cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 391 หลบหนีจากความตาย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 391 หลบหนีจากความตาย
Prev
Next

บทที่ 391: หลบหนีจากความตาย

“ด้วยพลังหยินของตัวเองเพียงลำพัง ท่านคิดว่าตัวเองจะทนอยู่ได้นานสักเพียงใดกัน?” ชายในที่ประทับชั่วคราวหลังแรกเอ่ยออกมาขณะที่หัวเราะอย่างน่าสะพรึงกลัว “หนึ่งวัน? สองวัน? พลังหยินของค่ายกลสู้รบนี้จะไม่มีทางลดลง ยอมแพ้ต่อโชคชะตาซะ… ยมโลกได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว และสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็ควรจะตายไปพร้อมกับมันเช่นกัน–…หืม? นี่มัน–… นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?!!!”

ม่านในที่ประทับเคลื่อนที่พลันถูกปัดไปด้านข้าง และร่างที่สวมชุดเสื้อคลุมยาวสีดำก็พุ่งออกมาและจ้องเขม็งไปที่ฉินเย่ด้วยความตกตะลึง

ฉินเย่เองก็ผงะไปเช่นกัน เพราะทันใดนั้น ลูกบอลแสงสีทองก็ปรากฏขึ้นล้อมรอบร่างของเขาเอาไว้ ลูกธนูทั้งหมดที่พุ่งเข้ามาพลันหยุดอยู่กับที่เมื่อมันสัมผัสเข้ากับลูกบอลแสงนี้ จากนั้น พวกมันก็เริ่มเลือนราง สั่นไหวและกระเพื่อมราวกับผิวน้ำ ก่อนที่จะสลายหายไปกลางอากาศ

ตราจ้าวนรก?

ฉินเย่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงมองที่อกของตัวเองอย่างดีใจ

ในที่สุดเจ้าก็ตอบรับ… ถึงแม้ว่ามันจะช้าไปบ้าง… แต่อย่างน้อยข้าก็สามารถกลับไปยังยมโลกได้ภายในอีกไม่กี่สิบวินาที…

ไม่แปลกใจเลย…ไม่แปลกใจเลยที่อาร์ทิสบอกว่าสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นนั้นอาจอันตราย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถหลบหนีได้

“วัตถุศักดิ์สิทธิ์ของยมโลก…จะ เจ้ามีวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของยมโลกอยู่กับตัว?!” ชายที่แต่งกายด้วยเสื้อคลุมยาวสีดำเงยหน้ามองด้วยดวงตาสีแดงก่ำ “เจ้าจะต้องไม่ใช่ตุลาการนรกธรรมดา ๆ เป็นแน่… บอกมา… เจ้าเป็นใคร?!”

แต่ถึงกระนั้น ฉินเย่กลับไม่คิดที่จะตอบอีกฝ่าย เขาปาดเหงื่อบนหน้าผากของตัวเอง ในที่สุดเขาก็ปลอดภัยแล้ว ตัวเขาสามารถสัมผัสได้ถึงเสียงเรียกของยมโลกแห่งใหม่ได้อีกครั้งแล้ว

เขาจะกลับไประดมกองทัพ และเราจะมาพบกันอีกครั้ง นี่ไม่ใช่ความขี้ขลาด…แต่มันเป็นการรักษาชีวิตของตัวเอง

ครืดดด…แรงสั่นสะเทือนจากเศษตราจ้าวนรกรุนแรงขึ้นและเร็วขึ้น จากนั้นร่างของเด็กหนุ่มก็เริ่มเลือนราง ชายในชุดดำสูดหายใจเข้าช้า ๆ และมองไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พวกเจ้า…เรากำลังรออะไรกันอยู่?!”

ทันใดนั้น กองกำลังทั้งหมดที่ล้อมรอบฉินเย่อยู่ก็ยิงลูกธนูไฟออกไปอีกครั้ง! ท้องฟ้าที่มืดสนิทพลันเต็มไปด้วยการโจมตีที่รุนแรงราวกับฝนดาวตกไม่มีผิด!

บนพื้นดิน ทหารวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนรวมตัวกันอยู่ภายใต้ร่างของฉินเย่ราวกับฝูงมดที่โผล่ออกมาจากรัง ทหารทั้งหมดจ้องมองไปที่ฉินเย่เขม็ง ตั้งตารอที่จะโจมตีอีกฝ่ายทันทีที่เข้ามาอยู่ในระยะ!

ฉึก! ฉึก! ฉึก! แต่ทันทีที่ลูกธนูพุ่งเข้ามาอยู่ในรัศมี 100 เมตรจากจุดที่ฉินเย่อยู่ พวกมันทั้งหมดก็ช้าลงทันที มันช้าเสียจนการเคลื่อนไหวทั้งหมดสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และปรากฏการณ์แปลกประหลาดยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าลูกธนูจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตาม อาณาเขตของเศษตราจ้าวนรกทำให้ลูกธนูทั้งหมดแทบจะหยุดนิ่งไป พวกมันทำได้เพียง ‘พุ่ง’ เข้าใส่ฉินเย่ทีละนิ้ว ๆ หากพูดกันตามความจริง แม้แต่เหล่าทหารวิญญาณที่ยืนอยู่ในรัศมีร้อยเมตรก็พบว่าตนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เร็วไปกว่าหอยทากเช่นกัน

ฉินเย่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกในที่สุด สิบวินาที… ดูเหมือนว่าเขาจะปลอดภัยในอีกสิบวินาทีหลังจากนี้

เขามองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยลูกธนูไฟด้วยความโล่งใจ เขาแทบไม่อยากจะคิดถึงสิ่งที่จะตามมาหากเศษตราจ้าวนรกไม่ตอบสนองเลยแม้แต่น้อย มันจะน่ากลัวเพียงใดกันหากลูกธนูถาโถมเข้าใส่ร่างของเขาพร้อมกันในคราวเดียว?

ทันใดนั้นเอง หางตาของเขาก็ต้องกระตุก และเด็กหนุ่มก็หันไปมองทางชายชุดดำทันที

ไพ่ตาย…คนพวกนี้จะต้องมีไพ่ตายลับที่สามารถเป็นอันตรายต่อชีวิตของเขาซ่อนอยู่อีก!

“ความผันผวนเหล่านี้บอกข้าว่ามันเป็นเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น…อย่างที่ข้าบอก ลิมโบจะสามารถข่มอำนาจของวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงได้อย่างไร? ยมโลกนั้นตกต่ำจนถึงจุดนี้แล้วอย่างนั้นหรือ? ไม่คิดเลยว่าวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้ามีอยู่จะเป็นเพียงเศษชิ้นส่วนเล็กน้อยของมันเท่านั้น…” สายตาของอีกฝ่ายจ้องมาที่ฉินเย่เขม็ง แขนเสื้อของเขาสะบัดอย่างรุนแรงเมื่อเขายกมือขึ้น เผยให้เห็นแขนซีดเผือดที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำช้ำของศพ

“แต่ข้าคงต้องขอพูดเลยว่า…ข้านั้นค่อนข้างโชคดีทีเดียว”

ฟึ่บ! เขาคลายมือออก เผยให้เห็นตะเกียงไฟขนาดเล็กที่อยู่กลางฝ่ามือ แต่ทันใดนั้นเอง ตะเกียงดังกล่าวก็ขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดพอ ๆ กับศีรษะของมนุษย์

ตะเกียงดังกล่าวมีทั้งหมดหกหน้า แต่ละหน้าถูกวาดเป็นภาพของวิญญาณขุนนางที่ดูเหมือนว่าจะเป็นแม่ทัพ ภายในไม่กี่วินาที มันก็เริ่มหมุน เร็วขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นเปลวไฟสีทองขนาดเล็กก็ลุกโชนขึ้นที่ใจกลางของตะเกียง ฉายเงาของคนคนหนึ่งออกมา

พรึ่บ… ในขณะเดียวกัน ทหารวิญญาณที่ล้อมรอบฉินเย่อยู่ก่อนหน้าก็ถอยกลับไปราวกับสายน้ำที่ไหลย้อนกลับ แต่ถึงกระนั้น ฉินเย่ยังคงนิ่งเฉยขณะที่จ้องมองไปยังตะเกียงหมุนตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

นี่จะต้องเป็นวัตถุหยินอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เห็นวัตถุหยินมามาก แต่เขาก็สามารถบอกได้ว่ามันน่าจะอยู่ในประเภทเดียวกันกับวัตถุหยินที่เชาโยวเต๋าใช้

แต่…วัตถุหยินที่ดูแปลกประหลาดนี้กลับดูทรงพลังกว่าที่เชาโยวเต๋าใช้มาก! อันที่จริง…เขายังสัมผัสถึงพลังของขั้นฝู่จวินแผ่ออกมาจากมันได้อีกด้วย!

อีกความหมายหนึ่งก็คือ นี่คือวัตถุหยินระดับขั้นฝู่จวิน!

ใช่แล้ว การล่มสลายของยมโลกทำให้สมุดแห่งความเป็นตายกระเด็นไปไกลถึงช่องแคบสึชิมะ ตราจ้าวนรกเองก็แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและกระจัดกระจายไปทั่ว และแม้แต่ปากกาแห่งการพิพากษาก็ยังคงไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ดังนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรหากวัตถุหยินขั้นฝู่จวินจะกระเด็นจากยมโลกไปยังส่วนอื่น ๆ ของโลกไม่ใช่หรือ?

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ฉินเย่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนว่าตนเพิ่งถูกราดด้วยน้ำที่เย็นยะเยือก

ขณะที่ตะเกียงดังกล่าวหมุนไปเรื่อย ๆ มันก็ทำให้สายลมที่อยู่โดยรอบก่อตัวขึ้นและหลั่งไหลเข้าไปข้างในตะเกียง ภายในเวลาไม่กี่วินาที พายุหมุนขนานใหญ่ก็ก่อตัวขึ้น เกิดเป็นเฮอริเคนขนาดร้อยเมตรที่หมุนวนอยู่รอบ ๆ ตะเกียง จากนั้นพื้นที่โดยรอบก็พลันสั่นสะเทือน และเสียงปล่อยลูกธนูก็ดังขึ้น

ฉึก!

มันรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ วิญญาณที่อยู่โดยรอบยังคงถอยกลับไปเรื่อย ๆ ขณะที่ประกายแสงกะพริบปรากฏขึ้นตรงหน้าของฉินเย่ เด็กหนุ่มเอนตัวหลบไปทางด้านข้างทันที แต่ไม่นานเขาก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านมาจากไหล่ของตัวเอง

“อ๊ากกก–!!!” ความเจ็ดปวดดังกล่าวนั้นรุนแรงจนเขาอดไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมาสุดเสียง ฉินเย่กุมเข้าที่หัวไหล่ตัวเอง ก่อนจะพบว่า…มันเต็มไปด้วยเลือด

หากเมื่อครู่นี้เขาหลบไม่ทัน จุดหมาย…ก็คงจะเป็นลำคอของเขาแทน

กึก…เด็กหนุ่มกัดฟันแน่น เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นจากการต่อสู้กับความเจ็บปวดที่เกินจะบรรยาย เขามองไปที่ไหล่ของตัวเองและก็พบว่ามันมีบาดแผลขนาดใหญ่ที่เปิดอ้าอยู่

การโจมตีเมื่อครู่ทะลุผ่านหัวไหล่ของเขาจนเกิดเป็นรู

“หึหึ! ดูเหมือนว่าเจ้าจะโชคดีไม่เบา…” เมื่อมองจากระยะไกล อีกฝ่ายดูอ่อนแอกว่าเขา แต่ถึงกระนั้น ชายคนนั้นยังคงยืนหยัดขณะที่ชูตะเกียงขึ้นด้วยแขนที่สั่นเทา “ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีเศษเสี้ยวของวัตถุศักดิ์สิทธิ์อยู่กับตัว หากข้าไม่ลงมือ เจ้าก็อาจจะสามารถหนีไปได้แล้ว แต่ตอนนี้…”

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฉินเย่ได้ยินเสียงปล่อยสายธนูดังขึ้นอีกสามครั้ง ตามมาติด ๆ ด้วยเสียงแหวกอากาศ

“เจ้าไม่มีโอกาสแม้แต่นิดเดียว”

หน้าผากของฉินเย่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ในขณะที่ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวพลังหยินทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่ภายในร่างเพื่อป้องกันตัว แต่มันก็เปล่าประโยชน์

ลูกธนูพวกนั้นเร็วมาก

เร็วจนเกินไป! เสียงปล่อยสายธนูและเสียงแหวกอากาศดังขึ้นแทบจะในเวลาเดียวกัน ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณขณะที่เขามองลูกธนูที่พุ่งเข้ามาหาตน ไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เลยแม้แต่น้อย

นี่เขา… จะจบลงเท่านี้อย่างนั้นหรือ?

ช่างน่าเสียดายจริง ๆ… ด้วยเหตุผลที่แปลกประหลาด สิ่งแรกที่ปรากฏขึ้นในหัวของเขาตอนนี้กลับไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นความเสียดาย

ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งได้รู้ถึงการมีอยู่ของคู่แท้ของตัวเอง เซี่ยจิ่นเส้อ เขายังไม่เคยได้พบหน้านางเลยสักครั้ง… อันที่จริง เขาสมควรที่จะได้ใช้เวลากว่าพันปีในการเพลิดเพลินไปกับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต… แต่ในทั้งหมดทั้งมวล เขากลับเลือกรับเศษตราจ้าวนรก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดนี้…

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ฉินเย่ก็หลับตาลงในที่สุด

ช่างมันเถอะ ดูเหมือนว่าเขาคงจะต้องระวังตัวมากกว่านี้ในชีวิตหน้า เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องมาพัวพันกับอะไรแบบนี้อีก…

แต่ทันใดนั้นเอง บริเวณอกของฉินเย่ก็สว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีทองและจางหายไปอย่างรวดเร็ว และร่างของฉินเย่เองก็หายไปเช่นกัน

เงียบ

สามวินาทีต่อมา ฝ่ายตรงข้ามเก็บตะเกียงของตนกลับไป จากนั้น พร้อมกับฟันที่กัดแน่น เขาตะโกนออกไปอย่างเดือดดาล “หาตัวเขา… รีบค้นหาให้ทั่วทั้งเมืองกู่เฉิงและหากายเนื้อของเขาให้เจอ! เราจะปล่อยให้ยมทูต…มีชีวิตรอดอยู่ในโลกนี้อีกไม่ได้!! ไม่แม้ว่าเขาจะบาดเจ็บสาหัส! เขาจะต้องตายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น!!”

“รับทราบ!!” ทหารวิญญาณนับหมื่นตะโกนตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะกระจายตัวไปทำหน้าที่ของตนและหายตัวไปจากลิมโบภายในไม่กี่วินาทีต่อมา

สภาพแวดล้อมโดยรอบตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ชายในชุดคลุมสีดำเดินกลับเข้าไปในที่ประทับชั่วคราว ที่ซึ่งเขานั่งลงและหยิบแก้วไวน์ของตัวเองขึ้นมา เคร้ง…พร้อมกับเสียงร้าวเบา ๆ แก้วไวน์ในมือพลันแตกเป็นเสี่ยง ๆ

“ช่างน่าขันนัก” ทันใดนั้น เสียงอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากที่ประทับที่ว่างเปล่า “ไม่ใช่ว่าเจ้าคือผู้เดียวที่สามารถหลบหนีออกมาจากการล่มสลายของยมโลกได้หรอกหรือ? ไม่คิดเลยว่าการรวมค่ายกลสู้รบขนาดใหญ่ของหลายตระกูลจะไม่สามารถหยุดตุลาการนรกเพียงตนเดียวได้”

อย่างไรก็ตาม ชายชุดดำเพียงถอนหายใจออกมา “เจ้าโง่… เจ้าไม่รู้หรือว่าการปรากฏตัวของยมทูตที่แท้จริงนั้นหมายความว่าอย่างไร? วิญญาณที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้…ช่างโง่เขลาเสียจริง”

“แล้วอย่างไร? อย่างไรเสียข้าก็อยู่ระดับเดียวกันกับท่านอยู่ดี ข้าเลือกที่จะเกิดมาพร้อมกับช้อนเงินในปากมากกว่าต้องพยายามอย่างหนักเพื่อการบ่มเพาะ” เสียงนั้นเอ่ยตอบเรียบ ๆ “จะอย่างไรก็ตาม ข้าจะไม่ขอพูดให้มากความ ที่พวกเรายอมให้ความร่วมมือด้วยก็เพราะว่าท่านบอกเราว่ายมทูตนั้นอันตรายมากเพียงใด แต่ลองดูผลที่ออกมาสิ…”

“พวกเราทั้งหมดต่างรู้ดีว่าแผ่นดินจีนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบใด แต่เรากลับยอมระดมกำลังจำนวนมากโดยเปล่าประโยชน์ หึหึหึ… ท่านนี่สมควรแล้วที่จะถูกเรียกว่าเป็นอนุสรณ์จากยุคอดีต…”

เคร้ง!! แก้วไวน์ใบหนึ่งถูกปาไปกระแทกเข้ากับฝาผนัง จากนั้น ชายชุดดำก็หันไปมอง “เจ้าหนู เจ้าควรจะเรียนรู้ที่จะเคารพผู้อาวุโสของตัวเองเสียบ้าง ความรุ่งโรจน์ของยุคสมัยก่อน…ไม่ใช่สิ่งที่วิญญาณอายุน้อยอย่างเจ้าจะสามารถเข้าใจได้”

เสียงนั้นเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งจางหายไปในที่สุด “ฮ่า ๆๆๆ…นี่ท่านกำลังโกรธอย่างนั้นหรือ? ที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่อส่งสารให้ท่านเท่านั้น – เราจะจัดการกับภาระทั้งหมดต่อจากท่านเอง…”

ชายในชุดคลุมสีดำพึมพำเสียงเบา “เจ้าจะพูดอะไรก็ได้ตามต้องการ แต่ข้าขอเตือนเจ้าอีกครั้ง… ยมทูตตนนี้… มีบางอย่างที่ทำให้แม้แต่ข้าก็รู้สึกขนลุก…”

เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง

สายลมด้านนอกพัดผ่านมาจนทำให้ผ้าม่านที่อยู่ด้านนอกปลิวไปมาอย่างแผ่วเบา

หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ ชายในชุดคลุมสีดำก็หัวเราะออกมาอย่างเย็นชา “หยิ่งยโสและไร้ซึ่งความกลัว…เอาเถิด เมื่อใดก็ตามที่เจ้าตระหนักได้ถึงความน่ากลัวที่แท้จริงของพวกยมทูต เมื่อนั้นเจ้าก็จะกลับมาร้องขอความช่วยเหลือจากข้าเอง”

“นี่คงเป็นเพียงทางเดียวที่จะช่วยให้ฝ่ายอื่น ๆ ตระหนักได้ว่าตราบใดที่ยังมียมทูตอยู่ในโลกนี้ เราก็จะไม่มีทางมีอำนาจได้ตามที่เราปรารถนา”

“นายท่าน” ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังมาจากด้านนอกที่ประทับ “มันใกล้จะถึงเวลาเต็มที…”

อีกฝ่ายสูดหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนจะตอบกลับไป “กลับ”

“เตรียมตัวออกเดินทาง~~~” ทันใดนั้นเสียงของปี่โหว ฆ้อง และกลองก็เริ่มดังขึ้นขณะที่ขบวนที่ประทับเคลื่อนที่เริ่มออกเดินทางไปในลิมโบ

หากลองมองไปยังทิศทางที่พวกเขามุ่งหน้าไป คุณอาจสังเกตเห็นเงาราง ๆ ของเมืองโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ที่ปลายสุดของขอบฟ้า

………………………………………………………

เจ็บชะมัด…

เจ็บมาก… นี่เป็นเพียงความคิดเดียวที่อยู่ภายในหัวของฉินเย่

หากพูดกันตามตรง มันเจ็บเสียจนปลุกให้เขาตื่นจากการหลับใหล เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นช้า ๆ และสูดหายใจเข้าจนเต็มปอด ก่อนจะพบว่าตอนนี้ตนกำลังนอนอยู่บนเตียง โดยที่ร่างทั้งร่างเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

“เวร…” เขาขยับตัวเล็กน้อย แต่แล้วก็ต้องงอตัวทันทีด้วยความเจ็บปวดบริเวณไหล่ เมื่อหันไปมอง เขาก็พบว่าตัวเองกำลังนอนเปลือยอกอยู่บนเตียงและมีผ้าห่มคลุมขึ้นมาถึงช่วงไหล่ ลวดลายของเพดานห้องที่เขาอยู่ดูไม่ต่างอะไรกับโถงภายในประตูนรกเลยสักนิด

จากนั้น เขาก็รีบยกผ้าห่มขึ้นเพื่อมองลงไปด้านล่างทันที

ให้ตายเถอะ…ใครถอดเสื้อผ้าของเขาไปจนหมด?! นี่ไม่รู้สึกอายเลยอย่างนั้นหรือที่จ้องมองร่างอันเปลือยเปล่าของเขาแบบนั้น?!

“มันค่อนข้างหายากนะที่ผู้ที่เพิ่งฟื้นขึ้นหลังจากหมดสติไปหลายวันจะตรวจสอบพรหมจรรย์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ไม่เลว ไม่เลว… ดูเหมือนว่าจิตใจของท่านจะยังดีอยู่” อาร์ทิสเอ่ยเสียงเรียบขณะที่นางยังคงปอกแอปเปิ้ลด้วยมีดปอกผลไม้ต่อไป

ฉินเย่หันไปกลอกตาใส่อีกฝ่าย ก่อนจะเอนหลังพิงหัวเตียงและเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก “ใครเป็นคนถอดชุดข้า?”

“ซูตงเซวี่ยเป็นผู้อาสาทำมันด้วยตัวเอง”

เวร…เขาว่าแล้วว่าต้องเป็นนาง! นางคงจะรอโอกาสนี้มาโดยตลอด! นี่ส่วนที่ไม่สามารถสัมผัสของเขาต้องแปดเปื้อนไปแล้วหรือเปล่า…?

อาร์ทิสค่อย ๆ แกะสลักแอปเปิ้ลให้เป็นรูปร่างของหัวกะโหลก ไม่สนใจผู้ป่วยที่กำลังนอนอยู่บนเตียงเลยแม้แต่น้อย ฉินเย่มองอีกฝ่ายอย่างรำคาญ – ช่างมัน…เขากำลังคอแห้งพอดี แอปเปิ้ลฉ่ำ ๆ สักผลก็คงจะพอช่วยได้ เขาจะยอมปล่อยนางไปในครั้งนี้…

นอกจากนี้…มันก็ไม่ใช่ว่าเขาจะสามารถทำอะไรนางได้ แม้ว่าเขาจะไม่ยอมให้อภัยนาง ไม่ใช่หรือ?

จากนั้น ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแอปเปิ้ลในมือของอาร์ทิส นางก็โยนมันใส่ถังขยะ

ฉินเย่: ……

“มันทำให้เจ้ารู้สึกดีขึ้นไหม? นี่มันเป็นวิธีที่สร้างสรรค์ในการฆ่าเวลาหรืออย่างไร?” ฉินเย่กัดฟันแน่นและตะโกนเสียงดัง “ข้ากำลังจะคอแห้งตายอยู่แล้ว! เจ้าคิดจะปล่อยให้ข้ากลายเป็นศพที่แห้งเหี่ยวหรืออย่างไร?!”

“อ้าว ท่านอยากทานหรือ?” อาร์ทิสชะงักไป จากนั้น นางก็หยิบแอปเปิ้ลมาจากในถังขยะ เช็ดมันกับผ้าปูเตียงและนำไปจ่อมันที่ปากของฉินเย่ “อ้ามมม~~”

อ้ามบ้าอ้ามบออะไรเล่า!!!

ฉินเย่แทบจะไม่สามารถต้านทานความต้องการที่จะตบหน้าอีกฝ่ายแรง ๆ สักสองทีได้ เขาตะคอกออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว “แล้วท่านจะปอกเปลือกมันทำไมหากไม่ใช่เพราะจะให้ข้ากินมัน?!”

อาร์ทิสที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตอบกลับอย่างทันควัน “ข้าจะปอกมันให้ตัวเองไม่ได้หรืออย่างไรกัน? ข้าอาจจะทำฆ่าเวลาก็ได้ไม่ใช่หรือ?! นอกจากนี้ ท่านก็ดูเหมือนว่าจะหายได้ด้วยตัวเองไม่ใช่หรืออย่างไร? พอ ๆ หยุดพูดจาเพ้อเจอ! รีบบอกข้ามาว่าท่านไปเจอเรื่องสนุกอะไรมาในครั้งนี้! สิ่งใดกันที่ทำให้ท่านกลับมาโดยที่บาดเจ็บสาหัสแบบนี้?”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 391 หลบหนีจากความตาย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved