cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 276 จักรพรรดิหวู่แห่งซ่ง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 276 จักรพรรดิหวู่แห่งซ่ง
Prev
Next

บทที่ 276: จักรพรรดิหวู่แห่งซ่ง

ติ๊ดดดด !

เสาจับสัญญาณอันตรายเหนือศีรษะของฉินเย่ตั้งตรงขึ้นทันที เสียงที่เอ่ยออกมาหลังจากนั้นเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน “ขะ ขะ เขา นะ น่ากลัวเพียงใด ? ทะ เท่า ฮนดะ ทาดาคัตสึหรือไม่ ?”

อาร์ทิสแทบอดไม่ไหวที่จะจัดการกับว่าที่จ้าวนรกผู้ขี้ขลาดตรงหน้า นางสูดหายใจเข้าช้า ๆ และมองเด็กหนุ่มอย่างไม่พอใจโดยไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก

“หืม ? แววตาของท่านสื่อความหมายหลายอย่างมากนะ… หรือว่าท่านกำลังคิดหาคำตอบอยู่เพราะกลัวว่าข้าจะเลือกที่จะหนีมากกว่าการต่อสู้ ? ข้าจะบอกอะไรให้นะ หลังจากที่ได้ต่อสู้กับฮนดะ ทาดาคัตสึ พิคาชูตัวนี้ได้วิวัฒนาการเป็นไรชูแล้ว ท่านไม่เห็นหรือว่าตอนนี้ข้าสามารถยืนประจันหน้ากับขั้นยมทูตขาวดำสามตนได้อย่างกล้าหาญโดยไม่แสดงให้เห็นถึงความกลัวเลยแม้แต่น้อย ?” ฉินเย่รีบเอ่ยออกมาทันที

อาร์ทิสเงยหน้ามองฟ้าด้วยแววตานิ่งเรียบ “หากนี่เป็นเมื่อปีที่แล้ว ข้าก็อาจจะตกเป็นเหยื่อของคำพูดอันแปลกประหลาดของเจ้า แต่หลังจากได้ดำดิ่งสู่โลกแห่งโปเกมอน ข้าก็ได้รู้… ว่าการวิวัฒนาการมันไม่มีอะไรให้น่าอวดอ้างเลยสักนิด ! เจ้าคิดว่าข้าจะมาต้องมาเผชิญหน้ากับปัญหามากมายขนาดนี้หรืออย่างไรหากไม่ใช่เพราะประวัติที่แสนแย่ของเจ้า ?!”

โอเค

ดูเหมือนว่าคนแถวนี้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และเขาก็ไม่สามารถหลอกนางได้อีกต่อไป… ฉินเย่ลอบถอนหายใจออกมาในใจ อาร์ทิสเริ่มพูดเหมือนกับพวกเด็กยุค 90 มากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ที่นางกระโดดเข้าสู่โลกแห่งอินเทอร์เน็ต ช่างเป็นพฤติกรรมที่ไม่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเลยจริง ๆ…

โดยไม่สนใจพฤติกรรมอันน่าโมโหของว่าที่จ้าวนรก อาร์ทิสครุ่นคิดคำตอบอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับนางกำลังชั่งน้ำหนักของความชั่วร้ายระหว่างปีศาจทั้งสอง และสุดท้ายนางก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนจะถามว่า “บอกมา เจ้าคิดว่าแม่ทัพที่กล้าหาญที่สุดในประวัติศาสตร์จีนคือใคร ?”

ฉินเย่กะพริบตาปริบ “ลิโป้ ? จูล่ง ?”

อาร์ทิสส่ายศีรษะด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “เช่นนั้นลองเปลี่ยนคำถามใหม่ เจ้าคิดว่า… สำหรับแม่ทัพที่แข็งแกร่งแล้ว อะไรคือคำชมสูงสุดสำหรับพวกเขา ?”

ฉินเย่จึงตอบออกไปอย่างไม่ลังเล “อยู่ยงคงกระพัน” [1]

อาร์ทิสถอนหายใจออกมาและจ้องไปยังคนกระดาษที่กำลังตัวสั่นเทาขณะที่เอ่ยต่อ “ถูกต้อง แต่ผู้ที่ถูกเรียกว่าแม่ทัพผู้อยู่ยงคงกระพันนั้นมีให้เห็นเฉพาะในหนังหรือการแสดงเท่านั้น อีกนัยหนึ่งก็คือ มันเป็นเพียงนิยามของผู้เขียนบท…”

“ไม่ว่ากวนอู จูล่ง ลิโป้ หรือราชันย์วิญญาณตนอื่น ๆ พวกเขาไม่เคยถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะของแม่ทัพผู้อยู่ยงคงกระพันเลยแม้แต่น้อย”

ฉินเย่พยักหน้าอย่างสนใจ อยากรู้ว่าเหตุใดอาร์ทิสจึงต้องเอ่ยเรื่องพวกนี้ออกมา

อาร์ทิสสบตาเด็กหนุ่มนั่ง “แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าในประวัติศาสตร์ของจีนจะไม่เคยมีผู้ใดถูกบันทึกในฐานะของแม่ทัพผู้ไร้พ่ายอยู่จริง ๆ มันก็แค่ไม่ค่อยมีใครสนใจบันทึกเหล่านี้เท่านั้น บันทึกดังกล่าวมีชื่อว่าจือจื้อทงเจี้ยน [2] และมันก็ได้บันทึกชื่อของชายผู้เดียวที่เคยได้รับขนานนามว่า ‘อยู่ยงคงกระพัน’!”

ฉินเย่ลอบกลืนน้ำลายอย่างเป็นกังวลและเผลอก้าวถอยหลังสองก้าวโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเสแสร้ง “อย่าบอกนะว่าชายผู้นั้น… ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น…”

“จักรพรรดิหวู่แห่งซ่ง” อาร์ทิสทิ้งระเบิด “ผู้ก่อตั้งราชวงศ์หลิวซ่งในยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้ เขาได้รวบรวมแผ่นดินครึ่งหนึ่งของประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว สังหารจักรพรรด์หกองค์ และเป็นเพียงผู้เดียวในประวัติศาสตร์ที่ถูกเรียกว่า ‘อยู่ยงคงกระพัน’ ในบันทึกนี้” [3]

เงียบ….

ความเงียบเป็นสิ่งที่มนุษย์หวาดกลัวที่สุด

“อ่า… แค่ก แค่ก… ข้าเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองต้มข้าวต้มอยู่ที่บ้าน ฝ่ายการเงินที่แสนจะยากจนของยมโลกไม่มีทางจ่ายค่าเสียหายใด ๆ ได้แน่หากเกิดไฟไหม้ในแดนมนุษย์… เพราะฉะนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน”

“หยุดอยู่ตรงนั้น ! ข้าจำได้ว่ามีใครบางคนบอกว่าตัวเองวิวัฒนาการแล้วไม่ใช่หรือ ? ไม่ใช่เจ้าหรอกหรือที่เพิ่งบอกว่าตัวเองสามารถสู้กับขั้นยมทูตขาวดำสามตนได้โดยที่ไม่แสดงท่าทีหวาดกลัว ?!!”

“ท่านคงจะหูฝาดไปเพราะเสียงลมเป็นแน่ อย่างไรก็เถอะ… เราไปกันได้แล้ว Bye~~!”

น่าเศร้า หลังจากที่เขาเดินออกมาได้ไม่ถึงสองก้าว ลิ้นที่ยาวเหยียดของอาร์ทิสก็พุ่งมาพันรอบเอวของเขาและลากเขากลับไปขณะที่นางตะโกนเสียงดัง “ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็คือว่าที่จ้าวนรกองค์ถัดไป ! เพราะฉะนั้นเจ้าช่วยมีศักดิ์ศรีสักนิดไม่ได้เลยหรือ ?!”

ฉินเย่กลอกตา เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้สิ่งที่เรียกว่าศักดิ์ศรีมันคืออะไร ! มันกินได้หรือไง ? มันสำคัญกว่าชีวิตของตัวเองอย่างนั้นเหรอ ?!

อยู่ยงคงกระพัน ! นี่อีกฝ่ายเข้าใจถึงความหมายของมันหรือเปล่า ?! และมันถูกบันทึกไว้ในจือจื้อทงเจี้ยนอีกด้วย ! ให้ตายเถอะ ได้โปรด ปล่อยเขาไปสักที ! อย่ามาเล่นกับหัวใจของคนอื่นแบบนี้ นี่เขาถูกเหวี่ยงไปมาจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว !

แถมนางยังจะมาโทษเขาอีกเนี่ยนะ ? เขาคือว่าที่จ้าวนรก แต่กลับไม่มีศาสตร์ที่ทรงพลังอย่าง ‘ดวงใจจักรพรรดิ’ หรือ ‘วิชาเก้าหยางศักดิ์สิทธิ์’ ให้ใช้บ้างเลยสักนิด ! แบบนี้จะเรียกว่าคุยกันอย่างเท่าเทียมได้อย่างไร ?!

อาร์ทิสไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก นางไม่อาจทนมองจ้าวนรกผู้อ่อนแอตรงหน้านานกว่านี้ได้ ดังนั้นนางจึงหันไประบายความโกรธของตนกับคนกระดาษทั้งสามทันที “ไปซะ ! และบอกจักรพรรดิของพวกเจ้าว่าตราบใดที่ยมโลกยังคงอยู่ เขาจะไม่มีทางได้รับอนุญาติให้ย่างเท้าเข้ามาที่นี่อีก ! ยอมจำนนแต่โดยดีหรือกลายเป็นกบฏ !”

“นายหญิง…” เสียงอันสั่นเทาดังขึ้นทันทีที่นางเอ่ยจบ อัครมหาเสนาบดีลำดับหนึ่ง ก้มศีรษะแนบพื้นอย่างเคารพและเอ่ย “พระองค์ทรงมิได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด นอกจากนี้… นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงตรัสอีกว่าหากยมโลกไม่ยอมไว้หน้ากัน เช่นนั้น… เช่นนั้น…”

จู่ ๆ ผู้พูดก็เงียบไป

จิตสังหารที่รุนแรงปะทุออกจากร่างของอาร์ทิสในทันที สีหน้าของนางอ่อนลงขณะที่ถามว่า “เช่นนั้นจะทำไม ?”

“เช่นนั้น…” อัครมหาเสนาบดีลำดับหนึ่ง ลอบกลืนน้ำลายอย่างร้อนรน และก้มศีรษะมากกว่าเดิมขณะที่เอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “เช่นนั้น… ฮันยาง… ก็จะประกาศอิสรภาพ….”

“บังอาจนัก !!!” เสียงตะโกนของอาร์ทิสดังกึกก้อง “เป็นเพียงข้าราชการของรัฐบริวารแต่กลับกล้ามาถกเรื่องนโยบายภายใน ! จะมากเกินไปแล้ว…”

และทันใดนั้น อาร์ทิสก็หันไปเห็นฉินเย่ที่ส่ายนิ้วไปมาเป็นเชิงห้ามและก้าวมาข้างหน้า

“ท่านอาจจะแข็งแกร่งราวกับเมก้าวาลคีรีหรืออาวุธมนุษย์… แต่มันก็ยังเร็วเกินไปที่ท่านจะเข้ามามีส่วนร่วมในการอภิปรายภายใน…” ฉินเย่ถอนหายใจออกมาขณะที่ปัดผมที่ตกลงมาปกคลุมใบหน้า อ่าา… นายยังหล่อเหมือนเดิม…

“หมายความว่าอย่างไรกัน ?” อาร์ทิสมองฉินเย่ด้วยสายตาเย็นชา

“อย่าเพิ่งโกรธไป ข้าเพียงพูดไปตามเนื้อผ้าเท่านั้น ท่านกำลังประเมินชายที่ชื่อว่าจักรพรรดิหวู่แห่งซ่งต่ำเกินไป” ฉินเย่ไขว้มือข้างหนึ่งไว้ที่หลังในขณะที่คลึงขมับของตัวเองเบา ๆ ด้วยมืออีกข้าง “ในเวลานี้ เหตุผลที่เขาถูกเนรเทศไปที่ฮันยางนั้นไม่สำคัญเลยแม้แต่น้อย อย่างไรเสียเขาก็เป็นยมทูตมิใช่หรือ ? และหากเป็นเช่นนั้น ท่านคิดจริง ๆ น่ะหรือว่าเขาจะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการล่มสลายครั้งใหญ่ของยมโลก ?”

“การล่มสลายของยมโลกแห่งเก่าหมายความว่าระบบยมทูตเก่านั้นไม่มีอยู่อีกต่อไป เขาเองก็คงจะตระหนักได้ดีที่สุดถึงข้อเท็จจริงที่ว่าตนไม่ได้เป็นยมทูตอีกต่อไป และมันก็ทำให้เขาไม่ต่างอะไรกับวิญญาณร้ายทั่วไปเลยแม้แต่น้อย สิ่งใดกันที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนี้ ? ต่อให้เขาจะไม่รับรู้ถึงสาเหตุและผลของการล่มสลายของยมโลก แต่ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าเขาจะไม่ส่งใครมาตรวจสอบเลย ?”

เขาสบตากับอาร์ทิสและเอ่ยต่อ “อย่าลืมว่าพวกเรายังไม่ได้กลับไปที่ยมโลกแห่งเก่าอีกเลยหลังจากครั้งสุดท้าย… มันผ่านมาสักพักใหญ่แล้ว มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้นบ้างก็ไม่รู้ ในฐานะของอดีตยมทูต เขาจำเป็นจะต้องของอนุญาตและสิทธิ์ในการตรวจสอบเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในยมโลกด้วยหรือ ?”

เด็กหนุ่มแค่นหัวเราะออกมาขณะที่เหลือบไปมองคนกระดาษที่ยังคุกเข่าอยู่กับพื้น “ท่านคิดว่าเขาพยายามจะคุกคามท่านอย่างนั้นหรือ ? ผิดแล้ว นี่คือการตัดสินใจของเขา และเขาก็เพียงแจ้งให้เรารู้อย่างมีมารยาทเท่านั้น เพราะฉะนั้นการสนใจพวกคนส่งสารจะมีประโยชน์อะไร ? เก็บแรงเอาไว้ ราชาแห่งฮันยางผู้นี้ไม่ได้สนใจพวกเราเลยสักนิด”

“จะเป็นไปได้อย่างไร…” อาร์ทิสกัดฟันกรอด ถึงกระนั้นน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาก็อ่อนลงกว่าก่อนหน้านี้มาก “ในอดีตไม่เคยมีรัฐบริวารแห่งใดกล้าท้าทายอำนาจของรัฐที่มีอำนาจเหนือกว่า…”

“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” ฉินเย่ตอบนิ่ง ๆ “ท่านคิดว่าการต่อสู้ที่ช่องแคบสึชิมะนั้นดึงความสนใจจากฝ่ายต่าง ๆ ได้มากเพียงใด ? แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้สนใจเกี่ยวกับการต่อสู้ตั้งแต่แรก แต่ผู้ที่สัมผัสได้ถึงการสำแดงอำนาจของท่านเปาจะต้องจับตาดูสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็นแน่ ที่สำคัญที่สุด พวกเขาจะต้องสังเกตเห็นถึงการปรากฏตัวของสมุดแห่งความเป็นตายที่ช่องแคบสึชิมะ ผู้คนภายนอกอาจจะไม่รับรู้ถึงความสำคัญของมันที่มีต่อยมโลก แต่ท่านคิดหรือว่าราชาแห่งฮันยางผู้นี้จะไม่รับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ ?”

“เราสามารถคาดเดาได้ว่าเขาน่าจะรู้ถึงความจริงที่ว่าสมุดแห่งความเป็นตายได้ตกไปอยู่นอกพรมแดนของจีน นอกจากนี้เขาคงจะแอบกลับไปตรวจสอบถึงสถานะในปัจจุบันของยมโลกแห่งเก่ามาแล้ว หากเขาไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับยมโลก เขาก็คงไม่เหมาะที่จะถูกเรียกว่าจักรพรรดิอีกต่อไป เรากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะรักษาภาพลักษณ์ด้านนอกของยมโลกเอาไว้เพื่อป้องกันโลกใต้พิภพอื่น ๆ แต่จักรพรรดิหวู่แห่งซ่งผู้นี้กลับมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจนราวกับมองผ่านผืนน้ำบริสุทธิ์ ด้วยพื้นฐานนี้ มันทำให้ข้าเกิดคำถามต่อว่า เหตุใดเขาจึงไม่กล้าประกาศตัวเป็นอิสระจากเรา ?”

เงียบ…

หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ อาร์ทิสก็เอ่ยออกมาอย่างลังเล “หากเป็นเช่นนั้น เจ้าลองบอกข้ามาว่าเหตุใดเขาจึงไม่กลับไปที่ยมโลก ?”

“เพราะว่าเขาไม่กล้าที่จะทำเช่นนั้น !” ฉินเย่ตอบอย่างมั่นใจ “เพราะอย่างไรแล้ว เขาก็น่าจะสัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของขั้นตุลาการนรกและขั้นยมทูตขาวดำ และยังกระจกส่องกรรม ตลอดจนการสำแดงอำนาจของท่านเปา และที่สำคัญที่สุด เขาจะต้องรู้แล้วว่าพวกเราสามารถแย่งสมุดแห่งความเป็นตายกลับมาได้สำเร็จ ดังนั้นเขาจะกล้าก่อกบฏได้อย่างไร ? ข้าพนันเลยว่าคำเชิญของเขาครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายเราแต่อย่างใด”

“แล้วเขาพยายามจะทำสิ่งใดกันแน่ ?”

“แน่นอนว่ามันก็ต้องเป็นเจรจาผลประโยชน์ที่เท่าเทียม” ฉินเย่กวาดสายตามองคนกระดาษทั้งสามอย่างเย็นชา “สิ่งแรกที่รัฐที่ต้องการประกาศอิสรภาพก็คือการบอกกับชาติอื่น ๆ ถึงการมีอยู่ของตน เพื่อที่พวกเขาจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม และด้วยสิ่งนั้น จักรพรรดิหวู่แห่งซ่งไม่ได้ต้องการให้เราจดจำเขาในฐานะของยมทูตอีกต่อไป แต่เป็นในฐานะของจักรพรรดิแห่งยมโลกที่ใหม่เอี่ยมของฮันหยาง !”

อาร์ทิสอ้าปากค้าง

มันไม่ใช่ว่านางไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด แต่นางเพียงไม่อยากยอมรับมัน พยายามทุกอย่างเพื่อที่ละทิ้งความคิดเหล่านี้ หวังว่ามันจะค่อย ๆ จางหายไปจากใจ แต่ความตรงไปตรงมาของฉินเย่กลับทำลายความคิดทั้งหมด บังคับให้นางเผชิญหน้ากับความกลัวที่เลวร้ายที่สุด และยังส่งความเย็นยะเยือกไปตามกระดูกสันหลังของนางอีกด้วย !

โลกใต้พิภพไม่เคยสงบสุข

อันที่จริง ราชาแห่งฮันหยางได้ถูกส่งตัวจากจีนไปที่ฮันหยางก็เพื่อที่จะรักษาสมดุลระหว่างอำนาจ ฉินเย่ไม่รับรู้ถึงเรื่องพวกนี้ แต่อาร์ทิสรู้ดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีชื่อเสียงระดับโลก แต่ราชาแห่งฮันหยางผู้นี้ก็มีชื่อเสียงไปทั่วทั้งตะวันออก และชื่อเสียงของเขาก็ไม่ได้น้อยไปกว่าราชันย์วิญญาณทั้งหกเลยด้วยซ้ำ !

ทันทีที่อีกฝ่ายประกาศอสิรภาพของโลกใต้พิภพของตนเอง นั่นมันก็จะไม่ต่างอะไรกับการประกาศให้พญายมราช เทพแห่งความตายของศาสนาฮินดู และอิซานามิ เทพแห่งความตายของญี่ปุ่นได้รู้ว่ายมโลกของจีนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อีกต่อไป !

นี่คือการประกาศที่อันตรายเกินไป ! มันอาจจะยังไม่ส่งผลกับความปลอดภัยของยมโลกของจีนในตอนนี้ แต่… มันจะทำให้ระยะเวลาที่ฉินเย่มีในการสร้างยมโลกขึ้นมาใหม่ลดลงอย่างมาก !

แต่พวกนางจะทำอย่างไรอีก ?

อาร์ทิสไม่รู้เลยว่าจะต้องทำอย่างอะไรกับสถานการณ์เช่นนี้

นาง… ไม่สามารถสู้กับจักรพรรดิหวู่แห่งซ่งผู้อยู่ยงคงกระพันได้จริง ๆ นางรู้ถึงความน่ากลัวของชายผู้นี้ดีเกินไป เพราะสุดท้ายแล้ว อีกฝ่ายก็เคยได้ชื่อว่าเป็นวิญญาณเพียงคนเดียวที่สามารถสู้กับยมทูตที่อยู่ในระดับขั้นเดียวกันได้ นี่คือสิ่งที่แม้แต่ราชาผีทั้งหกก็ไม่สามารถทำได้ ! หากพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เขาจะเป็นเหมือนหนามที่ฉินเย่ไม่สามารถจัดการได้แม้ว่าเด็กหนุ่มจะก้าวขึ้นเป็นขั้นตุลาการนรกแล้วก็ตาม !

นาง… จะต้องเปิดเผยความลับทั้งหมดของยมโลกกับเด็กคนนี้ตอนนี้เลยอย่างนั้นหรือ ? ด้วยไหวพริบและความเฉลียวฉลาดของเขา ฉินเย่อาจจะสามารถพอเดาอะไรได้บ้างแล้วก็ได้… นางเหลือบตามองคนตรงหน้า ภายในใจของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนมากมาย

จากนั้น เสียงปรบมือก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงดังกล่าวดังมาจากเรือโบราณที่จอดเกยอยู่

“สมแล้วที่เป็นว่าที่พระยม… สามารถเดาสิ่งต่าง ๆ ได้จากการพูดคุยเพียงสั้น ๆ เมื่อเทียบกับเจ้าแล้ว ข้าอดไม่ได้เลยที่จะรู้สึกสมเพชของเล่นที่ข้ามี”

วินาทีต่อมา เรือลำดังกล่าวก็สั่นไหวอย่างรุนแรง จากนั้นคลื่นพลังหยินที่เย็นยะเยือกก็ปะทุออกมา !

แข็งแกร่ง

แข็งแกร่งมาก !

แต่มันกลับไม่ได้ให้ความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์เลยสักนิด อันที่จริง มันยังค่อนข้าง… น่ายกย่อง ?

ฉินเย่แทบจะไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตนเพิ่งประสบ มันไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งของขั้นตุลาการนรก แต่มันแค่ไม่มีขั้นตุลาการนรกตนไหน ไม่ว่าจะวิญญาณหรือมนุษย์ ที่ให้ความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้เช่นนี้มาก่อน

มันรู้สึกสูงส่ง สบายใจ ชอบธรรม และยิ่งใหญ่ และมันยังเจือไปด้วยความน่ายกย่องราวกับเขาควรโค้งคำนับและบูชาอีกฝ่าย ทั้ง ๆ ที่เป็นเพียงแค่ขั้นตุลาการนรก แต่พลังหยินที่หนาแน่นของเขานั้นทรงพลังกว่าของอาร์ทิสเสียอีก ! อันที่จริง มันหนาแน่นจนสามารถมองเห็นเป็นคลื่นพลังหยินที่ถาโถมเข้ามาบนฝั่งเลยด้วย !

วิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนที่ลอยเตร็ดเตร่ไปมาท่ามกลางสายน้ำพลังหยินนี้ แต่มันกลับไม่มีวิญญาณตนใดเลยที่กรีดร้องหรือตะโกนออกมา พวกเขาเพียงยืนอยู่ตรงนั้นเงียบ ๆ ราวกับเป็นข้ารับใช้ผู้ที่ซื่อสัตย์ที่รอคอยคำสั่งจากราชาของตน

มันเหมือนกับว่าทุกอย่างที่อยู่ใต้ท้องฟ้าเป็นของเขา และทุกผู้ทุกตนที่อยู่บนฝั่งเองก็เป็นข้ารับใช้ของเขาเช่นกัน !

“จักรพรรดิหวู่แห่งซ่ง ?” อาร์ทิสเอ่ยออกมาอย่างตกตะลึง “จะ จะ เจ้า… เจ้า… เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่ ?! เจ้าไม่ควรจะกลับมาที่นี่หากไม่มีพระราชกฤษฎีกา ! เจ้าไม่กลัวที่จะถูกต้องโทษเพราะความผิดเลยหรืออย่างไร ?!”

เงียบ…

ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงหัวเราะเย้ยหยันก็ดังขึ้นให้ได้ยินจากตัวเรือ “เหตุใดข้าจึงอยู่ที่นี่ไม่ได้ ? พระราชกฤษฎีกาอย่างนั้นหรือ ?”

“มีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่กล้าลงโทษข้า !!”

“เจ้าหรือ ?” เขาแย้มยิ้มชั่วร้าย “หรือจะเป็นว่าที่พระยมที่มีเพียงเศษเสี้ยวของตราจ้าวนรกอยู่ในครอบครอง ?”

“ลองบอกข้ามา… หากข้าสังหารเจ้าทั้งสอง ตรงนี้ ตอนนี้… นั่นก็หมายความว่าข้าจะได้เป็นผู้ครอบครองชะตากรรมของยมโลกด้วยสองมือของตัวเองหรอกหรือ ?”

[1] คำที่ใช้ในภาษาจีนคือ 一骑当千 (อี๋ชี่ตังเชียน) ซึ่งแปลแล้วหมายถึงหนึ่งปะทะพัน

[2] บันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ถูกตีพิมพ์ใน ค.ศ. 1084 ระหว่างราชวงศ์ซ่งในรูปแบบของพงศาวดาร ผู้เขียนคือนักประวัติศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ซือหม่ากวง

[3] อ้างอิงถึงตอนที่หลิวอวี้ (จักรพรริหวู่แห่งซ่ง) เข้าร่วมกองทัพของหลิวเหลาจื่อในปีค.ศ. 399 ครั้งหนึ่ง เขาได้นำทหารสิบกว่านายไปปฏิบัติภารกิจสอดแนม และพบเข้ากับทหารของฝ่ายศัตรูที่มีกันหลายพัน ทหารทั้งหมดของหลิวอวี้ถูกสังหาร และเขาก็ตกลงไปในแม่น้ำ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงสังหารทหารของฝ่ายตรงข้ามต่อไป ในขณะเดียวกัน บุตรชายของหลิวเหลาจื่อ หลิวจิงซวน ตระหนักได้ถึงความผิดปกติเมื่อหลิวอวี้หายตัวไปจากค่ายเป็นเวลานานเกินไปจึงออกตามหาและก็พบว่าเขาต่อสู้กับกองทัพของศัตรูเพียงลำพัง นี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้รับชื่อว่าหนึ่งปะทะพัน (อี๋ชี่ตังเชียน)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 276 จักรพรรดิหวู่แห่งซ่ง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved