cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 377 พระพุทธรูปหิน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 377 พระพุทธรูปหิน
Prev
Next

บทที่ 377: พระพุทธรูปหิน

คนทั้งหมดลดปืนลง ชายในชุดสูทเดินนำเข้าไป ในระหว่างทาง เขาก็มองเลยเข้าไปยังอีกด้านหนึ่งของประตูเหล็ก จากนั้นรูม่านตาของเขาก็ต้องหดตัวเข้าหากัน

เขาไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังหยินที่เล็ดลอดออกมาจากวิญญาณร้ายที่อยู่ด้านในอีกต่อไป!

นี่… หรือว่า…

เป็นไปได้อย่างไรกัน? เขาสัมผัสถึงพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้มันจะไปมีความเป็นไปได้อื่นได้อย่างไร? นอกจากนี้…

เขตไล่ล่าถูกกำจัดโดยสมบูรณ์แล้ว?

เขตไล่ล่าของวิญญาณร้ายขั้นนักล่าวิญญาณถูกทำลายอย่างรวดเร็วและง่ายดาย? และชายที่รับผิดชอบเรื่องทั้งหมดก็เดินออกมาอย่างสบาย​ ๆ? ไม่ใช่ว่านี่หมายความว่า…

เขาอยู่ขั้นยมทูตขาวดำ?!

ทั้งสองฝ่ายต่างนิ่งเงียบ สีหน้าของชายในชุดสูทเปลี่ยนกลับไปกลับมาระหว่างตกตะลึงและเหลือเชื่อ ไปเป็นพิศวง ก่อนจะกลับไปเป็นตกตะลึงและเหลือเชื่ออีกครั้ง

ฉินเย่นั้นเด็กเกินไป เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่ดูเด็กขนาดนี้จะอยู่ขั้นยมทูตขาวดำ!

“คุณ…” เขาสูดหายใจเข้าช้า​ ๆ​ และข่มความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นมาภายในใจ “อยู่ขั้นยมทูตขาวดำ?!”

“ขั้นยมทูตขาวดำ?!” ร้อยตำรวจเอกที่ได้ยินเช่นนั้นก็อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง เขาคว้าแขนเสื้อของชายในชุดสูทและเอ่ยขึ้นทันที “เขาอยู่ขั้นยมทูตขาวดำอย่างนั้นเหรอ?! คุณกำลังจะบอกผมว่าผู้ฝึกตนขั้นยมทูตขาวดำเดินทางมาช่วยเราในดินแดนที่ถูกพระเจ้าทอดทิ้งแห่งนี้น่ะเหรอ?!”

“เป็นไปได้อย่างไรกัน…” เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนสูบบุหรี่ก่อนหน้านี้แน่นิ่งไป เศษบุหรี่ตกลงบนเครื่องแบบของเขา แต่ดวงตาของเขาก็ยังคงจับจ้องไปที่ฉินเย่ จากนั้นเขาก็ทิ้งบุหรี่ลงกับพื้นและเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น “จริงเหรอ? จริงหรือเปล่า? เขาอยู่ขั้นยมทูตขาวดำจริง​ ๆ​ น่ะเหรอ?”

การรับรู้ที่เรียบง่ายนี้เป็นเหมือนกับลำแสงแห่งความหวังของเหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจท่ามกลางท้องฟ้าที่ดำมืด ขั้นยมทูตขาวดำ… ในที่สุดผู้ฝึกตนขั้นยมทูตขาวดำก็มาถึง! นี่หมายความว่า…ที่นี่จะได้รับการช่วยเหลือแล้วใช่ไหม?

ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมา คนทั้งหมดรู้สึกว่าหัวใจของพวกเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอกขณะที่จ้องมองไปที่ฉินเย่ รอคำยืนยันจากอีกฝ่าย ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง ฉินเย่กลับขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้น? ผมกำจัดเขตไล่ล่าแห่งนี้ให้พวกคุณแล้ว ทำไมถึงยังต้องดูเป็นกังวลอยู่อีก?”

เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ฝึกตนในชุดสูทมองหน้ากัน ก่อนจะเปิดประตูรถตำรวจให้เด็กหนุ่ม “เชิญทางนี้ครับ ทางเราจะเล่าให้ฟังระหว่างทาง”

ฉินเย่มองคนทั้งหมด และเขาก็พบว่าบนใบหน้าของคนทั้งหมดล้วนประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจ คนทั้งหมดรู้ดีว่าฉินเย่อาจจะแค่เดินผ่านมาเท่านั้น แต่พวกเขาก็ยังหวังว่าฉินเย่จะยอมให้ความร่วมมือกับพวกเขา เด็กหนุ่มไม่ได้เอ่ยอะไร และเดินขึ้นไปนั่งบนรถทันที

รถตำรวจขับตรงออกไปที่เขตชานเมือง ตอนนี้ดึกมาก และมันก็เลยช่วงเวลาของประกาศเตือนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งพื้นที่ยังคงสว่างไสวด้วยแสงจากไฟข้างถนน แต่กลับไม่มีใครสักคนให้เห็นบนถนนเลยแม้แต่คนเดียว

แต่ถึงกระนั้น ฉินเย่ก็สังเกตเห็นวิญญาณเร่ร่อนจำนวนหนึ่งลอยไปลอยมาบ้างเป็นครั้งคราว ร้านค้าและแม้แต่โรงพยาบาลที่พวกเขาขับผ่านถูกแปะด้วยยันต์และกระดิ่งไล่วิญญาณ สายลมเย็นพัดผ่านถนนที่รกร้าง ส่งผลให้เศษขยะบนพื้นปลิวไปมาราวกับพวกมันคือเงินกระดาษที่ล่องลอยอยู่ในท้องฟ้าของยมโลกไม่มีผิด

ทุกอย่างเงียบเชียบและไร้ชีวิตชีวา มันแทบจะดูไม่ออกเลยว่าที่นี่คือเมืองที่มีจำนวนประชากรถึงแสนคน มันปราศจากซึ่งการใช้ชีวิตในยามราตรี แสงสีจากป้ายไฟนีออน แผงบาร์บีคิว หรือแม้แต่รถเข็นอาหาร ทุกอย่างดูร้างโดยสมบูรณ์ แม้แต่แมวหรือสุนัขสักตัวก็ไม่มีให้เห็น

กรุ๊ง กริ๊ง… บ้านเรือนทุกหลังล้วนมียันต์และกระดิ่งขับไล่วิญญาณติดอยู่ทั่วทุกมุมเพื่อป้องกันแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เห็นได้ชัดว่าประชากรเริ่มเดาทางเรื่องทั้งหมดนี้ได้ด้วยตัวของพวกเขาเอง ถึงแม้ว่าทางรัฐบาลจะไม่ได้ประกาศเรื่องนี้ให้เป็นสาธารณะ แต่ทุกคนก็สามารถเข้าใจได้เองโดยปริยายว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เสียงใสกังวาลของกระดิ่งดังก้องไปทั่วท้องถนน แต่มันกลับไม่ได้สร้างความสดใสให้เลยแม้แต่น้อย เพราะมันยิ่งทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอ้างว้างยิ่งกว่าเดิม

อาคารทุกหลังถูกดับไฟสนิท ไม่มีไฟดวงใดเลยที่ถูกจุดขึ้นให้เห็น ขณะที่รถตำรวจเคลื่อนตัวไปตามถนน ฉินเย่ก็ยังคงมองไปด้านนอกหน้าต่าง – นี่คือสภาพของพื้นที่ส่วนอื่นของจีนในเวลานี้อย่างนั้นหรือ? มัน…ไม่ต่างอะไรกับจุดสิ้นสุดของโลกเลยแม้แต่น้อย

ทุกคนล้วนใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัว และช่วงเวลาแห่งการปลอบใจก็คือเวลาช่วงตอนกลางวันก่อนถึงหกโมงเย็น หลังจากนั้นก็จะไม่มีใครกล้าเดินไปตามสถานที่ที่มืดมิดหรือทางเดินเปลี่ยวอีกเลย ทุกอย่างแย่ลงกว่าเดิมหลังจากเวลาผ่านพ้นช่วงหกโมงเย็น ทุกครอบครัวจะซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มและสวดอ้อนวอนพระเจ้าเพื่อให้พวกเขาสามารถข้ามผ่านไปได้อีกค่ำคืนหนึ่ง

คนส่วนใหญ่ผ่านช่วงเวลากลางคืนไปโดยที่ไม่แม้แต่จะข่มตาหลับ แต่ถึงกระนั้น มันก็ยังมีกลุ่มคนที่โชคร้ายกว่า ผู้ซึ่งตื่นขึ้นมาในตอนเช้า และก็พบเข้ากับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงและไม่หายใจของเหล่าคนอันเป็นที่รักของตัวเอง

“ทั้งหมดนี้คือบาปของยมโลก…” ฉินเย่พึมพำกับตัวเองก่อนจะค่อย​ ๆ​ หลับตาลง

พระกษิติครรภโพธิสัตว์… ท่านรู้หรือไม่ว่าตัวเองได้ทิ้งความวุ่นวายใดไว้หลังจากที่ท่านตรัสรู้และขึ้นสู่สรวงสวรรค์? ท่าน…ยอมทิ้งโลกไปทั้ง​ ๆ​ แบบนี้ได้อย่างไร?!

ท่านสมควรจะมีเมตตามิใช่หรือ?

เสียงของฉินเย่แผ่วเบา แต่คนขับรถกลับสามารถได้ยินมันอย่างชัดเจน เขาสูดหายใจเข้าช้า​ ๆ​ และพยายามแย้มยิ้มบนใบหน้า “ขอประทานโทษนะครับ… แต่ผมควรเรียกคุณว่าอย่างไรดี?”

“ฉิน” ฉินเย่ตอบกลับไปสั้น​ ๆ เขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะมาตอบคำถามอะไรตอนนี้

“คุณฉิน คุณมาจากที่ไหนหรือครับ? การที่สามารถบรรลุเป็นขั้นยมทูตขาวดำตั้งแต่อายุยังน้อย… ผมเดาว่าคุณคงมีตำแหน่งที่สูงพอสมควรในหน่วยสอบสวนพิเศษ?” ชายในชุทสูทที่นั่งอยู่ด้านหลังเอ่ยต่อ “อ่า มารยาทของผมหายไปไหนหมดกัน? ผมชื่อเจิงไสว่ เป็นหนึ่งในสิบสมาชิกของหน่วยสอบสวนพิเศษที่ถูกย้ายมาประจำการที่นี่…”

คลิ้ก… ทันใดนั้น เสียงที่คมชัดบางอย่างดังขึ้นจากทางหน้าต่าง ฉินเย่เหลือบตามองมัน แต่ขณะที่เขากำลังจะดึงสายตากลับมา เขาก็ต้องหันกลับไปมองสิ่งที่อยู่นอกหน้าต่างอีกครั้ง

“คุณฉิน คุณฉินครับ?” ไม่นาน เสียงเรียกของเจิงไสว่ก็ดังเรียกสติของฉินเย่ ทว่าทันทีที่เขาหันกลับมาจากหน้าต่างด้านข้างและมองตรงไปข้างหน้า… เขาก็พบว่าท้องถนนด้านหน้าของเขาเวลานี้ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยเงินกระดาษ

เงินกระดาษสีขาวซีด

นอกจากนี้ เงินกระดาษพวกนั้นยังดูเหมือนกับกระจายออกมาจากด้านหลังของรถของพวกเขาอีกด้วย แทบจะเหมือนกับว่าสายลมกลางคืนได้พัดพวกมันมาข้างหน้า หากพูดกันตามตรง มันแทบจะดูเหมือนกับว่ามีคณะไว้ทุกข์ตามหลังพวกเขามาไม่มีผิด

“พวกนี้อาจจะเป็นวิญญาณร้ายที่พลัดหลงจากกลุ่มน่ะครับ” เจิงไสว่ถอนหายใจออกมาเบา​ ๆ “ทุกพื้นที่ที่เคยมีมนุษย์อาศัยอยู่ล้วนเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดเหล่านี้ขึ้น ไม่ต้องห่วงครับ พวกมันแข็งแกร่งกว่าวิญญาณเร่ร่อนทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีทางกล้าเข้ามาใกล้กลุ่มผู้ฝึกตนแน่”

ฉินเย่ยังคงเงียบ

มันมีโอกาสเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่เขาอาจจะตาฝาด แต่เขาสาบานได้เลยว่าหนึ่งในเงินกระดาษที่ปลิวมาติดที่หน้าต่างเมื่อครู่นี้…มีตัวหนังสือถูกเขียนอยู่!

มันเขียนเอาไว้ว่า – ‘มาหาเรา’

เป็นไปไม่ได้…หากปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นโดยวิญญาณร้าย มันก็ไม่มีทางที่เขาจะมองไม่เห็นอีกฝ่าย และต่อให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นวิญญาณกลายพันธุ์ เขาก็ควรจะสามารถตรวจจับถึงการมีอยู่ของวิญญาณเหล่านั้นได้ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว

แต่มันจะมีคนอื่นอยู่รอบ​ ๆ​ ได้อย่างไร… ฉินเย่แค่นหัวเราะออกมาขณะที่ส่ายศีรษะไปมาเพื่อขจัดความคิดแปลกประหลาดของตนและนั่งดี​ ๆ​ อีกครั้ง แต่เมื่อเขาเหลือบมองไปที่กระจกหลัง ขนบนร่างของเขาก็ลุกชัน!

มีคน…

มีคนอยู่จริง​ ๆ!

จากกระจกหลัง ฉินเย่มองเห็นขบวนคนสวมชุดคลุมยาวสีขาวเดินตามอยู่ด้านหลังรถของพวกเขา! และคนเหล่านั้นก็ล้วนประกบฝ่ามือทั้งสองข้างของตนเข้าด้วยกัน!

ประสบการณ์ตลอดหนึ่งปีของฉินเย่ในฐานะของจ้าวนรกได้ทำให้เขาได้เห็นสิ่งต่าง​ ๆ​ มากมายที่เกี่ยวข้องกับความตายและคนตาย ดังนั้นเขาจึงสามารถบอกได้ทันทีว่าเสื้อผ้าที่ขบวนแห่ด้านหลังของเขาสวมอยู่คือเสื้อคลุมไว้ทุกข์สำหรับข้าราชการระดับสูงในยุคสมัยหนึ่ง ปกคอเสื้อถูกเย็บอย่างประณีต ในขณะที่แขนเสื้อของเสื้อคลุมนั้นกว้างอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นภาพที่แปลกประหลาดอย่างไม่สามารถบรรยายได้

หากพูดกันตามตรง สิ่งที่แปลกที่สุดก็คือข้อเท็จจริงที่ว่าแม้ว่าเขาจะไม่สามารถมองเห็นคนเหล่านี้ได้ด้วยตาเปล่า แต่เขาก็ยังสามารถบอกได้ว่าคนเหล่านี้ไม่มีร่องรอยของพลังหยินอยู่ในร่างเลยแม้แต่น้อย!

และพลังปราณเองก็เช่นกัน!

กลับกัน…ร่างของพวกเขากลับถูกปกคลุมไปด้วยรัศมีที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน นอกจากนี้ มันยังดูเหมือนว่าพวกเขากำลังนำพารถตำรวจไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง!

“พวกคุณ…” ฉินเย่ละสายตาจากกระจกหลังเพื่อหันไปมองคนอื่น​ ๆ แต่แล้วเขาก็ต้องตะลึงงันไปกับสิ่งที่เห็น แผ่นหลังของเด็กหนุ่มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อในฉับพลัน

ไม่มี…

ไม่มีใครอยู่บนรถที่เขากำลังนั่งอยู่เลยแม้แต่คนเดียว!

และแม้ว่าเขาจะเหลืออยู่เพียงลำพังในรถคันนี้ แต่รถคันนี้ก็ยังคงขับเคลื่อนไปด้วยตัวของมันเอง ราวกับมันกำลังพาเขาไปยังจุดหมายที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว!

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?!

เม็ดเหงื่อเย็นไหลลงมาที่ปลายจมูกของฉินเย่ เขามองไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง และเขาก็พบว่า…เขายังคงเห็นเจิงไสว่และคนอื่น​ ๆ​ นั่งอยู่ในรถเหมือนเดิม แต่ทั้งหมดดูขาวซีดและไร้เรี่ยวแรงราวกับศพในห้องเก็บศพ มันแทบจะเหมือนกับว่า… พวกเขากำลังติดอยู่อีกโลกหนึ่งโดยสมบูรณ์

ไม่มีใครบังคับรถ แต่มันกลับขับต่อไปด้วยตัวของมันเอง ฉินเย่อ้าปากค้าง ขนลุกชันไปทั้งร่าง

คำอธิบายเพียงอย่างเดียวสำหรับปรากฏการณ์นี้ก็คือข้อเท็จจริงที่ว่าเขาถูกล้อมรอบโดยพลังหยินที่ท่วมท้นจนมีอยู่ทั่วทุกที่ แววตาของเด็กหนุ่มวาววาบขึ้น เขาเคยสัมผัสกับความรู้สึกที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อน

ในครั้งแรกที่เขาเผชิญหน้ากับตี้ทิงในเมืองเป่าอัน ความหนาแน่นอย่างไม่น่าเชื่อของพลังหยินทำให้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดอย่างวิญญาณผู้หญิงหวีผมของเขาในเวลากลางวัน ความหวาดกลัวที่พุ่งพล่านไปทั่วทุกส่วนของร่างกายในวันนั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ในตอนนั้น อาร์ทิสอธิบายว่ามันไม่ใช่ว่าเขาไม่สามารถตรวจจับพลังหยินได้ แต่มันเป็นเพียงเพราะว่าพลังหยินของฝ่ายตรงข้ามนั้นมหาศาลจนมีอยู่ทั่วทุกที่ แพร่กระจายไปทั่วทั้งมณฑล หรือแม้แต่พื้นที่ขนาดเล็ก ราวกับว่ามันคือชั้นบรรยากาศปกติทั่วไป

หรือว่า…จะมีวิญญาณที่มีระดับพลังขั้นเดียวกับตี้ทิงซ่อนตัวอยู่แถวนี้?

เด็กหนุ่มไม่กล้าคิดอะไรไปมากกว่านี้ ความคิดเดียวที่อยู่ภายในหัวของเขาก็คือหนี! เขาถีบประตูอย่างแรง แต่ก็ต้องพบว่ามันถูกปิดอย่างหนาแน่น!

ทันใดนั้น ขบวนผู้ไว้ทุกข์ก็เริ่มร้องบทเพลงที่น่าขนลุก ราวกับพวกเขากำลังสะอื้นไห้และคร่ำครวญต่อการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก มันไม่ต่างอะไรกับการประสานเสียงของอีกาเลยแม้แต่น้อย ฉินเย่หันกลับไปจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความหวั่นสะพรึง เสียงเพลงจากเหล่าผู้ไว้ทุกข์ในเวลากลางคืนไม่ได้ช่วยลดความหวาดกลัวที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างของเขาลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันกลับทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น ราวกับน้ำที่ถูกเทใส่กระทะที่มีน้ำมันร้อนเดือดอยู่!

“นี่มันวิญญาณตนใดกัน?!” ฉินเย่กัดฟันกรอดและหันกลับมาดังเดิม และทันใดนั้น รถที่เขานั่งอยู่ก็หยุดชะงักลง

คลิ้ก ประตูรถปลดล็อกด้วยตัวของมันเองและเปิดออก

ฟิ้ว~… สายลมยามค่ำคืนพัดมา ใบไม้ที่ตกอยู่บนพื้นส่งเสียงกรอบแกรบเบา​ ๆ ตอนนี้เขาอยู่ที่ลานกว้างซึ่งถูกล้อมรอบด้วยเศษซากอาคารที่พังทลายจำนวนมาก แต่ใจกลางของพื้นที่ทั้งหมดกลับมีแท่นพระพุทธรูปหินสูงสองเมตรตั้งอยู่ การมีอยู่ของมันช่วยให้เศษซากปรักหักพังโดยรอบดูงดงามอย่างบอกไม่ถูก

เห็นได้ชัดว่าแท่นไม้ตรงหน้าถูกสร้างขึ้นมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว สีเดิมของมันได้ลอกและหลุดร่วงไป ในขณะที่เศษผ้าสีแดงที่ฉีกขาดปลิวไหวไปตามแรงลม ผลไม้จำนวนหนึ่งถูกวางอยู่เบื้องหน้าของพระพุทธรูปหินเพื่อเป็นเครื่องบรรณาการ ในขณะที่ในมือทั้งสองข้างขององค์พระพุทธรูปมีเทียนเล่มหนาสีแดงที่ยังคงสว่างไสวด้วยเปลวไฟอันอ่อนโยนตั้งอยู่ ภายใต้ความสลัวของแสงเทียน ฉินเย่สามารถบอกได้ว่านี่คือพระพุทธรูปของ…พระกษิติครรภโพธิสัตว์

ขบวนแห่วิญญาณในตอนกลางคืน นำมาสู่การเผชิญหน้ากับแท่นบูชาที่มีพระพุทธรูปของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ตั้งอยู่

ฉินเย่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลัง และเขาก็พบว่าขบวนแห่ไว้ทุกข์เมื่อครู่นี้ได้หายไปแล้ว ราวกับว่าพวกมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ค่ำคืนที่มืดสนิท และซากปรักหักพังที่ล้อมรอบพระพุทธรูปหิน เงาดำที่ทอดยาวลงมาไหววูบอย่างน่ากลัว แทบจะเหมือนกับว่าพวกมันกำลังซ่อนวิญญาณร้ายจำนวนมากที่เตรียมพร้อมจะจู่โจมเอาไว้ ฉินเย่ลอบกลืนน้ำลายอย่างเป็นกังวลขณะที่เดินเข้าไปใกล้พระพุทธรูปของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ “แม้แต่วิญญาณที่โง่เขลาที่สุดก็ไม่มีทางกล้าปลอมตัวเป็นท่าน…”

“ท่าน…คือผู้ที่เรียกข้ามาที่นี่อย่างนั้นหรือ?”

10 นาทีผ่านไป… 20 นาทีผ่านไป… ยังคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนนี้เป็นเวลา 23.50 น.แล้ว ฉินเย่จ้องมองพระพุทธรูปหินนิ่ง แต่เขาก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรทั้งสิ้น

ทว่าทันทีที่เขาตัดสินใจที่จะลุกยืนขึ้น พระพุทธรูปหินตรงหน้าก็ลืมตาขึ้นอย่างกะทันหัน!

ภายในลานกว้างที่แตกสลาย ในขณะที่เสียงระฆังดังขึ้นท่ามกลางการปลิวว่อนของเงินกระดาษจำนวนมาก ในค่ำคืนที่เงียบสนิท พระพุทธรูปหินที่ลืมตาขึ้นอย่างกะทันหันสบตาเข้ากับมนุษย์เพียงผู้เดียวในสถานที่แห่งนี้

ความมืดมิดปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด ฉินเย่สามารถสัมผัสได้ว่าเหล่าวิญญาณโดยรอบกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวขณะที่พากันถอยห่างออกไปราวกับกระแสน้ำที่ไหลหวนกลับ แต่ไม่นานเขาก็พบว่าตัวเองถูกตรึงอยู่กับพื้นโดยสมบูรณ์!

พระพุทธรูปหินเผยให้เห็นดวงตาสีทองประกายที่สุกใสมากกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉินเย่เคยพบเห็นมา! มันส่องสว่างไปทั่วทุกที่ สว่างเสียจนเขาไม่สามารถระบุถึงสีเดิมของดวงตาของพระพุทธรูปนี้ได้เลย!

ยิ่งกว่านั้น มันยังไม่มีทั้งความเกลียดชังหรือความกระหายเลือดในแววตานั้นอีกด้วย กลับกัน มันเต็มไปด้วยความมีเมตตา

“ช่างน่าเสียดายเสียจริง” พระพุทธรูปหินเปิดปากเล็กน้อย “หากท่านเป็นเหมือนกับจ้าวนรกทั้งสองรุ่นก่อน ท่านก็คงจะสามารถรับรู้ได้ถึงการดำรงอยู่ของข้าผ่านทางสัมผัสที่ 8 อาลยวิญญาณ และตระหนักได้แล้วว่าข้าคือผู้ใด” [1]

พระกษิติครรภโพธิสัตว์?

พระกษิติครรภโพธิสัตว์จริง​ ๆ​ น่ะหรือ?

ฉินเย่อ้าปากค้าง เขาส่ายศีรษะไปมาด้วยความเหลือเชื่อ และแม้กระทั่งเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แต่ทันทีที่เขาทำอย่างนั้น เขาก็พบว่าแขนเสื้อของเขาถูกยึดไว้โดยไม้ขักขระของพระพุทธรูปหิน

“มาหลบอยู่ด้านหลังของข้า” พระพุทธรูปหินเอ่ยช้า​ ๆ “พวกเขา…กำลังจะมาถึงที่นี่แล้ว”

[1] คัมภีร์ลังกาวตารสูตร กล่าวว่า “อาลยวิชญาณ เป็นฐานแห่งสรรพสิ่ง สร้างสรรค์สรรพสิ่ง เป็นมูลฐานของโลก และปรากฏการณ์สรรพสิ่ง เป็นเงา หรือเป็นภาพของอาลยวิชญาณซึ่งมีสภาวะเป็นอัพยากฤต (กลาง) เกิดดับสืบเนื่องกันมาไม่ขาดสายนับแต่กาลปรากฏเบื้องต้น มีหน้าที่เก็บก่อ คือเก็บพีชะของสิ่งทั้งปวงไว้และนำพีชะที่เก็บไว้มาสร้างสรรค์”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 377 พระพุทธรูปหิน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved