cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 219 ความเกี่ยวข้อง (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 219 ความเกี่ยวข้อง (2)
Prev
Next

บทที่ 219: ความเกี่ยวข้อง (2)

ขั้นนักล่าวิญญาณ… ฉินเย่สามารถระบุถึงระดับความสามารถของอีกฝ่ายได้ทันทีที่เขาก้าวออกมาจากความมืด แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ต้องขมวดคิ้ว

ในฐานะที่เป็นยมทูตขาวดำมือใหม่ ฉินเย่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างพลังของขั้นยมทูตขาวดำและขั้นนักล่าวิญญาณเป็นอย่างดี หากพูดกันตรง ๆ ก็คือ หากเขาต้องการจะเอาชีวิตทุกคนที่อยู่ที่นี่ มันก็จะไม่มีใครที่สามารถมาขวางเขาได้

แต่ขั้นนักล่าวิญญาณคนนี้กลับแตกต่างออกไป

หน้ากากที่ปกปิดใบหน้าของเขาไม่มีรูอยู่เลยแม้แต่รูเดียว นอกจากนี้ ในฐานะของยมทูต ฉินเย่สามารถบอกได้ว่าร่างของชายสวมหน้ากากถังซัมจั๋งคนนี้ไม่มีพลังหยางอยู่เลยสักนิด

อันที่จริง… กลิ่นของความตายรุนแรงกว่าหัวหน้าไป๋เสียอีก หากไม่ใช่เพราะข้อเท็จจริงที่ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอยู่ เขาก็คงไม่ตระหนักถึงสิ่งนี้ด้วยซ้ำ

เรื่องบ้านี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง ?

“คุณจะช่วยเขาอย่างนั้นเหรอ ?” ฉินเย่ยิ้ม “จะลองดูก็ได้นะ”

ฟิ้ว… ใบไม้บนพื้นดินเริ่มสั่นไหวและพัดปลิวโดยปราศจากสายลม มันค่อย ๆ หมุนรอบพวกเขา ต้นไทรต้นใหญ่โน้มกิ่งของมันลงมา ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาผลักมัน

“คุณจะทำอย่างนี้ไม่ได้นะ !” ร่างของหัวหน้าไป๋สั่นเทา ฉินเย่เป็นเหมือนกับแหล่งพลังที่เหนือกว่า เขารู้สึกได้ว่าคมมีดถูกแนบลงมาที่ลำคอของตัวเองขณะที่ร่างของฉินเย่ให้ความรู้สึกเหมือนกับอสูรร้ายที่กดทับลงมา ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดอย่างเห็นได้ชัด

เขาหยิบผ้าพันคอออกมาและเช็ดบริเวณหน้าผากของตัวเอง “โรงประมูลเจียเต๋อมี….”

“ผมไม่สนว่าคุณคือใคร” ฉินเย่ตะคอกใส่ “ผมเรียนรู้มาตั้งนานแล้ว… ว่าในโลกนี้ ทุกอย่างล้วนมีราคาของมัน และผมก็แน่ใจด้วยว่าระหว่างคุณ ที่เป็นพ่อค้าขายของเก่า และผม… การให้ความสำคัญย่อมเอนเอียงมาทางผมมากกว่า มันไม่แปลกเลยที่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคุณจะไปถามอะไรเลยแม้แต่น้อย”

ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา

ความเงียบสงัดของสุสานนั้นเป็นเหมือนกับเส้นลวดที่ถูกขึงจนตึง ไป๋อี้ชานและหน้ากากตือโป๊ยก่ายหันไปมองหน้าชายผู้สวมหน้ากากถังซัมจั๋ง หลังจากผ่านครู่หนึ่ง หน้ากากถังซัมจั๋งก็เอ่ยขึ้นว่า “คุณพูดถูก”

เมื่อเอ่ยจบเขาก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะค่อย ๆ ถอดหน้ากากที่สวมอยู่ออก

จากนั้น วินาทีที่เขายกหน้ากากขึ้น มืออีกข้างหนึ่งของเขาพลันสั่นไหวและลำแสงที่ส่องประกายของโลหะก็พุ่งมาที่แขนของฉินเย่ !

ฟึ่บ !

การโจมตีที่รวดเร็วนั้นมาพร้อมกับเสียงที่ดังสนั่น หน้ากากถังซัมจั๋งรวบรวมแรงทั้งหมดภายในครั้งเดียว ไม่ใช่เพื่อฆ่า แต่เพื่อขัดขวาง

เพล้ง ! หน้ากากในมือของเขาพังเป็นเสี่ยง ๆ ทันทีที่ประกายแสงโลหะแทงเข้ามาที่แขนของฉินเย่ แต่แล้วเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าใบมีดของตนไม่สามารถแทงเข้าไปในผิวของฉินเย่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว !

ชายผู้อยู่ภายใต้หน้ากากมีรอยแผลเป็นเต็มไปหมด รวมไปถึงรูโบ๋สองรูในจุดที่ควรจะเป็นตำแหน่งของเบ้าตา นอกจากนี้… บนใบหน้าของเขายังไม่มีสีแดงฝาดของเลือดเลยแม้แต่น้อย ผิว กระดูก ดวงตา จมูก และปากของเขาทั้งหมดล้วนถูกเย็บเข้าด้วยกัน !

ตู้ม !

กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว และไม่กี่วินาทีต่อมา เสื้อคลุมยาวของเขาก็ถูกฉีกกระชากออก และศีรษะของเขาก็ถูกกระแทกไปด้านหลังราวกับว่าถูกปะทะด้วยฝ่ามือที่มองไม่เห็น !

“นี่มัน…” สีหน้าของฉินเย่เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที “ศพ ?”

“ผมทรงซามูไร [1] ผู้ชายคนนี้… เป็นคนญี่ปุ่น ?” ฉินเย่หันกลับไปมอง แต่ครั้งนี้เขาเลื่อนสายตาผ่านไป๋อี้ชานและมองไปยังชายในหน้ากากตือโป๊ยก่าย ดวงตาของเขาวาวโรจน์ “ศพนี้มีอายุอย่างน้อย 300 ปี… ศพคนญี่ปุ่นที่อายุมากกว่า 300 ปี… ช่วงยุค… และถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสี… คุณยังบอกอีกหรือว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน ?”

“นอกจากนี้ผมยังมองออกด้วยว่าคุณคือช่างฝีมือแห่งโลกใต้พิภพ และคุณก็เป็นคนปิดทวารทั้งเจ็ดของศพเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นเหม็นของศพรั่วไหลออกไปโดยรอบ… คุณเป็นใครกันแน่ ? คนที่จัดการเรื่องทั้งหมดนี้… คือคุณจริง ๆ น่ะเหรอ ?”

แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาฉายให้เห็นเส้นด้ายที่แทบจะมองไม่เห็นที่ยื่นออกมาจากแขนเสื้อของชายสวมหน้ากากตือโป๊ยก่าย อีกฝ่ายก้มหน้าและไม่เอ่ยอะไรออกมา

มันคือเส้นไหม

หากลงรายละเอียดเจาะจงกว่านี้ เส้นไหมพวกนี้ถูกใช้เพื่อควบคุมศพ

ผู้เดียวที่สามารถทำเช่นนี้ได้ก็คือหนึ่งในช่างฝีมือแห่งโลกใต้พิภพ คนขับรถขนศพ

ความเงียบที่น่าอึดอัดก่อตัวขึ้น

มีดเล่มหนึ่งที่เชื่อมต่อกับโซ่ยื่นออกมาจากแขนเสื้อของศพ ทว่าคมมีดของมันกลับไม่แม้แต่จะสามารถแทงทะลุเข้าผิวหนังชั้นบนสุดของฉินเย่ได้

นี่คือความแตกต่างระหว่างขั้นยมทูตขาวดำและนักล่าวิญญาณ ฉินเย่ในตอนนี้สามารถต้านการโจมตีที่ทรงพลังจากฝ่ามือของอาร์ทิสได้ ร่างกายทางกายภาพของเขาแข็งแกร่งมาเสียจนสามารถเปรียบได้ว่าเป็นอาวุธมนุษย์ก็มิปาน แม้แต่ปืนก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้แล้วเขาจะสามารถได้รับบาดเจ็บโดยการโจมตีแบบนี้ได้อย่างไร ?

อีกฝ่ายยังคงเงียบ จากนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยและถอดหน้ากากของตนออก

ครู่ต่อมาดวงตาของฉินเย่ก็ต้องวูบไหวอย่างตกใจ ชายที่อยู่ภายใต้หน้ากากมีใบหน้าเหมือนกับไป๋อี้ชานไม่มีผิด !

ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างทั้งสองก็คือชายคนนี้ผิวซีดมาก เบ้าตาของเขาจมลึกและดวงตาแดงก่ำ ราวกับไม่ได้นอนมาหลายวัน อันที่จริง มันดูเหมือนกับว่าที่เขาสามารถมีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้เป็นเพราะเจตจำนงที่แรงกล้าของตัวเอง ฉินเย่สามารถบอกได้เลยว่าแค่ตีเบา ๆ เขาก็สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้

เกิดอะไรขึ้นกับโรงประมูลเจียเต๋อ… แววตาของฉินเย่เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสี เขาไม่อยากที่จะรับมือกับความยุ่งยากไปมากกว่านี้อีกแล้ว

“คุณคือ… ไป๋อี้ชานตัวจริง ?”

ไป๋อี้ชานตัวจริงพยักหน้า จากนั้น ก่อนที่ฉินเย่จะได้เอ่ยอะไรต่อ เขาก็คุกเข่าลงกับพื้นและจับมือของฉินเย่แน่นราวกับคนจมน้ำที่พยายามหาที่ยึดเกาะ “ช่วยผมด้วย….”

“ผมขอร้องล่ะ… ช่วยผมด้วย !”

“ผมยอมทำตามที่คุณขอทุกอย่าง… แค่ช่วยผม ! มันมาแล้ว… มันอยู่ที่นี่แล้ว ! มันกำลังจะมาหาผม !”

ไป๋อี้ชานตัวจริงดูเหมือนกับจะกรีดร้องออกมาสุดเสียงในทุกครั้งที่เขาพูดคำว่า ‘มัน’ แต่คล้ายกับว่าคลื่นความหวาดกลัวได้ถาโถมใส่ เสียงที่ออกมาจึงเบาและสั่นเทาเพียงเท่านั้น

ดวงตาของฉินเย่ไหววูบ “มันไหน ? เกิดอะไรขึ้น ? อย่าบอกนะ… มีอะไรเกิดขึ้นกับถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสีอย่างนั้นเหรอ ?”

“โมริรันมารุ… เขาบอกว่าชื่อของมันคือโมริรันมารุ !” สุดท้ายน้ำตาเม็ดโตก็ไหลออกมาจากหางตาของหัวหน้าไป๋ “คุณฉิน…ช่วยผมด้วย ! มันคือผีร้าย ! ผมไม่เคยเห็นอะไรที่โหดเหี้ยมอย่างมันมาก่อน ! มะ มัน… มันน่ากลัวเกินไป ! มันตามผมมาตั้งแต่ที่เมืองเยียนจิง และตอนนี้มันก็อยู่แถว ๆ นี้ ! ผมรู้สึกได้ ! ผมไม่น่าเลย… ผมไม่น่าทำแบบนั้นเลย… ไม่น่าทำแบบนั้นเลยจริง ๆ! อ๊ากกกกก !!”

ฉินเย่ปัดมือของคนตรงหน้าออก

เขาสามารถบอกได้ว่าสติของไป๋อี้ชายใกล้จะพังทลายเต็มที คนตรงหน้าทำอะไรลงไป ? แล้วผีร้ายที่ว่านั่นตามเขามาที่เมืองเป่าอันจริง ๆ หรือเปล่า ?

และที่สำคัญ… ชื่อโมริรันมารุนั่น…

เพราะได้ใช้ชีวิตอยู่มานาน มันจึงเป็นธรรมดาที่ฉินเย่จะมีความรู้ที่ลึกซึ้งมากกว่าคนทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น เขารู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่วัดฮนโน

มีผู้คนจำนวนมากที่ทำการคว้านท้องตัวเองไปพร้อมกับโนบูนางะเมื่อเขาถูกทรยศโดยขุนศึกที่ตนไว้ใจอย่างอาเกจิ มิตสึฮิเดะที่วัดฮนโน ไม่ว่าจะเป็นโนฮิเมะ ภรรยาของเขา โอดะโนบูทาดะ ลูกชายคนโต มุไร ซาดาคัตสึ ผู้ติดตามของเขาและสุดท้าย โมริรันมารุ

ตำนานกล่าวว่าโมริรันมารุนั้นดูเหมือนผู้หญิงยิ่งกว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ในยุคสมัยของเขาเสียอีก ซึ่งผู้ช่วยส่วนตัวในสมัยนั้นก็คล้ายกับเลขานุการในสมัยนี้ และผู้ช่วยส่วนตัวบางคนก็มักจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ้านายของพวกตนด้วยซ้ำ… ขณะที่นึกถึงสิ่งเหล่านี้ ฉินเย่ก็เงยหน้าขึ้น ความคิดแปลกประหลาดอย่างหนึ่งแวบเข้ามาในหัว !

ถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสี… ไม่ได้กักเก็บวิญญาณแค่ดวงเดียวอย่างนั้นเหรอ ?

หากโมริรันมารุยังอยู่… ไม่ใช่ว่าวิญญาณของโนฮิเมะ โอดะโนบูทาดะและมุไร ซาดาคัตสึต่างก็ติดอยู่ในถ้วยใบนี้ที่ถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในสิบวัตถุหยินที่มีพลังมากที่สุดในตะวันออกหรอกหรือ ?

ไม่เช่นนั้นทำไมโม่ริรันมารุถึงต้องไล่ล่าไป๋อี้ชานอย่างไม่ลดละเช่นนี้ด้วย ?

“คุณฉิน !” ไป๋อี้ชานเกาะติดฉินเย่ราวกับปลิง กอดขากางเกงเขาแน่น “มะ เมืองเป่าอัน ! มีแค่เมืองเป่าอันเท่านั้น… ทะ ที่ปลอดภัย ! ปะ… โปรดพาผมไปกับคุณด้วยเถอะ ! ผมขอร้อง ! ผม… ผมไม่ต้องการตายในฝันร้ายที่ไม่รู้จบนี้ ! มะ มันน่ากลัว น่ากลัวเกินไป ! ทุก ๆ คน… ทุก ๆ คืน… ตอนที่ผมหลับตา ผะ ผม… ผมเห็นใบหน้าของผีร้ายตนนั้นจ้องมองมาที่ผม…”

แต่ฉินเย่ก็ผลักอีกฝ่ายออกไป “มันสายไปแล้ว”

ไป๋อี้ชานค้อมตัวด้วยความหวาดกลัว เขาเกือบจะกรีดร้องออกมาเสียงดังเมื่อฉินเย่เอ่ยต่อเสียงเรียบว่า “เขาอยู่ที่นี่แล้ว”

อย่าเกาะผมแน่นแบบนี้ ถ้าเกิดคุณก็บังเอิญปิดบังทางหนีของผมขึ้นมาจะทำยังไง ?

โมริรันมารุ… หนึ่งในผู้รับใช้ที่โด่งดังที่สุดตลอดกาล… ฉินเย่หันหลังกลับและพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นไป๋อี้ชานก็ต้องตกตะลึงเป็นอย่างมากเมื่อพบเด็กหนุ่มพุ่งออกไปไกลเสียแล้ว

โชคดี ผมไปล่ะ… ลาก่อน

อย่างไรก็ตาม หลังจากวิ่งไปได้สิบเมตรเขาก็ต้องหยุดลง ตีหัวตัวเองอย่างแรงและหันกลับไปมองด้านหลัง

โลกของไป๋อี้ชายเปลี่ยนจากนรกเป็นสวรรค์ภายในพริบตา เขารีบคลุกคลานไปตามพื้นและร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวัง “คุณฉิน ! คุณจะทิ้งผมไปแบบนี้ไม่ได้นะครับ !”

ฉินเย่รู้สึกอับอายเล็กน้อยกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเขาเพิ่งนึกเรื่องสำคัญบางอย่างขึ้นมาได้ – เราอยู่ขั้นยมทูตขาวดำไม่ใช่เหรอ ? ทำไมถึงต้องกลัวขั้นนักล่าวิญญาณด้วย ? หากเหยื่อมาหานักล่าด้วยตัวเอง นักล่าอย่างเขาก็ควรจะอยู่ต้อนรับอีกฝ่ายไม่ใช่หรืออย่างไร ?

“อย่าขยับ” ฉินเย่เอ่ยออกมาอย่างมาดมั่นและก้าวไปหาไป๋อี้ชาน “คุณอาจจะตายได้หากขยับตัว”

แสงจันทร์สลัวที่สาดส่องลงมาทำให้เกิดเงาดำมืดฉายไปทั่ว และเงาพวกนั้นก็ขยับไปมาอย่างน่าขนลุกอยู่ที่ด้านหลังของไป๋อี้ชาน… แทบเหมือนกับว่าพวกมันมีชีวิต ! จากนั้น มันก็เริ่มก่อตัวเข้าด้วยกันจากทุกทิศทางโดยไม่สนใจผู้คนโดยรอบและพุ่งมาที่ศีรษะของไป๋อี้ชาน !

ฟิ้ว ! สายลมรุนแรงเริ่มพัดกระโชก และร่าง ๆ หนึ่งก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากช่องว่างแคบ ๆ ระหว่างหลุมฝังศพ

มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองเห็นหน้าตาของอีกฝ่าย แต่ทุกก้าวที่ร่างนั้นเดินก็ทำให้เกิดเสียงครวญครางดังก้องไปทั่ว มันแทบจะเหมือนกับ… พวกคนที่คว้านท้องตัวเองหรือเสียชีวิตในโศกนาฏกรรมของเหตุการณ์ไฟไหม้ที่วันฮนโนกำลังโศกเสียใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

แก๊ก… แก๊ก… เสียงฝีเท้าอย่างแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืน นอกจากนี้มันยังมีเสียงคล้ายกับอะไรบางอย่างถูกลากไปตามพื้นอย่างช้า ๆ อีกด้วย…

ในเวลาเดียวกันนั้น เทียนทุกดวงที่วางอยู่หน้าแผงลอยแต่ละแผงที่อยู่บนยอดเขาวูบไหวไปมาอย่างรุนแรง เหล่าเจ้าของแผงลอยที่นั่งอยู่บริเวณหลุมฝังศพต่างตกตะลึงกับปรากฏการณ์อันน่าขนลุกนี้ พวกเขาทั้งหมดหันไปมองเทียนของตนพร้อมกัน

จากนั้น ท่ามกลางความเงียบสงัด ใครบางคนลุกขึ้นยืน เก็บข้าวของทั้งหมดของตนและมุ่งหน้าลงเขาไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็คนที่สอง และสาม… ภายในชั่วพริบตา ตลาดไสยเวทย์พลันเงียบสงัดหายอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน มันมีแม้กระทั่งเสียงร้องอย่างหวาดกลัวและตกใจของเหล่าผู้มาเยือนดังขึ้นให้ได้ยินอีกด้วย

“วิญญาณอาฆาต… วิญญาณอาฆาตอายุร้อยปี ! นี่มัน… เป็นไปได้ยังไง ?!”

“เหตุใดจึงมีวิญญาณอาฆาตอายุร้อยปีอยู่ที่ชายขอบของเมืองเป่าอัน ? เหตุใดพวกเราจึงไม่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ?!”

“ปีศาจตนนี้มาจากที่ไหน ?! ช่างเป็นรัศมีแห่งความแค้นที่รุนแรงจริง ๆ!”

เมื่อวิญญาณร้ายถูกปลดปล่อย สิ่งมีชีวิตทั้งหมดจงสลายตัว !

หลินฮั่นยืนอยู่ที่ยอดเขา สายลมกระโชกแรงนั้นทรงพลังจนป้ายหลุมศพที่อยู่รอบ ๆ เขาสั่นไปมาและเริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้น เสื้อคลุมของเขาพัดปลิวอย่างรุนแรงขณะที่เขามองไปยังสุสานบริเวณ C8 ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง “เป็นพลังหยินที่รุนแรงจริง ๆ… นี่มันวิญญาณร้ายแบบไหนกัน ?”

เขากัดฟันแน่นและพุ่งไปที่แหล่งกำเนิดพลังหยินดังกล่าวทันที

ภูเขาเหลาจุนนั้นมีรูปร่างคล้ายกับบันได และพื้นที่บริเวณ C8 ก็อยู่บนชั้นที่สามของเขา แต่ถึงกระนั้น ทันทีที่เขามาถึงที่ชั้นที่สอง เขาก็พบว่า… ตัวเองไม่สามารถขยับไปไหนได้ !

รอบข้างของเขาเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย วิญญาณที่ได้รับอนุญาตพิเศษเองก็อยู่ในฝูงชนด้วยเช่นกัน แต่มันก็เห็นได้ชัดว่าความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นนั้นทำให้พวกเขาเสียสติ พวกเขาพยายามโบกมือไปมาพร้อมกับตะโกนร้องเสียงดัง “ใคร ?! มันเป็นใครกัน ?!!”

“เปิดมันซะ ! ให้เราออกไป !”

“นี่มันอะไรกัน ? กล้าดีอย่างไรถึงสร้างเรื่องที่เมืองเป่าอัน ?! ข้าจะบอกอะไรให้นะ ที่นี่มีผู้ฝึกตนขั้นตุลาการนรกดูแลอยู่ !”

“นี่มัน…” หลินฮั่นสูดหายใจเข้าช้า ๆ วินาทีนี้เขาตระหนักได้แล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิดเอาไว้ตอนแรก

มันมีเส้นด้ายเส้นหนึ่งถูกผูกอยู่รอบป้ายหลุมศพที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขา พื้นที่ชั้นบนสุดสองชั้นถูกปิด และเส้นด้ายพวกนี้ก็เปล่งประกายสีม่วงอ่อน ๆ ออกมา มันยังมียันต์ขนาดเล็กและกระดิ่งถูกแขวนไปตามส่วนต่าง ๆ ของด้ายอีกด้วย และไม่ว่าเหล่าคนข้างหน้าจะพยายามอย่างไร การโจมตีของพวกเขาก็ดูเหมือนจะถูกดูดซับไปโดยกำแพงที่มองไม่เห็นตรงหน้า และพวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

“อาณาเขตเวท… และมันก็ไม่ใช่วิชาของจีนด้วย” เขามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง “มีคนอื่น… มีคนอื่นอยู่ที่นี่ !”

[1] ทรงผมของผู้ชายญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่จะโกนผมด้านหน้าของศีรษะออก และทำให้หนังศีรษะดูเหมือนกับรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 219 ความเกี่ยวข้อง (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved