cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 368 การเปิดเผยอย่างกะทันหันเกี่ยวกับนิเวศวิทยาของยมโลก (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 368 การเปิดเผยอย่างกะทันหันเกี่ยวกับนิเวศวิทยาของยมโลก (2)
Prev
Next

บทที่ 368: การเปิดเผยอย่างกะทันหันเกี่ยวกับนิเวศวิทยาของยมโลก (2)

น่าเสียดาย ฉินเย่จะสามารถห้ามปรามสิ่งที่อาร์ทิสกำลังจะพูดได้อย่างไร? นางแสยะยิ้ม “สถานการณ์ที่พวกเรากำลังพูดกันอยู่นี้คือเรื่องในอดีต ตอนนั้น อสูรวิญญาณนั้นมีอยู่มากมายและอาละวาดไปทั่ว การที่เราจะได้เผชิญหน้ากับพวกมันอย่างแน่นอน หากพูดกันตามความจริง พื้นที่บริเวณภูเขาและหนองน้ำจะมีโอกาสที่จะพบเจอกับอสูรวิญญาณมากกว่าพื้นที่ปกติ นอกจากนี้ การปรากฏตัวของอสูรวิญญาณในแต่ละท้องที่ย่อมหมายความว่าพื้นที่แต่ละแห่งจะมีราชาอสูรวิญญาณอยู่”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนทั้งหมดก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉินเย่

แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็ทำให้คนทั้งหมดต้องกลั้นหายใจอีกครั้ง

“แต่ตอนนี้…” อาร์ทิสเหลือบมองฉินเย่อย่างชั่วร้ายและหัวเราะเยาะกับความทุกข์ใจของอีกฝ่าย “การล่มสลายของยมโลกแห่งเก่าหมายถึงการล่มสลายของระบบนิเวศเดิม แม้แต่ข้าเองก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเราจะต้องพบเจอกับสิ่งใดหลังจากที่เวลาผ่านมานานกว่าร้อยปี”

“บางทีอสูรวิญญาณพวกนั้นอาจจะตายและสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว และดินแดนทั้งหมดก็อาจจะไม่ต่างไปจากภาพในยุคน้ำแข็ง หรือบางที…อาจจะมีวิญญาณที่น่ากลัวกว่าเดิมปรากฏขึ้น อ้อ! ข้าลืมพูดถึงเรื่องบางอย่าง พื้นผิวโลก แมนเทิล และแก่นโลก คือแดนมนุษย์ ลิมโบ และโลกใต้พิภพ ความเข้มข้นของพลังหยินในสถานที่เหล่านี้ก็เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ ด้วยเหตุนี้ อสูรวิญญาณที่สามารถอาศัยอยู่นอกโลกใต้พิภพจึงจะอยู่ขั้นยมทูตขาวดำเป็นอย่างต่ำ ยิ่งกว่านั้น วิญญาณจากโลกใต้พิภพยังไม่ต่างอะไรกับอาหารอันโอชะของพวกมัน พวกมันเป็นเพียงอสูรที่ป่าเถื่อน และมันก็ยอมจำนนต่อความต้องการแรกของตัวเอง ดั่งเช่นที่เสือโคร่งที่ชอบกินเนื้อมนุษย์ ทันทีที่พวกเจ้าเผชิญหน้ากับมัน… ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวก็คือความตายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”

“ว่าไงนะ?!” “ขั้นยมทูตขาวดำ…” “ไม่ใช่นั่นหมายความว่าเราอาจจะได้เห็นดินแดนที่มีอสูรขั้นตุลาการนรกอย่างนั้นหรือ? หรืออาจจะสุนัขขั้นฝู่จวิน?!” “ในทางกลับกัน ต่อให้ฝ่าบาททรงขึ้นเป็นขั้นตุลาการนรก แต่เราก็มีขั้นตุลาการนรกอยู่เพียงแค่สองคนเท่านั้น…”

“เงียบ” อาร์ทิสเอ่ยเสียงเรียบ “หากพวกเจ้าหวาดกลัวเพียงเพราะการมีอยู่ของเหล่าอสูรวิญญาณ เช่นนั้นข้าก็เกรงว่าเรื่องที่จะตามมามีแต่จะทำให้พวกเจ้าหวาดกลัวมากกว่าเดิม”

ยังมีอีกหรือ?!

ฉินเย่ยกมือขึ้นทาบอก เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดบางอย่างที่ก่อตัวขึ้น ให้ตายเถอะ ฉินเย่… ไอ้ปากพาซวยนี่อีกแล้ว! คิดได้ยังไงถึงจะสร้างเส้นทางการค้าทางทะเล?! ไม่คิดว่านั่นจะเป็นการหาที่ตายให้ตัวเองหรืออย่างไร?! แค่นั่งอยู่ในอาคารหลังเล็ก ๆ ก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรืออย่างไร? นี่ไม่ได้เรียนรู้อะไรจากเหล่าผู้ก่อตั้งประเทศเลยใช่หรือไม่?!

ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา ท่ามกลางความเงียบที่บีบคั้น อาร์ทิสก็เริ่มพูดต่อ “ภัยคุกคามอีกอย่างก็คือ… ตัวโลกใต้พิภพเอง”

โนบูนางะเอียงศีรษะเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ “โลกใต้พิภพ?”

“ถูกต้อง” อาร์ทิสสูดหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยประกายบางอย่างในแววตา “ตอนนี้นรกมีขนาดเล็กเกินไป… เล็กจนเราไม่สามารถเรียกว่าโลกใต้พิภพได้ด้วยซ้ำ แหล่งที่มาหลักของธาตุในโลกใต้พิภพนั้นมีอยู่ทั้งสิ้นสองแหล่ง ซึ่งก็คือดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ มันยังมีลม ฝน สายฟ้า หิมะ และลูกเห็บ… ข้ามีวิดีโออีกวิดีโอหนึ่งที่จะเอาให้พวกเจ้าดู… ลองพิจารณาเรื่องนี้ดู วิดีโอที่ข้ากำลังจะเป็นคือวิดีโอเกี่ยวกับพายุหิมะที่จะเกิดขึ้นสักครั้งในร้อยปี ซึ่งเกิดขึ้นในมณฑลหมินเฟิงที่ข้าเคยดูแลอยู่”

นางวาดมือ และหน้าจอพลังหยินก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้…ภาพบนหน้าจอก็เผยให้เห็นเมืองโบราณที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างสวยงาม ท้องฟ้าขนาดใหญ่ซึ่งดูราวกับภาพที่ปรากฏในนิยาย แสงสว่างปกคลุมทั่วทั้งดินแดน วาววาบให้เห็นบ้างเป็นครั้งคราว ทว่าสิ่งที่ดึงความสนใจของคนทั้งหมดก็คือกลุ่มก้อนเมฆเบื้องบนที่มีบางอย่างสีแดงโปรยลงมา

มันคือหิมะ

หิมะสีแดง

นอกจากนี้ หิมะที่ตกลงมายังดูราวกับมีด กระทบกับม่านแสงอย่างชัดเจน พวกเขาสามารถบอกได้ว่าต้นไม้ที่อยู่ด้านนอกเขตป้องกันถูกเจาะเกิดเป็นรูพรุนมากมาย และสิ่งที่ตามมาจากการทำลายล้าง…ก็คือการลุกโชนขึ้นของเปลวไฟสีเขียวหยก!

เมื่อมองจากไกล ๆ มันดูไม่ต่างอะไรกับฝนเพลิงที่ตกลงมายังเมืองด้านล่างเลยแม้แต่น้อย!

ตกตะลึง

คนทั้งหมด รวมถึงฉินเย่และโนบูนางะ ต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น

ไม่คิดเลยว่าเกล็ดหิมะที่เปราะบางไร้อันตรายที่พวกเขาเคยรู้จักจะกลายเป็นหิมะที่มีอาณุภาพทำลายล้างเช่นนี้เมื่อมาอยู่ในยมโลก! ไม่จำเป็นต้องมีตัวอย่างอื่น ๆ คนทั้งหมดเข้าใจทันทีว่าไม่ว่าจะเป็นอสูรวิญญาณหรือปรากฏการณ์ธรรมชาติ พวกมันไม่ต่างอะไรกับโรคระบาดที่พวกเขาจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อหลบเลี่ยงมัน

“ปรากฏการณ์เช่นนี้คือสิ่งที่เราอาจได้พบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเดินทางที่ยาวนานอย่างที่เรากำลังจะเริ่มนี้” อาร์ทิสสะบัดมือและสลายหน้าจอพลังหยิน “ยมโลกแห่งใหม่เป็นเหมือนกับเรือนกระจก และสิ่งที่อยู่ด้านนอกของมัน…ก็คือป่ารกร้าง”

“มันยังมีกฎข้อบังคับบางอย่างที่เราจะต้องจำให้ดีหากต้องการจะเอาชีวิตรอดในความทุรกันดารของยมโลก ข้อแรก หนีทันทีที่เจอกับอสูรวิญญาณ หากหนีไม่รอด ก็จงฆ่าตัวตายเสีย ไม่เช่นนั้น… เจ้าอาจจะตกอยู่ในสภาพที่แย่กว่าความตายเสียอีก”

เงียบ

เงียบกริบ

ไม่มีใครคาดคิดว่าการสำรวจดินแดนใหม่จะมีราคาที่สูงถึงเพียงนี้!

มันไม่น่าเชื่อ ไม่มีใครสามารถพูดได้ว่าพวกเขาจะสามารถรอดชีวิตกลับมาได้หรือไม่

อึก… ฉินเย่ลอบกลืนน้ำลายอย่างเป็นกังวล น่ากลัวจริง ๆ นี่ดอกไม้งามของเขาจะสามารถพิชิตโลกที่โหดร้ายด้านนอกได้จริง ๆ น่ะหรือ?

“แต่มันดูเหมือนจะมีบางอย่างไม่ถูกต้อง…” เขาเอ่ย “มันเคยมีอสูรวิญญาณอยู่ แล้วพวกที่รอดพ้นจากยมโลกเก่าเล่า? พวกมันจะไม่โจมตีเราหรอกหรือ? เจ้าแน่ใจหรือว่ามันจะไม่ซุ่มโจมตีอสูรภูเขาที่เราขี่ไป?”

“พระองค์คิดว่ายมโลกแห่งเก่าเคยแข็งแกร่งมากเพียงใด?” อาร์ทิสเอ่ยด้วยน้ำเสียงฮึดฮัด “พวกเราเคยมีขั้นตุลาการนรกมากกว่า 1,000 คน แต่บนแผ่นดินจีนกลับมีมณฑลอยู่เพียง 30 กว่ามณฑลเท่านั้น ซึ่งขั้นตุลาการนรกส่วนใหญ่ก็ไม่ได้จบลงโดยการเป็นผู้ปกครองของมณฑลเหล่านี้ พวกเขาเพียงทำหน้าที่ในฐานะของผู้คุ้มกัน บริษัทขนส่งรายใหญ่ย่อมมีขั้นตุลาการนรกเป็นของตัวเอง และบางบริษัทที่มีอิทธิพลมากกว่าก็มีแม้กระทั่งวัตถุหยินให้ใช้ แม้แต่อสูรวิญญาณขั้นฝู่จวินก็ไม่รอดพ้นจากการปราบปรามของพระยมและถูกจับมาใช้แรงงาน!”

อย่างนี้นี่เอง…

ฉินเย่ก้มหน้าลงและครุ่นคิดเกี่ยวกับข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมา ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดจิวยี่จึงบอกว่าจะส่งหน้าไม้ศักดิ์สิทธิ์เปลวไฟแห่งกรรมมาให้เขา

การเดินทางเช่นนี้ไม่ต่างอะไรไปจากการเดินทางไปชมพูทวีป และเขาก็ไม่ได้มีพละกำลังแข็งแกร่งอย่างซุนหงอคงด้วย!

“สิ่งที่ข้าต้องการจะบอกก็มีเท่านี้ เอาล่ะ ทุกท่าน” อาร์ทิสนั่งลงและผายมือเชิญคนทั้งหมด “ตอนนี้ข้าคิดว่าทุกคนคงเข้าใจถึงความยากลำบากที่เราจะต้องเผชิญหน้าในการเดินทางในครั้งนี้แล้ว ข้ามั่นใจว่าเราจะตัดสินใจอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้นในการเลือกจุดหมายที่จะใช้เป็นเมืองท่า”

มันใช้เวลาอีก 30 กว่าวินาทีก่อนที่โถงประชุมจะเริ่มร้อนระอุอีกครั้ง

ทุกคนต่างคิดพิจารณาถึงความแตกต่างของโลกใต้พิภพกับแดนมนุษย์ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะพอเข้าใจบ้างแล้ว แต่คำอธิบายของอาร์ทิสก็ทำให้พวกเขาเข้าใจและตระหนักถึงสิ่งที่พวกตนกำลังต้องเผชิญหน้ามากขึ้น เหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาต่างรู้สึกตกตะลึงกับขนาดของอันตรายที่ต้องเผชิญหน้าจากการกระทำที่เรียบง่ายอย่างการสำรวจดินแดนใหม่ มันแตกต่างจากบนแดนมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ที่แดนมนุษย์ พวกเขาเพียงแค่ส่งขบวนรถ อุปกรณ์ที่จำเป็นและตั้งรั้วกั้นอาณาเขต ทำการก่อสร้างอาคารขั้นพื้นฐาน ส่งคนงาน กำหนดนโยบาย และการสร้างเมืองใหม่ก็จะเสร็จสิ้น

แต่เมืองในโลกใต้พิภพ กลับถูกสร้างขึ้นจากการเสียเลือดเนื้อ!

สิ่งที่พวกเขาได้รับมอบหมายให้ทำในเวลานี้ก็คือคิดหาที่ตั้งที่ดีที่สุดสำหรับเมืองแห่งใหม่ของยมโลก นี่รวมถึงพิจารณาระยะทางจากเมืองเป่าอัน จำนวนอาณาเขตของอสูรวิญญาณที่พวกเขาจะต้องพบเจอ จำนวนภัยพิบัติทางธรรมชาติ ยมโลกแห่งใหม่จะมีความสามารถมากพอในการรับมือกับสิ่งเหล่านี้หรือไม่ รวมถึง…พวกเขาจะสามารถเอาชีวิตรอดกลับมาจากการสำรวจครั้งนี้ได้ด้วยหรือไม่

อ้อ… และพวกเขาก็ยังต้องปกป้องเสบียงและหินวิญญาณอีกด้วย เพราะอย่างไรแล้ว หากวิญญาณถือว่าเป็นอาหารอันโอชะของอสูรวิญญาณที่ซ่อนตัวอยู่ในดินแดนที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ แล้วหินวิญญาณเล่า?

หากปราศจากความแข็งแกร่งที่เพียงพอ พวกเขาจะสามารถป้องกันหินวิญญาณนับพันล้านของตัวเองได้อย่างไร?

“เอาล่ะ เอาข้อมูลพวกนี้ไปดูก่อนก็แล้วกัน” ฉินเย่พยายามสงบใจของตัวเองและเริ่มส่งสำเนาเอกสารที่ได้มาจากสำนักฝึกตนแห่งแรกให้คนทั้งหมด ในขณะเดียวกันเขาก็หันไปหาอาร์ทิสและกระซิบอีกฝ่ายเสียงเบา “นี่ท่านคงไม่ได้จงใจทำให้ข้ากลัวใช่หรือไม่?”

“เหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้นด้วย?!” อาร์ทิสตอบกลับสั่น ๆ

คิดดูสิว่าเจ้าหวาดกลัวเพียงใดหากข้าเสริมจิตนาการของตัวเองเข้าไปเพิ่มอีก… ริมฝีปากของอาร์ทิสยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยกับความเป็นไปได้นั้น

นิ้วมือของฉินเย่พันกันยุ่งอยู่ใต้โต๊ะ ให้ตายเถอะ…ทำไมเรื่องมันถึงยากแบบนี้?! ทำไมทุกอย่างมันถึงไม่ต่างอะไรกับการขอให้กุ้งตัวเล็กไปท้าทายราชาวานร?! ครั้งนี้เขาตายจริง ๆ แน่… เขามั่นใจว่าตัวเองจะต้องตาย… บางทีเขาควรจะเตรียมโลงศพไว้ฝังตัวเองด้วย…

เมื่อเห็นสีหน้าที่ซีดเผือดของฉินเย่ อาร์ทิสก็ยอมจำนนและเอ่ยปลอบอีกฝ่าย “หากพูดกันตามจริง การออกจากเมืองเป่าอันก็เป็นประโยชน์กับเรา”

“…มันคือความหวังเดียวของเราในตอนนี้อย่างนั้นหรือ?”

“ใช่แล้ว” อาร์ทิสหัวเราะเบา ๆ “อาณาเขตของโลกใต้พิภพนั้นเกี่ยวโยงกับอาณาเขตของแดนมนุษย์อย่างไม่สามารถแยกออกได้ และขนาดของมันก็เท่ากัน หากเจ้าจะสำรวจดินแดนในโลกใต้พิภพ เจ้าก็ควรจะตั้งหลักปักดินแดนไว้ที่แดนมนุษย์เสียก่อน”

“หลักปักดินแดน?”

“ข้าเคยทำสิ่งนี้มาก่อน และข้าก็ยังพอจำได้ราง ๆ ว่ามันจะต้องทำเช่นไร ยิ่งมีหินวิญญาณมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งดีกับตัวเจ้ามากเท่านั้น หินวิญญาณสิบตันสามารถใช้สร้างหลักปักดินแดนได้หนึ่งชิ้น พวกเราไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้มากเพียงใด แต่หลักปักดินแดนจะต้องถูกปักลงในทุก ๆ ระยะทาง 200 กิโลเมตรที่เจ้าเดินทาง หลักปักดินแดนเหล่านี้ที่เจ้าจะต้องติดตั้งมีชื่อว่าตะเกียงหวนหยาง พวกมันจะทำหน้าที่คล้ายกับประภาคารแสงที่คอยชี้ทางให้กองกำลังของยมโลก และช่วยทำให้คนของเราสงบได้แม้ว่าพวกเขาจะถูกไล่ล่าโดยฝูงอสูรวิญญาณ พวกที่พลัดหลงกับกองกำลังหลักเองก็จะไม่สิ้นหวังเช่นกัน”

“…ข้าสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงของความสิ้นหวังที่แฝงอยู่ในประโยคเหล่านี้ของท่าน…”

“เลิกขัดและตั้งใจฟังให้ดี! โลกใต้พิภพด้านนอกนั่นเป็นสถานที่ที่กว้างใหญ่ และมันเป็นเรื่องง่ายมากที่จะพลัดหลงจากกัน ภูมิประเทศของพวกมันแตกต่างจากบนแดนมนุษย์อย่างสิ้นเชิง แม้แต่เข็มทิศก็ไม่สามารถใช้งานได้ ตะเกียงหวนหยางคือสิ่งจำเป็นสำหรับการสำรวจของยมโลก! นับตั้งแต่วินาทีที่เจ้าได้ตัดสินในที่จะสร้างเมืองท่าขึ้น ชะตากรรมของเจ้าก็ได้ปิดลงและกำหนดว่าเจ้าจะไม่ต้องอยู่ในสำนักฝึกตนแห่งแรกอีกต่อไป นี่คือสิ่งที่มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่ทำได้”

ฉินเย่แทบจะหักนิ้วของตัวเองอยู่ใต้โต๊ะ

เขาอยากจะรู้จริง ๆ ว่าจ้าวนรกองค์แรกสามารถบรรลุสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร… นี่เรากำลังพูดถึงอสูรวิญญาณขั้นตุลาการนรกหรืออาจจะขั้นฝู่จวินเลยนะ… ไม่คิดเลยว่าตอนนี้เขาจะถูกบังคับให้ต้องเดินบนเส้นทางเดียวกันกับจ้าวนรกองค์แรกของยมโลก… นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว…

เด็กหนุ่มยังคงพยายามให้กำลังใจตัวเองเท่าที่สามารถทำได้ นี่อาจจะเป็นข้อดีเพียงอย่างเดียวของเขา – เมื่อไม่มีที่ให้หนีและไม่มีที่ให้ซ่อน เขาก็จะสลัดคราบจอมขี้ขลาดของตัวเองออกไป… และแสดงความฉลาดและความสามารถทางการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมของตนเองออกมา ทั้งหมดล้วนเพื่อการเอาชีวิตรอด เพียงมองแค่แวบเดียว อาร์ทิสก็ตระหนักได้ทันทีว่าตอนนี้ฉินเย่กำลังอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้…

กลุ่มรัฐมนตรีแบ่งออกเป็นสองกลุ่มเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ และไม่มีใครสังเกตถึงการกระซิบกระซาบระหว่างผู้นำลำดับหนึ่งและสองของยมโลกเลยแม้แต่น้อย เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เวลาหนึ่งชั่วโมงผ่านไปภายในชั่วพริบตา และการอภิปรายก็เข้าใกล้ถึงจุดจบ ปัญหาหลักในตอนนี้ก็คือพวกเขามีข้อมูลไม่เพียงพอ และทุกคนก็ไม่มีอะไรให้หารือมากนัก

ไม่นาน ซูตงเซวี่ยก็ลุกขึ้นยืนและเริ่มเก็บเอกสารจากคนทั้งหมด หลังจากตรวจดูอย่างรวดเร็ว นางก็นับอีกครั้งเป็นการยืนยัน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและเอ่ยรายงาน “ฝ่าบาทเพคะ รัฐมนตรีทั้งหมดได้หารือกันเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพคะ”

อ่าาาา… สถานที่สำหรับฝังศพของเขาถูกกำหนดแล้วหรือ…? ฉินเย่ทรุดตัวนั่งลงอย่างสิ้นหวัง “ว่ามา”

ดูเหมือนว่าอารมณ์ของฝ่าบาทจะแปลกไป… ซูตงเซวี่ยสัมผัสได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่นางก็รู้ดีว่าตนไม่ควรถามอะไร ดังนั้นนางจึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม “ฝ่าบาท…ทุกคนมีมติเป็นเอกฉันท์เพคะ”

“ที่ใด?” ฉินเย่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

“มณฑลซานตงเพคะ!”

ทำไมกัน?

ความสงสัยเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการเบี่ยงเบนความสนใจ ฉินเย่นั่งตัวตรงทันที เขาขมวดคิ้วยุ่งและเริ่มพิจารณาการตัดสินใจนี้ มณฑลซานตงนั้นไม่ได้อยู่ใกล้เลยสักนิด จากมณฑลอันฮุ่ย พวกเขาต้องเดินทางข้ามมณฑลเจียงซูก่อนจะไปถึงที่มณฑลซานตง จริงอยูที่มณฑลซานตงนั้นตั้งอยู่ใกล้กับญี่ปุ่นและแดฮัน… แดฮัน… อย่างนี้นี่เอง!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 368 การเปิดเผยอย่างกะทันหันเกี่ยวกับนิเวศวิทยาของยมโลก (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved