cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 321 ตัวเลือก (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 321 ตัวเลือก (1)
Prev
Next

บทที่ 321: ตัวเลือก (1)

หลี่จีสี่ตกตะลึง

อย่างน้อย เขาก็ดูเหมือนจะตกตะลึง

“เป็นไปได้อย่างไร ?!” เขาจ้องมอนิเตอร์ราวกับตกใจเป็นอย่างมาก “นั่นเป็นไปไม่ได้… มันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับสิ่งประดิษฐ์เวทย์ของทางสำนักได้อย่างไรกัน ? นี่มันวิญญาณขั้นนักล่าวิญญาณ ! นักเรียนหวังคงต้านได้ไม่ไม่ถึงสิบนาทีแน่ ๆ!”

“อาจารย์ฉิน เราจะทำอย่างไรกันดี ?”

ความคิดภายในหัวของฉินเย่ตีกันยุ่งไปหมด

หวังเฉิงห่าวเป็นเพื่อนของเขา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สนิทกันเท่ากับที่เขาสนิทกับหลินฮั่น แต่เขาก็ยังถือว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนของเขา

เพื่อนคือหนึ่งในสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยอายุของเขา เขาเห็นเพื่อนตายมามากเกินไปแล้ว

นอกจากนี้ การที่หลี่จีสี่มอบปัญหานี้ให้เขาตัดสินใจมันก็ยิ่งทำให้เรื่องนี้น่าสงสัยขึ้นไปอีก

มันดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้มองสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่เลยไม่ใช่หรือ ?

หากคุณลองคิดกลับกัน เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น และคนข้าง ๆ คุณถามว่าเขาควรทำอย่างไรดี สิ่งแรกที่เข้ามาในหัวของคุณคืออะไร ?

แน่นอน คุณก็คงจะรีบเอ่ยความคิดหรือแผนในการรับมือที่คิดอยู่ออกมา

มันเป็นการตอบสนองเบื้องต้น สิ่งที่พูดออกไปโดยไม่ได้ผ่านกระบวนการคิดอย่างถี่ถ้วนดั่งเช่นปกติ

นี่อีกฝ่าย… กำลังบอกให้เขาไปช่วยหวังเฉิงห่าวหรือเปล่า ?

แต่ด้วยระยะห่างของพวกเขา ผู้ที่อยู่ขั้นนักล่าวิญญาณไม่มีทางไปถึงทันเวลา ! เว้นแต่…

โดยไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา ฉินเย่มองหลี่จีสี่ก่อนจะนั่งลงอย่างใจเย็น หวังเฉิงห่าว… น่าเสียดาย แต่เราไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้น… อย่างน้อย เราก็ไม่ได้สนิทกันมากพอที่ฉันจะต้องยอมเสี่ยงทุกอย่างที่ตัวเองมีเพื่อไปช่วยชีวิตนาย… แต่ไม่ต้องห่วง ฉันสัญญาว่าฉันจะดูแลนายอย่างดีหลังจากที่นายตายไป

“ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้คุณพูดเอาไว้หรอกเหรอว่าจะรับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยตัวเอง ?” ฉินเย่เอ่ยออกมาอย่างเย็นชา “ทำไมตอนนี้คุณถึงมาถามผมล่ะ ? ผมจะสามารถทำอะไรได้ ? ขั้นนักล่าวิญญาณจะไปช่วยเขาได้ทันเวลาได้อย่างไรกัน ? ศาสตราจารย์หลี่ คุณดูไม่ได้สนใจชีวิตของพวกนักเรียนเลยนี่ครับ ? ไม่ต้องห่วง ผมจะรายงานเรื่องทั้งหมดนี่ให้กับทางสำนักฟังทันทีที่พวกเรากลับไปถึงเอง”

เมื่อเอ่ยจบ เขาก็คว้าอุปกรณ์สื่อสารบนโต๊ะ “อาจารย์ฉินถึงนักเรียนทุกคน มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น…”

ทว่าทันใดนั้น หลี่จีสี่ก็ปิดการเชื่อมต่อของเขาก่อนที่เขาจะเอ่ยจบ

“แบบนี้มันหมายความว่าอะไรกันครับ ?” ฉินเย่ถามเสียงเย็น

“พวกเราจะไม่ยุติมัน” หลี่จีสี่ตอบด้วยเสียงที่เย็นชาไม่แพ้กัน “จนถึงตอนนี้ มีนักเรียนหวังเป็นคนเดียวที่ประสบกับปัญหา เขตไล่ล่าอื่น ๆ ยังไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ให้พวกเขาปฏิบัติภารกิจต่อไป ในระหว่างนี้พวกเราจะมุ่งหน้าไปหานักเรียนหวังและเก็บศพของเขา”

หลี่จีสี่ไม่คิดว่าฉินเย่จะสามารถทนอยู่เฉยได้

หวังเฉิงห่าวจะต้องเกี่ยวข้องกับฉินเย่อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับขอบเขตความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่เขาก็ไม่คิดว่าฉินเย่จะสามารถทนนิ่งเฉยต่อการตายของหวังเฉิงห่าวได้มากขนาดนี้ !

หวังเฉิงห่าวยังคงมีชีวิตอยู่

แต่… มันก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปไม่ใช่หรือ ?

พวกเขาอยู่ห่างกันห้ากิโลเมตร บวกกับข้อเท็จจริงที่ว่าหลี่จีสี่ได้ดัดแปลงสิ่งประดิษฐ์เวทย์ที่ถูกมอบให้กับหวังเฉิงห่าว มันไม่มีทางที่เด็กหนุ่มจะสามารถรอดชีวิตได้เกินสิบนาทีแน่ ๆ แต่ในเมื่อฉินเย่นั้นสามารถใจแข็งกับการตายของหวังเฉิงห่าวได้มากขนาดนี้ เราก็มาดูกันว่าคุณสามารถทนต่อการตายของนักเรียนคนอื่น ๆ ได้อีกหรือเปล่า !

“คุณบ้าไปแล้วเหรอ !” ฉินเย่รู้สึกว่าคลื่นของความโกรธกำลังปะทุออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจของเขา เด็กหนุ่มลุกพรวดขึ้น “ตอนนี้คุณกำลังเล่นกับชีวิตของคนอื่นอยู่ !”

“คุณกำลังตามหาอะไรอยู่ ?” เขาจ้องหลี่จีสี่เขม็ง “คุณกำลังต้องการอะไรกันแน่ ?”

“แต่ไม่ว่าสิ่งนั้นมันจะเป็นอะไร คุณก็ไม่ควรเล่นกับชีวิตของมนุษย์คนอื่นแบบนี้ ! นี่มันเหมือนคุณกำลังส่งพวกเขาไปโรงเชือดชัด ๆ!”

หลี่จีสี่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “อาจารย์ฉิน ในที่สุดคุณก็ยอมรับแล้วหรือว่าคุณรู้แล้วว่าเรากำลังสงสัยคุณอยู่? ”

“คุณมัวแต่กลัวอะไร ?”

“คุณกำลังปกปิดอะไรอยู่ ?”

“หรือผมควรจะบอกว่า คุณ… กำลังกลัวว่าเราจะค้นพบสิ่งที่คุณทำลงไปในตอนที่อยู่ที่ช่องแคบสึชิมะดี ?”

ฉินเย่เกือบจะโต้กลับไป แต่ทันใดนั้นเขาก็พบว่ามือของหลี่จีสี่ที่ยัดอยู่ในกระเป๋ากางเกงขยับเล็กน้อย

เครื่องบันทึกเสียง… และอาจจะเป็นแบบที่ส่งข้อความไปที่ปลายทางทันทีด้วย…

“ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่ !” เขาตะคอกกลับไป นั่งลง และหยิบถ้วยชาขึ้นมาดื่ม

หลี่จีสี่ตกตะลึง

เขาไม่คิดว่าฉินเย่จะสามารถยับยั้งตัวเองได้ในการยั่วยุเมื่อครู่

แต่ภายในเสี้ยวนาทีต่อมา ขณะที่เขาเริ่มลดการป้องกันของตัวเองลง หลี่จีสี่ก็สังเกตเห็นว่ามุมปากของฉินเย่กระตุกยิ้มขึ้นที่ขอบถ้วย

แย่แน่ !

น่าเสียดาย เพราะก่อนที่เขาจะได้ตอบสนอง ฉินเย่ก็สลัดหยดน้ำขนาดเล็กที่ปลายนิ้วของตนตรงไปที่กระเป๋ากางเกงของเขาเสียแล้ว

ซ่าา…

ราวกับกระสุน หยดน้ำดังกล่าวพุ่งทะลุกระเป๋ากางเกงและเครื่องบันทึกเสียงที่พังก็กระเด็นออกมาจากกระเป๋าของเขาทันที

นั่นไม่ใช่สิ่งขั้นนักล่าวิญญาณจะสามารถทำได้…

เป็นไปไม่ได้ที่ขั้นนักล่าวิญญาณจะสามารถทำลายการป้องกันของเขาได้อย่างง่ายดายแบบนี้… เพราะฉะนั้น มันก็หมายความว่าเด็กหนุ่มคนนี้…

ขั้นยมทูตขาวดำ !

ขั้นยมทูตขาวดำทั้ง ๆ ที่อายุแค่ 18 เนี่ยนะ ?!

ปฏิกิริยาตอบสนองต่อการต่อสู้ของหลี่จีสี่ทำงานทันที และสายโซ่สีเงินที่หนาประมาณหนึ่งนิ้วมือก็พุ่งไปที่ลำคอของฉินเย่ด้วยความเร็วสูง ทว่าทันใดนั้นเอง แสงไฟในบริเวณโดยรอบทั้งหมดก็กะพริบและดับลงพร้อมกัน !

หมับ… ฉินเย่คว้าโซ่เอาไว้ก่อนที่มันจะถึงตัวของเขา จากนั้นเสียงของเด็กหนุ่มก็ดังก้องไปทั่วห้องที่มืดสนิท “ดูเหมือนว่าทางหน่วยอัลบาทรอสจะส่งคุณมากจริง ๆ สินะ…”

“ฉินเย่ !” หลี่จีสี่ร้องออกมาอย่างสุดเสียง “มอบตัวซะ ! คุณเป็นมนุษย์ ! อัลบาทรอสไม่มีทางทำอะไรคุณ ! ทุกอย่างจะไม่เป็นไรหากคุณยอมกลับไปที่สำนักงานใหญ่และตอบคำถามของผม !!”

“มีอะไรให้ต้องถามกัน ?” เสียงที่เอ่ยออกมาของฉินเย่เย็นยะเยือก และยังแฝงไปด้วยความขบขัน “เกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ที่ช่องแคบสึชิมะอย่างนั้นเหรอ ?”

มันคือเขา… มันคือเขาจริง ๆ!!!

ร่างของหลี่จีสี่สั่นเทาด้วยความตื่นเต้นขณะที่เขาเอ่ยเสียงพร่า “ผมสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายคุณเด็ดขาดถ้าคุณยอมไปกับเราแต่โดยดี ! ทั้งหมดที่คุณต้องทำก็คือบอกความจริงกับเราเท่านั้น !”

ฉินเย่แค่นหัวเราะ “ถ้าอย่างนั้น… ใครจะเป็นคนชดใช้ให้กับชีวิตของหวังเฉิงห่าวล่ะ ?”

“ในสถานการณ์แบบนี้มันก็ต้องมีการเสียสละกันบ้าง !” หลี่จีสี่เอ่ยออกมาเสียงดังและพยายามดึงโซ่ของตนอย่างแรง น่าเสียดาย… มันไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว

“แม้ว่านั่นจะหมายความว่าผมจะต้องเสียสละชีวิตของตัวเองก็ตาม ! คุณรู้หรือเปล่าว่าข้อมูลพวกนี้มีความสำคัญกับจีนมากเพียงใด ?!”

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นเพียงเอ่ยถามเสียงเรียบ “แล้วคุณรู้หรือเปล่าว่าตัวเองไม่ควรเล่นกับชีวิตของมนุษย์คนอื่น ?”

“ไม่ต้องมาพูดเรื่องสัญญาปากเปล่าพวกนี้กับผม… ผมรู้ดีว่าสุดท้ายแล้วคนที่ไม่ปกติแบบผมก็มีแต่จะต้องถูกผ่าร่างเพื่อศึกษาทันทีที่ก้าวเข้าไปในศูนย์วิจัย SRC คุณไม่จำเป็นต้องปฏิเสธเรื่องนั้น… มนุษย์เรานั้น…เต็มไปด้วยความซับซ้อนมากมาย ยกตัวอย่างเช่น… คุณรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้ผมกำลังทำอะไรอยู่ ? รู้หรือเปล่าว่าจู่ ๆ ทำไมผมถึงว่ายืนพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้กับคุณ ?”

หลี่จีสี่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก เขาสูดหายใจเข้าช้า ๆ “คุณ…”

“ผมได้เตือนคุณไปแล้วว่ามีวิญญาณขั้นนักล่าวิญญาณเข้ามาในนี้ และมันก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากมัจจุราชแห่งยมโลก ตัวตนที่เส้นตรวจจับตัวตนเหนือธรรมชาติจะไม่มีทางส่งสัญญาณเตือน แล้วคุณเชื่อผมหรือเปล่า ?”

เสียงของฉินเย่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ “และตอนนี้… เขาก็มาอยู่ด้านหลังของคุณแล้ว”

“ทีนี้ จงเป็นเด็กดีและตายไปพร้อมกับความลับพวกนี้ซะ ผมจะปล่อยให้คุณอยู่กับเขา และเดี๋ยวผมจะล้างแค้นให้คุณทีหลัง…”

สิ้นสุดเสียงพูด หลี่จีสี่ก็รู้สึกว่าโซ่ในมือของเขาคลายออกและเขาก็สามารถบอกได้ว่าเสียงของฉินเย่เริ่มห่างออกไปไกลแล้ว

เคร้ง… สายโซ่ร่วงลงกับพื้นจนเกิดเป็นเสียงดังชัดเจน หลี่จีสี่กัดฟันแน่ และขณะที่เขากำลังจะดึงโซ่กลับมา เขาก็ได้ตระหนักถึงบางอย่าง

ทำไมเสียงนั้นมันชัดเจนขนาดนี้ ?

เขากะพริบตาปริบ ๆ จากนั้น ในเสี้ยววินาทีต่อมา ขนของเขาก็ลุกชันไปทั่วทั้งร่าง !

มันเป็นค่ำคืนที่ฝนตกหนัก และเต็มไปด้วยเสียงฟ้าร้องและฟ้าผ่าด้านนอก แต่ด้วยเหตุผลที่แปลกประหลาดบางประการ เขากลับไม่ได้ยินเสียงพวกนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว !

มันเงียบราวกับห้องเก็บศพ

จากนั้น เสียงปิดประตูก็ดังขึ้น ปั้ง ! ประตูและหน้าต่างโดยรอบถูกเปิดออกอย่างกะทันหันและสายฝนก็สาดซัดเข้ามาภายในห้อง ! และขณะที่เขากำลังจะยกมือขึ้นมากำบังตัวเองจากสายฝนที่พร่างพรม หลี่จีสี่ก็ต้องนิ่งไป

รอยเท้าเริ่มปรากฏขึ้นบนพื้น และยิ่งชัดขึ้นเมื่อเดินบนพื้นที่เปียกชื้น…

อันที่จริง รอยเท้าพวกนั้นถูกนำมาด้วยรอยมือสองข้าง แทบจะเหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังคลานอยู่ภายในห้อง !

แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ทั่วทั้งห้องกลับดูว่างเปล่าและเงียบเชียบอย่างที่มันเคยเป็นมา

“แกรนหาที่ตายแล้ว !!” หลี่จีสี่ขนลุกไปทั่วร่าง เขากระชับมือที่กำโซ่แน่นกว่าเดิมและกำลังจะยกมือขึ้นแต่แล้วก็ต้องชะงักไปอีกครั้ง หลังจากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงมองที่เท้าของตัวเอง

มีอะไรบางอย่างจับขากางเกงของเขาเอาไว้

หากพูดให้ชัดเจนก็คือเขาเห็นมือสีขาวซีดคู่หนึ่งกำรอบขาของเขาอยู่

เมื่อหันหลังกลับไป เขาก็พบว่ามีเด็กอายุประมาณ 5 ขวบที่สวมเพียงกางเกงชั้นในกำลังคว้าโซ่ของเขาเอาไว้

ร่างของเด็กตรงหน้าขาวซีดและมีรอยจ้ำสีม่วงเต็มไปหมด ผมของเด็กคนนั้นถูกถักเป็นทรงเดรดล็อค และดวงตาของมันก็เป็นสีดำสนิท !

“เจ้า… ดูน่าอร่อยจัง…” น้ำศพสีดำไหลออกมาจากมุมปากของอีกฝ่ายและมันก็อ้าปากออกกว้างขณะที่จ้องมองหลี่จีสี่อย่างหิวโหย “ท่านแม่… ข้าขอ… กินเขาได้หรือไม่ ?”

“เวรเอ้ย !!” หลี่จีสี่สบถออกมาเสียงดังขณะที่ตะเกียกตะกายถอยหลัง แต่เขาก็ไม่สามารถหนีออกมาไกลมากนักเนื่องจากร่างของเขาชนเข้ากับบางอย่าง

มันเย็นชืด

และเหม็นหืน

มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยสำหรับเขา มันคือ… ศพ

“เด็กน้อย เรามากินมันด้วยกัน ตกลงไหม ?” เสียงแหบพร่าดังขึ้นภายในห้องเฝ้าระวัง และหลี่จีสี่ก็หลับตาลงอย่างหมดหวัง

“หลังจากเรากินเขาแล้ว… เราจะไปตามหาชายอีกคนที่เคยอยู่ที่นี่กัน…”

มันมีวิญญาณขั้นยมทูตขาวดำอยู่ตรงนั้น… !

หมับ ! มือที่ซีดเผือดทั้งสองข้างกำเข้าที่รอบลำคอของเขา การขาดอากาศหายใจอย่างกะทันหันทำให้ดวงตาของเขาแดงก่ำ จากนั้น ด้วยแรงที่เหลืออยู่ เขาหันไปมองที่หน้าต่าง

และจากเงาสะท้อนของมัน เขาก็พบว่ามีผู้หญิงในชุดกระโปรงสีน้ำเงินกรมท่าและสวมรองเท้าปักสีแดงยืนอยู่ด้านหลังของตัวเอง มือของเธอยาวเกือบหนึ่งเมตรและมีข้อต่อประมาณสองหรือสามข้อ และมันก็กำลังบีบรอบลำคอของเขาแน่น

บัดซบ… นี่คือความคิดสุดท้ายของเขา

…………………………………………………

เขตไล่ล่า D-69.

ชั้นที่ 12

หวังเฉิงห่าววิ่งไปข้างบนด้วยความเร็วสูงสุด ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร เขารู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถอยู่ที่ตรงนั้นได้อีกต่อไป

ไม่นานเขาก็วิ่งขึ้นมาถึงหน้าทางออกบนชั้นที่ 13 มันแปลกมาก ป้ายคำว่า ‘EXIT’ บนประตูสว่างด้วยสีแดงเข้ม แทบจะเหมือนกับถูกทาทับด้วยเลือด เขาพยายามบิดลูกบิดประตูอย่างสุดความสามารถ แต่มันก็ไม่ยอมเปิดออกไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรก็ตาม !

“เปิดสิ… เปิดสิ !!!” เสียงหอบหายใจดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ! มันอยู่ห่างจากเขาอีกแค่ชั้นเดียวเท่านั้น เด็กหนุ่มผลักและเตะประตูอย่างแรง แต่ประตูก็ยังไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว !

“อ๊ากกกก !!!” ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาทรุดตัวลงกับพื้นและทึ้งผมของตัวเองอย่างแรงด้วยความสิ้นหวัง “ไม่นะ… ยังไม่อยากตาย… ผมยังไม่อยากตาย !!”

หมับ… ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นที่หัวมุมของบันได ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าอันแผ่วเบา

มือขาวซีดโผล่ขึ้นมาและจับลงบนราวบันได

มือสีขาวที่ซีดเผือด ซีดเกินกว่าปกติ มันซีดมาก และเต็มไปด้วยรอยจ้ำสีม่วงเข้ม ความซีดนั่นถูกขับเน้นด้วยกรงเล็บสีดำวาวที่ปลายนิ้ว มือดังกล่าวไล่มาตาราวบันไดอย่างแผ่วเบา แต่กลับให้ความรู้สึกอันตรายอย่างไม่น่าเชื่อ

“ไม่นะ… ไม่ !!” หวังเฉิงห่าวลุกขึ้นยืนราวกับคนเสียสติและเริ่มเตะและทุบประตูอย่างแรง แต่มันก็เปล่าประโยชน์

ทำยังไงดี ?!!

เขาไม่อยากตาย ไม่อยากเลยสักนิด ! แต่เขาจะสามารถทำอะไรเพื่อให้รอดออกไปจากสถานการณ์นี้ได้บ้าง?

“ทำไมถึงวิ่งหนี…” เสียงแหบห้าวของผู้ชายดังขึ้นที่มุมบันได “ทำไม… ถึงไม่อยู่ด้วยกันก่อน ?”

“ทุกคนเอาแต่วิ่งหนี… ทุกคน ! ฉันตะโกนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้รถหยุด… แต่ทุกคน… ก็ไม่สนใจ !”

สติของหวังเฉิงห่าวใกล้จะพังทลายลงมาเต็มที เขาไม่แม้แต่จะกล้าหันกลับไปมองด้านหลัง เปิดสิ… เปิดสิ ได้โปรด !! หากเขาสามารถออกไปจากตรงนี้ได้ เขาจะยอมเสี่ยงทุกอย่างและกระโดดลงจากดาดฟ้าของอาคาร ! หากโชคดี เขาก็อาจจะยังรอดชีวิต ! แต่ถ้ายังอยู่ตรงนี้ต่อไปเขาจะต้องตายแน่นอน !

ต้องทำอย่างไรเขาถึงจะเปิดประตูได้ ?

ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้น และเด็กหนุ่มก็หยิบยันต์ที่อยู่ในเครื่องแบบของตนออกมาทันที

นี่คือยันต์ที่ฉินเย่มอบให้กับเขา มันมีไว้เพื่อป้องกันตัว และเขาก็ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นประโยชน์ขึ้นมาในวันหนึ่ง

เขากำยันต์ในมือแน่นและบิดลูกบิดประตู เสียงกรีดร้องที่น่าสะพรึงกลัวดังขึ้นที่ราวจับ และประตูที่ไม่สามารถขยับได้… ก็เปิดออก !

ด้านนอกฝนตกลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน นี่คือดาดฟ้าชั้นที่ 13 ของอาคาร แต่สำหรับเขา… มันกลับดูไม่ต่างจากสวรรค์เลยสักนิด

“รอดแล้ว… เรา…” สีหน้าสิ้นหวังเปลี่ยนเป็นมีความหวังภายในชั่วพริบตา แต่ขณะที่เขาจะตะโกนออกไปด้วยความสุขและวิ่งเข้าไปในสายฝน เด็กหนุ่มกลับรู้สึกเย็นยะเยือกที่บริเวณลำคอของตัวเอง

ซากศพที่ซีดเผือดเกาะอยู่ที่ด้านหลังของเขา และมันก็กระซิบข้างหูของเขาเสียงเบา “เจ้า… หนีทำไม ?”

และทันใดนั้น ศพดังกล่าวก็กัดลงมาด้วยฟันที่แหลมคมของมัน !

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 321 ตัวเลือก (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved