้เฒ่ากับหนานโหวมาพร้อมกันเช่นนี้ ด้วยเรื่องทางชายแดนใช่หรือไม่”

 

 

หนานโหวทอดถอนใจด้วยสีหน้าห่อเ**่ยว “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ รบกวนพระชายาแล้ว”

 

 

เยี่ยหลีส่ายหน้า “ซื่อจื่อกับข้าไม่ถือเป็นคนอื่นคนไกลกัน ท่านโหวอย่าเพิ่งร้อนใจไป ข้าจะรีบสั่งคนให้ออกตามหาซื่อจื่อโดยทันที”

 

 

หนานโหวส่ายหน้า เอ่ยพร้อมทอดถอนใจว่า “ฉวนเอ๋อร์ไปเพื่อแสดงความกตัญญูต่อแผ่นดิน จะเป็นหรือตายก็สุดแท้แต่สวรรค์ เพียงแต่…พระชายา เชื่อว่าพระชายาน่าจะรู้ข่าวจากชายแดนเร็วกว่าพวกเรา เกรงว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป คงรอไม่ถึงยามที่ติ้งอ๋องกลับมา กองทัพหลายแสนนายที่ชายแดนคงถูกทำลายจนหมดสิ้น!”

 

 

เยี่ยหลีเองก็ถอนใจเบาๆ “เจิ้นหนานอ๋องแห่งซีหลิงเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่เป็นสิบปี ยามนี้กลับมาแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง จะธรรมดาได้อย่างไร เพียงแต่ถึงแม้ตำหนักติ้งอ๋องจะส่งข่าวไปยังเป่ยหรงนานแล้ว แต่จนถึงทุกวันนี้ท่านอ๋องก็ยังไม่มีจดหมายอันใดส่งกลับมา ข้าเองก็…ไม่รู้จะทำเช่นไรดี…”

 

 

ฮว่ากั๋วกงถอนหายใจหนักๆ “แค่เพียงการส่งตัวเจ้าสาว เหตุใดฝ่าบาทถึงต้องส่งติ้งอ๋องไปด้วย หนำซ้ำในราชสำนักยามนี้ แม่ทัพที่สามารถนำทัพออกไปสู้ศึกได้ก็มีแต่แม่ทัพมู่หรงที่อยู่ไกลถึงหย่งโจว แม่ทัพจิ้งกั๋วก็รักษาการอยู่ที่ชายแดนเป่ยหรง ข้า…” ฮว่ากั๋วกงถอนใจยาวออกมาอีกครั้ง ก่อนหุนหันลุกขึ้นจะเดินออกไปด้านนอก “ข้าจะไปขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทเดี๋ยวนี้ ให้ส่งคนแก่ยังไม่ตายอย่างข้าออกไปทำศึก!”

 

 

เยี่ยหลีและหนานโหวรีบรั้งเขาไว้ หนานโหวยิ้มขื่น “กั๋วกงผู้เฒ่า ต่อให้ต้องนำทัพไปออกศึกก็ให้เป็นหน้าที่พวกเราเถิด จะให้ท่านไปลำบากอีกได้อย่างไร”

 

 

เยี่ยหลีมองชายชราทั้งสองที่อายุรวมกันน่าจะมากกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบปีแล้วได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ นางเข้าใจจุดประสงค์ในการมาของพวกเขา แต่ก็มิอาจจะกล่าวโทษอันใดพวกเขาได้ ด้วยเพราะพวกเขากับม่อจิ่งฉี เสนาบดีหลิ่ว และมู่หยางโหวนั้นไม่เหมือนกัน พวกเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของทหารและชาวบ้านที่อยู่บริเวณชายแดนของต้าฉู่ด้วยใจจริง ด้วยเพราะพวกเขาก็เคยเป็นทหารคนหนึ่งมาก่อน แค่เพียงข้อนี้ นางก็มิอาจต่อว่าอันใดพวกเขาได้แล้ว

 

 

“กั๋วกงผู้เฒ่า ท่านโหว…”

 

 

ฮว่ากั๋วกงหันกลับไปมองดวงตาใสประหนึ่งมีเปลวเทียนอยู่ในแววตาของเยี่ยหลีแล้วก็ชะงักไป ก่อนกลับลงนั่งอีกครั้ง ฮว่ากั๋วกงเอ่ยด้วยความรู้สึกผิดว่า “พระชายาอย่าได้โทษคนแก่ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างข้า ที่มารบกวนท่านเช่นนี้เลย จริงๆ ข้า…”

 

 

เยี่ยหลีส่ายหน้าเอ่ยว่า “กั๋วกงผู้เฒ่ากล่าวเกินไปแล้ว เยี่ยหลีเข้าใจดี”

 

 

ฮว่ากั๋วกงเอ่ยว่า “ยามนี้ซิวเหยาไม่อยู่ ท่านเป็นสตรีเพียงคนเดียวต้องรับผิดชอบตำหนักใหญ่อย่างตำหนักติ้งอ๋องนั้นก็ไม่ง่ายแล้ว คนแก่อย่างข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร เพียงแต่ทางชายแดนอยู่ในสถานการณ์คับขัน เกรงว่าคงรอให้ท่านอ๋องกลับมาไม่ทันแล้ว ความสามารถของพระชายานั้นข้าเคยได้ยินมาอยู่ไม่น้อย ขอพระชายาได้โปรดเห็นแก่ประชาชนชาวต้าฉู่และทหารทางชายแดน ช่วยเหลืออันใดสักหน่อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ ที่ข้าพูดว่าจะนำทหารไปออกศึกเมื่อครู่นั้น มิได้พูดไปอย่างนั้น ความกังวลของพระชายา ข้าเข้าใจเป็นอย่างดี หากพระชายาเชื่อใจคนแก่อย่างข้า ข้าจะนำทัพไปด้วยตนเอง อย่างน้อยก็สามารถช่วยยื้อไปจนกว่าติ้งอ๋องกลับมาได้พ่ะย่ะค่ะ และต่อให้ฝ่าบาทร้อนพระทัยเพียงใด ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ก็คงไม่มัวพะวงแต่กับการยึดอำนาจทหารของข้าหรอกพ่ะย่ะค่ะ หากรอจนติ้งอ๋องกลับมาแล้วรีบเดินทางไปบัญชาการทัพใหญ่ยังชายแดน ทุกอย่างก็คงพังพินาศหมดแล้ว พระชายาท่านเห็นว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

เยี่ยหลียิ้มขื่น “กั๋วกงผู้เฒ่ามั่นใจเพียงนี้เชียวหรือว่าเยี่ยหลีจะสามารถสั่งเคลื่อนพลกองทัพตระกูลม่อได้”

 

 

คิ้วขาวของฮว่ากั๋วกงเลิกขึ้น สบตาเยี่ยหลีแล้วเอ่ยว่า “พระชายาสามารถสั่งเคลื่นอพลได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ หากพระชายาบอกไม่ได้ ข้าก็จะลุกออกไปเดี๋ยวนี้”

 

 

เยี่ยหลีนิ่งไปพักใหญ่ เงยหน้าขึ้นเอ่ยว่า “อำนาจทหารมิอาจให้กั๋วกงผู้เฒ่าได้ มิใช่เพราะเยี่ยหลีไม่เชื่อใจกั๋วกง เพียงแต่เกรงว่า ต่อให้ข้าให้ตราหทารแก่กั๋วกงไป ก็คงมิอาจสั่งเคลื่อนพลได้ง่ายเช่นนั้นอยู่ดี”

 

 

แววตาของฮว่ากั๋วกงและหนานโหวดูผิดหวัง แต่กลับได้ยินเยี่ยหลีเอ่ยต่อเรียบๆ ว่า “เช่นนั้นเยี่ยหลีเดินทางไปชายแดนด้วยก็แล้วกัน เพียงแต่กั๋วกงผู้เฒ่าอายุมากแล้ว เกรงว่าคงมิอาจเดินทางตรากตรำไกลๆ เช่นนั้นได้…”

 

 

หนานโหวเอ่ยด้วยความยินดีว่า “หากพระชายาเชื่อใจข้า ข้าจะรีบไปทูลขอให้ฝ่าบาททรงอนุญาตให้ข้านำทัพออกไปพ่ะย่ะค่ะ ไม่สิ ให้ข้าเป็นเพียงรองแม่ทัพก็พอ ส่วนตำแหน่งแม่ทัพนั้นจะเก็บไว้รอติ้งอ๋องกลับมาพ่ะย่ะค่ะ!”

 

 

ฮว่ากั๋วกงมองประเมินเยี่ยหลีด้วยท่าทีประหลาดใจ นัยน์ตามีแววชื่นชมพร้อมพยักหน้า “ดี ซิวเหยามีสายตาแหลมคมยิ่งนัก เรื่องครานี้คงต้องขอรบกวนพระชายาแล้ว”

 

 

เยี่ยหลีส่ายหน้าเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “กั๋วกงผู้เฒ่าอย่าเพิ่งดีใจเร็วจนเกินไปนัก ท่านกับข้าคิดหาวิธีกันดีเลิศเพียงใดก็มิแน่ว่าฝ่าบาทจะทรงเห็นด้วย”

 

 

ฮว่ากั๋วกงเอ่ยเสียงขรึมว่า “หากฝ่าบาทเป็นประมุขแห่งแคว้นที่แท้จริง ย่อมต้องรับปากอย่างแน่นอน”

 

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หนานโหวก็ถึงกับอึ้งไป เหลือบมองด้านนอกห้องหนังสือก่อนเอ่ยเสียงต่ำว่า “กั๋วกงผู้เฒ่า พูดเช่นนี้ไม่ได้นะ”

 

 

กั๋วกงผู้เฒ่าส่งเสียงหึเบาๆ แล้วมิได้พูดอันใดอีก

 

 

เมื่อส่งฮว่ากั๋วกงและหนานโหวกลับไปแล้ว เยี่ยหลีเดินกลับเข้าห้องหนังสืออีกครั้งก็เห็นเฟิ่งจือเหยายืนพลิกหนังสืออยู่ที่ข้างชั้นหนังสือ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของนางถึงได้หันกลับมาเอ่ยด้วยความเป็นกังวลว่า “พระชายารับปากกั๋วกงผู้เฒ่ากับหนานโหวเรื่องจะเดินทางไปชายแดนแล้วจริงหรือ”

 

 

“เจ้าได้ยินแล้วหรือ” เยี่ยหลีเอ่ยยิ้มๆ เดินกลับไปนั่งยังโต๊ะหนังสือ “ซีหลิงยกทัพมาอย่างดุดัน หากกองทัพตระกูลม่อคิดอยากจะนิ่งเฉยคงเป็นไปไม่ได้ ต่อให้ท่านอ๋องไม่อยู่ ข้าจะเก็บอำนาจทหารไว้ไม่ปล่อยไป ผู้คนอาจยังพอเข้าใจได้ แต่หากการศึกเกิดเลวร้ายลงไปกว่านี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็คงใช้ไม่ได้แล้ว คนทั้งใต้หล้าจะเห็นเพียงว่าต้าฉู่ถูกคนต่างเผ่าพันธุ์รุกราน แต่กองทัพตระกูลม่อกลับนิ่งดูดายทำเหมือนไม่เห็น อีกอย่าง ในเมื่อไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องออกไปทำศึก เช่นนั้นยิ่งไปอยู่ในสนามรบเร็วเท่าใดก็ยิ่งควบคุมสถานการณ์ได้เร็วเท่านั้น อีกอย่าง…ถึงข้ารับปากไปแล้ว แต่ก็ไม่แน่ว่าท่านในวังจะรับปากด้วย”

 

 

เฟิ่งจือเหยายิ้มเยาะ “หากเขาไม่รับปาก ต่อไปหาคนทั้งใต้หล้าวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก็คงไม่เกี่ยวกับพวกเราแล้ว”

 

 

เยี่ยหลีพยักหน้า “ผ่านมาก็นานเช่นนี้แล้ว หากทางฝั่งท่านอ๋องผ่านไปได้ด้วยดี ทัพใหญ่ของพวกเราเดินทางไปถึงชายแดน ท่านอ๋องก็คงรีบตามกลับไปทัน”

 

 

เมื่อเอ่ยถึงม่อซิวเหยา เฟิ่งจือเหยาก็อดขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้ “เวลาล่วงเลยมานานเช่นนี้แล้ว เหตุใดถึงยังไม่มีข่าวจากท่านอ๋องอีก”

 

 

“บางทีอาจมีคนไม่อยากให้เขากลับมา ไม่มีข่าวเลยอย่างน้อยก็แสดงว่ายามนี้เขายังไม่เป็นอันใด เจ้าไปเตรียมตัวเถิด แล้วช่วยบอกหัวหน้าพ่อบ้านม่อด้วย หากชายารองหนานโหวซื่อจื่อมา ก็ให้เชิญกลับไปก่อน”

 

 

“พ่ะย่ะค่ะ” เฟิ่งจือเหยาพยักหน้า หยุดลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “พระชายา ครานี้ให้ข้าเฟิ่งซานเดินทางไปชายแดนกับท่านด้วยเถิด”

 

 

เยี่ยหลีขมวดคิ้ว “ข้ากับท่านอ๋องไม่อยู่เมืองหลวง ถึงแม้ตำหนักติ้งอ๋องคงไม่มีเรื่องอันใด แต่ก็ต้องมีคนคอยอยู่ดูแลความเรียบร้อย”

 

 

เฟิ่งจือเหยาเอ่ยว่า “มีอาม่ออยู่ก็พอแล้ว ถึงแม้ตำหนักติ้งอ๋องจะมีการวางกำลังกันอย่างเข้มงวด แต่กับกองทัพตระกูลม่อนั้นก็ไม่ถือว่ามีประโยชน์อันใดมากนั้น อีกอย่างหัวหน้าพ่อบ้านม่อก็ดูแลจัดการเรื่องในตำหนักมาหลายสิบปีแล้ว อย่างไรก็เชี่ยวชาญกว่ามือสมัครเล่นอย่างข้ามากนัก”

 

 

เยี่ยหลีนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “ข้ารู้แล้ว เจ้ากลับไปก่อนเถิด ไว้ข้าจะลองคิดดู ในเมื่อเจ้าเตรียมตัวจะไปออกศึกด้วยกันแล้ว คนที่ควรไปบอกลา ก็ไปลอกลาเสียเถิด”

 

 

เฟิ่งจือเหยาอึ้งไป ระบายยิ้มอย่างเจ็บปวด “ข้าเป็นเพียงชายโสด จะมีผู้ใดให้ต้องบอกลากัน…”

 

 

เยี่ยหลีอมยิ้มมองเขา “หลอกตัวเองไปก็ไม่มีประโยชน์ อย่าถึงเวลาแล้วมาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”

 

 

เฟิ่งจือเหยาใจลอยด้วยความมึนงง เมื่อพอตั้งสติกลับมาได้จึงเดินออกไปอย่างจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

 

 

ข้อเสนอของฮว่ากั๋วกงและหนานโหวนั้น ม่อจิ่งฉีไม่แม้แต่จะฟังให้จบ เอ่ยปฏิเสธกลางท้องพระโรงในทันที เยี่ยหลีมิได้ใส่ใจเรื่องนี้สักเท่าใด แต่กลายเป็นสวีหงเยี่ยนกับสวีชิงเจ๋อที่พากันมายังตำหนักติ้งอ๋องในทันที

 

 

สวีหงเยี่ยนมิได้พูดอันใดออกมาสักเท่าใด ถึงแม้เขาจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งสำคัญ แต่กลับมองเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองในราชสำนักได้อย่างทะลุปรุโปร่งเสียยิ่งกว่าคนที่อยู่ในสถานการณ์ด้วยตนเองเสียอีก เขาถอนหายใจยาวหลังจากเอ่ยเตือนนางไม่กี่ประโยค แล้วจึงหมุนตัวเดินกลับไป

 

 

สวีชิงเจ๋อนิ่งเงียบไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาตามปกติ แต่ก่อนกลับถึงได้หันมาพูดกับนางว่า “หากเจ้ายืนยันที่จะไป วันพรุ่งนี้ข้าจะทูลขอฝ่าบาทเดินทางไปชายแดนกับเจ้าด้วย”

 

 

เยี่ยหลีคลี่ยิ้มบางๆ “พี่รองจะแต่งงานอยู่ในเร็ววันนี้แล้ว หากเพราะเรื่องของหลีเอ๋อร์ทำให้ต้องเลื่อนงานแต่งงานออกไป ท่านป้าฉินกับท่านป้าสะใภ้จะไม่โกรธข้าเอาหรือเจ้าคะ องครักษ์ในตำหนักติ้งอ๋องมีอยู่มากพอดู พี่รองวางใจเถิดเจ้าค่ะ”

 

 

สวีชิงเจ๋อขมวดคิ้ว “ไปด้วยกัน ท่านลุง ท่านพ่อและท่านปู่จะได้พอวางใจได้หน่อย” พูดจบเขาก็ไม่สนใจว่าเยี่ยหลีคิดจะพูดสิ่งใดอีก หมุนตัวเดินจากไปอย่างหัวเสียทันที

 

 

ข่าวร้ายจากชายแดนถูกส่งมาทุกวันไม่มีว่างเว้น ถึงแม้คนที่อยู่ไกลถึงเมืองหลวงจะไม่ได้เห็นหยาดเลือดที่สาดกระเซ็น แต่ข่าวการเสียเมืองและจำนวนคนที่บาดเจ็บและล้มตายนั้น กลับทำให้ผู้คนต่างรู้สึกตระหนกตกใจ

 

 

ผู้คนต่างเรียกร้องให้ตำหนักติ้งอ๋องออกไปทำศึกกันมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเพราะทุกคนต่างเคยชินกับการมีหน่วยทหารในชุดดำ ช่วยปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยของพวกเขาไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดกันเสียแล้ว

 

 

แต่ในครั้งนี้ เกิดสงครามขึ้นมาได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว แต่กลับไม่ได้ยินข่าวจากตำหนักติ้งอ๋องหรือกองทัพตระกูลม่อเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ประชาชนหรือแม้กระทั่งข้าราชการและชนชั้นสูงทั้งหลายอดรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาไม่ได้ คนทั้งเมืองหลวงต่างวิตกกังวลและอยู่กันอย่างไม่เป็นสุข

 

 

จนเมื่อมีข่าวว่าติ้งอ๋องอยู่ไกลถึงเป่ยหรง และชายาติ้งอ๋องจะไปออกศึกแทนสามี แต่กลับถูกฮ่องเต้ปฏิเสธแพร่ออกไป ขุนนางในราชสำนักจึงต่างพูดไม่ออก และเริ่มเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นในหมู่ประชาชน ซึ่งต่างเป็นไปในทางที่ไม่พอใจต่อการตัดสินพระทัยของฝ่าบาท

 

 

แต่ในขณะนี้ม่อจิ่งฉีกลับไม่มีกระจิตกระใจจะกลบข่าวนี้ จนทำให้ทั่วทั้งเมืองหลวงหรือแม้แต่ประชาชนในเมืองอื่นๆ มีหนังสือยื่นถึงฮ่องเต้กันอย่างไม่ขาดสาย ประหนึ่งสามารถท่วมห้องทรงพระอักษรไปได้แล้วเสียครึ่งหนึ่ง

 

 

สามวันให้หลัง ในที่สุดม่อจิ่งฉีก็มีราชโองการแต่งตั้งให้หนานโหวเป็นรองแม่ทัพ เดินทางไปรับศึกปราบผู้รุกรานจากซีหลิงพร้อมชายาติ้งอ๋อง ด้วยใบหน้าถมึงทึง

 

 

เมื่อเยี่ยหลีได้รับราชโองการ ก็นึกเบ้ปากในใจ ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องของตนไปเตรียมตัว

 

 

ข่าวการเตรียมเคลื่อนพลไปออกรบของกองทัพตระกูลม่อสร้างความยินดีให้กับคนทั้งเมืองหลวง ปานประหนึ่งแค่เพียงมีกองทัพตระกูลม่อออกไปทำศึก ก็จะทำให้ทัพใหญ่ของซีหลิงพ่ายแพ้อย่างราบคาบได้อย่างง่ายดายกระนั้น

 

 

เมื่อเยี่ยหลีเห็นเช่นนี้ก็อดทอดถอนใจด้วยความหดหู่ไม่ได้ ม่อซิวเหยาพูดไว้ไม่ผิดเลย หลายปีมานี้ความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของตำหนักติ้งอ๋อง ทำให้แม่ทัพที่แท้จริงในต้าฉู่มีจำนวนน้อยเต็มที หากเกิดอันใดขึ้นกับตำหนักติ้งอ๋อง สถานการณ์ของต้าฉู่คงน่าสิ้นหวังมากเป็นแน่

 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 132 ออกศึก (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved