cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 351 การเปิดตัวยุทโธปกรณ์ชิ้นแรก (3)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 351 การเปิดตัวยุทโธปกรณ์ชิ้นแรก (3)
Prev
Next

บทที่ 351: การเปิดตัวยุทโธปกรณ์ชิ้นแรก (3)

การปะทะกันระหว่างกองกำลังทั้งสองเกิดเป็นสมรภูมิเลือด… ราชทูตทั้งหมดหลับตาลงพร้อมกัน บางคนกำหมัดแน่นในขณะที่คนอื่น ๆ พากันขาสั่นอย่างทนไม่ไหว สิ่งที่แปลกที่สุดเกี่ยวกับเพลงพวกนี้ก็คือมันยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงจุดสูงสุดก่อนจะค่อย ๆ เบาและช้าลง… ราวกับภาพและเสียงที่เหลืออยู่ในสนามรบคือเสียงของการทิ้งอาวุธลงบนพื้นดินที่เปื้อนไปด้วยเลือด

การประจัญหน้าอย่างหนักหน่วงและโชกเลือดคืออีกความหมายหนึ่งของสงคราม ในสนามรบมีเพียงการยื้อแย่งที่ไม่มีที่สิ้นสุดระหว่างความเป็นและความตาย การจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับของผู้ที่ได้รับความพ่ายแพ้ ไร้ซึ่งความปราณี และปราศจากความเป็นมนุษย์

ท่วงทำนองยังดำเนินต่อไปทำให้ย้อนนึกถึงจุดเริ่มต้นของบทเพลง ราวกับทุกอย่างมาบรรจบกันอีกครั้ง นอกเหนือจากความตายและการทำลายล้าง ชีวิตใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้น ราวกับดอกปี่สีดำที่เบ่งบานในสมรภูมิที่รกร้าง

ลำคอของฉางเย่ชุนตีบตัน ความรู้สึกที่ถูกฝังอยู่ในส่วนลึกของหัวใจร้อนรุ่มขึ้นจากบทเพลงที่ได้ยิน ราวกับภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุอยู่ตลอดเวลา เขานึกถึงการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่นำไปสู่ความพ่ายแพ้ของเมืองหลวงของราชวงศ์หยวน ที่ซึ่งเหล่าทหารจำนวนนับไม่ถ้วนต่างต่อสู้อย่างกล้าหาญ สูญเสียเลือดของพวกเขาและฝั่งศัตรู แม้ว่ากำแพงที่สูงตระหง่านจะตั้งอยู่รอบเมืองหลวง แต่ทุกคนก็ยังต่อสู้กันอย่างแข็งขันด้วยรู้ดีว่านี่คือการต่อสู้สุดท้ายที่จะโค่นล้มจักรวรรดิมองโกล

ราชาแห่งไคผิงหลับตาลง และเปลือกตาของเขาก็กระตุกเล็กน้อย มันผ่านมานานกี่ปีแล้วที่เขานึกถึงเรื่องเหล่านี้ครั้งล่าสุด ? ท่วงทำนองเหล่านี้ดึงความทรงจำเหล่านั้นออกมาจากส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ และมันก็ชัดเจนจนเขาเห็นใบหน้าของแม่ทัพทุกคนที่พุ่งเข้าสู่การต่อสู้อย่างกล้าหาญในเวลานั้น

เขาจำได้ว่ามีเครื่องยิงหินจำนวนนับไม่ถ้วนที่ขว้างหินออกไป ปะทะกับกำแพงและตกลงกับพื้นอย่างแรงราวกับเสียงกลอง กองกำลังจำนวนมากพุ่งเข้าใส่กำแพงที่เริ่มร้าว ปะทะกับกองกำลังป้องกันของฝ่ายตรงข้ามอย่างกล้าหาญ ตัวเมืองหลวงเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความร่ำรวยของสายเลือดชาวจีนที่จักรวรรดิหยวนแย่งชิงไปจากพวกเขา ฝนธนูตกลงมาราวกับฝูงตั๊กแตน ในขณะที่ทหารปรากฏตัวอยู่ทั่วทุกมุมของสนามรบ ก้าวข้ามและต่อสู้เหนือศพจำนวนมากที่พุ่งเข้ามาก่อนตน

ทหารบางคนอายุน้อย ในขณะที่คนอื่น ๆ อายุมาก พวกเขาต่างต่อสู้ภายใต้ธงของเหล่าแม่ทัพผู้มีชื่อเสียง พุ่งเข้าหากำแพงเมืองหลวงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

และเมื่อส่วนที่งดงามที่สุดของเพลงเริ่มขึ้น ดวงตาของฉางเย่ชุนก็ลืมขึ้น ราวกับเขามองเห็น…ประตูของเมืองหลวงเริ่มเปิดออก ธงพันธมิตรจำนวนนับไม่ถ้วนบุกเข้าโจมตีส่วนในของเมืองหลวงพร้อมกับเสียงตะโกนก้องเมื่อกระแสของสงครามเอนเอียงมาทางพวกตนในที่สุด ชัยชนะใกล้เข้ามาแล้ว !

เช่นเดียวกันกับเหล็กที่สามารถปรับรูปได้เมื่ออยู่ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม หัวใจของเขาในเวลานี้เองก็อ่อนลงจากดนตรีที่ได้ยิน

ตอนนั้น…ไม่ใช่ว่าเขาเคยถูกเรียกว่าวีรบุรุษของชาติอย่างนั้นหรือ ?

และตอนนี้… หากเขายืนอยู่ฝั่งเดียวกับหลิวอวี้ มันก็จะเป็นการทรยศต่อโลกใต้พิภพของจีนไม่ใช่หรือ ?

ลำคอของเขาแห้งผากและเจ็บไปหมด และมันก็ไม่ใช่เขาเพียงคนเดียวที่ประสบกับความรู้สึกเหล่านี้ ในเวลาเดียวกันนั้น ท่วงทำนองบรรเลงไปถึงจุดสูงสุด ราวกับภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ที่พุ่งทะลุกลุ่มก้อนเมฆ ลาวาเหลวร้อนระอุที่ไหลลงสู่น้ำอย่างช้า ๆ ชำระล้างความรู้สึกที่ร้อนรุ่มภายใน เลือดภายในกายของคนทั้งหมดเดือดพล่านขณะที่ดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรีด้วยจังหวะหายใจที่ขาดห้วง

จากนั้น ขณะที่ดนตรีพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ความเงียบก็เข้าปกคลุมสถานที่อย่างกะทันหัน ดนตรีหยุดลงหลังจากนั้น และวาทยกรก็หมุนตัวและหันมาโค้งคำนับให้เหล่าผู้ชม

เงียบสนิท

แปะ แปะ แปะ… หลังจากผ่านไปพักใหญ่ เสียงปรบมือของคนคนหนึ่งก็ดังก้องไปทั่วทั้งหอประชุม

เสียงนั้นดังมาจากหลิวอวี้

หลังจากนั้น ข้าราชการศักดินาคนอื่น ๆ ก็เริ่มปรบมือเบา ๆ ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง เหล่าวิญญาณที่เข้าร่วมกับพวกเขากลับปรบมืออย่างรุนแรงด้วยสีหน้าขมขื่น หากวิญญาณสามารถร้องไห้ได้ พวกเขาก็คงร้องไห้ออกมาแล้ว

“เฮ้อ–…” หลิวอวี้หลับตาลงและนวดคลึงขมับของตัวเอง หัวใจของเขา…เต้นแรงอย่างไม่น่าเชื่อจากท่วงทำนองที่ยิ่งใหญ่นี้ ยิ่งกว่านั้น…เขาเริ่มรู้สึกขัดแย้งและสับสนเนื่องจากนี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยประสบมาก่อน !

นี่คือหนึ่งในเพลงของมหากาพย์สงครามสุดคลาสสิก ประสบการณ์ชมการแสดงสดของวงออร์เคสตรานั้นแตกต่างไปจากการฟังดนตรีจากคอมพิวเตอร์ที่บ้านอย่างสิ้นเชิง ความยิ่งใหญ่ของการแสดงนำพาเขาไปสู่สถานที่ซึ่งเขาถูกล้อมรอบไปด้วยทิวเขาที่สวยงาม ปลุกปั่นความรู้สึกภายในใจของเขาราวกับว่าโลกทั้งใบตกอยู่ภายในกำมือ เลือดในกายที่เดือดพล่านและขนบนร่างที่ลุกชันค่อย ๆ สงบลงหลังจากที่บทเพลงจบลง

เขาไม่ได้สนใจว่าฉินเย่ต้องการจะทำอะไรอีกต่อไป กลับกัน มันถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้ว่าบทเพลงต่อไปที่จะถูกบรรเลงจะเป็นเช่นไร เขาอยากที่จะสัมผัสกับความรู้สึกที่ตนได้สัมผัสจากท่วงทำนองเมื่อครู่อีกครั้ง… โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เขาถูกทำให้นึกถึงภาพอันงดงามของธงผืนใหญ่ของตัวเองโบกสะบัดอยู่บนดินแดนส่วนใหญ่ของแผ่นดินจีน

นอกจากนี้เขายังเห็นภาพของตัวเองพุ่งเข้าสู่สมรภูมิรบอย่างกล้าหาญ แม้จะฝ่ายตรงข้ามจะมีจำนวนมากกว่าก็ตาม

ฉินเย่ยืนอยู่บนชั้นสองของหอประชุม ในขณะที่หวังเฉิงห่าวยืนอยู่ข้าง ๆ เขา เด็กหนุ่มเคาะนิ้วบนที่วางแขนเบา ๆ เขามั่นใจว่าความรู้สึกของข้าราชการศักดินาทั้งหมดที่อยู่ด้านล่างจะต้องพุ่งสูงขึ้น เพราะเขาเองก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกกระตือรือร้น ราวกับต้องการจะทำอะไรบางอย่าง

หากเขาอยู่ที่บ้านเพียงลำพัง ความรู้สึกแบบนี้คงจะสงบลงในเวลาไม่นาน แต่น่าเสียดาย…มันไม่ใช่กรณีนั้น !

สิ่งที่เขากำลังทำนั้นเป็นเหมือนกับการก่อกองฟืน

แผนการของเขาชัดเจน เมื่อทุกอย่างถูกจัดเตรียมจนเรียบร้อย เขาจะมอบโอกาสให้เหล่าข้าราชการศักดินาพวกนี้ได้ระบายความรู้สึกที่ต้องการจะทำอะไรบางอย่างของตัวเอง เขาจะจุดประกายไฟและทำให้เกิดเป็นกองไฟขนาดใหญ่ที่ลุกโชนขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น… เขาจะให้โอกาสคนเหล่านี้ได้เสียสติไปกับชุดเกราะพยัคฆารูปแบบใหม่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ของแบบนั้น…ก็อาจจะสร้างมูลค่าได้หลายพันล้านหินวิญญาณ !

“ ‘Victory’ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มเท่านั้น ข้าจะไม่มอบโอกาสให้พวกท่านได้พักหายใจเด็ดขาด เพลงต่อไปคือ ‘Star Sky’ มันจะยิ่งปลุกปั่นความรู้สึกของพวกท่านให้สูงขึ้นอีก ทีละขั้น ๆ จนกระทั่ง…พวกท่านพร้อมสำหรับการเปิดตัวของชุดเกราะพยัคฆารูปแบบใหม่ในที่สุด” เขาเลียริมฝีปากของตัวเองและมองเหล่าข้าราชการศักดินาราวกับปีศาจร้าย “จิตวิทยาคือสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อเป็นเรื่องของการตลาด ไม่เช่นนั้น…พวกท่านคิดว่าพวกของหรูหราราคาแพงจะสามารถขายได้อย่างไร ?”

สามนาทีต่อมา วาทยกรอีกคนหนึ่งลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับผู้ชม

ครั้งนี้ เสียงปรบมือจากด้านล่างดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่การแสดงจะเริ่มขึ้น แม้ว่าจะเบาบางแต่ผู้ชมทั้งหมดต่างก็ปรบมือ

พวกเขากำลังคาดหวัง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเตือนตัวเองหลายต่อหลายครั้งแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับลำดับการในคืนนี้ และฉินเย่ก็อาจจะชักดาบออกมาได้ทุกเมื่อ แต่ถึงกระนั้น…นี่ก็คือดาบที่พวกเขาไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน

เพราะดาบที่พวกเขารู้จักนั้นเย็นยะเยือก เป็นประกาย ถูกหลอมขึ้นด้วยไฟและออกแบบมาเพื่อเรียกเลือด

พวกเขาเคยเห็นดาบที่นุ่มนวลเช่นนี้มาก่อนอย่างนั้นหรือ ?

แล้วคมดาบเล่า ?

มันไม่มีเลยสักนิด

แล้วปลายดาบอยู่ที่ใด ?

มันก็ไม่มีเช่นกัน

และในเมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุใดจึงไม่ปล่อยกายปล่อยใจดูสักครั้งและก้าวเดินไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ดู ?

วาทยกรยกมือขึ้นและกดลงอย่างรุนแรง

ไม่เหมือนกับ ‘Victory’ และ ‘Star Sky’ ที่เริ่มต้นด้วยท่วงทำนองดุดันตั้งแต่แรก ราวกับมันดำเนินต่อจากจุดที่ ‘Victory’ ค้างเอาไว้

เบส เปียโน เชลโล ไวโอลิน แตร กีตาร์ไฟฟ้า และเครื่องดนตรีสายอื่น ๆ บรรเลงออกมาพร้อมกัน และความรู้สึกของการปะทะที่รุนแรงและโชกเลือดก็สาดซัดกลับมาราวกับคลื่นสึนามิลูกใหญ่

ตึ่ง ตึ่ง ตึ่ง! โน้ตทุกตัวที่เล่นดูเหมือนจะส่งผลกับราชทูตทั้งหมดอย่างรุนแรง หากเพลงก่อนหน้านี้เป็นเพียงอาหารเรียกน้ำย่อย เพลง ๆ นี้ก็สามารถเรียกได้เลยว่าเป็นที่สุดของค่ำคืนนี้ ! คนทั้งหมดอ้าปากค้างและมองภาพตรงหน้าด้วยลมหายใจที่ติดขัด ปล่อยกายและใจไปกับดนตรีที่ทำให้คลื่นความสุขแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของพวกเขา

คณะนักร้องประสานเสียงเริ่มทำหน้าที่ของตน เพิ่มรสชาติให้กับบทเพลงมากขึ้นกว่าเดิม จังหวะที่รัวเร็วทำให้ชากันนึกถึงช่วงอดีต เขานึกถึงภาพของจักรวรรดิมองโกลที่มีพื้นที่กว้างใหญ่กว่าหลายพันไมล์ ขณะที่กองกำลังสถูปเหล็กของเขาเดินทางผ่านทุ่งราบ กวาดล้างทวีปตะวันออกและยุโรปในยุคสมัยรุ่งโรจน์ของมัน ราชวงศ์ซ่งถูกโค่นล้มและยุคสมัยใหม่ถือกำเนิดขึ้น

ทุกอย่างดูเหมือนจริงจนเขาไม่สามารถแยกระหว่างความทรงจำและโลกแห่งความเป็นจริงได้อีกต่อไป เขาได้ยินเสียงควบม้าดังขึ้นราวกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก มันแทบจะเหมือนกับว่าเขาถูกพากลับไปยังยุคสมัยที่กองกำลังทหารของเขารุ่งโรจน์ถึงจุดสูงสุด

ขนบนร่างกายลุกชัน ควบคู่ไปกับภาพมากมายที่ปรากฏขึ้นในหัว หัวใจเต้นรัว ในวินาทีนั้น เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนส่วนยอดของภูเขา มองดูกลุ่มดาวที่ไม่มีที่สิ้นสุดบนท้องฟ้า ทุกอย่างดูยิ่งใหญ่และงดงาม

ภาพการปะทะกันอย่างรุนแรงไม่สามารถเทียบกับภาพการเดินหน้าอย่างกล้าหาญของทหารม้านับหมื่นในตอนที่เขานำกองกำลังสถูปเหล็กไปยังที่ราบตอนกลางของจีนได้เลยแม้แต่น้อย ทว่าทันใดนั้น เนื้อเพลงกลับแฝงไปด้วยความโศกเศร้า ราวกับต้องการจะสื่อว่าความรุ่งโรจน์ที่ได้มานั้นคงอยู่เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น และภาพความรุ่งโรจน์ของพวกเขากำลังถูกฉีกกระชากออก เผยให้เห็นบาดแผลที่ซ่อนอยู่ภายใน

บทเพลงที่พวกเขาคุ้นเคยดังก้องไปทั่วหอประชุม แต่มันกลับขยายความโศกเศร้าที่แฝงอยู่ภายใต้เนื้อเพลงให้รุนแรงมากกว่าเดิม ท่วงทำนองที่ทำให้สมองตื้อชาดังอยู่ภายในหัวของข้าราชการศักดินาทั้งหมด ปลุกเร้าความรู้สึกที่ผูกติดอยู่กับโศกนาฏกรรมที่เกิดจากสงคราม มันหนักหน่วงและเศร้าเสียใจ แต่มันกลับยิ่งตอกย้ำถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในขณะที่พวกเขายังมีชีวิต

ขณะที่พวกเขายังคงดำดิ่งอยู่กับท่วงทำนองที่น่าอัศจรรย์ใจ เสียงเครื่องดนตรีที่มีรูปร่างคล้ายฟรุตก็ดังแทรกเข้ามาและเชื่อมต่อกับโน้ตดนตรีทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติ ไม่มีจุดใดที่ขัดหูเลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม ชากันได้ยินเสียงของโน้ตแต่ละตัวได้อย่างชัดเจน เสียงของฟรุตเปรียบเสมือนกับเสียงร้องของสตรีที่รอคอยการกลับไปของเขา มันคือรอยยิ้มสุดท้ายที่เขาได้เห็นในชีวิต ความคิดของเขาล่องลอยไปไกลแสนไกล แทบจะเหมือนกับว่าเขากำลังล่องลอยอยู่ในดาราจักรที่ไร้ขอบเขต

ตำนานกล่าวว่าดาวแต่ละดวงบนท้องฟ้าคือตัวแทนของนักรบผู้กล้าที่เสียชีวิตในการต่อสู้และขึ้นสู่สรวงสวรรค์ แล้วเขา…เป็นหนึ่งในนั้นด้วยหรือไม่ ?

คลื่นความรู้สึกจากบทเพลงสาดซัดเข้าใส่พวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แสดงถึงจุดสูงสุดของบทเพลง สร้างความปั่นป่วนให้กับจิตใจของคนทั้งหมดจนอยากจะร้องไห้ออกมา เนื้อเพลงที่งดงามทำให้เลือดในกายของพวกเขาเดือดพล่าน มันพุ่งตรงเข้าไปที่หัวใจ สร้างความรู้สึกจั๊กจี้ทว่าเจ็บปวดให้กับพวกเขาเมื่อจุดสุดยอดของเพลงพุ่งเข้าหาราวกับรถม้าศึก !

ตึ่ง…ตึ่ง ! เมื่อโน้ตสุดท้ายเงียบลง วาทยกรก็หันไปโค้งคำนับเหล่าผู้ชมอย่างงดงาม ชากันยกมือขึ้นช้า ๆ หายใจออกช้า ๆ โดยที่ดวงตายังคงปิดสนิท เขาเริ่มปรบมืออย่างสุดแรง

มันแทบจะเหมือนกับว่าเขากำลังระบายความรู้สึกอึดอัดทั้งหมดภายในใจออกมา

กองกำลังของเขาเคยยิ่งใหญ่เพียงใดเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิต… แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นเพียงเจ้าศักดินาของดินแดนแห่งป่าไผ่ !

เขาต้องการจะทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาจะต้องทำอะไรบางอย่าง ! เขาต้องการความเปลี่ยนแปลง !

เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ และหน้าอกก็กระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วงขณะที่พยายามข่มความรู้สึกที่พลุ่งพล่านออกมาจากภายในใจ ทั่วทั้งหอประชุมดังก้องไปด้วยเสียงปรบมือ

แต่บทเพลงบทที่สามกลับไม่ให้โอกาสพวกเขาได้หายใจเลยแม้แต่น้อย

เพลง ๆ นี้แตกต่างจากสองเพลงก่อนอย่างสิ้นเชิง หากอธิบายบทเพลงก่อนหน้านี้ว่าเป็นการปะทะกันและการควบม้าอย่างรุนแรง เช่นนั้นเพลงที่เล่นอยู่นี้ก็เปรียบเสมือนกับสายลมรุนแรงที่พัดไปทั่วดินแดน

‘Exodus’

ฟิ้ว…ฟิ้ว ! เสียงสายลมโหยหวนที่ดังขึ้นในตอนต้นของเพลงนั้นแผ่วเบา ทว่าชัดเจน ตามมาติด ๆ ด้วยเสียงทรอมโบนที่ดังขึ้นราวกับต้องการประกาศถึงการมีอยู่ของตนเอง เสียงบทสวดภาษาอียิปต์ดังขึ้นพร้อมกับท่วงทำนองที่หนักหน่วงของเปียโน บ้านเจ้าเงยหน้าขึ้นและมองไปยังเวทีหลักด้วยสายตาที่ลุกโชน

ไม่มีราชทูตคนใดที่อ่อนแอ

พวกเขาแต่ละคนล้วนเป็นแม่ทัพผู้มีชื่อเสียงที่ได้รับชัยชนะมามากมายและได้รับการบันทึกในพงศาวดารประวัติศาสตร์ในฐานะของวีรบุรุษ

บ้านติ้งหยวนนั้นขึ้นชื่อในเรื่องการบริหารดินแดนแถบตะวันตก นี่คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาได้รับตำแหน่งเป็นหนึ่งในราชทูตทั้ง 12

น่าเสียดาย แต่รัฐของเขานั้นตั้งอยู่ทางใต้

ดินแดนทางตะวันตก…คือสถานที่ซึ่งใกล้เขามากที่สุด ผู้ใดจะไปคิดว่าเขาจะมาได้ยินมันหลังจากที่ตัวเองตายไปแล้ว แถมยังได้ยินมันในยมโลกอีกด้วย ?

ไม่น่าเชื่อ เสียงเปียโนนี้ทำให้เขานึกถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่ทำให้เขาตกตะลึงเมื่อครั้งแรกที่เขาถูกส่งไปยังดินแดนตะวันตก

ท่วงทำนองของมันไม่ได้บีบคั้นอย่างสองเพลงก่อนหน้านี้ แต่มันกลับทำให้เหล่าผู้ที่ฟังต่างขนลุกไปทั่วร่าง เขาเห็นนักรบผู้กล้าทั้ง 36 คนที่มุ่งหน้าไปยังดินแดนตะวันตกกับตน ทีละคน ๆ พวกเขาช่วยกันสังหารศัตรู ล้มล้างกองกำลังมากมายเพื่อนำความรุ่งโรจน์มาสู่จักรวรรดิจีน

พวกเขาขี่อูฐฝ่าทะเลทราย มองดูเหล่านกกระสาบินข้ามโอเอซิสที่กว้างใหญ่ และฝูงหมาป่าที่ตามรอยเหยื่อของพวกมันในเงาของทุ่งหญ้า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นภาพที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ภาพทั้งหมดผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนจะหลับตาลง

มันไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการจะนึกถึงสิ่งเหล่านี้

กลับกัน มันเป็นเพียงบทเพลงนี้ที่ทำให้ภายในใจของเขาสุมไปด้วยกองไฟที่ร้อนระอุ

เขาเองก็เช่นกัน รู้สึกอยากจะทำอะไรบางอย่าง ชูดาบขึ้นและตะโกนร้องออกมาสุดเสียง ? บางที… แต่… นั่นอาจจะไม่เพียงพอที่จะตอบสนองต่อความหิวกระหายของเขา

เขาใช้ชีวิตอยู่มานานหลายศตวรรษ ราคาของการเติบโตและเป็นผู้ใหญ่คือความหน้าซื่อใจคด มีผู้คนเพียงไม่มากนักที่จะรู้สึกสบายใจและเผยตัวตนที่แท้จริงของตนออกมาเมื่ออายุมากขึ้น ทุกคนล้วนให้ความสำคัญเกี่ยวกับชื่อเสียง ภาพลักษณ์ สถานะและความสำเร็จของตัวเองทั้งสิ้น

ตึ้ง !!

เมื่อโน้ตตัวสุดท้ายดังขึ้น นักเปียโนบนเวทีเพียงหลับตาลง เพลิดเพลินไปกับเสียงก้องกังวาลของบทเพลงที่ตนเพิ่งได้บรรเลง เขาเองก็ถูกขับเคลื่อนโดยการแสดงที่น่าประทับใจนี้เช่นกัน… อย่างน้อยที่สุดก็จนกระทั่งเสียงปรบมือจากด้านล่างปลุกให้เขาตื่นจากห้วงแห่งอารมณ์

“ไม่เลวเลย” เสียงแหบพร่าดังขึ้น จากนั้นแสงสีเขียวก็ส่องตรงไปที่เวที นักเปียโนมองมันและก็พบว่ามันมีชิ้นส่วนของมรกตปรากฏขึ้นบนเวที ไร้ซึ่งร่องรอยของการเจือปนใด ๆ

“นี่คือรางวัลของท่านบ้านเจ้าสำหรับเจ้า” วิญญาณรับใช้ที่อยู่ข้าง ๆ บ้านเจ้าลุกขึ้นและร้องด้วยเสียงแหลมสูง

ดนตรีที่ซึมซาบถึงจิตใจของผู้ฟัง

นี่ไม่ใช่เรื่องน่าตลกเลยแม้แต่น้อย

พวกเขาจดจำเหตุผลที่ตนมาที่นี่ไม่ได้อีกต่อไป และที่สำคัญกว่านั้น…พวกเขาลืมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าพวกตนกำลังอยู่ในยมโลกแห่งใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ! หากพูดกันตามตรง พวกเขาลืมไปแล้วว่าตนจะต้องระมัดระวังกลอุบายที่ฉินเย่อาจจะใช้กับพวกตน บทเพลงที่ร้อนแรงสามบทเพลงได้ทำให้จิตวิญญาณของพวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกรักชาติที่เข้มข้น มันปลุกปั่นหัวใจของพวกเขาอย่างรุนแรง ทำให้คนทั้งหมดนึกถึงยุคสมัยของความรุ่งโรจน์ในตอนที่ตนยังมีชีวิต ที่พวกเขาได้ลืมเลือนมันไปนานแล้ว

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 351 การเปิดตัวยุทโธปกรณ์ชิ้นแรก (3)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved