cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 384 การรวมกันของพลังหยินทั้งสาม (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 384 การรวมกันของพลังหยินทั้งสาม (1)
Prev
Next

บทที่ 384: การรวมกันของพลังหยินทั้งสาม (1)

น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเยือกเย็นและสั่นเทาในบางครั้ง “คุณฉิน คุณไม่เคยมาที่นี่มาก่อน เมืองกู่เฉิงเป็นเมืองที่ถูกก่อตั้งขึ้นใหม่ ตั้งแต่มันเป็นที่รู้จัก มันก็มี…คฤหาสน์ผีสิงเกิดขึ้น”

อารมณ์ความรู้สึกไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถหลอกกันได้ ในฐานะของคนในพื้นที่ หลู่ผิงอดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเริ่มพูดถึงคฤหาสน์ผีสิงดังกล่าว แม้แต่มือที่กำลังจับพวงมาลัยของเขาเองก็เริ่มสั่นเทาเล็กน้อย

“สถานที่อื่น ๆ อาจมีเรื่องราวที่คล้ายกันซึ่งแท้จริงแล้วก็เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น แต่คฤหาสน์ผีสิงของเมืองกู่เฉิง…เป็นความจริง 100% ผมกล้าพูดเลยว่าคนแทบจะทั้งเมืองได้เห็นและประสบมาด้วยตนเองทั้งสิ้น… ตั้งแต่ที่พวกเรายังเด็ก พวกเราทั้งหมดล้วนโตมากับเรื่องเล่าที่แสนน่ากลัวนี้…” เสียงของเขาสั่นเทาด้วยความกลัวที่ไม่สามารถบรรยายได้

“ผมเล่าต่อเอง” เฉินเหนียนสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่พุ่งพล่านภายในใจของหลู่ผิง สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขณะที่เปิดแฟ้มเอกสารในมือ “ชุมชนตงเฉิงเคยเป็นสุสานขนาดใหญ่ตั้งแต่ช่วงยุค 50 ไปจนถึง 80 จากนั้นทางชุมชนก็ถูกใช้โดยสหกรณ์การเกษตร ซึ่งจากนั้นไม่นานก็ถูกนำไปใช้ใหม่โดยโรงงานผลิตหนัง ตั้งแต่ช่วงกลางของยุค 80 เมื่อโรงงานประสบผลสำเร็จอย่างล้นหลาม ทั้งเมืองจึงเริ่มสร้างหอพักและที่อยู่อาศัยขึ้นในบริเวณใกล้เคียง นี่จึงเป็นที่กำเนิดของชุมชนตงเฉิง”

ฉินเย่พยักหน้าเบา ๆ ยุค 80 คือช่วงที่โรงงานสารเคมีรุ่งเรือง ตอนนั้น บ้านพักและที่อยู่อาศัยไม่ได้ถูกสร้างไว้ซื้อขาย แต่เพื่อมอบหมายและแจกจ่ายให้คนงาน ดังนั้น ในยุค 90 เมื่อนายกรัฐมนตรีตัดสินใจในการปรับโครงสร้างของรัฐวิสาหกิจ มันก็ทำให้เกิดการเลิกจ้างมากมาย และทั้งชุมชนในตอนนั้นก็อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่เป็นอย่างมาก

มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอะไรที่จะได้ยินว่าคนสามรุ่นของตระกูลทำงานอยู่ในโรงงานเดียวกัน อันที่จริง ประชาชนส่วนใหญ่ล้วนภาคภูมิใจมากที่พวกเขาสามารถทำงานในรัฐวิสาหกิจพวกนี้

เฉินเหนียนเอ่ยต่อ “แต่… มันก็ยังมีเหตุการณ์เกี่ยวกับอาถรรพ์เกิดขึ้นในพื้นที่แถวนั้นอีกด้วย และเกิดขึ้นก่อนที่มันจะกลายเป็นชุมชนตงเฉิงเสียอีก มันไม่ใช่การพูดเกินจริงเลยหากจะบอกว่าอย่างน้อย 3 ในสิบของผู้อยู่อาศัยในเมืองกู่เฉิงล้วนเคยประสบกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมาแล้วทั้งสิ้น และเหตุผลที่ผมพูดแบบนี้ก็เพราะว่าผู้คนเหล่านั้นล้วนเคยทำงานในโรงงานผลิตหนังที่ผมเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ทั้งสิ้น แต่เหตุการณ์ในตอนนั้นยังไม่ได้อันตรายถึงชีวิต อย่างมากที่สุดพวกมันก็ทำให้เราตกใจเท่านั้น”

“ต่อมาในยุค 90 โรงงานผลิตหนังก็เริ่มซบเซา จนกระทั่งล้มละลายลงไปในท้ายที่สุด เหลือทิ้งไว้เพียงชุมชนที่ถูกก่อสร้างขึ้นรอบ ๆ โรงงานเท่านั้น หลังจากปรึกษาหารือกัน ผู้จัดการโรงงานและคนงานก็ตัดสินใจที่จะขายที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานเสีย แต่…การดำเนินการขุดก็ทำให้เกิดเหตุขึ้น”

รถของคนทั้งหมดเริ่มเลี้ยวเข้าสู่ใจกลางเมือง แต่แล้วพวกเขาก็เลี้ยวอีกครั้งเพื่อเข้าไปสู่ถนนแคบ ๆ ด้านข้างที่เรียงรายไปด้วยต้นไม้ทั้งสองฝั่งทาง

ขณะที่พวกเขายังคงขับต่อไป เฉินเหนียนก็เอ่ยต่อ “เมื่องานรื้อถอนเริ่มขึ้น บริษัทก่อสร้างได้เชิญนักพรตเต๋าอู๋เหว่ยกวนที่อยู่ที่ภูเขาซานเซียนให้มาช่วยคุมงานที่นี่ พวกเราไม่แน่ใจนักว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในคืนนั้น…ทั้งพื้นที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงกว่าพันคน มันแทบจะเหมือนกับว่าพวกเขามองเห็นบางอย่างนอกหน้าต่าง! แต่พวกเธอกลับไม่เห็นคนเลยแม้แต่คนเดียว! เช้าวันต่อมา เราก็พบร่างของนักพรตเต๋าอู๋เหว่ยกวนนอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นที่รื้อถอน เลือดไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด แต่ถึงกระนั้น ผู้พัฒนาก็ไม่ต้องการที่จะเสียเงินลงทุนไปโดยสูญเปล่า ดังนั้นพวกเขาจึงดำเนินงานต่อไป”

“นี่จึงนำไปสู่การพัฒนาของชุมชนตงเฉิง ในตอนนั้น มันใช้ชื่อว่าชุมชนเหมาหยวน มันเป็นชุมชนการค้าแห่งแรกของเมืองกู่เฉิง พอมาลองนึกย้อนดู มันค่อนข้างแปลกมากที่เหตุการณ์เหนือธรรมชาติพวกนั้นหายไปทันทีที่งานก่อสร้างเสร็จสิ้น อย่างน้อยที่สุด มันก็เป็นเช่นนั้นจนกระทั่งเมื่อครึ่งปีก่อน เมื่อตอนที่ชุมชนเหมาหยวนถูกนำไปรวมกับแผนการพัฒนาใหม่ของผู้พัฒนาอีกคนหนึ่ง หากพูดตามตรง มันก็ค่อนข้างสมเหตุสมผลที่จะรวมชุมชนเหมาหยวนเข้าไปในแผนการพัฒนานี้ด้วยเมื่อดูจากอายุของมัน แต่แล้ว…”

ฉินเย่หลับตาลงและคาดเดาออกมา “เหตุการณ์เหนือธรรมชาติก็เกิดขึ้น?”

เฉินเหนียนสูดหายใจเข้าช้า ๆ และพยักหน้า “มันแย่กว่าครั้งแรกที่เกิดขึ้นในปี 98 เสียอีกครับ! ครั้งนี้มันทำให้เกิดเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นถึงสิบกว่าแห่ง และทั้งหมดก็เกิดขึ้นภายในสถานที่ปิดตายทั้งสิ้น จำนวนผู้เสียชีวิตบอกพวกเราว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ธรรมดาอย่างแน่นอน และที่ทำให้เรื่องแย่ลงกว่าเดิมก็คือกล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพคนเข้าออกในระหว่างช่วงเวลาที่เกิดเหตุได้เลย! เมื่อประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ทางหน่วยสอบสวนพิเศษจึงจัดให้เมืองกู่เฉิงเป็นเขตนักล่าในที่สุด”

เฉินเหนียนเอ่ยจบ แต่ทุกคนก็ยังคงเงียบดังเดิม

พวกเขาทุกคนรู้ถึงความหมายของเขตนักล่าเป็นอย่างดี – มันแสดงถึงพื้นที่ซึ่งมีวิญญาณร้ายขั้นยมทูตขาวดำปรากฏอยู่! เมืองกู่เฉิงเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ ที่มีเจ้าหน้าที่สืบสวนธรรมดา ๆ จากหน่วยสอบสวนพิเศษอยู่เพียงไม่มากกว่าสิบคนเท่านั้น พวกเขาจะสามารถจัดการกับสิ่งที่ร้ายกาจและทรงพลังอย่างนั้นได้อย่างไร?

“น่าเสียดายจริง ๆ” ฉินเย่เป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ “อู๋เหว่ยกวนน่าจะเป็นผู้ฝึกตนขั้นนักล่าวิญญาณเป็นอย่างน้อย หรืออาจจะขั้นยมทูตขาวดำด้วยซ้ำ”

“หืม? เป็นไปได้อย่างไรกัน?” “ขะ เขาไม่ใช่แค่ผู้ฝึกตนธรรมดาหรอกหรือ?” “หากเขาอยู่ขั้นยมทูตขาวดำจริง เขาก็คงได้รับสิทธิพิเศษมากมายไปแล้ว! เหตุใดจึงไม่มีผู้ใดเคยได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน?”

ฉินเย่ส่ายหน้า “ผมเคยเห็นมาก่อน ผู้ฝึกตนบางกลุ่มนั้นใช้วิชาลับบางอย่างเพื่อปกปิดพลังที่แท้จริงของตนเอง เขาคาดว่า…เขาคงจะค้นพบถึงสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับชุมชนเหมาหยวนในตอนที่มันถูกรื้อถอนครั้งแรก ดังนั้นเขาจึงพยายามปราบปรามสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในด้วยอาณาเขตเวทของตัวเอง แต่ฝ่ายตรงข้ามนั้นแข็งแกร่งมาก และทั้งสองฝ่ายก็จบลงด้วยบาดเจ็บสาหัส แต่สุดท้ายแล้ว นักพรตเต๋าผู้นั้นก็ไม่สามารถต้านทานบาดแผลของตัวเองได้ และจากไปจากโลกนี้โดยไม่ได้ทิ้งข้อความอะไรไว้”

ทุกคนที่ได้ยินเช่นนั้นต่างมองหน้ากันและกัน ไม่รู้ว่าตนควรจะพูดอย่างไรเกี่ยวกับมุมมองใหม่นี้

“ผมก็แค่คาดเดาเท่านั้น” ฉินเย่ไม่ได้สนใจว่าคนพวกนี้จะเชื่อเขาหรือไม่ เพราะอย่างไรแล้ว ทั้งหมดนี้ก็เกิดจากเงื่อนงำเดียวที่เขามี – ซึ่งนั่นก็คือเขตนักล่านั้นตั้งอยู่ภายใต้ชุมชนเหมาหยวน ไม่เหมือนกับเขตนักล่าอื่น ๆ เขาไม่จำเป็นต้องหาเบาะแสเพื่อระบุตำแหน่งที่ชัดเจนของมัน นี่เป็นข่าวดีสำหรับเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อเขาไม่ต้องการอยู่ที่นี่นานนัก

สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์เหนือธรรมชาติแปลกประหลาดก็คือข้อเท็จจริงที่ว่ามันสามารถมองได้จากหลายมุมมอง วิญญาณสามารถอาศัยอยู่ได้ในทุกที่ และทุกสิ่งทุกอย่างก็สามารถกระตุ้นมันได้! หากไม่มีเหตุผลที่แปลกประหลาดหรือสิ่งที่กระตุ้นมัน นั่นก็ย่อมหมายความว่าวิญญาณตนนี้…ดุร้ายเป็นอย่างมาก!

กร๊อบ กร๊อบ…ฉินเย่หักข้อนิ้วของตนเอง นี่เจ้าดุร้ายจนไม่สามารถต้านทานกลิ่นและรสชาติของเลือดเนื้อได้เลยอย่างนั้นหรือ? ขอภัย แต่ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเองว่าข้าสามารถดุร้ายได้เพียงใดกับเหล่าวิญญาณที่อยู่ต่ำกว่าขั้นตุลาการนรก

แต่…วิญญาณตนนี้มันเกี่ยวอะไรกับสัญลักษณ์ 水 บนใบหน้าของเขา? หรือว่ามันเป็นวิญญาณตัวเดียวกันกับที่หมายจะลอบสังหารเขาตอนอยู่ที่สถานีรถไฟกัน? หากไม่ใช่…

เรื่องในเมืองกู่เฉิงก็อาจจะแปลกกว่าที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้

บางที…เหตุการณ์นี้อาจเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น

“เอาล่ะ ผมว่าเมื่อได้เห็นเราก็คงรู้เอง ผู้ฝึกตนทุกคนล้วนมีสัญชาตญาณของตัวเอง หากนักพรตเต๋าผู้นั้นรู้ว่าตนไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขาจะต้องทิ้งร่องรอยหรือคำใบ้ไว้สำหรับผู้ที่มารับหน้าที่ต่อจากตัวเองแน่”

ขณะนั้น รถก็หยุดลง

พื้นที่ตรงหน้าของพวกเขาถูกปิดล้อมจนหมด ไม่ใช่ด้วยเทปธรรมดาทั่วไป แต่เป็นสายโซ่ที่ถูกแปะด้วยยันต์และกระดิ่งจำนวนมาก ประชาชนโดยรอบถูกอพยพไปจนหมด เหลือไว้เพียงแต่พวกตำรวจและทหารที่กำลังลาดตระเวนอยู่บริเวณใกล้เคียง

ช่างเป็นพลังหยินที่รุนแรงจริง ๆ…หัวใจของฉินเย่เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย วิญญาณในที่แห่งนี้จะต้องอยู่ขั้นยมทูตขาวดำระดับสูงอย่างไม่ต้องสงสัย…และอีกฝ่ายก็อยู่ห่างจากการบรรลุเป็นขั้นตุลาการนรกอีกเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น… เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่? โศกนาฏกรรมใดกันที่ทำให้วิญญาณร้ายตนนี้ปักหลักอยู่ที่นี่ พยายามทำลายแดนมนุษย์เพื่อตอบสนองต่อความโกรธเกรี้ยวของมัน?

พวกเขาลงจากรถ และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่อยู่โดยรอบก็รีบทำความเคารพผู้มาใหม่ทั้งหมดทันที หลู่ผิงพยักหน้าและเดินนำเข้าไป

สถานที่ซึ่งถูกปิดล้อมเป็นเพียงทางเดินแคบ พวกเขาเดินไปตามทางเดินและเลี้ยวเข้าไป และทันทีที่ทำเช่นนั้น ดวงตาของฉินเย่ก็ต้องวูบไหวและเบิกกว้างขึ้น

มันคือพื้นที่ก่อสร้าง พื้นที่ทั้งหมดยังคงถูกกั้นเอาไว้ แต่มันกลับไม่เคยถูกใช้งานเลยแม้ตอนนี้ กลับกัน มันยังคงดูน่าขนลุกและเงียบสงัดดังเดิม

เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่าร้อยนายยืนประจำการอยู่รอบพื้นที่โดยเล็งปากกระบอกปืนของตนมาที่พื้นที่ก่อสร้าง ขนาดของพื้นที่ก่อสร้างเองก็ไม่ได้ใหญ่มากเช่นกัน อย่างน้อยมันก็มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับชุมชนปกติที่มักจะเห็นในเมืองหลวง แต่บรรยากาศตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นกลับทำให้มันดูราวกับเป็นเส้นแบ่งระหว่างดินแดนของคนเป็นและคนตายไม่มีผิด มันไม่ต่างอะไรกับการมีม่านบาง ๆ มาคอยป้องกันไม่ให้สิ่งดุร้ายบางอย่างหลุดไปยังแดนมนุษย์เลยแม้แต่น้อย

ฉินเย่มองไปรอบ ๆ ทิวทัศน์ที่เขียวขจีนั้นค่อนข้างน่าประทับใจ ต้นไม้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงล้วนแล้วแต่เป็นต้นไทรจีนที่วูบไหวไปมาตามสายลม

อย่างน้อยที่สุด นั่นก็คือภาพของย่านที่อยู่อาศัยที่ยังคงมีประชาชนอาศัยอยู่ แต่เวลานี้ มันกลับเงียบสนิทไม่ต่างอะไรกับห้องเก็บศพ เสียงกรอบแกรบของใบไม้ ราวกับเสียงของวิญญาณจำนวนมากที่กำลังขีดข่วนอยู่ที่บานประตู ขอให้ตนได้เข้ามายังแดนมนุษย์ มันทั้งน่ากลัวและน่าขนลุกอย่างไม่น่าเชื่อ

“เหล่าเฉิน” ทันทีที่พวกเขาไปถึง ชายสามคนในชุดปฏิบัติการสีขาวก็รีบเดินเข้ามา แต่ทันทีที่พวกเขาเห็นฉินเย่ ทั้งสามก็อ้าปากค้างและใบหน้าพลันแดงก่ำด้วยความดีใจทันที พวกเขารีบวางเอกสารในมือและประทับกำปั้นไว้ที่อกขณะที่เอ่ยแนะนำตัว “นะ นักวิจัยฝึกหัดของ SRC เสิ่นโม่ ทำความเคารพท่านผู้สืบสวนระดับสูง!”

“ข้ามเรื่องที่ไม่จำเป็นแล้วบอกเกี่ยวกับสถานการณ์ทั้งหมดให้ผมรู้ที” ฉินเย่พยักหน้าให้อีกฝ่ายก่อนจะหันกลับไปมองที่พื้นที่ก่อสร้าง

มันดูไม่ต่างอะไรกับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีเพียงทางเข้าและทางออกเลยสักนิด พื้นที่ส่วนอื่น ๆ ล้วนถูกล่ามไว้ด้วยโซ่เส้นเล็กหลายชั้น ทันทีที่พวกเขาเดินเข้าไป รูม่านตาของฉินเย่ก็หดเล็กลงทันที!

ฟิ้ว~… ไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่ามันคือเสียงของลมหรือเสียงร้องอันโหยหวนกันแน่ และในไม่กี่เสี้ยววินาทีต่อมา ทั่วทั้งพื้นที่ก็มืดลงเล็กน้อย แทบจะเหมือนกับว่าดวงอาทิตย์ได้ถูกกลืนกินไปอย่างกะทันหัน ก่อนจะค่อย ๆ กลับมาสว่างดังเดิมอีกครั้ง

อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ด้านนอกมีอุณหภูมิประมาณ 20 องศา แต่พื้นที่ที่พวกเขายืนอยู่กลับอยู่แค่ประมาณ 15 องศาเท่านั้น! เครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างทั้งหมดถูกวางอยู่ทั่วราวกับโลงศพขนาดใหญ่ ด้วยเหตุผลที่แปลกประหลาดบางประการ เงาขนาดใหญ่ของพวกมันที่ทอดลงบนพื้น…เวลานี้กลับดูเหมือนว่ามันขยับเล็กน้อย…

แต่สิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุดก็คือหลุมขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขา เห็นได้ชัดว่ามันคือตำแหน่งที่คนทั้งหมดขุดลงไป หากมองอย่างผิวเผิน มันดูไม่ต่างอะไรกับหลุมธรรมดาทั่วไป แต่สิ่งที่สายตาของฉินเย่มองเห็นนั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง – เขาเห็น…เปลวไฟขนาดใหญ่ลุกโชนขึ้นมาจากในหลุม!

มันแทบจะเหมือนกับว่าหลุมตรงหน้านี้คือขุมนรกแห่งการลงทัณฑ์ทั้ง 18 มันเต็มไปด้วยเปลวไฟนรกและเสียงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานที่ดังขึ้นไม่หยุดหย่อน มันยังมีแม้กระทั่งมือสีดำกว่าร้อยมือที่ยื่นออกมาจากหลุม พยายามเกาะที่ปากและผนังของหลุมอย่างสุดความสามารถในขณะที่ยังคงร้อยโหยหวนสุดเสียง ก่อนจะค่อย ๆ ถูกลากกลับลงไปยังหลุมที่ดูเหมือนจะไร้ก้นบึ้งนี้

มันแทบจะเหมือนกับว่ามีผู้คนหลายร้อยกำลังพยายามที่จะปีนออกมาจากหลุมเพื่อหลบหนีจากการทรมานอันไร้ที่สิ้นสุด เพียงเพื่อที่จะถูกลากกลับไปยังนรกด้วยเสียงกรีดร้องที่สิ้นหวัง

“ตายจากการถูกเผาไหม้?” ฉินเย่ยังคงเงียบ เขาไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถมองเห็นชีวิตและความตายของวิญญาณได้เมื่อเลื่อนเป็นขั้นตุลาการนรก อาร์ทิสไม่เคยพูดถึงพลังนี้ให้เขาฟังมาก่อน

หรือว่า…นี่คือข้อดีของการที่เป็นยมทูตของยมโลกอย่างเต็มตัว? มันแตกต่างไปจากพวกวิญญาณที่อยู่รอบ ๆ ตัวของเราอย่างแท้จริง…

“มันแปลกที่เราไม่สามารถอ่านค่าพลังหยินของพื้นที่แห่งนี้ได้เลย” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นข้าง ๆ ฉินเย่ ส่งผลให้เด็กหนุ่มกลับมาได้สติ เด็กหนุ่มหันไปมองเสิ่นโม่ ผู้ที่ตอนนี้ถือยันต์แปดเหลี่ยมไว้ในมือขณะที่มองลงไปจากปากหลุม

ฮือออออ…

มันราวกับมีผู้คนจำนวนมากกำลังพูดคุยอยู่รอบ ๆ พวกเขา และวิญญาณนับพันก็ร้องโหยหวนออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน ทันใดนั้น ฉินเย่ก็ได้เห็นภาพที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ

หลุมของโครงกระดูกนับพัน!

ก้นหลุมน่าจะอยู่ลึกลงไปประมาณ 5-6 เมตรจากระดับพื้นดิน แต่…ที่ก้นหลุมกลับไม่มีหินอยู่เลยสักก้อน กลับกัน…มันเต็มไปด้วยโครงกระดูกจำนวนมาก!

มันคือโครงกระดูของร่างที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน และโครงกระดูกของคนที่มีลักษณะท่าทางต่าง ๆ ทุกอย่าง รวมถึงหัวกะโหลก ซี่โครง และกระดูกส่วนอื่น ๆ ล้วนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน! มันเป็นภาพที่ทำให้หัวตื้อไปหมด!

แต่สิ่งที่แปลกกว่านั้นก็คือ…ข้อเท็จจริงที่ว่าพวกมันล้วนสวมเสื้อผ้าอยู่ทั้งหมด! และเสื้อผ้าที่ยังใหม่เอี่ยมเสียด้วย!

แต่มันก็อาจจะไม่เหมาะนักที่จะบอกว่าทั้งหมดนี้คือเสื้อผ้าชุดใหม่ เพราะอย่างไรแล้ว มันก็เป็นเสื้อผ้าในสมัยยุค 40 และยุค 50 ซึ่งเป็นเสื้อเชิ้ตลายดอกและเสื้อคลุมสีขาว แต่ถึงกระนั้น…ทุกอย่างกลับดูเหมือนเดิมทุกประการ ราวกับไม่เคยถูกแตะต้องมาก่อน!

เป็นไปได้อย่างไร?!

หลังจากที่ถูกฝังมาเป็นเวลานาน เสื้อผ้าของพวกเขาควรจะย่อยสลายและเน่าไปนานแล้ว แต่แล้ว…เสื้อผ้าพวกนี้กลับดูไม่ต่างอะไรกับดวงตาที่ยังคงเปิดอยู่แม้ว่าจะตายไปแล้ว จ้องมองมายังผู้คนที่ผ่านไปมาด้วยความเคียดแค้นมหาศาล!

“นี่คือรายงานล่าสุดครับ” เสียงของเสิ่นโม่สั่นเทาเล็กน้อย “อันที่จริง…ก่อนหน้าที่จะถูกใช้เป็นโรงงานผลิตหนัง ที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสุสานขนาดใหญ่มาก่อน และมัน…ก็มีอดีตที่น่าสะพรึงกลัว…”

เขาสูดหายใจเข้าช้า ๆ “ในช่วงสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น [1] ที่นี่…คือโรงงานผลิตผ้าไหมแห่งที่แปดของมณฑลเจียงซูที่ถูกยึดโดยกองกำลังญี่ปุ่น”

“มีคนงานอยู่ทั้งสิ้น 200 คน และทั้งหมดก็ล้วนเป็นผู้หญิง จากนั้น ประมาณหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่สงครามจะจบลง พวกเธอทั้งหมดก็หายตัวไปครับ”

[1] สงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่สอง เกิดขึ้นในช่วงปีค.ศ. 1937-1945

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 384 การรวมกันของพลังหยินทั้งสาม (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved