cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 46 สมาคมอวี๋หลาน (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 46 สมาคมอวี๋หลาน (1)
Prev
Next

บทที่ 46 สมาคมอวี๋หลาน (1)
EnjoyBook
บทที่ 46 สมาคมอวี๋หลาน (1)

สิบนาทีต่อมา ฉินเย่นั่งลงที่ปลายเตียงพร้อมกับหวังเฉิงห่าวที่มีสีหน้าอึมครึม

กลิ่นเหม็นไหม้ลอยคละคลุ้งไปทั่วอากาศ ดวงวิญญาณ หยินตามดวงยืนอยู่ตรงหน้าของฉินเย่ ถูมือไปมาด้วยความหิวกระหาย หวังเฉิงห่าวยังคงนั่งนิ่ง ๆ อยู่ข้างฉินเย่ เขาอยากไปนอนเต็มที แต่ก็ไม่กล้าขยับตัวเลยแม้แต่น้อย

“นายนี่เปลี่ยนไปมากเลยนะ” ฉินเย่เอ่ย “ตอนอยู่ที่โรงเรียนเก่าของเรา นายวางท่าเสียใหญ่โต แล้วดูนายตอนนี้สิ?”

หวังเฉิงห่าวกระแอมออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า “คนเรามักเปลี่ยนไป หลังจากประสบเคราะห์ร้ายครั้งใหญ่ในชีวิต…”

“ดูนายสิ สูงตั้ง 180 เซนติเมตร แถมยังมีใบหน้าที่ได้ 80 คะแนนเป็นอย่างต่ำ แต่กลับขี้ขลาดอย่างกับเด็กผู้หญิง เพื่อที่จะฝึกความเข้มแข็ง นายต้องรับผิดชอบเรื่องน้ำและซื้ออาหารเย็นตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป มีข้อสงสัยอะไรไหม?”

แปลก…มีบางอย่างแปลก ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้…แต่แม้จะระแวงอยู่บ้าง หวังเฉิงห่าวก็ยังพยักหน้าตอบกลับไปอยู่ดี

การอวดเบ่งและวางอำนาจ เป็นสิ่งที่มีไว้ใช้กับสิ่งมีชีวิตที่เป็นคนเหมือนกันกับเขาเท่านั้น แต่ตั้งแต่ออกมาจากเมืองชิงซี เขากลับรู้สึกราวกับว่าตัวเองยังไม่ได้เจอคนปกติเลยสักคน…

เขาไม่ได้ร้องเสียงหลงเวลาตกใจกลัวเพียงเล็กน้อยอีกต่อไป แต่เขาก็ควรจะได้ใช้เวลาในการปรับตัวมากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ?

เขารู้ดีว่าที่ฉินเย่แนะนำแบบนั้นก็เพื่อประโยชน์ของตัวเขาเอง แต่ก็นั่นแหละ…การเสริมสร้างความกล้าหาญของคนนั้นจำเป็นต้องใช้เวลา…

อืม…คำแนะนำของอีกฝ่ายนั้นดูเหมือนจะมีเหตุผล แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ….

“เอาเถอะ” ฉินเย่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจให้กับหวังเฉิงห่าวก่อนที่จะหันความสนใจของตนกลับมาที่ดวงวิญญาณทั้งสามอีกครั้ง “พวกเจ้าทั้งสามจะลงไปด้วยตัวเองหรือจะให้ข้าส่งพวกเจ้าไป?”

“ท่านผู้ทรงอำนาจ” นักเรียนที่มีใบหน้าเยาว์วัยยกมือขึ้นเกาศีรษะ “เกี่ยวกับเรื่องนั้น…คือว่า ท่านช่วยส่งคนกระดาษหรืออะไรที่คล้ายกับ…”

“ยืมใช้ร่าง? นี่พวกเจ้ายังไม่ยอมลงไปอีกอย่างนั้นหรือ?” ฉินเย่กลอกตา เขาถูหน้าตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเหยียดแขนออกและใช้นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้และนิ้วกลางถูเข้าด้วยกันซ้ำ ๆ พร้อมกับพูดว่า “ไม่ กฎก็คือกฎ”

“แต่ท่าน….พวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายได้อย่างไร…ผะ ผม แค่อยากขอโอกาสได้พูดกับครอบครัว สั่งเสียกับพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น”

ฉินเย่เพียงถูนิ้วทั้งสามเร็วขึ้นและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่คล้ายจะเหลืออด “ไม่มีสิ่งใดสามารถสำเร็จได้โดยปราศจากกฎเกณฑ์และข้อบังคับ หากถึงเวลาไป เจ้าก็ต้องไป พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าหากพวกเจ้ายังคงอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสักหนึ่งปีหรือครึ่งปี พวกเจ้าก็จะกลายเป็นวิญญาณร้าย?”

“แต่ท่าน…”

“แต่ก็อย่างว่า…” เวลานี้ ฉินเย่แทบจะถูนิ้วชี้กับนิ้วโปงตัวเองตรงหน้าดวงวิญญาณทั้งสามแล้ว “กฎคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น…”

เกิดอะไรขึ้นกับระดับความเข้าใจพื้นฐานของกลุ่มวิญญาณตรงหน้า?

นี่พวกเจ้าไม่รู้เลยหรือว่าข้ากำลังพยายามจะสื่อถึงสิ่งใด?

ดวงวิญญาณทั้งสามชะงักไป นี่ยมทูตตรงหน้านี้เขา…. พยายามจะขอสินบนจากพวกเขาอย่างนั้นหรือ?

อ๋อ…นี่สินะที่เรียกว่าด้านมืดของสังคม สิ่งที่พวกเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แม้ว่าจะตายไปแล้วก็ตาม เฮ้อ…มนุษย์พวกนี้ช่างชั่วร้ายเสียจริง…

“ท่านผู้ทรงอำนาจ…” นักเรียนที่ตัวสูงที่สุดในกลุ่มกระแอมออกมา “พวกเรา…พวกเราเป็นเพียงเด็กนักเรียนจน ๆ เท่านั้น…”

โดยปราศจากคำพูดใด ๆ ฉินเย่หมุนตัวและเตรียมที่จะหยิบกระบี่ปีศาจของเขาขึ้นมา

“ไม่! อย่า! ได้โปรด!” “ไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถอะ! ผมรู้จักมหาวิทยาลัยอันฮุ่ยเป็นอย่างดี! ผมสามารถเป็นผู้นำทางและสหายของท่านได้!” “โปรดเมตตาพวกเราด้วย! เอาอย่างนี้สิ ๆ! ทำไมไม่ลองให้ผมร้องเพลงกล่อมท่านทุกคืนดูล่ะ?”

เขาจะอยากฟังเพลงกล่อมเด็กโง่ ๆ พวกนั้นไปเพื่ออะไร?!

ฉินเย่รู้สึกอนาถเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ที่เขารับหน้าที่ในฐานะของยมทูตมา มีแต่เรื่องของหวังเจ๋อหมิน คนเดียวที่เขารู้สึกว่าทำงานคุ้มค่าที่สุด ส่วนคนอื่น ๆ ก็เป็นเพียงแค่เจ้าของโรงแรมร้างหรือไม่ก็นักเรียนจน ๆ ที่สวมเครื่องแบบที่ขาดรุ่งริ่งเท่านั้น ไม่มีที่ให้เขาหาผลประโยชน์ได้เลยสักนิด!

เขาไม่ได้อยากจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ใสสะอาดและซื่อตรง…แต่สถานการณ์กลับไม่ให้โอกาสเขาได้ทำการทุจริตได้เลย…

“พวกเรายังมีห่วง! ” เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่ยอมอ่อนข้อของฉินเย่ เด็กนักเรียนทั้งสามก็รีบคุกเข่าลงกับพื้นและเอ่ยขอร้องเสียงสั่น

“หยุดถ่วงเวลาได้แล้ว ข้าจะยอมให้พวกเจ้าวิ่งหนีไปก่อน 39 เมตร….” ฉินเย่กวัดแกว่งกระบี่ปีศาจในมือของตน ทว่าก่อนที่เขาจะเอ่ยจบ เขาก็ต้องชะงักไป

ห่วงเหรอ?

คำคำนี้มีความหมายตรงตัวอย่างที่ควรจะเป็น ทว่ามันก็กลับจุดประกายบางอย่างที่อยู่ในตัวของเขา

หวังเฉิงห่าวกำลังนั่งดูอย่างตั้งใจ พอเห็นฉินเย่ลุกขึ้นอย่างกะทันหันและหันมาสั่งเขาว่า “ไปต้มน้ำมาให้ฉันที…”

“…หลังจากนี้เหรอ?” หวังเฉิงห่าวรู้สึกสบายใจขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าวิญญาณทั้งสามที่อยู่ตรงหน้านั้นดูน่าสังเวชกว่าตนมาก

“เดี๋ยวนี้!”

แม้จะสับสนเล็กน้อย แต่หวังเฉิงห่าวก็ลุกไปหยิบกาน้ำและเดินออกจากห้องไป ฉินเย่ที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเดินไปล็อกประตู และมองดวงวิญญาณทั้งสามที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยสายตาที่ลึกสุดจะหยั่ง

“น่าสนใจ” หลายวินาทีต่อมา รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของเด็กหนุ่มก็หายไป เขาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “พวกเจ้าตายมานานแค่ไหนแล้ว?”

“3 ปีครับ” ทั้งสามเอ่ยตอบอย่างเคารพ

“สามปี…น่าสนใจ…น่าสนใจยิ่งนัก…” ฉินเย่เคาะนิ้วมือของตนกับโต๊ะและพึมพำกับตัวเองคล้ายกับกำลังตกอยู่ในห้วงความคิด “มนุษย์ทุกคน นอกจากไม่ใช่พวกบ้าที่ปลิดชีวิตตัวเองแล้ว ย่อมมีห่วงอยู่เป็นธรรมดา หากการตายของพวกเขานั้นผิดธรรมชาติ แต่….ข้าไม่เห็นเช่นนั้นในกรณีของพวกเจ้า”

“หากพูดกันตามตรง แม้ว่าจะตายไปแล้วแต่พวกเจ้าก็ยังเป็นดวงวิญญาณที่ยังสดใสร่าเริง และการควบคุมสติของพวกเจ้าก็แทบจะไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย หรือว่า…พวกเจ้าตายโดยสมัครใจอย่างนั้นหรือ?”

ดวงวิญญาณทั้งสามส่ายหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน

“พวกเจ้าตายโดยไม่เต็มใจ แต่กลับไม่มีร่องรอยของความอาฆาตเลยแม้แต่น้อย…” แววตาของฉินเย่เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกขณะที่มองออกไปนอกหน้าต่าง ตอนนี้เป็นเวลาค่ำแล้ว และความมืดก็ได้ปกคลุมไปทั่วบริเวณมหาวิทยาลัย “หากเป็นเช่นนั้นจริง มันก็เหลือความเป็นไปได้เพียงแค่ข้อเดียว…”

“พวกเจ้า…คงจะตายโดยไร้ซึ่งความเจ็บปวดใด ๆ อันที่จริง พวกเจ้าอาจจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองตาย!”

วิญญาณที่สูงที่สุดเม้มปากแน่นและพยักหน้าอย่างอ่อนแรง

“ข้าไม่ได้อยากตาย” เวลานี้ความร่าเริงก่อนหน้านี้ของเขาได้หายไปอย่างสิ้นเชิง ริมฝีปากของเขาสั่นสะท้าน แม้แต่ร่างวิญญาณของเขาก็เริ่มสั่นไหว “แต่…พวกเราไม่มีทางเลือก”

“เราทั้งสามไม่รู้เลยว่าตัวเองตายได้อย่างไร ความเจ็บปวดใด ๆ ก็ไม่มีเช่นกัน มันคล้ายกับว่าพวกเราแค่หลับไป…จากนั้นก็เห็นว่าพ่อแม่ของพวกเราเดินทางมาที่นี่เพื่อเก็บข้าวของทั้งหมดของเรา…ผมเห็นแม่ของผมร้องไห้…ทั้งที่ผมยืนอยู่ข้างนางแท้ ๆ แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่อย่างเดียว!”

เขาเริ่มสะอื้นไห้ “ตลอดสามปีที่ผ่านมา พวกเราพยายามใช้สมองของตัวเองหาสาเหตุของเรื่องทั้งหมด แต่…”

“แต่พวกเจ้าก็คิดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว” ฉินเย่เอ่ยแทรกขึ้น “ดวงวิญญาณที่ถูกผูกไว้กับโลก คือวิญญาณที่ติดและถูกขังอยู่ในสถานที่สุดท้ายที่พวกเขาเคยอยู่ในตอนที่พวกเขายังมีชีวิต หรือในอีกความหมายหนึ่งก็คือ พื้นที่การเคลื่อนไหวของพวกเจ้าตลอดสามปีที่ผ่านมาได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในห้องนี้เท่านั้น แต่มันไม่ควรเป็นเช่นนั้นเพราะพวกเจ้าเองก็มีห่วง แต่ห่วงนั้นคงจะถูกสะกดเอาไว้ ทำให้พวกเจ้าต้องติดอยู่ที่นี่ อยู่ภายในห้องนี้…”

มหาวิทยาลัยแห่งนี้…มีบางอย่างผิดปกติ!

“เจ้าจำอะไรได้บ้างหรือไม่?”

เขาไม่ได้คาดหวังคำตอบของคำถามนี้เท่าไหร่นัก เพราะอย่างไรแล้วดวงวิญญาณตรงหน้าก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายได้อย่างไร แล้วพวกเขาจะไปจำเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนตายได้อย่างไร?

ทว่าทันทีที่เขาถามออกไป ดวงวิญญาณทั้งสามกลับพูดพร้อมกันว่า “มีเสียงฆ้องและเสียงกลองดังขึ้น!”

ฟึ่บ….ฉินเย่หันไปมองอีกฝ่ายทันที จากนั้นจึงก้มหน้ามองพื้น ราวกับกำลังมองทะลุผ่านพื้นห้องและจ้องไปที่ผู้เฒ่าหลิวและใบหน้าที่เหี่ยวย่นของเขา

ฆ้องและกลองหรือ…

“ตอนเวลาเที่ยงคืน พวกเรามันจะได้ยินเสียงคล้ายกับมีคนกำลังตีฆ้องและกลองดังขึ้น จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าจำนวนมาก แต่ประตูทุกบานของที่นี่จะถูกล็อกทั้งหมดตอนเวลาเที่ยงคืน!”

“นอกจากนี้ พวกเราก็เห็นรอยเท้าเปียก ๆ สี่คู่ทุกวัน! มันแทบจะเหมือนกับ…เหมือนกับว่าคนเหล่านั้นกำลังยืนเงียบ ๆ อยู่ที่หน้าทางเข้าหลักที่ถูกล็อก จ้องมองไปที่ประตูจนกว่าที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นอีกครั้ง…”

ช่างบังเอิญเสียจริง…

“มันเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อสามปีที่แล้ว ตอนช่วงฤดูใบไม้ผลิ…ตอนที่ได้ยินเสียงฆ้องและกลองพวกนั้นครั้งแรก พวกเราสามคนไม่ได้เอะใจเลยแม้แต่น้อย” วิญญาณนักเรียนร่างสูงเอ่ยลอดไรฟัน “แต่เมื่อพวกเราไปไล่ถามคนอื่น ๆ ในเช้าวันต่อมา มันกลับไม่มีใครได้ยินเสียงพวกนั้นเลยสักคน!!”

“มีแค่พวกเราเท่านั้นที่ได้ยินมัน มัน…มันเหมือนกับว่าพวกเราเป็นคนที่ถูกจับฉลากมาให้รับเคราะห์ร้ายไม่มีผิด นอกเหนือจากเสียงฆ้องและเสียงกลองแล้ว มันยังมีกระทั่งเสียงของประทัดและเสียงของปี่โหวดังคลออยู่ด้วย และมันน่ารำคาญจนพวกเรานอนไม่หลับ!”

“ตอนแรกพวกเราคิดว่ามีใครแกล้งพวกเรา แต่…มันไม่ใช่ พวกเราลองนอนหมอบอยู่ที่ประตูทั้งคืน และมองทะลุตาแมวที่เราแอบติดตั้งเอาไว้ที่ประตูก่อนหน้านี้! แต่มันไม่มีคนอยู่ด้านนอกเลยแม้แต่คนเดียว!”

“ท่านพอจะนึกภาพออกไหมว่า…ทุก ๆ เที่ยงคืน ในค่ำคืนอันเงียบสงัดที่แสดงไฟทุกดวงถูกดับลง และทันใดนั้นท่านก็ได้ยินเสียงฆ้องและเสียงกลองดังขึ้น…เมื่อท่านมองผ่านตาแมวออกไป ท่านกลับไม่เห็นใครเลย แม้แต่คนเดียว แม้ว่าท่านจะได้ยินเสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าประตูห้องของเราก็ตาม!!”

“พวกเราแทบจะเป็นบ้าตาย!” วิญญาณใบหน้าเยาว์วัยนึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนและเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า “หลายต่อหลายครั้ง เมื่อเสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าประตูห้อง แสงจากเทียนที่เราจุดแสดงให้เห็นว่ามีคนอยู่ที่อีกฝั่งของประตู! พวกเราเห็นเงาของคนพวกนั้นผ่านทางช่องใต้ประตู! แต่…เมื่อเรามองผ่านตาแมว เรากลับไม่เห็นใครสักคน!”

“เราเคยบอกเรื่องนี้กับคนอื่น ๆ แต่ไม่มีใครเชื่อเราเลย จากนั้นเมื่อถึงเวลาที่พวกเราจะต้องย้ายออกจากห้องนี้…นั่นก็คือจุดที่ความทรงจำของเราสิ้นสุดลง”

วิญญาณของคนทั้งสามสะอื้นไห้

พวกเขาเสียชีวิตอย่างลึกลับในช่วงต้นของชีวิต เพียงเพื่อที่จะพบว่าพวกเขาได้กลายเป็นวิญญาณที่ถูกผูกไว้กับโลก ที่ไม่สามารถก้าวเท้าออกจากห้องที่มีขนาดไม่ถึง 20 ตารางเมตร นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นอกจากคนทำความสะอาดที่เข้ามาทำความสะอาดห้องทุกปีก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดแล้ว ก็ไม่มีใครจดจำพวกเขาได้อีกต่อไป ดังนั้นพวกเขาจึงบังคับตัวเองให้มีความสุขอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้อยากสร้างความหวาดกลัวให้กับใครก็ตามที่เข้ามาในห้อง

พวกเขาอยากพูดคุย

พวกเขาอยากจะออกไปจากที่นี่

และเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาอยากจะค้นหาว่าความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

แต่น่าเศร้าที่พวกเขาไม่สามารถทำเรื่องพวกนั้นได้

ฉินเย่พิจารณาสิ่งที่ได้ยินทั้งหมดอยู่ครู่หนึ่ง “พวกเจ้าอยู่ที่นี่มาสามปี แล้วพวกเจ้าได้ยินเสียงฆ้องและเสียงกลองพวกนั้นในช่วง 1 ถึง 2 ปีที่ผ่านมาบ้างหรือเปล่า?”

“ไม่เลย อันที่จริง พวกเราเคยไม่ได้ยินใครพูดถึงเรื่องน่ากลัวพวกนี้มาก่อน! ไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่อยู่ที่นี่หรอก?!”

“เข้าใจแล้ว” ฉินเย่ชี้ไปยังมุมหนึ่งของห้อง “ไปอยู่ตรงนั้นก่อน เดี๋ยวข้าจะไปเอาตุ๊กตาคนกระดาษ 3 ตัวมาให้เจ้าในวันพรุ่งนี้”

“ขอบคุณ…ขอบคุณมากครับ!”

เขาไม่ได้ทำเพราะรู้สึกสงสาร

แต่เพราะ…หากเรื่องนี้คือเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่รายงานในมหาวิทยาลัยอันฮุ่ย การจัดการปัญหานี้ก็อาจจะทำให้เขาได้เงินกว่าล้านเหรียญ!

หวังเฉิงห่าวเดินกลับมาพร้อมกับกาต้มน้ำ อันดับแรก ทั้งสองดูตารางเรียนของมหาวิทยาลัย และเริ่มพูดคุยกับเกี่ยวกับชมรมที่พวกเขาวางแผนที่จะเข้าร่วม กว่าที่ทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อย เวลาก็ล่วงเลยเป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว

อันเป็นผลมาจากประกาศที่เผยแพร่ไปทั่วประเทศ ทั่วทั้งบริเวณของมหาวิทยาลัยจึงถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบทันทีที่เป็นเวลาพลบค่ำ

ไม่มีเสียงดังมาจากสนามฟุตบอลและสนามกีฬาอีกต่อไป

แสงไฟจากซุ้มที่อยู่รอบ ๆ เองก็ถูกปิดสนิทเช่นกัน

บนถนนเองก็ไม่มีแม้แต่จักรยานสักคันให้เห็น

นอกจากหอพักแล้ว แหล่งกำเนิดแสงเพียงอย่างเดียวก็คือหลอดไฟตามถนน เมื่อสายลมยามค่ำคืนพัดผ่าน ต้นไม้ส่งเสียงกรอบแกรบเป็นสัญญาณไม่ดีนัก ราวกับอสูรลึกลับกำลังค่อย ๆ คืบคลานมาอย่างช้า ภายใต้ความมืดยามรัตติกาล

แม้แต่ภายในหอพักเองก็เงียบสนิท ไม่มีใครส่งเสียงเอะอะตามทางเดินอย่างที่มักจะเห็นในหอพักทั่วไป ในความเป็นจริง มันเงียบจนแทบจะรู้สึกเหมือนกับว่ามีอสูรร้ายกำลังเข้ามาใกล้

หวังเฉิงห่าวนำแล็ปท็อปติดตัวมาด้วย แต่มันยังไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต หลังจากที่เล่นเกมในโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มก็เริ่มเบื่อ เขาหาวออกมาเบา ๆ และเดินไปที่เตียง ฉินเย่ยังคงเลื่อนเว็บไซต์บนโทรศัพท์ของตัวเองต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนจะล้มตัวนอนเช่นกัน

เมื่อปราศจากความบันเทิงและการติดต่อใด ๆ จากโลกภายนอก ไม่นานความมืดของค่ำคืนก็คืบคลานเข้ามาในตัวอาคาร และหลอดไฟภายในตึกทุกดวงก็ถูกดับลงไปอย่างเป็นระเบียบ เมื่อถึงเวลาที่ฉินเย่เข้าสู่ห้วงนิทรา ทั่วทั้งโรงเรียนก็ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด

ฉินเย่นอนหลับอย่างสงบ

ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ต้องตื่นขึ้นอีกครั้ง

ก๊องง ก๊องงง…เสียงระฆังจากหอระฆังของโรงเรียนดังขึ้น ทว่ามันกลับดังก้องไปทั่วบริเวณมหาวิทยาลัย

เสียงระฆังนั้น ราวกับมาจากสถานที่คนตาย เสียงที่ดังก้องไปทั่วนำพาความเย็นยะเยือกประหลาดมาด้วยอย่างน่าฉงน

ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืน…

ฉินเย่ตื่นขึ้นทันทีที่เข็มนาฬิกาเคลื่อนมาหยุดที่เลข 12

เด็กหนุ่มขมวดคิ้วยุ่ง จากนั้นวินาทีที่เขากำลังจะกลับสู่ห้วงนิทรา ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงดังกังวานของบางอย่างมาจากใกล้ ๆ

ตึ่ง ตึ่ง ตึ่ง!!! หึ่งงงง!!! เริ่มมาด้วยเสียงกลองดังติดต่อกันสามครั้ง จากนั้นจึงตามมาด้วยเสียงใสกังวานและคมชัดของฆ้อง! เสี้ยววินาทีต่อมา เสียงปี่โหวก็เริ่มบรรเลงพร้อมกับเสียงจุดประทัดที่ดังขึ้นไม่หยุด!

ฉินเย่ลุกขึ้นนั่งทันทีและหันไปมองหวังเฉิงห่าว อีกฝ่ายยังคงหลับสนิทราวกับท่อนไม้

จากนั้นฉินเย่จึงหันไปมองยังดวงวิญญาณทั้งสามที่พักอยู่ที่เตียงอีกหลังหนึ่ง ทั้งหมดดูมึนงงและร่างที่สั่นระริก พวกเขาก้าวลงจากเตียงและมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง

“มันกำลังมา… มันกำลังมา!!”

“มาแล้ว… มันมาแล้ว!!”

“เสียงของฆ้องและกลองที่เหมือนกับเมื่อสามปีที่แล้ว…ดังขึ้นอีกครั้งแล้ว!!!”

[1] เครื่องดนตรีประเภทเป่าของจีนที่มีลักษณะคล้ายโอโบ ให้เสียงที่ดังและแหลมสูง มักถูกใช้ในพิธีงานศพและงานแต่ง นอกจากนี้ยังเป็นส่วนสำคัญของดนตรีประกอบพิธีกรรมต่างๆของลัทธิเต๋าอีกด้วย

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 46 สมาคมอวี๋หลาน (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved