cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 379 ความจริงเกี่ยวกับการล่มสลายครั้งใหญ่

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 379 ความจริงเกี่ยวกับการล่มสลายครั้งใหญ่
Prev
Next

บทที่ 379: ความจริงเกี่ยวกับการล่มสลายครั้งใหญ่

เจิงไสว่ถอนหายใจออกมา “ในตอนที่ข้าสามารถทำตามปณิธานของตัวเองและขึ้นสู่สรวงสวรรค์ การล่มสลายนั้นทรงพลังมากจนมีเพียงจ้าวนรกองค์ที่สองเท่านั้นที่สามารถต้านท้านผลกระทบของมันได้ แม้แต่จ้าวนรกองค์ที่หนึ่งก็ไม่ได้รับการละเว้น แต่ถึงกระนั้น เขากลับไม่ทำอะไรเลย และยังคงอยู่ภายในพระราชวังของตน ยืนดูการตรัสรู้ของข้าโดยเอามือทั้งสองข้างไพล่ไปด้านหลัง ข้าเองก็เคยขอให้เขาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแดนมนุษย์และโลกใต้พิภพแล้ว แต่ช่างน่าเสียดาย คำตอบที่ได้กลับมานั้นช่างเรียบง่ายและแสนสั้น”

เงียบ

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ฉินเย่จึงลองเดาออกไป “เมื่อปราศจากการล่มสลาย ก็จะปราศจากการเปลี่ยนแปลง​ใหม่?”

เจิงไสว่พยักหน้า “ท่านคงไม่สามารถจิตนาการได้ว่าสถานการณ์ที่รบกวนยมโลกแห่งเก่านั้นรุนแรงเพียงใด ตุลาการนรกที่คอยให้ความช่วยเหลือท่านอยู่ในตอนนี้ไม่เคยได้เห็นความลับสุดยอดที่มีเพียงระดับสูงของยมโลกเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ แม้แต่ราชทูตทั้ง 12 ก็ไม่ได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้ ในความคิดของพวกเขา ยมโลกนั้นยิ่งใหญ่และทรงอำนาจ มีเพียงตี้ทิงและผู้ที่อยู่ขั้นพระยมเท่านั้นที่รู้ดีว่ายมโลกกำลังเข้าสู่การล่มสลาย หาก…ยมโลกได้รับการรุกรานที่คล้ายกับการปิดล้อมจีนของพันธมิตรแปดชาติในสมัยก่อนอีกแม้แต่ครั้งเดียว… ยมโลกคงเกิดปัญหาขึ้นจริง​ ๆ​ แน่ นอกจากนี้…ยมโลกก็อยู่ในจุดที่ไม่สามารถหวนกลับได้อีกแล้ว”

“ไม่ว่าจ้าวนรกองค์ที่สองจะแข็งแกร่งสักเพียงใด มันก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถต้านทานการร่วมมือกันระหว่างกองกำลังที่แข็งแกร่งของโลก ซึ่งรวมด้วยอานูบิส แทนาทอส พญายมราช และเฮดีสได้ นอกจากนี้ มันยังมีการรุกรานของทหารวิญญาณกว่าหมื่นล้านตนให้พิจารณาอีกด้วย และที่แย่ไปกว่านั้น แม้แต่ข้าเองก็ไม่กล้าจินตนาการว่าพวกระดับสูงของยมโลกยังเต็มใจที่จะยืนหยัดเคียงข้างยมโลกเมื่อเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นหรือไม่ พวกเขาจะมองเหล่าผู้รุกรานในฐานะของศัตรู? หรือว่าพวกเขาจะมองว่ามันเป็นโอกาสกันแน่?”

เขาเข้าใจแล้ว… ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้ว

ฉินเย่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน จ้าวนรกองค์​ที่สอง… คงจะมีความคิดเดียวกันกับอดีตจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง – พวกเขาเลือกที่จะทำลายทุกอย่างแล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้นมากกว่าที่จะค่อย​ ๆ​ จำกัดมันไปทีละจุด

แต่…จนถึงตอนนี้ มันกลับไม่มีจักรพรรดิองค์ใดเลยที่ทำสิ่งเหล่านั้น

สิ่งที่ได้รู้จากพระกษิติครรภโพธิสัตว์ได้มอบมุมมองใหม่เกี่ยวกับจ้าวนรกองค์ที่สองให้กับเขา ประการแรก จ้าวนรกองค์ที่สองไม่ได้ต้องการตำแหน่งจ้าวนรกตั้งแต่แรก เขาอาจจะเป็นผู้ที่คลั่งไคล้ในการบ่มเพาะจนไม่ต่างอะไรกับพวกเซียนในนิยาย แต่สิ่งหนึ่งที่ฉินเย่มั่นใจก็คืออีกฝ่ายจัดการกับหน้าที่นี้โดยปล่อยให้มันเป็นไปตามเส้นทางการบ่มเพาะของเขา เขาอาจจะไม่สนใจเกี่ยวกับการเมือง แต่เขาก็รู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถทำเป็นมองไม่เห็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นได้เช่นกัน น่าเสียดาย ความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดของเขาก็คือการที่เขาไม่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับมันได้ การปกครองในระบอบศักดินาที่คงอยู่มาพันกว่าปี ควบคู่ไปกับวีรบุรุษและวีรสตรีหลายพันคนถูกถักทอเป็นตาข่ายที่ไม่สามารถแยกออกซึ่งพัวพันยมโลกแห่งเก่า!

เขาควรจะจัดการใครเป็นอันดับแรก?

ลัทธิขงจื๊อ? ตระกูลโม่? หรือสำนักร้อยความคิด?

หรือราชวงศ์ฮั่น? ราชวงศ์ถัง? ราชวงศ์สุย?

และมันก็ยังมีประชากรวิญญาณและกองกำลังทหารที่จงรักภักดีของเจ้าศักดินาแต่ละคนในยมโลกอีก คนทั้งหมดล้วนมีความจงรักภักดีต่อยมโลก แต่พวกเขาจะไม่รู้ถึงเครือข่ายการพึ่งพาอาศัยกันที่มีอยู่ในหมู่ตระกูลและราชวงศ์เหล่านี้เชียวหรือ? การลงมือกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นเทียบได้กับการทดสอบฝ่ายอื่น​ ๆ

ต่อให้จ้าวนรกองค์ที่สองจะแข็งแกร่งที่สุดในสามโลก แต่การเกิดขึ้นของความขัดแย้งเหล่านี้ก็ต้องบ่อนทำลายยมโลกอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนี้… แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งมาก แต่เขาจะสามารถยืนหยัดต่อสู้กับกองกำลังทหารวิญญาณหมื่นล้านตนได้อย่างนั้นหรือ?

มันไม่ใช่เรื่องเล่น​ ๆ​ เลย

การเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องมีตัวเร่งปฏิกิริยา

และตัวเร่งปฏิกิริยาที่ดีที่สุดก็คือปัจจัยภายนอก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายใน…ได้ถูกหยุดชะงักโดยสมบูรณ์แล้ว

มันไม่ต่างอะไรจากแอ่งน้ำนิ่งเลยแม้แต่น้อย

ระบอบศักดินาที่คงอยู่มายาวนานกว่าพันปีได้รวมตัวกันอย่างหนาแน่นจนมันกลายเป็นธารน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นเหนือน้ำ – ธารน้ำแข็งที่หนาจนแม้แต่พระยมแห่งพระตำหนักทั้งสิบหรือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในสามโลกก็ไม่สามารถทำลายได้ นี่คือธารน้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นโดยบุคคลในประวัติศาสตร์จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิฮั่นเกาจู เตียวเหลียง จักรพรรดิไท่จงแห่งถัง จักรพรรดิซ่งไท่จู่….

ดังนั้น… เมื่อเขาเห็นว่าพลังในการตรัสรู้ของพระกษิติครรภโพธิสัตว์สามารถปัดเป่าวิญญาณทั้งหมดของยมโลกไปสู่สวรรค์ได้ จ้าวนรกองค์ที่สองจึงตัดสินใจที่จะปล่อยทุกอย่างไปตามน้ำและฝังมรดกอันยาวนานของเมืองเฟิงตูร่วมไปพร้อมกับระบบศักดินาที่ยาวนานนับพันปี

ช่างเป็นการแก้ปัญหาที่บ้าบิ่นเสียจริง…

ฉินเย่คือชายที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แต่เขาก็ไม่สามารถเทียบได้เลยกับจ้าวนรกองค์ที่สองผู้นี้ เขาชื่นชมจ้าวนรกองค์ที่สองที่สามารถยึดถือปณิธานอันมุ่งมั่นของตัวเองได้

“เพราะแบบนั้น… พวกท่านก็เลยตามหาตัวข้าแทน?” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาของฉินเย่แหบพร่าเล็กน้อย

เจิงไสว่พยักหน้า เสียงของเขาที่เอ่ยออกมาดูเลื่อนลอย “ตอนที่ข้าได้รับรู้ถึงการตัดสินใจของท่านจ้าวนรก ข้าก็ได้เริ่มเตรียมการสำหรับอนาคตแล้ว แต่น่าเสียดาย…วันแห่งโชคชะตามาถึงเร็วเกินไป และเขาก็ไม่ทันได้ตั้งตัว”

“ดังนั้น ในวินาทีสุดท้าย ข้าจึงต้องมอบหมายหน้าที่ในการส่งมอบตรายมทูตให้กับผู้ที่เหมาะสมที่สุดให้กับยายเมิ่ง นี่คือสิ่งเดียวที่อยู่ภายในหัวของข้าในวินาทีนั้น และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมข้าถึงไม่สามารถนำราชาผีทั้งสามและราชทูตทั้ง 12 ไปยังสรวงสวรรค์ด้วยได้ เพราะอย่างไรแล้ว…เมื่อเทียบกับความสำคัญของผู้สืบทอดตำแหน่งจ้าวนรก คนเหล่านั้น…ไม่ได้มีความสำคัญเลยแม้แต่น้อย

“นี่คือสิ่งเดียวที่ข้าสามารทำได้เพื่อยมโลกในเวลานั้น หลังจากนั้นข้าก็หาทางอยู่หลายวิธีเพื่อที่จะกลับมายังแดนมนุษย์ แต่…ข้าก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้”

“เพราะอะไร?” ฉินเย่ถามอย่างมึนงง “ด้วยกำลังของท่าน เหตุใดท่านจึงมาประทับร่างของมนุษย์ด้วย? ท่านสามารถกำจัดราชาผีทั้งสามได้โดยการเพียงแค่สะบัดมือไม่ใช่หรือ?”

เจิงไสว่แย้มยิ้มขมขื่น “ท่านคงจะรู้ดีแล้วว่าพื้นฐานของยมโลกนั้นถูกสร้างขึ้นโดยรากฐานของความเชื่อ ความกลัวในตำนานและเรื่องเล่าที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ซึ่งนำไปสู่การถือกำเนิดของลำดับขั้นของเหล่าเทพเจ้า ในความเป็นจริง ความเชื่อในระบบเหล่านั้นคือเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการดำรงอยู่ของยมโลก เพราะแบบนั้น เราจึงจะสามารถบอกได้ว่าแดนมนุษย์คือรากฐานสำคัญของทั้งสามโลก เพราะอย่างไรแล้ว​ เมื่อมนุษย์เชื่อในเทพเจ้าเท่านั้นที่ทำให้เทพสามารถท่องไปบนฟ้าได้อย่างมีอิสระ เมื่อปราศจากความหวาดกลัว… มนุษย์ก็จะค่อย​ ๆ​ ลืมเลือนเรื่องเทพเจ้าและภูตผีไป และพวกเราก็จะไม่สามารถมายังแดนมนุษย์ได้อีกต่อไป ท่านฉิน ท่านลองคิดดูดี​ ๆ ท่านคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะการละเลยหน้าที่และความประมาทของพวกเราอย่างนั้นหรือ?”

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ผงะไป เพราะในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าเจิงไสว่ต้องการจะสื่ออะไร

ยมโลกจะสามารถเฟื่องฟูได้ก็ต่อเมื่อมนุษย์ยังคงหวาดกลัว ศรัทธาและเชื่อในเรื่องของเทพเจ้าและวิญญาณ ดังนั้นจะเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อความหวาดกลัวเหล่านั้นหายไป?

มันก็คือการมาถึงของวิทยาศาสตร์

และโดยบังเอิญ วิทยาศาสตร์ก็คือแนวคิดที่เพิ่งได้รับการเสนอขึ้นในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาเท่านั้น

การศึกษาวิทยาศาสตร์ได้แพร่หลายเข้ามาในแผ่นดินจีนตั้งแต่ที่ประเทศเริ่มเปิดพรมแดนของตัวเองกับต่างประเทศ การถือกำเนิดของวิทยาศาสตร์ได้นำไปสู่การล่มสลายของระบอบศักดินา แต่มันก็ค่อย​ ๆ​ รุกล้ำเข้าสู่รากฐานของเทววิทยาและความเชื่อต่าง​ ๆ ถึงแม้ว่าบางคนจะบอกว่าจุดจบของวิทยาศาสตร์ก็คือเทววิทยา แต่วิทยาศาสตร์ในเวลานี้นั้นมาไกลเกินกว่าที่คำพูดนั้นจะเป็นไปได้

แล้วชาวจีนยังเชื่อเรื่องเทพเจ้าและภูตผีอยู่หรือไม่?

90% ของประชากรทั้งหมดจะตอบว่าพวกเขาเชื่อ เพราะอย่างไรแล้ว การป้องกันไว้ก่อนก็ดีกว่าไม่ใช่หรือ?

น่าเสียดาย ความเชื่อที่ผิวเผินนั้น​ไม่เหมือนกับความศรัทธา มันเป็นเพียงการตอบสนองเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเท่านั้น

ฉินเย่เองก็เช่นกัน เคยสงสัยว่าแนวทางของความเชื่อและความศรัทธานั้นเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ แต่ท้ายที่สุดแล้ว คำตอบของเขาก็คือมันเป็นสิ่งดี

ความศรัทธาคือแนวคิดที่แตกต่างไปจากความงมงาย ความศรัทธานั้นก่อให้เกิดหลักการและคุณค่าในการใช้ชีวิตของคนคนหนึ่ง การพัฒนาของแดนมนุษย์ในตอนนี้จะเริ่มปฏิเสธแนวคิดดังกล่าว มากจนถึงจุดที่สิ่งเหนือธรรมชาติทั้งหมดจะถูกตัดออกจากภาพยนตร์และวรรณกรรมสมัยใหม่ทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มอยู่เหนือการควบคุม

สถานการณ์เช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการปฏิเสธเทพเจ้าและภูตผี หรือแดนสวรรค์และโลกใต้พิภพเลยแม้แต่น้อย สวรรค์ยังคงเป็นกำลังสำคัญที่ควบคุมระเบียบของโลก แต่เทพเจ้าและภูตผีจะอยู่ได้อย่างไรกัน?

“ท่าน…ไม่สามารกลับมายังแดนมนุษย์ได้?”

“ข้าไม่สามารถสำแดงได้แม้แต่เศษเสี้ยวพลังของตัวเองเมื่ออยู่ในแดนมนุษย์” พระกษิติครรภโพธิสัตว์ถอนหายใจออกมา “ข้าเองก็มีข้อจำกัดมากมายเช่นกัน สิ่งที่ข้าเป็นคนก่อเอาไว้ ข้าก็ควรจะจัดการแก้ไขมันด้วยตัวเอง โชคดีที่ข้าสามารถหาโอกาสในการลงมายังแดนมนุษย์และพบกับท่านได้ด้วยตัวเอง เพราะข้าเอง…ก็อยากทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการฟื้นฟูยมโลกแห่งใหม่ด้วยเช่นกัน”

“ท่านจะช่วยข้าอย่างนั้นหรือ?” ฉินเย่ถามออกมาด้วยความตกตะลึง ภายในใจของเขาเต็มตื้นไปด้วยความดีใจ

“แน่นอนที่สุด หากยมโลกไม่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ เหล่าวิญญาณก็จะไม่มีที่ใดให้ไป จะว่าไป ท่านไม่สงสัยเลยหรือว่าเหตุใดประชากรของจีนจึงยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง?”

ฉินเย่ชะงักไป

เขาไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เจิงไสว่ต้องการจะสื่อนัก

อีกฝ่ายแย้มยิ้มบาง “กงล้อแห่งสังสารวัฏนั้นไม่ได้มีอยู่อีกต่อไป ไม่มีผู้ใดได้กลับไปเกิด เพราะฉะนั้นจำนวนประชากรก็ควรจะลดลงแทน แต่ทำไมจำนวนประชากรภายในจีนถึงเพิ่มมากขึ้น”

ใช่แล้ว!

นี่คือสิ่งที่ฉินเย่เพิ่งตระหนักได้! เจิงไสว่ที่เห็นเช่นนั้นก็เอ่ยต่อ “ไม่แค่ข้าเท่านั้น แต่จ้าวนรกองค์ที่สองของยมโลกก็ไม่ยอมอยู่เฉย​ ๆ​ และมองดูผู้สืบทอดของเขาสร้างยมโลกแห่งใหม่ขึ้นมาโดยไม่เสียอะไรเลย ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนส่วนหนึ่งของสวรรค์ด้วยตนเอง เพื่อที่ในอีก 300 ปีหลังจากนี้ แดนมนุษย์จึงยังสามารถมีการเกิดและเจริญเติบโตของจำนวนประชากรได้อยู่ แม้ว่าจะไม่มีกงล้อแห่งสังสารวัฏอยู่แล้วก็ตาม แต่ถึงกระนั้น เนื่องด้วยความฉุกเฉินของสถานการณ์ในตอนนั้น นี่จึงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้เกี่ยวกับสวรรค์…”

ดวงตาของฉินเย่เบิกกว้างขึ้น – ท่านหมายความว่าอย่างไรที่ว่า ‘เพียงสิ่งเดียว’? ท่านพระภิกษุผู้ยิ่งใหญ่ ท่านไม่คิดว่าหรือว่านั่นเป็นคำอธิบายที่เสแสร้งเกินไปสำหรับสิ่งที่เขาสามารถทำได้?!

ให้ตายเถอะ… อีกฝ่ายสามารถบรรลุในสิ่งที่ไม่สามารถเป็นไปได้! การประสบความสำเร็จของเขามันอยู่ในระดับของเทพนิยายไปแล้ว!

“นอกจากนี้ เขายังได้เสริมกำลังของอาณาเวทแห่งมหาเทพทั้งเก้าเพื่อที่จะรับประกันได้ว่ายมโลกจะไม่ประสบกับการรุกรานจากภายในเป็นระยะเวลา 250 ปี หากพูดกันตามความเป็นจริง… จากความเข้าใจของข้า เขายังได้เดินทางไปยังโลกใต้พิภพอื่น​ ๆ​ และจัดการกับราชาของอีกฝ่ายด้วยการโจมตีที่รุนแรงอีกด้วย ไม่เช่นนั้น… ลองคิดดู โลกใต้พิภพอื่น​ ๆ​ อาจจะไม่สามารถเข้าสู่ยมโลกได้เนื่องจากการมีอยู่ของอาณาเวทแห่งมหาเทพทั้งเก้า แต่ทุกคนก็น่าจะสามารถคาดเดาได้ว่ายมโลกเกิดปัญหาเนื่องจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในแดนมนุษย์ แต่เหตุใดโลกใต้พิภพอื่น​ ๆ​ ถึงไม่ส่งพวกขนนกทมิฬมาที่นี่เป็นจำนวนมาก?”

เขาเอ่ยต่อ “เพราะมันไม่มีใครกล้าเสี่ยงที่จะทำให้จ้าวนรกองค์ที่สองไม่พอใจอย่างไรล่ะ”

ฉินเย่สูดหายใจเข้าช้า​ ๆ “ถ้าเช่นนั้น…ตอนนี้ จ้าวนรกองค์ที่สองอยู่ที่ใด? ข้า…อยากจะเชิญให้เขามาเป็นผู้อุปถัมป์ของยมโลกหรืออะไรทำนองนั้น ทำไมไม่ให้ข้า…ส่งมอบยมโลกกลับคืนให้เขา? ข้ายินดีที่จะได้รับเพียงตำแหน่งของผู้บังคับบัญชาการทหารหรืออะไรประมาณนั้น…”

บทสนทนาของพวกเขาเปลี่ยนไปในทันใด

เจิงไสว่จ้องฉินเย่ มึนงงอยู่ประมาณห้านาทีเต็ม ก่อนจะตอบออกมา “ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ความแข็งแกร่งของระดับการบ่มเพาะของเขาหมายความว่าเขาไม่ถูกผูกมัดโดยข้อจำกัดใด​ ๆ​ ของทั้งสามโลก”

นั่นไม่ยุติธรรมเลยสักนิด…

ฉินเย่ทำหน้ายุ่ง เขาอยากจะดึงตัวอีกฝ่ายกลับมาและตีเข้าที่ก้นอย่างแรง – “ท่านรู้หรือไม่ว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไป? ท่านทิ้งให้ข้าต้องเผชิญหน้ากับเจ้าศักดินาและไปเที่ยวเล่นโดยไม่สนใจอะไรเลยได้อย่างไรกัน? นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”

ทันใดนั้น ร่างของเจิงไสว่ก็เปล่งแสงออกมา และเลือดก็เริ่มไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด

เจ้าตัวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมา “ร่างนี้อ่อนแอเกินไป ไม่คิดเลยว่าการประทับของเทพเจ้าจะสามารถคงอยู่ได้เพียงระยะเวลาสั้น​ ๆ​ เท่านั้น… แต่มันก็คงไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะข้าได้พูดสิ่งที่ควรจะพูดไปเกือบทั้งหมดแล้ว ก่อนข้าจะไป ข้ามีของสองสิ่งที่อยากจะส่งมอบให้กับท่าน”

ในที่สุดก็เข้าประเด็นสักที!

เสียงระฆังดังขึ้นในหัว และร่างทั้งร่างของเด็กหนุ่มก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที

ในที่สุดโอกาสของเขาก็มาถึง! เขากำลังจะถูกผลักดันไปสู่จุดสูงสุดของโลก! เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว สิ่งที่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ประทานให้ด้วยตัวเองจะสามารถเลวร้ายได้สักเท่าไหร่เชียว?

เขาอยากรู้จริง​ ๆ​ ว่ามันจะเป็นอะไร? ขวดยาอันล้ำค่า? คัมภีร์ลับ? น้ำเต้าสวรรค์กลืนกิน? พาหนะเทพเจ้า?…

เสี้ยววินาทีต่อมา เจิงไสว่ก็หยิบกระดิ่งออกมา

มันคือกระดิ่งธรรมดา

กระดิ่งที่เต็มไปด้วยสนิทจนแทบจะไม่ส่งเสียงดังเมื่อสั่นมัน

ฉินเย่จ้องมองของตรงหน้านิ่งโดยไม่ยื่นมือออกไปรับมัน

บรรยากาศโดยรอบพลันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด

“นี่ท่าน…แน่ใจใช่หรือไม่ว่าตัวเองหยิบออกมาถูกชิ้น?” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังคงยื่นกระดิ่งมาให้ตน ฉินเย่ก็ถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร “ท่านไม่มีของที่จะสามารถช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์และอสูรวิญญาณเลยอย่างนั้นหรือ? หรือน้ำเต้าที่มีพลังที่จะสามารถทำลายโลกได้ในคราวเดียว? หรืออาจจะคัมภีร์ที่ทำให้ข้าสามารถขึ้นไปอยู่ ณ จุดสูงสุดของโลกได้? หรือหากมันจะเป็นของชิ้นอื่นข้าก็ยินดีที่จะรับมันไว้…”

เจิงไสว่: ??????

นี่ท่านไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าต้องการจะสื่ออย่างนั้นหรือ?

ฉินเย่ยังคงพยายามใบ้อีกฝ่ายอย่างสุดความสามารถ “ท่านลองคิดดู ตอนนี้ที่ยมโลกมีเรื่องมากมายให้ต้องจัดการ ดังนั้นท่านไม่คิดหรือว่ายมโลกต้องการผู้ที่มีอำนาจมากพอที่จะควบคุมการทำงานของมัน? พระกษิติครรภโพธิสัตว์ ท่านไม่คิดหรือว่าข้าคือผู้ที่เหมาะสมที่สุด? ข้าเป็นอัจฉริยะที่จะปรากฏตัวขึ้นสักครั้งในรอบร้อยปี ที่ข้าดูอ่อนแอก็เป็นเพียงเพราะว่ามียายแก่คนหนึ่งคอยข่มจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ในตัวข้าเอาไว้ก็เท่านั้น… หากพูดอีกอย่างก็คือ… ไม่มีผู้ใดมีคุณสมบัติในการได้รับมรดกอันทรงพลังไปมากกว่าข้าผู้นี้อีกแล้ว!”

นี่ท่านกำลังพูดเรื่องอะไร?!

เส้นเลือดบริเวณขมับของเจิงไสว่เต้นตุบ​ ๆ และเปลือกตาของเขาก็กระตุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้ขณะที่เอ่ยตอบกลับไป “สิ่งนี้…เรียกว่ากระดิ่งอสูรวิญญาณ ข้าพกมันติดตัวอยู่ตลอดพันปีที่ผ่านมา และการมีอยู่ของมันก็มีความหมายเหมือนกันกับตัวข้า ตี้ทิงจะฟังคำสั่งของผู้ที่ครอบครองกระดิ่งลูกนี้เท่านั้น—…”

ให้ตายเถอะ!!!

ฉินเย่รีบคว้ากระดิ่งมาจากมือของเจิงไสว่ และบรรยากาศก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง

เขาลืมสิ่งนี้ไปได้อย่างไร?! เขาลืมไปได้อย่างไรว่าตี้ทิงคือสัตว์เลี้ยงของผู้เฒ่าตรงหน้านี้? และสัตว์เลี้ยงทุกตัวก็ล้วนมีกระดิ่งที่มันโปรดปรานไม่ใช่หรืออย่างไร? ของสิ่งนี้…มันสุดยอดมาก!

ด้วยสิ่งนี้ ในที่สุดปราการแห่งยมโลกก็สมบูรณ์! มันสมบูรณ์เสียยิ่งกว่าสมบูรณ์!

ผู้ใดกล้ารุกรานยมโลก?

ราชทูตทั้ง 12?

ราชาผีทั้งสาม?

มันไม่ใช่ว่าเขาดูถูกคนเหล่านี้ แต่มันก็เป็นความจริงที่อีกฝ่ายล้วนเป็นเศษสวะเมื่อเทียบกับเขาก็เท่านั้น!

อยากจะสู้อย่างนั้นหรือ? บอกสวัสดีกับสัตว์เลี้ยงที่น่ารักของเขาเสียก่อนสิ!

“สมบัติที่ยอดเยี่ยม!” ฉินเย่เริ่มลูบไล้กระดิ่งขึ้นสนิมด้วยความหลงใหล “ข้าจะไม่ขอปิดบัง แต่ตอนนี้ตี้ทิงกำลังนอนพักอยู่ที่ใต้ยมโลก และมันก็มองว่าเราเป็นศัตรูตัวฉกาจของมัน…”

เจิงไสว่ขมวดคิ้วเข้าหากัน “ตี้ทิงไม่ใช่อสูรวิญญาณที่จะไม่ฟังคำอธิบายใด​ ๆ… พวกท่าน…ได้ไปทำอะไรกับมันหรือไม่?”

ฉินเย่ที่กำลังเล่นกับกระดิ่งในมือชะงักไปและตอบกลับด้วยสีหน้าที่ดูธรรมชาติอย่างบอกไม่ถูก “จะเป็นไปได้อย่างไร… ท่านมองข้าเป็นคนแบบนั้นหรืออย่างไรกัน?”

ใช่… จะว่าไป ผู้สืบทอดของจ้าวนรกแต่ละคนนั้นดูแปลกขึ้นเรื่อย​ ๆ… ริมฝีปากของเจิงไสว่สั่นเทาเล็กน้อย แต่เขาก็เลือกที่จะไม่เอ่ยอะไรออกมา

“สิ่งต่อไปที่ข้าจะมอบให้กับท่านไม่ใช่วัตถุหยิน แต่เป็นประโยคพูด เป็นประโยคที่มีความสำคัญมากกว่าตัวของตี้ทิงเอง” เจิงไสว่สบตาฉินเย่ “ท่านรู้หรือไม่ว่าการเดินทางผ่านไปของทหารวิญญาณเมื่อครู่นี้หมายความว่าอย่างไร?”

ฉินเย่ส่ายหน้า

“นี่คือคำตอบ” เจิงไสว่จ้องลึกเข้าไปในตาของเด็กหนุ่ม และเอ่ยเสียงเรียบ “จงจำไว้ หากท่านต้องการจะฟื้นฟูยมโลก ท่านต้องตระหนักถึง ‘กระแส’ ไว้ให้ดี ทหารวิญญาณก่อนหน้านี้… คือศูนย์รวมของความจริงของ ‘กระแสที่ใหญ่ขึ้น’ นี่คือเหตุผลว่าเหตุใดข้าจึงพาท่านมาที่นี่ตั้งแต่แรก!”

“ยมโลกได้ล่มสลายไป แดนมนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลง และโลกใต้พิภพและลิมโบเองก็เช่นกัน คำตอบที่ท่านตามหาไม่สามารถหาได้ในยมโลกแห่งเก่า ท่านต้องหาคำตอบที่แท้จริง ท่านต้องหาความจริงเกี่ยวกับวิญญาณร้ายที่ยังคงอยู่ในแดนมนุษย์มาจนถึงทุกวันนี้ เมืองกู่เฉิงคือกุญแจสำคัญของคำถามเหล่านี้! หากพูดกันตามตรง… มันมีความสำคัญจนสามารถพูดได้ว่าเป็นตัวกำหนดแนวทางการปฏิบัติต่อไปของท่านเลยก็ว่าได้!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 379 ความจริงเกี่ยวกับการล่มสลายครั้งใหญ่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved