cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 261 พันปักษา (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 261 พันปักษา (2)
Prev
Next

บทที่ 261: พันปักษา (2)

ย้อนกลับมาที่ห้องเก็บสินค้า

จินโกะซังและโดจินซังต่างพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อรักษาอาณาเขตของแสงจันทร์เดือนหงายเอาไว้ ทว่าน้ำทะเลก็ยังคงไหลเข้ามาตามช่องต่าง ๆ ของท้องเรือ และในเวลาเดียวกันวิญญาณมากมายก็พยายามแทรกตัวเข้ามาภายในเรือให้ได้เช่นกัน แต่มันก็ต้องกลายเป็นเพียงกลุ่มก้อนพลังหยินที่สลายไปเมื่อปะทะเข้ากับอาณาเขตที่ทรงพลังนี้

แต่ถึงกระนั้น พระทั้งสองต่างก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถทำต่อไปได้เป็นเวลานาน !

วิญญาณที่กำลังพยายามหลั่งไหลเข้ามาในตอนนี้ยังถือว่าเป็นเพียงกุ้งตัวเล็ก ๆ ในแผนการอันยิ่งใหญ่ แต่พวกเขาก็รู้ดีว่ามันยังมีพวกวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่านี้กำลังรออยู่ที่ใต้ทะเลลึก รอคอยอย่างอดทนเพื่อที่จะได้โจมตี มันเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้นที่ข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ท้องเรือจะไปถึงหูของอะซะอิ นะงะมะซะ และมันก็คงจะใช้เวลาไม่เกินกว่าสิบนาทีเท่านั้น… ไม่ บางทีพวกไดเมียวบางส่วนอาจกำลังเดินทางมาที่นี่แล้วก็ได้ !

“เขาจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ?” โดจินวังประกบฝ่ามือเข้าด้วยกัน เวลานี้หน้าผากของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เพราะไม่ว่าอย่างไร การใช้วิชาที่ทรงพลังเป็นเวลานานติดต่อนั้นก็ทำให้เขาใช้พลังปราณที่สั่งสมเอาไว้มากพอสมควร ถึงเขาจะกำจัดวิญญาณได้ไปเป็นจำนวนมากแล้ว แต่วิญญาณที่หลั่งไหลเข้ามาก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากนี้ น้ำทะเลก็ขึ้นมาถึงเข่าแล้ว

กองกำลังเท็งงุและพระนักรบทั้งหมดได้มาถึงที่สนามรบ แต่มันก็เห็นได้ชัดเจนว่ากำลังของพวกเขานั้นยังไม่เพียงพอ อันที่จริง มันไม่เพียงพอที่จะรับประกันว่าพวกเขาจะสามารถออกจากช่องแคบสึชิมะได้โดยปลอดภัยด้วยซ้ำ และเหตุผลเดียวที่พวกเขายังไม่ไปไหนก็เพราะว่าพวกเขารู้ดีว่าผู้ใดก็ตามที่ตั้งใจจะทำเช่นนั้นจะต้องถูกขัดขวางโดยไดเมียวคนอื่น ๆ ที่รอคอยพวกเขาอยู่แน่ ๆ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ หากโอดะโนบูนางะและกองกำลังทหารม้า 2,500 ตนของเขามาถึงไม่ทันเวลา ช่องแคบสึชิมะก็จะไม่ต่างอะไรกับสุสานกลางทะเล !

เร็วเข้าสิ… เร็วเข้า ! พวกคุณควรจะรีบทำลายผนึกที่ถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสีให้ได้ก่อนที่อะซะอิ นะงะมะซะจะรับรู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้ ไม่เช่นนั้น… พวกเราจะต้องเผชิญหน้ากับขั้นยมทูตขาวดำจำนวนมากเพียงลำพัง และความตายก็จะกลายเป็นผลลัพธ์เดียวที่สามารถเป็นไปได้ !

“มันไม่ควรจะนานไปกว่านี้” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาของหมิงชีหยินนั้นเคร่งขรึมไม่แพ้กันขณะที่เขามองไปยังฉินเย่ที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ใจกลางห้องเก็บสินค้า ครึ่งล่างของเขาได้แช่อยู่ในน้ำทะเลแล้ว และพลังหยินจำนวนมากก็หลั่งไหลออกมาจากใต้ร่างของเด็กหนุ่ม …อย่างเร็วที่สุดมันก็น่าจะใช้เวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าที่จะสามารถทำลายผนึกได้ !

“ท่านไม่คิดจะทำอะไรเพื่อหยุดภูตผีพวกนี้เลยอย่างนั้นหรือ ?” จินโกะซังกัดฟันแน่น

หมิงชีหยินไม่รู้ว่าตนควรจะตอบคำถามนั้นออกไปอย่างไรดี

มันยังมีพลังอำนาจและความยิ่งใหญ่ของท่านเปาเก็บซ่อนอยู่ แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถใช้ได้อย่างอิสระและไม่ระมัดระวัง อันที่จริง มันสามารถใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หากพูดอีกอย่างก็คือ มันคือไพ่ตายสุดท้าย แล้วพลังที่ว่านี้จะยิ่งใหญ่สักแค่ไหนน่ะหรือ ?

แน่นอน การสำแดงพลังของท่านเปาเพียงครั้งเดียวสามารถกำจัดวิญญาณทั้งหมดที่อยู่รอบ ๆ ได้อย่างง่ายดาย แต่… นี่ก็เป็นแหล่งพลังที่กระจกส่องกรรมเคยใช้เพื่อหลบหนีจากการล่มสลายครั้งใหญ่ของยมโลก !

ในตอนนั้น หมิงชีหยินได้ใช้พลังส่วนใหญ่ที่เหลืออยู่ของท่านเปาไป และตอนนี้มันก็เหลืออยู่อีกไม่มากนัก นอกจากนั้นมันยังมีตัวแปรมากมายให้พิจารณาในสถานการณ์เช่นนี้ โดยเฉพาะการที่หนึ่งในกองกำลังของอะซะอิ นะงะมะซะอาจถือครองสมุดแห่งความเป็นตายอยู่ พวกเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร… เหมือนอย่างที่ไม่มีใครรู้ว่าซุนเกี๋ยนเป็นคนเจอหนึ่งในตราประทับหยกขององค์จักรพรรดิในสมัยนั้น [1] ด้วยเหตุนี้หากเขาแสดงพลังของท่านเปาออกไปโดยไม่คิดให้ดี คู่ต่อสู้ก็อาจจะใช้มาตรการต่อสู้โดยใช้ประโยชน์จากสมุดแห่งความเป็นตายได้ และด้วยพลังของท่านเปาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด หมิงชีหยินไม่มั่นใจเลยว่ามันจะสามารถเอาชนะพลังของสมบัติพื้นฐานทั้งสามของยมโลกได้

และเมื่อไพ่ตายของพวกเขาถูกใช้ไป สิ่งที่รอพวกเขาอยู่… ก็คือการเผชิญหน้าอย่างเต็มกำลังกับวิญญาณขั้นยมทูตขาวดำจำนวนมาก รวมถึงกองกำลังทหารวิญญาณระดับสูงที่มีจำนวนหลายพัน !

พวกเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่การตัดสินใจนั้นเป็นเรื่องยากลำบาก ผู้ใดจะไปคิดว่ายมโลกของญี่ปุ่นจะเป็นผู้เก็บสมุดแห่งความเป็นตายไปได้ในเวลาสำคัญเช่นนี้ ?

“การสำแดงพลังของข้านั้นมีเงื่อนไขบางอย่างอยู่…” หมิงชีหยินกัดฟันและจ้องไปยังเหล่าวิญญาณที่แทรกตัวผ่านรอยแตกที่อยู่รอบ ๆ เรือ “และตอนนี้ก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะใช้มัน คุ้มกันเขาให้ดี หากเขาไม่สามารถทำลายผนึกได้ พวกเรา… ก็คงต้องพยายามรักษาชีวิตของตัวเองให้ดีที่สุด !”

“บัดซบ !” โดจินซังสบถออกมาขณะที่กระจกโบราณแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน หากพูดกันตามความจริง ที่ใจกลางของมันตอนนี้เริ่มมีคลื่นพลังหยินที่หมุนวนอยู่ หากลองสังเกตดี ๆ จะพบว่ามีแหล่งกำเนิดแสงจาก ๆ ปรากฏขึ้นที่จุดกึ่งกลางของพื้นผิวกระจกที่ดำสนิท แทบจะเหมือนกับจุดเอกภพที่จักรวาลทั้งหมดจะปะทุขึ้น

เขาจะต้องพาฉินเย่กลับไปให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การแสดงอำนาจของท่านเปานั้นเป็นไพ่ตายสุดท้ายที่เขาซ่อนเอาไว้ และในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด… มันก็จะสามารถเปิดทางให้พวกเขาหลบหนีไปได้ ดังนั้นเขาจะใช้มันตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ฟึ่บ… ฟึ่บ… ฟึ่บ… ทันใดนั้นเอง ตะปูที่ถูกตอกอยู่ที่ใต้ท้องเรือก็ถูกดึงออกพร้อมกัน น้ำทะเลปริมาณมากพุ่งเข้ามาในห้องเก็บสินค้าอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน วิญญาณจำนวนมากก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาด้านในผ่านรูทั้งหมดนั้นเช่นกัน

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดอะไรให้มากมาย… โดจินซังสูดหายใจเข้าช้า ๆ และใส่พลังเข้าไปในแสงจันทร์เดือนหงายมากกว่าเดิม ส่งผลให้มันสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน จินโกะซังก็สะบัดมือ และม้วนคัมภีร์มากมายก็ลอยออกมาจากแขนเสื้อของเขาและอุดรูโหว่ทั้งหมดเอาไว้

“ผมทนนานกว่านี้ไม่ไหวแล้ว !” จินโกะซังหันกลับมาและตะโกนเสียงดัง “พลังหยินบริเวณนี้เริ่มหนาแน่นเกินไป ด้วยอัตรากัดเซาะในตอนนี้ อย่างมากที่สุดผมก็สามารถทนได้อีกแค่ห้านาทีเท่านั้น ! หลังจากนั้นม้วนคัมภีร์ที่อุดรูทั้งหมดอยู่ก็จะหลุดออก ท่าน…”

ทันใดนั้น จินโกะซังก็หยุดพูดไปกลางคัน

และมันก็ไม่ใช่เขาแค่คนเดียว โดจินซังเองก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง และแม้แต่หมิงชีหยินก็หันไปมองรอบ ๆ อย่างหวาดระแวงทันที

มาแล้ว… พวกเขามาแล้ว !

พวกเขาเพิ่งสัมผัสได้ถึงการเข้ามาใกล้ของแหล่งพลังหยินขั้นยมทูตขาวดำสามแหล่ง ! และทั้งสามนี้ก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าคุกิโยชิทากะเลยแม้แต่น้อย ! ทั้งหมดคือวิญญาณที่แตกต่างกับวิญญาณตนอื่น ๆ ที่อยู่โดยรอบอย่างสิ้นเชิง !

การมีอยู่ของถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสีนั้นไม่ต่างอะไรกับประภาคารที่อยู่ท่ามกลางความมืดมิด อะซะอิ นะงะมะซะสามารถสัมผัสถึงการมีอยู่ของมันได้ แต่เขาจะสามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนของมันได้ก็ต่อเมื่อเขาเข้าใกล้เรือสำราญเท่านั้น

หมิงชีหยินเงียบไปทันที พระขั้นยมทูตขาวดำทั้งสองไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านนอก แต่กระจกโบราณมองเห็น ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่าน้ำด้านนอกเริ่มเดือดและมีฟองเกิดขึ้น ลูกไฟนรกขนาดใหญ่จำนวนมากลุกโชนอยู่รอบ ๆ แหล่งพลังหยินทั้งสามขณะที่พวกเขามุ่งหน้ามาที่ห้องเก็บสินค้าของเรือสำราญด้วยความเร็วสูงสุด !

น้ำทะเลโดยรอบยังคงแปรปรวนอย่างรุนแรงขณะที่กลุ่มก้อนพลังหยินขนาดใหญ่กดทับลงมาที่พวกเขา ในขณะเดียวกัน เหล่าวิญญาณที่พยายามพุ่งเข้ามาในห้องเก็บสินค้าต่างกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน และมันก็กระจัดกระจายหายไปโดยไม่เหลือร่องรอย

มันแทบจะเหมือนกับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ บนภูเขาต่างหลีกทางให้กับเสือตัวใหญ่ที่เพิ่งออกมาจากถ้ำ

แข็งแกร่ง… แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ ! อันที่จริง หากมองข้ามข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ซามูไรแห่งท้องทะเลมีในตอนนี้ วิญญาณทั้งสามที่กำลังมุ่งหน้ามานี้แข็งแกร่งกว่าเขาอย่างเห็นได้ชัด ! พวกเขาจะต้องเป็นเหล่าไดเมียวจากยุคเซ็งโงกุอย่างแน่นอน !

ตู้ม ตู้ม ตู้ม ! ในเสี้ยววินาทีต่อมา กลุ่มก้อนพลังหยินที่หนาแน่นก็กระแทกตัวเข้ามาในห้องเก็บสินค้าของเรือสำราญอย่างแรง และแทนที่จะปล่อยให้น้ำทะเลไหลเข้ามาภายในห้อง รอยแตกทั้งหมดกลับถูกปกคลุมไปด้วยกำแพงเปลวไฟนรกขนาดใหญ่ ในวินาทีนี้… ใต้ท้องเรือทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยเปลวไฟสีเขียวหยกและเสียงกรีดร้องที่โหยหวนและเสียงร้องของเหล่าวิญญาณที่ทุกข์ทรมาน

กรี๊ดดดดด… ฮืออออ… หากมนุษย์ธรรมดาคนไหนได้มาอยู่ในห้องเก็บสินค้าในเวลานี้จะต้องหวาดกลัวจนเสียสติกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้ ภาพของเหล่าวิญญาณทั้งหมดปรากฏขึ้นให้เห็นจากกำแพงไฟเป็นครั้งคราว จากนั้น หลอดไฟที่ให้ความสว่างอยู่ภายในห้องเก็บสินค้าก็เริ่มกะพริบและดับไปในที่สุด

พรึ่บ… ในค่ำคืนที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์ การปรับเปลี่ยนอย่างกะทันหันระหว่างความสว่างและความมืดส่งผลให้คนทั้งหมดคล้ายกับตาบอดไปชั่วขณะ และในวินาทีนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างตัดผ่านความเงียบที่ตึงเครียด

ชิ้ง….

มันคือเสียงของใบมีดที่ถูกดึงออกจากฝัก

พวกเขา… อยู่ที่นี่แล้ว !

ราวกับเวลาถูกแช่แข็งไปครู่หนึ่ง โดจินซังและจินโกะซังต่างกลั้นหายใจและข่มเสียงเต้นของหัวใจที่เต้นแรงของตนให้เบาลง ความมืดที่เข้าปกคลุมกะทันหันทำให้ประสาทสัมผัสอื่น ๆ ของพวกเขาไวขึ้นเป็นพิเศษ และนั่นก็คือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาสามารถสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ชัดเจนแผ่ซ่านไปตามผิวหนัง

ทันใดนั้น–

ประกายแสงจากใบมีดก็สว่างวาบขึ้นในความมืด ตัดผ่านแสงจันทร์เดือนหงายและพุ่งตรงมาที่ศีรษะของโดจินซัง !

“ย๊ากกกกก !!” ด้วยเสียงตะโกนที่ดุดัน ทักษะที่เขาได้เตรียมไว้ล่วงหน้าเริ่มทำงาน ร่างทั้งร่างของเขาถูกห่อหุ้มไปด้วยประกายแสงสีทองซึ่งก่อตัวเป็นภาพมายาของพระพุทธเจ้าที่อยู่ล้อมรอบร่างของเขาในทันที แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น คมดาบตรงหน้ากลับแทงทะลุเข้ามาอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณของเขาบอกได้ทันทีว่านี่คือวินาทีระหว่างความเป็นและความตาย ดังนั้นพระร่างใหญ่จึงรีบเอียงศีรษะหลบการโจมตีที่พุ่งเข้ามาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจากนั้น เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว !

“ช่างเป็นกลิ่นที่หอมยั่วยวนเสียจริง…” เสียงพูดที่แผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางความมืด “เราทั้งคู่ต่างก็อยู่ขั้นยมทูตขาวดำ… แต่เจ้าคิดจริง ๆ น่ะหรือว่าเจ้าจะสามารถหยุดพวกข้าได้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง ?”

น่าเศร้าที่พวกเขาไม่มีเวลาพอที่จะเอ่ยตอบ ประกายแสงดาบที่ดุดันได้สร้างรอยบาดแผลที่น่าสยดสยองไว้บนหน้าของโดจินซัง และกลุ่มก้อนพลังหยินก็ยังคงมีให้เห็นอยู่บนใบหน้าของเขา หากเขาไม่เอียงศีรษะตามสัญชาตญาณก่อนหน้านี้ หัวของเขาก็คงหลุดจากบ่าไปนานแล้ว

วิชาลับของภูเขาโคยะ ‘แสงจันทร์เดือนหงาย’ ไม่สามารถต้านการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวจากไดเมียวขั้นยมทูตขาวดำได้

จากนั้น ราวกับการตอบสนองที่ล่าช้า ภาพมายาที่ห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้ก็แตกสลายไปในวินาทีต่อมา

โดจินซังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เขารีบไปยืนหลังชนหลังกับจินโกะซังทันที ริมฝีปากของเขาสั่นระริกขณะที่ไล่นิ้วมือไปตามบาดแผลบนใบหน้าอย่างเหลือเชื่อ เร็วมาก… แม้แต่เขาเองก็ไม่สามารถตอบสนองต่อการโจมตีนี้ได้ทันเวลา !

“อิไอโด ?[2]” จินโกะซังกลืนน้ำลายอย่างเป็นตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อเย็นไหลลงมาตามกรอบหน้า “ในยุคเซ็งโงกุมีไดเมียวเพียงไม่กี่คนที่ฝึกฝนวิชาดาบนี้ และด้วยระดับความเชี่ยวชาญนี้ ท่านคือ…”

พรึ่บ !!! ราวกับตอบรับคำถามของเขา ลูกไฟนรกปรากฏขึ้น มอบความสว่างให้กับภายในห้องเก็บของราวกับหิ่งห้อยจำนวนมากที่ลอยไปมาอย่างน่าหวาดกลัวภายในถ้ำน้ำแข็งในช่วงกลางของฤดูหนาว พวกมันลอยไปมาในอากาศก่อนจะรวมตัวกันเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ ครู่ต่อมา ร่างที่แต่งกายด้วยชุดเกราะสีแดงเข้มก็ลืมตาสีแดงเลือดของตนขึ้นและค่อย ๆ ก้าวออกมา

ชุดเกราะสีแดงตรงหน้าถูกทำขึ้นมาอย่างประณีต ดาบคาตานะที่ยาวห้าฟุตก็ถูกแขวนอยู่ที่ข้าวเอว มันยาวกว่าดาบคาตานะทั่วไปที่มักจะยาวแค่สองถึงสามฟุตเท่านั้น

“กลิ่นของชีวิต… มันช่างหอมหวลยิ่งนัก…” ขณะที่พึมพำเสียงเบา นักรบเกราะแดงก็กางแขนออกราวกับโอบกอดความมืดที่อยู่รอบตน

จินโกะซังและโดจินซังต่างตกตะลึงทันทีที่พวกเขาเห็นร่างที่โผล่ออกมาจากความว่างเปล่า ภายในเสี้ยววินาที พวกเขาก้าวถอยห่างออกมาเกือบสิบเมตรโดยไม่รู้ตัว และขณะที่พวกเขาเพิ่งจะสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้เพียงเล็กน้อย พวกเขาก็พบว่าแผ่นหลังของพวกตนชนเข้ากับผนังของห้องเสียแล้ว

“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะรู้ว่าข้าคือผู้ใด” ดวงตาสีแดงเลือดจ้องมองพระทั้งสอง ชายในชุดเกราะแดงชักดาบของตนออกมาและค่อย ๆ ไล่นิ้วไปตามตัวมีด “แล้ว… พวกเจ้ารู้จักดาบของข้าด้วยหรือไม่ ?”

อึก… พระทั้งสองลอบกลืนน้ำลายอย่างวิตกกังวล

พวกเขาจะไม่รู้จักมันได้อย่างไร…

ใบมีดของเขารวดเร็วดั่งสายฟ้าและพลิ้วไหวราวสายลม ผู้ที่ถูกฟ้าผ่าแต่ไม่ตาย ชายผู้เป็นหนึ่งในสามมหาเทพแห่งสงครามแห่งยุคเซ็งโงกุ

และดาบคาตานะที่ยาวห้าฟุตของเขาที่ชื่อว่าตัดสายฟ้าก็คือสิ่งที่เขาใช้ในการผ่าสายฟ้าที่ผ่าลงมา [3]

ดังนั้นมันจึงถูกตั้งชื่อว่า… ไรจิง ตัดสายฟ้า และผู้ที่เป็นเจ้าของของมันก็ไม่ใช่ผู้ใดอื่นนอกจากทาจิบานะโดเซ็ตสึ !!

“ชื่อของท่านโดเซ็ตสึนั้นแพร่หลายไปทั่ว มีผู้คนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่จะไม่รู้จักชื่อของท่าน” อีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา และชุดเกราะขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟสีแดงเลือดก็พลันก้าวออกมาจากความมืดพร้อมกับลากหอกเล่มยาวมาตามพื้น หอกที่เปื้อนคราบเลือดสีแดงเข้มแข็งกรัง

ทันทีที่พระทั้งสองเห็นผู้ที่เดินออกมาใหม่ ดวงตาของทั้งคู่ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาและแข็งกร้าวทันที

เขาคืออัจฉริยะที่บัญชาการกองกำลังกองทัพแดงของทาเคดะตั้งแต่อายุ 21 ปี ผู้ที่หอกและชุดเกราะถูกอาบด้วยเลือดของเหล่าศัตรู เขาไม่ใช่ผู้ใดอื่นนอกจากปีศาจแดง อี นาโอมาสะ !

พวกเขา… เองหรือ ?

มันไม่สำคัญว่าก่อนหน้านี้โดจินซังและจินโกะซังมีความมั่นใจมากเพียงใด เพราะทันทีที่เหล่าบุคคลผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์พวกนี้ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาก็รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่เข้าเกาะกุมหัวใจของตัวเองทันที

“พวกเจ้าพร้อมแล้วใช่หรือไม่ ?” ทันใดนั้น ร่างที่สามก็ก้าวออกมาจากความมืด เขาแต่งกายด้วยชุดยูกาตะสีขาวบริสุทธิ์ คลุมทับด้วยฮาโอริสีดำสนิทพร้อมกับพัดพัดในมือของตนเบา ๆ ดูไม่เหมือนกับนักรบเลยแม้แต่น้อย

ยิ่งกว่านั้น เขายังเป็นเพียงผู้เดียวที่ดวงลุกโชนด้วยเปลวไฟนรกสีขาวหม่น แต่รัศมีที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นเป็นของขั้นยมทูตขาวดำอย่างไม่ต้องสงสัย ความแข็งแกร่งของวิญญาณร้ายนั้นขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการรบในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ และข้อเท็จจริงที่ว่าเขาอยู่ขั้นยมทูตขาวดำก็แสดงให้เห็นถึงชัยชนะมากมายในชีวิตของวิญญาณตรงหน้า

ชายดวงตาสีขาวมองพระทั้งสองด้วยสายตาเรียบนิ่งขณะที่เอ่ยต่อ “หากพวกเจ้าเตรียมการพร้อมแล้ว… พวกข้าจะได้ส่งพวกเจ้าไปตามทางของตัวเองเสียที”

[1] นี่คือเหตุที่เกิดขึ้นในค.ศ. 2 กล่าวกันว่าเขาคือผู้ที่ค้นพบตราประทับหยกและเก็บมันเอาไว้ ทว่าเมื่ออ้วนสุดประกาศตัวเป็นจักรพรรดิ เขาก็จับภรรยาของซุนเกี๋ยนเป็นตัวประกันเพื่อแลกกับตราประทับดังกล่าว

[2] เป็นศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นที่เน้นไปในด้านการตื่นตัวและสามารถชักดาบและตอบสนองต่อการโจมตีอย่างกะทันหันได้อย่างรวดเร็ว

[3] ตำนานเล่าว่าการที่เขาสามารถรอดชีวิตมาได้นั้นเป็นเพราะว่าเขาได้ตัดสายฟ้าที่ผ่าลงมาด้วยดาบของตน

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 261 พันปักษา (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved