cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 3 คำพิพากษาจากนรก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 3 คำพิพากษาจากนรก
Prev
Next

บทที่ 3 คำพิพากษาจากนรก

ต้นคอของฉินเย่แข็งเกร็งขึ้นมาทันทีที่เลือดหยดลงมามากกว่าเดิม แม้ว่าทั้งห้องจะถูกปกคลุมด้วยความมืด แต่ฉินเย่ก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ค่อย ๆ ยกโทรศัพท์ในมือขึ้นส่องไปยังเพดานที่อยู่เหนือศีรษะของตัวเอง

เสี้ยววินาทีนั้นเด็กหนุ่มมองเห็นปากที่อ้ากว้างประมาณหนึ่งฟุตพร้อมกับร่างขาวซีดห้อยอยู่บนเพดาน!

พร้อมกับเสียงขู่ฟ่อที่ดังขึ้น ฟันอันแหลมคมของมันก็กัดลงมาอย่างรุนแรง!

เมื่อมองจากทางด้านหลัง ภาพที่เห็นคือร่างเปลือยเปล่าของเด็กที่มีลำตัวผอมแห้งเกาะอยู่บนศีรษะของฉินเย่โดยที่กัดชายหนุ่มไปด้วย

“อ๊ากกกก!!!” อี้หลงและเฉิงห่าวร้องเสียงหลง ทั้งคู่ยืนตาเหลือกและหมดสติไปในวินาทีต่อมา

แต่กลับไม่มีเสียงน่าสยดสยอง อย่างเสียงของกระดูกถูกบดขยี้จากคมเขี้ยว ที่กัดลงไปอย่างแรงดังเล็ดลอดออกมาเลยสักนิด

เมื่อเอี้ยวหลังกลับมา ในมือของฉินเย่ก็ถือไม้เท้าสีเงินที่สลักลายดอกบัวเอาไว้ที่ปลายทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ และแทงมันเข้าไปในปากของผีเด็กตัวนั้นอย่างแรงทันที

“อึก….อ่อก!!!” ร่างของมันบิดไปมาเมื่อมันพยายามที่จะปิดปากลง แต่น่าเสียดาย…ไม้เท้าสีเงินที่สอดอยู่ในปากของมันขัดขวางมันเอาไว้

เวลานี้..สีหน้าของฉินเย่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันมีทั้งความขบขันและความเฉยเมย เขายิ้มและเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ ว่า “ในที่สุดเจ้าก็ปรากฏตัวออกมาเสียที….หึหึ”

“รู้อะไรไหม? ข้าตามหาเจ้ามาเป็นเวลานานถึงเพียงนี้ ทั้งต้องแสร้งทำตัวอ่อนแอและขี้ขลาดตาขาว แต่ในที่สุด…ความพยายามของข้าก็ไม่สูญเปล่า…”

ตู้ม!

ทันทีที่พูดจบประโยค กลุ่มควันสีดำที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็ระเบิดออกมาจากร่างของฉินเย่ ในขณะเดียวกัน น้ำเสียงอันน่าเกรงขามก็ดังขึ้นมาในความมืด “ด้วยคำพิพากษาจากนรก…เหล่าดวงวิญญาณทั้งปวงจงสูญสิ้น!”

พรึ่บ! ลมพายุที่พัดเข้ามาอย่างกะทันหัน ได้กวาดเอาเศษฝุ่นที่กองอยู่บนพื้นทั้งหมดออกไปจากห้องด้วยคลื่นพลังที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แม้แต่ผ้าม่านเองก็ปลิวไปเช่นกัน

ทันทีที่พายุเริ่มพัด ดวงตากลวงโบ๋บนใบหน้าของเด็กน้อยก็เบิกกว้างกว่าเดิม

วิญญาณมีร่างกายทางกายภาพด้วยงั้นเหรอ?

บางที อาจเป็นเพราะว่าเด็กน้อยสัมผัสแล้วว่า คลื่นพลังสีดำที่โอบล้อมร่างของตัวเองนั้นเทียบไม่ได้เลยกับคลื่นพลังหยินที่ห่อหุ้มร่างของฉินเย่อยู่อย่างหนาแน่น หมุนวนอย่างรุนแรงก่อเป็นกระแสน้ำวนสีดำ

กลัว….ร่างของเด็กน้อยสั่นระริก ความรู้สึกนี้…ความรู้สึกที่เล็ดลอดออกมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ แสดงถึงสัญชาตญาณเบื้องต้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับขุมพลังที่มากกว่า

ใช่….เขาเคยได้ยินเรื่องนี้ขุมพลังแบบนี้มาก่อน…มันคือ…

ทันใดนั้นร่างของเด็กน้อยก็สั่นสะท้าน เขากรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน พยายามจะวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ยมทูต!!! ยมทูต!!! ประตูนรกเปิดแล้ว!! เขามาที่นี่เพื่อจับเรา!!”

ฟึ่บ! เขารีบวิ่งหนีราวกับสุนัข ลืมถึงความจริงที่ว่ามีไม้เท้าสีเงินสอดอยู่ในช่องปากของตัวเองไปเสียสนิท สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของเขาตอนนี้ก็คือความกลัว…เป็นความหวาดกลัวที่มากกว่าที่เฉิงห่าวและอี้หลงประสบรวมกันหลายพันเท่า!

เป็นยมทูตไปได้อย่างไร?

คนพวกนี้ไม่เคยปรากฏตัวที่ไหนมากว่าร้อยปีแล้ว! ไม่…นี่จะต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่ ๆ ปกติแล้วพวกยมทูตจะแต่งตัวคล้ายกับเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่แต่ละคนก็จะมีพลังมากมายมหาศาล มากพอที่จะสามารถจัดการกับเหล่าดวงวิญญาณร้ายได้อย่างง่ายดาย

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ประตูและหน้าต่างที่ถูกปิดสนิทก่อนหน้านี้ถูกเปิดออกทันทีที่ดวงวิญญาณของเด็กน้อยพุ่งตรงออกไปด้านนอก แต่ทันใดนั้นเอง โซ่เส้นยาวพร้อมตะขอก็พุ่งออกจากปลายของไม้เท้าวิเศษ ตรงไปที่ผีตัวนั้นราวกับเป็นเครื่องตามตัวที่มีประสิทธิภาพ

นี่คือโซ่สำหรับการจับดวงวิญญาณชั้นแนวหน้าที่ทำมาจากโซ่สีเงินขาว และทันทีที่มันสัมผัสโดนตัวเป้าหมาย มันก็เริ่มเปล่งแสงออกมาพร้อมกับอักขระโบราณที่ปรากฏขึ้น เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น วิญญาณเด็กน้อยที่พยายามวิ่งหนีอย่างกระเสือกกระสนล้มลงกับพื้นอย่างรุนแรงจนฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว

“ข้าคือผู้ที่แบกรับคำพิพากษาแห่งนรก เจ้าคิดว่าตัวเองจะสามารถหนีไปได้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”

ด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง ฉินเย่จับโซ่ในมือแน่นขึ้น ร่างของเด็กน้อยถูกดึงกลับมาขณะที่เขายังคงสำลักอย่างหายใจไม่ออก ประตูห้องเรียนถูกปิดลงอย่างแรงอีกครั้ง

โครม! โต๊ะเรียนและเก้าอี้ที่เรียงรายอยู่ภายในห้องทั้งหมดพังทลาย โซ่ถูกดึงกลับมาที่ไม้เท้าสีเงิน ในขณะเดียวกัน ร่างของเด็กน้อยส่งเสียงร้องโอดครวญ ระเบิดเป็นกลุ่มก้อนพลังสีดำที่กระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง ทันใดนั้นน้ำเสียงแหบพร่าที่เจือด้วยความอาฆาตพยาบาทก็ดังขึ้น “เมื่อคำพิพากษาจากนรกมาถึง ยมทูตขาวดำ [1] จะมาจับกุมดวงวิญญาณทุกดวง….ยมทูต…มันยังคงมียมทูตอยู่จริง ๆ!”

ที่กลางห้องเรียน ขุมพลังสีดำที่ก่อตัวเป็นวงน้ำวนขนาดใหญ่ก่อนหน้านี้ ระเบิดออกอย่างรุนแรง ใบหน้าของฉินเย่เปลี่ยนเป็นซีดขาว เวลานี้…เขาอยู่ในชุดเสื้อคลุมยาวสีดำปักด้วยลวดลายสวยงาม ในมือมีโซ่วิญญาณคล้องอยู่ และสวมหมวกลายฉลุทรงสูงสีดำ พลังจากใต้พิภพแผ่ออกมาจากทั้งแขนเสื้อและปกเสื้อของเขา ในขณะที่เสื้อคลุมพลิ้วไหวอย่างน่ากลัวทั้ง ๆ ที่ปราศจากสายลม ซึ่งทำให้ฉินเย่ดูสง่าและน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก

เขาเอื้อมมือไปจับฝักกระบี่ที่อยู่ข้างเอวและเอ่ยเสียงดัง “บอกชื่อของเจ้ามา!!!”

ไม่มีเสียงตอบรับ แต่หลังจากผ่านไปหลายวินาที น้ำเสียงอาฆาตก็ดังขึ้น “ทางยมโลกได้วางมือจากโลกมนุษย์มาเป็นเวลามากว่า 100 ปีแล้ว แล้วท่านมีสิทธิ์อะไรมาขวางข้า?”

ฟึ่บ…ฉินเย่ดึงกระบี่ออกมาจากฝักและใช้นิ้วลูบบนตัวเล่มของมันอย่างแผ่วเบา “ถ้าอย่างนั้น…ก็ถือเสียว่าวันนี้เป็นวันแรกในการเปิดทำการของนรกอีกครั้งก็แล้วกัน”

“ท่าน!!!” เสียงกรีดร้องดังขึ้น หน้าต่างและประตูถูกเปิดออกพร้อมกันอีกครั้ง ลมพายุรุนแรงพัดเข้ามาภายในห้อง

“หึหึหึ…ข้าเพิ่งกลับมาทำหน้าที่ในฐานะยมทูตเป็นวันแรกแท้ ๆ…หนีไปก่อนแบบนี้มันไม่เสียมารยาทไปหน่อยหรือ?”

ฉินเย่เอ่ยเบา ๆ ทันทีที่เขาพูดจบ เสียงฟันแผ่วเบาดังแหวกขึ้นมาในอากาศ ใบมีดของเด็กหนุ่มนั้นบางเบาราวกับหิมะ

ทุกสิ่งโดยรอบหยุดนิ่งลง…

เสียงกรีดร้องดังก้องในยามค่ำคืน แต่ดูเหมือนจะถูกกลบด้วยเสียงของสายฝนที่ตกกระหน่ำอยู่ทางด้านนอก ร่างของเด็กน้อยเปล่งแสงจาง ๆ เมื่อปะทะกับใบมีดของกระบี่เศียรปีศาจของฉินเย่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นควันดำและกระจายไปรอบ ๆ สุดท้ายมันก็ถูกหัวปีศาจที่ฝังอยู่บนด้ามกระบี่ระเบิดเปลวเพลิงสีเขียววาบออกมาครู่หนึ่งก่อนที่จะจางหายไป

ฉินเย่ขมวดคิ้วพร้อมกับปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง ราวกับพยายามที่จะจับสัมผัสถึงบางอย่าง แต่หลายวินาทีต่อมา เขาก็ต้องถอนหายใจอย่างยอมจำนน “ไม่ใช่…”

“ขนาดมาหาใน ‘เขตไล่ล่า’ แล้วก็ยังไม่เจอ นี่ยายเฒ่านั่นหลอกเราหรือเปล่า? นี่ขนาดเดือนนี้เราจับวิญญาณร้ายได้สามดวงแล้วแต่ก็ยังเลื่อนตำแหน่งไม่ได้สักที นี่หรือว่านางจะหลอกใช้แรงงานเราเปล่า ๆ?”

ทันใดนั้น หางตาของเขาก็สังเกตเห็นบางอย่าง ฉินเย่หันไปมองออกนอกหน้าต่างห่างไกลออกไป

เขาอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ ภายในห้องเรียนแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด ดังนั้นผู้คนที่อยู่ภายนอกจึงไม่มีทางมองเห็น แต่ฉินเย่กลับสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านนอกได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ ชายหลังค่อมสวมชุดสีดำสนิทที่ถือไม้เท้าอยู่ในมือกำลังเดินมาทางเขาอย่างช้า ๆ

“คนคนนี้อีกแล้ว” ฉินเย่พยายามรวบรวมสติทั้งหมดและขมวดคิ้วเข้าหากัน คลื่นพลังสีดำที่ห่อหุ้มร่างของเขาสลายไป เสื้อผ้าของเขาเปลี่ยนกลับไปเป็นชุดนักเรียนอีกครั้ง พยายามควบคุมจังหวะการหายใจของตัวเอง หลับตาลง และนอนลงบนพื้นอย่างเงียบเชียบ

ในขณะที่สายฝนยังคงเทลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน โรงเรียนก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

หลังจากผ่านไปประมาณ 5-10 นาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นในที่สุด

เสียงเคาะนั้นไม่ได้เร็วหรือช้ามากนัก…

“ขอโทษนะครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยสอบสวนพิเศษแห่งชาติ ประจำเมืองชิงซี รหัสประจำตัว AC-285 ขออนุญาตเข้าไปข้างในได้หรือเปล่าครับ?”

แน่นอนว่าไม่มีเสียงคนตอบกลับไป

หลังจากนั้นประมาณสิบวินาที เสียงของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวก็ดังขึ้นอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้น…ขออนุญาตเปิดเข้าไปเลยนะครับ”

ประตูห้องเรียนถูกเปิดอย่างเบา ๆ มีเสียงไอดังขึ้นสองสามครั้ง ตามมาด้วยเสียงเบาเป็นจังหวะของไม้เท้าที่กระทบกับพื้นไม้ นอกจากนี้มันยังมีเสียงของโซ่ที่กระทบกันดังเบา ๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

จากนั้นผู้มาใหม่ก็ย่อตัวลงมา เสื้อผ้าของเขาลากไปกับพื้นจนเกิดเป็นเสียงเบา ๆ เขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาและกดโทรออก “ฉันเอง”

“ใช่…ที่นี่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันแปลกมาก…เหตุการณ์เหนือธรรมชาติทั้งสามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเมืองชิงซี ล้วนเกิดจากวิญญาณร้ายที่ทรงพลัง ขนาดที่ฉันจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วย แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง กว่าที่ฉันจะมาถึง วิญญาณร้ายทั้งสามดวงก็ถูกกำจัดไปแล้ว…”

“มันต้องเป็นคนเดียวกันไม่ผิดแน่ ร่องรอยของเขามันชัดเจนมาก โดยเฉพาะพลังหยินที่หนาแน่นกว่าวิญญาณปกติที่พวกเราเคยเจอมา…ฉันเองก็ไม่เคยเห็นพลังหยินที่มากขนาดนี้มาก่อนเหมือนกัน…ฉันรู้ ฉันจะแจ้งให้ทางหน่วยทราบถ้าหากมันจำเป็นจริง ๆ แต่จนถึงตอนนี้สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติระดับ B นี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะทำร้ายใครเลยสักนิด มันเหมือนกับว่ามันจงใจจับเฉพาะวิญญาณร้ายอย่างเดียว ฉันไม่คิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องแจ้งให้ทางกรมต้องทราบ…”

“อืม…ได้ เดี๋ยวฉันจัดการเอง ไม่ต้องห่วง….”

หลังจากที่อีกฝ่ายวางสาย ฉินเย่ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ตามมาด้วยเสียงจุดไฟแช็คดังขึ้นเบา ๆ หลังจากนั้น กลิ่นหอมบางอย่างก็แพร่กระจายไปในอากาศ

ฉินเย่ยังคงนิ่งเงียบ เหมือนกับเต่าที่แกล้งตาย ในความเป็นจริงเขารออยู่หนึ่งชั่วโมงเต็ม ก่อนที่จะมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง

ไม่มีใครเหลืออยู่ในห้องนี้อีกแล้ว ทั้งโต๊ะเรียนและเก้าอี้ทั้งหมดกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างน่าอัศจรรย์ ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือกองขี้เถ้าที่ยังคงหลงเหลือความร้อนอยู่บนโต๊ะครู

ฉินเย่หยิบขี้เถ้าบางส่วนขึ้นมาดูก่อนจะแสยะยิ้มออกมา “ธูปลบความทรงจำ”

“ใครก็ตามที่สูดดมสิ่งนี้เข้าไป จะไม่สามารถจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นได้ หลังจากตื่นขึ้นมาในวันถัดไป ถ้าจำไม่ผิด…ของแบบนี้มันหายากมากเลยไม่ใช่เหรอ? แม้แต่ยายเฒ่าเองก็ยังมีเจ้าสิ่งนี้ไม่มากนัก แต่ผู้ชายคนนี้…กลับใช้มันทั้งเล่มเพื่อ ‘จัดการเรื่องทั้งหมด’ เนี่ยนะ? มันไม่สิ้นเปลืองเกินไปหน่อยเหรอ?” จากนั้นฉินเย่ก็เหลือบไปมองทางประตูอย่างพินิจ “เขาตามเรามาตั้งแต่ที่เราจัดการวิญญาณดวงแรก นี่มันเหมือนกับหมาบ้าที่ไม่รู้จักยอมแพ้เลยนะเนี่ย….แต่หมอนี่ก็โชคดีชะมัด ถ้าหากไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่ามันยังไม่ถึงเวลาของเขา เราก็คงทำให้เขาได้นอนพักไปนานแล้ว”

จากนั้นเขาก็เดินไปหยุดอยู่ข้าง ๆ อี้หลงและเฉิงห่าว ยื่นแขนออกไปดึงศีรษะของทั้งคู่ขึ้นมาอย่างอ่อนโยน จากนั้นก็มองทั้งสองด้วยสายตาดูถูกต่ออีกสักพัก ก่อนที่จะต่อยและเตะเข้าที่หน้าท้องของทั้งคู่

โครม! เด็กนักเรียนทั้งสองกระเด็นไปชนเข้ากับกระดานดำ ด้วยลูกเตะทรงพลังและลงไปกองกับพื้น ก่อนจะส่งเสียงโอดครวญออกมา

“ธูปลบความจำจะช่วยป้องกันไม่ให้พวกนายจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ได้…แต่ในเมื่อพ่อแม่ของพวกนายไม่ได้สั่งสอนพวกนายมาดีพอ ฉันก็จะสอนบทเรียนนั้นให้พวกนายเอง” ฉินเย่หัวเราะเสียงเย็น ขณะที่ดึงศีรษะของอี้หลงขึ้นมาและตบไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแรง แต่ก่อนที่หน้าของอี้หลงจะหดตัวจากแรงกระแทก เขาก็ถูกฉินเย่ตบด้วยหลังมืออีกครั้ง

“พวกนายไม่รู้จักคำว่าความสามัคคีในหมู่นักเรียนด้วยกันหรือไง? มิตรภาพและความเป็นพี่น้องน่ะ เคยได้ยินบ้างหรือเปล่า? เด็กนักเรียนสมัยนี้…ลองโดนเองซะบ้าง!”

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

เสียงตบหน้าดังก้องไปทั่วห้องเรียนที่เงียบสงัด….

“มีเพื่อนเป็นอันธพาลมากเกินไปหรือเปล่า? พวกนายยังทำอะไรไม่เป็นด้วยซ้ำ รู้หรือเปล่าว่าของจริงมันเป็นยังไง?”

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

“คนดีมักมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน แต่พวกเลวทรามกลับใช้ชีวิตอยู่ได้นานหลายพันปี….”

เมื่ออารมณ์ระเบิดออกมา ฉินเย่ก็ยกร่างของทั้งสองขึ้นมาพื้นและทุ่มข้ามไหล่อย่างแรง ราวกับกำลังขว้างลูกบอลทิ้งอย่างไม่แยแส หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็ปัดฝุ่นที่มืออย่างพอใจ

ตอนนี้เขาสบายใจแล้ว

ร่างของเด็กทั้งสองบวมและช้ำเต็มไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นเปลือกตาของทั้งคู่ยังคงปิดสนิท ฉินเย่จัดการพวกเขาอย่างชำนาญ มันอาจจะดูแย่ อาจจะรู้สึกไม่ดี แต่อวัยวะภายในของทั้งคู่ไม่ได้รับความเสียหายอะไรเลยสักนิดเดียว หรือหากพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ อาการบาดเจ็บของทั้งคู่จะสามารถฟื้นตัวได้ภายในสองสามวัน เพราะอย่างไรแล้วพวกเขาก็เป็นแค่เด็กนักเรียนและเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียน มันจึงไม่ใช่ความบาดหมางที่จะต้องทำกันให้ถึงตายอะไร อย่างน้อย…มันก็ไม่มีความขัดแย้งไหนที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้กำลัง

หรือต่อให้มี เขาก็แค่ต้องจัดการอีกฝ่ายไปอีกสักรอบ….

หลังจากเดินออกมาจากห้องเรียน ฉินเย่ก็เดินไปที่ด้านข้างกำแพงโรงเรียน เขากระโดดสูงประมาณสองเมตร ก่อนจะตีลังกาข้ามกำแพงออกไปยังอีกฝั่งได้อย่างง่ายดาย และช่างน่าบังเอิญ…มีรถจักรยานคันหนึ่งจอดอยู่

ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครออกมาเดินตามท้องถนน ตลาดกลางคืนที่มักจะคึกคักก็หยุดทำกิจการทันทีที่เสียงประกาศระดับชาติดังขึ้น อันที่จริง มันแทบจะไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตเลยด้วยซ้ำ สิ่งเดียวที่เหลืออยู่มีเพียงเสาไฟตามท้องถนนที่ยังส่องแสงอ่อน ๆ ให้เห็นเงาของฉินเย่ทอดยาวออกไป ขณะที่เจ้าตัวกำลังครุ่นคิดบางอย่างโดยที่ไม่ได้รีบร้อนอะไร

เหล่าวิญญาณมากมายแตกกระเจิงเมื่อเห็นยมทูตขาวดำ ซึ่งนั่นส่งผลให้ถนนที่ฉินเย่เลือกเดินนั้นเงียบเชียบอย่างน่าแปลกประหลาด เวลานี้ความคิดภายในหัวของเขาก็เริ่มวุ่นวายและตีกันไปหมด “เท่าที่จับใจความได้…ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นคนของรัฐบาล เขาพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติระดับ ‘B’ …ไม่ใช่ว่านี่หมายความว่าประเทศนี้ได้จับตาดูเรื่องนี้เป็นปัญหาระดับชาติแล้วเหรอ?”

“ถ้าอย่างนั้นมันก็ไม่น่าสงสัยเลย ว่าทำไมช่วงนี้ทุกอย่างมันถึงดูแปลกไปหมด…แค่เรื่องความเชื่อและขนบธรรมเนียม ข่าวเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติพวกนี้จะมาใช้พาดหัวข่าวหรือว่ามันจะถึงขั้นนี้แล้ว? ขั้นที่ทางรัฐบาลเริ่มคิดจะวางแผนการสำหรับอนาคตแล้วสินะ หึ!…..แต่มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร? พวกเขาถึงขั้นประกาศเตือนทั่วทั้งประเทศ แถมยังก่อตั้งหน่วยงานพิเศษมาเพื่อรับมือกับเรื่องพวกนี้โดยเฉพาะด้วย! ดำเนินการเร็วชะมัด….”

“อืม…อยากรู้จริง ๆ ว่ามีใครรู้เรื่องนี้บ้าง?”

คิ้วของฉินเย่ขมวดเข้าหากันมากกว่าเดิม เขายังคงพึมพำกับตัวเองและมองไปในท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างไม่เข้าใจ “ยิ่งมีคนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องมากถึงขนาดนี้ การที่เราจะสามารถระบุตำแหน่งของมันได้ก็คงจะยากกว่าเดิม…”

ขณะที่ยังคงจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ฉินเย่ก็พบว่าตัวเองมาถึงเขตชานเมืองเสียแล้ว เมืองชิงซีนั้นเล็กมาก ดังนั้นเหล่าผู้ที่เสียชีวิตในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมาจึงล้วนถูกฝังไว้ที่ภูเขามังกรเขียวที่ตั้งอยู่ด้านหลังของเมือง ซึ่งมันทำให้ถนนสายนี้ได้กลายเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในนามของถนนของผู้ล่วงลับ

มีร้านของตุ๊กตากระดาษที่เป็นรูปคนและม้าวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด บางร้านก็ขายประทัดและเงินกระดาษ….ถนนแคบ ๆ แห่งนี้มีร้านค้าอยู่ประมาณ 20 แห่ง ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจเกี่ยวกับคนตายทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าจะดูจำนวนไม่มากนัก แต่มันก็ถือว่ามากแล้วสำหรับเมืองที่มีประชากรอยู่เพียง 30,000 คน

ร้านของบ้านเขามีชื่อว่า “ชีวิตหลังความตาย” ชื่อที่กระชับและเข้าใจง่าย และมันก็ตั้งอยู่ที่ปลายสุดของถนน ซึ่งเวลานี้กำลังมีผู้คนจำนวนมากยืนล้อมอยู่ สิ่งนี้ทำให้ฉินเย่ตกใจเป็นอย่างมาก

“ฉินเย่!” เหมือนว่าหญิงชราคนหนึ่งจะเหลือบมาเห็นว่าเขากำลังลงจากรถจักรยาน อีกฝ่ายจึงรีบวิ่งมาหาอย่างลนลาน “ในที่สุดเธอก็กลับมา! เร็วเข้า! ที่บ้านเธอเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”

[1] เฮย-ไป๋อู่ฉาง (黑白无常) หรือ ยมทูตขาวดำ เป็นยมทูตที่เรียกควบคู่กันสององค์ โดยที่องค์แรกชื่อเทพไป๋อู่ฉาง (白无常) จะสวมชุดและหมวกทรงกรวยสูงสีขาวถือป้ายที่อักษรเขียนว่า 你可来了 แปลว่า “ในที่สุดเจ้าก็มาจนได้” แลบลิ้นสีแดงยาวถึงหน้าอก มีหน้าที่รับดวงวิญญาณที่เป็นคนดีมีศีลธรรม ไปรับการพิจารณาจากศาลในนรก แล้วไปเสวยกรรมดีที่เคย และองค์ที่สองชื่อเทพเฮยอู่ฉาง (黑无常) สวมชุดและหมวกทรงกรวยสูงสีดำมีอักษรเขียนว่า 正在捉你 แปลว่า “มาจับเจ้านั่นแหละ” มือถือโซ่และแลบลิ้นสีแดงยาวถึงหน้าอก หน้าตาดุดัน คอยใช้โซ่มัดจับดวงวิญญาณบาป (สมัยเป็นคนมีจิตใจชั่วช้า) ที่สิ้นอายุขัยลากไปรับกรรมในนรก

อ้างอิง: (https://www.facebook.com/chn.gods/photos/เฮย-ไป๋อู่ฉาง-黑白无常-หรือ-ยมทูตขาวดำใครที่เห็นสององค์นี้ครั้งแรก-ผมว่าต้องจำหน้าท่/636546093112251/)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 3 คำพิพากษาจากนรก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved