cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 37 สาวกของท่านอาจารย์แห่งสรวงสวรรค์

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 37 สาวกของท่านอาจารย์แห่งสรวงสวรรค์
Prev
Next

บทที่ 37 สาวกของท่านอาจารย์แห่งสรวงสวรรค์

“ได้” หวังเฉิงห่าวหัวเราะ “พอดีฉันเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นได้…”

“โรงแรมเฝิงไหลเป็นกิจการของพ่อฉัน และมันก็มีกล้องวงจรปิดอยู่ทุกจุด มีครั้งหนึ่ง เพราะความอยากรู้อยากเห็น ฉันเลยต่อภาพจากกล้องวงจรปิดพวกนั้นเข้ากับคอมพิวเตอร์ของตัวเอง เพราะอย่างไรฉันก็ไม่มีอะไรจะทำอยู่แล้ว…ถ้าตอนนี้มันยังใช้ได้ และปีศาจในโรงแรมยังคงไม่หายไป พวกเขาก็น่าจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น”

ทั้งคู่จอดรถอยู่ที่ริมถนนแห่งหนึ่ง หวังเฉิงห่าวเปิดกระเป๋าเป้ของตน และหางตาของฉินเย่ก็ต้องกระตุกทันที “เดี๋ยวนะ…นายหยิบมาแค่แล็ปท็อปเหรอ? แล้วพวกครีมอาบน้ำ ยาสระผม? กางเกงในล่ะ?”

“ฉันต้องเอามันมาด้วยเหรอ?” หวังเฉิงห่าวกะพริบตาปริบ ๆ เขารู้สึกงุนงงกับคำพูดของฉินเย่เป็นอย่างมาก สายตาของเด็กหนุ่มมองเพื่อนของตนราวกับจะถามว่า แล้วจะให้ฉันเอาอะไรมาอีกล่ะ?

นี่นายคิดว่าตัวเองไปเที่ยวเล่นหรือยังไง?

มุมปากของฉินเย่กระตุกอย่างต่อเนื่อง “อย่างน้อยนายก็ควรจะเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนด้วยไม่ใช่หรือไง?”

หวังเฉิงห่าวเพียงเปิดบัญชีอาลีเพย์(alipay)[1] ของตนให้อีกฝ่ายดูเป็นการตอบ และฉินเย่ก็พบว่าตัวเลขหลักแรกในบัญชีของอีกฝ่ายคือเลข “6” และจำนวนเงินทั้งหมดในบัญชีก็มีเลขอยู่ถึง 6 หลักเช่นกัน

ไอ้พวกคนรวยเอ้ย…

“ฉันเอาบัตรประชาชนกับใบขับขี่มาด้วย นอกจากโทรศัพท์กับเอกสารยืนยันตัวตนแล้วนายยังต้องการอะไรอีก?” หวังเฉิงห่าวเอ่ยออกมาก่อนจะเปิดแล็ปท็อปของตนและพูดต่อว่า “ตราบใดที่นายยังมีเงินอยู่ในบัญชีมือถือก็พอแล้ว”

ไอ้เด็กนี่…ที่นายพูดมันก็จริง แต่ทำไมความจริงข้อนั้นมันถึงทำให้ใจของฉันรู้สึกเจ็บขึ้นมานิด ๆ ล่ะ?

ตอนนี้ ฉินเย่กำลังรู้สึกว่าหัวใจของเขาเต็มไปด้วยรูโหว่ ยิ่งเมื่อเห็นโลโก้แบรนด์บนแล็ปท็อปของหวังเฉิงห่าวเป็นรูปผลไม้ที่ถูกกัดไปคำหนึ่ง เขาก็รับรู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องตรวจสอบอะไรเพิ่ม

ทันใดนั้นภายในใจของเด็กหนุ่มก็จมอยู่กับความโศกเศร้าเมื่อฉุกคิดได้ว่าตนกำลังปล่อยให้อารมณ์ของตนคล้อยไปตามผู้อื่นอีกแล้ว….

นิ้วมือของหวังเฉิงห่าวกดลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ เขาก็ผิวปากออกมาอย่างได้รับชัยชนะ “มันยังใช้ได้! ฉินเย่! มันยังใช้ได้จริง ๆ ด้วย!”

ทั้งสองรีบหันเหความสนใจของตนไปที่วิดีโอที่กำลังเล่นในโหมดเต็มหน้าจอทันที

ภาพที่ฉายออกมาคือภาพของหลินเชาเซิงที่กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น ตัวสั่นด้วยความกลัว ทว่าไม่มีผู้ใดเข้ามา

ฉินเย่พยักหน้าเงียบ ๆ เขาเคยเป็นศูนย์กลางการแสดงพลังของอาร์ทิสมาก่อน เมื่อใดก็ตามที่อาร์ทิสสำแดงพลังที่ยังคงหลงเหลืออยู่ของนาง ดวงวิญญาณที่อยู่ต่ำกว่าระดับตุลาการนรกลงไปจะไม่สามารถลุกยืนขึ้นได้ หรือในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ในแง่ของพลังอำนาจ นักเชิดหุ่นไม่ได้ใกล้เคียงกับระดับตุลาการนรกเลยสักนิด

หลังจากวิดีโอเล่นไป 15 นาที มันก็ยังไม่มีใครเข้ามาในห้องเช่นเดิม ทว่าในนาทีที่ 16 กลุ่มเมฆสีดำด้านนอกก็ดูเหมือนจะกระจายตัวเล็กน้อย ทันทีที่แสงแรกส่องเข้ามาอีกครั้ง เสียงหงุดหงิดของใครบางคนก็ดังขึ้น “ให้ตายเถอะผีบ้า! แค่รอให้ฉันกินข้าวเสร็จก่อนที่จะกลายร่างเป็นปีศาจ มันจะตายหรือไง?! รีบไปเกิดใหม่ขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือว่าจะรีบวิ่งกลับบ้านไปฟ้องพ่อกันแม่กันวะฮะ?!”

เสียงพูดที่ดุดันดังก้อง ทำให้ทั้งหวังเฉิงห่าวและฉินเย่ตกใจเป็นอย่างมาก

มัน…จะต้องเกิดอะไรขึ้นกับภาพจอแน่….

เขาหมายถึง….ไม่ใช่ว่าผู้ที่กำจัดนักเชิดหุ่นควรก้าวเดินออกมาจากความมืดด้วยตัวตนที่คล้ายกับเทพเซียนและทำท่าราวกับตนมีพลังเหลือล้นหรืออย่างไร?

แต่การปรากฏตัวของเขา…แทนที่จะดูเหมือนกับเจ้าของร้านขายผักที่ตลาดสด…

พลังหยินที่อยู่โดยรอบถูกขจัดไปจนหมดก่อนที่จะสิ้นเสียงพูด จากนั้น ร่างอ้วนกลมของใครบางคนก็ปรากฏตัวขึ้นให้เห็นเป็นครั้งแรกในวิดีโอ

นะ…นี่คือนักพรตเต๋าจริง ๆ เหรอ….

ชายในภาพน่าจะมีน้ำหนักมากกว่า 200 กิโลกรัม เสื้อคลุมเต๋าของเขาฉีกขาด ตะเข็บหลุดลุ่ย ในขณะที่บนส่วนเปื้อนไปด้วยน้ำตาเทียน นอกจากนี้เขายังสวมผ้าคลุมศีรษะทรงสี่เหลี่ยมด้วย มันแทบจะไม่สามารถบอกได้เลยว่าเขาอาบน้ำครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แม้แต่ปกคอเสื้อของเขาในตอนนี้ก็เปลี่ยนเป็นสีดำไปเสียแล้ว และที่ทำให้ทุกสิ่งแย่กว่าเดิมก็คือ แทนที่เขาจะถือแส้หางม้าอยู่ในมือ…แต่เขากลับถือ…ไม้ปัดฝุ่นขนไก่!

ไม้ปัดฝุ่นขนไก่ คุณเชื่อไหมล่ะ?!

และเขายังถือขาแกะที่มันเยิ้มอยู่ในมืออีกข้างด้วย ภาพที่ไม่ว่าจะมองมุมไหน ผู้ชายคนนี้ก็ดูเหมือนกับขอทานมากกว่านักพรตเต๋า

“ผู้เชี่ยวชาญระดับนักล่าวิญญาณเหรอ?” ทันใดนั้นผู้เชิดหุ่นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงตกตะลึง

ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้สนใจเลยสักนิด เขาเพียงแทะขาแกะอย่างหิวกระหายและทานมันหมดภายในไม่กี่คำ จากนั้น เมื่อเช็ดคราบไขมันบนเสื้อคลุมของตนเอง ทำฝ่ามือเป็นรูปดอกบัวและเอ่ยต่อว่า “อู๋เลี่ยง….อึ๊ก!…เทียนจวิน ”

นักเชิดหุ่นไม่สามารถยืนเผชิญหน้ากับคนตรงหน้าได้อีกต่อไป เขาเอ่ยขึ้นมา “แส้หางม้าของท่านอยู่ที่ใด?”

“อึ๊ก!…ข้าลืมน่ะ เวลารีบหยิบข้าวของก็มักจะเป็นแบบนี้ ในฐานะของสาวกที่แท้จริง มันเป็นหน้าที่ของฉันที่จะต้องพร้อมแสดงตัวอยู่ตลอดเวลา แต่…อึ๊ก…ฉันหยิบมาผิด”

ทั้งสองดูวิดีโอที่เล่นอยู่อย่างตกตะลึง

“ท่านคิดหรือว่าผู้ที่อยู่แค่ระดับนักล่าวิญญาณอย่างท่านจะสามารถรับงานลอบสังหารได้?” นักเชิดหุ่นระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ร่างของเขาจางหายไปในหมอกดำ ขณะที่ศพที่นอนเกลื่อนอยู่รอบ ๆ นักพรตเต๋าก็เริ่มที่จะมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น นักพรตผู้นั้นเพียงเช็ดปากก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “สหาย ดูเหมือนนายจะลืมอะไรไปอย่างนะ ฉันจะบอกให้ก็แล้วกัน…”

“หลายพันปีที่แล้ว ไม่มีผู้ใดหรือสิ่งใดที่กล้าประพฤติตัวไม่เหมาะสมภายในมณฑลเสฉวน หรือแม้แต่ตอนนี้ อัตราการเกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติภายในมณฑลเสฉวนก็ยังคงต่ำที่สุดในประเทศ แกลองใช้สมองโง่ ๆ ของตัวเองตรึกตรองดูว่าเหตุใดมันจึงเป็นเช่นนั้น?”

แต่เขากลับไม่ได้รับคำตอบเลยสักนิด ซากศพที่อยู่โดยรอบยังคงพยายามลุกยืนขึ้น จากนั้น ในไม่วินาทีต่อมา พวกมันก็พุ่งเข้าหานักพรตเต๋าพร้อมกันในคราวเดียว

“ก็เพราะว่าสองในสามของสำนักเต๋าดั้งเดิมตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวนอย่างไรล่ะ นี่คือสถานที่ที่ท่านอาจารย์แห่งสวรรค์จางหรือจางเทียนซือได้สำเร็จมรรคผล และคิดค้นเคล็ดวิชาปราบปรามเหล่ามารร้ายภูตผีปีศาจขึ้นมา…แกไม่คิดหรือว่าความกล้าของแกมันมากเกินไป?”

“ก่อกำเนิดฟ้า ดิน”

ทันใดนั้นนักพรตร่างท้วมก็ทำมือเป็นสัญลักษณ์ผนึกจำนวนมาก วงกลมสีเงินขาวปรากฏขึ้นมาจากบริเวณใต้เท้า ขณะที่ที่นั่งทรงดอกบัวเก้าชั้นปรากฏขึ้นด้านข้าง เมื่อกลีบดอกบัวในแต่ละชั้นเบ่งบาน ภายในห้องทั้งหมดพลันเต็มไปด้วยรัศมีแสงแห่งหยาง ปะทะเข้ากับพลังหยินที่มืดมิดอย่างรุนแรง หุ่นเชิดศพทั้งหมดสลายตัวไปในพริบตา

ฉินเย่มองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยแววตาตกตะลึง เขาเคยสู้กับศพพวกนี้มาก่อน และเขาก็รู้ถึงความยากลำบากในการที่จะจัดการกับพวกมันเป็นอย่างดี อันที่จริง เขาไม่สามารถแม้แต่จะยืนหยัดสู้กับพวกมันด้วยซ้ำ

“ไตรวิสุทธิ์?! ท่านคือสาวกของอาจารย์แห่งสรวงสวรรค์จางเทียนซืออย่างนั้นหรือ?!” เสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวดังก้องขึ้น ทันใดนั้นเอง กลุ่มหมอกสีเข้มที่อยู่ในห้องทั้งหมดก็เริ่มพรั่งพรูออกมาราวกับคลื่นยักษ์ รวมตัวเข้าด้วยกัน กลายเป็นร่างของมังกรหยินและพุ่งตัวออกไปที่บันไดอย่างรีบร้อน

“อู๋เลี่ยงเทียนจวิน[2]” นักพรตเต๋าดึงปิ่นปักผมของตนออกและเหวี่ยงมันเบา ๆ “ไปซะ”

ฟึ่บ! ปิ่นปักผมพุ่งไปในอากาศราวกับสายฟ้าฟาก! ทันใดนั้น มันก็เปลี่ยนร่างเป็นดาบไม้มะฮอกกานีโบราณที่ส่งเสียงหวีดแหลมแหวกอากาศและเสียงฟ้าร้องออกมาเบา มันตามคลื่นพลังหยินดังกล่าวได้ภายในพริบตา พร้อมกับเสียงร้องที่น่าสังเวช กลุ่มควันสีดำสลายไปในทันที และดาบไม้ก็พุ่งตรงเข้าไปในกล่องสีดำที่หลินเชาเซิงถือเอาไว้ตลอดเวลา

นักพรตเต๋าเดินเข้าไปใกล้อย่างใจเย็นและเอ่ยว่า “นักเชิดหุ่น…ในตอนนั้น สาเหตุที่นิกายของแกถูกล้างบางไปก็เพราะว่าแกหลงทางผิดและใช้ร่างกายมนุษย์ในการทดลองไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้พบกับผู้เหลือรอดในวันนี้ หากฉันเป็นแก ฉันคงจะปกปิดตัวตนของตัวเองอย่างดีและดื่มด่ำกับความสุขของโลกนี้เสีย แต่อนิจจา ผู้ที่กระทำบาป….แก…”

เขาเดินไปจับด้ามของมันไว้อย่างมั่นคง “ฉันเคยได้ยินมาว่านักเชิดหุ่นไม่เคยมีส่วนร่วมในการต่อสู้เลยสักครั้ง และนายตำรวจผู้นี้ก็คงจะเป็นหนึ่งในหุ่นเชิดของแกเหมือนกันสินะ? เช่นเดียวกันกับผู้หามหีบศพจากหูหนานตะวันตก พวกแกทุกคนล้วนโดดเด่นในสายวิชาของตัวเอง ทว่าน่าเสียดายที่ความเชี่ยวชาญพวกนี้จะต้องหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล…..”

และก่อนที่จะพูดจบ เขาก็แทงดาบเข้าไปในกล่องให้ลึกลงกว่าเดิม!

กรี๊ดดดดดดด!!!! ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องที่เสียดแทงหัวใจดังออกมาจากกล่อง ตัวดาบแทงลงไปในกล่องจนมิดด้าม ทะลุลงไปถึงพื้นที่อยู่อีกด้านหนึ่ง มีเพียงด้ามดาบเท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่ให้เห็นด้านนอก!

ฉึกกกกก!

เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดขึ้นไปในอากาศ ปริมาณของมันดูขัดกับขนาดที่เล็กของกล่องอย่างสิ้นเชิง เสียงกรีดร้องอันน่าสังเวชยังคงดังต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทุกอย่างดำเนินเช่นนี้ไปประมาณ 10 วินาทีก่อนที่ทั้งหมดจะกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

“อู๋เลี่ยงเทียนจวิน….บาปของแกก็คือการที่แกมาขัดจังหวะเวลากินข้าวของฉัน” นักพรตเต๋าเอ่ยพร้อมถอนหายใจออกมา และกระดิกนิ้วเบา ๆ ดาบไม้ที่เสียบอยู่บนกล่องพลันหดเล็กลงและเสียบกลับที่ผมของเขาอีกครั้ง จากนั้นเขาจึงเดินไปที่ลิฟต์และออกไปจากที่เกิดเหตุในท้ายที่สุด

วิดีโอจบลงที่ตรงนี้

ใบหน้าของฉินเย่ในเวลานี้เคร่งเครียดเป็นอย่างมาก สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นยิ่งกว่าสิ่งที่อาร์ทิสคาดการณ์เอาไว้มาก มันไม่ใช่การต่อสู้ 10 นาที….การต่อสู้ที่เกิดขึ้นใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีเต็มด้วยซ้ำ! อันที่จริง มันจบลงด้วยการโจมตีเพียงสองครั้งเท่านั้น!

สำหรับครั้งที่สาม เขาได้เพิ่มพลังระดับนักล่าวิญญาณของเขาขึ้นอีกครั้ง

มันเป็นพลังอำนาจที่ไม่สามารถวัดได้

ดูจากบทสนทนาของอีกฝ่าย ฉินเย่สามารถบอกได้เลยว่านักเชิดหุ่นน่าจะเทียบได้กับนักล่าวิญญาณของนรก แต่ความจริงที่ว่าเขาถูกสาวกของอาจารย์แห่งสรวงสวรรค์ผู้นั้นกำจัดเสียสิ้นซากภายในการโจมตีเพียงสองครั้ง มันหมายความว่านักพรตร่างอ้วนคนนั้น…อาจจะเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับยมทูตขาวดำ!

และหากนี่เป็นแค่สาวก….ฉินเย่ก็ยิ่งมั่นใจเลยว่ามันจะต้องมีนักพรตที่อยู่ระดับสูงกว่านี้อยู่ในโลกมนุษย์แน่นอน!

เพราะอย่างไรแล้วยมทูตขาวดำและตุลาการนรกก็อยู่ห่างกันเพียงแค่ระดับเดียวเท่านั้น`

“นอกจากนี้…หากนักเชิดหุ่นอยู่ระดับนักล่าวิญญาณ ถ้าอย่างนั้น…อาจารย์ของคนคนนั้นก็ต้องอยู่ระดับยมทูตขาวดำเป็นอย่างต่ำ!” เด็กหนุ่มปิดเปลือกตาลงและสูดหายใจเข้าอย่างช้า ๆ วินาทีนี้ ความปรารถนาของเขาที่ต้องการจะหาตัวผู้บงการให้เจอได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์!

ความจริงที่ว่ามีดวงวิญญาณระดับยมทูตขาวดำกำลังจ้องมองเขาอยู่จากระยะไกลทำให้ไม่รู้สึกอยากอาหารหรือง่วงนอนเลยสักนิด

“แต่เราจะเจาะลึกกับปัญหานี้มากขึ้นหลังจากที่อาร์ทิสตื่นขึ้นแล้ว”

“ส่วนตอนนี้ไปที่เมืองเป่าอันก่อน”

“เมืองเป่าอัน? มันคือที่ไหนกัน?” หวังเฉิงห่าวมึนงงเล็กน้อย “เราไม่ได้จะไปที่เมืองติ้งหยางกันแล้วเหรอ?”

ฉินเย่ส่ายหน้า นักพรตอ้วนนั่นพูดถูกแล้ว มณฑลเสฉวน…คือสถานที่กำเนิดของศาสนาประจำชาติ ลัทธิเต๋า ในอดีตจางเต้าหลิงได้บำเพ็ญพรตอยู่บนภูเขาเหอหมิง ก่อนที่จะไปที่ภูเขาชิงเฉิง สถานที่ซึ่งเขาได้ทำการปัดเป่าวิญญาณร้ายจำนวน 8 ล้านตน นิกายหลักสองแห่งตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ไม่ว่าจะเป็นสาวกในนาม สาวกที่เป็นฆราวาส หรือสาวกที่แท้จริง ความจริงที่ว่าคนพวกนี้กระจายตัวอยู่ทั่วมณฑลเสฉวนนั้นยังคงไม่เปลี่ยน และหากเป็นเช่นนี้ มันก็จะอันตรายเกินไปสำหรับเขาที่จะอยู่ที่นี่

ตัวเลือกของเขามีเพียงแค่อยู่ต่อ หรือไม่ก็หนีไปให้ไกลจากที่เกิดเหตุให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ไปมณฑลอันฮุ่ย”

“ต้องไปไกลขนาดนั้นเลยเหรอ?” หวังเฉิงห่าวรู้สึกถึงความปวดหัวที่กำลังมาในไม่ช้า เพื่อนรัก มันเป็นเรื่องง่ายที่จะพูดออกมา แต่นายอยากจะลองขับรถไกลขนาดนั้นดูบ้างไหมล่ะ?

“ที่นั่น เราจะปลอดภัย” ฉินเย่หยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาและกดหมายเลขโทรออก “นายจะไม่อยู่ก็ได้ แต่ทั้งหมดที่นายต้องทำก็คือไปส่งฉัน เพราะอย่างไรแล้ว…ฉันก็มีเพื่อนอยู่ที่นั่น”

ดวงตาของหวังเฉิงห่าวเป็นประกายขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

เพื่อน?

คนอย่างนายมีเพื่อนด้วยเหรอ?

คนคนนั้นเป็นมนุษย์หรือเปล่า?

สายโทรศัพท์ถูกรับอย่างรวดเร็ว หรือหากพูดกันตามความจริง อีกฝ่ายรับสายโทรศัพท์แทบจะทันทีเลยด้วยซ้ำ ทว่าสิ่งที่แปลกที่สุดก็คือแม้ว่าจะรับสายแล้ว ทั้งฉินเย่และคนที่อยู่ปลายสายกลับไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว และทั้งคู่ก็ไม่ได้วางสายเช่นกัน

หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ ฉินเย่ก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น “ผู้เฒ่าจาง…ครั้งล่าสุดที่เราพบกันน่าจะเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วใช่หรือเปล่า?”

“ใช่แล้ว…เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ ตอนนี้ลูกของผมก็เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว…ผะ…ผมไม่คิดเลยว่า…ตัวเองจะมีโอกาสได้ยินเสียงคุณอีกครั้ง…” น้ำเสียงตกตะลึงของชายวัยกลางคนดังตอบกลับมา

ฉินเย่ยิ้ม “ผมได้ยินมาว่าคุณได้เลื่อนตำแหน่งอีกแล้วไม่ใช่เหรอ? ผมควรเรียกคุณว่าท่านรองดีหรือเปล่า?”

“หึหึ…พวกตำแหน่งและเงินทองมีค่าสำหรับคุณด้วยหรือ?” ผู้เฒ่าจางเอ่ยเย้า “คุณฉิน คุณกับผม มิตรภาพระหว่างเรานั้นคงอยู่ไปชั่วชีวิต สิ่งอื่นล้วนเป็นภาพลวงตาเท่านั้น หากไม่มีคุณ…ผมก็คงไม่สามารถมีอย่างที่มีทุกวันนี้ได้ และผมเองก็รู้ด้วยว่าคุณไม่ใช่คนที่จะโทรมาโดยไร้เหตุผล ดังนั้นคุณคงจะมีเรื่องสำคัญบางอย่างสินะ เชิญพูดมาได้เลย”

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเอ่ยออกไปอย่างไม่ลังเล “ตอนนี้ผมอยู่ที่เสฉวน มีบางอย่างเกิดขึ้นในเมืองที่ผมอยู่ คุณก็รู้ ผมไม่สามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองได้ ดังนั้นผมจึงตั้งใจว่าจะย้ายไปอยู่ที่มณฑลอันฮุ่ยสัก 3-5 ปี เพื่อรอให้ทุกอย่างมันผ่านพ้นไปก่อน ผมจึงต้องการความช่วยเหลือจากคุณในการสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชานเมืองสักที่ และจัดแจงเรื่องเอกสารระบุตัวตนที่จะไม่ทำให้เกิดความสงสัยให้ผมที”

“ไม่ต้องห่วง มาที่นี่ได้เลย ตอนนี้ผมเองก็บังเอิญอยู่ที่เมืองเป่าอันพอดี ผมจะเตรียมเอกสารที่จำเป็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยก่อนที่คุณจะมาถึง”

หลังจากแลกเปลี่ยนบทสนทนากันต่ออีกพักหนึ่ง ทั้งสองก็วางสายแทบจะในเวลาเดียวกัน หวังเฉิงห่าวที่เห็นเช่นนั้นจึงถามอย่างสงสัย “ฉินเย่ เมื่อครู่นายบอกว่าเขาเป็นเพื่อนนายอย่างนั้นเหรอ?”

“ใช่….” ฉินเย่ตอบราวกับนึกถึงเรื่องในอดีตพร้อมกับยิ้มออกมา “กระต่ายเจ้าเล่ห์มีสามโพง[3] ฉันใช้ชีวิตมานานขนาดนี้ นายคิดจริง ๆ เหรอว่าฉันจะไม่มีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่เลย?”

ในเวลาเดียวกัน ภายในบ้านพักที่ดูธรรมดาในเมืองเป่าอัน มณฑลอันฮุ่ย มือที่ผ่านการทำงานมาอย่างหนักกดวางสายโทรศัพท์

“อันที่จริง…ตลอดหลายปีที่ผ่านมา…ไม่คิดเลยว่าเขาจะยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน….” คนที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์ไปคือชายผมขาวที่อยู่ในวัยประมาณ 50 ปีผู้ซึ่งอยู่ในชุดอยู่บ้าน เขาเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ มือข้างหนึ่งถือถ้วยชาขณะที่นึกถึงช่วงเวลาเก่า ๆ

“นี้คุณ คุณอย่าลืมล้างจานด้วยนะคะ! ทำไมคุณถึงนั่งลงอีกแล้วล่ะ?” สุภาพสตรีผู้ผูกผ้ากันเปื้อนไว้รอบเอวเดินออกมาและเรียกอีกฝ่าย

“จะไปเดี๋ยวนี้แหละ…” ผู้เฒ่าจางเปิดเปลือกตาขึ้นและส่งยิ้มให้กับคนที่มาเรียกตนอย่างจริงใจก่อนจะเหลือบไปมองประตูห้องที่ปิดสนิทของผู้เป็นลูกชาย ครู่ต่อมา เขาก็ปรับสีหน้าเป็นเคร่งขรึมและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดโทรออกอีกครั้ง

“ผมเอง จางเปากัว ขอสายผู้กำกับเจิง”

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงหัวเราะเบา ๆ ของชายผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมาจากปลายสาย “หึหึ ท่านรองอัยการสูงสุดจาง ไม่ทราบว่ามีอะไรให้รับใช้หรือครับถึงต้องติดต่อมาด้วยตัวเองแบบนี้?”

“แค่มีเรื่องจะรบกวนน่ะ” จางเปากัวเอ่ยนิ่ง ๆ “พอดีภายในอีก 15 วันนี้ ญาติของผมจะย้ายมาเรียนที่เมืองเป่าอัน คุณพอจะมีมหาวิทยาลัยดี ๆ ที่ไหนแนะนำบ้างหรือเปล่า? ผมไม่อยากได้มหาลัยที่อยู่ในตัวเมือง เอาแค่อยู่รอบ ๆ เมืองเป่าอันก็พอ….”

[1] อาลีเพย์ (alipay) แอปพลิเคชั่นใช้เฉพาะชำระเงินทางออนไลน์ของจีน

[2] อู๋เลี่ยงเทียนจวิน (无量天尊) คำกล่าวของผู้ที่นับถือลัทธิเต๋า เป็นการอวยพรให้มีความสุขอย่างหาที่สุดไม่ได้ คล้ายกับคำว่าอามิตตาพุทธของพระพุทธศาสนา

[3] กระต่ายเจ้าเล่ห์มีสามโพง (狡兔三窟) สำนวนจีนที่หมายถึงการมีที่ซ่อนตัวหลายแห่งเพื่อสะดวกแก่การหลีกเลี่ยงภัยพิบัติ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 37 สาวกของท่านอาจารย์แห่งสรวงสวรรค์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved