cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 126 ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งต้าฉู่

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ชายาเคียงหทัย
  4. ตอนที่ 126 ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งต้าฉู่
Prev
Next

“มู่ฉิงชัง!” เฟิ่งจือเหยากระโดดลงมากลางลาน ขมวดคิ้วมองชายในชุดดำตรงหน้า

 

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เยี่ยหลีก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ ยิ้มน้อยๆ กล่าวว่า “ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งต้าฉู่…มู่ฉิงชังน่ะหรือ แม้แต่สุดยอดฝีมือเช่นท่านยังมาลงมือด้วยตนเอง ช่างให้เกียรติค่ายิ่งนัก”

 

 

มู่ฉิงชังสีหน้าเรียบเฉย “ข้าน้อยไม่เข้าใจความหมายของพระชายา สำนักเยี่ยซารับเงินทำงาน จะมาท่านไม่ท่านอันใดกัน”

 

 

เยี่ยหลีเลิกคิ้วเรียวขึ้น ประกายในแววตาเปลี่ยนไป มองเขาด้วยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง ไม่รู้ด้วยเหตุใดมู่ฉิงชังถึงได้ทนสายตาของนางที่มองมาเช่นนี้ไม่ได้ เขาหลบสายตาหันมองไปทางอื่นอย่างเวทนา

 

 

เยี่ยหลีผินหน้าไปมองประเมินเขา เอ่ยยิ้มเรียบๆ ว่า “ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งต้าฉู่หรือ ข้าว่า ดูท่าจะเป็นการเอ่ยเกินจริงกันไปสักหน่อยกระมัง”

 

 

“ท่านมีสิทธิอันใดมาพูดเช่นนี้!” ในสายตาของมู่ฉิงชังมีประกายโกรธเกรี้ยว หันขวับไปมองเยี่ยหลีด้วยสายตาโกรธขึ้ง ชายาติ้งอ๋องสามารถดูหมิ่นการกระทำหรือแม้แต่ศีลธรรมของเขาได้ แต่ไม่มีสิทธิมาดูหมิ่นความภาคภูมิใจในความเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเขา เขากวาดตามองคนที่ยืนอยู่โดยรอบ เอ่ยกลั้วหัวเราะเสียงเย็นว่า “ถ้าดูจากลูกน้องพวกนี้…”

 

 

เขาพูดไปได้เพียงครึ่งประโยค แต่เมื่อสายตาประสานเข้ากับแววตาเยาะหยันของเยี่ยหลี สีหน้าของเขาก็ย่ำแย่เสียจนต้องกลืนคำพูดที่เหลืออยู่ทั้งหมดกลับลงไป ไม่ว่าคนเหล่านี้จะจับเขามาได้ด้วยวิธีใด แต่ดูเหมือนพวกเขาจะจับยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงได้ที่โดยพวกเขาไม่บาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย เรื่องนี้ต่างหากคือเรื่องจริง ตั้งแต่โบราณมา สายบุ๋นไม่มีอันดับหนึ่ง สายบู๊ไม่มีอันดับสอง ต่อให้มีความสามารถเก่งกาจเทียมฟ้าเพียงใด แพ้แล้วก็คือแพ้

 

 

เยี่ยหลีพยักหน้ายิ้มน้อยๆ “ที่พวกเขาสามารถชนะท่านได้ในวันนี้ ด้วยเพราะส่วนหนึ่งมีโชคช่วยจริง เพียงแต่ทางที่ดีท่านควรเชื่อว่า อย่าว่าแต่มู่ฉิงชังหนึ่งคนเลย ต่อให้มีมู่ฉิงชังอีกสามสี่คน ข้าก็สามารถจับไว้ได้ทั้งหมด”

 

 

มู่ฉิงชังหัวเราะหึหึเสียงเย็น อย่างไม่เชื่อ

 

 

เยี่ยหลีไม่โกรธ เอ่ยต่อว่า “ที่ข้าบอกว่ายอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งต้าฉู่เป็นการกล่าวเกินจริงไปนั้น อันที่จริงแล้วมิใช่เพราะท่านแพ้ให้พวกเขา แต่เป็นเพราะ…ท่านอายุมากเกินไปเสียแล้ว”

 

 

มู่ฉิงชังชะงักไป สีหน้าที่บิดเบี้ยวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นบึ้งตึง เขาอายุยังไม่ถึงสี่สิบปีดี หากว่ากันในหมู่คนที่ฝึกวิทยายุทธแล้วยังไม่ถือว่าแก่ แต่อย่างไรเขาก็ถือว่าอายุมากแล้วจริงๆ

 

 

ในบรรดาสุดยอดฝีมือทั้งสี่แห่งใต้หล้านี้ เจิ้นหนานอ๋องแห่งซีหลิงมีอายุมากที่สุด ถึงแม้ในอดีตจะเคยปะทะกับม่อหลิวฟางจนต้องเสียแขนไปข้างหนึ่ง แต่อย่างไรเขาก็ถือว่าเป็นคนที่มีอำนาจเหนือคนทั้งปวงในแคว้นซีหลิง มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่

 

 

คนที่อายุรองลงมา คือเจ้าสำนักเยี่ยนอ๋อง หลิงเถี่ยหาน ถึงแม้จะเป็นคนในเจียงหูเช่นเดียวกับเขา เพียงแต่สำนักเยี่ยนอ๋องมีชื่อเสียงสะท้านไปทั่วเจียงหู แม้แต่ผู้มีอิทธิพลของทั้งสี่แคว้นยังไม่กล้าล่วงเกินเขา

 

 

ส่วนผู้ที่อายุน้อยที่สุดคือติ้งอ๋องแห่งต้าฉู่ ม่อซิวเหยา ถึงแม้เข้าจะได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องพิการตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เขาก็มีชื่อเสียงสะท้านไปทั้งใต้หล้าตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นกัน จนได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งสงครามตั้งแต่อายุยังน้อย

 

 

ส่วนเขา…เขาอายุมากกว่าหลิงเถี่ยหานถึงสองสามปี แม้จะได้รับการขนานนามว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งต้าฉู่ แต่กลับมีเพียงสำนักเยี่ยซาอยู่ในการควบคุมและค่อยๆ ชราภาพไปพร้อมๆ กับมัน ทั้งไม่สามารถออกไปทำศึกและไม่สามารถไปไหนมาไหนในเจียงหูได้อย่างอิสระ แม้แต่ผู้คนยามเอ่ยถึงยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งต้าฉู่ยังมักเอ่ยพร้อมทอดถอนใจด้วยความเสียดายว่า หากมิใช่เพราะติ้งอ๋องโชคร้ายตั้งแต่อายุยังน้อย เกรงว่าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งต้าฉู่คงเปลี่ยนคนไปนานแล้ว…

 

 

เยี่ยหลีเหลือบมองชายวัยกลางคนที่สีหน้าหม่นหมองจากความพ่ายแพ้ด้วยความเสียดาย นึกลอบถอนใจว่า

 

 

ด้วยความหมายสามารถและความทะเยอทะยานของมู่ฉิงชังเดิมทีควรเป็นที่น่าเกรงขาม น่าเสียดายที่กลับต้องถูกคนคอยควบคุมและทำได้เพียงสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นเท่านั้น ตำแหน่งยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งต้าฉู่นี้ก็ดูจะมิได้เป็นง่ายสักเท่าไร

 

 

“ในเมื่อข้าแพ้ให้กับเจ้า จะฆ่าจะแกงอย่างไรก็แล้วแต่ท่านเถิด” มู่ฉิงชังเอ่ยเสียงเย็นขึ้น ดวงตามีแววท้อแท้หมดกำลังใจเจืออยู่

 

 

เยี่ยหลีโบกมือ เอ่ยเรียบๆ ว่า “นำตัวออกไป ท่านมู่ เยี่ยหลีนับถือที่ท่านเป็นยอดฝีมือ ทางที่ดีท่านอย่าได้คิดทำอันใดผลีผลามและโง่เขลาอย่างการฆ่าตัวตายหรือคิดหลบหนีเลยจะดีที่สุด”

 

 

มู่ฉิงชังส่งเสียงหึเบาๆ ปล่อยให้องครักษ์จับตัวตนออกไปแต่โดยดี

 

 

มายามนี้เฟิ่งจือเหยาถึงได้ตั้งสติกลับมาได้ เขาทำเป็นปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนตัว เดินเข้ามาพร้อมยกมือขึ้นนวดขมับ “คนผู้นั้น…คนผู้นั้นเป็นมู่ฉิงชังไปได้อย่างไร!”

 

 

เยี่ยหลีเอ่ยกลั้วหัวเราะ “เหตุใดถึงจะเป็นมู่ฉิงชังไม่ได้เล่า”

 

 

เฟิ่งจือเหยาทอดถอนใจด้วยความเศร้าโศก “เขาคือมู่ฉิงชังเชียวนะ ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งต้าฉู่ สูงส่งและเย่อหยิ่ง ไม่ยอมก้มหัวรับใช้ชนชั้นสูง ในปีนั้นฝ่าบาทเสนอตำแหน่งแม่ทัพให้เขาเข้ามารับราชการ เขายังให้เหตุผลว่าไม่มีความตั้งใจที่จะเป็นข้าราชการ ปฏิเสธฝ่าบาทด้วยเหตุผลที่ว่าตนมุ่งมั่นที่จะเดินทางสายบู๊เสียด้วยซ้ำ ที่เขาบอกว่ามุ่งมั่นที่จะเดินทางสายบู๊ก็เพื่อที่จะมาเป็นนักฆ่าเช่นนี้น่ะหรือ”

 

 

ถึงแม้สำนักเยี่ยซาจะเป็นสำนักนักฆ่าที่ไม่เลวนัก แต่หากเทียบสำนักเยี่ยนอ๋องที่เป็นสำนักนักฆ่าเช่นเดียวกันแล้ว ถือว่ายังห่างชั้นกันมากเกินไปหน่อยกระมัง

 

 

เยี่ยหลีหลุบตาลง ริบฝีปากได้รูปค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น “มีอำนาจปกครองใต้หล้า และได้มัวเมาอยู่ในอ้อมกอดสตรี บุรุษในใต้หล้ามิได้แสวงหาอันใดมากไปกว่านี้ มู่ฉิงชังไม่ฝักใฝ่ทั้งเรื่องอำนาจและสตรี เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือ”

 

 

“เขาฝักใฝ่ทางสายบู๊อย่างไรเล่า”

 

 

“ท่านเห็นว่าวิทยายุทธของเขาเก่งกาจกว่ายอดฝีมืออีกสามท่านเพียงใดหรือ” เยี่ยหลีปรายตาเอ่ยถามขึ้น

 

 

เฟิ่งจือเหยาเอามือลูบจมูกโดยไม่พูดอันใด วิทยายุทธของมู่ฉิงชังนั้นล้ำเลิศก็จริงอยู่ แต่กับชื่อเสียงที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงแล้ว เฟิ่งจือเหยายังรู้สึกผิดหวังไม่น้อย ด้วยเพราะวิทยายุทธของเขามิได้เก่งกาจไปกว่ายอดฝีมืออีกสามท่านสักเท่าไร หนำซ้ำฝีมือในบางด้านของเขายังมีแววว่าจะไม่เก่งกาจเพียงพอเสียด้วยซ้ำ แต่อีกสามคนกลับล้วนเป็นคนที่มีภารกิจมากล้นพ้นตัว เมื่อเทียบกันแล้ว มู่ฉิงชังดูจะ…ได้พบหน้าไม่สู้ได้ยินชื่อเสียง “พระชายาคิดจะจัดการมู่ฉิงชังอย่างไรหรือ อย่างไรเขาก็เป็นคนของตระกูลมู่”

 

 

“คนตระกูลมู่แล้วอย่างไร” เยี่ยหลีเอ่ยถามกลั้วหัวเราะ

 

 

เฟิ่งจือเหยาขมวดคิ้ว “ถึงแม้พวกเราจะไม่เกรงกลัวคนตระกูลมู่ แต่หากมีศัตรูเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่างไรก็นับเป็นความยุ่งยากมิใช่หรือ ตระกูลมู่วางตัวเป็นกลางมาโดยตลอด หากเพราะเขาแล้วทำให้…”

 

 

เยี่ยหลีส่ายหน้า “เฟิ่งซาน ที่มู่ฉิงชังปรากฏตัวขึ้นที่นี่ไม่ทำให้เจ้าคิดเรื่องอันใดขึ้นมาได้เลยหรือ คนอย่างมู่ฉิงชังที่มีชาติกำเนิดเช่นนั้นเจ้าคิดว่าเขาจะคิดเป็นอริกับตำหนักติ้งอ๋องเพื่อเงินจริงๆ หรือ”

 

 

เฟิ่งจือเหยาอึ้งไป สีหน้านิ่งขรึมลง ไม่ใช่ว่าเขาคิดไม่ถึง เขาเพียงแต่ไม่อยากคิดถึงข้อนั้นเท่านั้น ถึงแม้เขาจะมิได้มีสายเลือดของตำหนักติ้งอ๋องแต่ก็เกือบเรียกได้ว่าเขาโตมากับม่อซิวเหยา ตำหนักติ้งอ๋องทุ่มเทเพื่อแผ่นดินต้าฉู่เพียงใดตัวเขาย่อมรู้ดี เพราะบรรดาสิ่งต่างๆ ที่ทำนั้นก็มีน้ำพักน้ำแรงของเขารวมอยู่ด้วย ดังนั้น ทุกครั้งยามที่เขาเห็นคนที่เคยเป็นมิตรกันมาก่อนเหล่านั้น สามารถลงมือทำร้ายตำหนักติ้งอ๋องได้อย่างหน้าตาเฉย สิ่งที่เขารู้สึกจึงมิได้มีเพียงความผิดหวังและโกรธเคืองเท่านั้น แต่ยังรู้สึกสะท้อนใจอีกด้วย

 

 

เยี่ยหลีเอ่ยเรียบๆ ว่า “ผู้ใดให้ผลประโยชน์ก็จงรักภักดีกับผู้นั้นเท่านั้นเอง”

 

 

เฟิ่งจือเหยาส่ายหน้า สลัดความไม่พอใจในจิตใจทิ้งไป ยิ้มเลิกคิ้วเอ่ยว่า “พระชายามีแผนการเช่นไรหรือ”

 

 

เยี่ยหลียิ้ม “จะมีแผนการเช่นไรได้ หากตระกูลมู่จ่ายไหว ก็คืนตัวมู่ฉิงชังให้เขาไปน่ะสิ จะได้ไม่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล แต่หากจ่ายไม่ไหว…ข้าก็ไม่จำเป็นต้องไว้ชีวิตศัตรูที่มีวิทยายุทธล้ำเลิศ มิใช่หรือ”

 

 

กว่าเสียงรบราฆ่าฟันด้านนอกสงบลงก็เป็นเวลาเกือบฟ้าสางแล้ว ตรงขอบฟ้าที่อยู่ไกลออกไปเริ่มปรากฏแสงสว่างให้เห็น เยี่ยหลีเดินออกมาจากเรือนประมุขพร้อมกับบ่าวไพร่ มีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในอากาศ นางยืนอยู่หน้าตระกูหยวนเย่ว์ของเรือนประมุข ทอดสายตามองออกไปยังเลือดที่ไหลรวมกันจนเป็นแม่น้ำและศพที่นอนกองกันเกลื่อนไปหมดเบื้องหน้า

 

 

ชิงหลวนกับชิงอวี้ที่เดินตามหลังเยี่ยหลีมา เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับพุ่งตัวออกไปอาเจียนตรงด้านข้าง เยี่ยหลีปิดตาลง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็เหลือเพียงแสงสว่างเย็นๆ ที่ลอยไปมาเท่านั้น

 

 

“คารวะพระชายา!” ในลานด้านหน้า ทุกคนที่ยืนถือดาบอยู่ต่างยืดตัวตรงขึ้นมองมาทางสตรีในชุดขาวที่ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมเอ่ยด้วยความเคารพ

 

 

เยี่ยหลีสีหน้าเคร่งขรึม พยักหน้าน้อยๆ เอ่ยว่า “คืนนี้ลำบากพวกแล้ว”

 

 

จางฉี่หลันมีคราบเลือดอาบเต็มตัว เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “การอารักขาตำหนักติ้งอ๋องเป็นหน้าที่และความภาคภูมิใจของพวกเรากองทัพตระกูลม่อ พระชายาเอ่ยเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

“เรียนพระชายา ฝ่าบาทเสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านที่ดูแลอยู่ด้านนอกวิ่งกระหืดกระหอมเข้ามา ถึงแม้จะอยู่ในอารามรีบร้อน แต่ก็ยังไม่ลืมมารยาท

 

 

เยี่ยหลีรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เลิกคิ้วขึ้นเอ่ยว่า “ฝ่าบาทเสด็จมาหรือ”

 

 

พ่อบ้านพยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ ขบวนเสด็จอยู่ห่างไปเพียงสองลี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกเราจะต้องออกไปรับขบวนเสด็จหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

 

 

เยี่ยหลีระบายยิ้ม “ในเมื่อฝ่าบาทถึงขั้นเสด็จออกจากวังหลวงมากลางดึกกลางดื่นเช่นนี้ พวกเราเป็นข้าในพระองค์จะไม่ออกไปรับเสด็จได้อย่างไร หัวหน้าพ่อบ้านม่อ ท่านพาคนล่วงหน้าออกไปรับเสด็จก่อนเถิด”

 

 

หัวหน้าพ่อบ้านม่อตอบรับด้วยความเคารพ เขาโบกมือพาคนหมุนตัวเดินออกไป

 

 

เยี่ยหลีกวาดตามองทุกคนที่อยู่ในลาน ยกริมฝีปากขึ้นยิ้มน้อยๆ “พวกเจ้าก็ออกไปรับเสด็จฮ่องเต้ด้วยเถิด”

 

 

หน้าประตูใหญ่ตำหนักติ้งอ๋องอันแสนโอ่อ่า บนถนนกว้างหน้าตำหนักที่ก่อนหน้านี้มีศพนอนตายอยู่เกลื่อนกราดนั้น ถูกย้ายออกไปแล้วอย่างรวดเร็ว แต่เลือดสีแดงฉานที่อาบอยู่บนถนนมิได้สามารถจัดการให้หายไปได้รวดเร็วเช่นนั้น คราบเลือดสีแดงเข้ม เมื่อมาอยู่ใต้แสดงตะเกียงที่สาดส่องลงมาแล้วยิ่งทำให้ดูเย็นยะเยือกขึ้นไปอีก

 

 

ราชรถค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาท่ามกลางการอารักขาของกองทัพอวี้หลิน ขันทีที่คอยรับใช้อยู่ด้านนอกเลิกม่านขึ้น ม่อจิ่งฉีในชุดฮ่องเต้เต็มยศก้มพระเศียรก้าวออกมาจากราชรถ เพียงค้อมพระวรกายลง ก็ทอดพระเนตรเห็นของเหลวสีแดงเข้มที่สาดอยู่เต็มพื้น สีพระพักตร์เปลี่ยนไปเล็กน้อย ขมวดคิ้วหันมองหัวหน้าพ่อบ้านม่อที่ยืนอยู่ริมถนนด้วยความเคารพก่อนตรัสว่า “ชายาติ้งอ๋องอยู่ที่ใด”

 

 

หัวหน้าพ่อบ้านม่อเอ่ยตอบเสียงขรึมว่า “พระชายาได้รับความตกใจเล็กน้อย อยู่ในลักษณะที่ไม่เรียบร้อยนัก จึงออกมารับเสด็จช้า ขอฝ่าบาทโปรดอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

ม่อจิ่งฉีอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนเปลี่ยนเป็นยกยิ้มขึ้นทันที “ชายาติ้งอ๋องปลอดภัยไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว ติ้งอ๋องไม่อยู่ในเมืองหลวง หากเกิดอันใดขึ้นกับชายาติ้งอ๋อง ข้าคงไม่รู้จะพูดกับติ้งอ๋องว่าอย่างไร”

 

 

เมื่อเห็นว่ามีขันทีเข้ามาประคองม่อจิ่งฉีลงมาจากราชรถ หัวหน้าพ่อบ้านม่อจึงถอยไปด้านหลังก้าวหนึ่งพร้อมก้มหน้าลงเอ่ยว่า “ลำบากฝ่าบาทต้องทรงเป็นห่วงแล้ว ฝ่าบาทเชิญเสด็จด้านในพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

คนที่มาย่อมมิใช่ม่อจิ่งฉีแต่เพียงผู้เดียว คนที่ตามขบวนเสด็จมายังมีคณะขุนนางชั้นสูงของเมืองหลวงอีกด้วย ในยามนี้ไม่ว่าในใจพวกเขาจะคิดอันใด แต่สีหน้าที่แสดงออกมาก็ทำได้เพียงแสดงความเป็นก้งวล ความกลัว และเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเท่านั้น แต่สำหรับหัวหน้าพ่อบ้านม่อที่ผ่านโลกมามากแล้วนั้น ไม่มีความชื่นใจเลยแม้แต่น้อย

 

 

ม่อจิ่งฉีหันกลับไปเอ่ยกับคณะขุนนางว่า “ถ้าเช่นนั้น ขุนนางทุกท่านเข้าไปเยี่ยมชายาติ้งอ๋องพร้อมกับข้าด้วยเถิด”

 

 

จางฉี่หลันยืดตัวเดินออกมา ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ฝ่าบาท ยามนี้ท่านอ๋องไม่อยู่ในเมืองหลวง ใต้เท้าจำนวนมากเช่นนี้เข้าไปในตำหนักติ้งอ๋องพร้อมกันจะไม่เป็นการดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

 

 

ม่อจิ่งฉีดวงตาเป็นประกายขึ้นทันที จ้องจางฉี่หลันเขม็ง “แม่ทัพจางหรือ ข้าจำได้ว่าเจ้ารับหน้าที่ดูแลกองทัพใหญ่จำนวนหลายหมื่นนายรอบๆ เมืองหลวง เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้”

 

 

จางฉี่หลันเองก็ไม่ปิดบัง เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ก่อนที่ท่านอ๋องจะออกเดินทางไป ได้มอบความปลอดภัยของตำหนักไว้ให้กระหม่อมดูแล หลายวันนี้ตำหนักติ้งอ๋องไม่สงบเรียบร้อยสักเท่าไรนัก กระหม่อมถึงได้จัดกำลังพลกลับมารักษาการณ์ที่ตำหนักติ้งอ๋องพ่ะย่ะค่ะ เรื่องนี้…กระหม่อมได้ยื่นฎีกาถึงฝ่าบาทแล้ว เพียงแต่มิได้รับราชโองการตอบกลับของฝ่าบาทเลย แต่อย่างไรความปลอดภัยของตำหนักติ้งอ๋องก็สำคัญนัก กระหม่อมถึงจำต้องเดินทางเข้าเมืองหลวงมาก่อน ฝ่าบาทโปรดทรงลงอาญาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

 

 

ม่อจิ่งฉีรู้สึกเหมือนมีก้อนเลือดจุกอยู่ในอก ฏีกาของจางฉี่หลันน่าจะปนอยู่กับฎีกาเรื่องที่ตำหนักติ้งอ๋องถูกนักฆ่าโจมตีติดต่อกันหลายวันเป็นแน่ ฎีกาเช่นนั้นแม้แต่อ่านเขายังขี้เกียจจะอ่าน จึงโยนมันทิ้งไว้เท่านั้น แต่ในยามนี้เขามิอาจปฏิเสธและลงโทษจางฉีหลันต่อหน้าทุกคนได้ ด้วยเพราะจางฉี่หลันได้ยื่นฎีกาให้เขาก่อนแล้ว หากเขาไม่เห็นด้วย เช่นนั้นก็เท่ากับว่าเขาได้หยิบยื่นความตายให้กับตำหนักติ้งอ๋อง ต่อให้นี่เป็นความตั้งใจที่แท้จริงของเขา แต่ก็มิอาจให้ผู้อื่นล่วงรู้ได้

 

 

ม่อจิ่งฉีฝืนยิ้ม “แม่ทัพจางกล่าวเกินไปแล้ว แม่ทัพจางมีใจทำพื่อแว่นเคว้น เป็นแบบอย่างที่ดีของทหารต้าฉู่ วันนี้เจ้ามีความดีความชอบในการปกป้องดูและตำหนักติ้งอ๋อง ข้าจะต้องตกรางวัลให้เจ้าเป็นแน่”

 

 

จางฉี่หลันยังไม่ทันได้เอ่ยขอบพระทัย ก็มีเสียงอันงามสง่าของสตรีดังขึ้นจากด้านใน “ฝ่าบาททรงพระปรีชา เช่นนั้นเยี่ยหลีขอนำแม่ทัพจางขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 126 ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งต้าฉู่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved