cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 232 แมงมุมดินหลี่กุ้ย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 232 แมงมุมดินหลี่กุ้ย
Prev
Next

บทที่ 232: แมงมุมดินหลี่กุ้ย

แสงสว่าง ?

เขาขยี้ตา เมื่อครู่เขาเห็นแสงสว่างอย่างนั้นเหรอ ?

ม่านสีดำที่ปิดหน้าต่างอยู่ค่อนข้างบาง ดังนั้นเขาจึงสามารถมองเห็นภาพราง ๆ ของสิ่งที่อยู่ด้านนอกตู้โดยสารผ่านทางหน้าต่างได้ และภายใต้ท้องฟ้าอันมืดมิดยามค่ำคืน ท่ามกลางทุ่งนาที่อยู่รอบ ๆ …มันกลับมีลำแสงแปลกประหลาดที่ดูเหมือนว่ากำลังไล่ตามการเคลื่อนที่ของรถไฟมาติด ๆ

แสงไฟดังกล่าวไม่ได้อยู่ห่างออกไปนัก จากการคาดคะเนของเขา มันน่าจะอยู่ห่างออกไปประมาณร้อยเมตร อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของแหล่งกำเนิดแสงกลับกระตุ้นความสงสัยของเขาขึ้นมา แสงนั่นมาจากไหนกัน ? แล้วมันตามความเร็วของรถไฟทันได้ยังไง ? เขาอดไม่ได้ที่จะพยายามเพ่งสายตามองมัน

แหล่งกำเนิดแสงนั้นพร่ามัว แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด อย่างไรก็ตามหม่าหยวนคุนไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไรไม่ว่าเขาจะพยายามเพ่งสายตามองแค่ไหนก็ตาม แต่หลังจากที่เขาเริ่มใช้พลังปราณของตัวเองเขาก็สามารถมองเห็นสิ่งนั้นได้ชัดเจนขึ้น

จากนั้น ในเสี้ยววินาทีต่อมารูม่านตาของเขาก็หดตัวก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

ฟึ่บ คนอื่น ๆ ในตู้โดยสารหันไปมองทันที ผู้ฝึกตนขั้นยมเทพที่อยู่ในตู้โดยสารทั้งสี่ต่างหันไปมองหม่าหยวนคุน และพวกเขาก็พบว่าร่างของอีกฝ่ายกระตุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้และริมฝีปากของเขาก็สั่นไม่หยุดขณะที่มือข้างหนึ่งชี้ไปนอกหน้าต่าง ไม่สามารถหาคำใดมาอธิบายความรู้สึกและความคิดที่อยู่ในหัวของตนได้

“สะ ศัตรู…” หม่าหยวนคุณเอ่ยออกมาหลังจากเงียบอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ตะโกนออกมาสุดเสียง “สะ ศัตรู… ศัตรูบุก… ศัตรูบุก !!!”

เขามองเห็นมันอย่างชัดเจน

แหล่งกำเนิดแสงดังกล่าวนั้นมาจากตะเกียงไฟ

ตอนนี้พวกเขากำลังเคลื่อนที่ผ่านถิ่นทุรกันดารที่อยู่ห่างจากเมืองตงไห่ 100 กิโลเมตร

ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆดำ กลุ่มดาวส่งแสงระยิบระยับ แต่แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ลำแสงนั้นกลับปรากฏขึ้นในความมืดและเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเดียวกับรถไฟ

นอกจากนี้เขายังมองเห็นด้วยว่าสิ่งที่ถือตะเกียงไฟนั่นอยู่ไม่ใช่มนุษย์ !

เขามองเห็นมันอย่างชัดเจน มันคือ… แมงมุมที่มีร่างของผู้หญิง !

อีกฝ่ายสวมหน้ากากญี่ปุ่น และผมที่ยาวไม่เป็นทรงของเธอก็กระจัดกระจายไปทั่วร่าง ส่วนจุดที่ควรจะเป็นตัวของแมงมุมกลับเป็นร่างของหญิงสาวพร้อมกับขาแมงมุมที่ยื่นออกมาจากร่าง เธอถือตะเกียงไฟสีแดงสดและกำลังติดตามรถไฟมาอย่างเงียบ ๆ!

สิ่งที่ทำให้เรื่องทั้งหมดแย่ลงก็คือข้อเท็จจริงที่ว่าอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะสังเกตเห็นหม่าหยวนคุนเช่นกัน ศีรษะของเธอบิด 180 องศาและจ้องมาที่เขาด้วยแววตาที่น่ากลัว จากนั้น… เธอก็แย้มยิ้มเห็นฟัน

ริมฝีปากของเธอฉีกถึงหู แม้ว่าร่างดังกล่าวจะสวมหน้ากาก แต่เขาก็ยังสามารถมองเห็นปากสีแดงขนาดใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัวที่อยู่ภายใต้หน้ากากได้อยู่ดี

ทันทีที่เขาร้องออกมาเชือกเหรียญทองแดงที่ถูกผูกไว้ที่ตู้โดยสารแต่ละตู้พลันสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับหมดหวัง ทันใดนั้นเอง แผ่นยันต์ที่ถูกติดอยู่โดยรอบก็เริ่มกระพือและแสงจากหลอดไฟในตู้โดยสารก็เริ่มติด ๆ ดับ ๆ อย่างน่าหวาดกลัว !

เมื่อผีร้ายมาเยือน ความหวาดกลัวจึงบังเกิด

“นี่ไม่ใช่สิ่งที่วิญญาณอาฆาตทั่วไปจะสามารถทำได้ ข้อเท็จจริงที่ว่าการปรากฏตัวของมันส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบได้หมายความว่า…” ชายสูงวัยที่นั่งอยู่บริเวณแถวหน้าตัวสั่นเทาและลุกยืนขึ้น ริมฝีปากของเขากระตุกไม่หยุด แต่เขากลับไม่สามารถพูดให้จบประโยคได้

นี่คือวิญญาณร้ายที่มีอายุอย่างน้อย 100 ปี !

“รออะไรกันอยู่ ?!!” เขาหันไปรอบ ๆ และตะโกนเสียงดัง “เตรียมพร้อมสำหรับการปะทะ !! หรือว่าพวกคุณจะรอให้ความตายมาถึงตัว ?!”

เสียงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวทำให้คนทั้งหมดกลับมาได้สติอีกครั้ง ภายในชั่วพริบตา ทุกคนต่างหยิบดาบไม้มะฮอกกานี เหรียญปัญจจักรพรรดิ กระดิ่งทองแดง ยันต์แปดเหลี่ยม และเคลื่อนมืออื่น ๆ ที่คล้ายกันออกมา จากนั้นรีบไปประจำที่ของตนที่กลางตู้โดยสาร ยืนหลังชนกันเหมือนที่ได้ฝึกซ้อมเอาไว้

แต่วิญญาณร้ายอายุ 100 ปีไม่ใช่สิ่งที่กลุ่มผู้ฝึกตนขั้นยมเทพระดับต้นจะสามารถรับมือได้ !

ฉึกฉัก ฉึกฉัก …เสียงของรถไฟที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดภายในตู้โดยสารไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจหรือวางใจเลยสักนิด กลับกัน เสียงที่ดังซ้ำ ๆ ของมันทำให้พวกเขาตึงเครียดกว่าเดิมด้วยซ้ำ ในเวลานี้ พวกเขารู้สึกไม่ต่างอะไรกับเหยื่อที่ถูกปิดปาก มัดมือ และวางอยู่บนโต๊ะอาหารของเทพแห่งความตายเพื่อรับฟังเสียงคนขายเนื้อที่กำลังลับมีดของตนอยู่ไกล ๆ!

เสียงเสียดสีของคมมีดทำให้พวกเขาใกล้จะสติแตกเข้าไปทุกที

อึก ! …หม่าหยวนคุนลอบกลืนน้ำลายอย่างกังวล เขาเพิ่งทะลุคอขวดและขึ้นเป็นขั้นยมเทพ ในขณะที่วิญญาณร้ายอายุ 100 ปีเป็นคู่ต่อสู้ที่เห็นได้ชัดเจนว่าอยู่ขั้นที่สูงกว่า มันจะต้องอยู่ขั้นนักล่าวิญญาณเป็นอย่างต่ำ ดังนั้นความคิดที่ว่าตนต้องเผชิญหน้ากับตัวตนที่ทรงพลังเช่นนั้นทำให้เขาเหงื่อตกและสั่นไปทั้งร่าง

และวินาทีนั้นเอง เขาก็พบว่า… ภูมิทัศน์ด้านนอกได้เปลี่ยนไปแล้ว…

เขาไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ตอนนี้เขาพบว่าตอนนี้ภูมิทัศน์ด้านนอกได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน !

มันก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงสถานีรถไฟแห่งหนึ่ง

มันเป็นสถานีรถไฟที่ดูเก่าอย่างไม่น่าเชื่อ ภาษาญี่ปุ่นปรากฏให้เห็นเต็มไปหมด และทั้งสถานีก็ดูทรุดโทรม เก้าอี้สำหรับนั่งรอพลิกคว่ำและอุปกรณ์และเครื่องมือมากมายกลาดเกลื่อนไปทั่ว มันดูเหมือนว่าเป็นเวลาหลายปีแล้วที่ไม่มีคนมาที่นี่ แสงไฟสลัวด้านนอกกะพริบไม่หยุด ส่งผลให้บรรยากาศทั้งหมดบีบคั้นจนหายใจไม่ออก

รอยคราบเลือดสีแดงเข้มมีให้เห็นในที่ทุกจุด และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือกลุ่มชายและหญิงผู้มีใบหน้าซีดเผือดที่สวมเครื่องแต่งกายของคนญี่ปุ่นในสมัยก่อนและยืนจ้องมาที่พวกเขาอย่างเงียบ ๆ ด้วยดวงตาแดงก่ำจากทั้งสองฝั่งของชานชาลา !

บางคนที่มีรอยแผลขนาดใหญ่บริเวณลำคอ บางคนถือศีรษะไว้ด้วยมือของตน และยังพวกที่ครึ่งหนึ่งของกะโหลกศีรษะหายไป บนร่างของคนทั้งหมดมีรอยช้ำสีม่วงเข้มปรากฏให้เห็น มันเหมือนกับว่านี่เป็นขบวนแห่ของคนตายที่ถูกจัดขึ้นเพื่อส่งพวกเขาไปสู่โลกหลังความตายไม่มีผิด !

ภาพที่แปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้หม่าหยวนคุณรู้สึกราวกับว่าจุดหมายปลายทางของรถไฟขบวนนี้ไม่ใช่สถานีตงไห่เหนือเลยสักนิด แต่มันคือเมืองใต้พิภพ ยมโลกของญี่ปุ่น…

ในค่ำคืนอันมืดมิด ขบวนรถไฟถูกนำมาสู่ชานชาลาที่น่าสะพรึงกลัวและเต็มไปด้วยเหล่าคนตาย ผู้ซึ่งเตรียมที่จะส่งพวกเขาไปสู่โลกหลังความตาย….

กึก กึก กึก กึก …ฟันของหม่าหยวนคุนกระทบอันไม่หยุด จากนั้นในวินาทีต่อมา แผ่นยันต์ที่ถูกแปะอยู่ทั่วขบวนตู้โดยสารพลันลุกเป็นไฟและเชือกที่ห้อยเหรียญทองแดงอยู่บริเวณทางเข้าก็ขาดออก !

เพล้ง !

เหรียญทองแดงแตกเป็นเสี่ยงๆ และในวินาทีนั้นเอง บนหลังคาของตู้โดยสารก็ปรากฏรูขนาดใหญ่แปดรูพร้อมกับใบหน้าที่ซีดเผือดที่จ้องมองลงมา หน้ากากบนใบหน้าพวกนั้นไม่ได้ปกปิดปากที่อ้ากว้างของมันแต่อย่างใด และเสียงคำรามที่แหลมสูงก็ดังขึ้น

พลังหยินจำนวนมากหลั่งไหลออกมาราวกับกระแสน้ำที่โหมกระหน่ำที่รอดผ่านฟันสีดำอันแหลมคมของพวกมัน

แซ่กกกกกซ่าาาาาาาา !!!

มันคือแมงมุมตัวนั้น… !

ร่างของหม่าหยวนคุยแข็งค้าง และมันก็เป็นวินาทีนั้นเองที่เขาตระหนักได้ว่าการฝึกฝนของตนนั้นไม่ได้เตรียมพร้อมให้ตัวเองมาเจออะไรแบบนี้เลยสักนิด อ่าา วิญญาณร้ายเป็นแบบนี้นี่เอง… มันใช้สิ่งแวดล้อมและความกลัวภายในจิตใจของมนุษย์ในการจู่โจมพวกเขา ! มันอยู่คนละระดับกับวิญญาณทั้งหมดที่เขาเคยใช้ฝึกฝนมาอย่างเทียบไม่ติด !

แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่ามันยังมีสายตาอีกคู่หนึ่งที่จ้องมองมาที่พวกเขา สายตาที่น่ากลัวยิ่งกว่าแมงมุมตัวนี้… !!

บริเวณชานชาลาด้านนอก ขบวนแห่งของคนตายได้ยกตะเกียงไฟสีขาวของตนขึ้นเพื่อมอบความสว่างไสวให้กับทั่วทั้งบริเวณ ตู้โดยสารของพวกเขาตกรางจากสถานีก่อนหน้านี้ และตอนนี้พวกเขาก็กำลังมุ่งหน้าไปสู่สิ่งที่น่ากลัวกว่า

“อย่าขยับ !!”

“รายงานพวกรุ่นพี่!”

“อย่าขยับ !! ห้ามถอยเด็ดขาด ! ใครถอย ฉันฆ่ามันแน่ !”

เสียงร้องมากมายดังขึ้น แต่ทันใดนั้นหลอดไฟภายในตู้โดยสารก็ดับลง

แสงไฟที่อยู่ในตู้โดยสารที่อยู่ไกลที่สุดพลันดับลง

ทุกคนที่หันไปมองต่างมองเห็นอย่างชัดเจน วิญญาณร้ายได้เผยร่างที่แท้จริงของมันออกมา ณ จุดที่แสงและเงามาบรรจบกัน

อีกฝ่ายสวมชุดรัดรูปสีดำ และแถบโพกหน้าผากสีทองขณะที่ห้อยหัวลงมาจากหลังคา ร่างของคนหรือวิญญาณตนนั้นโค้งงอราวกับสุนัขจิ้งจอกที่กำลังออกหาอาหาร ก่อนมันจะหายไปอย่างรวดเร็วและปรากฏตัวอีกครั้งในจุดต่าง ๆ

พรึ่บ… ไฟของตู้โดยสารอีกตู้หนึ่งดับลง และร่างดังกล่าวก็เคลื่อนตัวผ่านตู้โดยสารภายในพริบตา มันกำลังเข้ามาใกล้พวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ!

พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ …แสงไฟของตู้โดยสารดับลงทีละตู้ และร่างที่น่ากลัวก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เช่นกัน ! ทุกครั้งที่ไฟดับ มันจะเข้าใกล้พวกเขามากขึ้น และพวกเขา ก็มองเห็นลักษณะของมันชัดเจนขึ้นเช่นกัน ความตึงเครียดและบรรยากาศที่บีบคั้นโดยรอบรุนแรงขึ้น !

พรึ่บ… ในที่สุดไฟของตู้โดยสารขบวนสุดท้ายก็ดับลง ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมา ไฟดวงสุดท้ายที่เพิ่งดับไปคือหลอดไฟที่อยู่เหนือศีรษะของพวกเขานี่เอง

ไอ้เจ้าสิ่งนั้น… เข้ามาในตู้โดยสารของเราแล้วอย่างนั้นเหรอ ?

ห้อยตัวอยู่เหนือศีรษะของเรา จ้องมองกลุ่มมนุษย์ที่ตัวสั่นเทาราวกับนักล่าที่กำลังเล่นสนุกอยู่กับอาหารของตน

กึกกึกกึกกึ– …เสียงของรถไฟหยุดลงโดยสมบูรณ์ เวลานี้คนทั้งหมดนิ่งเงียบจนพวกเขาสามารถได้ยินเสียงฟันกระทบกันของใครบางคน

มือของหม่าหยวนคุนที่กำดาบไม้มะฮอกกานีอยู่กระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม มันอยู่ที่นี่…. มันอยู่ที่นี่แล้ว !

เสียงกรีดร้องดังขึ้นเบา ๆ ภายในหัวของเขา หนี ! หนีไปตอนนี้เลย ! วิญญาณตนนี้มันอยู่คนละขั้นกับนาย ! นายตายแน่… หากยังอยู่ที่นี่ต่อ นายต้องตายแน่ ๆ!

แต่ไม่นานเขาก็ตระหนักได้ว่าเมื่อคน ๆ หนึ่งถูกครอบงำด้วยความกลัว ร่างกายของพวกเขาจะไม่สามารถขยับเขยื้อน และทำได้เพียงแต่ยืนแข็งอยู่กับที่เท่านั้น

ขนบนร่างของเขาลุกชัน มันแทบจะเหมือนกับว่าเขาสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกรูขุมขนและเซลล์ในร่างกายของตัวเอง ความกลัวที่น่ากลัวมากที่สุดก็คือความกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น ! มันเหมือนกับว่ามีมือเย็น ๆ มาลูบที่แก้มเขาเบา ๆ

ไม่… มันมีคนกำลังลูบแก้มเขาอยู่จริง ๆ!

มือของมันเย็นชืด และมันก็ส่งกลิ่นเหม็นของศพออกมา เพียงชั่วพริบตา ตัวตนที่อยู่ด้านบนได้ห้อยตัวลงมาจากหลังคาเงียบ ๆ และตอนนี้มันก็กำลังลูบไล้ใบหน้าของผู้ที่อยู่ในตู้โดยสารด้วยนิ้วมือที่เย็นชืดของมัน

“ตั้งแต่สมัยโบราณกาลมาจนถึงบัดนี้…” น้ำเสียงแหบพร่าดังก้องไปทั่ว “พวกเจ้าได้ทำตัวหยิ่งยโสและเหิมเกริมมาเป็นเวลานานมากแล้ว และมันก็นานเกินไป…”

“ดังนั้น… มันถึงเวลาแล้วที่พวกข้าจะสอนให้พวกเจ้าได้รู้ซึ้งถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่ายอมจำนน…”

“จงจดจำชื่อของข้าเอาไว้ให้ดี ข้าคือหัวหน้าของนินจาลับแห่งคามากุระแห่งตระกูลโฮโจ Scarlet 01…”

ฉึก !!!! ไม่กี่วินาทีต่อมา เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปตามบานหน้าต่าง และเสียงกรีดร้องและครวญครางก็ดังขึ้นตัดผ่านความเงียบสงัดยามราตรี !

………………………………………………………..

“คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ ?” ไป๋อี้ชานถามชายสวมหน้ากากอย่างประหลาดใจขณะที่ขบวนรถไฟแล่นเข้ามาในสถานี

“นี่ผมไม่เป็นที่ต้อนรับที่นี่อย่างนั้นเหรอ ?” ฉินเย่ตอบเสียงเรียบ

ผู้ติดตามของไป๋อี้ชานนั้นมีทั้งขั้นนักล่าวิญญาณและขั้นยมเทพ ดังนั้นทันทีที่ฉินเย่ปลดปล่อยพลังขั้นยมทูตขาวดำที่ถูกปลอมแปลงให้อยู่ในรูปของพลังปราณออกมา ทุกคนที่อยู่โดยรอบต่างอ้าปากค้างและเผลอก้าวถอยหลังด้วยความตกตะลึง

ขั้นยมทูตขาวดำ ?

ขั้นยมทูตขาวดำตัวเป็น ๆ?

คนที่มีอำนาจมากมายเช่นนี้… แม้ว่าจะอยู่ในหน่วยสอบสวนพิเศษก็ตามที ! ….นี่หัวหน้าไป๋สามารถไปขอความช่วยเหลือจากคน ๆ นี้มาได้อย่างไร ?

ยิ่งกว่านั้น… เมื่อฟังจากน้ำเสียงและลักษณะผิวพรรณของเขาแล้ว… เขายังค่อนข้างหนุ่มอีกด้วย ?

“ผมน่ากลัวเหรอ ?” ฉินเย่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและเอ่ยถามอย่างไม่ได้สนใจนัก

“ไม่ ไม่ ไม่ใช่ครับ !”

“ไม่ครับ กรุณาอย่าเข้าใจผิด พวกเรารู้สึกดีใจมากที่คุณให้เกียรติมาที่นี่ !”

“ใช่แล้วครับ ! ถ้ามีคุณอยู่ การเดินทางครั้งนี้จะต้องราบรื่นแน่ !”

ฉินเย่ยังคงรักษาบุคลิกที่สูงส่งและเย็นชาเมื่ออยู่ต่อหน้าคนนอก เขามองกลุ่มคนตรงหน้าอย่างไม่แยแส จากนั้นก็แค่นหัวเราะออกมา “ราบรื่นหรือ ?”

เมื่อครู่นี้เขาสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังหยินที่รุนแรงสองสาย และเขาก็สามารถบอกได้ด้วยว่ามันเป็นพลังที่แข็งแกร่งกว่าเขา !

นินจาลับแห่งคามากุระเคลื่อนไหวแล้ว… กองกำลังอันแข็งแกร่งที่มีอายุมานานกว่า 400 ปีได้เคลื่อนไหวแล้ว !

“คุณหมายความว่าอย่างไร…” ไป๋อี้ชานชะงักไป เสียงที่เอ่ยออกมาของเขาสั่นเทา ฉินเย่เพียงหันกลับไปมองขบวนรถไฟที่ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ “ตอนนี้… มันอาจจะไม่มีใครมีชีวิตรอดเหลืออยู่เลยด้วยซ้ำ”

“ว่ายังไงนะ ?!”

“เป็นไปได้อย่างไร ?!! ใครเป็นคนทำ ? มันเป็นฝีมือของใครกัน ? คุณรู้ใช่ไหมครับ ?”

“เป็นไปไม่ได้… พวกเราจ้างวานทีมระดับหัวกะทิเลยนะ… ใครจะกล้าสู้กับพวกเขา ?”

ฉินเย่ไม่ตอบ เขาเพียงสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังหยินเท่านั้น แต่เขายังไม่รู้แน่ชัดถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นบนรถไฟ

เอี๊ยดดดดดดดดด ! พร้อมกับเสียงเบรกที่แหลมเสียดหู ในที่สุดขบวนรถไฟก็เข้ามาในสถานี ยิ่งตู้โดยสารเคลื่อนตัวเข้ามามากเท่าไหร่ สีหน้าสงสัยของคนทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดก่อนจะกลายเป็นหวาดกลัวในท้ายที่สุด !

คราบเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งตู้โดยสาร และมันก็หนาจนไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นด้านใน อย่างไรก็ตามพวกเขารับรู้ได้ทันทีว่าคำพูดของฉินเย่นั้นดูเหมือนจะเป็นความจริง

นี่คือขบวนรถไฟมรณะ !

“ตะ แต่… แต่นี่เป็นไปได้ยังไงกัน ?!!” ไป๋อี้ชานกรีดร้องออกมาอย่างเสียสติ “นักล่าวิญญาณสองคนเชียวนะ !! พวกเรามีขั้นนักล่าวิญญาณถึงสองคน ! นี่มันเป็นไปได้อย่างไร ?!”

“ถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสี… ใช่ ! เกิดอะไรขึ้นกับถ้วยหรือเปล่า ?!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 232 แมงมุมดินหลี่กุ้ย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved