cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 337 เกราะพยัคฆา (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 337 เกราะพยัคฆา (2)
Prev
Next

บทที่ 337: เกราะพยัคฆา (2)

มันคือแบบสอบถาม

นอกจากนี้… คำถามของมันยังค่อนข้างกระจัดกระจายมาก อย่างน้อยที่สุด มันก็ไม่สามารถรวบรวมจุดประสงค์ของแบบสอบถามเหล่านี้ได้เลย

“ข้อที่ 1: วิธีการสื่อสารที่ท่านมักจะใช้คือวิธีใด ? A: ตะโกน B: นกกางเขน C: เฟซบุ๊ก D. วีแชต” หวังเฉิงห่าวยิ้มออกมาขณะที่อ่าน “ข้อที่ 2: ท่านต้องการสื่อความบันเทิงแบบใดในดินแดนของตนเอง ? A: LOL. B: ไพ่นกกระจอก C: นารูโตะ D:…Patty ?”[1]

ฉินเย่ไม่ได้ตอบ เขาเพิ่งเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ หวังเฉิงห่าวยังคงอ่านต่อไปเรื่อยๆ

“แบรนด์เสื้อผ้าและรูปแบบที่ท่านชื่อชอบ: A: สมัยราชวงศ์ถัง B: สมัยราชวงศ์หมิง C: Armani. D: Paul Smith”

“เครื่องประดับที่ท่านชื่นชอบ: A: จี้หยก B: พัดด้ามจิ้ว C: นาฬิกาข้อมือ D: น้ำหอม (ไม่นับรวมกับถุงเครื่องหอม)”

มีคำถามอยู่ทั้งสิ้น 25 คำถาม หวังเฉิงห่าวอ่านคำถามทั้งหมดภายในคราวเดียว จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมามองฉินเย่ด้วยความตกตะลึง “นี่ท่าน… ต้องการจะวัดเซนส์ทางแฟชั่นของพวกเขาอย่างนั้นหรือ ?”

“ผิดแล้ว” ฉินเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย “มันมีไว้เพื่อใช้ทดสอบว่าพวกเขา… ตามทันยุคสมัยหรือไม่ !”

“ข้าอยากรู้ว่าข้าราชการศักดินาพวกนั้นยังยึดติดกับยุคสมัยโบราณอยู่หรือไม่ ข้าจะให้หลี่จีสี่นำแบบสอบถามพวกนี้ไปให้กับข้าราชการศักดินาของโลกใต้พิภพต่าง ๆ ข้าไม่เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถเข้าใจถึงเจตนาแฝงที่ซ่อนอยู่ได้ มันจะถูกส่งให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แม่ทัพ รวมถึงราชทูตทั้ง 12 เอง ข้ามั่นใจว่าพวกเขาจะต้องยอมทำตามคำขอของข้าในฐานะของจ้าวนรกองค์ใหม่ของยมโลก”

เขาหยิบกองเอกสารกองหนึ่งออกมา “การสอบถามนี้จะใช้เวลาทั้งสิ้นหนึ่งเดือน จากนั้น… เราก็จะได้รู้กันว่าพวกเขาเป็นกษัตริย์แบบใด หากพวกเขายังคงยึดติดอยู่กับยุคสมัยโบราณ พวกเขาก็จะเป็นเหมือนลูกแกะที่เดินเข้าสู่โรงเชือดเมื่อกลับมายังยมโลกเท่านั้น”

พวกเขาจะกลายเป็นอาหารจานหลักในงานเลี้ยงอาหารของยมโลก !

หลังจากที่ออกคำสั่งทุกอย่างเสร็จสิ้น ฉินเย่ก็จมดิ่งอยู่กับกระบวนการวางแผนและเริ่มค้นหาผู้ที่มีความสามารถในด้านการจัดการประมูล มันสามารถพูดได้เลยว่าเขาแอบคิดถึงการทำงานกับหัวหน้าไป๋เล็กน้อย…

เขาอยากรู้จริง ๆ ว่าหัวหน้าไป๋ของโรงประมูลเจียเต๋อจะคิดอย่างไรหากรู้ว่าจ้าวนรกกำลังแอบคิดถึงตนอยู่เงียบ ๆ ในยมโลก…

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปสองวัน อาร์ทิสก็กลับมาที่ยมโลกด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อย

“เจ้าควรจะรีบจัดการ” นางนั่งลงประจำที่ของตนขณะเอ่ยต่อ “พวกแมลงแห่งหายนะวางไข่เร็วมาก และจำนวนของพวกมันตอนนี้ก็มีอยู่เต็มไปหมด หากเราไม่รีบ เราอาจจะไม่มีโอกาสที่จะกลับเข้าไปในเมืองหลักได้อีกในภายภาคหน้า”

“แล้วของที่ข้าให้หาเล่า ?” ฉินเย่ถามกลับอย่างเร่งรีบ

อาร์ทิสโบกมือ และถุงเอกภพถุงหนึ่งก็คลายตัวออกกลางอากาศ เผยให้เห็นร่างของแมลงแห่งหายนะที่ตายแล้วสิบตัวและชุดเกราะสีดำหนึ่งชุด

มันเป็นชุดเกราะสีดำสนิท ที่บริเวณอกและไหล่ถูกประดับด้วยสัญลักษณ์หัวเสือ พื้นผิวของเกราะเงาวับและเรียบเนียนเป็นอย่างมาก มันไม่ใช่ชุดเกราะที่ดูดีที่สุด แต่พลังหยินที่แผ่ออกมาจากมันนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ามันอยู่ในระดับต้น ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย

“อก ไหล่ ข้อมือ และเข่า ทั้งหมดรวมเป็นเจ็ดชิ้น” ฉินเย่ตรวจดูของด้วยสิ่งที่เขาอ่านมาจากม้วนกระดาษที่ได้มาจากค่ายทหารของยมโลกแห่งเก่า น้ำเสียงของเด็กหนุ่มสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น “เราสามารถใส่หินวิญญาณเข้าไปในชิ้นส่วนเหล่านี้และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทหารวิญญาณที่สวมชุดเกราะเหล่านี้ได้… นอกจากนี้…”

เขาสัมผัสกับที่หัวของเสือที่อยู่บนข้อมือ มันดูแตกต่างจากส่วนอื่น ๆ หัวเสือนี้มีกรามล่างที่ดูเหมือนจะกว้างและนูนกว่าหัวเสืออื่น ๆ ราวกับว่ามันมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ นอกจากนี้ด้านนอกของมันยังมีร่องรอยมีดปรากฏอยู่ด้านนอกด้วย

เขากดมันลงไปเบา ๆ และใบมีดคมก็ยื่นออกมาจากช่องที่ปากในทันที

“หากพวกเขาสูญเสียอาวุธคู่กายของตนไป พวกเขาก็ยังสามารถรักษาชีวิตของตนเองไว้ได้ด้วยอาวุธลับเหล่านี้” เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยความพอใจเป็นอย่างมาก นี่คือกุญแจที่จะผลักดันยมโลกแห่งใหม่ไปให้สู่ชื่อเสียงในฐานะของผู้ค้าอาวุธชั้นยอด เวทีได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว และเขาก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะได้เข้าร่วมด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือพวกเขาจะต้องมีสินค้าชั้นยอดอยู่จริง ๆ

และในกรณีนี้ เกราะพยัคฆานั้นครบถ้วนในเงื่อนไขทั้งหมด ! เขามั่นใจเลยว่ามันจะกลายเป็นหัวใจสำคัญของการประชุมราชสำนักที่กำลังจะมาถึงนี้อย่างแน่นอน !

ดูหมิ่นความทันสมัยอย่างนั้นหรือ ?

เขาจะแสดงให้คนเหล่านี้ได้รับรู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของการค้าในยุคสมัยปัจจุบัน !

“ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น…” อาร์ทิสมองดูม้วนกระดาษและอ้าปากค้าง “มันยังส่งเสริมค่ายกลสู้รบอีกด้วย แม้ว่าจะใช้ทหารเพียง 90% ของจำนวนที่ใช้จริง เจ้าก็จะสามารถสร้างค่ายกลสู้รบที่ถูกต้องได้ ?! ของแบบนี้… เจ้าแน่ใจหรือว่าจะขายมันให้กับราชทูตทั้ง 12 ?!”

ฉินเย่ยืดตัวและเลิ่กคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม แล้วทำไมถึงต้องไม่ขายด้วยเล่า ?

“ข้าเกรงว่าเจ้าจะกำลังประเมินศักยภาพของชุดเกราะชุดนี้ต่ำเกินไป…” อาร์ทิสกัดฟันแน่น “ค่ายกลสู้รบ.. .คือหัวใจหลักของความแข็งแกร่งของทหารวิญญาณ มันสามารถทำให้ทหารวิญญาณที่อ่อนแอที่สุดต่อสู้กับขั้นตุลาการนรก หรือแม้แต่ขั้นฝู่จวินได้ ข้อเท็จจริงที่ว่ามันต้องการทหารน้อยลง 10% ในการสร้างค่ายกลหมายความว่า… มันจะมีจำนวนทหารในสนามรบเพิ่มมากขึ้น ! เจ้านึกภาพออกหรือไม่ว่ามันจะส่งผลกับการต่อสู้ที่พวกเขาเข้าร่วมมากเพียงใด ?!”

อย่างนั้นหรือ… ฉินเย่ลูบไล้เกราะพยัคฆาอย่างแผ่วเบาราวกับสัมผัสคนรักขณะที่เอ่ยว่า “เช่นนั้น… มันก็ยิ่งเหมาะกับจุดประสงค์ของข้ามากขึ้นไปอีก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมข้าถึงไม่ควรเรียกมันว่า… ผู้ทำลายความมั่งคั่งกันเล่า ?”

“เจ้า…”

“เหตุใดท่านจึงเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้นัก ?” ฉินเย่หยิบผ้าผืนเล็กออกมาและเช็ดมือของตัวเอง “ข้าขอถามอะไรท่านอย่าง ข้าราชการศักดินาเหล่านี้สามารถดึงกองกำลังทหารล้านนายออกมารบได้หรือไม่ ?”

อาร์ทิสชะงักไป

ข้าราชการศักดินาเหล่านั้นไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน

“มีสิ่งใดให้ต้องกลัวในเมื่อนี่มันไม่มีความเป็นไปได้ด้วยซ้ำ ? ยมโลกแห่งใหม่ไม่เหมือนกับโลกใต้พิภพของฮันยาง พวกเขามีประวัติศาสตร์นับร้อยปีหนุนหลัง ในขณะที่เรากำลังยุ่งอยู่กับการจัดการอะไรหลาย ๆ อย่าง …ทหาร 1 ล้านนายน่ะหรือ ?”

เขาอ้าปากหาว “มันยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องพวกนี้”

จากนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป และเขาก็เอ่ยกับอาร์ทิสด้วยเสียงฮึดฮัดเล็กน้อย “จะว่าไป ท่านไม่เห็นสิ่งอื่นตอนที่กลับไปที่กำแพงเมืองเลยอย่างนั้นหรือ ? ทำไมจึงไม่นำมันกลับมาด้วย ? นี่ท่านทำตามคำสั่งโดยไม่มีความคิดต่อยอดอะไรเลยหรือ ?! แล้วแบบนี้ท่านจะสามารถเข้าใจในระบบสังคมนิยมได้อย่างไร ?”

อาร์ทิสนิ่งไป “สิ่งอื่น ?”

ฉินเย่พึมพำ “อย่าบอกข้านะว่าท่านไม่เห็นพวกหน้าไม้อะไรบ้างเลย…”

อาร์ทิสยังคงนิ่งอยู่อีกประมาณสิบนาทีก่อนจะรีบพุ่งออกไปด้วยความโกรธ

เจ้ามันเป็นคนแบบใดกัน ?!

……

ณ โลกใต้พิภพของฮันยาง

ท้องฟ้าในเวลานี้ถูกปกคลุมด้วยความมืด และลูกไฟนรกก็ลอยไปมาในอากาศ กำแพงเมืองที่สูงกว่า 20 เมตรถูกปกคลุมด้วยกองกำลังทหารจำนวนมาก หอคอยหน้าไม้ตั้งตระหง่านอย่างยิ่งใหญ่ที่จุดสูงสุดของกำแพง แผ่รัศมีที่เย็นยะเยือกและยิ่งใหญ่ออกมา ในขณะที่ทหารวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนเดินลาดตระเวนไปตามแนวกำแพง ด้านในของกำแพง ทุกอย่างดูคึกคักและรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก

เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว มันก็เป็นเวลากว่าหลายร้อยปีแล้วที่โลกใต้พิภพของฮันยางได้กลายเป็นรัฐบริวารของยมโลกแห่งเก่า

ความรุ่งโรจน์ของพวกเขาไม่ใช่ความสำเร็จที่น่าโอ้อวดอะไร

หากเดินเข้ามาทางประตูหลักของโลกใต้พิภพ คุณจะพบว่าทั้งสองฝั่งถูกเรียงรายไปด้วยสถาปัตยกรรมในสมัยของราชวงศ์ฮั่น ผสมผสานไปกับวัดในศาสนาพุทธจำนวนนับไม่ถ้วน ทุกอาคารเผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี ผู้คนที่อาศัยอยู่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความสงบสุข

ตลาดนัดถูกตั้งอยู่ตามท้องถนนของเขตที่อยู่อาศัย ทุกอย่างดูเหมือนกับแผ่นดินจีนในสมัยราชวงศ์เหนือ-ใต้ แต่สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดก็คือพระราชวังสีดำสนิทที่ตั้งอยู่ ณ ใจกลางของโลกใต้พิภพของฮันยาง

และมันก็คือพระราชวังของหลิวอวี้

เวลานี้เขากำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ของตนเอง โถงพระราชวังสะท้อนให้เห็นสถาปัตยกรรมในสมัยราชวงศ์เหนือ-ใต้ ผสมผสานไปกับอิทธิพลจากราชวงศ์ฮั่น สีส่วนใหญ่ที่ใช้คือสีดำและสีขาว สร้างบรรยากาศที่เคร่งขรึมให้กับตัวสถานที่ สีแดงเข้มตามปกติที่ขับเน้นสีทองนั้นไม่มีให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

นอกจากนี้ คนทั้งหมดยังนั่นในลักษณ์ที่คุกเข่าลงกับพื้น

โถงขนาดใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนนับสิบ และหนึ่งในนั้นก็คือหลี่จีสี่ หลิวอวี้สวมมงกุฎสีดำและเสื้อคลุมยาวสีดำปักมังกรทองห้าตัว เขายกถ้วยทองสัมฤทธิ์ในมือของตนขณะที่เอ่ยว่า “เชิญ”

คนทั้งหมดดื่มของเหลวในแก้วของพวกเขาพร้อมกัน

“ท่านจ้าวนรกหมายความว่าอย่างไรกัน ?” เขาวางแก้วลงและหยิบแผ่นกระดาษขึ้นมาด้วยแววตาสงสัย “พวกเราล้วนต้องปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาอยู่แล้ว แต่เป้าประสงค์ของแบบสำรวจนี้คืออะไรกัน ?”

“ตัวข้าเองก็มิอาจทราบได้ แต่มันน่าจะเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับงานอดิเรกและความสนใจของพระองค์” หลี่จีสี่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเนื้อหาในการประชุมครั้งล่าสุดเลยแม้แต่น้อย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสริม “แต่ครั้งหนึ่งท่านฉินเคยเอ่ยเอาไว้ว่าทางยมโลกจะเตรียมของขวัญไว้ให้กับรัฐบริวารแต่ละแห่งโดยอิงจากคำตอบของแบบสอบถามนี้”

“หึหึ…” เปลวไฟสีทองในดวงตาของหลิวอวี้วูบไหวเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะเย้ยหยันออกมา “ยมโลกจะเตรียมของขวัญสำหรับการกลับไปของพวกเราได้อย่างไรด้วยสภาพที่ทรุดโทรมในตอนนี้ ?”

หลี่จีสี่ยังคงเงียบ เพราะอย่างไรแล้วเขาก็เพิ่งมาอยู่ในยมโลก และเขาก็ยังไม่ได้มีความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของมันเท่าไหร่นัก

นอกจากนี้ เขาไม่รู้ด้วยว่าฉินเย่กำลังคิดอะไรอยู่ และนั่นทำให้เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองควรพูดหรือไม่ควรพูดอะไรออกไป

หลิวอวี้สะบัดแขนเสื้อ หยิบแก้วไวน์สัมฤทธิ์ขึ้นมาและถามอย่างไม่ใส่ในนัก “ราชทูตแห่งยมโลกเอ๋ย เจ้าคิดว่าโลกใต้พิภพของฮันยางนั้นเป็นเช่นไร ? เทียบกับโลกใต้พิภพของเจ้าเหนือหัวของเจ้าได้หรือไม่?”

“ที่นี่สวยงามมาก” หลี่จีสี่ตอบคามความจริง “แต่แม้ว่าจะเพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ยมโลกก็ยังคงเป็นโลกใต้พิภพดั้งเดิมของแผ่นดินจีน นอกจากนี้ ข้าเชื่ออย่างยิ่งว่าความรุ่งโรจน์และความเจริญเติบโตของยมโลกในเวลานี้นั้นอยู่เหนือความคาดหมายของท่านหลิวอย่างแน่นอน”

หลิวอวี้ลุกยืนขึ้นพร้อมกับแก้วสัมฤทธิ์ในมือและแย้มยิ้มบาง แผ่รัศมีอันรุ่งโรจน์และยิ่งใหญ่ออกมาจากร่าง “เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีนักกวีจำนวนมากเพียงใดที่พูดถึงการครองราชย์ของข้าในสมัยราชวงศ์เหนือ-ใต้ ? ดินแดนของข้านั้นยิ่งใหญ่ไม่เป็นสองรองใคร แม้แต่ในหมู่รัฐบริวารที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของยมโลก ราชทูตหลี่ เหตุใดเจ้าจึงไม่มาทำงานให้กับข้าแทนเล่า ? มันน่าจะดีกว่าหมู่บ้านเล็ก ๆ อย่างที่ยมโลกเป็นอยู่ในตอนนี้มิใช่หรือ ?”

หลี่จีสี่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

หากพูดกันตามความจริง มันไม่สำคัญเลยว่าเขาจะทำงานที่ใด เพราะอย่างไรแล้ว ฉินเย่แทบจะแต่งตั้งให้เขาเป็นยมทูตขั้นนักล่าวิญญาณของยมโลกในทันทีที่มาถึงยมโลก และเขาก็รู้ดีว่าการแต่งตั้งนี้ไม่ใช่การยกย่องเขาแต่อย่างใด กลับกัน มันแสดงให้เห็นถึงขอบเขตความไม่ไว้วางใจที่ฉินเย่มีต่อเขา ดังนั้นอีกฝ่ายจึงเลือกที่จะผูกมัดเขาไว้ด้วยฐานะของยมทูตแห่งยมโลก

หลังจากดื่มไวน์ในแก้วของตนเสร็จ เขาก็ลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับ “ท่านหลิวยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำ ดังนั้นข้าไม่ขอรบกวนเวลาอันมีค่าของท่านไปมากกว่านี้จะดีกว่า ข้าขอตัวลา…”

หลิวอวี้มองดูอีกฝ่ายจากไปอย่างเงียบ ๆ อันที่จริง ทั้งโถงพระราชวังนั้นถูกปกคลุมด้วยความเงียบ หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็หัวเราะออกมาและเขวี้ยงแก้วสัมฤทธิ์ลงกับพื้น “อวดดี”

“ข้าเองก็ได้สร้างความรุ่งโรจน์ของโลกใต้พิภพแห่งนี้มาตั้งแต่ครั้งที่มันยังมีขนาดเล็กกว่าหมู่บ้านเช่นกัน แม้ว่าข้าจะไม่เคยไปที่ยมโลกแห่งใหม่มาก่อน… แต่มันจะเจริญรุ่งเรืองได้สักเพียงใดกัน ? มีสิ่งใดบ้างที่ข้าไม่สามารถมอบให้เขาได้ ? เหตุใดจึงยึดถือในคำพูดและสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ ของเจ้าเด็กเหลือขอนั่น ?”

“ข้าเสนอทางเลือกให้เขา แต่เขากลับปฏิเสธมัน ช่างอวดดีเสียจริง !!”

นายพลผู้หนึ่งลุกขึ้นและประสานมือก่อนจะโค้งคำนับ “ข้าควร…”

“ไม่ต้อง” หลิวอวี้มองอีกฝ่ายด้วยแววตาดุดัน “ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คือราชทูตแห่งยมโลก การประชุมราชสำนักยังไม่ถูกจัดขึ้น ดังนั้นการกระทำเหล่านั้นอาจถือว่าเป็นการก่อกบฏได้ ! อวี๋เชียนและหยางจีเย่ยังคงจับตาดูการกระทำของข้าอย่างหวาดระแวงราวกับต้องการปกป้องลูกแกะจากหมาป่า ดังนั้นเราจึงไม่ควรเอิกเกริกมากเกินไป”

เขาโบกมือ และแบบสอบถามก็ลอยเข้ามาอยู่ในมือ “ส่วนสิ่งนี้… ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าเจ้าเด็กนั่นพยายามจะใช้กลอุบายอะไรอีก ?”

“ฝ่าบาท นี่เป็นเพียงกระดาษธรรมดาเท่านั้น พวกเราได้ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่ามันไม่ได้ซ่อนศาสตร์แห่งนรกใด ๆ เอาไว้ อีกฝ่ายต้องการสิ่งใดกันแน่ ?”

“และมันก็ไม่ใช่พระราชกฤษฎีกาด้วย ราชทูตตนนั้นบอกว่าทางยมโลกต้องการจะเตรียมของขวัญสำหรับการกลับไปโดยอิงจากคำตอบในแบบสอบถามนี้ ไม่ว่าข้าจะมองอย่างไร ยมโลกก็ยังหวาดกลัวเราอยู่”

“ใช่แล้ว… ข้าได้ยินมาว่าเขาเชิญราชทูตทั้ง 12 กลับไปที่ยมโลกในสิ้นปีนี้ และนี่ก็เป็นการติดต่อกลับครั้งแรกหลังจากที่ยมโลกเงียบหายไปกว่าร้อยปี เขาจะไม่หวาดกลัวต่อสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ?”

“ข้ายังได้ยินมาอีกว่าจ้าวนรกองค์ใหม่ของยมโลกนั้นดูไม่ต่างอะไรกับเด็กวัยรุ่นทั่วไปเลยแม้แต่น้อย ฮ่า ๆๆ …จ้าวนรกองค์ที่สองได้ขึ้นครองราชย์ก็เพราะว่าความแข็งแกร่งของเขา ตำแหน่งที่สำคัญเช่นนี้จะต้องถูกครอบครองโดยผู้ที่มีความสามารถมากเพียงพอเท่านั้น ดังนั้นท่านหลิวจะยอมให้เจ้าเด็กเหลือขอนี่ปกครองเหนือรัฐบริวารของพระองค์ได้อย่างไร ?”

เกิดเสียงถกเถียงกันดังขึ้นภายในโถงขนาดใหญ่ หลินอวี้ที่ได้ยินเช่นนั้นเพียงส่ายศีรษะ “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พระราชกฤษฎีกาได้ถูกส่งมาแล้ว เราไม่มีทางเลือกนอกจากปฏิบัติตาม หลี่อันกั๋ว !”

“ฝ่าบาท”

“ในอีกหนึ่งเดือนครึ่ง จงเตรียมกองกำลังทหารฝีมือดี 3,000 นายและติดตามข้าไปยังยมโลกแห่งใหม่ !” ประกายเย็นยะเยือกฉายขึ้นมาจากส่วนลึกของแววตาของเขา “เราจะไปพบเจ้าเหนือหัวของพวกลิงเหล่านี้กัน”

“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ !”

เขาหันไปสั่งคนอื่นๆ และไม่นานนายพลทั้งหมดก็เดินออกไปจากห้องโถง ตอนนี้จึงเหลือเพียงหลิวอวี้ผู้เดียวเท่านั้นที่นั่งอยู่ภายในห้อง เขาหยิบปากกาขึ้นมา หลี่ตาลง และเริ่มกรอกแบบสอบถามอย่างช้า ๆ

“มีแต่เด็กเท่านั้นที่ใช้กลอุบายเช่นนี้ แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพยายามเล่นอะไร แต่… ข้าจะยอมเล่นมันกับเจ้าก็แล้วกัน…”

“เพราะอย่างไรแล้ว บางครั้ง แม้แต่เสือที่ดุร้ายก็ยังต้องมอบความเมตตาต่อลิง…”

[1] Patty ในที่นี้น่าจะหมายถึงโหวเพ่ยเฉิน หรือ Patty Hou อดีตผู้ประกาศข่าวของไต้หวันที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักในเรื่องของความงาม

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 337 เกราะพยัคฆา (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved