cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 129 ซีหลินยกทัพ (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 129 ซีหลินยกทัพ (1)
Prev
Next

ภายในห้องหนังสือ เงียบสงัดประหนึ่งหากมีเข็มตกสักเล่มหนึ่งก็ยังได้ยิน เยี่ยหลีนั่งเงียบมองชายวัยกลางคนตรงหน้า ใบหน้างดงามนิ่งเรียบอย่างไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น แต่กลับมิอาจปิดบังคลื่นความตระหนกตกใจจากสิ่งที่ใด้ยินได้ฟังเมื่อครู่ได้

 

 

ม่อซิวเหวินเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อยด้วยเพราะเรื่องสุขภาพ ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่สามารถคาดเดาได้ว่าจะต้องมีความลับอันใดที่มิมีผู้ใดล่วงรู้อย่างแน่นอน เพียงแต่ต่อให้เป็นเยี่ยหลีก็คาดไม่ถึงว่าการตายของม่อซิวเหวินจะเกี่ยวข้องกับท่านนั้นในวังหลวงด้วย

 

 

ในปีนั้น ที่ม่อซิวเหวินป่วยจนเสียชีวิตและกองทัพตระกูลม่อถูกลดบทบาทลงนั้น ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเพิ่งขึ้นครองราชย์ได้ไม่ถึงสามปี ที่ผลีผลามลงมือกับตำหนักติ้งอ๋องเช่นนี้…

 

 

“พระชายายังอยากรู้อันใดอีกหรือไม่” มู่ฉิงชังมองเยี่ยหลีด้วยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง สีหน้าของเขาดูมีความสุขบนความทุกข์ของนางอยู่ไม่น้อย

 

 

เยี่ยหลีเอ่ยเรียบๆ ว่า “ทั้งหมดที่ท่านรู้”

 

 

มู่ฉิงชังอึ้งไป มองจ้องเยี่ยหลี “ทั้งหมดหรือ พระชายาคิดดีแล้วใช่หรือไม่ ความลับบางเรื่องนั้นเพียงพอที่ส่งผลกระทบไปทั้งต้าฉู่หรือแม้กระทั้งทั่วทั้งใต้หล้าได้เลยทีเดียวนะพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

เยี่ยหลีหัวเราะเสียงเย็น “ถึงแม้ข้าจะไม่เคยได้พบหน้าติ้งอ๋องคนก่อนมาก่อน แต่อย่างไรท่านก็เป็นพี่ชายของสามีข้า และก็ถือเป็นพี่ชายของข้า อีกอย่าง…ท่านตกอยู่ในมือข้าแล้ว ท่านคิดว่าหากข้าไม่ได้ยินจากปากผู้อื่น แล้วคิดว่าข้าจะไม่รู้ถึงความลับนี้หรือ”

 

 

มู่ฉิงชังนิ่งไปครู่หนึ่ง ถอนใจเบาๆ “ติ้งอ๋องช่างมีวาสนานัก ในเมื่อพระชายายืนยันเช่นนั้น ข้าน้อยก็จะเล่าทุกอย่างให้พระชายาฟัง ถือเสียว่าเป็นการตอบแทนที่พระชายาช่วยทำตามความต้องการของข้าน้อยก็แล้วกัน”

 

 

เยี่ยหลีกับมู่ฉิงชังนั่งสนทนากันอยู่ในห้องหนังสือตลอดเช้า มิมีผู้ใดรู้ว่าพวกเขาสนทนาถึงเรื่องใดบ้าง เมื่อยามที่ออกมาจากห้องหนังสือ สีหน้าทั้งสองดูหนักอึ้งไม่น้อย

 

 

มู่ฉิงชังถูกองครักษ์สองคนนำตัวออกไป แต่ก่อนไปจู่ๆ เขาก็หันกลับมามองเยี่ยหลีพร้อมเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “ข้าน้อยมองออกว่าพระชายาเป็นคนเด็ดขาด ข้าน้อยบอกข่าวให้ท่านโดยไม่คิดค่าตอบแทนอีกสักข่าวดีหรือไม่”

 

 

เยี่ยหลีเอ่ยเรียบๆ ว่า “ข้ารอฟังอยู่”

 

 

“ซีหลิงตัดสินใจที่จะยกทัพมายังต้าฉู่ในขึ้นสิบห้าค่ำเดือนแปดนี้ พระชายาคิดจะทำเช่นไร” พูดจบ เขามิได้สนใจจะมองสีหน้าของเยี่ยหลีอีก จากที่มู่ฉิงชังดูหดหู่ก่อนหน้านี้ ก็เปลี่ยนเป็นหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพร้อมออกเดินไปทันที

 

 

รอยยิ้มบนริมฝีปากของเยี่ยหลีค่อยๆ หายไป เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเหนือบริเวณเรือนอยู่พักใหญ่ ก่อนสะบัดแขนออกเดินไป “รีบไปบอกเฟิ่งซานกับซุนเหยียน ให้มาพบข้าที่ห้องหนังสือเดี๋ยวนี้!”

 

 

เฟิ่งจือเหยากับซุนเหยียนมาถึงอย่างรวดเร็ว ทั้งสองมาถึงแทบจะพร้อมเพรียงกัน เพียงก้าวเข้าไปในห้องหนังสือก็เห็นเยี่ยหลีกับจั๋วจิ้งกำลังนั่งพลิกม้วนกระดาษหนาๆ บนโต๊ะหนังสืออยู่ เฟิ่งจือเหยาเหลือบตามอง ก็เห็นว่าเป็นคำสารภาพของนักฆ่าทั้งหลายที่จับได้ในช่วงหลายวันนี้ กับสารพัดข่าวสารที่องครักษ์ลับรวบรวมมาได้

 

 

เฟิ่งจือเหยาเลิกคิ้วขึ้นเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “พระชายา เกิดอันใดขึ้นหรือ”

 

 

เยี่ยหลีเงยหน้าขึ้นมองเขา “เกิดเรื่องขึ้นแล้วจริงๆ”

 

 

เฟิ่งจือเหยาอึ้งไป เดิมที่อยู่ในท่าทีสบายๆ ค่อยๆ เปลี่ยนมานั่งตัวตรงเป็นการเป็นงานขึ้นมาทันที หันมองเยี่ยหลีด้วยสีหน้าจริงจัง

 

 

ซุนเหยียนก็อยู่ในสีหน้าเคร่งขรึมเช่นเดียวกัน รอฟังสิ่งที่เยี่ยหลีจะเอ่ย

 

 

เยี่ยหลีหยิบม้วนกระดาษหนึ่งขึ้นมา “เมื่อครู่มู่ฉิงชังบอกข้าว่าซีหลิงเตรียมที่จะยกทัพมาบุกต้าฉู่ในวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนแปดนี้”

 

 

สีหน้าเฟิ่งจือเหยามีประกายนิ่งอึ้ง คิ้วคมขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “ข่าวนี้เชื่อถือได้หรือไม่ พวกเราไม่ได้รับข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย”

 

 

เยี่ยหลีส่ายหน้าเอ่ยว่า “ข้าไม่รู้ แต่มู่ฉิงชังไม่น่าพูดโกหก เราจำต้องหาความเป็นไปได้ของเนื้อข่าวนี้ เพียงแต่…” เยี่ยหลีชะงักไป เงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสอง “วันนี้เป็นวันใดแล้ว”

 

 

ซุนเหยียนเอ่ยว่า “ขึ้นเจ็ดค่ำเดือนแปดพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

สีหน้าของเฟิ่งจือเหยาเปลี่ยนไปทันที ลุกยืนขึ้นเอ่ยว่า “หากข่าวนี้เป็นข่าวลวงก็แล้วไปเถิด แต่หากเป็นจริงขึ้นมา…”

 

 

หากเป็นจริงขึ้นมา ทหารทางตะวันตกเฉียงเหนือถึงแม้จะมิได้ไม่มีทหารประจำการอยู่เสียทีเดียว แต่ทหารที่อยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญๆ นั้น หลายปีนี้ได้ถูกม่อจิ่งฉีส่งคนที่ตนไว้ใจไปควบคุมไว้หมดแล้ว กองทัพตระกูลม่อก็ถูกกีดกันต่างๆ นานา หากซีหลิงเกิดยกทัพโจมตีขึ้นมากะทันหันจริง คงจะถูกโจมตีโดยตั้งตัวไม่ทันอย่างแน่นอน แต่ในยามนี้ พวกเขาอยู่ในเมืองหลวง ไม่มีทางที่จะเคลื่อนพลไปถึงชายแดนได้ภายในเจ็ดแปดวันอย่างแน่นอน

 

 

เฟิ่งจือเหยาเอ่ยอย่างใช้ความคิดว่า “ท่านอ๋องเดินทางออกจากเมืองหลวงได้ยี่สิบกว่าวันแล้ว หากคำนวณตามความเร็วในการเคลื่อนขบวนของคณะรับตัวเจ้าสาว ยามนี้ก็น่าจะเข้าเขตแดนของเป่ยหรงแล้ว หากว่าหน้าที่ในการส่งตัวองค์หญิงเพื่อไปแต่งงานของท่านอ๋อง ถึงแม้จะยังไม่เรียบร้อยดี และรีบเดินทางกลับมาก่อน อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เวลาครึ่งเดือนถึงจะเดินทางไปบัญชาการทัพใหญ่ยังชายแดนแคว้นซีหลิงได้ อีกอย่าง ยามนี้ไม่มีทางที่ท่านอ๋องจะได้รับข่าวนี้ในเร็ววัน” ในใจเฟิ่งจือเหยาเกิดความรู้สึกไม่ดีบางอย่างขึ้น ดูเหมือนเรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นโดยมีต้าฉู่เป็นเป้าหมายกระนั้น

 

 

“พระชายา…”

 

 

เยี่ยหลีขมวดคิ้ว “พวกเจ้ามีความเห็นเช่นไร พูดออกมาได้เลย”

 

 

ซุนเหยียนขมวดคิ้วเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ พวกเราควรเตรียมการเสียแต่เนิ่นๆ ถึงจะถูก หากเป็นเรื่องลวงก็ไม่เป็นอันใด แต่หากเกิดเป็นเรื่องจริง…”

 

 

เฟิ่งจือเหยาเอ่ยด้วยสีหน้าหนักอึ้ง “ข้าน้อยเห็นว่าข่าวนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเรื่องจริง เพียงแต่องครักษ์ลับกลับไม่ได้ยินข่าวเรื่องนี้เลย”

 

 

เยี่ยหลีเอ่ยเรียบๆ ว่า “เจ้าลืมไปแล้วหรือ มีอยู่คนหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นยอดฝีมือด้านข่าวสาร และในยามนี้ ตัวเขาก็อยู่ที่แคว้นซีหลิง”

 

 

“หานหมิงเย่ว์!” เฟิ่งจือเหยาเอ่ยด้วยความตกใจ

 

 

เยี่ยหลีพยักหน้าน้อยๆ “อิทธิพลของเทียนอี้เก๋อในต้าฉู่ถึงแม้จะถูกหานหมิงซีจัดการล้างใหม่เสียรอบหนึ่งแล้ว แต่อย่าลืมว่าหานหมิงเย่ว์ต่างหากที่เป็นนายใหญ่แห่งเทียนอี้เก๋อที่แท้จริง อีกอย่างเทียนอี้เก๋อมีสายข่าวอยู่ทั่วทุกแว่นแคว้น ส่วนที่ได้รับผลกระทบมีเพียงต้าฉู่เท่านั้น และหานหมิงเย่ว์ก็เคยเป็นสหายรักกับท่านอ๋องมาก่อน ในใต้หล้านี้คนที่รู้จักตำหนักติ้งอ๋องดีที่สุด ถึงแม้เขาจะมิใช่อันดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ติดหนึ่งในสาม”

 

 

เฟิ่งจือเหยาพยักหน้า “ข้าน้อยจะส่งคนไปสืบข่าวเดี๋ยวนี้!”

 

 

ซุนเหยียนเอ่ยถามว่า “พระชายา ยามนี้พวกเราควรทำเช่นไรดี”

 

 

เยี่ยหลีก้มหน้านิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง “รีบส่งคนไปรายงานท่านอ๋องโดยทันที อีกอย่าง…ส่งข่าวไปยังกองทัพตระกูลม่อที่ปักหลักอยู่บริเวณโดยรอบชายแดนแคว้นซีหลิงด้วย ให้เตรียมพร้อมเคลื่อนพลไปเสริมยังชายแดนตลอดเวลา”

 

 

ซุนเหยียนเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจ “หลายปีนี้จำนวนกองทัพตระกูลม่อที่ประจำการอยู่ที่นั่นถูกสั่งให้ถอยร่นเข้ามาเรื่อยๆ ยามนี้จุดที่กองทัพตระกูลม่อประจำการอยู่น่าจะใช้เวลาอย่างน้อยห้าถึงหกวันในการเคลื่อนพลไปยังชายแดนซีหลิง แล้วยังไม่รวมเวลาส่งข่าวของพวกเราอีก เกรงว่า…”

 

 

เยี่ยหลียกมือขึ้น “ไม่ว่าจะทันหรือไม่ หากไม่ทันก็ยังพอขวางทัพใหญ่ของซีหลิงไว้ได้”

 

 

ซุนเหยียนพยักหน้า “ข้าน้อยเข้าใจแล้ว จะรีบส่งจดหมายไปยังกองทัพตระกูลม่อทันทีพ่ะย่ะค่ะ พระชายาโปดรวางใจ ขอเพียงกองทัพตระกูลม่อยังเหลือทหารเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ คนซีหลิงก็อย่าหวังจะข้ามแนวต้านของกองทัพตระกูลม่อไปได้เลย”

 

 

เยี่ยหลีพยักหน้า เอ่ยเสียงเบาว่า “ลำบากแม่ทัพซุนแล้ว ข้า จะเข้าวังไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้”

 

 

“พระชายา เกรงว่าจะไม่เหมาะ” เฟิ่งจือเหยาขมวดคิ้วเอ่ยขึ้น ตั้งแต่จับตัวมู่ฉิงชังมาได้ ถึงแม้จะไม่ได้พูดออกมาอย่างชัดเจน แต่คนที่คิดจะใช้เลือดล้างตำหนักติ้งอ๋องเป็นผู้ใดบ้างนั้น ในใจทุกคนต่างรู้ดี

 

 

เยี่ยหลียิ้มบางๆ “ไม่มีอันใดไม่เหมาะหรอก ต่อให้ท่านนั้นในวังกล้าเย้ยฟ้าท้าดินเพียงใด ก็มิกล้าลงมือทำอันใดข้าหรอก และไม่แน่ว่าเขาจะมีความสามารถในการรั้งข้าไว้ได้”

 

 

เฟิ่งจือเหยานึกไปถึงกลุ่มคนลึกลับกลุ่มนั้น จึงค่อยวางใจลง “พระชายารู้ดีก็ดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

เยี่ยหลีลุกขึ้น วางม้วนกระดาษในมือลง “กลับไปจัดการเรื่องต่างๆ เถิด อีกอย่าง ตำหนักเรายังคงวางกำลังไว้ทุกด้านเช่นเดิมต่อไป”

 

 

“พ่ะย่ะค่ะ”

 

 

 

 

ในวังหลวง

 

 

ภายในห้องทรงพระอักษร ม่อจิ่งฉีบอกปัดมู่หยางโหวที่รีบร้อนมาขอเข้าเฝ้าไป เขาจ้องมองฎีกาตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม สีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างคาดเดาไม่ได้

 

 

“ทูลฝ่าบาท พระชายาติ้งอ๋องขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีที่หน้าประตูเอ่ยรายงานขึ้น

 

 

ม่อจิ่งฉีขมวดคิ้ว “ชายาติ้งอ๋องหรือ นางมาได้อย่างไร” นึกถึงช่วงเวลาฟ้าสางเมื่อหลายวันก่อน สตรีในชุดขาวที่ยืนอย่างงามสง่าอยู่บนบันไดหน้าตำหนักติ้งอ๋องที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ในใจม่อจิ่งฉีมักมีความรู้สึกหดหู่ประหนึ่งสิ้นหวังและเสียใจอยู่ลึกๆ สตรีผู้นี้เขาเป็นคนเลือกให้ม่อซิวเหยาด้วยตนเอง ด้วยต้องการที่จะเหยียดหยามเขา แต่ยามนี้สตรีผู้นี้กลับกลายเป็นเสาหลักของตำหนักติ้งอ๋องและเป็นกำลังสำคัญที่คอยช่วยเหลือม่อซิวเหยา และขณะเดียวกันก็กลายเป็นเป้าหมายที่เขามิอาจไม่กำจัดได้ ด้วยความหลักแหลมของเยี่ยหลี นางถึงขั้นไปยังจวนมู่หยางโหว ม่อจิ่งฉีไม่เชื่อว่านางจะคาดเดาความจริงของเรื่องนี้ไม่ออก แต่เหตุใดยามนี้นางถึงกล้าเข้ามาในวังหลวงอีก

 

 

“ให้เข้ามา”

 

 

ไม่นาน ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออก เยี่ยหลีเดินเข้ามาด้วยชุดสีเงินปักลายนกหลวนเฟิ่งสีน้ำเงินเข้ม ชุดประจำตำแหน่งของชายาติ้งอ๋อง ดูเหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกที่เยี่ยหลีใส่ชุดทางการของชายาติ้งอ๋อง ซึ่งทำให้นางมิได้ดูงดงามและอ่อนหวานอย่างเช่นทุกครั้ง แต่สีเงินนั้นกลับทำให้นางดูมีความเยียบเย็นและสูงส่งอย่างมิอาจเอื้อมขึ้นหลายส่วน

 

 

เยี่ยหลีเดินเข้าไปกลางตำหนัก ทำความเคารพอย่างสง่างาม “เยี่ยหลีถวายพระพรฝ่าบาท”

 

 

ม่อจิ่งฉีมองสำรวจเยี่ยหลีอยู่นาน ถึงได้เอ่ยปากขึ้นว่า “จะว่าไป ข้าไม่เคยได้ยินชายาติ้งอ๋องใช้สรรพนามแทนตนเองมาก่อนเลยนะ”

 

 

เยี่ยหลียกมุมปากยิ้มเล็กน้อย “เยี่ยหลีก็คือเยี่ยหลีเพคะ” นางย่อมรู้ดีว่า ต่อหน้าฮ่องเต้ ฮองเฮาและไทเฮานั้น สตรีที่มียศศักดิ์ทุกคนจะต้องแทนตัวเองว่าข้าพระบาท เพียงแต่อย่างไรนางก็มิชอบเรียกแทนตนเองเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้ ฮองเฮาและไทเฮาต่างไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้มาก่อน คนอื่นๆ ก็ย่อมมิกล้าจุกจิกกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ และต่างมองข้ามเรื่องเหล่านี้ไป แต่ไม่คิดว่าวันนี้ม่อจิ่งฉีจะไม่รู้จะพูดเรื่องอันใดและเอ่ยถามเรื่องนี้ขึ้นมา

 

 

ม่อจิ่งฉีดวงตาเป็นประกายเล็กน้อย ก่อนรีบเอ่ยกลั้วหัวเราะขึ้นว่า “ดี เยี่ยหลีก็คือเยี่ยหลี เช่นนั้นในใจของชายาติ้งอ๋องก็คงมิได้ถือว่าตนเป็นขุนนางคนหนึ่งของต้าฉู่อย่างนั้นสิ”

 

 

เยี่ยหลีเงยหน้าขึ้น มองตรงไปยังม่อจิ่งฉีอย่างไม่หลบสายตา เอ่ยช้าๆ ขึ้นว่า “ตำหนักติ้งอ๋องทุกรุ่นปกป้องรักษาแผ่นดินต้าฉู่อย่างเต็มความสามารถมาโดยตลอด เยี่ยหลีเป็นชายาติ้งอ๋อง จะกล้ามีใจอาจหาญคิดทรยศเช่นนั้นได้อย่างไรเพคะ”

 

 

ม่อจิ่งฉีมองนางด้วยแววตาขบขัน “อ้อ ความหมายของชายาติ้งอ๋องคือ ตำหนักติ้งอ๋องไม่มีทางมีใจเป็นอื่นอย่างนั้นหรือ”

 

 

เยี่ยหลีมองม่อจิ่งฉีด้วยแววตานิ่งลึก ในใจนึกยิ้มเยาะ ส่วนปากเอ่ยออกไปด้วยความแน่วแน่ว่า “ตำหนักติ้งอ๋องไม่มีทางทำเรื่องอันใดที่ผิดต่อแผ่นดินต้าฉู่เพคะ”

 

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ม่อจิ่งฉีก็นิ่งไปพักใหญ่ ในที่สุดถึงได้เอ่ยออกมาว่า “ดี ข้าเชื่อคำพูดชายาติ้งอ๋อง วันนี้ชายาติ้งอ๋องตั้งใจเข้าวังมาด้วยเรื่องอันใดหรือ”

 

 

เยี่ยหลีพยักหน้า “มีเรื่องที่สำคัญมากๆ ที่ต้องทูลให้ฝ่าบาททรงทราบเพคะ”

 

 

ม่อจิ่งฉีพยักหน้า “เชิญชายาติ้งอ๋องพูดมาได้เลย”

 

 

เยี่ยหลีเอ่ยเสียงเบาว่า “เมื่อครู่เยี่ยหลีเพิ่งได้รับข่าวว่า ซีหลิงจะยกทัพมาบุกต้าฉู่ในวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนแปดเพคะ ขอฝ่าบาทได้โปรดเตรียมการด้วย”

 

 

ม่อจิ่งฉีอึ้งไป พักใหญ่ถึงได้หัวเราะออกมา มองเยี่ยหลีพร้อมเอ่ยว่า “ข่าวนี้ของชายาติ้งอ๋องจะไม่มาอย่างกะทันหันไปหน่อยหรือ เท่าที่ข้ารู้ แคว้นที่ซีหลิงต้องการบุกในยามนี้คือเป่ยหรง มิใช่ต้าฉู่ ชายาติ้งอ๋องไปได้ยินข่าวนี้มาจากผู้ใดกัน”

 

 

เยี่ยหลียกยิ้มพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย “หวังว่าฝ่าบาทจะรีบส่งกำลังเสริมไปโดยเร็วที่สุดเพคะ เพื่อป้องกันเหตุที่คาดไม่ถึง”

 

 

“ข้ามิอาจเคลื่อนพลเพียงเพราะฟังคำของชายาติ้งอ๋องเพียงไม่กี่ประโยคได้ นอกเสียจากว่าชายาติ้งอ๋องสามารถพิสูจน์ได้ว่าข่าวนี้เป็นความจริง”

 

 

“เยี่ยหลีขมวดคิ้ว เอ่ยเรียบๆ ว่า “มู่ฉิงชัง”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 129 ซีหลินยกทัพ (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved