cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 8 ตราจ้าวนรก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 8 ตราจ้าวนรก
Prev
Next

บทที่ 8 ตราจ้าวนรก

น้ำตกอเวจีนั้นงดงามและยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก เพราะว่าดวงวิญญาณทั้งหมดที่ยังล่องลอยอยู่ในโลกมนุษย์ก่อนจะถึงเทศกาลวันสารทจีนนั้น มีจำนวนมากกว่า 100,000 ดวง เมื่อพวกเขาพุ่งไปที่แม่น้ำแห่งความหลงลืมพร้อมกัน น้ำตกวิญญาณก็ดำเนินต่อไปเป็นเวลาหลายสิบนาที

ฟึ่บ…เรือยังคงวนอยู่อย่างนั้นราวกับไม่มีน้ำหนัก ฉินเย่เองก็พยายามบังคับหางเสืออย่างดุเดือด แต่มันกลับดูเหมือนว่าไม่มีทางที่เรือจะไปที่สะพานนั้นได้ เวลายังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ดวงวิญญาณจำนวนมากแห่แหนไปที่ปลายสะพานราวกับแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ ตกลงไปตายในเหวลึก

20 นาทีผ่านไป…40 นาทีผ่านไป….

ทันใดนั้นเอง ขณะที่ดวงวิญญาณจำนวนมากที่รวมตัวกันอยู่ที่ปลายสะพาน วิญญาณดวงหนึ่งก็สามารถเดินบนความว่างเปล่าได้โดยที่ไม่ร่วงลงไป

ในขณะนั้น หญิงชราก็ถอนหายใจออกมาอย่างโศกเศร้า แล้วจู่ ๆ ร่างของนางหายไป และคลื่นพลังความมืดบางอย่างก็แผ่ไปทั่วความว่างเปล่าและโอบล้อมดวงวิญญาณทั้งหมดเอาไว้

เมื่อเหล่าดวงวิญญาณปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง พวกเขาก็ขึ้นมาอยู่บนเรือข้ามฟากที่อยู่ห่างออกมาแล้ว

“นั่นใช่เขาหรือเปล่า?” ฉินเย่เหลือบสายตาไปเห็นดวงวิญญาณดวงหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ อีกฝ่ายคือชายวัยกลางคน สภาพของเขาแทบจะไม่มีที่ติเลยแม้แต่น้อย ดวงวิญญาณของเขามีสันกรามที่ชัดเจน จมูกโด่งเป็นสัน และคิ้วที่คมเข้ม เสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่ก็ถูกเลือกมาอย่างดี มันเป็นของยี่ห้ออามานี่เสียด้วย!

บุคคลที่ทำให้ยายเฒ่าที่มีพลังมหาศาลต้องประสบกับปัญหามากมาย…เป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเนี่ยนะ?

“ใช่ ตอนนี้นรกกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย และข้าก็ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่ชัดของเขาได้ เมืองชิงซีมีประชากรมากและเวลาก็มีอยู่อย่างจำกัด ข้ารู้แค่ว่าเขาเพิ่งตายมาไม่ถึงเจ็ดวันเท่านั้น และผู้ชายคนนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับ ‘มัน’ อย่างแน่นอน การมาที่ประตูนรกคือตัวเลือกที่ดีที่สุดที่เรามีในตอนนี้” ทันทีที่เอ่ยจบ หญิงชราก็ยื่นมือของนางเข้าไปที่หน้าอกของวิญญาณดวงนั้น

“อ๊ากกกก!!!” เสียงกรีดร้องทรมานดังขึ้นและสีหน้าของอีกฝ่ายก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง และในวินาทีต่อมา ความเย็นของโลกใต้พิภพก็แผ่ซ่านไปทั่วเรือ

ฟิ้ววววว! ไม่มีการเตือนอะไรทั้งสิ้น กระแสลมกระโชกแรงพัดเข้าใส่ร่างของฉินเย่จนเสื้อคลุมที่เขาสวมอยู่ปลิวสะบัดไปในอากาศ ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง ขณะที่อุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ “พระเจ้า…”

มันคือพลังหยิน!

แม้ว่ามันจะไม่ได้รุนแรงเท่าไหร่นัก แต่ความบริสุทธิ์ของมันนั้นน่าตกตะลึงเป็นอย่างมาก!

ฟิ้ว~……คลื่นพลังหยินที่พลุ่งพล่านเข้ามานั้นรุนแรงจนความว่างเปล่าที่เรือข้ามฟากลอยอยู่สั่นเล็กน้อย และแม้แต่อสูรที่อยู่ที่ก้นเหวลึกก็เงียบไปเช่นกัน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คลื่นพลังขนาดนี้จะมาจากร่างของวิญญาณธรรมดา ๆ! พลังของมันน่าสะพรึงกลัวกว่าของยายเฒ่าเสียอีก!

มันคืออะไร?!

ผู้ชายคนนี้?

วิญญาณพันปี?

“อึก…” วินาทีนี้หญิงชราได้ยื่นมือของตนออกไปขณะที่ถอยหลังไปสองสามก้าว ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยเหงื่อ และแขนของนางก็เป็นประกายสีทองอ่อน ๆ และที่แปลกกว่านั้น..จู่ ๆ ริ้วรอยบนใบหน้าของนางก็เพิ่มขึ้น มันเหมือนกับว่านางอายุมากขึ้นหลายสิบปีภายในพริบตา

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบทันที

ตึกตัก ตึกตัก หัวใจของเขาเต้นแรงจนเสียงของมันดังก้องอยู่ในหู และทันใดนั้นฉินเย่ก็พบว่าร่างของเขาได้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ จากนั้นจึงเอ่ยพึมพำออกไปด้วยหัวใจที่สั่นระริก “ราชาวิญญาณ?”

หญิงชราจ้องมองไปที่มือของตัวเองโดยไม่พูดอะไร หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งนางก็ยิ้มออกมาอย่างเศร้า ๆ “มันอยู่ในร่างของผู้ชายคนนี้…ข้าคำนวณได้แค่ว่ามันอยู่ภายในเมืองชิงซี แต่เจ้าก็ยังไม่สามารถหาเขาเจอ ดังนั้นข้าจึงคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเลือกที่ดีที่สุดของเราก็คือรอให้เขามาที่นี่ ตอนที่ประตูนรกเปิดในช่วงเทศกาลวันสารทจีน นั่นคือเวลาที่ผู้ที่ถือครอง ‘มัน’ จะมาที่นี่ในที่สุด…”

ฉินเย่มองหญิงชราตากะพริบ “ ‘มัน’ ที่ว่าของท่านคืออะไรกันแน่?”

อีกฝ่ายเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมา “ตราจ้าวนรก”

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง….เดี๋ยวนะ!” ฉินเย่มองไปยังหญิงชราตรงหน้าของตนราวกับเห็นผี จากนั้นถึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ “ตราจ้าวนรก? รากฐานสำคัญในตำนานที่ใช้สร้างให้เกิดนรกขึ้นมาน่ะหรือ? พวกท่านทำของที่สำคัญขนาดนี้หายไปได้อย่างไร?”

แค่ความจริงที่พวกท่านยังมีชีวิตอยู่ก็น่าอัศจรรย์พอแล้ว…

“มองแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง? เรื่องมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เจ้าคิด” หญิงชรามองฉินเย่อย่างโมโห ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน “เมื่อครั้งที่นรกเพิ่งถูกสร้างขึ้นมา มันมีสมบัติสำคัญอยู่สามชิ้น และตราจ้าวนรกก็เป็นหนึ่งในนั้น”

“ต่อมาตราจ้าวนรกก็ได้แตกเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ก็เช่นเดียวกันกับสมบัติชิ้นอื่น ๆ ตราบใดที่เจ้าสามารถหาเศษส่วนชิ้นแรกของมันได้ เศษส่วนนั้นก็จะนำพาเจ้าไปยังสถานที่ของเศษส่วนชิ้นอื่น ๆ ต่อไป

“เดี๋ยวก่อนนะ” ฉินเย่จับประเด็นสำคัญทั้งหมดและชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ ท่านคงไม่ได้ปิดบังอะไรเอาไว้ใช่ไหม?”

“เจ้าหมายความว่ายังไง? ตอนนี้เจ้ามีโอกาสที่จะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นจ้าวนรกคนสุดท้ายนะ สามัญสำนึกของความรับผิดชอบต่อหน้าที่และประชากรนรกของเจ้าอยู่ที่ไหนกัน?”

“บ้าไปแล้ว….ข้าไม่ได้อยากจะทำอะไรพวกนี้เลยสักนิด!”

“เช่นนั้นก็ได้โก่วต้าน แล้วเจ้าก็จะมีเวลาเหลืออยู่ในโลกมนุษย์อีกแค่สามวัน”

ครั้งนี้ฉินเย่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เข้มกว่าเดิม สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเขาทำงานอีกครั้ง “…นั่น…..เรามาคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจังและเลิกพูดเรื่องที่ไม่จำเป็น หรือขู่ให้กลัวกันดีหรือเปล่า? อย่างตอนนี้ มาพูดเรื่องที่ว่าจริง ๆ แล้วข้าเล่นเกมที่ต้องใช้ไอคิว (IQ) สูง ๆ ไม่เก่งเท่าไหร่จะดีกว่าไหม?”

หญิงชราเหลือบมองอีกฝ่าย “ ‘หากเราไม่มีผิวหนัง ขนก็ไม่มีที่ให้เกาะ’ [1] เจ้าไม่เข้าใจหลักการนี้หรือไง? ถ้าหากนรกพบว่าตัวเองตกอยู่ในความไม่มั่นคง คนแรกที่จะต้องตายก็คือคนอย่างเจ้าที่ไม่ได้เป็นทั้งคนเป็นหรือคนตาย”

ป่าเถื่อน!

เส้นเลือดข้างขมับของฉินเย่นูนขึ้นและเต้นตุบ ๆ ชีวิตมันเป็นเรื่องบัดซบ ตั้งแต่ที่เขาไม่สามารถโตขึ้นได้ เขาก็ตัดสินใจที่จะยอมรับมันแต่โดยดีและสนุกกับมันให้เต็มที่ แต่ตอนนี้ในใจของเขากลับอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ

เห้อ…เอาเถอะ….ยายเฒ่า…

“ทำไมมนุษย์ธรรมดาอย่างเขาถึงมีตราจ้าวนรกได้?” เมื่อคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง ฉินเย่ก็หันไปสนใจดวงวิญญาณที่ยืนอยู่ตรงหน้าตน และขณะที่เขาจะเอ่ยต่อ ฉินเย่ก็ต้องชะงักไปและขยี้ตาตัวเองซ้ำ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่วิญญาณตรงหน้า

“มีอะไร?”

“ข้าเคยเห็นเขามาก่อน” หลังจากผ่านไปสักพัก ฉินเย่จึงหันกลับไปหาหญิงชราและขมวดคิ้วเข้าหากัน

“นี่…พ่อของหวังเฉิงห่าวไม่ใช่หรือ?”

“เจ้าแน่ใจนะ?” สายตาของหญิงชราเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที

“ข้าแน่ใจ!” ฉินเย่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เขาคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองชิงซี หวังเจ๋อหมิน ข้าเคยเห็นเขาตอนวันประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียน ลูกชายของเขาหวังเฉิงห่าวเรียนอยู่ห้องเดียวกันกับข้า”

“เขาตายแล้วจริง ๆ เหรอ? ทำไมข้าถึงไม่ได้ยินเรื่องนี้มาก่อน…”

แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ต้องหยุดพูดไปกลางคันอีกครั้ง ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้น

เดี๋ยวนะ….มันมีบางอย่างไม่ถูกต้อง!

การตายของชายที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองชิงซีจะต้องตกเป็นข่าวใหญ่แน่ ๆ และมันก็อาจจะถูกเผยแพร่ไปทั่วเมืองเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางธรรมดาหรือในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ยิ่งกว่านั้น ต่อให้เรื่องพวกนี้ไม่ถูกประกาศออกไป อย่างน้อย…ท่าทางของหวังเฉิงห่าวที่เป็นลูกชายก็น่าจะมีอะไรแปลกไปบ้างสิ

แต่นี่กลับไม่มีอะไรเลย

พฤติกรรมของเฉิงห่าวตลอดสองวันที่ผ่านมาแทบจะดูไม่ออกเลยว่าเพิ่งสูญเสียผู้เป็นพ่อไปสักนิด และที่สำคัญที่สุด ฉินเย่กำลังนึกถึงบทสนทนาที่ตนกับอีกฝ่ายได้พูดคุยกันก่อนหน้านี้

“ฉินเย่…นายรู้วิธีที่จะจัดการกับสิ่งนี้หรือเปล่า?”

“นายกลัวว่าตัวเองจะเจอมันอีกเหรอ?”

“มันไม่ใช่ฉิน….แต่…ครอบครัวฉัน…เพิ่งได้เจอมาเมื่อเร็ว ๆ นี้…”

ทุกอย่างมันดูแปลกขึ้นเรื่อย ๆ

นรกดูเหมือนว่าได้หยุดการทำการ ตราจ้าวนรกพังทลายและกระจัดกระจายไปทั่วโลกมนุษย์ ดวงวิญญาณของคนบังคับเรือหลุดลอยไป และยังเรื่องเหนือธรรมชาติจำนวนมากที่เกิดขึ้นในโลกมนุษย์อีก….ฉินเย่เปลี่ยนความคิดของตัวเองก่อนหน้านี้ ในนรก….สิ่งที่ร้ายแรงก็การหยุดการทำงานได้เกิดขึ้นที่นี่

“ไปกันเถอะครับ” เขาส่ายหัว จากนั้นก็หันไปเรียกหญิงชราอีกครั้ง

“หืม? แล้วความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ของเจ้าก่อนหน้านี้ล่ะ?”

ฉินเย่กลอกตามองอีกฝ่าย ก็ในเมื่อเขาไม่สามารถต่อต้านอะไรได้ ตัวเลือกต่อไปที่ดีที่สุดก็คือการลงมือทำ เพราะอย่างไรแล้วการอยู่รอดก็คือเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งไม่ใช่หรือไง?

การอยู่รอด คำนี้ไม่ได้หมายถึงแค่การใช้ชีวิตอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ เหมือนกับสุนัขตัวหนึ่ง แต่มันหมายถึงความมั่นคงในการดำรงชีวิต เหมือนกับที่สุนัขในวัดที่ได้เจอสถานที่พึ่งพิง

“นั่นคือสิ่งที่ข้าชอบมากที่สุดในตัวเจ้า เจ้าเป็นคนรู้ขีดจำกัดของตัวเอง” หญิงชราหยิบยันต์ออกมาแผ่นหนึ่งและแปะมันไว้ที่หน้าผากของหวังเจ๋อหมิน ก่อนที่จะขยำยันต์แผ่นนั้นจนกลายเป็นลูกบอล แบบนั้น…ดวงวิญญาณตรงหน้าก็กลายเป็นลูกบอลที่ถูกผนึกไว้ด้วยยันต์นั้น จากนั้นจึงใส่มันไว้ในกระเป๋าเสื้อของฉินเย่

“…บ้าน่า หลังจากที่พยายามหาตำแหน่งของเขามาอย่างยากลำบาก ท่านสามารถจัดการกับเขาได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ดูแลมันให้ดี เพื่อนของเจ้า…ข้าเกรงว่าเขาอาจจะกำลังกำ ‘กุญแจ’ ที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้เอาไว้ แต่ตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดเรื่องนั้น”

เมื่อพูดจบนางก็ผลักฉินเย่ออกไปบังคับหางเสือแทน จากนั้นเพียงการบังคับแค่ครั้งเดียว แตรของเรือข้ามฟากก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ก่อนหน้านี้เจ้าคิดว่านรกหยุดทำการแล้วใช่หรือไม่?”

“ในเมื่อเจ้าผ่านการทดสอบคุณสมบัติ ข้าจะให้เจ้าได้เห็นความจริงที่น่ากลัวมากกว่าการคาดเดาตื้น ๆ ของเจ้าถึง 10,000 เท่า จากสถานการณ์จริงทั้งหมดของนรกที่ต้องเผชิญในตอนนี้”

ฟึ่บ…ทันทีที่หญิงชราบังคับหางเสือ เรือก็เริ่มแล่นด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ เคลื่อนที่ผ่านความว่างเปล่าและเข้าไปในส่วนลึกของนรก

หลังจากผ่านไปสักพัก เสียงคำรามดังก้องไปทั่วเหว และอีกสิบนาทีต่อมา หัวขนาดใหญ่ของผู้หญิงคนหนึ่งก็โผล่ขึ้นมา

ใบหน้าของนางงดงามเป็นที่สุด คิ้วคมเรียงสวยและดวงตาทรงอัลมอนด์ ริมฝีปากแดงเข้มราวกับสีเลือด ในขณะที่ผิวของนางขาวและเรียบเนียนราวกับหิมะ

ไม่มีสิ่งไหนเลยบนใบหน้าของนางที่ไม่สวยงาม ถ้าหากมากกว่านี้มันก็จะเกินไป แต่ถ้าน้อยกว่านี้ก็จะหมายถึงความไม่สมบูรณ์แบบ

แต่มันมีแค่ส่วนหัวเท่านั้น

ตั้งแต่ส่วนคอลงไปมันไม่มีอะไรเลย! ด้านหลังของหัวมีเส้นผมสีเขียวอยู่แค่สามเส้นเท่านั้น หัวขนาดใหญ่นี้ไม่ได้เล็กกว่าเรือข้ามฟากที่แล่นไปไกลแล้วเลยสักนิด มันแทบจะเหมือนกับดวงอาทิตย์เลยด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่ามันจะมีใบหน้าของมนุษย์อยู่ แต่มันก็ดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก

“นั่นคือจ้าวนรกคนสุดท้ายที่ท่านเลือกอย่างนั้นหรือ?” สายตาของนางมองตรงไปยังทิศทางที่เรือแล่นไป หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ นางก็ถอนหายใจออกมา “หากเราไม่มีผิวหนัง ขนก็ไม่มีที่ให้เกาะอย่างนั้นหรือ….พูดได้ดี…”

“แล้วหากไม่มีนรกแล้ว การมีอยู่ของพวกเราจะมีประโยชน์อะไรเล่า?”

“แต่ท่านก็ยังยอมใช้ทุกอย่างที่ตัวเองมี แต่มันจะทำอะไรได้?”

“หากโลกมนุษย์จะตกอยู่ในความโกลาหลจริง ๆ…ก็ปล่อยให้มันเป็นไปสิ! มนุษย์และวิญญาณนั้นแตกต่างกันโดยพื้นฐานอยู่แล้ว แล้วอะไรที่ทำให้ท่านคิดว่าปัญหานี้จะสามารถแก้ได้โดยใช้แค่กำลังของมนุษย์? ทำไมต้องกังวลเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ด้วย?”

หลังจากที่ส่ายหน้าอย่างไม่ยอมรับ ใบหน้าอันงดงามก็ค่อย ๆ จมลงไปในเหวลึกอีกครั้ง

………………………………………………..

เนื่องจากมีหญิงชราอยู่ที่หางเสือและฉินเย่อยู่ที่หัวเรือ เรือลำใหญ่จึงแล่นไปได้อย่างรวดเร็ว ทุกอย่างโดยรอบล้วนถูกปกคลุมไปด้วยหมอกดำหนา แต่เรือก็ยังคงแล่นไปด้านหน้าด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ ทะเลหมอกสีดำยังคงแยกออกเป็นสองทาง เหมือนกับที่โมเสสแยกทะเลออกเป็นสองฝั่ง

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ในที่สุดกลุ่มหมอกก็จางลงและสะพานขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของพวกเขา

มันคือสะพานหินปูนที่กว้างจนน่าเหลือเชื่อ อย่างน้อยก็กว้างกว่า 10,000 เมตร ในขณะที่ปลายสุดของสะพานนั้นทอดยาวจนมองไม่เห็น!

ตัวสะพานทุกเส้นถูกปูด้วยหินอ่อน แต่มันกลับดูเก่าและทรุดโทรม แถมยังมีบางส่วนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและรอยขีดข่วน และมันยังมีตะไคร่ขึ้นอยู่ตามพื้น เห็นได้ชัดเลยว่าสะพานนี้มีอายุมานานหลายปีแล้ว

ทุกคนที่ยืนอยู่บนสะพานล้วนรู้สึกตัวเล็กเท่ามดทั้งนั้น ฉินเย่ยังคงยืนมองความกว้างกว่าหมื่นเมตรของสะพานอย่างตกตะลึง จากนั้นเขาก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ และถาม “หรือนี่จะเป็น….สะพานแห่งความจนใจ?”

สายตาของหญิงชราซับซ้อนอย่างไม่สามารถอธิบายได้ นางปล่อยมือจากหางเสือและชี้ไปที่สะพาน “เมื่อประมาณร้อยปีก่อน ข้านั่งอยู่ตรงนั้น คอยมอบชามน้ำแกงให้กับเหล่าดวงวิญญาณที่ต้องการจะลืมอดีตของตนเอง”

ฉินเย่เลื่อนสายตาไปมองตามที่อีกฝ่ายชี้ ที่ต้นของสะพานมีหม้อต้มสามขารูปทรงโบราณที่ทำมาจากสัมฤทธิ์ตั้งอยู่ ขนาดของมันถือได้ว่าใหญ่มาก ความสูงประมาณร้อยเมตร บนตัวหม้อถูกแกะสลักเป็นรูปดอกไม้ นก แมลง และงูจำนวนมาก ขณะที่มังกรสัมฤทธิ์สี่ตัวถูกสลักให้ดูคล้ายกับว่าพวกมันออกมาจากหม้อ ปากของพวกมันอยู่ห่างจากพื้นไม่เกินครึ่งเมตร ด้านล่างของหม้อมีโต๊ะสี่เหลี่ยมโบราณที่สามารถนั่งได้แปดตนตั้งอยู่ ตัวโต๊ะถูกคลุมไว้ด้วยผ้าสีเหลือง

หม้อต้มอยู่ที่นั่น แถมโต๊ะก็อยู่ที่นั่น…แต่มันกลับไม่มีใครยืนอยู่แถวนั้นเลย

“ตำนานกล่าวว่าสะพานแห่งความจนใจนั้นตั้งอยู่กึ่งกลางของทางหวงเฉวียน ผู้ที่สามารถมาถึงที่นี่ได้ ไม่ว่าใครก็ตาม ต่างก็จะร้องไห้ออกมาอย่างทำอะไรไม่ถูก ผู้กรรเชียงเรือทำหน้าที่ช่วยพาดวงวิญญาณมาที่สะพานแห่งความจนใจ พาพวกเขาข้ามแม่น้ำลืมเลือนมาที่สะพาน สถานที่ที่พวกเขาจะได้ดื่มน้ำแกงของยายเมิ่งก่อนที่จะได้ไปเกิดใหม่ในที่สุด” ฉินเอ่ยออกมาขณะที่มองไปยังภาพตรงหน้า “หลังจากที่ดื่มน้ำแกงของยายเมิ่งไปแล้วพวกเขาจะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชาตินี้ หากใครต้องการเก็บความทรงจำพวกนี้เอาไว้ พวกเขาก็ต้องกระโดดลงไปในแม่น้ำลืมเลือนและรอไปอีก 1,000 ปี”

“แต่หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น ผู้นำพาดวงวิญญาณตายไป ดวงวิญญาณทั้งหลายก็ไม่ได้มาที่สะพานแห่งความจนใจอีกต่อไป และยายเมิ่งก็ต้องเดินทางไปที่โลกมนุษย์เป็นครั้งแรก นั่นทำให้นางพบว่ามีดวงวิญญาณนับล้านที่ยังคงติดอยู่ที่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำลืมเลือน…ยายเมิ่งที่เคารพ มันเกิดอะไรขึ้นกับนรกกันแน่?”

“เจ้าดูไม่ตกใจเลยนะ?” หญิงชราสามารถรู้ได้จากสีหน้าของชายหนุ่มเลยว่าฉินเย่รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว และตอนนี้แววตาของอีกฝ่ายก็มีแต่ความตื่นตะลึงกับความงดงามของสะพานแห่งความจนใจมากกว่า

ฉินเย่ส่ายหน้าและยิ้มแหย ๆ “ข้าพอจะเดาได้ตั้งแต่ที่ท่านบอกว่าผู้กรรเชียงเรือนำดวงวิญญาณมาส่งยังที่ที่ท่านอยู่แล้ว เพราะสุดท้าย…ท่าเรือของอีกฟากมันก็มีอยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น”

ไม่อย่างนั้นท่านคิดว่าทำไมข้าถึงยอมทำตามอย่างว่าง่ายล่ะ?

เขาเป็นชายหนุ่มเลือดร้อนนะ! แค่สามวันงั้นเหรอ? แล้วมันยังไงล่ะ?

เขายอมตายอย่างสง่าภายในสามวัน ดีกว่าต้องเป็นไอ้พวกขี้ขลาดที่คอยร้องขอความเมตตา

แต่!

กุญแจสำคัญมันอยู่ที่เรื่องคุณสมบัตินี่สิ

เขาที่ไม่มีความสามารถพอที่จะต้านทานได้ก็เท่านั้น หญิงชราที่มีพลังขนาดที่สามารถทำให้เขากลายเป็นกองเนื้อบดได้เพียงแค่สะบัดข้อมือ…ต่อต้านไปแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร?

และในเมื่อทำไม่ได้ มันก็คงจะเป็นการดีกว่าที่จะเปลี่ยนความดื้อรั้นให้เป็นความยินยอม…และนี่คือสิ่งที่ฉินเย่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างไม่มีที่ติ

[1] หากเราไม่มีผิวหนัง ขนก็ไม่มีที่ให้เกาะ อุปมาว่า สรรพสิ่งไม่มีพื้นฐาน สรรพสิ่งนั้นก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 8 ตราจ้าวนรก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved