cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 30 การมาถึงของวิญญาณร้าย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 30 การมาถึงของวิญญาณร้าย
Prev
Next

บทที่ 30 การมาถึงของวิญญาณร้าย

ตัวของฉินเย่ที่นั่งอยู่ที่ปลายเตียงคนไข้ของหวังเฉิงห่าวเองก็มีท่าทีตกใจไม่แพ้กัน เขาขยี้ตาและเอ่ยว่า “ผะ…ผมเอาหนังสือเรียนมาให้เพื่อน แต่เพราะว่ามันดึกแล้ว ผมก็เลยคิดว่าจะนอนที่นี่…”

“ทำไมนายถึงไม่กลับบ้าน?!” จางเฟิงจือก้าวเท้าเข้าไปในห้องและสบตาของฉินเย่ ท่าทางของเขาแสดงให้เห็นชัดเจนว่าหากฉินเย่พูดอะไรที่ผิดหูหรือน่าสงสัย เขาจะเข้าจับกุมตัวเด็กหนุ่มทันที

ทว่าฉินเย่เพียงเกาศีรษะและตอบด้วยน้ำเสียงที่ค่อยจะพอใจ “ผมเองก็อยากจะกลับเหมือนกัน…แต่…ตอนที่ผมมาถึงที่นี่มันก็ 6 โมงเย็นแล้ว…”

ประกาศสาธารณะ…

จางเฟิงจือหลับตาลงและถอนหายใจออกมา

เขาไม่สามารถบอกได้ว่าอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ภายในใจมากมายขนาดไหน มันแทบจะเหมือนกับเขากำลังวิ่งไล่ตามดวงจันทร์ไม่มีผิด เห็นมันอยู่ตรงหน้าแต่กลับไม่สามารถทำอะไรได้

ตอนนี้เขานึกเกลียดประกาศพวกนั้นขึ้นมาทันที หากไม่ใช่เพราะมันถูกเปิดวนซ้ำ ๆ แบบนั้น ฉินเย่ก็คงจะไม่สามารถอธิบายสาเหตุที่ตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ แต่ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น…ความน่าสงสัยของอีกฝ่ายจึงถูกตัดออกไปทันที

ทุกอย่างมันดูบังเอิญเกินไป แต่อีกฝ่ายกลับพูดว่ามันไม่ได้มีอะไรนอกจากความบังเอิญ

ที่แย่ที่สุดก็คือแม้ว่าจะมีระบบเฝ้าระวังที่พวกเขาใช้ ในการตรวจจับตัวตนเหนือธรรมชาติจะครอบคลุมมากแค่ไหน ทว่าที่โรงพยาบาลแห่งนี้กลับไม่มีกล้องวงจรปิดภายในห้องพักเลย แต่เขาก็รู้ดี…ทางโรงพยาบาลไม่มีทางยอมให้มีอะไรแบบนี้อยู่แล้ว

เมื่อเขาพูดอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “ถ้าอย่างงั้น พวกนายเห็นหรือว่าเจออะไร…ที่แปลกประหลาดขึ้นก่อนหน้านี้หรือเปล่า?”

“อะไรเหรอครับ?” เด็กหนุ่มทั้งสองกะพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงง

จางเฟิงจือมองทั้งคู่อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะย่อตัวลง

ที่ใต้เตียงเองก็ไม่มีอะไรเหมือนกัน

เขาไม่อยู่ที่นี่จริง ๆ หรือ?

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความขุ่นข้องใจของเขาเพียงอย่างเดียวจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?

เขาลุกขึ้นยืนตัวตรงขณะที่ถอนหายใจออกมา วินาทีนั้น แส้ปัดเป่าวิญญาณของเขาก็พุ่งออกมาจากแขนเสื้อและกวาดไปใต้เตียงราวกับสายฟ้าฟาด

ก็ยังไม่เจอ

“เฮ้อออ…” เขาส่ายศีรษะและถอนหายใจออกมา ทว่าขณะที่เขาจะเดินจากไป เขาก็เดินไปที่หน้าต่าง “ฉันจำได้ว่า…นางพยาบาลบอกว่านายไม่ควรโดนลมไม่ใช่เหรอ?”

“หะ..เหรอครับ?” หวังเฉิงห่าวตอบอย่างอึกอัก “เครื่องปรับอากาศทำให้อากาศภายในห้องอบอ้าวไปหน่อย ผมก็เลยเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเข้ามาบ้าง”

“แน่ใจเหรอว่านายเป็นคนเปิดมันเอง? ลองคิดดูดี ๆ อีกทีสิ”

หวังเฉิงห่าวขมวดคิ้ว “แน่นอนสิครับ มีอะไรหรือเปล่า?”

เงียบ

ไม่กี่วินาทีต่อมา จางเฟิงจือก็หมุนตัวและเตรียมจะเดินจากไป “นายพักผ่อนเถอะฉันไม่กวนแล้ว…”

กึก….ทันทีที่ประตูปิดลง ฉินเย่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“จบสวย” อาร์ทิสเอ่ยชื่นชมออกมาอย่างจริงใจ “อย่างแรก เจ้าสามารถปกปิดพลังหยินที่อยู่รอบตัวของตัวเองได้โดยการเอาตัวไปอยู่ท่ามกลางสถานที่ที่พลังหยินของชู้รักคนนั้นหลงเหลืออยู่ แม้ว่าเจ้าจะสามารถปกปิดตัวตนของตัวเองได้ แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าการตรวจสอบทั่วเมืองจะลงรายงานว่าเจ้าไม่ได้อยู่ที่ร้านชีวิตหลังความตายอยู่ดี และเมื่อรวมเข้ากับความจริงที่ว่า เจ้าได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยตั้งแต่ก่อนหน้านี้ มันก็ย่อมดึงความสนใจของรัฐบาลมาที่ตัวเจ้าในฐานะผู้ต้องสงสัยของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้อยู่ดี”

“แต่เจ้าสามารถดึงกระต่ายออกมาจากหมวก เล่นกล ตลบหลังพวกเขาได้โดยทิ้งตัวตนที่มองไม่เห็น และปรากฏตัวต่อสายตาของคนพวกนั้นด้วยร่างอีกร่างหนึ่ง และตอนนี้พวกเขาก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าคนที่พวกเขากำลังตามหาได้อยู่ตรงหน้าตัวเอง เจ้าไม่เพียงแต่หลุดจากแหขนาดใหญ่ที่พวกเขาหว่านไปทั่วทั้งเมือง แต่เจ้ายังสามารถสร้างข้อแก้ต่างที่สมบูรณ์แบบให้ตัวเองได้ด้วย….ข้าสามารถพูดได้เลยว่าการใช้ชีวิตมาหลายทศวรรษของเจ้านั้นมิได้เสียเปล่าเลยสักนิด”

ทว่าฉินเย่กลับนั่งลงที่ปลายเตียงด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน

ตอนนี้เขากำลังรู้สึกเหมือนกับปลาที่ดิ้นรนและพยายามหลบหนีการถูกจับมาตลอดทั้งคืน และในวินาทีที่ใกล้จะถูกจับ เขากลับหลุดออกมาจากแหและว่ายลงไปในท้องทะเลอีกครั้ง

รู้สึกใจชื้นขึ้นมากจริง ๆ

วินาทีนั้น น้ำแก้วหนึ่งก็ถูกยื่นมาตรงหน้า เมื่อฉินเย่เงยหน้าขึ้น เขาก็สบตาเข้ากับหวังเฉิงห่าว

“ตอนนี้…เราเป็นเพื่อนกันแล้วใช่หรือเปล่า?” วินาทีต่อมา อีกฝ่ายก็พึมพำเสียงเบาอย่างติดจะไม่แน่ใจ “ก่อนหน้านี้…นายบอกว่า…ถ้าฉันช่วยนาย นายจะตอบทุกอย่างที่ฉันอยากรู้ใช่ไหม….”

“…นายจะว่าอย่างนั้นก็ได้” ฉินเย่รับแก้วน้ำมาจิบ ความอุ่นของน้ำที่ไหลลงไปตามลำคอทำให้หัวใจที่เต้นแรงของเขาสงบลง

“ถ้าอย่างนั้น…”

“อย่าตัดสินใจเร็วนักสิ” ฉินเย่หลับตาลง “การเป็นเพื่อนของฉันมันไม่ง่ายหรอกนะ”

“ฉันไม่กลัว!”

ฉินเย่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขามองไปยังอีกฝ่ายอย่างสงสัย “ฉันจะยกตัวอย่างให้นายฟังก็แล้วกัน อย่างเช่น…ตอนนี้นายมีเพื่อนคนหนึ่งที่อายุเท่ากัน แต่หลังจากเวลาผ่านไป ตอนที่ใบหน้าของนายเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น นายได้นัดพบกับเพื่อนคนนี้อีกครั้งและพบว่าเขาไม่แก่ขึ้นเลยสักนิด อันที่จริง เขายังคงเบื่อหน่ายกับการเป็นสิวผดและเล่นอะไรแผลง ๆ ต่อหน้านายตามประสาเด็กวัยรุ่นทั่วไป นายจะทำยังไง?”

“ฉันจะฉีกร่างมันเป็นชิ้น ๆ!!!” หวังเฉิงห่าวเอ่ยออกมาอย่างอาฆาต

“ฉันขอโทษด้วยนะที่บังคับนาย” ฉินเย่ลึกขึ้นและเตรียมจะเดินจากไป

“เห้ย…อย่าเพิ่งไป! เกิดอะไรขึ้น? ฉันพูดอะไรผิดเหรอ? ไม่ใช่ว่าเราเป็นเพื่อน…”

………………………………………………..

วี้หวอ!…วี้หวอ!…วี้หวอ!…ในเวลาเดียวกันกับที่จางเฟิงจือออกมาจากโรงพยาบาล หน่วยอาชญากรรมของนครเซี่ยเจียงก็รวมตัวกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้บัญชาการคนหนึ่งที่ถืออาวุธและยืนอยู่หน้ากองกำลังทั้งหมดไม่ใช่ใครอื่นนอกจากรองหัวหน้าหลินเชาเซิง ชายผู้ซึ่งลุกตัวออกมาจากเตียงในกลางดึก

“ทุกคน” สายตาของเขากวาดไปทั่วกองกำลังตำรวจที่ยืนเป็นระเบียบอยู่ต่อหน้าตน “ผมสามารถพูดได้เลยว่าแม้จะมีการระดมพลในกลางดึกเช่นนั้น แต่พวกคุณทุกคนกลับมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและไม่มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าเลยสักนิด นั่นแสดงให้เห็นว่าผม หลิงเชาเซิง ได้เลือกคนถูกแล้ว”

“เกิดเหตุอะไรขึ้นครับ?” ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น “ช่วงนี้มีเหตุการณ์แปลก ๆ เกินขึ้นตั้งเยอะ! อย่างการฆาตกรรมที่เกิดขึ้นถึงสามครั้งติดต่อกันภายในนครเซี่ยเจียง แต่พวกเขากลับไม่ให้พวกเราเข้าไปตรวจสอบเลยด้วยซ้ำ!”

“ใช่ครับ” ชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งเอ่ยสมทบ เขามีดวงตาที่เปล่งประกายแวววาวแม้ว่าสีผิวของเขาจะดูเหลืองเล็กน้อย “พวกเขามีสิทธิ์อะไรกัน? จู่ ๆ หน่วยสอบสวนพิเศษแห่งชาตินั่นก็โผล่ขึ้นมาและเข้าควบคุมคดีทั้งหมดของเราในคราวเดียว พวกเขาจะมาชำนาญกว่าพวกเราที่มีประสบการณ์ในด้านนี้มานานได้อย่างไรกัน?”

“พอ ๆ…” หลิงเชาเซิงเอ่ยขัดอีกฝ่ายอย่างติดตลกก่อนจะเอ่ยกับทุกคนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พวกคุณทุกคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของผมในเวลานี้คือเหล่าหัวกะทิ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงเชื่อมั่นว่าพวกคุณจะสามารถรับมือกับวิกฤตที่กำลังใกล้เข้ามาถึงได้ ทิ้งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเมืองเซี่ยเจียงซะ แล้วไปที่เมืองชิงซีทันที”

“เกิดเรื่องขึ้นในเมืองชิงซีเหรอครับ?” ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าซีดเหลืองเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

หลินเชาเซิงขมวดคิ้วยุ่งและเอ่ยต่อว่า “คุณลืมกฎพื้นฐานไปแล้วหรือ? อย่าถามในสิ่งที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้ ไปที่รถและเตรียมมุ่งหน้าไปที่เมืองชิงซีเดี๋ยวนี้! นี่คือคำสั่ง!”

เมื่อได้รับคำสั่ง กองตำรวจทั้งหมดต่างก็แยกไปทำหน้าที่ของตนโดยเร็ว สิ่งที่ทำให้พวกเขาตื่นเต้นมีที่สุดก็คือความจริงที่ว่าในที่สุดพวกเขาก็ได้ใช้กระสุนจริงเสียที ซึ่งมันหมายความว่ามันมีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะได้ใช้ปืน!

โอกาสที่จะได้ยิงนั้นเป็นแค่เรื่องรอง เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก็คือระดับความรุนแรงของสถานการณ์ที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มันสำคัญยิ่งกว่าคดีฆาตกรรมสามคดีติดที่เมืองเซี่ยเจียงเสียอีก!

“ฉันล่ะเคารพรองหัวหน้าหลินจริง ๆ!” ทันทีที่ขึ้นมาบนรถ ตำรวจหนุ่มคาบบุหรี่อยู่ที่ปากเอ่ยกับเพื่อนร่วมงานของตน “เขาสามารถรับมือกับคดีอาชญากรรมใหญ่ ๆ ที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าอยากได้! แม้ว่าเขาจะอายุ 45 แล้วแต่เขาก็ดูมีแรงกว่าคนหนุ่มอย่างฉันเสียอีก! ประวัติของเขาเองก็แทบจะสมบูรณ์แบบ ถ้าหากเขาไม่ได้เป็นผู้บัญชาการคนต่อไปนะ ฉันขอลาออกเลย!”

“นั่นสิ เขาสุดยอดมากจริง ๆ” เพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอ่ยพร้อมกับสตาร์ทเครื่องยนต์ “อย่างคดีปริศนานั้น ไม่มีใครว่าเธอจะถูกฆาตกรรม แต่รองหัวหน้าหลินกลับสามารถต่อสู้กับความเป็นไปได้ทั้งหมดและพิสูจน์ให้เห็นว่าทุกคนนั้นคิดผิด แถมเขายังได้คำสารภาพทั้งหมดของเธอมาอีกด้วย สุดยอด สุดยอดมาก จริง ๆ”

…………………………………………….

บนรถของรองหัวหน้าหลินเชาเซิง ตำรวจหนุ่มนายหนึ่งพึมพำเสียงเบา “รองครับ…วันนี้คุณเป็นคนขับรถได้หรือเปล่าครับ?….ผะ ผมรู้สึกว่าตัวเองอาจจะไม่สบาย…”

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?” หลินเชาเซิงค้นหาบางอย่างภายในรถอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นยาแก้หวัดให้กับอีกฝ่าย “ถ้าไม่สบายคุณก็ไม่ควรไป ร่างกายของคุณสำคัญที่สุด เข้าใจหรือเปล่า?”

“เดี๋ยวผมก็ดีขึ้น! เดี๋ยวผมก็ดีขึ้นแน่นอนครับ ให้ผมไปด้วยเถอะครับ!”

“ผมรู้ว่าผมสามารถไว้ใจคุณได้” หลินเชาเซิงหัวเราะออกมาเล็กน้อยและสตาร์ทรถทันที

ขบวนรถตำรวจทั้งหมดเริ่มเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบ ปิดเสียงไซเรน และมุ่งหน้าสู่ทางหลวง

หลินเชาเซิงจุดบุหรี่ขึ้นสูบและขับตามขบวนรถเป็นลำดับสุดท้าย รักษาความเร็วคงที่ไปตลอดทาง

กองหลัง นี่คือตำแหน่งของเขาในขบวนรถนี้ รวมถึงหน้าที่ของเขาในฐานะรองหัวหน้าด้วยเช่นกัน

หมวกตำรวจของเขาถูกวางอยู่บนแผงหน้าปัดโดยที่ตราประจำชาติหันหน้าเข้าหาเขา ภายในใจของรองหัวหน้าหน่วยเวลานี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

เมื่อไม่นานมานี้มีหลายอย่างเกิดขึ้น พวกระดับสูงต่างปฏิเสธที่จะให้เหตุผลในเรื่องนี้ แต่มันก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าหน่วยงานที่ชื่อว่าหน่วยสอบสวนพิเศษแห่งชาติได้รับมือกับ “คดียาก ๆ” ทั้งหมดที่เป็นของหน่วยอาชญากรรมไปจนหมด ซ้ำร้ายยังกันพวกเขาออกมาจากกระบวนการสืบสวนทั้งหมดด้วย เมืองเซี่ยเจียงนั้นตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างสองจังหวัด นั่นจึงหมายความว่ามันตกอยู่ภายในขอบเขตอำนาจของหน่วยอาชญากรรม การถ่ายโอนคดีก็เป็นเหมือนกับการแย่งอาหารของพวกเขา และมันก็ทำให้สมาชิกในหน่วยต่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ในฐานะของเจ้าหน้าที่ตระเวนชายแดน มันก็เป็นหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องเชื่อฟัง

ดังนั้นเขาจึงเก็บความคิดเห็นทั้งหมดไว้กับตัว

“อีกเพียงไม่กี่ปี มันก็จะถึงเวลาเปลี่ยนผู้บัญชาการแล้วใช่หรือเปล่านะ?” บนทางด่วนในยามกลางคืนนั้นเงียบสงัด เขามองไปรอบ ๆ อย่างใจเย็น ยังคงขับรถอยู่ในเลน ด้วยความเร็วที่คงที่

“เรา หลินเชาเซิง ได้พิสูจน์ตัวเองในทั้งคุณสมบัติและความสามารถ ไม่ว่าจะยังไง มันก็ถึงคราวที่เราจะได้ขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์บ้างแล้วไม่ใช่หรือ?”

ชายวัยกลางคนยิ้มกับตัวเอง แต่แล้วจู่ ๆ เขาก็นึกถึงภรรยาและลูกสาวที่อยู่ที่บ้านขึ้นมา ก่อนจะรู้สึกผิดเล็กน้อย

ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงเคาะเบา ๆ ดังขึ้น ก๊อก ก๊อก….

เสียงอะไร?

เขาหันไปมองทางซ้ายและขวา ไม่มี….

เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจและขับรถต่อ ทว่า….เสียงเคาะนั้นกลับดังขึ้นอีกครั้ง ก๊อก ก๊อก….ครั้งแล้วครั้งเล่า และความถี่ของมันก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน! จนครั้งล่าสุด เสียงเคาะนั้นดูเหมือนกับมันดังมาจากข้างหูของเขานี่เอง!

ภายในค่ำคืนที่มืดสนิท รถสีดำสนิทได้ขับผ่านไปบนทางด่วนที่มืดมน

เสียงเคาะที่ดังขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไปดังก้องราวกับเสียงของระฆังมรณะ…!

ก๊อก ก๊อก….หลินเชาเซิงเริ่มวิเคราะห์ความถี่ของเสียงเคาะดังกล่าว มันดังขึ้นทุกๆ 5 วินาที และมันก็มักจะดังมาจากทางซ้าย ด้วยเหตุนี้ เขาจึงหันศีรษะไปมองนอกหน้าต่างทางซ้ายมือของตนทันที ทว่าทันใดนั้นเขาก็ต้องร้องออกมาอย่างหวาดกลัว หักพวงมาลัยรถด้วยความตกใจ ส่งผลให้รถหลุดออกนอกเส้นทาง!

โครมมมมม!

“อ๊ากกก…..!!!” รถของเขาพุ่งเข้าชนข้างทาง ใบหน้าผากของชายวัยกลางคนเปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ ขณะที่หัวใจของเขาแทบจะทะลุออกมาจากอก

เมื่อครู่นี้….วินาทีที่เขาหันไปมอบด้านข้าง เขาเห็น…ผู้ชายในชุดเสื้อโค้ทสีดำ สวมหมวกดำและแว่นกันแดดสีดำกำลัง…ใช้มือเคาะกระจกอยู่แม้ว่าเขาจะกำลังขับรถด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง!

เป็นไปได้ยังไง?!

ก๊อก ก๊อก….เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ มันก็ทำให้ร่างของเขาชะงักไป

ครั้งนี้…เสียงมันไม่ได้มาจากนอกรถ

แต่มันดังมาจากภายใน

กึกกก…..ทันใดนั้น รถก็ดับลง

แม้ว่าหลินเชาเซิงจะกล้าหาญและใจกล้าเพียงใด แต่เขาก็ไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้สั่นได้เมื่อต้องประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ ความรู้สึกหวาดกลัวเข้าเกาะกุมทุกอณูผิวของเขา ความรู้สึกเย็นวาบไหลลงไปตามกระดูกสันหลัง

ด้วยมือที่สั่นเทา เขาเปิดหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาและใช้ไฟฉายในโทรศัพท์เพื่อมองกระจกหลังของตน

“อ๊ากกกกก!!!”

เสียงกรีดร้องดังขึ้นไปทั่วรถ

ภาพที่สะท้อนจากกระจกหลังคือภาพของตำรวจหนุ่มที่ในเวลานี้กำลังมีเลือดไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด ดวงตาของเจ้าหน้าที่หนุ่มเต็มไปด้วยเลือด ผิวของเขาซีดขาวและไร้สีเลือด ปากเปิดกว้าง เผยให้เห็นฟันซี่ขาวสองชุด อีกฝ่ายนั่งนิ่งอยู่กับที่นั่งของตน แต่ดวงตาของเขากลับจับจ้องมาที่ชายวัยกลางคน!

จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากศพ!

เขาขับรถมากับศพตลอด 10 นาทีที่ผ่านมา!

และสิ่งที่ทำให้มันแย่กว่าเดิมก็คือมันคือศพร่างนี้นี่เอง…ที่เคาะกระจกทุก ๆ 5 วินาที

“คุณรู้หรือเปล่า…ว่าทำไมพวกวิญญาณร้ายถึงไม่ไปปรากฏตัวที่ค่ายทหารและสถานีตำรวจ?” น้ำเสียงแหบแห้งดังมาจากร่างของตำรวจหนุ่ม ทว่าริมฝีปากและลำคอของศพกลับไม่ขยับเลยสักนิดขณะที่เอ่ยออกมา กลับกัน ดวงตาที่แดงก่ำของเขานั้นดูเหมือนจะนูนออกมาอย่างน่ากลัวราวกับจะหลุดออกมาจากเบ้า

“คะ คุณ…เป็นตัวอะไรกันแน่?!” ในเวลานี้ หลินเชาเซิงรู้สึกราวกับว่าหัวใจของเขาได้หยุดเต้นไปแล้ว จากนั้นเขาจึงรีบเอื้อมมือไปหยิบหมวกตำรวจของตนทันที

“อย่าเข้ามานะ….ผมมีปืน…และนี่ก็ตราประจำชาติ….”

เขาเคยได้ยินมาว่าผู้ร้ายไม่สามารถเข้าใกล้สัญลักษณ์ประจำชาติได้ นอกจากนั้นพวกมันยังไม่สามารถเข้าไปในสถานที่อย่างค่ายทหารหรือสถานีตำรวจได้ด้วย!

ทว่าตำรวจหนุ่มเพียงหัวเราะออกมา มือของเขาวางลงบนหัวเข่าและหลังเหยียดตรง มีเพียงส่วนปากของเขาเท่านั้นที่แย้มยิ้มแปลกประหลาดและน่ากลัวอย่างเหลือเชื่อ

“มันก็เพราะว่าในสถานที่พวกนั้นมีพลังหยินที่เข้มข้นอยู่ แต่คุณ ในทางกลับกัน…หลินเชาเซิง…เมื่อ 7 ปีที่แล้ว คดีฆ่าหั่นศพที่คุณรับผิดชอบในเขตหม่าโค่ว ตอนนั้น คุณได้บังคับให้แม่หม้ายตระกูลจางยอมรับความผิดโดยการใช้ประโยชน์จากลูกชายปัญญาอ่อนของเธอ หลังจากนั้นเธอก็ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และคุณก็ได้ให้สัญญากับเธอว่าคุณจะดูแลลูกชายของเธอ แต่อีกสามปีต่อมา เด็กคนนั้นกลับต้องอดตายจนเสียชีวิตอยู่บนท้องถนน”

ตัวของเขาสั่นเทา และชายวัยกลางคนกลับไม่สามารถหาคำใด ๆ มาพูดโต้แย้งได้เลย

“เมื่อ 4 ปีที่แล้ว…ชื่อเสียงของคุณโด่งดังขึ้นมาเมื่อคุณไขคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนั้นได้….เมื่อได้ลิ้มรสความสำเร็จที่หอมหวาน คุณก็ยังคงใช้ ‘การลองผิดลองถูก’ นี้ต่อไป คุณได้บีบบังคับชายวัย 60 ปีให้สารภาพผิดกับความผิดของเขาโดยการสัญญาว่าคุณจะดูและหลายชายวัย 7 ขวบของเขา แต่เมื่อผ่านไปหนึ่งปี หลังจากที่เขาถูกสั่งโทษจำคุกตลอดชีวิต หลานของเขาก็ถูกขายให้กับพวกค้ามนุษย์…รู้สึกว่าราคาน่าจะประมาณ 100,000 หยวน…”

“ผมอาจจะไม่กล้าไปปรากฏตัวบนรถคันอื่น ๆ ในขบวนนี้…แต่รถของคุณนั้นดูเหมือนจะส่งเสียงเรียกหาผมนะ….บอกผมทีสิ คุณคิดว่าตราประจำชาติจะปกป้องเศษสวะอย่างคุณอย่างนั้นเหรอ?”

ด้วยมือที่สั่นระริก หลินเชาเซิงยิงไปที่เบาะหลัง “กะ กะ แก…แกเป็นตัวอะไรกันแน่?!!”

“ผมเป็นหมอ….” ศพด้านหลังหัวเราะออกมาเบา ๆ “หมอที่เชี่ยวชาญในการรักษาสิ่งมีชีวิต…และซากศพ”

“และบังเอิญ…ว่าผมเองก็คิดว่าจะเดินทางไปที่เมืองชิงซีเช่นกัน และรูปร่างอันอัปลักษณ์ของคุณก็เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นภาชนะของผม….”

ซ่าาาา! เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วหน้าต่างของรถยนต์คันสุดท้ายในขบวน ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอันน่าสังเวชของหลินเชาเซิงที่ดังก้องท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสนิท

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 30 การมาถึงของวิญญาณร้าย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved