cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 91 มัน...ไม่ค่อยสะอาดนัก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 91 มัน...ไม่ค่อยสะอาดนัก
Prev
Next

บทที่ 91: มัน…ไม่ค่อยสะอาดนัก

ฉินเย่นึกถึงสีหน้าไม่พอใจของจางหลินฮวาเมื่อตอนที่พ่อของคนตรงหน้า จางเปากัว บอกให้อีกฝ่ายมาทำความเคารพเขาก่อนหน้านี้

แล้วตอนนี้กลับมาทำทีเป็นมิตรกับเขาเนี่ยนะ?

เด็กหนุ่มเคยเห็นคนแบบนี้มามาก ปฏิสัมพันธ์ของคนพวกนี้ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง และพวกเขาก็จะลืมเลือนสิ่งเหล่านั้นไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นฉินเย่จึงไม่เก็บท่าทีของอีกฝ่ายก่อนหน้านี้มาใส่ใจ

แต่…

เขาเลือกที่จะเดินเข้าไปใกล้คนตรงหน้ามากกว่าเดิม นี่เป็นการชดใช้อย่างนั้นเหรอ?

หรือว่าแค่ตามน้ำไปเฉย ๆ? เขาเดาว่าอีกฝ่ายคงจะได้เรียนรู้อะไรมาจากงานทางการเมืองของผู้เป็นพ่อมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่น่าเสียดายที่ยังขาดอะไรบางอย่างไป ดูเหมือนว่าผู้เฒ่าจางคงต้องเลี้ยงลูกให้ดีกว่านี้เสียแล้ว….

ข้อเท็จจริงที่ว่าฉินเย่ยังคงนิ่งเงียบ ทำให้จางหลินฮวาเริ่มกังวล หัวใจของเขาเต้นแรงภายใต้รอยยิ้มที่สดใส

เขารู้ดีว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไป

มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับฉินเย่ แต่มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา

“พ่อทูนหัว” ความอึดอัดใจที่ต้องเรียกคนที่อายุน้อยกว่าว่าพ่อทูนหัวนั้นไม่มีหลงเหลืออยู่อีกต่อไป อันที่จริง เขากลับพยายามอย่างที่สุดเพื่อที่จะรักษารอยยิ้มบนใบหน้าของตัวเองเอาไว้ “ทำไมพวกเรา…ไม่ไปเดินเล่นกันหน่อยล่ะ?”

ฉินเย่ยิ้ม เขาขี้เกียจเกินกว่าจะมาแสดงละครกับชายหนุ่มตรงหน้า ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะพูดออกไปตามตรง “เก็บเล่ห์เหลี่ยมของนายไปซะ ฉันเห็นอะไรพวกนี้มาตลอดทั้งชีวิต ทักษะทางการแสดงของนายยังห่วยเกินไป”

“ผม…”

ฉินเย่เอ่ยต่อเสียงนิ่ง “ไม่ต้องห่วง ผู้เฒ่าจางกับฉันเป็นสหายกันมาตลอดชีวิต พูดตามตรง ฉันเองก็คงจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วหากนายไม่พูดถึงมันขึ้นมา ดังนั้นเพื่อเห็นแก่ผู้เฒ่าจาง รอบนี้ฉันจะให้อภัยนาย แต่…”

เขาจ้องลึกเข้าไปในตาของจางหลินฉวา “หากมีครั้งหน้า ฉันจะไม่เห็นแก่หน้านายอีกแล้ว แม้ผู้เฒ่าจางจะเป็นคนมาพูดเองก็ตาม!”

“ครับ!” จางหลินฮวาเป็นคนฉลาด ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่สามารถเข้ามาอยู่ในสภานักศึกษาของมหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่แรก เขารู้ดีว่าฉินเย่ได้เผยทุกสิ่งอย่างที่ตัวเองคิด และสิ่งที่เขาต้องทำก็คืออดทนกับมันให้ได้ ซึ่งมันเห็นได้ชัดเจนแล้วว่าฉินเย่ไม่ได้ต้องการให้พื้นที่เขาในการโต้แย้งใด ๆ

“พาฉันไปเดินดูรอบ ๆ ที” ในที่สุดฉินเย่ก็เอ่ยขึ้น จางหลินฮวารีบเข็นรถเข็นตรงหน้าและอธิบายทันที “พ่อทูนหัว ตรงนั้นคือหอจางเหวินหยวน…”

“แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง เลิกเรียกฉันว่าพ่อทูนหัวได้แล้ว” ฉินเย่เอ่ยเสียงเรียบ

“ห๊ะ?”

“เรียกฉันว่ารุ่นพี่ก็แล้วกัน” ฉินเย่ยิ้ม “คำว่า ‘พ่อทูนหัว’ ไม่ใช่คำที่จะใช้เรียกได้มั่วซั่ว”

“บางครั้ง มันก็ไม่สามารถเอามันคืนมาได้หลังจากที่พูดไปแล้ว”

จางหลินฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นแทบอยากจะตบหน้าตัวเองแรง ๆ สักสองที!

ทำไมที่ผ่านมาเราถึงโง่ขนาดนี้?!

แม้ว่านายจะไม่พอใจที่ต้องเรียกเขาว่าพ่อทูนหัว แต่นายก็ไม่จำเป็นจะต้องทำให้อีกฝ่ายรู้ก็ได้! เพราะไม่ว่าอย่างไรฉินเย่ก็เป็นเพื่อนของพ่อนาย! แล้วทำไมตอนนั้นนายถึงแสดงท่าทีไม่พอใจขนาดนั้นออกมาด้วย เจ้าโง่?!

แต่ถึงจะร้องไห้ให้กับนมที่หกไปแล้วมันก็ไร้ประโยชน์ สิ่งที่จบไปแล้วก็คือจบไปแล้ว

“โอเค…” เขาสูดหายใจเข้าช้า ๆ และรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ดูจริงใจและเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม “รุ่นพี่ฉิน หอจางเหวินหยวนคือหอที่ดีที่สุดภายในมหาวิทยาลัยอันฮุ่ย เมื่อก่อน มันถูกใช้โดยกลุ่มของศาสตราจารย์ประมาณสิบกว่าคน และผมก็ได้ดูรายชื่อครูผู้สอนในครั้งนี้แล้ว มันไม่มีทางที่พวกเขาจะเข้าไปพักในหอนี้ได้ทั้งหมด ทำไมพวกเรา…ไม่ลองเข้าไปด้านในและดูรอบ ๆ ล่ะ?”

ฉินเย่คิดอยู่ครู่หนึ่งและเอ่ยว่า “แล้วหอที่ฉันเคยอยู่ก่อนหน้านี้ล่ะ….”

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะสามารถพูดได้จนจบ จางหลินฮวาก็ถอนหายใจพร้อมยิ้มแบบขมขื่น “รุ่นพี่ฉิน ตอนนั้น มันเป็นความผิดของผมเอง”

สั้น ๆ แต่ได้ใจความ

ฉินเย่มองชายหนุ่มตรงหน้าตนด้วยความประหลาดใจ เขาก้าวเท้าไปด้านหลังหนึ่งก้าว ถือได้ว่าเด็กตรงหน้ามีความก้าวหน้าไม่เลว เขามีพรสวรรค์ในด้านการเมืองเหมือนกับผู้เป็นพ่อ

“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ฉันแค่อยากได้ที่ที่อยู่ใกล้หอที่ฉันเคยอยู่ แล้วที่นั่นก็เหมาะเลยไม่ใช่หรือ?”

“แต่ที่นั่น…” สีหน้าของจางหลินฮวาซีดเผือด หลังจากผ่านไปหลายวินาที เขาก็พึมพำเสียงเบาว่า “รุ่นพี่ฉิน ที่นั่นมัน…ไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่”

“ไม่ต้องกังวล ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีสถานที่ที่ไม่สะอาดอยู่ในเมืองเป่าอัน”

“ไม่ใช่อย่างนั้น!” จางหลินฮวาเริ่มวิตกมากกว่าเดิม หลังจากที่ได้ทำพลาดไปแล้วครั้งหนึ่ง เขาไม่สามารถที่จะทำผิดเป็นครั้งที่สองได้ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเข้มกว่าเดิม “ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในมหาวิทยาลัยอันฮุ่ยแล้ว เคอร์ฟิวเองก็ถูกยกเลิกไปแล้วเช่นกัน เหตุผลเดียวที่พวกผมยังอยู่ที่นี่ก็เพราะว่า มหาวิทยาลัยกำลังถูกนำมาใช้สำหรับสำนักฝึกตนแห่งแรก และพวกเขายังต้องการความช่วยเหลือ จากนักศึกษาที่คุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้ ดังนั้นพวกเราจึงค่อนข้างยุ่งเป็นพิเศษ และทุกคืนที่ผ่านมาเราก็ทำงานล่วงเวลาจนถึงห้าทุ่มหรือเที่ยงคืนมาตลอด”

“และอาคารที่คุณเคยอยู่ก่อนหน้านี้…ประมาณคืนนั้นเองที่ผมเห็น…อะไรบางอย่างที่นั่น ผมยังไม่ได้บอกใครเรื่องนี้ เพราะอย่างไรแล้วผมก็เห็นมันเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”

แววตาของฉินเย่สั่นระริก ขณะที่สีหน้าของเขาจริงจังขึ้นกว่าเดิม

มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป นับตั้งแต่ค่ำคืนแห่งโชคชะตาคืนนั้น

เขาคิดว่ามันคงจะเป็นผลมาจากความผันผวนอันทรงพลังของคลื่นพลังหยินในคืนนั้นที่ส่งผลต่อการมีอยู่ของควาฟู่ และมันก็น่าจะเป็นเพราะการตื่นขึ้นของสิ่งนั้น…ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ยังไม่มีใครทราบได้

“นายช่วยหาหอที่อยู่ใกล้ ๆ นี้แล้วช่วยฉันขนของเข้าไปด้านในที เดี๋ยวฉันจะไปดูอะไรหน่อย”

จางหลินฮวาไม่ได้โต้แย้งใด ๆ อีก เขาเพียงเข็นรถเข็นจากไป ขณะที่ฉินเย่ค่อย ๆ เดินกลับไปที่หอพักที่เขาเคยอยู่ก่อนหน้านี้

“นี่เจ้า….กำลังคิดที่จะลงไปดูที่รังของเชาโยวเต๋าอย่างนั้นหรือ?” อาร์ทิสกระซิบ

นางสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังของขั้นยมทูตขาวดำที่กวาดไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยบ้างเป็นครั้งคราว แม้ว่านางจะไม่คุ้นชินกับระบบการบ่มเพาะในแดนมนุษย์ แต่นางก็รู้ดีว่าผู้ฝึกตนที่อยู่ขั้นยมทูตขาวดำจะสามารถพัฒนาสัมผัสอันเฉียบคมของตนจนก่อเป็นรูปของสำนึกทางจิตวิญญาณที่สามารถใช้แทนดวงตาของพวกเขาได้ ดังนั้นนางจึงระวังไม่เคลื่อนไหวอย่างประมาท

“ใช่ เพราะมันจะมีการจัดอันดับในวันปีใหม่ และข้าก็ต้องไปที่เมืองไท่ซานทันทีหลังจากนั้น เราแทบจะไม่มีเวลาเหลือแล้ว” ฉินเย่กระซิบตอบเบา ๆ “ทำให้แน่ใจไว้ก่อนดีกว่า หากมันไม่มีทางที่จะบุกเข้าไปใน SRC ได้…เราก็จะเปลี่ยนไปใช้อีกตัวเลือกต่อไปแทน”

อาร์ทิสถอนหายใจออกมา เห็นได้ชัดว่านางไม่ค่อยพอใจนัก

ตอนนี้มีสมบัติที่แสนล้ำค่าวางอยู่ต่อหน้าต่อตาของพวกนาง แต่พวกนางกลับทำได้เพียงหยิบลูกตาปลาที่ส่องแสงอยู่ข้าง ๆ เท่านั้น

ผู้ใดจะไม่รู้สึกไม่พอใจกับสถานการณ์แบบนี้กัน?

“นอกจากนี้…” ฉินเย่หยุดพูดไปขณะที่ชี้ไปยังพื้นที่ที่เพิ่งก่อสร้างขึ้นใหม่ “ท่านเห็นที่ตรงนั้นหรือไม่?”

มันคือสุสาน

มันถูกสร้างขึ้นในรูปแบบตะวันตก อาจเป็นเพราะว่ามันใช้พื้นที่น้อยกว่าก็เป็นได้ บล็อกหลุมฝังศพวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ อาคารทรงหอคอยสูงสามเมตรอยู่ตรงกลางของพื้นที่ทั้งหมด ช่อดอกไม้สีขาวถูกวางไว้ตรงหน้าของหลุมฝังศพแต่ละหลุม

“มันคืออะไร?”

“ข้าได้ไปสำรวจดูคร่าว ๆ มาแล้วก่อนหน้านี้” ฉินเย่กระซิบ “นั่นคือ…สุสานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ฝึกตนที่สละชีวิตภายในคืนนั้น”

“ชื่อของพวกเขาถูกสลักไว้บนอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ตรงนั้น”

โดยไม่รอคำตอบของอาร์ทิส เขาแค่นหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “ข้ารู้ ในฐานะของตุลาการนรก ผู้ที่เคยปกครองนครหมินเฟิง ท่านคงจะมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระใช่หรือไม่? แต่…มันก็ไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ว่าคนเหล่านี้ต้องตายเพราะข้า”

“ข้าจะไม่มีทางบอกใครเรื่องนี้ และข้าก็จะบอกด้วยว่าเชาโยวเต๋าตายอย่างไรหรือใครปัดเป่าเขา แต่….”

“มนุษย์…” สายตาของเขาดูค่อนข้างเหม่อลอยและว่างเปล่า “ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี”

“ไม่เช่นนั้น หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตอยู่มานานหลายทศวรรษ ข้าคงไม่เป็นคนเดิมอีกต่อไป….”

อาร์ทิสเคร่งขรึมลง หลังจากที่เงียบไปสักพักใหญ่ ในที่สุดนางก็พูดขึ้นว่า “เพราะแบบนั้น เจ้าเลยคิดที่จะไปนำของบางอย่าง กลับมาจากรังของเชาโยวเต๋าเพื่อแสดงความเคารพที่สุสาน?”

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นเพียงเอ่ยอย่างเย็นชา “ผู้คนนับพันต้องตายก็เพราะเขา และในเมื่อครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นยมทูต มันก็คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรหากข้าจะใช้เถ้ากระดูกของเขามาแสดงความเคารพต่อคนตาย”

อาร์ทิสพยักหน้า “ควรเป็นเช่นนั้นจริง”

“หลังจากที่ทรยศต่อความเชื่อที่ว่าคนเป็นและคนตาย ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกันด้วยข้ออ้างที่ว่าเขาต้องทำหน้าที่ในฐานะของยมทูต เจ้านั่นก็สมควรตายแล้ว”

ไม่มีใครพูดอะไรสักคำหลังจากนั้น ฉินเย่เดินกลับไปที่หอพักเดิมของเขาอย่างช้า ๆ ทันทีที่เขามาถึงห้อง สิ่งแรกที่เด็กหนุ่มทำก็คือมองไปที่ตู้

มันเคยมีคนกระดาษสามตัวสำหรับดวงวิญญาณทั้งสามที่เขาไม่ได้นำมันติดตัวไปด้วยในครั้งนั้น

ดังนั้นมันจึงควรอยู่แถว ๆ นี้ และเขาก็อาจจะสามารถถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้ได้

แต่… มันกลับไม่มีอยู่แล้ว!

“หรือว่ามีใครเอามันไป?” เขาขมวดคิ้วยุ่งก่อนจะส่ายศีรษะไปมา “ไม่…สถานที่แห่งนี้…เป็นเหมือนกับเขตไล่ล่าที่ 4 ข้าไม่รู้สึกถึงคลื่นพลังหยินเลยสักนิด!”

“มีบางอย่างผิดปกติ” อาร์ทิสเอ่ย “แม้ว่าเมืองเป่าอันจะกลายเป็นพื้นที่สีเขียวแล้ว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะปราศจากพลังงานหยินโดยสิ้นเชิง สิ่งเดียวที่พื้นที่สีเขียวบ่งบอกก็คือความปลอดภัย ทว่าข้อเท็จจริงที่ว่าวิญญาณหยินจำนวนนับไม่ถ้วนยังคงเร่ร่อนอยู่ในทั่วทุกมุมบนแผ่นดินจีนนั้นยังคงอยู่ มันไม่มีเหตุผลเลยสักนิดที่เจ้าไม่สามารถสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังหยินเลยแม้แต่น้อย!”

“มันมีบางอย่างผิดปกติจริง ๆ หรือ?” ดวงตาของฉินเย่เป็นประกายขึ้น เขาปัดฝุ่นออกจากผ้าห่มและล้มตัวลองนอน

เขาเองก็เช่นนั้น อยากจะเห็นผู้ที่กล้ามาสร้างปัญหาในฐานที่มั่นของเหล่าผู้ฝึกตน

คนพวกนั้นเหนื่อยที่จะมีชีวิตแล้วหรือไร?

เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ ฉินเย่ตื่นขึ้นมาในตอนเที่ยงเพื่อทานอาหารกลางวัน จากนั้นจึงหลับยาวตลอดบ่าย

และเมื่อเขาตื่นขึ้นอีกครั้ง มันก็เป็นเวลาค่ำแล้ว

ฉินเย่มองดูนาฬิกาโทรศัพท์ของตนเอง 6.30 น.

เสียงประกาศสาธารณะไม่ได้ถูกเปิดขึ้นในเมืองเป่าอันอีกต่อไป และมันกลับทำให้ทั่วทั้งเมืองตกอยู่ในความเงียบอย่างน่าประหลาด

ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยในเวลานี้ร้างราผู้คน สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือเสียงของใบไม้ที่ร่วงโรยและสายลมอันแผ่วเบา

ฉินเย่เดินเข้าไปในห้องน้ำพร้อมก็อ้าปากหาว

ไฟจากหลอดฟูลออเรสเซนต์สีขาวส่องสว่างไปทั่วทั้งห้องอาบน้ำ นี่เป็นหอพักเก่า และบริเวณผนังห้องอาบน้ำสีขาวก็ถูกเรียงรายไปด้วยกระจกที่ถูกตอกติดแน่นเอาไว้ บนบานกระจกเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสกปรกของฟองยาสีฟันและโฟมล้างหน้าที่เกาะเป็นคราบเหลือง ๆ กลิ่นเหงื่อไคลของบุรุษเพศอบอวลไปทั่ว

อ่างล้างหน้าแบบยาวที่แทบจะไม่ค่อยมีให้เห็นในปัจจุบัน ถูกติดตั้งอยู่สูงขึ้นมาจากพื้นหนึ่งเมตร นี่คือจุดที่เหล่านักศึกษาจะมาล้างหน้า บ้วนปาก และวางกะละมัง ท่อสีฟ้ายาวเส้นหนึ่งถูกติดตั้งอยู่เหนืออ่างอีกที

มันคือห้องอาบน้ำชายธรรมดาทั่วไป

ด้วยสติที่ยังสะลึมสะลือ เขามองดูเงาของตัวเองในกระจก ภายในห้องน้ำส่วนอื่น ๆ ว่างเปล่า ดังนั้นเขาจึงก้มหน้าลงและล้างหน้าของตัวเอง

ซ่าาา…..ทันทีที่น้ำเย็น ๆ สาดเข้าที่ใบหน้า เด็กหนุ่มก็รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นกว่าเดิม ทว่าทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมามองกระจกอีกครั้ง…เขาก็พบว่านอกจากเงาสะท้อนของตัวเองแล้ว มันยังมีคนกระดาษสี ๆ ยืนอยู่ด้านหลังของตัวเอง!

นอกจากนี้ มันก็ดูเหมือนว่ามันจะยืนอยู่ตรงนี้มาสักพักแล้ว และกำลังมองมาที่ฉินเย่อย่างเย็นชา

ฟึ่บ! โดยปราศจากคำเตือนใด ๆ คนกระดาษก็แทงกรรไกรที่อยู่ภายในมือของมันตรงมาที่เส้นเลือดแดงของฉินเย่อย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มหัวเราะเย็นยะเยือกและถีบมันจนกระเด็นออกไป จากนั้น ก่อนที่มันจะกลับมายืนบนเท้าได้อีกครั้ง ใบมีดกระดูกสีขาวก็ฝังเข้าที่หน้าผากของมันเสียแล้ว

“เจ้า…ได้อย่างไร….” เสียงแหบแห้งของคนกระดาษเจือไปด้วยความกระหายเลือด

“ข้ารู้ได้อย่างไรน่ะหรือว่ามีคนอื่นอยู่ที่นี่?” ฉินเย่ยิ้มบางขณะที่ชี้ไปรอบ ๆ “นี่มันเป็นหอเก่า”

“ดังนั้นจึงไม่มีหลอดไฟอัตโนมัติที่ทำงานด้วยเซนเซอร์”

“นี่เป็นไฟที่ด้วยเปิดปิดด้วยมือ และมันก็ไม่มีทางที่ห้องอาบน้ำนี่จะยังเปิดไฟอยู่หลังจากที่ไม่มีคนอยู่มานานแล้ว” ฉินเย่เอ่ยขณะที่แทงใบมีดไปที่ส่วนกรามของคนกระดาษตรงหน้า “ข้าเป็นคนนำคนกระดาษพวกนี้มาให้พวกเจ้า สังหารเชาโยวเต๋า แก้แค้นให้พวกเจ้า นี่ข้าก็กำลังสงสัยอยู่พอดีว่าพวกเจ้าหายไปไหน…แต่เจ้ากลับตอบแทนข้าแบบนี้น่ะหรือ?”

“บอกข้ามา เหตุใดข้าจึงไม่รู้สึกถึงพลังหยินที่แผ่ออกมาจากร่างของเจ้าเลย? แล้วใครเป็นมอบความกล้าให้กับเจ้าในการโจมตียมทูต?”

มันดูราวกับคนกระดาษได้สูญเสียความทรงจำของมันไปแล้ว ความไม่พอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันบิดเบี้ยว และทันใดนั้นเองร่างตรงหน้าก็ร้องออกมาเสียงดัง เปลวไฟสีเขียวปรากฏขึ้นที่ปลายเท้า แผดเผามันจนกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา

ตุบ…ในวินาทีนั้น เสียงของบางอย่างร่วงลงกับพื้นก็ดังขึ้นให้ได้ยินจากปลายสุดของทางเดินด้านนอก

แปลบ… แปลบ…พรึ่บ…หลอดไฟภายในห้องน้ำกะพริบอยู่สองสามครั้งก่อนจะดับลง

ตึก…ตึก ตึก!

เสียงดังกล่าวดังขึ้นอย่างไม่เป็นจังหวะนัก มันคล้ายกับเสียงของคนแก่ที่กำลังเดินไปตามระเบียงทางเดินโดยใช้ไม้เท้า

ภายใต้ท้องฟ้าสีแดงเข้มในยามพลบค่ำ ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยตกอยู่ในความเงียบงัน หอพักนักศึกษาว่างเปล่า อย่างไรก็ตามมันกลับมีบางอย่าง…บางอย่างที่คล้ายกับมีพลังหยินที่สามารถบดบังทุกประสาทสัมผัสกำลังย่างกรายเข้ามาใกล้บริเวณห้องอาบน้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ!

มันแทบจะเหมือนกัน…การฟื้นคืนของเขตไล่ล่าที่ 4!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 91 มัน...ไม่ค่อยสะอาดนัก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved