cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 319 เขตไล่ล่า D-69 (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 319 เขตไล่ล่า D-69 (2)
Prev
Next

บทที่ 319: เขตไล่ล่า D-69 (2)

ตุบ หวังเฉิงห่าววิ่งมาถึงที่ชั้น 12 ในที่สุด เด็กหนุ่มหอบอย่างหนักขณะที่มองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง

ตั้งแต่ที่เข้ามาในสำนักฝึกตนแห่งแรก เขาก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกับฉินเย่นัก ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ ทั้งสองฝ่ายต่างตัดสินใจที่จะเว้นระยะห่างซึ่งกันและกันเพื่อให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองชิงซีจะได้ถูกฝังไว้เป็นความลับภายในใจของพวกเขาไปตลอดกาล

แต่เมื่อใดก็ตามที่เขาพบกับเรื่องที่สงสัย เขาก็จะเข้าแอปโม่โม่เพื่อปรึกษาฉินเย่เสมอ และอีกฝ่ายก็จะอธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียดด้วยความอดทนอย่างมาก ดังนั้น หวังเฉิงห่าวจึงสามารถถือได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีความรู้ทางทฤษฎีเกี่ยวกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมากที่สุดคนหนึ่ง เพราะอย่างไรแล้ว มันก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้มีติวเตอร์ส่วนตัวที่สามารถอธิบายความลึกลับที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตให้ฟังได้ในทันที

ดังนั้นหวังเฉิงห่าวจึงหยิบยันต์ออกมาและรวบรวมพลังปราณเอาไว้ พร้อมจะใช้งานมันทันทีที่สังเกตเห็นอะไรผิดปกติ

เขาสามารถบอกได้ว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ !

ชุมชนหลานเทียนเป็นอาคารระดับกลาง 13 ชั้นที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อนานมาแล้ว แต่ไม่มีใครอาศัยอยู่ในชั้นที่ 12 เลยสักคน มันอาจจะเคยมีคนอยู่ แต่ตอนนี้พวกเขาก็ย้ายออกไปจนหมดแล้ว

ดังนั้นชั้นที่ 12 จึงเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและความทรุดโทรม ไม่มีใครรู้ว่ามันถูกทิ้งร้างแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผนังเป็นรอยกระดำกระด่างและเต็มไปด้วยคราบสีดำ ในขณะที่กลิ่นเหม็นอับลอยคลุ้งไปในอากาศ ประตูของห้องพักทั้งหมดถูกเปิดออก สายฝนที่ตกกระหน่ำด้านนอกสาดซัดเข้ามาผ่านบานกระจกที่แตก กระทบเข้ากับประตูห้องอย่างแรง แทบจะเหมือนกับ… มีมือที่มองไม่เห็นจำนวนมากกำลังเคาะประตูอยู่อย่างบ้าคลั่ง

ทั่วทั้งชั้นมืดสนิท

แหล่งแสดงสว่างเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ก็คือแสงจากดวงจันทร์ที่ส่องทะลุกลุ่มก้อนเมฆที่หนาทึบ ส่องแสงสีเงินซีดมาที่ผนังทางเดิน ผู้ใดก็ตามที่มาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จะต้องพบว่าอะดรีนาลีนของพวกเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน

เม็ดเหงื่อเย็นกลิ้งลงมาจากหน้าผากของหวังเฉิงห่าว ความคิดที่ว่าตนจะต้องเข้าไปยุ่งกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติอีกครั้งทำให้ความต้องการที่จะช่วยเพื่อมนุษย์ลดน้อยลง เขาสูดหายใจเข้าช้า ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ ติ๊ง… ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น เขาหันไปมองที่ลิฟต์ และก็พบว่ามันเพิ่งจะมาถึง

ลิฟต์ตัวนี้ออกตัวมาก่อนเขาแต่กลับมาถึงทีหลังเขา…

นอกจากนี้… เขายังได้กลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงออกมาแม้ว่าประตูลิฟต์จะปิดอยู่

“ใจเย็น ๆ… ใจเย็น ๆ สิ !” เขาสูดหายใจเข้าช้า ๆ อีกหลายครั้งเพื่อระงับความกลัวก่อนจะกัดฟันแน่น เดินตรงไปที่ลิฟต์และมองดูประตูลิฟต์ที่เปิดออกช้า ๆ มันดูไม่ต่างอะไรกับรอยแยกไปสู่นรกเลยสักนิด

ครืดดดด… เสียงเบา ๆ ของกลไกที่ดังขึ้นในค่ำคืนที่เงียบสงัดทำให้หูอื้อไปหมด เด็กหนุ่มตัวสั่นเล็กน้อย จากนั้น ทันทีที่มันเปิดออก เขาก็เห็น…

เลือด !

มีเลือดอยู่เต็มไปหมด !

ศีรษะของชายชราถูกวางไว้อยู่ตรงกลางของลิฟต์ ลำตัวของเขาอยู่ที่ไหนก็ไม่อาจทราบได้ ในขณะที่มือและเท้าของเขาถูกวางไว้ตรงมุมทั้งสี่ของลิฟต์ ภาพที่น่าสะพรึงกลัวภายใต้แสงไฟที่ติด ๆ ดับ ๆ ภายในลิฟต์สามารถทำให้ผู้พบเห็นหวาดผวาได้อย่างง่ายดาย !

มันอยู่ที่นี่…

ลมหายใจของหวังเฉิงห่าวเริ่มเบาลง ขนลุกชันไปทั่วร่างขณะที่มองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง เขาสามารถบอกได้ว่าตัวการที่ทำสิ่งนี้ได้อยู่ที่นี่แล้ว !

วิญญาณร้ายพุ่งออกมาจากที่ซ่อนเพื่อหาอาหารทันทีที่ราตรีมาเยือน มันไม่ได้สนใจเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของหวังเฉิงห่าวเลยสักนิด !

อึก… เขากลืนน้ำลายอย่างเป็นกังวล ติ๊ง… ทันใดนั้นเอง ประตูลิฟต์ก็ปิดลงอีกครั้ง และจากนั้นเขาก็ได้เห็น…เงาของชายอีกคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังของเขาในตอนนี้

และชายคนนั้น… ก็กำลังเอามือโอบรอบลำคอของเขาและเตรียมที่จะบีบมันอย่างแรง !

ร่างกายเคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด ภายในหัวของเขาว่างเปล่า มันไม่มีทั้งความกลัวหรือความต้องการที่จะกรีดร้องออกมาสุดเสียง เขารีบหมอบลงและโยนแผ่นยันต์ในมือออกไปด้านหลังทันที

กรี๊ดดดดด !! เสียงกรีดร้องที่น่าสังเวชดังก้องไปทั่วทางเดิน ราวกับมันมีหลุมดำเปิดออกด้านหลังของเขา สายลมรุนแรงถูกดูดเข้าไป หวังเฉิงห่าวรีบหันหลังกลับและพยายามจะถอยหลังไปแนบกับกำแพง แต่เด็กหนุ่มก็ต้องพบว่าด้านหลังของเขา… ไม่มีอะไรอยู่เลย

ความกลัวที่รุนแรงพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจ ความรู้สึกเย็นยะเยือกไหลลงไปตามกระดูกสันหลัง

เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนเราจะพูดอะไรไม่ออกเมื่อเกิดความกลัวอย่างรุนแรง… ริมฝีปากของเขาแห้งสนิท เขาเช็ดเหงื่อบริเวณหน้าผากของตนขณะที่หัวเราะและเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “พี่ฉิน… เห็นนั่นไหม ? ฉันสู้กับวิญญาณด้วยตัวเอง… ฉันกล้าหาญแล้วก็เข้มแข็งเหมือนพี่แล้ว !”

ทันใดนั้น เด็กหนุ่มก็แน่นิ่งไปก่อนจะหันไปมองยังทิศทางหนึ่งพร้อมกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

แอ๊ดดดด… ณ จุดใดจุดหนึ่งของทางเดินที่ทอดยาว ประตูห้องที่ทรุดโทรมถูกเปิดออกเบา ๆ

การได้ยินเสียงแบบนี้ในตอนกลางคืนทำให้หัวสมองของเขาตื้อชาไปหมด !

และจากนั้น… เขาก็ได้ยิน… เสียงฝีเท้า

ดังขึ้นข้าง ๆ ของตัวเอง…

มันแทบจะเหมือนกับ… มีอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นยืนอยู่ข้าง ๆ เขาตลอดเวลาและกำลังจ้องมาที่เขาเขม็ง

จากนั้น เงาอีกเงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนผนัง ติดกับเงาของเขา !

มันเป็นเงาของชายที่มีความสูงตามมาตรฐานทั่วไป และมัน… ยังเพิ่งก้าวออกมาจากเงาของเด็กหนุ่มอีกด้วย ! ตุบ… ครืด… เสียงเดินดังมาตามทางเดิน ค่อย ๆ เข้ามาใกล้ประตูที่เพิ่งถูกเปิดออกมากขึ้นเรื่อย ๆ

เงาดังกล่าวเดินกะเผลก ๆ สลับกันระหว่างเดินกับลากเท้า ดังนั้นทางเดินจึงดังก้องด้วยเสียงที่น่าขนลุกต่อไป เดิน ลาก เดิน ลาก ขณะที่มันเดินตรงมาที่ประตู

มันแปลกมาก หลังจากความหวาดกลัวที่รุนแรงในตอนแรกเริ่ม หวังเฉิงห่าวก็พบว่าหัวใจและจิตใจของเขาค่อย ๆ สงบลง เขาได้เตรียมยันต์อีกแผ่นหนึ่งเอาไว้ ห่อหุ้มมันด้วยพลังปราณของตัวเองขณะที่เดินตามหลังเงาดังกล่าวไปขณะที่พยายามระงับหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมองหาที่พักพิงในสถานการณ์แบบนี้ ดังนั้นหวังเฉิงห่าวเองตัวพิงกับผนังขณะที่เดินตามเงาดังกล่าวต่อไป ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากห้องเพียงสิบเมตรเท่านั้น สิบเมตร… ห้าเมตร… และวินาทีนั้น เด็กหนุ่มก็ชะงักไป เช่นเดียวกับขนบนร่างของเขาที่ลุกชัน !

มันชื้น…

ส่วนของผนังที่เขาเพิ่งเอนตัวพิงนั้นค่อนข้างชื้น…

เขาเหลือบมองมือของตัวเองทันที มันคือ… เลือด !

เขาเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน และก็พบว่ายิ่งเข้าไปใกล้ห้องตรงหน้ามากเท่าไหร่ ผนังที่พิงอยู่ก็เต็มไปด้วยรอยมือที่เปื้อนเลือดมากขึ้นเท่านั้น !

เนื้อ รอยมือที่เปื้อนเลือด !

อันที่จริง มันยังคงเปียกโชกและไหลลงมาที่พื้นอยู่เลยด้วยซ้ำ !

เมื่อครู่นี้ มีใครบางคนเดินตรงไปทางปลายสุดของทางเดินในขณะที่เอนตัวพิงผนังในลักษณะเดียวกับเขา ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คืออีกฝ่ายทิ้งรอยมือที่เปื้อนเลือดนี้ไว้ตามทางไปจนถึงห้องดังกล่าว

อึก… เขาลอบกลืนน้ำลายด้วยความหวาดหวั่น มือใหม่อย่างเขาไม่มีทางสามารถข่มความกลัวในใจของตัวเองได้ และวินาทีนั้นเอง เงาที่อยู่เบื้องหน้าของเขาก็นิ่งไปและหันกลับมามองด้วยความรวดเร็ว !

แต่ร่างของอีกฝ่ายยังคงแน่นิ่ง

มีเพียงส่วนศีรษะเท่านั้นที่หันกลับมา

มันบิดกลับมา 180 องศา แทบจะเหมือนกับแยกออกจากส่วนลำตัวอย่างสิ้นเชิง

หวังเฉิงห่าวอยู่ห่างจากเงาบนผนังไม่ถึงครึ่งเมตรเท่านั้น และเขาก็เห็นว่าเงาดังกล่าวดูเหมือนว่าจะมองมาทางเงาของเขาเอง เขารู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถก้มหน้าหลบหรือมองไปทางอื่นได้ ดังนั้นเขาจึงจ้องไปข้างหน้าเขม็ง

แต่เขามองไม่เห็นอะไรเลย

มีเพียงหน้าต่างที่ปลายทางเดินเท่านั้น ทันทีที่เงาบนผนังหันมา หน้าต่างตรงหน้าก็ถูกเปิดออกพร้อมกับสายลมกระโชกแรง และสายลมเย็นยะเยือกก็พัดเข้ามาในทางเดิน

อึก… ริมฝีปากของเด็กหนุ่มในเวลานี้ปราศจากสีเลือดอย่างสิ้นเชิง แต่ด้วยเหตุผลบางประการ เงาดังกล่าวหันกลับไปและเดินตรงไปที่ห้อง

พรึ่บ… ห้องพักบนชั้นนี้ถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานานมากแล้ว แต่ทันทีที่เงาดำเข้าไปในห้อง หลอดไฟภายในห้องก็สว่างขึ้น

ไม่กี่วินาทีต่อมา แสงไฟภายในห้องที่ส่องออกมาถึงทางเดินด้านนอกก็ฉายให้เห็นเงาสองเงา ผู้ชายและผู้หญิง

“นายมันไร้ประโยชน์ ! ฉันไม่ได้ขออะไรมากเลย แต่แค่กระเป๋าใบเดียวนายกลับไม่สามารถซื้อให้ฉันได้ ?! แบบนี้นายจะมาแต่งงานกับฉันไปเพื่ออะไร ?!” เสียงแหบพร่าของผู้หญิงดังมาถึงทางเดิน หวังเฉิงห่าวกัดฟันแน่น วิ่งไปด้านหน้าและแอบมองเข้าไปด้านใน

ไม่มี !

มันมีแค่หลอดไฟติด ๆ ดับ ๆ หลอดหนึ่งเท่านั้น !

แต่มันไม่มีใครอยู่เลย !

สายลมเย็นยะเยือกยังคงพัดเข้ามาผ่านหน้าต่างที่แตกออก ส่งผลให้สายฝนสาดกระเซ็นเข้ามาภายในห้อง ผ้าม่านที่ขาดวิ่นกระพืออย่างรุนแรง ทุกอย่างด้านในยุ่งเหยิงไปหมด โต๊ะและเก้าอี้ต่างล้มระเนระนาด และข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านอื่น ๆ อย่างเช่นปฏิทิน แจกัน และหนังสือเกลื่อนกระจายกลาดเกลื่อนอยู่บนพื้น

แต่ภาพเงาทั้งสองยังคงโต้เถียงกันต่อไป

“บอกมา !!” เงาของฝ่ายหญิงหยิบแจกันขึ้นมาและปามันใส่กำแพง “ฉันจะแต่งงานกับนายไปเพื่ออะไร ?!”

“นายมันทั้งโง่และไร้ประโยชน์ ! ทำไมไม่รู้จักเรียนรู้จากเหล่าจางที่อยู่ห้องถัดไปและไปที่ทุ่งหญ้าคุนบา ?!”

เงาของฝ่ายชายตอบกลับอย่างแหย ๆ “ทุ่งหญ้าคุนบา… มันต้องเดินลึกเข้าไปอีก มันไม่ปลอดภัย… อีกทั้งยังมีหมาป่าอยู่จำนวนมาก… ฉันได้ยินมาว่าพวกมันวิ่งไล่ตามรถด้วย…”

“มันคงจะดีถ้าพวกมันกัดนายตายไปซะ ! ให้ตายเถอะ ! ทำไมฉันถึงต้องมาแต่งงานกับพวกขี้แพ้แบบนายด้วย ? นายไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ด้วยซ้ำ ! อาหารเพียงอย่างเดียวที่เรามีก็คือขนมปังและผักดอง ! จะบอกอะไรให้นะ …หากนายซื้อกระเป๋าที่ฉันอยากได้มาให้ไม่ได้ภายในเดือนหน้า เราหย่ากัน !”

“แล้วจากนั้นก็มาดูกันว่าจะมีคนโง่ที่ไหนที่ยอมมาแต่งงานกับคนไร้ประโยชน์แบบนายอีก ! มันเป็นโชคร้ายของฉันเองที่ต้องมาพบเจอกับคนแบบนายในชีวิต !”

………………………………………………..

ย้อนกลับมาที่ห้องเฝ้าระวัง ฉินเย่มองดูสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกมากมาย

หวังเฉิงห่าวเคยหวาดกลัววิญญาณพวกนี้จนไม่สามารถขยับตัวได้เมื่อเห็นมัน ไม่คิดเลยว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะกล้าเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองแล้ว

ทำไมคนบางคนถึงต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณซ้ำแล้วซ้ำเล่าในขณะที่คนอื่น ๆ ไม่เคยเจอวิญญาณเลยแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต ?

มันก็เพราะว่าการเผชิญหน้ากับวิญญาณครั้งแรกจะทิ้งร่องรอยของพลังหยินไว้บนร่างของเหยื่อ และทันทีที่มันเกิดขึ้น วิญญาณตนอื่น ๆ ในโลกก็เริ่มคิดว่าเหยื่อเป็นหนึ่งในพวกของตน และพวกมันจึงไม่คิดจะปิดบังตัวตนต่อหน้าเหยื่ออีกต่อไป หากพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่าหวังเฉิงห่าวเคยเผชิญหน้ากับวิญญาณที่แข็งแกร่งอย่างนักเชิดหุ่นนั้นหมายความว่าเขาจะไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้อีกต่อไป

หากไม่ใช่เพราะว่าตลอดมานี้อีกฝ่ายใช้ชีวิตอยู่ภายในเมืองเป่าอัน เด็กหนุ่มก็คงเผชิญหน้ากับวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนไปแล้ว

ฉินเย่เคยบอกให้หวังเฉิงห่าวมีความกล้าอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่คำพูดก็ไม่สามารถเทียบได้กับการเติบโตที่มาพร้อมกับประสบการณ์จริง

หลี่จีสี่ปกปิดแววตาจับสังเกตภายในดวงตาและจดบันทึกข้อมูลไว้ในหัวของตน

เป็นอย่างที่คิด เด็กหนุ่มคนนี้ให้ความสนใจกับหวังเฉิงห่าวจริง ๆ …เขาเคาะนิ้วเบา ๆ บนโต๊ะ นอกจากนี้ อาจารย์ฉินเย่ไม่เคยได้รับการฝึกฝนอย่างเป็นทางการมาก่อน แต่เขากลับถอนหายใจออกมาด้วยความโกรธ ?

ฉินเย่ไม่รับรู้ถึงความคิดของหลี่จีสี่เลยสักนิด หลังจากที่ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดมานานกว่าสิบนาที เขาแทบจะมั่นใจแล้วว่านี่เป็นเพียงวิญญาณขั้นยมเทพเท่านั้น

แต่ทันใดนั้นเอง หางตาของเขาก็กระตุกอย่างรุนแรง

ในวินาทีนั้น วิญญาณทั้งห้าที่อยู่ภายใต้คำสั่งของเขาได้ส่งภาพสองชุดที่แตกต่างกันมาให้

เร็วมาก มันก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ! ภาพทั้งสองชุดถูกส่งมายังหัวของเขาในแทบจะทันที และ… ทั้งสองก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก !

มันเป็นความกลัวที่พวกวิญญาณประสบ

ภาพชุดแรกเผยให้เห็นภาพของกลุ่มก้อนพลังหยินอันหนาแน่นที่พุ่งตัวไปที่ชุมชนหลานเทียนด้วยความเร็วสูง !

นี่มัน… วิญญาณขั้นนักล่าวิญญาณ ? ไม่… มันอาจใกล้จะบรรลุเป็นขั้นยมทูตขาวดำแล้วด้วยซ้ำ ! วิญญาณที่ชั่วร้ายขนาดนี้กำลังเคลื่อนไหวเนี่ยนะ ?! แต่ทำไมล่ะ !? วิญญาณภายในเมืองนี้ไม่ได้มีคนอย่างเชาโยวเต๋าคอยออกคำสั่งสักหน่อย ! นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ?! พวกนักเรียนกำลังเป็นอันตราย ! ฉินเย่ก้มหน้าลงเพื่อซ่อนคลื่นแห่งความตกใจที่เกิดขึ้นกับตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องปกติที่ผู้ฝึกตนขั้นนักล่าวิญญาณจะมีการรับรู้ที่หลากหลายเช่นนี้ และเขาก็ไม่ต้องการให้หลี่จีสี่สังเกตเห็นสิ่งที่น่าสงสัยเกี่ยวกับตัวเอง

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากสัญชาตญาณที่เฉียบคมของเขา

ฟึ่บ ! ภาพภายในหัวยังคงแสดงภาพของกลุ่มก้อนพลังหยินที่พุ่งตัวผ่านวิญญาณทั้งห้าของเขา มันเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง โหยหวนและคร่ำครวญ ราวกับคลื่นแห่งความแค้นกำลังพุ่งมาทางพวกเขา น่าเสียดาย เขาไม่ได้มีเวลาพอที่จะวิเคราะห์ภาพดังกล่าวนัก เพราะหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ต้องตกใจกับภาพชุดที่สองที่ตนได้รับมา

เมืองซินคังใหม่ตั้งอยู่ติดกับขอบของสามมณฑลทางตะวันออก

อันที่จริง เขตแดนของพวกเขาถูกแยกจากกันโดยเทือกเขาเท่านั้น

ภาพชุดต่อไปที่ทำให้ฉินเย่ตกใจเผยให้เห็นกลุ่มก้อนพลังหยินอีกกลุ่มหนึ่งที่หนาแน่นและน่ากลัวกว่ากลุ่มแรก พุ่งตรงมาจากด้านหลังของภูเขา เด็กหนุ่มเห็นเงาของใครบางคนวิ่งอยู่บนพื้น แต่มันกลับไม่มีกายเนื้อเลยสักนิด และเงานั้นก็วิ่งผ่านเทือกเขาและกำลังใกล้เข้ามายังตำแหน่งของพวกเขา ด้วยความเร็วสูง !

“ขั้น… ยมทูตขาวดำ ?!” ความรู้สึกเย็นยะเยือกแผ่ซานไปตามกระดูกสันหลัง

นี่ไม่ใช่วิญญาณขั้นยมทูตขาวดำทั่วไป

ที่เขารู้ก็เพราะว่าเขาเคยสัมผัสกับอะไรแบบนี้มาก่อนถึงสองครั้ง

นี่คือ… พลังหยินที่เป็นลักษณะเฉพาะของมัจจุราชแห่งยมโลก !

นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น ?!

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะพบเห็นการปรากฏตัวขึ้นของวิญญาณในยามค่ำคืน แต่… ทำไมวิญญาณที่แข็งแกร่งสองตนถึงปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน ? ตนหนึ่งกำลังจะบรรลุเป็นขั้นยมทูตขาวดำ ในขณะที่อีกตนหนึ่งเป็นขั้นยมทูตขาวดำแล้ว ! และทั้งสองตนนั้นก็กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้เนี่ยนะ ?!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 319 เขตไล่ล่า D-69 (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved