cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 345 การรวมตัวกันของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ (4)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 345 การรวมตัวกันของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ (4)
Prev
Next

บทที่ 345: การรวมตัวกันของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ (4)

อาร์ทิสสูดหายใจเข้าช้า ๆ “เจ้าไม่ควรจะดูถูกขั้นตุลาการนรกเป็นอันขาด ทุกคนที่ก้าวขึ้นสู่ขั้นตุลาการนรกจะปลดล็อกความสามารถที่ซ่อนอยู่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนได้ หรือเจ้าจะมองมันว่าเป็นความสามารถพิเศษก็ได้ นับว่ายังโชคดี… ที่ครั้งนี้ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างโจวกงฉินยืนอยู่ฝั่งเดียวกับเรา…”

“เขาเพียงแค่สร้างสมดุลในสถานการณ์เท่านั้น” ฉินเย่เอ่ยแทรกขึ้น “เขาไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งใด เขาเพียงแค่ช่วยฝ่ายที่อ่อนแอกว่า ช่างน่าขันสิ้นดี… ไม่คิดเลยว่ามันจะมีวันที่ยมโลกถูกมองว่าอ่อนแอเช่นนี้ นี่เขาคิดว่าตัวเองจะสามารถฉวยโอกาสและหลบหนีไปได้อย่างนั้นหรือ ? นี่เขาคิดว่าตัวเองจะสามารถจับปลาสองมือได้หรืออย่างไร ?!”

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องเหล่านี้ หากจะจัดการกับราชทูตทั้ง 12 ในอนาคตก็ยังไม่สาย ในที่สุดฉินเย่ก็สามารถสงบสติอารมณ์ลงได้

เพราะไม่ว่าอย่างไร ทั้งสองฝั่งก็เกิดความสมดุลแล้ว

ก่อนหน้านี้ น้ำหนักของตาชั่งได้เอนเอียงไปทางฝั่งของหลิวอวี้ แต่การเข้ามามีส่วนร่วมของจิวยี่ บ้านเจ้า และหวางเมิ่งก็ได้สร้างความสมดุลให้สถานการณ์ทั้งหมดอย่างพอดิบพอดี

พวกเขาจะไม่มีวันจู่โจมยมโลก นี่คือสิ่งที่ฉินเย่รู้มาโดยตลอด เพราะไม่ว่าอย่างไร การมีอยู่ของสมุดแห่งความเป็นตายและท่านตี้ทิงก็คือการป้องกันที่รุนแรงภายในใจของคนทั้งหมด ดังนั้นสิ่งที่คนทั้งหมดทำอยู่ในตอนนี้จึงเป็นเพียงการแสดงเท่านั้น สิ่งที่มักจะสามารถพบเห็นได้ทั่วไปเมื่อพูดคุยเกี่ยวกับการทูต ยกตัวเองเช่น เมื่อใดก็ตามที่อูโซเนียต้องการรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง พวกเขาก็จะทำการคว่ำบาตรและใช้กองกำลังทหารของตนกำจัดอีกฝ่ายซะ

มันไม่ใช่เพื่อที่จะประกาศศึกกับที่อื่น แต่มันเพื่อทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวและตกตะลึงจนยอมตกอยู่ใต้อำนาจมากกว่า เพื่อที่พวกเขาจะได้เป็นฝ่ายได้เปรียบเมื่อการเจรจาต่อรองเริ่มขึ้น ราชทูตทั้ง 12 นี้ต่างใช้กลยุทธ์เดียวกัน

ดูเหมือนว่าความตึงเครียดและความขัดแย้งตรงหน้ากำลังจะมาถึงจุดสิ้นสุด ดังนั้นมันก็ถึงเวลาที่เขาจะเริ่มเคลื่อนไหวเสียที

ฟิ้ว~… กระแสน้ำวนพลังหยินค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นรอบร่างของฉินเย่ ลักษณะของยมทูตขาวดำอาจสามารถดึงความสนใจได้เมื่ออยู่ในแดนมนุษย์ แต่สำหรับที่นี่ การปรากฏตัวของขั้นยมทูตขาวดำเป็นเพียงหยดน้ำในมหาสมุทรเท่านั้นเมื่อเทียบกับรัศมีที่รุนแรงของขั้นตุลาการนรกทั้ง 12 และทหารวิญญาณที่ยืนอยู่เบื้องหลังของพวกเขา

แต่ถึงกระนั้น คนทั้งหมดก็ยังหันมามองฉินเย่เป็นตาเดียว

พวกเขามองเห็นฉินเย่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และแม้ว่าคนทั้งหมดจะมองว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงจ้าวนรกองค์ที่สามที่สถาปนาตัวเองขึ้นมา พวกเขาก็ไม่สามารถเมินเฉยต่อปฏิกิริยาแรกที่เกิดขึ้นของเด็กหนุ่มได้

กระแสน้ำวนพลังหยินที่ปกคลุมร่างของเขานำพาเขาไปอยู่ตรงหน้าของคนทั้งหมด ในฐานะของยมทูตขาวดำ เขามีความสามารถในการบินและลอยอยู่ในอากาศเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เนื่องจากไม่ต้องการที่จะทำให้ตัวเองขายหน้าต่อหน้าเหล่าตุลาการนรกที่สามารถลอยอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานาน เด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะยืนอยู่ ณ จุดกึ่งกลางระหว่างกองกำลังทั้งสามแทน

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก… หัวใจของเขาเต้นเร็วจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ทหารม้านับพันนายประจำที่อยู่ห่างจากเขาไม่เกิน 300 เมตร แค่การพุ่งเข้ามาเพียงครั้งเดียวก็สามารถเหยียบย่ำเขาให้ตายได้

ทหารวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนยืนล้อมรอบเขาพร้อมกับหน้าไม้และลูกศรที่ลุกโชน พร้อมทั้งหอกยาวที่พร้อมจะโจมตีได้ทุกเมื่อ เปลวไฟนรกนับพันดวงลุกโชนอยู่ภายในดวงตาของทหารเหล่านั้น แรงกดดันมหาศาลจากเหล่าตุลาการนรกกดทับลงมาที่ร่างของเขาราวกับคลื่นที่ถาโถม

และมันยังมีเปลวไฟแห่งกรรมสีแดงที่ลุกโชนอยู่บนกำแพงกลด้านหลังของเขาอีก ….ช่างเป็นภาพที่น่ากดดันจริง ๆ

ประสาทสัมผัสของเขาตื้อช้าไปหมด และเลือดในกายก็พลันเดือดพล่าน ฉินเย่ไพล่มือไปด้านหลังและกำเศษตราจ้าวนรกในมือแน่น ใส่พลังหยินของตนเข้าไปในมันและสร้างเกราะป้องกันบาง ๆ ขึ้นรอบตัว มันเป็นตอนนั้นเองที่เขาสามารถหยุดอากาศสั่นเทาที่เท้าของตนและสามารถยืนหยัดอยู่ภายใต้แรงกดดันที่กดทับลงมาได้

“ข้าราชการศักดินาผู้สูงศักดิ์ทุกท่าน” เขากวาดสายตามองคนทั้งหมดช้า ๆ และพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเสียงที่เอ่ยออกไปนั้นสั่นเทาหรือไม่ เด็กหนุ่มเอ่ยต่อด้วยท่าทีที่ปกติที่สุดที่สามารถทำได้ “พวกท่าน… ต้องการที่จะก่อจลาจลอย่างนั้นหรือ ?”

ห่างออกไป อาร์ทิสได้รวบรวมพลังหยินในร่างของตนเอาไว้จนถึงจุดสูงสุด พร้อมที่จะระเบิดมันออกมาทันทีที่สังเกตเห็นสัญญาณไม่ดี นางเตรียมที่จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตของฉินเย่เอาไว้ แม้ว่านั่นจะหมายถึงการนำชีวิตของตนไปเสี่ยงเหมือนกับตอนที่เผชิญหน้ากับตี้ทิงก่อนหน้านี้ก็ตาม

นางได้มอบตราประทับของตัวเองให้กับฉินเย่ไปอย่างไม่เต็มใจตั้งแต่ก่อนหน้านี้ เพราะอย่างไรแล้วเด็กหนุ่มก็พยายามอย่างมากเพื่อยมโลก และนางก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายจะสามารถสร้างยมโลกขึ้นมาใหม่ได้ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ในขณะเดียวกัน นางก็พบว่ามันมีอะไรหลายอย่างที่ฉินเย่นั้นสามารถทำได้ในขณะที่นางทำไม่ได้

“เจ้าเด็กนี้… ไม่ตัวสั่นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอันตรายที่พุ่งเข้ามาอีกแล้ว… ไม่เลวเลย… แม้ว่ามันจะเป็นการแสดง แต่เจ้าก็พัฒนาขึ้นมากจริงๆ…” ประกายแห่งความพึงพอใจวาววาบขึ้นในดวงตาของอาร์ทิส แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็วและถูกแทนที่ด้วยความเคร่งขรึม

เงียบ

“ใช่หรือไม่ใช่ ?!” เขาตะโกนออกไปเสียงดัง ภายในใจของเขาเต้นแรงและลำคอก็แห้งผาก เขาพยายามต่อต้านความต้องการที่จะคุกเข่าลงและยอมแพ้ ทว่าทันใดนั้นเขาก็พบว่าแผ่นหลังของตัวเองในตอนนี้เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

โปรดอย่าตอบว่าใช่นะ… เพราะหากพวกท่านตอบเช่นนั้น ข้าก็ไม่รู้แล้วเช่นกันว่าตัวเองควรทำอย่างไรต่อไป…

ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา

หลังจากผ่านไปกว่าหนึ่งนาทีเต็ม ในที่สุดหลิวอวี้ก็เอ่ยออกมาจากที่ประทับเครื่องที่ของเขา “ท่านฉิน… นี่ท่านอยู่ตรงนี้มาตลอดเลยอย่างนั้นหรือ ?”

อีกความหมายหนึ่งก็คือเขากำลังดูถูกฉินเย่ที่อยู่แค่ขั้นยมทูตขาวดำ ระดับขั้นพลังที่ต่ำต้อยจนเขาไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

“พระองค์คือจ้าวนรกองค์ต่อไปของยมโลกหรือพ่ะย่ะค่ะ ?” เสียงกลั้วเราะแหบพร่าดังขึ้น “ขออภัย แต่ข้าไม่คิดเลยว่าพระองค์จะทรงเสด็จมารับพวกเราด้วยตนเองเช่นนี้ โปรดประทานโทษในความไม่สุภาพของพวกเราด้วย”

“ฝ่าบาททรงกำลังล้อพวกเราเล่นเป็นแน่” เกาฉางกงเอ่ยขึ้นและหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “อุโมงค์สู่ยมโลกได้ปิดกั้นพวกเรามาตลอดร้อยปี… แถมพวกเรายังรีบมาที่นี่ทันทีที่ได้รับหมายเรียก พวกเราจะไปก่อจลาจลได้อย่างไร ?”

ที่พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อตั้งตนขอเป็นอิสระจากยมโลกก็เท่านั้น

ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามยอมอ่อนลงแล้ว มันก็ถึงเวลาที่จะเจรจาต่อรองเงื่อนไขกันเสียงที ฉินเย่เองก็ไม่ได้สนใจกับคำพูดเหล่านั้นเช่นกัน เพราะอย่างไรเขาก็รู้ดีว่ามันเปล่าประโยชน์ที่จะทำเช่นนั้น ดังนั้นเขาจึงแสร้งเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูดต่อไป

เพราะไม่ว่าจะพิจารณาจากจุดใด ตอนนี้… ยมโลกก็ยังอ่อนแอเกินกว่าที่จะสร้างความไม่พอใจให้กับข้าราชการศักดินาเหล่านี้อยู่ดี !

ความยิ่งใหญ่ของรัฐบริวารนั้นมากกว่ายมโลกเสียอีก แล้วแบบนี้เขาจะสามารถพูดถึงความเท่าเทียมได้อย่างไร ?

แล้วเขาจะต่อว่าคนทั้งหมดเกี่ยวกับคำพูดที่ดูถูกเหยียดหยามและการยั่วยุก่อนหน้านี้หรือไม่น่ะหรือ ?

นั่นมีแต่จะทำให้ตัวเองดูโง่ลงเท่านั้น

“ดี” ฉินเย่แสร้งทำเป็นไม่สนใจการยั่วยุก่อนหน้านี้และเอ่ยต่อ “มันคงเป็นการเดินทางที่ยาวนานสำหรับพวกทุกท่าน มาเถอะ เข้าไปในเมืองด้วยกันกับข้า ทิ้งกองกำลังของพวกท่านไว้ด้านนอก ผู้ใดก็ตามที่ไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าเป็นกบฏ”

สิ้นสุดเสียงพูด เขาก็เปลี่ยนร่างเป็นกลุ่มก้อนพลังหยินและพุ่งตัวกลับไปที่ยมโลกแห่งใหม่ทันที

มีความสุขไปเถอะ เพราะทันทีที่พวกท่านเข้าสู่อาณาเขตของข้าเมื่อใด… ข้าจะทำให้พวกท่านต้องกลืนคำพูดเหล่านั้นไปจนหมด !

อาร์ทิสเองก็รีบระเบิดพลังขั้นตุลาการนรกออกมาและบินขึ้นบนฟ้าพร้อมกับเอ่ยอย่างเย็นชา “ทุกท่าน เชิญ”

ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาอีก ในเวลาไม่นาน ราชทูตทั้ง 12 ซึ่งนับรวมเจ้าศักดินาแห่งฮันยาง หลิวอวี้ ต่างก็เดินตามอาร์ทิสและมุ่งหน้าตรงไปที่ยมโลกแห่งใหม่ [1]

หลิวอวี้เป็นคนเดินนำ และข้าราชการศักดินาคนอื่น ๆ ก็เดินตามไปติด ๆ หยางจีเย่เดินนำหน้าของกลุ่มคนทั้งหมดอีกทีในขณะที่อวี๋เชียนเดินตามหลัง คนทั้งหมด หากไม่นับรวมอวี๋เชียนและหยางจีเย่ ต่างก็แต่งกายด้วยเสื้อคลุมที่หรูหราและร่างของพวกเขาก็เต็มไปด้วยรอยช้ำของศพ

หลิวอวี้มองไปรอบ ๆ ก่อนจะหันไปกระซิบกับชากัน “เจ้าคิดว่ายมโลกแห่งใหม่จะเป็นอย่างไร ?”

ชากันเป็นชาวมองโกเลียทั่วไป เขาแต่งกายด้วยหมวกทรงโดมที่มีสายรัดซึ่งทำจากผ้าสักหลาดล้อมรอบ พร้อมกับชุดเกราะสีดำเครือบเงา ทำให้เขาดูเหมือนกับนักรบผู้กล้าหาญและยิ่งใหญ่ ใบหน้าของเขามีรอยสักสีแดงที่น่ากลัวปรากฏอยู่ เขาแค่นหัวเราะ “มันจะเป็นอย่างไรได้ ? ท่านจำตอนที่พวกเราถูกโจมตีครั้งแรกได้หรือไม่ ? ทุกอย่างพังทลาย ไม่มีแม้แต่วิญญาณสักคนให้เห็น ท่านคิดว่ายมโลกแห่งใหม่ก่อตั้งมากี่ปีกัน ? สามปี ? มันอาจจะแย่กว่าตอนที่เราเริ่มต้นครั้งแรกด้วยซ้ำ !”

เกาฉางกงปกปิดใบหน้าของตนด้วยผ้าปิดหน้าสีเขียว แต่นั่นก็ไม่ได้ปกปิดมงกุฎหยกดำบนศีรษะของเขาเลยแม้แต่น้อย ร่างของเขาสวมทับด้วยเสื้อคลุมสีดำสนิทที่ปักเป็นลายนกกระเรียนและดวงตะวัน เขาเอ่ยขึ้นว่า “การประชุมราชสำนักก่อนหน้านี้มักจะมีงานเลี้ยงหรือไม่ก็งานเฉลิงฉลอง แต่ครั้งนี้… พวกเราคงจะไม่ถูกทิ้งไว้ในป่าหรอกใช่หรือไม่ ?”

“ฮ่า ๆๆๆ ข้าเคยได้ยินมาว่าเมื่อใดก็ตามที่โลกใต้พิภพแห่งใหม่ถูกก่อตั้งขึ้น สวรรค์จะมอบประตูนรกให้พวกเขาเสมอ เจ้าไม่ต้องกังวล อย่างน้อยเราก็จะมีสถานที่ให้พำนัก”

“เช่นนั้นหรือ ? แล้วพวกเขาจะมีเก้าอี้หรือไม่ ? ข้าเกรงว่าพวกเราคงจะเป็นแขกที่จำนวนมากที่สุดที่เดินทางมายังยมโลกตั้งแต่การก่อตั้งของมันเป็นแน่…”

“เช่นนั้น… ประตูนรกก็จะเป็นที่ตั้งของราชสำนักเช่นนั้นหรือ ? นี่มันจะต่ำต้อยเกินไปแล้ว…”

ข้าราชการศักดินาทั้งหมดไม่คิดที่จะลดเสียงของตนลงเลยแม้แต่น้อยขณะที่พวกเขาวิจารณ์ยมโลกอย่างสนุกสนาน อวี๋เชียนที่เดินตามคนทั้งหมดอยู่ด้านหลังมีสีหน้าเย็นยะเยือกขึ้นเรื่อย ๆ กับทุกคำพูดที่เหล่าคนตรงหน้าเอ่ยออกมา

ตัวเขานั้นตระหนักถึงความสำคัญของการประชุมราชสำนักในครั้งนี้เป็นอย่างดี

มันเป็นการประกาศให้กับทั้งทวีปตะวันออกได้รับรู้ว่ายมโลกของจีนยังคงอยู่ ไม่ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นเช่นไร แต่นี่คือความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธ

แต่หลังจากที่ได้เห็นเหล่าราชทูตตรงหน้าใช้กำลังทางทหารของตนและข่มขู่ฉินเย่ ความกังวลก็เข้าปกคลุมจิตใจ

ยมโลกแห่งใหม่จะเป็นเช่นไร ?

หากยมโลกแห่งใหม่มีความรุ่งโรจน์อย่างยมโลกแห่งเก่า มันก็คงไม่จำเป็นที่จ้าวนรกองค์ใหม่ของยมโลกจะต้องเดินทางมาต้อนรับพวกเขาด้วยตัวเอง ดังนั้นเขาจึงรู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์ของยมโลกแห่งใหม่ในตอนนี้จะต้องห่างไกลจากที่ยมโลกแห่งเก่าเคยเป็นมาก

งานเลี้ยง การมอบรางวัล และการรับรองที่หรูหรานั้นสามารถเป็นไปได้แต่ในสังคมที่พัฒนาแล้วเท่านั้น และยมโลกในเวลานี้ก็ดูเหมือนจะไม่สามารถเป็นไปได้

สิ่งที่หลิวอวี้และคนอื่น ๆ พูดอาจจะฟังดูแย่ แต่… มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่นั่นจะเป็นความเป็นจริงที่พวกเขาจะได้ประสบ

เพราะไม่ว่าอย่างไร การพัฒนายมโลกก็เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหลายร้อยปี ดังนั้นยมโลกแห่งใหม่จะมีสิ่งใดให้พวกเขาได้ชมกัน ? อวี๋เชียนรู้เรื่องนี้ดีที่สุด ความไร้จุดหมาย ไร้ชีวิตชีวาของประชากรวิญญาณ ทิวทัศน์ที่แห้งแล้งและประตูนรกที่เวิ้งว้าง อันที่จริง ยมโลกในเวลานี้อาจมีขนาดไม่ถึงหมู่บ้านด้วยซ้ำ พิธีต้อนรับนั้นลืมไปได้เลย….

“หวังว่ามันคงจะไม่เลวร้ายจนเกินไป…” เขาหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด “อย่างน้อยประตูนรกก็คงจะไม่อยู่ในสภาพทรุดโทรม ไม่เช่นนั้น… แม้แต่ข้าก็คงไม่รู้จะพูดอย่างไรเกี่ยวกับการป้องกันของยมโลก…”

ตุลาการนรกทั้ง 12 ต่างจมอยู่กับความคิดของตนเองขณะที่ก้าวผ่านกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ ไม่กี่วินาทีต่อมา โลกอีกใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของพวกเขา !

ฉินเย่ยืนอยู่บนพรมสีแดงผืนนุ่ม สังเกตคนทั้งหมดด้วยสายตาอย่างเย็นชาขณะที่พวกเขาเดินทางผ่านประตู ในขณะที่ทหารวิญญาณที่สวมเกราะสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนยืนเรียงกันไปตามแนวยาวของพรม

และพวกเขาทั้งหมดก็ล้วนเป็นทหารชั้นยอด !

เพียงแค่มองผ่าน ๆ ก็สามารถรับรู้ได้ทันที ข้าราชการศักดินาทั้งหมดสามารถบอกได้เลยว่าทหารที่ยืนเรียงแถวอยู่พวกนี้ไม่ได้กำลังเสแสร้งเลยแม้แต่น้อย ออร่าที่แผ่ออกมาจากร่างของทหารวิญญาณทั้งหมดนั้นมีคุณภาพแตกต่างจากทหารวิญญาณทั่วไปอย่างสิ้นเชิง บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาล้วนเป็นยอดฝีมือในขณะที่ยังมีชีวิต และได้กลายเป็นวิญญาณที่ทรงพลังเมื่อตายไป อีกฝ่ายถือทวนเล่มหนาที่เปื้อนไปด้วยคราบเลือด รอยร้าวบนชุดเกราะไม่ได้ทำให้มันดูอ่อนแอเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งเน้นย้ำถึงความเชี่ยวชาญและความดุดันของคนทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

“นี่มัน… ทัพเกราะทมิฬ !!” กั๋วจื่ออี้จำได้ทันทีที่เห็น เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตกตะลึงเป็นอย่างมาก

นี่เด็กหนุ่มตรงหน้ามีทัพเกราะทมิฬอยู่ใต้บังคับบัญชาจริง ๆ น่ะหรือ ?

ยมโลกแห่งใหม่… มีกองกำลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร ? ดูเหมือนว่า… อีกฝ่ายจะไม่ได้อ่อนแออย่างที่พวกเขาคิดเสียแล้ว…

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

ทันทีที่พวกเขาก้าวออกมาจากประตู แถวของสาวรับใช้ที่ยืนประจำอยู่ทั้งสองฝั่งของพรมแดงก็โค้งคำนับคนทั้งหมดอย่างพร้อมเพรียงกัน ตะเกียงไฟทั้งหมดถูกจุดขึ้นในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นองศาของการโค้ง หรือความสูงที่พวกนางถือตะเกียง ทั้งหมดล้วนถูกปฏิบัติไปในแนวเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ ! นี่เป็นการต้อนรับที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก !

“นี่มัน…” อวี๋เชียนรู้สึกสับสนกับภาพตรงหน้าเป็นอย่างมาก

ในฐานะของผู้ที่ชื่นชอบในศิลปะและวัฒนธรรม รวมไปถึงกำลังการรบ เขารู้ดีว่าภาพตรงหน้าหมายความว่าอย่างไร

นี่คือ… สังคมที่พัฒนาแล้ว !

มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถแสดงการต้อนรับเมื่อครู่ได้หากสังคมยังไม่พัฒนาไปถึงระดับหนึ่ง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้ใดจะมาสนใจเรื่องเล็กน้อยแบบนี้มากกว่าการเอาชีวิตรอดกัน ?

ความมั่นคงของสิ่งจำเป็นพื้นฐานคือรากฐานของคุณธรรมและจรรยา เขารู้ความหมายของประโยคเหล่านี้เป็นอย่างดี เพราะไม่ว่าอย่างไร เขาก็ยังคงจำตอนที่ตัวเองได้รับหน้าที่ให้ไปประจำการที่รัฐบริวารได้เป็นอย่างดี ในเวลานั้น ไม่มีราชทูตตนใดที่เต็มใจจะเดินทางมายังรัฐของเขา และเขาก็ใช้เวลาร้อยกว่าปี หรืออาจจะ 150 ปีถึงจะสามารถพัฒนาอารยธรรมของตนเองขึ้นมาได้

แต่.. .ยมโลกแห่งใหม่กลับสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ในระยะเวลาเพียงไม่ถึงสองปี

นี่คือการพัฒนาทางอารยธรรมที่ฉินเย่สามารถทำได้อย่างนั้นหรือ ?

จ้าวนรกองค์ใหม่… สามารถแก้ปัญหาเรื่องการจูงใจในการทำงานได้แล้วอย่างนั้นหรือ ? แล้วปัญหาเกี่ยวกับความบันเทิงเล่า ? เมื่อปราศจากสิ่งเหล่านี้ มันก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนที่ประชากรวิญญาณทั้งหมดจะก่อจลาจลขึ้น !

ป่าไม้ที่พวกเขาคาดว่าจะได้เห็นกลับไม่มีอยู่ ทั่วทั้งสถานที่ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่ตุลาการนรกทั้งหมดจะละสายตาจากการต้อนรับตรงหน้าและมองไปยังส่วนที่เหลือของยมโลก

ภาพที่น่าอัศจรรย์ใจตรงหน้าสร้างความสับสนให้คนทั้งหมดเป็นอย่างมาก

นี่คือยมโลกแห่งใหม่อย่างนั้นหรือ ?

นี่คือยมโลกแห่งใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นไม่ถึงสองปีอย่างนั้นหรือ ?

ล้อเล่นหรือเปล่า ?!

นี่อีกฝ่ายคิดว่าพวกเขาไม่เคยสร้างโลกใต้พิภพขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้นหรืออย่างไร ?

[1] ก่อนหน้านี้ ในจำนวนราชทูตทั้ง 12 มีการพูดถึงชื่อของกองซุนฉี่ ข้าราชการแห่งอาณาจักรสินธุรวมอยู่ด้วย แต่ในบทนี้กลับไม่มีชื่อขอเขาปรากฏอยู่ ดังนั้นผู้แปลจึงถือเขาไม่ได้ถูกเชิญให้เข้าร่วมแทน

Next

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 345 การรวมตัวกันของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ (4)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved