cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 222 ดวงตาแห่งคำสาป (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 222 ดวงตาแห่งคำสาป (2)
Prev
Next

บทที่ 222: ดวงตาแห่งคำสาป (2)

สายลมเย็นยะเยือกยามราตรีพัดผ่านสุสาน กับเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ ทั้งหมดนี้ช่วยเพิ่มความน่าขนลุกให้กับเสียงร้องไห้ของไป๋อี้ชานได้อย่างดี

หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ฉินเย่ก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมาในท้ายที่สุดว่า “ผมอยากให้คุณลองนึกดูดี ๆ ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ ตอนที่คุณทำมันแตกครั้งแรก คุณได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ บ้างหรือเปล่า ?”

ไป๋อี้ชายส่ายหน้า สีหน้าของเขาค่อนข้างไม่แน่ใจนัก และทันใดนั้น ราวกับนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก้มหน้าและทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น เขารู้ดีว่าทุกรายละเอียดในตอนนี้อาจหมายถึงความเป็นความตายของตัวเอง

“มันมีบางอย่างเกิดขึ้น… ผมไม่แน่ใจว่าผมหลอนไปเองหรือเปล่า…” เขาเงยหน้าขึ้นมาหลังจากผ่านไปประมาณสองนาที “ตอนนั้น… เหมือนผมจะได้ยินเสียงเหรียญทองแดงตกลงพื้น มันแปลกมาก มันแทบจะเหมือนกับ… มันตกลงมาจากฟ้า…”

ฉินเย่ยังคงนิ่งเงียบ เขาพอจะเดาบางอย่างเอาไว้แล้ว แต่เขายังไม่สามารถแน่ใจได้จนกว่าจะหารือเรื่องนี้กับอาร์ทิสอีกทีหลังจากนี้

“คุณยังมีชิ้นส่วนที่เหลืออยู่ของกับถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสีอยู่กับตัวหรือเปล่า ?” ฉินเย่ถามอีกฝ่าย

“มะ มี… มีครับ !” ไป๋อี้ชานถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาวิ่งไปที่ต้นไทรและขุดหลุมก่อนจะนำกล่องขนาดเล็กขึ้นมา จากนั้นจึงยื่นมันให้กับฉินเย่

เด็กหนุ่มเปิดมันอย่างระมัดระวัง ด้านในของกล่องคือชิ้นส่วนขนาดหนึ่งฝ่ามือของถ้วยพระเนตรสวรรค์

เมื่อฉินเย่มองมันแวบหนึ่ง จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีใครบางคน… กำลังจ้องมองมาที่เขาผ่านเศษถ้วยชิ้นนี้ !

มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น… ความเคียดแค้นที่รุนแรงกว่าที่ชู้รักคนนั้นหรือหลี่เจียนคังมี ! ตอนนี้… เรากำลังพูดถึงความแค้นระดับชาติ ! และมันยังรู้สึกราวกับว่ามันไม่ได้มีเพียงสายตาคู่เดียวที่จ้องมาที่เขาด้วยความแค้นระดับนี้ !

มันยังมีเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วน เสียงเผาไหม้ของเปลวไฟ และเสียงของใบมีดที่กรีดทะลุเนื้อ… เสียงแห่งความเศร้าโศกและความสิ้นหวัง… มันแทบจะเหมือนกับเป็นนรกบนดินไม่มีผิด !

ปึก ! เป็นระยะเวลาเพียงสามวินาทีเท่านั้นก่อนที่เขาจะปิดฝากล่องลง และวินาทีนั้นเขาก็พบว่าร่างของตัวเองในตอนนี้ได้เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

โอดะโนบูนางะ… จะต้องอยู่ขั้นยมทูตขาวดำอย่างแน่นอน !

“คืนพรุ่งนี้มารอผมที่นี่” เขาพลิกกล่องเล่นไปมาและเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ “อ้อ มีอีกเรื่องหนึ่ง ผมไม่สนว่าคุณจะใช้วิธีไหน แต่ผมอยากให้คุณติดต่อกับเหล่าผู้นำของอุตสาหกรรมของตกแต่งบ้านให้ผมก่อนที่งานประมูลจะเริ่มขึ้น บอกพวกเขาว่าผมมีไม้ฮวงหัวลี่มูลค่ากว่าพันล้านหยวนอยู่ในมือ และบอกพวกเขาให้ติดต่อผมมาหากพวกเขาสนใจ การจ่ายเงินจะต้องดำเนินการก่อนที่งานประมูลจะเริ่มขึ้น”

“เข้าใจแล้วครับ !” มันไม่มีอะไรที่ไป๋อี้ชานจะไม่ยอมตกลงในเวลาเช่นนี้

ฉินเย่พยักหน้า “มันจะเป็นการดีที่สุดหากคืนนี้คุณจะซ่อนตัวอยู่ใกล้กับสำนักฝึกตนแห่งแรก คุณนั่งอยู่ที่หน้าทางเข้าเลยก็ได้ มันคงไม่เป็นปัญหาอะไรตราบใดที่คุณไม่ได้ข้ามเข้ามาในเขตของเมืองเป่าอัน ไม่เช่นนั้น… คุณอาจจะปลอดภัยอยู่ครู่หนึ่ง แต่มันคงจะใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าที่คุณจะสามารถออกไปจากที่นั่นได้”

ไป๋อี้ชานพยักหน้ารั่ว ๆ ทว่าก่อนที่ชายหนุ่มจะพยักหน้าเสร็จ ฉินเย่ก็จับคางของอีกฝ่ายไว้และบังคับให้สบตากับตน

“หรือว่าคุณกำลังคิดว่าหากตัวเองสามารถเข้าไปในเมืองเป่าอันได้แล้วและทุกอย่างจะจบลง ? ผมจะบอกอะไรให้นะ… ฝันไปเถอะ เพราะทันทีที่คุณเข้าไป… ผมจะเป็นคนฆ่าคุณเอง เชื่อเถอะ ผมไม่ได้ต่างอะไรกับโอดะโนบูนางะนักหรอก”

ฉินเย่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

ธรรมชาติที่บ้าบอและขี้เล่นของเขาเป็นด้านที่เด็กหนุ่มแสดงให้เห็นเฉพาะบางคนเท่านั้น พวกที่อยู่ด้านนอกขอบเขตความไว้ใจย่อมเห็นด้านที่เย็นชาและห่างเหินแทน

เมื่อเอ่ยจบ เขาจึงหันหลังและเดินออกจากสุสาน ไม่คิดจะสนใจไป๋อี้ชานอีกต่อไป และตอนนี้หลินฮั่นเองก็น่าจะเริ่มเป็นกังวลแล้วด้วย

“คุณ… ท่านครับ !” ร่างของไป๋อี้ชานสั่นระริกขณะที่เขาวิ่งตามฉินเย่มาอย่างหวาดกลัว “แน่ใจใช่ไหมครับว่าผมจะอยู่รอดจนถึงคืนวันพรุ่งนี้ ? ทะ ท่านจะทิ้งผมไว้แบบนี้ไม่ได้นะครับ !”

ฉินเย่เริ่มไม่พอใจ เขาหายตัวไปในความมืดอย่างรวดเร็วพร้อมกับคำพูดทิ้งท้าย “ผมบอกวิธีเอาชีวิตรอดให้คุณแล้ว คุณจะปฏิบัติตามมันหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องของผม เพราะอย่างไรแล้ว… ผมก็ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว นอกจากนี้ ผมมั่นใจว่าสิ่งแรกที่คุณโนบูนางะต้องการหลังจากที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาก็คือหวนนึกถึงอดีตของตน…”

เขาอยากรู้จริง ๆ ว่าอีกฝ่ายจะมีสีหน้าแบบไหนเมื่อได้เจอกับอาร์ทิส

ราชาปีศาจแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6 ปะทะราชินีแม่มด ?

โอ้…. นั่นจะต้องเป็นภาพที่น่าดูชมเชียวล่ะ…

“ท่าน !!” น้ำเสียงที่สั่นเครือของไป๋อี้ชานดังก้องไปทั่วสุสาน เขาไม่กล้าแม้แต่จะเสียเวลาอีกต่อไป จึงรีบเก็บกล่องที่ฉินเย่ได้ทิ้งเอาไว้และมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ฉินเย่ได้หายไปอย่างรวดเร็ว

อย่างน้อยมันก็ยังมีความหวังไม่ใช่หรือ ?

……………………………………………..

หลินฮั่นไม่ได้เอ่ยอะไรถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่ภูเขาเหลาจุนแม้ว่าพวกเขาจะกลับมาเจอกันอีกครั้งก็ตาม ทั้งสองรีบตรงกลับไปที่สำนักฝึกตนแห่งแรกทันที

นี่คือสิ่งที่เพื่อนทำให้กัน หลินฮั่นไม่ได้ถามรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น และตอนนี้เมื่อเห็นว่าฉินเย่ยังคงเงียบ เขาก็รู้ดีว่าไม่ควรถามอะไรออกไป เพราะอย่างไรแล้วเขาก็พอจะเดาได้ว่าเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นที่ตลาดไสยเวทย์ในคืนนี้นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับฉินเย่อย่างแน่นอน

พวกเขากลับมาถึงห้องของตนอย่างปลอดภัย สิ่งแรกที่ฉินเย่ทำก็คือปิดประตูห้องและลงกลอน อาร์ทิสไม่ได้พูดจาถากถางอะไรกับฉินเย่อย่างบ่อยครั่งนัก นางเพียงจ้องฉินเย่เขม็ง “มีบางอย่างติดตัวเจ้า… ความโกรธแค้นมหาศาลนั่น แล้วยังพลังหยินที่น่ากลัวนั่นอีก อย่าบอกนะว่าเจ้านำถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสีกลับมาด้วย ?”

“ข้านำเศษชิ้นส่วนของมันกลับมา” ฉินเย่หันไปตรวจสอบว่าประตูถูกล็อกสนิทก่อนจะเดินมาที่เตียงและเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้อาร์ทิสฟัง

อาร์ทิสขมวดคิ้วยุ่งและไม่เอ่ยอะไรออกมาเป็นเวลาสักพักใหญ่หลังจากที่ฉินเย่เล่าจบ จากนั้นนางจึงเปิดกล่องและมองเศษชิ้นส่วนตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจออกมา “ข้าเคยได้ยินปรมาจารย์แห่งยมโลกผู้หนึ่งพูดเอาไว้ว่าวัตถุหยินบางชิ้นก็เต็มไปด้วยความชั่วร้ายจนปรมาจารย์บางคนต้องผนึกมันเอาไว้และเสียสละชีวิตของตนไปพร้อมกับวัตถุหยินชิ้นนั้น หลังจากที่เขาตาย เขาจะไม่ได้ไปทั้งสวรรค์หรือยมโลก แต่เขาจะต้องกำจัดวิญญาณอาฆาตและพลังความเคียดแค้นจากวัตถุหยินชิ้นนั้นทั้งหมดไปอีก 500 ปีก่อนจึงจะสามารถไปเกิดใหม่ได้ และด้วยการนั้น เขาก็จะได้สั่งสมคุณธรรมและกุศลอันยิ่งใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกนับรวมกับผลรางวัลที่เขาจะได้รับเมื่อกลับไปเกิดใหม่”

“หากถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสีถูกฝังไว้กับศพเมื่อตอนที่พวกเขาขุดมันขึ้นมา ศพนั่นก็คงจะเป็นหนึ่งในคนโง่ที่ยื่นมือเข้ามายุ่งกับกิจการของโลกอย่างแน่นอน การที่วิญญาณร้ายอาละวาดไปทั่วแดนมนุษย์นั้นเป็นกงการอะไรของเขากัน ? เขาควรจะปล่อยให้ยมโลกจัดการกับเรื่องพวกนี้ และสิ่งที่ข้ารำคาญมากที่สุดก็คือข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเราไม่ได้รับชื่อเสียงจากการกำจัดวิญญาณอาฆาตพวกนั้น เหอะ สวะ !”

ฉินเย่ไม่รู้ว่าเขาควรจะตอบสนองกับคำพูดของอีกฝ่ายอย่างไร !

อ่า… นี่คือมุมมองที่แท้จริงของยมทูตที่มีต่อพระสงฆ์และนักพรตผู้น่านับถือในแดนมนุษย์สินะ ?

‘สนใจเรื่องของตัวเองไป’

‘อย่ามาแย่งความดีความชอบของข้า’

‘เหตุใดพวกเจ้าไม่ตายไปซะ’

….พอมาคิดดูแล้ว พวกท่านรู้จักความว่าเห็นอกเห็นใจบ้างหรือไม่ ?!

“หืม ? เหตุใดเจ้าถึงมีสีหน้าสับสนเช่นนั้น ? เจ้าต้องการให้ข้าช่วยไหม ?” อาร์ทิสลุกขึ้นยืน

“หะ ไม่ ไม่ต้อง… ข้าไม่ได้เป็นอะไร ทั้งหมดที่ท่านต้องทำก็คือนั่งเฉย ๆ และทำตัวน่ารัก ๆ ต่อไป ส่วนตอนนี้ เชิญท่านพูดต่อ….” ฉินเย่เลือกใช้คำอย่างชาญฉลาด

อาร์ทิสเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ – เจ้าเด็กนี้เริ่มฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ …นางกระแอมออกมาเบา ๆ และเอ่ยต่อ “คืนนี้เจ้าได้รับข้อมูลมามากทีเดียว ข้าจะทำการอธิบายแยกย่อยให้ฟังทีละขั้นก็แล้วกัน”

สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ประการแรก เจ้าเดาถูก ผู้ที่ผนึกวิญญาณที่เคียดแค้นของโนบูนางะเอาไว้มีกลอุบายบางอย่าง และเขาก็ได้เปลี่ยนถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสีให้กลายเป็นภาชนะ ภาชนะนี้มีไว้เพื่อกักเก็บดวงวิญญาณของผู้ที่ต้องตายไปในเหตุการณ์ที่วันฮนโน โดยเฉพาะผู้ที่เคียดแค้นจากข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาใกล้จะสามารถรวมญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในเวลานั้น เมื่อภาชนะถูกทำลาย ผนึกเองก็เช่นกัน”

“ประการที่สอง สถานการณ์ที่โรงประมูลเจียเต๋อจะไม่เลวร้ายลง เพราะอย่างไรแล้วผนึกก็เพิ่งถูกทำลายไปไม่นาน และผู้ที่สามารถหลบหนีออกมาได้ก็มีเพียงโมริรันมารุเท่านั้น วิญญาณของโนบูนางะจะตื่นขึ้นอีกครั้งก็ต่อเมื่อชิ้นส่วนทั้งสองของถ้วยกลับมารวมกันอีกครั้ง และในเมื่อโมรริรันมารุไม่ได้ไล่ตามถ้วยเมื่อตอนที่อยู่ที่เมืองเยียนจิง เป้าหมายของเขาก็ย่อมต้องเป็นเศษชิ้นส่วนที่อยู่ในมือของเจ้าตอนนี้อย่างแน่นอน หากเราถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อดูภาพรวม… นั่นหมายถึงว่าต่อให้โรงประมูลเจียเต๋อจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การประมูลก็จะไม่ถูกยกเลิก พูดอีกนัยหนึ่งก็คือมันจะต้องมีคนมาเข้าร่วมการประมูลตามกำหนดอยู่ดี”

ฉินเย่มองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก “ข้าอยากจะพูดสิ่งนี้มานานมากแล้ว แต่เหตุใดท่านถึงไม่ไปที่เมืองเยียนจิงและนำส่วนที่เหลือของถ้วยกลับมาให้ข้ากัน ? เพราะอย่างไรเสียมันก็ไม่มีใครเห็นท่านอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ?”

อาร์ทิสส่ายหน้า “ชาวยมโลกไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงกิจการของแดนมนุษย์ได้ นี่คือกฎสำคัญ เจ้าคือไอ้บ้าที่มีพลังของทั้งสองโลก และเจ้าก็ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของกฎข้อนี้ แต่ข้าไม่สามารถทำได้ !”

“ท่านช่วยจริงจังสักทีได้หรือไม่ ? ท่านรู้หรือไม่ว่าผู้อ่านจะเสียใจเพียงใดที่ต้องอ่านคำพูดพวกนี้ซ้ำ ๆ?!”

อาร์ทิสกลอกตา “ในเมื่อมันถูกตัดสินแล้วว่าถ้วยจะถูกนำออกประมูล มันย่อมได้รับบางสิ่งบางอย่างที่เรียกว่า ‘เจตจำนงของมนุษย์’ นี่คือสิ่งที่ไม่มีตัวตน ข้าเองก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อน แต่ข้ามั่นใจว่ามันมีอยู่จริงดั่งเช่นกฎแห่งสวรรค์ ทันทีที่ข้าเอื้อมมาออกไปคว้าอะไรพวกนั้น ข้าเกรงว่าชะตากรรมเดียวที่รอข้าอยู่หลังจากนั้นจะเป็นชีวิตนิรันดร์ในสรวงสวรรค์น่ะสิ”

ฉินเย่กะพริบตาอย่างมึนงงและถามต่อ “ท่านไม่ต้องการหรอกหรือ ? เหตุใดท่านไม่ลองคิดถึงข้อเสนอของพวกเขาอย่างจริงจังดู ? นี่คือคำเชิญเป็นข้าราชการของสวรรค์ ตามมาด้วยโบนัส 1 แสนปีและยังสิทธิประโยชน์และสิทธิพิเศษอีกมากมาย ! สวรรค์ก็ไม่ได้แย่นัก ท่านก็รู้…”

อาร์ทิสส่งเสียงฮึดฮัด “สวรรค์มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตหรือไม่ ?”

อะไรนะ ?!

ฉินเย่มึนงง นี่อีกฝ่ายหมายความว่า… เขาคือเหตุผลว่าทำไมยายเฒ่านี่ถึงตัดสินใจอยู่ที่แดนมนุษย์อย่างนั้นหรือ ?!

ให้ตายเถอะ… ฉินเย่อยากจะตบหน้าตัวเองแรง ๆ สักที !

อาร์ทิสยังคงถามต่อ “แล้วบนสวรรค์มีเกม LoL หรือไม่ ?”

ฉินเย่ส่ายหน้า

อาร์ทิสยังคงทำแฮตทริกอย่างต่อเนื่อง “สวรรค์มีแอปอย่างโม่โม่ ไคว่โฉ่ว โด้ยวี๋ อ้ายฉีอี้ เทนเซ็นต์วิดีโอ รวมถึงไพ่นกกระจอก โป๊กเกอร์ เนื้อสด และอื่น ๆ หรือไม่ ? พวกเขาอาจจะส่งข้าไปให้ซุนหงอคงหากข้าต้องการพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการล่าสัตว์กับพวกเขาก็เป็นได้ และจากนั้นเขาก็จะเนรเทศข้าไปยังป่าแห่งความยาก 81 ประการก็เป็นได้”

ฉินเย่เงยหน้าขึ้นมองฟ้า มึนงงโดยสมบูรณ์ “ข้าผิดเอง… ข้าไม่น่าเปิดให้ท่านได้รู้จักกับโลกกว้างเลยจริงๆ …พอข้าได้ยินท่านพูดเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและวัฒนธรรมป๊อปอย่างคล่องแคล่วแบบนี้ จู่ ๆ ข้าก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง….”

อาร์ทิสมองฉินเย่ด้วยสีหน้าหน้าสงสาร ยืนยันความคิดของอีกฝ่าย จากนั้นน้ำเสียงของนางก็เคร่งขรึมขึ้น “เลิกนอกเรื่องได้แล้ว ! พวกเราเสียเวลาไปกับการพูดไร้สาระมากเกินไป ! กลับเข้าเรื่องสักที !”

ใช่ กลับเข้าประเด็นสักที นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เราถึงตรงไหนกันแล้ว ? อ้อ ใช่ ประการที่สาม”

นางมองฉินเย่อย่างจริงจัง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่ชื่อคาโม่นั่นคือใคร ?”

ฉินเย่พยักหน้า “เขาคือองเมียวจิ และองเมียวจิที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น… ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตระกูลคาโม่” [1]

อาร์ทิสตกตะลึง “แค่ก…. ข้ากำลังจะพูดว่าเขาคืออาเบโนะเซย์เมย์…[2] ไม่ใช่เขาหรอกหรือ ? นั่นหายากมากเลยนะ…”

“ผิดแล้ว !!” ฉินเย่ระเบิดโพล่งออกมา จากนั้นเขาจึงสูดหายใจเข้าช้าๆและมองอาร์ทิสด้วยสายตาอาฆาต “แผ่นดินจีนมักจะคิดว่าองเมียวจิที่แข็งแกร่งที่สุดคืออาเบโนะเซย์เมย์… แต่พวกเราคิดผิด องเมียวจิที่แข็งแกร่งที่สุดแท้จริงแล้วคือตระกูลค่าโม่… พูดถึงเรื่องนี้ ท่านจะสามารถอธิบายให้ข้าฟังได้อย่างไรงในเมื่อท่านไม่รู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ ?!”

อาร์ทิสหดคอกลับราวกับหนอนเมื่อสบกับสายตาของฉินเย่ จากนั้น เมื่อผ่านไปครู่หนึ่งนางจึงพยักหน้าอย่างจริงจัง ใช้ทักษะ ‘นั่นไม่ใช่ประเด็น’ ของหวังต้าชุ่ย “ข้าไม่คิดจริง ๆ ว่าเจ้าจะมีความรู้มากมายในเรื่องพวกนี้… แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ! ปัญหาของเรื่องนี้อยู่ที่ประการที่สี่ !….”

นางหยิบเศษชิ้นส่วนขึ้นมาด้วยรอยยิ้มกว้าง “เจ้ารู้หรือไม่ว่า… ผู้ใดอยู่ในนี้ ?”

ฉินเย่ตกตะลึง “ครอบครัวของโอดะ ? โนฮิเมะ โนบูทาดะและคนอื่น ๆ?”

อาร์ทิสยิ้ม “เจ้าโชคดีจริง ๆ”

“ข้าเคยได้ยินมาว่าถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสีเคยถูกเรียกว่าดวงตาแห่งคำสาปมาก่อน ในเมื่อมันเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะให้เจ้าจ้องเข้าไปในดวงตาของมันและดูว่ามีวิญญาณอาฆาตอยู่ในนั้นทั้งสิ้นกี่ตน สิ่งนี้สามารถเรียกได้ว่ากระถางเพาะพันธุ์อย่างแท้จริง…”

[1] นักพรตผู้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ และว่ากันว่าพวกเขาสามารถอัญเชิญและควบคุมชิกิงามิและวิญญาณเล็กๆได้

[2] องเมียวจิที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จทั้งในฐานะของนักโหราศาสตร์และนักพยากรณ์ เป็นลูกศิษย์ของคาโม่โนะทาดายูกิ โดยในเรื่องนี้ เพื่อให้ทันสมัยขึ้นทางผู้เขียนได้ปรับแต่งให้ตัวละครคาโม่โนะทาดายูกิเป็นเพียงผู้สืบสายเลือดของตระกูลคาโม่ที่มีชื่อเหมือนกันกับอาจารย์คาโม่โนะทาดายูกิ อาจารย์ของอาเบะโนะเซย์เมย์เท่านั้น

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 222 ดวงตาแห่งคำสาป (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved