cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 255 การปลดปล่อย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 255 การปลดปล่อย
Prev
Next

บทที่ 255: การปลดปล่อย

มันเป็นค่ำคืนที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์

และตอนนี้ก็เป็นเวลาสี่ทุ่มตรง

ช่องแคบสึชิมะถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ จากจุดที่ฉินเย่อยู่ มันดูเหมือนกับรอยแยกอันน่ากลัวที่สามารถกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้าไปใกล้

ในความเป็นจริงแล้ว พลังหยินที่เกาะกลุ่มอยู่บริเวณนั้นหนามากจนเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง นี่คือผลของการรวมตัวกันของขั้นยมทูตขาวดำ นักล่าวิญญาณและทหารวิญญาณอีกจำนวนนับพันที่เตรียมพร้อมสำหรับการรบที่ช่องแคบสึชิมะ ความหนาแน่นของพลังหยินแถวนั้นเพียงพอที่จะทำลายสมดุลภายในแดนมนุษย์ให้เอนเอียงไปทางพลังหยินได้เลยด้วยซ้ำ

“นี่มันอะไรกัน ?!” หนึ่งในผู้เข้าร่วมประมูลมองออกไปด้านนอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาจ้องไปยังธงสงครามขนาดใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มก้อนพลังหยิน

“มันคือการสำแดงพลังของความชั่วร้าย” เสื้อคลุมของนักบวชกระพรืออย่างรุนแรงขณะที่เขามองไปยังปลายขอบฟ้าด้วยความเย็นชา “และ… ผมก็เกรงว่ามันจะเป็นวิญญาณร้ายที่ทรงพลังมากเสียด้วย ! ท่านครับ ผมอยากให้คุณกลับที่ห้องของตัวเองโดยเร็วที่สุดและห้ามออกมาโดยเด็ดขาด นี่ไม่ใช่สนามรบที่ท่าจะสามารถก้าวเข้ามาได้”

“พวกมันเป็นวิญญาณร้ายที่กระหายเลือดและดุร้าย”

พึ่บ !! เสื้อของเขาฉีกออก เผยใช้เห็นอักขระสีทองอร่ามมากมายสว่างขึ้นทั่วร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขา ชายสูงอายุชาวจีนอีกคนหนึ่งที่มีเครายาวก้าวออกมาด้านหน้าพร้อมกลับเสื้อคลุมยาวของตนและดาบไม้มะฮอกกานีอีกจำนวนมากที่ลอยอยู่ข้าง ๆ และมันก็ยังมีชายในเสื้อคลุมยาวอีกคนหนึ่งที่ถือคัมภีร์กุรอ่านอยู่ด้านหน้าของเขา ขณะที่หน้ากระดาษเริ่มพลิกไปมาด้วยตัวเอง

ผู้ฝึกตนเหล่านั้นเดินออกมาทีละคน ๆ พวกเขามอบความมั่นใจให้กับนายจ้างของตนที่กำลังวิตกกังวลโดยการก้าวออกมายังหัวของเรือ ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติแต่อย่างใด

คนเป็นและคนตายไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ หากวิญญาณเข้ามาแทรกแซงกิจการของแดนมนุษย์ พวกเขา ผู้ฝึกตนมนุษย์ ก็จะไม่มีวันถอยหลังได้แม้แต่ก้าวเดียว !

แม้ว่าพวกเขาจะต้องตายไปในการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยก็ตาม !

“การรวมกันของกองกำลังตรงหน้านั้นแข็งแกร่งจนฉันเองก็ตัวสั่นไปหมด…” หญิงชราคนหนึ่งที่กำลังหวีสางผมสีขาวเอ่ยขึ้นเบา ๆ “นี่ไม่ใช่แค่ขั้นยมทูตขาวดำทั่วไป… ฉันสัมผัสได้ถึงความโกรธแค้นที่เล็ดลอดออกมาจากใจกลางกลุ่มหมอกดำนั่น นอกจากนี้มันยังมีจิตสังหารที่รุนแรงพุ่งมาที่เรา แม้ว่ามันจะยังอยู่ห่างจากเรามาก็ตาม”

เส้นทางข้างหน้าเรียงรายด้วยโคมไฟสีเขียวหยกที่เห็นได้ชัดว่าเป็นของยมโลก นี่ไม่ต่างอะไรกับคลองน้ำที่นำไปสู่ทะเลแห่งความตายเลยสักนิด เหล่าผู้ฝึกตนทั้งหมดจับจ้องสายตาของพวกเขาไปที่ธงที่ชูขึ้นสูงที่อยู่ห่างออกไป มันคือสัญลักษณ์ที่เกิดจากการนำดอกไม้สามดอกมาไว้รวมกันในลักษณ์ของกระดองเต่า

อะซะอิ นะงะมะซะ !

เกาะนิรนามตรงหน้าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ณ ใจกลางของหมอกพลังหยิน ชายสวมชุดเกราะสีขาวผู้หนึ่งยืนอยู่ที่หัวเรือของเรือรบหุ้มเกราะอย่างอาจหาญ เขาดูหนุ่มมาก แม้ว่าหน้าตาจะไม่ได้ถือว่าหล่อเหลามากมาย แต่เขาก็ยังดูแข็งแกร่งและดุดันอย่างไม่ต้องสงสัย พู่สีแดงสองอันห้อยลงมาที่ด้านข้างของหมวกที่สวมอยู่ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นและกางมือไปด้านข้างอย่างสง่างาม ไม่สามารถข่มความรู้สึกตื่นเต้นภายในใจของตัวเองได้อีกต่อไป “ในที่สุด… เวลานี้ก็มาถึง…”

“โออิจิ… เจ้าเห็นหรือไม่ ?”

“ชายผู้เป็นต้นเหตุให้สามีของเจ้าต้องทำการคว้านท้องตัวเอง และไปสังหารลูกของเจ้าอย่างเลือดเย็น… ในที่สุด มันก็ถูกข้าลากมายังแดนสังหารแห่งนี้…”

“ข้าได้สาบานกับตัวเองว่าวันหนึ่งข้าจะต้องชำระหนี้แค้นในครั้งนั้นให้จงได้ และหลังจากผ่านไปมากกว่า 400 ปี… ในที่สุดเวลาแก้แค้นของข้าก็มาถึง !!!”

เขาลดมือลงช้า ๆ แม่ทัพญี่ปุ่นในชุดเกราะจำนวนมากยืนอยู่ด้านหลังของเขาในตอนนี้ แต่ถึงกระนั้น การมีอยู่ของพวกเขาทั้งหมดนั้นเป็นเพียง… ภาพลวงตาเท่านั้น !

หากพูดให้ถูกก็คือพวกเขายืนอยู่ระหว่างการมีตัวตนจริงและภาพลวงตา บางตนถืออาวุธที่มีความยามประมาณ 20 ฟุต บางคนสวมผ้าปิดตาหนึ่งข้าง ในขณะที่คนอื่น ๆ กำลังพัดให้ตัวเองด้วยพัดทรงกลม พวกเขาดูธรรมดา แต่สัญลักษณ์ที่สลักบนผืนธงที่พวกเขาถืออยู่นั้นสามารถสร้างความหวาดกลัวให้กับจิตใจของผู้ที่พบเห็นได้อย่างง่ายดาย

หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือโทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ชายผู้รวบรวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งที่แบกธงที่มีสัญลักษณ์ 5–7 เพาโลเนียของตระกูลโทโยโตมิไว้บนหลัง

จากนั้นมันก็ยังมีโทกูงาวะ อิเอยาซุกับธงลายสามฮอลลี่ฮอคของตระกูลโทกูงาวะ

หนึ่งในนักรบผู้ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น ซานาดะ ยูกิมูระที่มาพร้อมธงลายเหรียญหกเหรียญของตระกูลซานาดะ

นอกจากนี้ยังมีธงลายนกกระจอกสองตัวที่ถูกล้อมรอบโดยต้นไผ่ของตระกูลดาเตะที่ถูกถือโดยมังกรตาเดียว ดาเตะ มาซามูเนะ

และนี่ยังไม่รวมถึงสัญลักษณ์เพชรสี่เม็ดที่เรียบง่ายทว่าน่ากลัวของพยัคฆ์แห่งคาอิ ทาเกดะ ชิงเง็งแห่งตระกูลทาเกดะอีก

นี่คือการรวมตัวกันของหนึ่งในแม่ทัพที่น่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น แม้ว่าจะพวกเขาบางตนจะมีสถานะสูงว่าชายในชุดเกราะสีขาวในขณะที่ยังมีชีวิต แต่วันนี้พวกเขาทั้งหมดกำลังยืนอยู่ด้านหลังของอีกฝ่าย

พวกเขาคือขุนศึกในยุคเซ็งโงกุ !

ชายที่ยืนอยู่ด้านหน้ายังคงจับจ้องไปที่ท้องฟ้าที่อยู่ห่างออกไปอยู่อีกสักพักใหญ่ก่อนจะเอ่ยสั่ง “ชูธง”

“ทำให้แขกของเราได้รู้ว่าตอนนี้พวกเขากำลังก้าวเข้ามาในอาณาเขตของผู้ใด”

“หลังจากผ่านไป 400 ปี ในที่สุดพวกเราก็จะได้แสดงให้ราชาปีศาจแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6 ได้เห็นแล้วว่าราชาที่แท้จริงคือผู้ใด !”

เขาสูดหายใจเข้าช้า ๆ และหน้าอกของเขาก็พองขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ฆ่ามัน !!!”

เสียงที่ตะโกนออกไปนั้นดังสนั่นราวกับเสียงฟ้าร้อง เขาอ้าปากออกกว้างเกินหนึ่งเมตร ความเกลียดชังฉายชัดอยู่บนใบหน้า เหมือนอย่างที่ทุกคนคาดหวังที่จะได้เห็นจากวิญญาณร้ายที่น่าสะพรึงกลัว และพร้อมกับเสียงตะโกนดังกล่าว ธงสงครามพลันถูกชูขึ้น และพลังหยินที่อยู่ล้อมรอบพวกเขาก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงกระดูกในชุดเกราะที่อยู่บนเรืออะตะเกะบุเนะทั้งหมดลืมตาขึ้นในทันที

ซ่ากกกกก !!! เสียงตะโกนตอบรับแม่ทัพของพวกตนดังก้องไปทั่ว และวิญญาณร้ายทั้งหมดก็เริ่มเคลื่อนไหวอยู่ภายในช่องแคบสึชิมะ

………

กลับมาที่บนเรือสำราญ ฉินเย่เดินนำอิวาซากิและทาดายูกิกลับเข้าไปที่ห้องเก็บสินค้าซึ่งอยู่ต่ำสุดของลำเรือพร้อมด้วยการคุ้มกันจากพระทั้งสอง

และภาพแรกที่พวกเขาได้เห็นก็ทำให้หางตาของคนทั้งหมดกระตุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าตะปูเหล็กที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เซนติเมตรกว่าร้อยตัวถูกตอกเข้ามาจากอีกด้านหนึ่งของลำเรือ และมันก็คือแหล่งที่มาของเสียงกึก ๆ เบา ๆ ที่ฉินเย่ได้ยินก่อนหน้านี้

ฉินเย่เห็นเช่นนี้ก็สามารถปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมดได้ทันที ในขณะที่พวกเขายังอยู่ที่โถงประมูลก่อนหน้านี้ พวกกัปปะได้ลอบมาที่ใต้ท้องเรือและตอกตะปูพวกนี้เอาไว้ โดยที่ปลายอีกด้านหนึ่งของตะปูถูกผูกไว้กับร่างของมัน จากนั้น ด้วยการร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่ง พวกมันสามารถเคลื่อนเรือไปได้โดยที่ไม่มีใครบนเรือรู้ตัว และจุดหมายของพวกมันน่ะหรือ ? แน่นอน มันคือช่องแคบสึชิมะ !

ในแง่นั้น มันสามารถพูดได้ว่าแผนการของพวกกัปปะนั้นประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ตอนนี้เรือสำราญอยู่ห่างจากช่องแคบสึชิมอีกไม่มาก ฉินเย่พยายามทำทุกอย่างที่เขาสามารถทำได้เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงกับกองกำลังของอิซานามิ แต่เรื่องทั้งหมดก็ยังกลับกลายมาเป็นแบบนี้

ถอยหรือ ?

นั่นจะเป็นเหมือนกับการวางรากฐานสำหรับการทำเล่มวิจัยก่อนที่จะทิ้งมันไว้กว่า 11 ชั่วโมง ดังนั้นการถอยจึงไม่ใช่หนึ่งในตัวเลือกอย่างแน่นอน

“พระ เมื่อไหร่พระนักรบของพวกคุณจะมาถึง ?” ฉินเย่รีบหันไปถามพระญี่ปุ่นทั้งสอง

“พวกเขาจะมาถึงภายในหนึ่งชั่วโมงครับ !” โดจินซังตอบ

จากนั้นฉินเย่จึงหันไปหาทาดายูกิ แต่ก่อนที่เขาจะได้ถามคำถามออกไป อีกฝ่ายก็ตอบทันทีว่า “กองกำลังเท็งงุเองก็ออกมาแล้ว พวกเขาจะมาถึงภายในหนึ่งชั่วโมงเช่นกันครับ !”

“ดี” ฉินเย่สูดหายใจเข้าช้าๆและนั่งลงกับพื้น “ช่วยคุ้มกันผมที”

ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เหล่าขุนศึกในยุคเซ็งโงกุจะได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง !

อะซะอิ นะงะมะซะได้แต่งงานกับโออิจิ ผู้ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่สวยที่สุดในยุคนั้นและเธอก็เป็นน้องสาวของโอดะโนบูนางะ แต่ถึงกระนั้น ความเกี่ยวโยงทางสายเลือดก็ไม่สามารถห้ามโนบูนางะไม่ให้ผลักดันนางจนฆ่าต้องตัวตายได้ โนบูนางะสังหารลูกชายคนโตของนาง และยังเนรเทศลูกชายคนที่สองให้ไปอยู่ในวัด และไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปที่ไหนอีกตลอดชีวิต นี่คือความแค้นที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของพวกเขา และมันก็ต้องได้รับการชดใช้อย่างสาสม แม้ว่านั่นจะหมายถึงการตามล่าที่ไม่รู้จบก็ตาม !

มันคือความแค้นที่สลักลงไปในสายเลือด

แต่ที่น่าเป็นกังวลมากที่สุดก็คือข้อเท็จจริงที่ว่าอะซะอิ นะงะมะซะอาจจะครอบครองสมุดแห่งความเป็นตายเอาไว้ การแสดงอำนาจของท่านเปาอาจจะพอเป็นประโยชน์ แต่มันก็คงไม่สามารถกำจัดกองกำลังทั้งหมดที่ทางยมโลกญี่ปุ่นส่งมาได้ !

ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางมาที่ตงไห่ อาร์ทิสได้สอนเขาถึงวิธีการคลายผนึกของถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงหลับตาลงและเริ่มเรียกโอดะโนบูนางะออกมาในใจ

หมิงชีหยินที่เห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ “นี่มันไม่ถูกต้อง… ปกติเจ้าจะต้องตะโกนร้องสุดเสียงและพยายามหาทางหนี เหตุใดวันนี้เจ้าจึงทำตัวแปลกไปจากเดิม ?”

ฉินเย่เพียงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เพราะว่ามันไม่มีทางให้หนีอีกแล้ว”

“และในเมื่อมันไม่มีทางให้หนี การทำตัวสิ้นหวังจะไปมีประโยชน์อะไร ?”

ใช่ เขาเป็นพวกขี้ขลาด แต่ความขี้ขลาดของเขาก็ไม่ได้ส่งผลใด ๆ ต่อการตัดสินสถานการณ์ของตนเอง อันที่จริง ในเวลานี้ตัวเขาเองรู้ดีกว่าใครว่ายิ่งเขาทำทุกอย่างด้วยความกลัวและความขี้ขลาดมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งตายเร็วขึ้นเท่านั้น ไม่มีความปราณีในสนามรบ ความหวังเดียวในการเอาชีวิตรอดของเขาก็คือการทำใจให้สงบและฝ่าวงล้อมแห่งความตายเพื่อหาทางรอดให้ตัวเอง

เด็กหนุ่มวางถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสีลงตรงหน้า จากนั้นก็เริ่มประสานมือเป็นลักษณะต่าง ๆ พร้อมกับใส่พลังหยินของตัวเองเข้าไป ไม่กี่วินาทีต่อมา พร้อมกับเสียงบางอย่างดังขึ้นเบา ๆ ถ้วยตรงหน้าพลิกคว่ำลงและลอยขึ้นกลางอากาศ ชิ้นส่วนที่แตกอีกส่วนหนึ่งซึ่งไป๋อี้ชานได้มอบให้เขาก่อนหน้านี้ลอยออกมาจากชุดของฉินและประกบเข้าด้วยกัน

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก …จังหวะที่คล้ายกับการเต้นของหัวใจดังก้องไปทั่วทุกมุมของห้องเก็บสินค้า พลังหยินที่ห่อหุ้มตัวถ้วยเอาไว้หนาขึ้นเรื่อย ๆ ครู่ต่อมาฉินเย่ก็ลืมตาขึ้นและประกบฝ่ามือเข้าด้วยกันเสียงดัง ทันใดนั้นเองสัญลักษณ์เหรียญทองแดงก็ปรากฏขึ้นที่ก้นถ้วย

สัญลักษณ์ดังกล่าวขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมันกลายเป็นกระแสน้ำวนสีดำสนิท

“อดทนไว้จนกว่าผมจะออกมา !” ฉินเย่เอ่ยเตือนคนทั้งหมดอีกครั้ง จากนั้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องอันโหยหวน พลังหยินจำนวนมากเข้าห่อหุ้มร่างของเด็กหนุ่มเป็นเวลาหนึ่งก่อนที่จะเผยให้เห็นฉินเย่ในสถานะของยมทูตขาวดำ พร้อมด้วยหมวกทรงสูงและไม้ขกสังปั้งในมือ จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าไปในมิติเสมือนจริงที่อยู่ภายในถ้วยทันที

อาณาเขตเวททั้งหมด รวมถึงมิติของถ้วยสามารถเปิดได้จากด้านในเท่านั้น เว้นแต่ว่าพวกมันจะถูกทำลายจากด้านนอกด้วยพลังที่แข็งแกร่งกว่า

ภายในห้องเก็บสินค้าถูกปกคลุมด้วยความเงียบอีกครั้ง

พร้อมกับการสูดหายใจเข้าช้า ๆ กริชวัชระลอยออกมาจากเสื้อคลุมและเริ่มเปล่งแสงสีทองออกมา ด้วยการประสานอินอย่างรวดเร็ว เมฆก้อนเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นที่บริเวณเท้าของเขาและพาเขาไปที่กลางห้องเก็บของ จากนั้นชายร่างใหญ่ก็ยกแขนขึ้น ม้วนคัมภีร์ที่ดูเหมือนจะไร้สิ้นสุดก็ค่อย ๆ คลี่ตัวออกพร้อมกับเสียงดังเบา ๆ และเริ่มล้อมรอบทั้งห้องเอาไว้

อักขระภาษาสันสกฤตจำนวนมากเรืองแสงออกมาและจางหายไปอย่างรวดเร็ว ในทำนองเดียวกัน จินโกะซังเองก็เริ่มประสานอินก่อนจะตบฝ่ามือลงไปที่พื้น คัมภีร์อีกม้วนหนึ่งลอยออกมา เปล่งประกายแสงสีทองสุกใส

“นี่คือวิชาลับที่ทรงพลังที่สุดของภูเขาโคยะ แสงจันทร์เดือนหงาย” เขาหลับตาลงและจับคัมภีร์แน่น “ไม่คิดเลยว่าจะได้มีโอกาสใช้พลังของมันอย่างเต็มรูปแบบ”

“อะซะอิ นะงะมะซะ …ช่างเป็นชื่อที่น่าเกรงขามจริง ๆ เช่นนั้น มาดูกันว่าระหว่างไดเมียวผู้ยิ่งใหญ่จากเมื่อ 400 ปีก่อนกับภูเขาโคยะในยุคสมัยปัจจุบัน ฝ่ายไหนแข็งแกร่งกว่ากัน !”

ฟึ่บ !!! ประกายแสงสีเงินสว่างวาบออกมาจากคัมภีร์ และดอกบัวที่บานสะพรั่งก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มันบานออกทีละชั้น ๆ จนกระทั่งจางหายเข้าไปในกำแพงของห้องเก็บสินค้าในท้ายที่สุด ในขณะที่ดอกบัวจางหายไป ผนังด้านในของห้องก็เต็มไปด้วยแผ่นยันต์จำนวนนับไม่ถ้วน

ฉินเย่ไม่รับรู้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเลยแม้แต่น้อย ตัวเลือกของเขาเพียงอย่างเดียวตอนนี้ก็คือเชื่อใจคนพวกนั้น ในความเป็นฏิปักษ์อันรุนแรงระหว่างฝั่งของศัตรูของพระพุทธและฝั่งของภูเขาโคยะและองเมียวจิ และเขาก็ไม่มีเวลาให้มาคิดเรื่องพวกนี้เช่นกัน เพราะตอนนี้เขากำลังบินผ่านช่องมิติเวลาที่คับแคบและวัดโบราณก็ได้ปรากฏขึ้นที่ปลายอีกด้านหนึ่งของช่องมิตินี้แล้ว !

ตุบ ทันทีที่เด็กหนุ่มก้าวออกมา เขาก็ต้องชะงักไป

เสียงของม้าและทหารม้าดังก้องไปทั่ว

วัดฮนโนยังคงดูเก่าดังเดิม แต่ ณ เวลานี้เบื้องหน้าของวัดกลับมีทหารวิญญาณมากกว่า 2,000 ตนยืนเรียงต่อกันอย่างเป็นระเบียบ พวกเขาทั้งหมดสวมชุดเกราะหนา และสวมหน้ากากผีร้ายเพื่อบดบังใบหน้าของตัวเอง พลังหยินอันรุนแรงแผ่ออกมาจากค่ายกลทหารที่กำลังนั่งอยู่บนม้าศึกโครงกระดูกของตน ธงสงครามของตระกูลโอดะปลิวไสวอย่างบ้าคลั่งราวกับมหาสมุทรที่ดุร้ายซึ่งอยู่ในส่วนลึกของยมโลก

ฉินเย่ที่เห็นเช่นนั้นก็สามารถบอกได้เลยว่าทหารม้าพวกนี้แตกต่างจากทหารม้าทั่วไป

เครื่องแต่งกายของพวกเขาเป็นสีแดงดำ และแต่ละตนก็สวมโครงไม้ไผ่ที่คลุมด้วยผ้าไว้ที่หลังอีกชั้นหนึ่ง ราวกับกระดองเต่า

พวกเขาทั้งหมดคือซามูไรขี่ม้า หรือซามูไรคุ้มกันของโอดะโนบูนางะนั่นเอง

พวกเขาคือเหล่าทหารม้าชั้นยอดที่ติดตามราชาปีศาจแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6 และเกือบจะรวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งได้สำเร็จ ! กองกำลังสีแดงและกองทหารสีดำของโอดะโนบูนางะ !

โนบูนางะประจำอยู่ที่ด้านหน้าสุดของค่ายกลพร้อมด้วยหน้ากากสีทองที่สวมอยู่บนใบหน้า มุไร ซาดาคัตสึประจำอยู่ทางซ้าย ในขณะที่โอดะโนบูทาดะทางด้านขวา ทั้งสองต่างขี่ม้าโครงกระดูกขนาดใหญ่ที่สูงประมาณคนสองคนต่อกัน พลังหยินอันไร้ขอบเขตไหลออกมาจากกระดูกของพวกเขา โดดเด่นออกมาจากเหล่าม้าโครงกระดูกทั้งหมดราวกับดวงดาวที่สว่างขึ้นในยามราตรี เมื่อเห็นการมาถึงของฉินเย่ โอดะโนบูนางะก็เงยหน้าขึ้นฟ้าและหัวเราะออกมาเสียงดังขณะที่ใช้ดาบคาตานะในมือของตนไปที่ฉินเย่ “ยมทูตจีน นั่นคือร่างที่แท้จริงของเจ้าเช่นนั้นหรือ ?”

“ถูกต้อง ข้ามาแล้ว” ฉินเย่ยืนอยู่ตรงหน้าของทหารม้าทั้งหมด เขาสัมผัสได้ถึงความดุร้ายที่แผ่ออกมาจากกองกำลังทั้งหมด ดวงตาของเหล่าทหารม้าแต่ละตนต่างลุกโชนด้วยเปลวไฟสีแดงเข้มซึ่งหมายความว่าพวกเขาได้สังหารคนอย่างโหดเหี้ยมในขณะที่ยังมีชีวิต

“มาสิ ไหนบอกข้าที….” เวลานี้ แม้แต่ร่างของโนบูนางะเองก็สั่นเทาเล็กน้อย “ผู้ใดกำลังรอข้าอยู่ด้านนอกนั่น ?”

ฉินเย่ยิ้ม รอยยิ้มของเขาในขณะที่อยู่ในสถานะยมทูตนั้นค่อนข้างน่ากลัว แต่มันกลัวเหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้เป็นที่สุด

“อะซะอิ นะงะมะซะ”

“ฮ่า ๆๆๆๆ!!!” ราชาปีศาจแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6 หัวเราะออกมาเสียงดังลั่นขณะที่เขาชูดาบคาตานะของตัวเองขึ้นไปบนอากาศ “ในที่สุด ! สวรรค์ก็ตอบรับคำขอของข้า !!!”

“เร่งมือเข้า ! รีบปลดผนึกที่จองจำข้ามานับร้อย ๆ ปีเสีย” ความคับแค้นใจระเบิดออกมาจากภายใต้หน้ากากสีทอง คลื่นพลังหยินที่ปะทุออกมาทำให้วัดฮนโนเริ่มส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด และต้นไม้ที่อยู่โดนรอบก็เอนไปมา

“ข้ารอคอยวันนี้มานานเต็มทนแล้ว !”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 255 การปลดปล่อย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved