cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 296 วันหยุดฤดูร้อนที่วุ่นวาย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 296 วันหยุดฤดูร้อนที่วุ่นวาย
Prev
Next

บทที่ 296: วันหยุดฤดูร้อนที่วุ่นวาย

หลินฮั่นกำลังไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“งานสังคม ! งานสังคม !!” เขากลิ้งตัวไปมาในห้องของตัวเองในขณะที่ฉินเย่และซู่เฟิงนั่งอยู่ด้านข้าง สีหน้าปราศจากอารมณ์ใด ๆ หลังจากกลิ้งไปมาประมาณห้านาที ในที่สุดชายร่างโตก็ลุกขึ้นนั่งและจ้องมองเพื่อนของตน “พวกคุณเตรียมแผนการสอนสำหรับภาคการศึกษาหน้าเสร็จหรือยัง ?”

“เสร็จแล้ว” ซู่เฟิงเอ่ยตอบเสียงเรียก “ภาคการศึกษาหน้าจะเป็นภาคการศึกษาสุดท้ายก่อนที่เราจะเริ่มเข้าสู่ภาคปฏิบัติ มันยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่จะต้องพูดถึง ดังนั้น ต่อให้ฉันจะเตรียมแผนการสอนเสร็จแล้ว แต่ฉันก็ยังต้องใช้เวลาทบทวนมันอีกสองสามวันก่อนที่จะสรุปออกมาในที่สุด จะว่าไป นายช่วยอย่าดึงชื่อเสียงของทีมเปลวเพลิงของเราให้ตกต่ำลงเรื่อย ๆ ได้ไหม ? นายช่วยแสดงความสามารถอะไรออกมานอกจากหน้าตาของตัวเองบ้างได้ไหม ? ฉินเย่ที่นั่งอยู่ตรงนี้สามารถรักษาอันดับสูงสุดของเขาได้ทั้งตลอดภาคการศึกษา นายไม่คิดที่จะตามเขาให้ทันสักครั้งหรือไง ?”

หลินฮั่นลูบใบหน้าที่หล่อเหลาของตนและถามอย่างสงสัย “…แค่หน้าตาดีมันไม่พอเหรอ ?”

ทั้งสองคนที่นั่งอยู่รู้สึกถึงความขมขื่นที่ก่อขึ้นในใจของตนทันที

จู่ ๆ พวกเขาก็ไม่สามารถหาคำตอบให้กับคำถามนี้ได้

“แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น !” หลินฮั่นไม่สามารถรักษาสมาธิได้นานกว่าห้าวินาที เขาลุกขึ้นยืนบนเตียงและเอ่ยออกมาอย่างมุ่งมั่น “คะแนนการสอนอะไรกัน ?! ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแหละ ! การเก่งให้ได้เท่าไอน์สไตน์จะไปมีความหมายอะไร ? สิ่งสำคัญคือนี่ ! มันจะมีอาจารย์ผู้หญิงทั้งหมด 13 คนที่จะเข้าร่วมสาขาการต่อสู้ ! ผมต้องเลี้ยงชานมพวกเธอตั้งหนึ่งอาทิตย์กว่าที่พวกเธอจะยอมเชิญผมไป แต่ทำไมพวกคุณถึงไม่สนใจที่จะเข้าร่วมเลยสักนิด ?!”

ฉินเย่เปิดปาก แต่ก็ไม่มีคำพูดใดออกมา ตอนนี้เขากำลังยุ่งมาก และมันก็ผ่านมาสามวันแล้วหลังจากที่เขาไปยังยมโลกครั้งล่าสุด ด้วยการตั้งกล่องเสนอแนะ คำแนะนำมากมายถูกเผาและส่งมาให้เขาทุกวัน และยังไม่เพียงเท่านั้น ตอนนี้เขากำลังพยายามตรวจดูสมบัตินรกทั้งหมดที่เขาเพิ่งได้มา ถุงใต้ตาที่ปรากฏขึ้นสามารถบอกถึงอาการอดนอนของเขาได้เป็นอย่างดี

และสิ่งที่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีกก็คือ เขายังตรวจดูของในถุงเอกภพถุงแรกที่เปิดไม่เสร็จด้วยซ้ำ

ต้องบอกเลยว่าเราไม่สามารถดูถูกถุงเอกภพเหล่านี้ได้เลยสักนิด เพราะอย่างไรแล้ว ถุงพวกนี้ก็เต็มไปด้วยมรดกที่สั่งสมมาตลอดหลายพันปีของยมโลก และถุงแต่ละใบก็สามารถบรรจุของได้มาถึง 50 กิโลกรัม ตอนที่เขาเริ่มเปิดดูครั้งแรก จุดประสงค์หลักของเขาคือแยกสิ่งที่ไม่สำคัญและหาข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตชุดเกราะ แต่หลังจากที่ดูไปกว่าสิบนาทีเต็ม เขาก็รู้สึกว่าข้อมูลที่อยู่ภายในนี้ได้ขยายมุมมองของเขาและพาเขาไปสู่อีกโลกหนึ่ง

มันเริ่มด้วยทฤษฎีและความคิดเกี่ยวกับทหารวิญญาณไปจนถึงกองกำลังวิญญาณกลุ่มแรกที่ราชินีแห่งแผ่นดินโฮ่วถู่เหนียงเหนียงได้เปลี่ยนร่างของนางเป็นกงล้อแห่งสังสารวัฏ และลงลึกถึงรายละเอียดของกระบวนการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของทหารวิญญาณ มันยังพูดถึงลักษณ์ยันต์ที่ควรวาด ทำไมพวกเขาถึงเลือกใช้อาวุธชนิดนี้ และทำไมวัสดุต่าง ๆ ถึงถูกเลือก มันน่าทึ่งมาก แต่มันก็ทำให้ฉินเย่ไม่มีเวลาว่างทำอย่างอื่นเลยเช่นกัน

ตอนนี้ผมต้องทำงานจนถึงดึกดื่นทุกคืนเพื่อที่จะดูเนื้อหาทั้งหมดในถุงเอกภพ แล้วแบบนี้ผมจะเอาเวลาไหนไปเข้าร่วมงานสังคมของคุณ ?!

แต่ก่อนที่ฉินเย่จะได้ตอบอะไรออกไป หลินฮั่นก็ยกนิ้วขึ้นมาและชี้เข้าที่หน้าของเขาเสียก่อน “อย่าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ! แค่ดูสีหน้าเหนื่อยล้าของคุณตอนนี้ก็รู้แล้วว่าคุณไปทำเรื่องไม่ดีมา ! พูดมา คราวนี้คุณไปคบกับนักเรียนหญิงคนไหนอีก ?!”

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ปิดปากลงทันที

“พวกเธอแค่พยายามที่จะได้กินชานมฟรีจากนายเท่านั้น พวกเธอชอบความจริงที่ว่านายมันไม่ต่างอะไรกับสุนัขที่ซื่อสัตย์ หากนายถามฉัน พวกเราก็คงจะไม่ต่างอะไรกับเครื่องประดับในงานเท่านั้น” ซู่เฟิงเอ่ยขณะที่ดันแว่นตาของตัวเอง “ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ฉันไม่ไป นอกจากนี้ ฉันจะยื่นเรื่องส่งเล่มวิทยานิพนธ์ในภาคการศึกษาหน้าด้วย ฉันจะแย่งอันดับสูงสุดมาจากฉินเย่ให้ได้… จะว่าไป หลินฮั่น พวกเราทั้งคู่ต่างก็เป็นผลผลิตของศูนย์วิจัย SRC เหมือนกัน แต่ทำไมมันถึงดูเหมือนมีช่องว่างระหว่างภาพลักษณ์ของเราทั้งคู่ถึงกว้างขนาดนี้ ?”

ฉินเย่เองก็อยากรู้เรื่องนี้เช่นกัน

ซู่เฟิงนั้นดูมีความรู้และให้ความรู้สึกของพวกหัวกะทิ แต่หลินฮั่นกลับดูตรงข้ามอย่างชัดเจน อีกฝ่ายดูเหมือนพวกที่สมควรถูกจับแยกส่วนและนำไปศึกษามากกว่า

“เอาล่ะ เอาล่ะ เลิกเถียงกันได้แล้ว ผมเองก็ไม่ไปเหมือนกัน” ฉินเย่ลุกขึ้นและเดินออกจากห้อง “แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ ? คุณก็ได้รับโอกาสทั้งหมดที่ตัวเองปรารถนา อ่า ใช่แล้ว ผมจะต้องตามงานทั้งหมดตลอดช่วงวันหยุดฤดูร้อน เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาหาผม ผมไม่มีเวลาไปที่ไหนทั้งนั้น”

ทันทีที่เอ่ยจบเด็กหนุ่มก็เดินออกมาจากห้องของหลินฉั่นและกลับเข้าห้องของตัวเอง

ไม่มีใครที่อยู่ด้านนอกเห็นว่าด้านหลังบานประตูห้องของเขานั้นมีแผ่นยันต์แปลก ๆ ติดอยู่ ทั่วทั้งห้องดูเหมือนจะสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเขาปิดประตูลง ราวกับมันเป็นอีกมิติหนึ่งที่แยกตัวออกมาจากแดนมนุษย์ ม้วนคัมภีร์โบราณสีเหลืองม้วนหนึ่งถูกวางแน่นิ่งอยู่บนเตียงของเขา

ส่วนของคัมภีร์ที่ยังไม่ถูกคลี่ออกมามีความหนาประมาณหนึ่งเมตร และมันก็ลากลงไปที่พื้น ส่วนที่อยู่บนเตียงเต็มไปด้วยตัวอักษรและภาพวาดยันต์แปลกประหลาดมากมาย อาร์ทิสนั่งอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง ดูของภายในถุงเอกภพถุงอื่น ฉินเย่สูดหายใจเข้าและถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนขณะที่หยิบม้วนกระดาษขึ้นมาและอ่านต่อจากที่ค้างไว้

“ปีที่ 178 ของยมโลก ม่อจื่อได้ประสบความสำเร็จในการค้นคว้าวิจัยอีกครั้ง และยันต์มังกรหยินหยางก็สามารถดึงพลังจากธาตุทั้งห้าของพลังฟ้าดินได้สำเร็จ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ยันต์ที่ใช้เสริมพลังให้ทหารวิญญาณก็ทรงพลังมากยิ่งขึ้น ยิ่งอุตสาหกรรมการผลิตยันต์ของเราเจริญเติบโตมากเท่าใด กองกำลังทหารของเราก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น…”

“… ปีที่ 249 ของยมโลก ทหารวิญญาณ 3 ล้านนายมุ่งหน้าไปที่เกาะชิโกกุ และทหารวิญญาณของญี่ปุ่นก็ถูกบดขยี้อย่างราบคาบในทันที ปืนใหญ่ของพวกเขาไม่สามารถทำลายค่ายกลป้องกันและทหารของเราได้ อิซานามิ เทพีแห่งความตายของโลกใต้พิภพแห่งญี่ปุ่นยอมจำนนในปีเดียวกัน หลังจากนี้ ทางตะวันออกและทางตอนเหนือของจีนถือได้ว่าเป็นอาณาเขตของยมโลก…”

“ปีที่ 399 ของยมโลก สถาบันวิจัยของยมโลกได้พัฒนาประสิทธิภาพของยันต์และขยายขอบเขตในการใช้งาน ซึ่งเป็นผลทำให้ประสิทธิภาพในการทำลายล้างของอาวุธเพิ่มสูงขึ้น ผู้บัญชาการเจียงจื่อหยาได้นำกองกำลังไปยังทะเลจีนทางใต้ ปีที่ 400 ของยมโลก ราชทูตพิเศษแห่งโลกใต้พิภพของอาณาจักรสินธุได้รับอนุญาตให้เข้ามายังยมโลก… ปีที่ 403 ของยมโลก กองกำลังของอาณาจักรสินธุได้ถูกส่งไปยังเสฉวน ในปีเดียวกันนั้น ทหารวิญญาณจำนวน 2 ล้านนายถูกส่งไปยังยอดเขาขันเต็งรี…”

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เพียงข้อความชนิดเดียวที่ถูกเขียนอยู่บนม้วนคัมภีร์ เพราะหากเป็นเช่นนั้น คัมภีร์เล่มนี้คงไม่มีน้ำหนักถึงสิบปอนด์

รายละเอียดเกี่ยวกับการต่อสู้แต่ละครั้ง รวมทั้งค่ายกลของกองทัพ กลยุทธ์ ตลอดจนการใช้ชุดเกราะ อาวุธ และเครื่องมือใหม่ ๆ และผลกระทบของอาวุธที่มีพลังทำลายลางสูงที่สุด ทั้งหมดถูกเขียนไว้อย่างละเอียด อย่างน้อยที่สุด ฉินเย่ก็เห็นข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธพลังทำลายล้างสูงมากกว่าสิบชนิด รวมถึงปืนใหญ่เพลิงพลังหยิน หน้าไม้โซ่เพลิงนรก และโลงศพส่งวิญญาณ และอื่น ๆ อีกมากมาย

“ยมโลกแห่งเก่านั้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นพิเศษ” อาร์ทิสพักจากหน้าที่ของตนและเดินไปรินกาแฟให้ตนเอง “ปืนใหญ่เพลิงพลังหยินคืออาวุธทำลายล้างที่มีขนาดเล็กที่สุด และมันก็ดูไม่ต่างอะไรกับพวกปืนใหญ่ในแดนมนุษย์เลยแม้แต่น้อย แต่หน้าไม้โซ่เพลิงนรก และโลงศพส่งวิญญาณคืออาวุธที่มีขนาดประมาณ 20 – 30 เมตร นอกจากนี้พวกมันยังมีน้ำหนักมากจนวิญญาณธรรมดาไม่สามารถเคลื่อนย้ายมันไปไหนได้ มีเพียงขั้นตุลาการที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะสามารถขนย้ายมันได้ แต่น่าเสียดาย พวกตุลาการนรกส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้บัญชาการกองทัพของตนเอง พวกเขาจะไม่มีทางลดเกียรติของตัวเองไปทำงานแบบนี้เด็ดขาด”

ฉินเย่หลับตาลงและปล่อยให้จินตนาการพาเขาข้ามเวลาไปยังตอนที่ยมโลกแห่งเก่ายังคงมีอำนาจเหนือดินแดนโดยรอบทั้งหมด เด็กหนุ่มพึมพำออกมาเบา ๆ “ถ้าเช่นนั้น ยมโลกใช้อะไรในการขนย้ายอาวุธเหล่านี้ ?”

“อสูรวิญญาณ” อาร์ทิสโน้มตัวลงมาและชี้ที่ม้วนกระดาษ “โดยทั่วไปแล้วอสูรวิญญาณจะปรากฏตัวขึ้นมาเมื่อยมโลกขยายตัวจนมีขนาดเท่ากับเมือง จากนั้น ยิ่งยมโลกขยายใหญ่ขึ้น พละกำลังและความหลากหลายของอสูรวิญญาณก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเช่นกัน ดังนั้นเจ้าลองนึกถึงความแข็งแกร่งและขนาดของอสูรวิญญาณที่จะปรากฏตัวขึ้นเมื่อยมโลกมีขนาดเท่ากับทั้งประเทศดูสิ อสูรวิญญาณบางตนสามารถเลี้ยงและนำมาเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังหลักในสนามรบได้ด้วย”

“บางทีเจ้าอาจจะมีความคิดว่าสงครามของโลกใต้พิภพนั้นต่อสู้กันเหมือนกับสงครามทั่วไปบนแดนมนุษย์ แต่ความจริงก็คือมันมีหลายมิติมากกว่านั้น การมีอยู่ของอสูรวิญญาณทำให้เราสามารถทำสงครามได้ในทุกแนว ไม่ว่าจะทางบน ทางอากาศ หรือทางทะเล พวกเรากำลังพูดถึงการปะทะกันระหว่างทหารวิญญาณนับล้านพร้อมกันในคราวเดียว นี่คือกองกำลังที่แม้แต่พระยมก็ไม่สามารถรับมือได้เป็นเวลานาน… เว้นก็แต่ แน่นอน ท่านจ้าวนรกองค์ที่สอง”

ฉินเย่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด เขาเริ่มมองเห็นภาพของยมโลกแห่งเก่าชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

กระดองแข็งของแมลงแห่งหายนะอาจจะช่วยในการเริ่มต้นอุตสาหกรรมผลิตวัตถุหยินได้ แต่ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดหมายความว่ามันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืน การพัฒนาวัตถุหยินคือสิ่งจำเป็นที่ต้องลองผิดลองถูก ในำการทำการทดลองและอิงจากเอกสาร นอกจากนี้มันยังต้องทำสงครามเพื่อให้เกิดการปรับแต่งและพัฒนา ไม่เช่นนั้นต่อให้พวกเขาสามารถผลิตมันออกมาได้จำนวนมาก มันก็คงไม่ได้มีคุณภาพสูงนัก

เขาไม่แน่ใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของโลกใต้พิภพอื่นในตอนนี้เท่าไหร่ แต่เมื่อดูจากแดนมนุษย์แล้ว มันคงจะไม่เป็นการพูดเกินจริงแต่อย่างใดหากจะบอกว่าโลกใต้พิภพคงไม่ต่างกันนัก

โชคดีที่ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นัก ด้วยพิมพ์เขียวเทคโนโลยีขั้นสูงของยมโลกแห่งเก่าในมือ เขาจะไม่เป็นไรต่อให้เทคโนโลยีในยมโลกแห่งใหม่จะซบเซาไปอีกร้อยปีก็ตาม ปัญหาเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ก็คือ…

เงิน !

จัดตั้งระบบสกุลเงิน !

ใครจะทำงานให้หากไม่ยอมจ่ายเงิน ? เขาเพิ่งชวนประชากรทั้งหมดให้เก็บเงินและทำงานเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในยมโลก ดังนั้นไม่ใช่ว่าเขาควรจะตบหน้าตัวเองหากเขาไม่จ่ายค่าแรงงานให้อีกฝ่ายหรืออย่างไร ?

อย่างไรก็ตาม งานเหล่านี้ได้ถูกมอบหมายให้กับ หวงเลี่ยงชวนไปแล้ว และทั้งหมดที่เขาทำได้ตอนนี้ก็คือรอ ฉินเย่ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการวิเคราะห์และตั้งสมมติฐาน สอบถามและอ่าน จากนั้น หนึ่งอาทิตย์ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ฉินเย่ขยี้ดวงตาที่บวมเป่งของตัวเองและวางปากกาลง นิ้วมือของเขาชาไปหมดเนื่องจากขีดเขียนมาเป็นเวลานาน

ด้านหน้าของเด็กหนุ่มมีกองเอกสารที่มีความสูงหนึ่งฟุตตั้งอยู่ ในช่วงสองวันที่ผ่านมา เขายุ่งจนไม่ได้ตรวจสอบมรดกของยมโลกเลยแม้แต่น้อย อุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตในยมโลกและการแจกจ่ายทรัพยากรจำเป็นจะต้องได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วน กองเอกสารปรากฏต่อหน้าเขามากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับประกายของเปลวไฟ เขาจะเห็นรายงานพวกนี้ในทุก ๆ สามวัน และคำแนะนำมากมายจากกล่องเสนอแนะในทุก ๆ สัปดาห์ นอกจากนี้เขายังได้รับคำร้องจำนวนมากจากหน่วยงานต่าง ๆ ของยมโลก ทั้งหมดล้วนต้องได้รับการจัดการด้วยตัวเอง เขายุ่งมากจนไม่มีเวลาแม้แต่ขยับตัวออกจากโต๊ะทำงานในตลอดเช้าของวันนี้เลยด้วยซ้ำ

“ข้าเคยคิดนะว่าทั้งหมดที่พวกเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศทำมีเพียงดูถูกคนอื่นและอวดอ้างอำนาจของตัวเองขณะที่ดื่มด่ำไปกับไวน์และของมึนเมาต่าง ๆ นา ๆ แต่ข้าเพิ่งรู้ว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น…” ฉินเย่นวดคลึงขมับของตนและเลิ่กคิ้วขึ้นถาม “ซูตงเซวี่ยเป็นอย่างไรบ้าง ? นางจัดการเรื่องโครงสร้างของรัฐบาลยังไม่เสร็จอีกหรือ ? นี่ข้าต้องตรวจสอบทุกอย่างที่นี่จริง ๆ หรือเนี่ย ?”

“อดทน” อาร์ทิสเอ่ยราวกับนางเคยผ่านจุดนั้นมาก่อน “เจ้าคิดว่ามันง่ายอย่างนั้นหรือที่จะสร้างระบบราชการและกำหนดขอบเขตงานทั้งหมดขึ้นมาใหม่ ? เจ้าต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกหนึ่งสัปดาห์ ในอดีต… ตอนที่ข้าได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าการในยมโลกครั้งแรก ข้าจำได้ว่าตัวเองยุ่งอยู่กับกองเอกสารจนไม่มีแม้แต่เวลาที่จะลุกไปจากโต๊ะทำงานเป็นเวลาเกือบเดือน”

แล้วสัญญาที่จะได้ดื่มอย่างผ่อนคลายระหว่างวันและเพลิดเพลินกับนางแบบสาวในคลับตอนกลางคืนเล่า ?

ทำไมชีวิตของเขาตอนนี้ถึงแตกต่างจากสิ่งที่จินตนาการว่ามันควรจะเป็นมากขนาดนี้ ? นี่เขากำลังทุกข์ทรมานเพราะว่ากำลังพยายามจะเป็นจ้าวนรกที่ดีอย่างนั้นเหรอ ? บางทีทางเลือกที่ดีที่สุดคงจะเป็นความล้มเหลวหรือเปล่า…

ทันใดนั้นเอง ราวกับตรวจจับได้ถึงความคิดอันสิ้นหวังของฉินเย่ อาร์ทิสนิ่งและจ้องเด็กหนุ่มเขม็ง มองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่แฝงด้วยจิตสังหารรุนแรง

เด็กหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นก็กระแอมออกมาเบา ๆ และรีบหยิบเอกสารตรงหน้าตน ยอมจำนนต่อโชคชะตาของตนเอง น่าเศร้า ยิ่งเขาอ่านรายงานพวกนี้มาเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงเปลวไฟแห่งความโกรธที่ลุกโชนขึ้นในใจมากขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น รายงานในมือของเขาตอนนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับสโมสรฟุตบอลที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นลงทะเบียนกับทางประตูนรก แถมพวกเขากำลังยื่นขอสิทธิ์ในการจัดสรรที่ดินเพื่อสร้างสนามฟุตบอลห้าแห่งและสนามกีฬาที่เกี่ยวข้องอีกด้วย… ให้ตายเถอะ ! ยมโลกเพิ่งมีขนาดเท่ากับหมู่บ้านเท่านั้น แต่วิญญาณพวกนี้กลับต้องการจะสร้างสนามฟุตบอลถึงห้าสนามเนี่ยนะ ?! อีกฝ่ายอยากถูกเขาส่งไปสวรรค์มากนักหรือไ ง?!

นอกจากนี้มันยังมีกลุ่มสวัสดิการผู้สูงอายุตะวันสีชาดที่ยื่นเอกสารเพื่อก่อจัดตั้งโครงการบำเหน็จบำนาญคนชรา จะบ้าตาย ! อายุมันมีอิทธิพลกับวิญญาณตรงไหน ?! นี่วิญญาณพวกนี้กำลังท้าให้เขากำจัดมนุษยชาติหรือยังไง ?!

โชคดีที่รายงานบ้า ๆ พวกนี้ไม่ได้มีจำนวนมากนัก อันที่จริง มันยังมีเพชรน้ำงามที่ซ่อนตัวอยู่ในโคลนตมพวกนี้ด้วย

“โรงงานหนึ่งหลังจำเป็นต้องใช้พื้นที่ 1 แสนตารางเมตร… หากเราต้องจัดสรรพื้นที่ 1 ล้านตารางเมตรที่สำรองไว้เพื่อจุดประสงค์เหล่านั้น… และยังจะต้องวางตำแหน่งมันให้อยู่ห่างจากสวนจี้ชั่งระยะ 1 ด้วย…” ฉินเย่เอนหลังนอนบนเตียงอย่างอ่อนแรง ราวกับกำลังจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง “มันมีพื้นที่ไม่พอ… ยมโลกขนาดเท่าหมู่บ้านนั้นไม่เพียงพอสำหรับตอนนี้…”

พร้อมกับถอนหายใจออกมาอีกหนึ่งครั้ง เขาตัดสินใจที่จะเก็บความคิดเหล่านี้เข้าชั้นไปก่อนและตรวจดูรายงานอื่น ๆ ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้ว และรายงานของ หวงเลี่ยงชวนก็ควรจะมาถึงในอีกไม่ช้า การจัดตั้งระบบการเงินคือรากฐานสำคัญของประเทศที่กำลังเติบโต และการมีอยู่ของตัวกลางการแปลกเปลี่ยนก็คือวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่จะสร้างแรงบรรดาลใจให้กับพลเมือง เขาได้ทำทุกอย่างเพื่อสร้างภาพรวมและกำหนดทิศทางของยมโลก รวมถึงหย่อนแครอทไว้ตรงหน้าของพลเมือง สิ่งที่เหลือในตอนนี้ก็คือการจัดตั้งระบบการเงิน และความมั่นคงของยมโลกก็จะได้รับการรับรองไปอีกสิบปี

ยัง… ยังไม่มา… ยังไม่มาอีก !! …ภายในใจของฉินเย่ในตอนนี้ลุกเป็นไฟ เขาอยากจะโทรไปที่ยมโลกและสั่งให้ระบบทั้งหมดต้องเสร็จสิ้นภายในวันพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ… ทว่าทันใดนั้นเอง ขณะที่เขากำลังจะละมือจากกองเอกสาร เขาก็ชะงักไปและอ่านหัวเอกสารที่อยู่เกือบล่างสุดในกองอีกครั้ง

หน้าปกของรายงานดังกล่าวถูกประดับด้วยเปลวไฟนรกสีเขียวหยก

“รายงานด่วน ?” แววตาของเด็กหนุ่มเป็นประกายขึ้นขณะที่เขาหยิบมันขึ้นมา

ก่อนหน้านี้เขาได้สั่งเอาไว้ว่ามีเพียงสถานการณ์เร่งด่วนเท่านั้นที่รายงานพวกนี้จะได้รับอนุญาตให้เคลือบปกรายงานด้วยลูกไฟวิญญาณของผู้ส่ง เกิดอะไรขึ้น ? นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้รับรายงานด่วนพิเศษนี้…

“รายงานเกี่ยวกับการจัดตั้งระบบการเงินของยมโลก รายงานการทำงานหมายเลขหนึ่ง” ลางสังหรณ์บางอย่างผลุดขึ้นมาในใจ เขารีบพลิกไปยังหน้าสุดท้ายของรายงานทันที

ผู้ส่ง: หวงเลี่ยงชวน

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 296 วันหยุดฤดูร้อนที่วุ่นวาย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved