cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 342 การรวมตัวกันของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 342 การรวมตัวกันของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ (1)
Prev
Next

บทที่ 342: การรวมตัวกันของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ (1)

ไม่นานฉินเย่ก็ตามอาร์ทิสมาติด ๆ ทั้งสองพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ยมโลกในเวลานี้ถูกปกคลุมด้วยความเงียบ ทั้งอาร์ทิสและฉินเย่ไม่แม้แต่จะมองหน้ากัน สายตาของทั้งคู่ต่างจับจ้องไปที่กลุ่มเมฆสีดำทะมึนที่กระแสน้ำวนสีแดงเพิ่งก่อตัวขึ้น

ใหญ่มาก

ความจะสูงประมาณ 50 เมตร และดูไม่ต่างอะไรกับอุโมงค์เลือดเลยแม้แต่น้อย

“ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด จงอย่าตื่นตระหนก” ผู้นำทั้งสองของยมโลกได้เปลี่ยนไปอยู่ในร่างยมทูตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เส้นผมของอาร์ทิสสยายออกอย่างน่าสะพรึงกลัวขณะที่พวกเขาพุ่งตัวไปข้างหน้า นางเอ่ยเตือน “ความพิเศษของโลกใต้พิภพแต่ละแห่งนั้นแตกต่างกัน และมันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถคาดเดาได้ว่าพวกเขาเป็นใคร แต่… ด้วยจิตใจของเจ้า เจ้าคงไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว”

นี่คือความตั้งใจสุดท้ายของท่านในการจะสยบความตึงเครียดที่เกิดขึ้นเช่นนั้นหรือ ? ฉินเย่แย้มยิ้มบาง ขณะที่หัวใจที่เต้นแรงของเขาค่อย ๆ สงบลง

ใช่แล้ว พวกเขาคือยมทูตที่แท้จริง เขาขยัน เขาเป็นแบบอย่างที่ดี และเขายังสร้างความมั่นใจให้กับเหล่าประชากร เพราะฉะนั้นทำไมเขาถึงต้องรู้สึกหวาดหวั่นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ใต้บังคับบัญชาของยมโลกแห่งเก่าด้วย ?

เมื่อวังน้ำวนเลือดเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ มันดูไม่ต่างอะไรกับม่านบาง ๆ ที่แยกระหว่างสองโลกเลยสักนิด เงินกระดาษสีเหลืองจำนวนมากเริ่มกระจัดกระจายไปทั่วท้องฟ้าและตกลงไปด้านล่าง สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องไปที่ม่านใสตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา

อาร์ทิสและฉินเย่พุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล และในเสี้ยววินาทีต่อมา โลกสีขาวดำก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของทั้งคู่

โลกกลายเป็นสีขาวในขณะที่สิ่งรอบข้างกลายเป็นสีดำสนิท พลังหยิน ณ บริเวณนี้แปรปรวนอย่างรุนแรง ส่งผลให้ทั้งมิติดูราวกับภาพลวงตา เงาขนาดใหญ่ดูเหมือนจะบิดตัวไปมาในความมืด แต่ที่สำคัญที่สุดคือกองกำลังทหารสองกองที่ยืนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบอยู่หน้ามิติที่เพิ่งเปิดออกนี้ ทหารวิญญาณกว่าหมื่นตนปรากฏให้เห็นต่อหน้าของตนทั้งหมด

ทหารแต่ละนายสวมชุดเกราะและถือหอกเล่มยาวในมือขณะที่ยืนแน่นิ่งอยู่กับที่ เมื่อมองจากไกล ๆ เปลวไฟนรกจำนวนมากที่ลุกโชนจากร่างมายาของพวกเขานั้นไม่ต่างอะไรกับกำแพงทหารวิญญาณเลยแม้แต่น้อย และยังไม่เพียงเท่านั้น มันยังมีอสูรวิญญาณสูงประมาณ 20 เมตรที่กระจายตัวอยู่ในหมู่ทหารวิญญาณพวกนี้อีกด้วย !

อสูรวิญญาณทั้งหมดนอนอยู่กับพื้น พวกมันดูเหมือนวัว แต่กลับมีเขาหนึ่งเขาที่งอกออกมาจากกลางหน้าผาก คล้ายกับเขาแพะ กล้ามเนื้อบนร่างของมันเป็นสีขาวซีด บิดตัวไปมาราวกับซากศพ ดวงตาสีแดงก็ปรากฏขึ้นทั้งสองฝั่งของร่าง ลูกตาของมันลุกโชนด้วยเปลวไฟนรก เชือกจำนวนมากใช้ผูกติดกับร่างของมันและเชื่อมต่อกับกล่องที่ถูกแกะสลักไว้อย่างงดงาม

เป็นกองกำลังที่น่ายำเกรงเป็นอย่างมาก

การยืนอยู่เบื้องหน้าของกองกำลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการเผชิญหน้ากับคลื่นสึนามิที่ทรงพลังเลยแม้แต่น้อย แรงกดดันเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถระงับได้ง่ายๆ

อย่างไรก็ตาม กองกำลังดังกล่าวกลับยืนอยู่เบื้องหลังของชายสองคน

คนหนึ่งแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายของขุนนางสมัยราชวงศ์หมิง โหนกแก้มสูง คิ้วและหนวดเคราสีขาว ในขณะที่อีกคนหนึ่งสวมชุดเกราะแม่ทัพจากสมัยราชวงศ์ซ่ง ทันทีที่ฉินเย่ปรากฏตัวขึ้น วิญญาณทั้งสองสั่นเทาเล็กน้อย จากนั้น หลังจากสัมผัสได้ถึงพลังหยินจากร่างของเด็กหนุ่ม ทั้งคู่ก็คุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น เอ่ยออกมาด้วยเสียงที่ดังก้องและไม่ได้ปิดบังความประหลาดใจของตนแม้แต่นิดเดียว “ข้ากระหม่อม อวี๋เชียนและหยางจีเย่ ขอคาราวะท่านจ้าวนรกองค์ใหม่แห่งยมโลก”

พรึ่บ ! ทันทีที่ชายทั้งสองคุกเข่าลง ทหารวิญญาณนับหมื่นที่อยู่ด้านหลังเองก็คุกเข่าลงตามผู้เป็นนาย ร้องตะโกนออกมาเสียงดัง “คาราวะท่านจ้าวนรก ! จ้าวนรกจงเจริญ !”

ฟิ้ว… กระแสลมรุนแรงพัดผ่านทั่วทั้งดินแดน ส่งผลให้เงินกระดาษที่กระจายตัวอยู่ปลิวไปมาอย่างบ้าคลั่ง ฉินเย่เอามือไพล่ไปด้านหลังและยืนอยู่เบื้องหน้าของบุคคลในตำนานทั้งสองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความจงรักภักดี ขณะที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อข่มความคิดของตนไม่ให้นึกถึงความยิ่งใหญ่ของคนตรงหน้า จากนั้น หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็เอ่ยออกมาในที่สุด “อวี๋เชียน หรือที่รู้จักกันในชื่ออวี๋เช่าเป่า หลังจากต่อสู้ในวิกฤตป้อมทูมู ท่านได้ระดมทหารและชาวเมืองกว่า 220,000 คนเพื่อป้องกันเมืองหลวงเมื่อผู้บุกรุกออยรัตน์จับตัวจักรพรรดิอิงจงเป็นตัวประกัน ท่านได้ประกาศกร้าวว่าความมั่นคงของบ้านเมืองนั้นสำคัญกว่าชีวิตของเจ้าศักดินา และสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น สุดท้ายท่านจึงถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏและถูกประหารชีวิต”

จากนั้น ฉินเย่จึงหันไปมองชายวัยกลางคนที่ถือหมวกนักรบและคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น “หยางเย่ แม่ทัพผู้มีชื่อเสียงแห่งราชวงศ์ซ่งเหนือ หรือที่รู้จักกันในนามหยางไร้พ่าย ท่านได้เอาชนะกองทัพเหลียวที่ด่านประตูห่านป่าและสร้างความตกตะลึงให้กับชาวชี่ตัน หลังจากนั้น ท่านก็ถูกบังคับให้เข้าร่วมการต่อสู้ที่เจ้าเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างมากโดยขุนนางที่ทุจริตหวางเซิน และได้เสียชีวิตลงเนื่องจากบาดเจ็บสาหัส ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นไท่เว่ย์หรือผู้บัญชาการทหารสูงสุดและเป็นเจ้าเมืองต้าถง สามารถพูดได้เลยว่าท่านคือบรรพบุรุษที่ทำให้ชื่อของตระกูลหยางได้สลักอยู่ในพงศาวดาร พวกท่านทั้งสอง…”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงก้มหน้ามองบุคคลทั้งสองที่ยังคงคุกเข่าอยู่ที่พื้นและเอ่ยถาม “มาที่นี่ทำไม? ”

มาที่นี่ทำไม ?

พวกเจ้ามาที่นี่เพื่อตอบรับหมายเรียกประชุมของราชสำนัก ? หรือว่ามีแรงจูงใจซ่อนเร้นบางอย่างและเตรียมที่จะวาดเส้นแบ่งเขตระหว่างโลกใต้พิภพของพวกเจ้าและยมโลก ?

อวี๋เชียนที่แต่งกายด้วยชุดขุนนางสีแดงเข้มรีบตอบออกมาโดยที่ยังคงคุกเข่าก้มหน้าอยู่ “ยมโลกแห่งใหม่เพิ่งก่อตั้งขึ้น และมันก็สมควรที่จะได้รับการสรรเสริญจากโดยรอบต่อไป เนื่องจากปราศจากคำสั่งการจากยมโลก ข้าจึงนำเครื่องบรรณาการเหล่านี้มาโดยอิงจากระบบเดิมของยมโลกแห่งเก่าซึ่งระบุไว้ว่ารัฐจะจัดเก็บภาษี 50% จากผลผลิตในที่ดินของตน และ 20% ของภาษีจะถูกส่งมอบให้กับยมโลกในฐานะของเครื่องบรรณาการ นี่คือเครื่องบรรณาการระยะเวลาร้อยปีของโลกใต้พิภพแห่งลิชชาวี โดยมีมูลค่าทั้งสิ้น 1 หมื่นล้านหินวิญญาณ ฝ่าบาทโปรดยืนยัน… เกาเยว่”

หนึ่งในทหารวิญญาณที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขาที่สวมเครื่องแต่งกายสีแดงเช่นกันก้าวออกมาและประสานกำปั้นและโค้งคำนับฉินเย่อย่างเคารพ สิ่งที่น่าชื่นชมก็คือทหารวิญญาณเหล่านี้ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉินเย่เลยแม้แต่น้อย อีกฝ่ายเพียงก้าวมายืนอยู่ข้าง ๆ อวี๋เชียนและคุกเข่าลง คลี่ม้วนกระดาษและเริ่มอ่านออกมา “รายงานท่านจ้าวนรก รายการต่อไปนี้คือผลผลิตทั้งหมดของโลกใต้พิภพแห่งลิชชาวี… อสูรภูเขา 10 ตัว หินวิญญาณ 5,000 ตัน ไม้มืดมน 50 ตัน หินจุติ 1 ตัน สายน้ำพลังหยินเข้มข้น 1 ตัน กล่องความลับหยิน 100 กล่อง…”

ฉินเย่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เขาเพียงปล่อยให้เกาเยว่อ่านรายงานต่อจนจบ และเขาก็ไม่ได้ตั้งใจฟังรายงานเช่นกัน เขาเพียงมองไปยังอสูรวิญญาณที่ลากกล่องแกะสลักจำนวนมากด้วยความรู้สึกที่ล่องลอยในใจ จากนั้น เมื่อเกาเยว่เอ่ยจบ เด็กหนุ่มก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่อ “ท่านทั้งสองโปรดลุกขึ้นก่อน”

“พ่ะย่ะค่ะ” อวี๋เชียนและหยางจีเย่ลุกขึ้นพร้อมกัน แต่ทันทีที่พวกเขาลุกขึ้นยืน เสียงของฉินเย่ที่ดูเหมือนจะแผ่วเบาจนไม่ได้ยินก็ดังขึ้นในหูของทั้งสอง “มีอะไรอีกหรือไม่ ?”

มีอะไรอีกหรือไม่ ?

ดวงตาของอวี๋เชียนและหยางจีเย่วูบไหว ครั้งนี้เป็นหยางจีเย่เองที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ฝ่าบาท ไม่ว่าจะมีข้าราชการศักดินาสักกี่ตนที่หันหลังให้ยมโลก แต่พวกเรา… พวกเรายินดีที่จะยืนอยู่ฝั่งเดียวกับยมโลกแห่งใหม่ !”

อวี๋เซียนเองก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ชาวจีน แม้จะตายไปแล้วก็ยังเป็นชาวจีน วิญญาณพวกนี้กล้าดีอย่างไรถึงคิดจะต่อต้านยมโลก ?! เพียงแค่พระองค์เอ่ยสั่ง พวกเราจะทำทุกอย่างเพื่อกำจัดคนทรยศให้หมดไปจากยมโลก แม้ว่านั่นจะหมายถึงต้องกระโจนเข้าไปในกองไฟก็ตาม !”

“มีเพียงยมโลกเท่านั้นที่สมควรปกครองโลกใต้พิภพของจีน ! คนอื่นล้วนเป็นพวกนอกรีตทั้งสิ้น ! ใต้พื้นพิภพของแผ่นดินจีนจะต้องมีจักรพรรดิเพียงองค์เดียวเท่านั้น !”

นี่คือการถวายสัตย์ว่าจะสวามิภักดิ์ !

ทั้งสองคือข้าราชการศักดินากลุ่มแรกที่แสดงความจงรักภักดีต่อนรก ! การคาดเดาของพวกเขาก่อนหน้านี้ไม่ผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย !

ฉินเย่จ้องมองคนทั้งสองก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ น่าเสียดาย คำปฏิญาณของพวกเขาเป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้นสำหรับฉินเย่

แม้ว่าเขาจะแน่ใจ 99% ว่าคนตรงหน้าซื่อสัตย์ต่อยมโลก แต่ฉินเย่ก็ยังไม่ยอมเสี่ยงกับโอกาส 1% ที่เหลือเด็ดขาด

“ข้าเองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นเช่นนั้น” เขาตอบ “พวกท่านทั้งสองตามข้าเข้ามาด้านใน ส่วนคนอื่นให้รอด้านนอก…”

เขากวาดสายตาไปมองทหารวิญญาณที่ยืนอยู่ทั้งหมด “จงยืนอยู่กับที่ของตน ผู้ใดก็ตามที่เข้ามาในเมืองโดยปราศจากคำอนุญาตจากข้าจะถูกประหารในโทษฐานกบฏ !”

“พ่ะย่ะค่ะ !” อวี๋เชียนและหยางจีเย่พยักหน้าอย่างเคร่งครัด

จากที่พวกเขารู้มา จ้าวนรกองค์ใหม่ของยมโลกนั้นยังอายุไม่ถึง 20 ปี หากนี่เป็นในสมัยอดีต มันก็คงไม่ต่างอะไรกับการยกบัลลังก์ให้กับเหล่าผู้ที่ต้องการได้แย่งชิงกัน ซึ่งหากความโกลาหลเหล่านั้นเกิดขึ้นในยมโลก มันจะต้องสร้างความหายนะให้กับเหล่าประชากรจีนนับพันล้านอย่างแน่นอน !

ทั้งราชาผีทั้งสามและราชทูตทั้ง 12 โลกใต้พิภพของจีนในเวลานี้ต่างต้องเผชิญหน้าทั้งจากศึกภายในและภายนอก ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น มันจึงเป็นการดีที่จะไม่อนุญาตให้กองกำลังใด ๆ เข้าไปในเมือง ยิ่งกว่านั้นพวกเขายังสามารถบอกได้ด้วยว่าคำสั่งของฉินเย่นั้นเด็ดขาดและไม่สามารถเจรจาต่อรองได้ อันที่จริงพวกเขายังรู้สึกด้วยว่าจ้าวนรกองค์ใหม่นั้นค่อนข้างใจร้อนเกินไปที่ยอมเชื่อใจการให้คำมั่นของพวกเขาตั้งแต่ต้น เพราะไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็เพิ่งพบกันครั้งแรก ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงไม่ได้รู้สึกไม่พอใจกับคำถามของเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

พวกเขารู้ดีว่าการกระทำนั้นสำคัญกว่าคำพูด และวิธีที่ดีที่สุดในการพิสูจน์ตัวเองของพวกเขาก็คือการเป็นดาบในมือของผู้เป็นนาย !

ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งใจที่จะกำจัดผู้ใดก็ตามที่แสดงท่าทีขัดขืน !

แม้ว่านั่นจะหมายความถึง… การหันคมดาบเข้าใส่อดีตสหายร่วมรบของตนเองก็ตาม

“หากพวกเขามองว่าเราเป็นสหายร่วมรบกันจริง ๆ” หยางจีเย่มองไปทางท้องฟ้าที่อยู่ห่างออกไปด้วยสายตาเย็นชา “การมายืนอยู่ฝั่งเดียวกันก็น่าจะเป็นเรื่องที่น่าดีใจกว่าไม่ใช่หรือ ? ทักษะการใช้หอกไร้พ่ายของตระกูลหยาง… ไม่ได้หลั่งเลือดมานานกว่าร้อยปีแล้ว…”

ขณะที่พูด ดวงตาของเขาก็ฉายแววเย็นยะเยือก

ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น คนทั้งหมดที่อยู่โดยรอบต่างก็สัมผัสถึงสิ่งผิดปกติได้ในทันที และพวกเขาก็หันไปมองท้องฟ้าที่ดำมืดอีกครั้ง

ฟิ้ว~… ลมพายุพัดมาอย่างรุนแรง ในขณะที่เงินกระดาษที่กระจัดกระจายไปในอากาศค่อย ๆ เพิ่มจำนวนขึ้นจนปกคลุมไม่ทั่วท้องฟ้า จากนั้น เสียงร้องอันแผ่วเบาตัดผ่านท้องฟ้าที่เงียบสงัดก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงที่ดังสนั่นในท้ายที่สุด !

ตุ้ม ตุ้ม ตุ้ม !

เสียงกลองดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วยมโลกแห่งใหม่ ไม่กี่วินาทีต่อมา ดวงตาขนาดใหญ่เจ็ดคู่พลันปรากฏขึ้นในความมืด จากนั้นคลื่นพลังหยินที่รุนแรงเจ็ดคลื่นก็สาดซัดเข้ามา !

“นี่มัน…” อาร์ทิสอ้าปากค้าง “ตุลาการนรก… ตุลาการนรกเจ็ดตน ! ทั้งหมดนี่… ล้วนเป็นข้าราชการศักดินา ! ข้าราชการศักดินาเจ็ดตนได้มาถึงพร้อมกัน ! พวกเขาเป็นใครกัน ?!”

หยางจีเย่เป็นคนแรกที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “ตั้งค่ายกล !!!” ทันใดนั้น เสียงแตรก็ดังขึ้นท่ามกลางกองกำลังของเขา มันเป็นตอนนั้นเองที่ฉินเย่สังเกตเห็นว่ากองกำลังทั้งสองถูกสั่งการโดยหยางจีเย่แต่เพียงผู้เดียว และอวี๋เชียนเองก็ไม่ได้สนใจอะไร

“เตรียมเผชิญหน้ากับกองกำลังของศัตรู !” ทันทีที่หยางจีเย่ตะโกนออกไป เขาก็เปลี่ยนร่างเป็นพายุที่พุ่งไปที่อสูรภูเขาที่ตัวใหญ่ที่สุด และเปลวไฟนรกก็ลุกโชนขึ้นในมือ เหล่าทหารวิญญาณที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ของตนตะโกนออกมาอย่างพร้อมเพรียง “รับบัญชา !!”

ฟึ่บ !

เสี้ยววินาทีต่อมา พวกเขาทั้งหมดย่อตัวลง ทหารวิญญาณที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดยกโล่สูงหนึ่งเมตรขึ้นข้างหน้าตน ก่อตัวเป็นกำแพงเกราะที่เหลือช่องว่างไว้เพียงพอสำหรับการโจมตีด้วยหอก และไม่นาน ค่ายกลป้องกันสามชั้นก็ก่อตัวขึ้น !

นี่คือวิธีการป้องกันกองกำลังทหารม้าที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามา ทหารม้าที่พุ่งเข้ามายังค่ายกลหอกเหล่านี้จะต้องบาดเจ็บสาหัสหรือตายไปในที่สุด

ตุ้ม ตุ้ม ตุ้ม… ฝ่ายตรงข้ามใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ! อาร์ทิสและฉินเย่พุ่งตัวขึ้นไปในอากาศ 50 เมตร และทั้งสองก็เห็นว่ากลุ่มก้อนพลังหยินบนฟ้ากำลังปั่นปวนจนดูราวกับน้ำที่กำลังเดือด เสียงกลองดังขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่เวลาเดินผ่านไปอย่างช้า ๆ จากนั้น ประมาณสิบนาทีต่อมา ท้องฟ้าตรงหน้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ! ม้าวิญญาณเจ็ดตัวที่แบกธงสูงสองเมตรไว้บนหลังก็ปรากฏตัวออกมาจากกลุ่มก้อนพลังหยินดังกล่าว ! ร่างของพวกมันห่อหุ้มไปด้วยพลังหยิน ในขณะที่เงินกระดาษจำนวนมากกระจัดกระจายไปโดยรอบ

ธงทั้งเจ็ดผืนมีสีที่แตกต่างกันออกไป และมันก็เพราะว่าความแตกต่างเหล่านี้นี่เองที่ทำให้หัวใจของฉินเย่กระตุกอย่างแรง

“เจ้าศักดินากั๋วจื่ออี้แห่งจักรวรรดิเขมร !”

“เจ้าศักดินาฉางเย่ชุนแห่งสยาม!”

“เจ้าศักดินาหม่าหยวนแห่งเบอร์มาเนีย!”

“เจ้าศักดินาหลิวอวี้แห่งฮันยาง!”

“เจ้าศักดินาฮั่นฉินหูแห่งซานฟอตซี!”

“เจ้าศักดินาเกาฉางกงแห่งเจียวจื่อ!”

“เจ้าศักดินาชากันเตมูแห่งดินแดนแห่งป่าไผ่!”

ทั้งหมดเจ็ดคน…

ทันทีที่เขาพบว่าหลิวอวี้เองก็อยู่ในหมู่คนทั้งหมด ฉินเย่ก็รับรู้ได้ทันทีว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะต้องไม่มีทางยืนอยู่ฝั่งเดียวกับตนอย่างแน่นอน

แต่เขาก็ไม่คิดเลยว่าข้าราชการศักดินาทั้งเจ็ดตนจะร่วมมือกันแบบนี้ !

และที่ทำให้ทุกอย่างแย่ลงกว่าเดิมก็คือกั๋วจื่ออี้ ฉางเย่ชุน และฮั่นฉินหูที่เขาได้คาดการณ์ไว้ว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นพันธมิตรก็ไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกันกับเขาเช่นกัน !

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 342 การรวมตัวกันของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved