cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 355 การประชุมการค้าระหว่างประเทศ (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 355 การประชุมการค้าระหว่างประเทศ (1)
Prev
Next

บทที่ 355: การประชุมการค้าระหว่างประเทศ (1)

คนขี้โกหกกางเกงจะไฟไหม้

หากเขาลองสัมผัสหัวใจตัวเองและลองคำนวณอย่างจริง ๆ จัง ๆ ถึงการกระทำที่น่าละอายที่ตนได้ทำมาจนถึงตอนนี้ เขาก็หวังว่าจะมีที่สักแห่งให้เขาได้ซุกหน้าหนี

หลักในการใช้ชีวิตของเขาคืออะไร ? วิ่งหนีจากผู้ที่แข็งแกร่งกว่า ! และหากการวิ่งหนีไม่สามารถใช้ได้ เช่นนั้นก็ต้องใช้การหลอกลวงและบังตา

หากพูดสั้น ๆ ก็คือไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ตราบใดที่มันสามารถรับประกันการมีชีวิตรอด เขาก็พร้อมที่จะทำทุกอย่าง

เขารู้สึกพึงพอใจกับสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างมาก

บางทีทักษะอีกอย่างหนึ่งที่สามารถเทียบได้กับสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด อาจจะเป็นความสามารถในการใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจของรัฐอื่นเพื่อผลประโยชน์ของยมโลก เขาไม่ต่างอะไรกับผู้เชี่ยวชาญในการฉวยโอกาสหรือนักล่าผู้ช่ำชองที่จะอดทนรออย่างเงียบ ๆ จนกว่าจะถึงเวลาที่จะได้ปลดปล่อยท่าไม้ตายพิฆาตและแย่งชิงความรุ่งโรจน์และเกียรติยศมาจากฝ่ายตรงข้าม

“หินวิญญาณ 3,600 ล้านก้อน…” แววตาของเด็กหนุ่มไหววูบอย่างตื่นเต้นภายในความมืด เขาเลียริมฝีปากของตัวเองขณะที่เริ่มเปลี่ยนร่างเป็นกลุ่มก้อนพลังหยิน “ในเมื่อตอนนี้ข้าได้ทำทุกอย่างเพื่อยึดงบประมาณทางการทหารของฝ่ายตรงข้ามมาแล้ว เช่นนั้น… มันก็ถึงเวลาที่จะจบเรื่องทั้งหมดเสียที…”

“นี่จะเป็นการประชุมการค้าระหว่างประเทศครั้งแรกของยมโลก และข้าเองก็ตั้งตารอมันอย่างถึงที่สุดเช่นกัน ด้วยระดับสติปัญญาของพวกท่าน อีกไม่นานพวกท่านก็จะรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงที่ข้าจัดงานเปิดตัวที่ทำให้พวกท่านต้องเต้นรำอยู่บนมือของข้าครั้งนี้ ทีนี้…พวกท่านจะทำเช่นไรต่อไป ?”

ในบ่ายของวันต่อมา เวลา 14.00 น. เสียงเป่าแตรที่ยิ่งใหญ่ดังขึ้นที่หน้าประตูนรก และเหล่าข้าราชการศักดินาทั้งหมดก็รีบเดินออกมาจากห้องพักของตัวเองเพื่อตอบรับเสียงเรียกนั้น

การประชุมถูกจัดขึ้นที่ด้านในของประตูนรก ใต้รูปปั้นของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ พรมสีแดงเข้มถูกปูออกมาจากห้องของคนทั้งหมดตรงไปสู่ประตูนรก ข้ารับใช้นับร้อยคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นและโปรยเงินกระดาษจำนวนนับไม่ถ้วนไปในอากาศ ขณะที่ข้าราชการศักดินาทั้งหมดเดินผ่าน ทัพเกราะทมิฬยืนอยู่ทั้งสองฝั่งของข้างทางราวกับเสาเหล็ก ในขณะที่ผ้าสีดำขาวถูกใช้ตกแต่งอยู่รอบ ๆ ประตูนรกอย่างสวยงาม

สายลมที่พัดผ่านเบา ๆ ทำให้เศษผ้าปลิวไปตามสายลม ลูกไฟนรกลอยไปลอยมาอยู่รอบ ๆ ขณะที่ตัวอักษรที่ถูกเขียนเป็นคำว่า “ประตูนรก” ลุกโชนด้วยเปลวไฟนรกอันทรงพลัง ทุกอย่างโดยรอบดูยิ่งใหญ่และน่ากลัวอย่างหาที่เปรียบมิได้

ทัพเกราะทมิฬมากกว่าร้อยยืนรักษาความเรียบร้อยอยู่รอบโถงหลักของประตูนรกซึ่งถูกใช้เป็นที่จัดการประชุม เปลี่ยนให้มันเป็นห้องประชุมที่ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าออกได้ เสียงแตรดังกึกก้อง และบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่

ไม่มีทั้งพิธีการใหญ่โตหรืองานเลี้ยงฉลองการมาถึง กลับกัน คนทั้งหมดที่เดินเข้าห้องประชุมต่างรู้สึกราวกับว่าตนคือศัตรูของยมโลก บรรยากาศทั้งหมดเคร่งขรึมและตึงเครียด ไม่มีสิ่งใดในห้องประชุมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย

บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างตึงเครียด…ผู้ช่วยของชากันขมวดคิ้วเล็กน้อยและกระซิบอย่างครุ่นคิด “นายท่าน เหตุใดท่านถึงขมวดคิ้วกัน ? ยมโลกกำลังเผยขอบเขตความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตัวเองให้กับพวกเราได้เห็นในเวลานี้ นี่คือโถงหลักของประตูนรก แต่ทั้งหมดที่มีกลับมีเพียงทหารรักษาการณ์ ช่างเป็นความยากจนที่น่าหัวเราะเสียจริง—…”

“เงียบ” ชากันเอ่ยขัดขึ้นก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยจบ วันนี้เขาสวมหมวกและถักผมเป็นเปีย นิ้วมือถูกประดับด้วยแหวนทองฝังมุกและสวมชุดสูทสีขาวที่ถูกรัดด้วยเข็มขัดหยก มันดูเป็นทางการอย่างไม่น่าเชื่อ

และมันก็ไม่ได้มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่แต่งกายเช่นนี้ อันที่จริง ข้าราชการศักดินาทั้งหมดต่างแต่งกายอย่างเป็นทางการกว่าก่อนหน้านี้มาก และท่าทางของพวกเขาก็แตกต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง พวกเขาไม่มีใครพกอาวุธติดตัวมาด้วยเลย

“ชากันเตมูร์” เสียงหนึ่งดังขึ้น เมื่อชากันเงยหน้าขึ้นเขาก็พบกับหลิวอวี้ที่แต่งกายด้วยเสื้อคลุมสีดำและมงกุฎหยกแทนที่จะเป็นเสื้อคลุมสีทองอย่างที่มักจะเป็น อีกฝ่ายเดินมาพร้อมกับข้ารับใช้สี่คน

ตอนนี้พวกเขายืนอยู่ห่างจากประตูนรกประมาณร้อยเมตร และทั้งสองก็รักษาระยะห่างระหว่างกันและกัน ชากันมองไปยังหลิวอวี้ “ดูเหมือนว่าท่านเองก็จะรู้ตัวแล้วเช่นกัน”

หลิวอวี้พยักหน้าด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ กัดฟันแน่นและมองไปยังประตูนรกด้วยสายตาเย็นยะเยือก “ดูเหมือนว่าพวกเราทั้งหมดจะประเมินจ้าวนรกองค์ที่สามของยมโลกผู้นี้ต่ำไป”

“ข้าเองก็เพิ่งคิดออกเมื่อคืนนี้เช่นกัน” ชากันละสายตาจากอีกฝ่ายและเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา “จุดประสงค์ของงานเปิดตัวเมื่อคืนนี้ของเขาคืออะไร ?”

“เงิน ?”

“ไม่ใช่… นั่นอาจจะสำคัญ แต่มันก็ไม่ใช่จุดประสงค์หลัก สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อกับเราก็คือ ยมโลกแห่งใหม่…สามารถผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ได้ !”

เสียงของชากันสั่นเทาเล็กน้อย หลิวอวี้เอ่ยต่อ “มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นมาได้โดยปราศจากหอแห่งการสั่นสะเทือน นี่คือกฎเหล็กของยมโลก ! อาวุธทั้งหมดที่เรามีในตอนนี้ต่างได้รับมอบมาจากยมโลกตั้งแต่เมื่อร้อยปีก่อน พวกมันอาจจะไม่ได้ล้าสมัยนักสำหรับตอนนี้ แต่…”

เขาเหลือบมองไปยังประตูนรก “พวกเราทั้งสองต่างต้องการจะแยกตัวออกจากยมโลก… เราจะต้องทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อขยายและเจริญเติบโตให้ได้มากที่สุด ไม่เช่นนั้น…ด้วยความรวดเร็วในการเจริญเติบโตของยมโลกในตอนนี้ มันคงใช้เวลาไม่ถึงร้อยปีก่อนที่พวกเขาจะมาถึงหน้าบ้านของเราและขอให้เรายอมรับถึงความผิดที่ได้กระทำลงไป แต่…การขยายตัวและการเติบโตก็ขึ้นอยู่กับการครอบครองอาวุธยุทโธปกรณ์ แล้วอาวุธยุทโธปกรณ์พวกนั้นมาจากที่ใด ?”

ชากันกัดฟันกรอด “เขาพยายามจะเป็นพ่อค้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดในทวีปตะวันออก ! ไม่แม้แต่จะปกปิดเจตนาของตนเอง ! น่าเสียดายที่เขามีทั้งสมุดแห่งความเป็นตายและตี้ทิงอยู่ด้วย หากไม่ใช่เพราะข้อเท็จจริงที่ว่าการพิพาทต่าง ๆ อาจนำไปสู่การดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด พวกเราก็คงปฏิเสธเขาไปนานแล้ว ! ฉินเย่พยายามที่จะฆ่าเราทั้งเป็น ไม่น่าเชื่อ… ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีการโจมตีที่น่ากลัวเช่นนี้อยู่ภายใต้การกระทำที่ไม่สามารถคาดเดาได้เช่นนี้ สถานการณ์ทางเทพแห่งความตายไร้นามทางฝั่งของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ? ท่านน่าจะใกล้ชิดกับพวกเขามากที่สุด ไม่ใช่ว่าท่านได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนพวกเขาด้วยตัวเองเป็นครั้งที่สามแล้วหรอกหรือ ?”

หลิวอวี้หัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “ว่ากันว่าเทพแห่งความตายไร้นามผู้นั้นอยู่ขั้นจ้าวนรก แล้วตัวข้าจะไปสามารถพบเจอเขาด้วยตนเองได้อย่างไร ? ข้าเพียงได้พบกับกษัตริย์ปีเตอร์ มหาราชผู้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงเท่านั้น เขาไม่กล้าเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการภายในของโลกใต้พิภพแห่งแผ่นดินจีน และเขาก็ไม่ต้องการเปิดช่องทางการค้ากับฮันยางด้วยเช่นกัน แล้วนับประสาอะไรกับการส่งออกอาวุธและยุทโธปกรณ์ให้กับเรา”

ชากันที่ได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงฮึดฮัด “แต่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับยมโลก ! เจ้าจิ้งจอกเฒ่านั่นไม่คิดที่จะเคลื่อนไหวใด ๆ เว้นแต่ว่าภัยคุกคามจะมาถึงตน ! แต่…”

เขาสบตากับหลิวอวี้นิ่งก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ “ท่านคงไม่ได้บอกพวกเขาถึงสถานการณ์ของยมโลกในตอนนี้ใช่หรือไม่ ?”

“เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนแบบใดกัน ?” หลิวอวี้มองชากันด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว “พวกเราไม่มีทางเปิดเผยเรื่องความขัดแย้งภายในให้ภายนอกได้รู้ ! ไม่ว่าข้อพิพาทนี้จะยิ่งใหญ่หรืออุกอาจเพียงใด ท้ายที่สุดแล้วมันก็ยังเป็นเรื่องภายในชาติ ! เราจะปล่อยให้คนนอกเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างไร ? ข้ารับประกันได้เลยว่าต่อให้พวกเราราชทูตทั้ง 12 ลงโอยด้วยการถูกยมโลกกำจัด แต่มันก็จะไม่มีพวกเราคนใดที่เปิดเผยสถานการณ์ในยมโลกในตอนนี้ให้กับต่างชาติได้รู้ ! นอกจากนี้ แทนที่จะมาเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เจ้าควรคิดหาวิธีเจรจากับท่านจ้าวนรกที่ดูธรรมดาแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ผู้นี้ไม่ดีกว่าหรืออย่างไร ? การค้าอาวุธยุทโธปกรณ์คือข้อได้เปรียบที่เขามีเหนือเรา ! ไม่เพียงแต่เราจะต้องหารือเรื่องการประกาศเอกราช แต่เรายังต้องรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตเพื่อซื้อขายอาวุธอีกด้วย ! เจ้าไม่กลัวหรือว่าเขาจะใช้ข้อได้เปรียบนั้นในการเอาเปรียบเรา ?”

ไม่มีผู้ใดเอ่ยอะไรออกมา

นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถตัดสินใจแบบส่ง ๆ ได้ หากพูดกันตามตรง ข้าราชการศักดินาที่ตัดสินใจจะแยกตัวออกจากการปกครองของยมโลก รวมถึงผู้ช่วยของพวกเขา ไม่สามารถข่มตาหลับได้เลยแม้แต่นิดเดียวในคืนที่ผ่านมา ฉินเย่หงายไพ่ของตัวเองอย่างกะทันหันเกินไป และไพ่ดังกล่าวก็น่าตกตะลึงเป็นอย่างมาก ผู้ใดจะไปคิดว่าโลกใต้พิภพที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาใหม่จะสามารถสร้างหอแห่งการสั่นสะเทือนขึ้นมาได้ ? แถมพวกเขายังสามารถขายยุทโธปกรณ์ในการประชุมราชสำนักครั้งแรกของพวกเขาได้อีกด้วย !

เรื่องแบบนี้…ถือได้ว่าเป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ ! แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ!

ดังนั้นคนทั้งหมดจึงตัดสินใจที่จะทำตัวค่อนข้างอ่อนน้อมในวันนี้ ไม่ว่ามันจะได้ผลหรือไม่ แต่อย่างน้อยที่สุด มันก็แสดงให้เห็นถึงความจริงใจของพวกเขา

ความเคารพคือสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันเท่านั้น ไม่ว่าจะอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งพอ ๆ กับพวกเขา หรือมีข้อได้เปรียบเหนือพวกเขาก็ตาม

อย่างเช่นในเรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์

และเหตุผลเดียวที่พวกเขาไม่เอ่ยอะไรออกมาก็เพราะมันสายเกินไปแล้วที่จะวางแผนสิ่งเหล่านี้ในวินาทีสุดท้าย ตอนนี้ ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับความสามารถในการเจรจาของพวกเขาเอง ทั้งสองเดินตรงไปที่ประตูนรกในเวลาเดียวกัน พึ่บ…ใบมีดด้ามยาวของทวนจำนวนนับไม่ถ้วนกั้นขวางทางของพวกเขาเอาไว้ ทั้งสองเงยหน้าขึ้น และผู้ช่วยของพวกเขาก็รีบนำเอกสารราชการออกมาแสดงและปล่อยให้ทหารตรงหน้าตรวจค้นร่างกาย

หลิวอวี้ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน จากนั้นจึงกวาดตาไปมองยังโคลงกลอนที่ถูกแขวนอยู่ที่ประตูนรก

“บาปในดินแดนมนุษย์ล้วนมีตัวเจ้าเป็นผู้กำหนด” เปลวไฟนรกลุกโชนอยู่รอบ ๆ ตัวอักษรทั้งหมด หากนี่เป็นภาพที่ถูกพบเห็นในแดนมนุษย์ มันคงจะน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้ มันกลับดูคุ้นเคยจนเกินไป

“นรกนั้นมีอยู่มาแต่สมัยโบราณกาล” ชากันอ่านต่ออย่างอดไม่ได้ เขาทำแม้กระทั่งยกมือขึ้นเพื่อสัมผัสแผ่นป้ายตรงหน้าอย่างแผ่วเบา และทันทีที่นิ้วของเขาสัมผัสกับมัน เปลวไฟบนโคลงตรงหน้าก็พุ่งเข้าห่อหุ้มรอบตัวเขาราวกับงูพิษ

เขาชะงักไป ก่อนจะลดมือลงพร้อมกันรอยยิ้มขมขื่นบนใบหน้า

วันนี้ พวกเขาไม่ได้เป็นข้าราชการศักดินาของยมโลกอีกต่อไปเลย

ยมโลกแห่งเก่าได้ล่มสลาย และยมโลกแห่งใหม่ได้มาแทนที่ ชื่อของพวกเขาลุกโชนด้วยเปลวไฟ เช่นเดียวกันกับยมโลกแห่งเก่า และมันก็ไม่มีพื้นที่สำหรับพวกเขาในยมโลกแห่งใหม่อีกแล้ว

ตอนนี้พวกเขา… ไม่ต่างอะไรกับวิญญาณเร่ร่อนเลยสักนิด…

ช่างน่าขันเสียจริง…

ฟึ่บ ! วินาทีนั้น ทัพเกราะทมิฬก็ลดอาวุธของตนลงและเปิดทางให้กับข้าราชการศักดินาทั้งสอง มันเป็นตอนนั้นเองที่พวกเขาพบว่าเพื่อนร่วมงานของตนส่วนใหญ่ได้มาถึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รูปปั้นสูงหลายสิบเมตรของร่างจุติของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์พันกรตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางของโถงประชุมขนาดใหญ่

รูปปั้นตรงหน้ามีพันมือและพันดวงตา ทุกส่วนของร่างกายจะมีตะเกียงน้ำมันแขวนอยู่ และตะเกียงน้ำมันเหล่านี้ก็ลุกโชนและแผดเผาด้วยเปลวไฟนรกสีเขียวหยก พวกเขาสามารถบอกได้ทันทีว่ามันจะต้องมีตะเกียงอยู่อย่างน้อยไม่ต่ำกว่าพันดวง

ด้านหลังของรูปปั้นมีพระสูตรแขวนอยู่จำนวนนับไม่ถ้วน แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือมีโต๊ะกลมขนาด 20 เมตรตั้งอยู่ด้านหลังของรูปปั้นอย่างเรียบร้อย ฉินเย่นั่งอยู่ที่ที่นั่งหลัง ภายใต้การปกคลุมของรูปปั้นซึ่งมีเปลวไฟนรกนับพันแผดเผาอยู่ แทบจะเหมือนกับว่าเขาคือร่างจุติของจ้าวนรกทั้งสององค์ก่อนไม่มีผิด

ราชทูตทั้งหมดมาถึงในเวลาไม่ช้า และผู้ช่วยของพวกเขาก็นั่งอยู่ด้านหลังของผู้เป็นนาย ฉินเย่เคาะโต๊ะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “วันนี้นับเป็นวันแรกสำหรับการประชุมการค้าระหว่างประเทศของเรา เหตุผลที่ข้าไม่เรียกมันว่าการประชุมราชสำนักก็เพราะว่าโดยส่วนตัวแล้วข้าคิดว่า…การประชุมราชสำนักได้จบลงตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”

ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ฉินเย่ที่เห็นเช่นนั้นก็เอ่ยต่อ

“ยังคงมีคนบางส่วนที่ยืนกรานที่จะแยกตัวและตัดขาดความสัมพันธ์อันยาวนานกับยมโลก ในเมื่อข้าไม่สามารถรั้งพวกท่านไว้ได้ ข้าก็จะไม่พยายามรบเร้าท่านให้อยู่ต่อเช่นกัน” เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ราวกับว่าฮันยาง จักรวรรดิเขมร สยาม พุกามแห่งเบอร์มาเนีย ซานฟอตซี เจียวจื่อ และดินแดนแห่งป่าไผ่ไม่ได้เป็นรัฐบริวารตั้งแต่แรก “เมื่อพวกเราบรรลุข้อตกลงและเงื่อนไขเกี่ยวกับการค้าขายระหว่างประเทศเรียบร้อยแล้ว บุคคลทั้งเจ็ดที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ กั๋วจื่ออี้ ฉางเย่ชุน หม่าฝูโปว หลิวอวี้ เกาฉางกง ชากันเตมูร์จะถือว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของยมโลกอีกต่อไป และข้าจะทำการลบรายชื่อทั้งเจ็ดออกจากบันทึกนรกทันทีที่จบการประชุม ซูตงเซวี่ย”

“เพคะ” ซูตงเซวี่ยลุกขึ้นยืนพร้อมกับม้วนกระดาษม้วนหนึ่งในมือ ฉินเย่พยักหน้า “อ่านข้อบังคับทั้งหมดให้กับข้าราชการศักดินาทั้งเจ็ดที่ประกาศตนเป็นเอกราชได้ทราบที”

“รับทราบ”

ซูตงเซวี่ยคลี่ม้วนกระดาษออกและเริ่มอ่าน “ข้อบังคับข้อที่หนึ่ง เมื่อรัฐบริวารทั้งเจ็ดซึ่งได้แก่ ฮันยาง จักรวรรดิเขมร สยาม พุกาม ซานฟอตซี เจียวจื่อ และดินแดนแห่งป่าไผ่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับยมโลก การทำธุรกรรมทางธุรกิจทั้งหมดจะเป็นอันสิ้นสุดลง โดยข้อบังคับดังกล่าวจะมีผลทันทีที่ชื่อของข้าราชการศักดินาทั้งหมดถูกลบออกจากบันทึกนรก”

“ข้อบังคับข้อที่สอง รัฐทั้งเจ็ดจะไม่สามารถเดินทางเข้าแผ่นดินจีนได้อีกต่อไป หากพวกเขาเดินทางเข้ามาหรือข้ามเขตแดนของจีนโดยไม่ได้รับอนุญาต นั่นจะถือเป็นการเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายและจะถูกจัดการตามกฎของยมโลกแห่งเก่าทันที โดยข้อบังคับดังกล่าวจะมีผลทันทีที่ชื่อของข้าราชการศักดินาทั้งหมดถูกลบออกจากบันทึกนรก”

ใบหน้าของหลิวอวี้กระตุกเล็กน้อย

การแยกตัวออกจากยมโลกเป็นความฝันของเขามาโดยตลอด และในที่สุดวันที่เขาจะได้กางปีกและพุ่งทะยานโดยไม่ต้องหันกลับไปมองยังโซ่ที่ถูกล่ามไว้โดยยมโลกก็มาถึง แต่เหตุใด…มันถึงมีความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายได้ก่อตัวขึ้นภายในใจของเขากัน ?

ความรู้สึกผิด ?

เจ็บปวด ?

นี่เขากำลังรู้สึกผิดต่อยมโลกแห่งใหม่อย่างนั้นหรือ ? หรือว่าเขากำลังเจ็บปวดกับข้อเท็จจริงที่ว่าตัวเองจะไม่ถูกนับว่าเป็นชาวจีนอีกต่อไป ?

เขาไม่ได้ตอบคำถามพวกนี้ และไม่ต้องการที่จะจมดิ่งไปกับความรู้สึกพวกนี้เช่นกัน ซูตงเซวี่ยอ่านต่อ

“ข้อบังคับข้อที่สาม ภาระหน้าที่ในการคุ้มครองรัฐบริวารของยมโลก และหน้าที่ในการถวายเครื่องบรรณาการให้กับยมโลกของรัฐบริวารจะถูกยกเลิกไป โดยข้อบังคับดังกล่าวจะมีผลทันทีที่ชื่อของข้าราชการศักดินาทั้งหมดถูกลบออกจากบันทึกนรก”

ข้อบังคับมากมายถูกอ่านออกมาติดต่อกัน ไม่มีข้อใดเจาะจงเป็นพิเศษ ในที่สุด ซูตงเซวี่ยก็อ่านมาถึงส่วนสุดท้ายของกระดาษ

“ข้อบังคับข้อที่ 12 เมื่อรัฐบริวารทั้งเจ็ดตัดความสัมพันธ์กันยมโลก พวกเขาจะไม่สามารถเข้าถึงสมุดแห่งความเป็นตายและกระจกส่องกรรมได้อีกต่อไป โดยข้อบังคับดังกล่าวจะมีผลทันทีที่ชื่อของข้าราชการศักดินาทั้งหมดถูกลบออกจากบันทึกนรก”

ฟึ่บ !

ทันทีที่หญิงสาวอ่านจบ หลิวอวี้ เกาฉางกง ชากัน และหม่าฝูโปวก็ลุกขึ้นยืนทันที ! ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง อวี๋เชียนและหยางจีเย่ต่างก็รีบเงยหน้าขึ้นมามองเช่นกัน ดวงตาของทั้งคู่เผยให้เห็นเปลวไฟนรกที่ลุกโชนอย่างรุนแรง

จิวยี่และข้าราชการศักดินาผู้เป็นกลางอีกสองคน รวมถึงฝ่ายที่ยังตัดสินใจไม่ได้อย่างฮั่นฉินหู ฉางเย่ชุน และกั๋วจื่ออี้ ทั้งหมดต่างอ้าปากค้างและหันไปมองฉินเย่ด้วยสายตาตกตะลึง เพียงเพื่อที่จะได้รับรอยยิ้มบางตอบกลับมา

ให้ตายเถอะ…พวกเขาลืมนึกถึงเงื่อนไขสำคัญเช่นนี้ไปได้อย่างไร !

แย่แน่ ๆ… นี่เป็นการเจรจาที่เสียเปรียบมาตั้งแต่ต้น ไม่คิดเลยว่าฉินเย่จะแยกเขี้ยวใส่พวกเขาตั้งแต่แรกเริ่มเช่นนี้ !

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 355 การประชุมการค้าระหว่างประเทศ (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved