cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 51 ละมั่ง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 51 ละมั่ง
Prev
Next

บทที่ 51 ละมั่ง

ไม่ยากเลยกว่าจะเดินมาถึงห้อง ฉินเย่ก็ลากหวังเฉิงห่าวออกจากเตียง หวังเฉิงห่าวขยี้ตาและจ้องไปที่ฉินเย่ พอสายตากลับมามองเห็นชัดแล้วก็เกือบกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวออกมา แต่ฉินเย่ก็ปิดปากของเขาทันเสียก่อน

“ฉันเอง”

หวังเฉิงห่าวพยักหน้าอย่างเหม่อลอย ใครเห็นคนเลือดท่วมตัวมายืนต่อหน้าตัวเองก็ต้องตกใจกันทั้งนั้น ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนขี้ขลาดแน่นอน

“เราต้องไปแล้ว…”

“ฮะ? ไปที่ไหน?” แม้ว่าหวังเฉิงห่าวจะไม่อยากไป แต่น้ำเสียงที่ดูจริงจังของฉินเย่ ทำให้ความคิดทั้งหมดในหัวของเขาก็ถูกปัดทิ้งไปในทันที

“ไม่สำคัญหรอกว่าที่ไหน แต่ยิ่งไกลยิ่งดี!”

หวังเฉิงห่าวพยักหน้าและเริ่มเก็บข้าวของจำเป็น

สิบนาทีต่อมาฉินเย่และหวังเฉิงห่าว กระโดดขึ้นรถแท็กซี่และเริ่มเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง

ฉินเย่ฝืนตัวเองให้ตื่นตัว ยิ่งรถขับออกไปไกลเท่าไร คนขับรถแท็กซี่ก็ยิ่งตัวสั่น “นี้มันบ้าอะไร ทำไมวันนี้อากาศหนาวจัง”

“มันจะไม่หนาวถ้าคุณขับเร็วกว่านี้” ฉินเย่ตอบนิ่ง ๆ เขาเปลี่ยนเป็นชุดใหม่แล้ว ไม่มีร่องรอยของเลือดบนร่างกายอีกต่อไป ฉินเย่จ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ข้างนอกมีวิญญาณ หยินหลายร้อยหลายพันดวง กำลังล่องลอยจากทิศตรงข้ามและมุ่งตรงไปยังที่ที่ฉินเย่และหวังเฉิงห่าวเพิ่งจากมา!

เชาโยวเต๋าต้องเรียกวิญญาณหยินทั้งหมดในเมืองเป่าอันแน่ …ฉินเย่กำหมัดแน่น

จะตี 5 แล้ว คืนนี้เขาคงยังเคลื่อนไหวอะไรไม่ได้ แต่พรุ่งนี้…ไม่ก็มะรืน เมืองทั้งเมืองต้องกลายเป็นหายนะแน่!

เมืองเป่าอันที่ยังเห็นอยู่ด้านหน้ากำลังจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ในไม่ช้า

วิญญาณหยินทั้งหมดถือโคมไฟสีแดง เท้าของพวกเขาไม่ขยับ แต่พวกเขาลอยไปข้างหน้าช้า ๆ มีคำว่า “เชา” เขียนด้วยหมึกสีดำอยู่บนโคมไฟทั้งหมด

พวกมันลอยไปมาจากทุกที่ จำนวนของพวกมันก็มากมายราวกับน้ำในมหาสมุทร

เมื่อถึงตีห้า ฉินเย่ถึงหลับตาลง

การฟื้นฟูพลังกลับคืนมาเป็นสิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำเป็นอันดับแรก

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เขาตื่นขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่ามีคนกำลังเขย่าตัว หวังเฉิงห่าวโน้มตัวมาถามเขาด้วยความกังวล “ พี่ฉิน … เป็นยังไงบ้าง? ต้องพาไปโรงพยาบาลมั้ยเนี่ย”

พวกเขามาถึงใจกลางเมืองแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาตีห้าครึ่ง และท้องฟ้าค่อย ๆ สว่างอย่างช้า ๆ ฉินเย่ส่ายหัว “ ไม่จำเป็น เปิดห้องพักให้ฉันได้พักผ่อนก็พอ”

หลังจากได้ห้องแล้วฉินเย่ก็ทรุดตัวลงบนเตียงและนอนหลับไปแปดชั่วโมง

เป็นเวลา 14.00 น. ฉินเย่จึงตื่นขึ้น

เขาแตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปมาก เขาหายจากบาดแผลหลังจากพักผ่อนเพียงหนึ่งตื่น จากนั้นก็พิงหัวเตียงและพึมพำกับตัวเอง

เราจะทำยังไงดี?

ไม่มีทางที่เชาโยวเต๋าจะยอมแพ้กับเศษตราจ้าวนรกง่าย ๆ แน่ หากการครอบครองชิ้นส่วนแรกสามารถทำให้เขารอดจากการล่มสลายครั้งใหญ่ได้ แล้วชิ้นที่สองล่ะ?

ฉินเย่ตัดสินใจทำลายความสัมพันธ์ของพวกเขาไปแล้ว เมื่อเขาเปิดเผยว่าตัวเองครอบครองชิ้นส่วนตราจ้าวนรก มั่นใจได้เลยว่าเชาโยวเต๋าจะต้องพลิกเมืองหาเขาในคืนนี้!

ใช่ พลังหยินของพวกเขาไม่ได้มีพลังมากพอจะสัมผัสถึงกันได้ เนื่องจากอีกฝ่ายมีอำนาจแค่เพียงในมณฑลที่ดูแล แต่…เชาโยวเต๋าได้เห็นใบหน้าของฉินเย่แล้ว นอกจากนี้วิญญาณหยิน … เป็นร่างกายที่ไม่มีตัวตนตามธรรมชาติ

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ไม่สำคัญว่าเขาจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ถึงจะซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า วิญญาณหยินก็สามารถผ่านทะลุกำแพงเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

ไม่มีที่ให้วิ่งหนีและไม่มีที่ให้ซ่อน!

“ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ความจริงที่ว่าสิ่งนี้จะทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ของการจลาจลโดยวิญญาณหยินทั่วโลก บังคับให้ชาวโลกต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปราบปรามการปฏิวัติเหล่านี้ จะมีพลเมืองกี่คนที่จะเห็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเหล่านี้ รัฐบาลจะต้องเพิ่มความพยายามในการสะสางและแก้ไขมากน้อยแค่ไหน … ” เขาถอนหายใจ “ไม่มีที่ไหนปลอดภัยเลย”

“แค่ก ๆ… ” ทันใดนั้นเสียงที่อ่อนแรงและแหบแห้งก็ดังออกมาจากไหนไม่รู้ ฉินเย่ชะงักเล็กน้อย“ อาร์ทิส? เจ้าตื่นแล้วเหรอ”

ไม่มีการตอบสนองใด ๆ

ไม่นาน เสียงแผ่วเบาของอาร์ทิสก็พูดอีกครั้ง“ เจ้ารู้อะไรไหม … ”

“ตอนนี้ข้าว่าข้าเริ่มเสียใจที่ได้ผูกวิญญาณกับเจ้าแล้ว…”

ฉินเย่รู้สึกไม่พอใจ “นี่คือชะตากรรมของท่าน”

ทั้งคู่เคยชินกับการพูดเสียดสี แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป อาร์ทิสไม่ได้โต้กลับคำพูดของฉินเย่ เธอกลับเงียบไปหลายวินาทีก่อนจะพูดอีกครั้ง “เจ้าเคยได้ยินเรื่องละมั่งหรือเปล่า”

อาร์ทิสไม่รอฉินเย่ตอบ เธอพูดต่อ “เมื่อถูกเสือล่า ละมั่งจะสู้กลับด้วยเขาของมัน…แค่ก ๆ …แต่มันจะพยายามหนีให้ถึงที่สุดก่อน มันถึงจะตอบโต้”

“เจ้าเข้าใจที่ข้าสื่อหรือไม่ ก่อนที่เรื่องต่าง ๆ จะไม่สามารถแก้ไขได้ คำตอบแรกของมันไม่ใช่การต่อสู้ แต่เป็นการหนี…แค่ก ๆ …ใช่แล้ว …ข้าเข้าใจเจ้า เจ้าซ่อนตัวอยู่ในแดนมนุษย์นานเกินไป เจ้ากลัวที่จะได้รับใบอนุญาตด้านอสังหาริมทรัพย์ ใบขับขี่หรือแม้กระทั่งบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่าย…และไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวหวังหรือการเผชิญหน้ากับมัจจุราชแห่งยมโลกหรือจนถึงตอนนี้เจ้าก็ยังคิดจะหนีการต่อสู้…”

ฉินเย่หน้าร้อนผ่าว เมื่อไรกันที่อาร์ทิสเข้าใจตัวตนของเขาถึงเพียงนี้ แต่ความจริงที่คำพูดของอาร์ทิสแทงใจดำเขาอย่างจัง ทำให้เขาทั้งรู้สึกประหลาดใจและอับอาย

อาร์ทิสไม่ได้เอ่ยต่อ แต่กับพูดติดตลก “ เจ้ารู้ไหมว่าชื่อเสียงอันน่าเกรงขามของนรกมาได้ยังไง เจ้ารู้ไหมว่าทำไมปฏิกิริยาแรกของมัจจุราชแห่งยมโลก คือถอยทันทีเมื่อเจ้าบอกว่าเป็นยมทูต”

ฉินเย่ไม่เข้าใจว่าทำไมอาร์ทิสถึงเปลี่ยนเรื่องอย่างกะทันหัน เขาเม้มริมฝีปากและส่ายหน้าเบา ๆ

อาร์ทิสพูดต่อด้วยน้ำเสียงสงบ “แค่ก ๆ …สองร้อยปีก่อนมีการก่อกบฏขึ้น ปีศาจร้ายทั้งเจ็ดที่มณฑลหยุนชวน เจ็ดนักล่าวิญญาณและสองยมทูตขาวดำถูกสังหารในหน้าที่… ”

“หนึ่งร้อยสามสิบปีที่แล้ว มีผู้กลับชาติมาเกิดในหลุมฝังศพของนครหนานเจียง ยมทูตขาวดำห้าคนที่ประจำการอยู่ที่เมืองใกล้เคียงถูกสังหารในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ แม้แต่ตุลาการนรกก็ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่มีใครถอยแม้แต่ก้าวเดียว…”

“ย้อนกลับไปในสมัยนั้น ข้ายังเคยเจอกับภูตผีในตอนที่ข้าเป็นเพียงนักล่าวิญญาณ ถ้าไม่ใช่เพราะข้าโชคดี ข้าคงไม่มีโอกาสได้ดูแลมณฑลหมิงเฟิง…”

ใบหน้าของฉินเย่แดงขึ้นและแดงขึ้น คำพูดของอาร์ทิสเหมือนกับเปลวไฟที่กำลังลนใบหน้าของเขาช้า ๆ ทำให้หน้าเขาไหม้และเดือดขึ้น ฉินเย่กระแอมพึมพำเบา ๆ “ มันไม่ใช่อย่างที่ข้าต้องการ – … ”

เสียงของอาร์ทิสสวนขึ้นมา“แต่เจ้ายังคงถูกตราหน้าด้วยตรายมทูต นี่คือราคาที่เจ้าต้องจ่ายไปตลอดชีวิต!”

แต่ละประโยคที่พูด เป็นเหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางใจ ดึงฉินเย่ให้ออกมาจากการหลอกตัวเอง

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกมีหน้าที่เป็นของตัวเองทั้งนั้น! หน้าที่ของยมทูตคือการจัดระเบียบให้กับโคจรของโลกใบนี้! ความดีและความชั่วควรได้รับการตอบแทน ธรรมชาติของโลกควรไหลไปในรูปแบบที่ไม่สมควรถูกยับยั้ง นับตั้งแต่ที่เจ้าได้เข้าทำงานในฐานะยมทูต สิ่งเดียวที่อยู่ในใจของเจ้าไม่มีอะไรอื่นนอกจากความอยู่รอดของตัวเอง!”

“แล้วข้ามีทางเลือกไหมล่ะ!!” ฉินเย่ลุกขึ้นยืนทันที

เขาคว้าลูกบอลผนึกด้วยความโกรธ “ข้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา! ข้าอาจได้กินเห็ดเทียนสุ่ยและกลายเป็นอมตะและสามารถฟื้นคืนชีพได้ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ความตายมันเจ็บปวด! ข้ายังกลัวตาย!! ทุกครั้งที่ข้ากลับชาติมาเกิดข้าจะสูญเสียความทรงจำในอดีตและเริ่มต้นใหม่แบบว่างเปล่า แล้วตัวข้ายังคงเป็นตัวข้าอยู่ไหม!”

“ข้าหนีเหรอ?! ข้าทำอะไรได้อีกนอกจากวิ่งหนี! นักล่าวิญญาณแตกต่างจากยมเทพแค่ไหนเจ้าก็รู้! ที่โรงแรมเฝิงไหลข้าก็เกือบจะตายอยู่แล้ว!!”

“ท่านเคยสอนวิธีเพิ่มความแข็งแกร่งให้ข้าบ้างไหม!”

“แล้วเจ้าถามข้าสักครั้งไหม !!” เสียงอาร์ทิสดังขึ้นก่อนที่เธอจะไออย่างแรง หวังเฉิงห่าวกะพริบตาอย่างเชื่องช้าและพยายามหลบไปที่มุมหนึ่ง ฉินเย่มองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ จนหวังเฉิงห่าวรีบพูด “เดี๋ยวฉันจะไปแล้ว” ยังไม่ทันที่หวังเฉิงห่าวจะพูดจบ ก็หมดสติทรุดตัวลงบนเตียงทันที

เจ้าเป็นคนประเภทไหนกัน!

ลูกบอลผนึกสั่นสะเทือนอย่างแรง นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองโต้เถียงหน้ากันอย่างรุนแรง จนเกือบจะตีกันอยู่แล้ว

ฉินเย่หายใจแรง อาร์ทิสหอบและพูดต่อ “คำถามเดียวที่เจ้าเคยถามข้าคือวิธีแก้ปัญหา แต่…แต่เจ้าไม่เคยถามข้าเลยสักครั้งว่า…เจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร !!”

“แค่ก ๆ…เจ้าไม่มีมุมมองหรือทัศนคติของยมทูตเลย ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะพบว่าตัวเองถูกผีร้ายที่มีอำนาจครอบงำในที่สุด…เมื่อไหร่ที่เจ้าได้เวลาสู้เหมือนละมั่ง … เจ้าจะพบว่า เขาของเจ้างอกยาวพร้อมสู้แล้ว…”

“ตั้งแต่นรกพังทลายลงวิญญาณชั่วร้ายก็อาศัยอยู่ในแดนโลกมาโดยตลอดหลายปีมานี้…แค่ก ๆ..เจ้าไม่สามารถเอาตัวรอดไปวัน ๆ ได้ …เพราะขืนเจ้าเป็นแบบนี้ต่อไป วันหนึ่งเจ้าจะต้องเจอกับผีร้ายที่ทรงพลังมาก จนมันสามารถฉีกเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ ก่อนที่เจ้าจะรู้ตัวซะอีก !!”

“แม้ว่าเจ้าจะสามารถหลบหนีจากเชาโยวเต๋าได้ แต่ในไม่ช้าเจ้าก็จะพบกับเชาโยวเต๋า หรือคนอื่น ๆ ที่คล้ายกันอีก ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญาของพวกเรา เจ้าคิดว่าข้าจะสนเหรอว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่หรือไม่!!”

เงียบ

หนึ่งคนหนึ่งลูกบอล จ้องกันไม่วางตา

ความคิดที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจพวกเขาได้ถูกเปิดเผย ภายใต้อารมณ์ที่รุนแรงและความโกรธ ไม่มีใครพูดอะไรอีก

ฉินเย่ถอนหายใจยาว เขานั่งลงบนเตียง เขายังคงจ้องมองไปที่ลูกบอลผนึกด้วยตาแดงก่ำ สักพักเขาก็พูดขึ้น “แล้วข้าจะเป็นนักล่าวิญญาณได้ยังไง”

เสียงของอาร์ทิสแผ่วเบาราวกับเทียนต้องลม“ต้องได้ 200 แต้มกุศล …แค่ก ๆ … ”

“เชาโยวเต๋าจะกวาดล้างทั้งเมืองในคืนนี้ เจ้ามีทางออกหรือไม่”

“คิดเองสิ!” อาร์ทิสว่า “ถ้าเจ้าคิดหาทางออกไม่ได้ก็ลองหาวิธีออกจากเมืองเป่าอัน หาป่าสันโดษเพื่อซ่อนตัวไปเสียเถอะ… ส่วนข้าจะไปหาที่อยู่ใหม่ ดีกว่าต้องคอยตกใจกลัวทุกเมื่อแบบนี้!”

“ถ้าเจ้ารวบรวมแต้มกุศล 200 แต้มไม่ได้ … เจ้าจะไม่มีชีวิตนานพอที่จะรวบรวมชิ้นส่วนตราจ้าวนรกทั้งหมดได้หรอก!”

ทันใดนั้นเสียงของเธอก็หายไป

ความเงียบก็เข้าปกคลุม

เส้นเลือดบนหัวของฉินเย่เต้นตุบ ๆ ก่อนเขาจะเรียกอย่างไม่เต็มใจว่า “เสี่ยวอา?”

ไม่มีการตอบสนอง

“เจ้าก็พูดง่าย” ฉินเย่ตอบ “หนึ่งวิญญาณอาฆาตครั้งก่อนทำให้ข้าได้รับเพียง 20 แต้มกุศลเท่านั้น ประตูนรกมันไม่ได้เปิดเพื่อให้ข้าได้เก็บเกี่ยวแต้ม ข้าคงแก่หัวหงอกก่อนจะได้อีก 180 แต้มน่ะสิ!”

“ให้ตาย … ไว้หน้าข้าสักนิดหน่อยไม่ได้เลยหรือ? ข้าไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน เจ้าไม่รู้หรือไงว่าคนเราก็ต้องการเวลาปรับตัวบ้าง? คนอย่างท่าน … ต้องเคยตกเป็นเป้าของการทรมานในสมัยโบราณแน่…ท่านโชคดีนะที่ข้าไม่มีอารมณ์จะมาต่อกรกับท่าน “

ไม่มีใครพูดคำใดอีก

คำพูดของอาร์ทิสแทงใจดำและไม่ไว้หน้าฉินเย่มาก แต่… เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เป็นความจริง

โลกกำลังเปลี่ยนไป หากเขาไม่ทิ้งนิสัยเดิม ๆ และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์โลกจะทิ้งเขาไว้ข้างหลังในไม่ช้า

เขาตบหน้าตัวเองแรง ๆ และหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อให้ใจสงบลง นัยน์ตาเขาแปรเปลี่ยนไปยากจะคาดเดาอารมณ์

พอหวังเฉิงห่าวเริ่มรู้สึกตัว ก็เห็นฉากนี้เข้าพอดี

แสงตะวันสีทองอ่อนโยนสาดส่องเข้ามาในห้อง เกิดเงาสีทองอ่อน ๆ บนผิวกายชายหนุ่มที่นั่งชันเข่าใต้แสงตะวันยามเย็น หวังเฉิงห่าวลูบต้นคอตัวเองและพึมพำ “คนครุ่นคิด?” [1]

ฉินเย่ถอนหายใจ “ฉันกำลังคิดว่าฉันต้องรับผิดชอบนายมั้ย”

หวังเฉิงห่าวหวนถึงเหตุการณ์สยดสยอง “ฉันมีบางอย่างที่จะ …”

“ไม่ต้องพูดอะไรหรอก”

หวังเฉิงห่าวกลืนน้ำลายและพึมพำ “ฉิบหายล่ะ… ”

เขาสัมผัสบั้นท้ายของตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ถึงค่อยวางใจ

[1] รูปปั้นที่มีชื่อเสียงที่เรียกว่า คนครุ่นคิดหรือ Le Penseur ในชื่อฝรั่งเศส

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 51 ละมั่ง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved