cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 214 คุณจะต้องตีพิมพ์!

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 214 คุณจะต้องตีพิมพ์!
Prev
Next

บทที่ 214: คุณจะต้องตีพิมพ์!

ทั้งสองฝ่ายต่างไม่เอ่ยอะไรออกมา

ผู้เฒ่ายวีและเถาหรานต่างนิ่งเงียบ และสีหน้าของทั้งคู่ก็เปลี่ยนเป็นสีแดง

โอเค มาลงละเอียดให้มากกว่านี้กันดีกว่า…ใบหน้าของพวกเขามีเลือดสูบฉีด และมันก็ถูกแต่งแต้มด้วยสีที่น่ารักของฤดูใบไม้ผลิ

พวกเขาต่างมีความรู้สึกที่คล้ายกันในตอนนี้ พวกเขาคือคนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตสั่งสมประสบการณ์ในการแสวงหาความรู้ แต่กลับถูกเด็กอายุ 18 ฆ่าตาย ถ้าอีกฝ่ายบอกว่ามีความยาวของไอ้นั่น 18 เซนติเมตร ยังจะน่าเชื่อกว่า…เพราะอย่างไรแล้วพวกเขาทั้งคู่ก็แก่ลงเรื่อย ๆ…แต่มันสามารถเชื่อได้จริง ๆ หรือว่าเด็กคนนี้จะสร้างอะไรแบบนี้ได้? นี่เขาเป็นนาจา[1]กลับชาติมาเกิดอย่างนั้นหรือ?

“คุณแน่ใจไหมว่าอาจารย์ทั้งสามคนนี้เป็นคนเขียนบทความนี้ขึ้นมา?” ผู้เฒ่ายวีถามอีกครั้ง ความขุ่นมัวภายในใจของเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และเขาก็ไม่กล้าหวังคำตอบอะไรจากเถาหรานมากนัก

ในอีกด้านหนึ่งของปลายสาย เถาหรานเองก็กำลังประสบกับการตีกันของอารมณ์เช่นกัน และเขาก็ตอบอย่างอึกอัก “ครับ…และอาจารย์ฉินก็เป็นผู้เขียนหลัก…”

“ดี!” หลังจากผ่านไปหลายนาที ในที่สุดความตึงเครียดภายในจิตใจของผู้เฒ่ายวีก็ลดลงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “มันเป็นเรื่องดี…อย่างน้อยมันก็นับว่าเป็นเรื่องดี…”

“ผมขอแสดงความยินดีกับทางสำนักฝึกตนแห่งแรกจริง ๆ อาจารย์ทั้งสามคนนี้จะต้องกลายเป็นเสาหลักของ ศูนย์วิจัย SRC ในอนาคตอย่างแน่นอน!”

เถาหรานแทบจะสำลักออกมา

เดี๋ยวก่อนครับ…ศาสตราจารย์ยวี คุณไม่คิดว่านั่นมันเป็นคิดเองเออเองไปหน่อยหรือ…

อะไรที่ทำให้คุณคิดว่าพวกเขาเป็นคนของศูนย์วิจัย SRC? คุณไม่คิดหรือว่าคุณกำลังคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป

พวกเขายังไม่ได้ลาออกจากหน้าที่ของพวกเขาในตอนนี้ด้วยซ้ำ และต่อให้พวกเขาจะเลิกเป็นอาจารย์ คุณคิดจริง ๆ หรือว่าทางสำนักฝึกตนแห่งแรกจะไม่เสนอตำแหน่งที่ดีกว่านี้ให้พวกเขา? คุณเห็นเราเป็นอะไร? โอเค คุณอาจจะเป็นคนที่สามารถประจันหน้ากับผู้อำนวยการทั้งสองของเราได้ แต่…ผมก็ไม่คิดว่าพวกเราจะยอมปล่อยให้คนที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ไปให้คุณเช่นกัน…

ผมหมายถึง พวกเราต่างก็เป็นนักวิชาการที่แสวงหาความรู้…ดังนั้นคุณจำเป็นจะต้องเล่นสกปรกขนาดนี้เลยหรือ?

แต่ถึงอย่างไรเถาหรานก็ไม่ได้คิดที่จะเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ดังนั้นเขาจึงกลบเกลื่อนคำพูดที่แฝงความนัยของศาสตราจารย์ยวีด้วยการกระแอมเบา ๆ “ถ้าเช่นนั้น ศาสตราจารย์ครับ เกี่ยวกับบทความวิจัยนี้…คุณคิดว่า…”

“บทความวิจัยนี้มีศักยภาพมากพอที่จะถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสิบงานวิจัยสุดยอดแห่งปี” ศาสตราจารย์ยวีเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนที่เถาหรานจะเอ่ยคำถามของตนจบ “ผมรู้สำนักฝึกตนแห่งแรกในตอนนี้กำลังอยู่ในจุดที่ต้องแบกรับอะไรหลาย ๆ อย่างและทุกตนต่างก็จับจ้องสายตาไปที่พวกคุณ และการที่จะสามารถปิดปากที่ขยับไปมาไม่หยุดพวกนั้นก็มีเพียงการแสดงหลักฐานที่เป็นรูปธรรมออกมา เอาล่ะ ตอนนี้พวกคุณโชคดีมาก ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดได้ปรากฏตัวขึ้นในช่วงเวลาที่ดีที่สุดแล้ว”

“รอการติดต่อกลับจากผม”

………………….……………

กลับมาที่เมืองไดซาน ศาสตราจารย์ยวีกดวางสายทันทีที่เอ่ยจบ เขาก็มองไปยังการจราจรที่ติดขัดตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ขณะที่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

“คนรุ่นใหม่นั้นก้าวหน้าไปไกลกว่าคนรุ่นเก่าอย่างแท้จริง…หากเราพยายามให้มากกว่านี้ เด็กพวกนั้นคงจะตามเรามาทันในไม่ช้านี้แน่”

“ยิ่งคิดว่าคุณสามารถหากุญแจในการปลดล็อกความลับเกี่ยวกับหัวข้อวิจัยที่ผมศึกษามาตลอดแบบนี้…ผมรู้สึกซาบซึ้งใจในความเมตตานี้จริง ๆ เอาล่ะ…เราคงมาเปิดประตูนี้ไปด้วยกันดีไหม?”

เขารวบรวมความคิดตัวเองและกดเข้าไปที่แอปโม่โม่อีกครั้ง ไล่หาดูรายชื่อผู้ติดต่อเพื่อหาเบอร์โทรของคนคนหนึ่งก่อนจะกดโทรออก

“หัวหน้าบรรณาธิการเหยาอยู่ไหม?”

หากเป็นคนอื่นอย่างผู้สนับสนุน คำตอบที่ได้ออกมาตอนนี้คงเป็น “พูดมาเลยว่าคุณต้องการอะไร เรากำลังยุ่งกันมาก หากคุณต้องการจะส่งบทความก็ลงมันมาทางกล่องข้อความได้เลย ไม่จำเป็นต้องถามว่าเขาอยู่หรือเปล่า”

แต่ทางปลายสายกลับเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะต่อสายตรงไปยังบุคคลที่มีรูปโปรไฟล์เป็นรูปอุนจิที่มีใบหน้ายิ้มแปะอยู่ เสียงหัวหน้าบรรณาธิการเหยาดังมาตามสาย “สวัสดีครับศาสตราจารย์ยวี คุณเป็นอย่างไรบ้าง? ขอโทษด้วยที่ปล่อยให้รอเสียนาน มีอะไรอยากจะให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ?”

ศาสตราจารย์ยวีไม่ได้สนใจคำพูดเกริ่นนำพวกนั้น เขารีบเอ่ยเข้าประเด็นทันทีโดยไม่แม้แต่จะถามด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายกำลังยุ่งอยู่หรือไม่ “พวกคุณสรุปเรื่องบทความวิจัยที่จะได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ผู้ฝึกตนรายสัปดาห์ฉบับต่อไปหรือยัง?”

มันเป็นเพราะว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดคุยสัพเพเหระ ต่อให้หัวหน้าบรรณาธิการเหยากำลังยุ่ง เขาก็ต้องบอกว่าตนว่างกับศาสตราจารย์ยวีอยู่ดี

หืม? ตาแก่นี่ไม่มั่นใจในตัวเองไปหน่อยหรือไง? เขาไม่เอ่ยแนะนำตัวกับอีกฝ่ายด้วยซ้ำ แล้วทำไมก่อนหน้านี้เขาถึงต้องรู้สึกเคว้งคว้างด้วย…

“เราสรุปกันแล้วครับ…”

“ผมคงต้องขอให้คุณยกเลิกสรุปนั้น” ศาสตราจารย์ยวีพูดแทรกก่อนที่เขาจะพูดจบเสียอีก

หัวหน้าบรรณาธิการเหยา: ……

คุณคิดว่าผมมีเวลาว่างมาเล่นเกมกับคุณหรือไง?! หรือว่าโทรศัพท์ของผมส่งข้อความผิดมาให้?!

ให้ตายเถอะ! ผมรู้อยู่แล้วว่าไม่ควรรับสายคุณ หัวหน้าบรรณาธิการเหยากลอกตาที่ปลายสาย

หัวหน้าบรรณาธิการเหยาเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง ว่าทำไมชีวิตเขาต้องวนเวียนเจอกับคนประเภทนี้อยู่เรื่อย หลังจากใช้เวลาหลายวินาทีเพื่อตั้งสติ เขาก็ยิ้มออกมาและเอ่ยถามว่า “ศาสตราจารย์ยวี คุณ….จะตีพิมพ์วิจัยอย่างนั้นหรือครับ?”

ศาสตราจารย์ยวีเป็นคนจริงจังอย่างแท้จริง เขารีบส่งไฟล์เอกสารให้กับอีกฝ่ายทันทีพร้อมกับคำสั่ง “ตีพิมพ์บทความวิจัยนี้ในสัปดาห์หน้า และให้พื้นที่บทความทั้งหน้ากระดาษ ผมได้ตรวจดูสมมติฐานทั้งหมดที่อยู่ภายในบทความนี้ด้วยตัวเองแล้ว และมันถ้าเป็นไปได้ทั้งหมด ผมคงต้องขอรบกวนคุณเตรียมการทุกอย่างที่จำเป็นให้ที”

…………………..……………

เมืองเยียนจิง สำนักงานใหญ่ของหนังสือพิมพ์ผู้ฝึกตนรายสัปดาห์ หัวหน้าบรรณาธิการเหยาเปิดไฟล์เอกสารดู หากศาสตราจารย์ยวียืนยันว่าเขาต้องการจะตีพิมพ์บทความวิจัย มันก็คงจะไม่มีใครมีปัญหาอะไรกับเรื่องนั้น ต่อให้จะอุทิศทั้งหน้ากระดาษให้กับงานวิจัยของชายสูงวัยก็ตาม แต่ถึงกระนั้น เขาต้องปรับแว่นสายตาของตัวเองอย่างตกตะลึงเมื่อได้อ่านหน้าปกของงานวิจัย

การกลายพันธุ์ของวิญญาณ: สาเหตุ พัฒนาการ และความเป็นไปได้

ผู้เขียนหลัง: อาจารย์ฉินเย่ สำนักฝึกตนแห่งแรก

ผู้เขียนร่วม: อาจารย์ซู่เฟิงและอาจารย์หลินฮั่น สำนักฝึกตนแห่งแรก

“นี่ไม่ใช่คนของศาสตราจารย์ยวีนี่?” เขาชะงักไป “ฉินเย่? ฉันไม่เคยได้ยินชื่อคนคนนี้มาก่อน แต่ผู้เฒ่ายวีกลับขอพวกเราให้สละพื้นที่ทั้งหน้ากระดาษให้กับบทความวิจัยของเขาจริง ๆ น่ะหรือ? หรือว่าศาสตราจารย์ยวีต้องการจะช่วยสนับสนุนลูกบุญธรรมของเขา? แต่ต่อให้เป็นแบบนั้น นี่มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือไง?”

มันไม่ใช่ว่าเขาดูถูกใคร แต่ชื่อเสียงในแวดวงวิชาการของคนคนหนึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร ไม่มีนักวิชาการคนไหนโด่งดังขึ้นภายในข้ามคืน ผลงานแต่ละชิ้นในสาขานี้เกิดขึ้นจากการวิจัยและการทดลองระยะยาว รวมถึงข้อโต้แย้งและข้อสนับสนุนที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน ผู้ที่สามารถเติมเต็มเงื่อนไขพวกนี้ได้จะไม่มีทางไม่เป็นที่รู้จักหรือไม่ถูกพูดถึงในแวดวงวิชาการ ต่อให้คนคนนั้นจะไม่ได้รับเครดิตโดยตรงในการเขียนวิจัยเล่มนั้นก็ตาม

แต่ฉินเย่คือชื่อที่เขาไม่รู้จักและไม่คุ้นหูเลยสักนิด แล้วแบบนี้อีกฝ่ายมีสิทธิ์อะไรที่จะได้รับการอุทิศทั้งหน้ากระดาษเพื่องานวิจัยของเขากัน?

ด้วยความอยากรู้ที่ผุขึ้นมากมายในใจ เขาเริ่มอ่านบทความวิจัยดังกล่าวทันที

หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งนาที คิ้วที่ขมวดยุ่งของเขาก็คลายออก

สามนาทีต่อมา เขาอ้าปากอย่างตกตะลึง กำโทรศัพท์ที่อยู่ในมือแน่น จ้องไปที่เนื้อหาในบทความอย่างไม่ละสายตา

แปดนาทีต่อมา หัวหน้าบรรณาธิการเหยาลุกขึ้นยืนและทุบโต๊ะอย่างแรง เขามองไปยังสัญลักษณ์ด้านบนสุดของโทรศัพท์ที่แสดงว่าสายของเขาและศาสตราจารย์ยวียังไม่ถูกตัดไป จากนั้นจึงมองเนื้อหาในบทความอีกที

หลังจากผ่านไปอีก 15 นาทีเต็ม ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจออกมาและวางโทรศัพท์ลง เขาส่ายศีรษะเบา ๆ และเคาะนิ้วบนโต๊ะอย่างครุ่นคิด

เขากำลังพิจารณาถึงเนื้อหาทั้งหมดที่ตนเพิ่งได้อ่านไป

นี่คือบทความวิจัยที่ทำให้ผู้ที่อ่านรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก 15 นาทีที่ผ่านมาเขารู้สึกราวกับว่าตัวเองได้ขึ้นรถไฟเหาะอยู่ตลอดเวลาที่อ่าน หนึ่งนาทีแรกแววตาของเขาเป็นประกายขึ้น สามนาทีต่อมาเขาอ่านต่ออย่างระมัดระวัง แปดนาทีต่อมาเขาเคลิบเคลิ้มไปกับมัน และสามนาทีสุดท้าย เขาถูกพาไปยังมิติแห่งความเข้าใจใหม่อย่างสิ้นเชิง

“ช่างเป็นบทความวิจัยที่มีความเป็นมืออาชีพมากจริง ๆ…การพิสูจน์ที่เฉียบคม ตรงประเด็น กระชับในการโต้แย้งและกระบวนการคิดที่ปราศจากรูรั่ว…ทำไมเราถึงไม่เคยได้ยินชื่อของเขามาก่อนกัน? เขาเป็นมือใหม่จริง ๆ น่ะหรือ? อาจารย์จากสำนักฝึกตนแห่งแรก? ไม่ใช่ศาสตราจารย์ด้วยซ้ำ?”

เขาลืมตาขึ้นและจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ของตน โดยที่หางตายังคงกระตุกไม่หยุด นี่มันบ้ามาก…จู่ ๆ ผู้มีพรสวรรค์ที่ซ่อนตัวมาตลอดก็เปิดเผยตัวตนออกมาด้วยการแสดงฝีมือที่เฉียบคมแบบนี้…

“ศาสตราจารย์ยวี” เขาสูดหายใจเข้าช้า ๆ และเอ่ยเรียกศาสตราจารย์ยวีอีกครั้ง “นักวิชาการที่เป็นคนเขียนบทความวิจัยนี้คือใครกันครับ? รูปแบบการเขียน กระบวนการทางความคิดและการพิสูจน์นั้นดูไม่เหมือนกับพวกมือใหม่เลยสักนิด!”

ศาสตราจารย์ยวีเงียบไป

ไอ้หนู… ความคิดเห็นของนายมันกรีดลึกบาดใจฉันจริง ๆ…

นายคิดว่าฉันไม่ตกใจหรือไงที่จู่ ๆ ก็มีไอ้ปีศาจตัวนี้ก็โผล่หัวที่น่าเกลียด ๆ ของมันออกมา? ทั้ง ๆ ที่ฉันก็นั่งอยู่ในเมืองไดซาน ทำงานและสนใจหัวข้อวิจัยของตัวเองอยู่ แล้วจู่ ๆ ก็โดนลอบโจมตีโดยไอ้เด็กนี่…แถมเขายังเจอกุญแจที่จะใช้ปลดล็อกประตูวิจัยที่ถูกปิดสนิทมาตลอดหลายสิบปี…แต่นายกลับมาถามฉันเนี่ยนะ? ฉันขอตบหน้านายแรง ๆ สักทีได้ไหม?!

“คุณคิดว่ายังไงล่ะ?” ชายสูงวัยถามกลับไป

คุณคิดว่ายังไงล่ะ?

หัวหน้าบรรณาธิการเหยาไม่ได้ตอบออกไปในทันที คำถามที่ดูเหมือนจะธรรมดานี้ได้กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกมากมายขึ้นในใจของเขาอีกครั้ง

หากอีกฝ่ายบอกกับเขาว่าตนนั้นตกตะลึงกับสมมติฐานที่ได้รับการขัดเกลามาอย่างดี รูปแบบวิทยานิพนธ์ที่แปลกใหม่ และยังวิธีการเขียนที่เป็นมืออาชีพ บทความวิจัยบทนี้ก็สามารถถือได้ว่าสร้างความสั่นสะเทือนให้เขาเป็นอย่างมาก

ภายในหัวของเขาไม่มีข้อสงสัยอะไรเลยแม้แต่น้อย มันไม่เกิดข้อขัดแย้งใด ๆ เลยด้วย หากพูดกันตามความจริง ทันทีที่เขาอ่านมันจบเขาก็รู้สึกเห็นด้วย ราวกับว่าสิ่งที่ถูกกล่าวมาในงานวิจัยทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริงและเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป

ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเพียงวิทยานิพนธ์เท่านั้น!

เอกสารวิทยานิพนธ์ทุกฉบับ ล้วนเป็นคำเชิญชวนเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น! แลกเปลี่ยนความคิดเห็น! มันไม่ได้หมายถึงอ่านเพื่อการเอาหน้า ราวกับว่าผู้เขียนเพียงระบุถึงข้อเท็จจริง มันหมายถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสถาบันวิจัยอื่น ๆ อย่างจริงจัง! อีกทั้งเขากลับไม่มีความรู้สึกขัดแย้งกับสิ่งที่ถูกเขียนอยู่ในนี้เลยแม้แต่นิดเดียว!

มันสามารถพูดได้ว่าคุณภาพของบทความนั้น สูงขนาดที่ว่าสมมติฐานและหลักฐานพิสูจน์ รวมถึงการโต้แย้งนั้นเฉียบคมและถูกบรรยายอย่างดีจนแทบจะไร้ที่ติ มันเป็นเรื่องที่หาได้ยากมาที่จะมีบทความที่ไร้ซึ่งช่องโหว่แบบนี้ถูกตีพิมพ์ออกมา แม้ว่าจะเปรียบเทียบกับบทความวิจัยสุดยอดทั้งหมดที่ถูกตีพิมพ์มาในผู้ฝึกตนรายสัปดาห์ก็ตาม

“เหลือเชื่อ” เขาถอนหายใจออกมา “มันน่าเหลือเชื่อมากจริง ๆ บทความวิจัยนี้…จะต้องสร้างกระแสไปทั่วโลกแห่งการบ่มเพาะแน่นอน มันอาจจะเป็นกุญแจที่ใช้จัดการกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่มีระดับสูงกว่าเขตไล่ล่าทั่วไปก็ได้ บทความวิจัยที่ไร้ที่ติเช่นนี้มีค่ามากเกินกว่าแค่การอุทิศพื้นที่ทั้งหน้ากระดาษให้ด้วยซ้ำ อันที่จริง…บทความนี้น่าตื่นเต้นกว่าบทความที่เหล่านักวิชาการเก่า ๆ และศาสตราจารย์บางท่านส่งมาเสียอีก!”

“ดี จัดเตรียมทุกอย่างซะและติดต่อไปหาทางสถาบันโดยเร็วที่สุด” เมื่อเอ่ยจบศาสตราจารย์ยวีก็วางสายไป

หัวหน้าบรรณาธิการเหยานั่งอยู่ที่โต๊ะของตน มองดูรูปโปรไฟล์ของศาสตราจารย์ยวีดับไป เขาถอนหายใจออกมาและขมวดคิ้ว หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็ถอนหายใจอีกครั้งและหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมา “ดร.ลั่ว”

“อ่าา…สบายดีไหมครับหัวหน้าบรรณาธิการเหยา” น้ำเสียงสดใสดังมาจากปลายสายอีกด้านหนึ่ง “มีอะไรต้องการให้ผมช่วยหรือครับ? การเตรียมการสำหรับการตีพิมพ์วิจัยของผมเสร็จหรือยัง? ผมต้องขอบคุณจริง ๆ ครับที่เป็นธุระให้….”

บรรณาธิการเหยากุมขมับขณะที่เอ่ยแทรกขึ้นว่า “คืออย่างนี้ครับ ทางเรามีบทความวิจัยสำคัญบทความหนึ่งที่จะได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ผู้ฝึกตนรายสัปดาห์ฉบับที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นบทความวิจัยของคุณคงต้องรอไปก่อน”

เกิดความเงียบขึ้นครู่หนึ่ง

หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที ดร.ลั่วก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ “เป็นไปได้ยังไง…บรรณาธิการเหยา ไม่ใช่ว่าเราตกลงกันไว้แล้วหรือครับ? นี่มันอะไร—…”

“อย่างที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้ครับ เราจะหาช่วงเวลาที่เหมาะสมกันอีกที และในตอนนั้นผมก็พูดแค่ว่าผลงานของคุณ ‘อาจจะ’ ได้ตีพิมพ์ก็เท่านั้น ดังนั้นคุณไม่ควรตกใจขนาดนี้นะครับ เนื่องจากพวกเราได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว” บรรณาธิการเหยายกขาขึ้นไขว่ห้างและเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ

“เหล่าลั่ว ทุกคนต่างรู้ดีว่าบทวิจัยพิเศษจะถูกส่งมาเป็นครั้งคราว และบทความระดับสองหรืออื่น ๆ ก็ย่อมต้องหลีกทางให้กับมัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว บทความพวกนี้ก็ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับสารเติมเต็ม และตอนนี้บทความวิจัยพิเศษนั้นก็ถูกส่งมาถึงแล้ว พวกเขาจำเป็นจะต้องให้ความสำคัญกับมันเป็นอันดับแรก…ส่วนหินวิญญาณ 300 ก้อน ผมจะโอนมันกลับคืนไปยังบัญชีของคุณทันที ผมโทรมาบอกคุณเพื่อเป็นมารยาทเท่านั้น”

สิ้นสุดเสียงพูด บรรณาธิการเหยาก็วางสายไปก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ตอบ จากนั้นด้วยเหตุผลบางประการ มือของเขาคว้าบทความวิจัยของฉินเย่และหยิบมันขึ้นมาอ่านอีกครั้ง

ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังจากอ่านไปสามครั้งติดกัน จากนั้นเขาก็วางมันลงในที่สุด ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกที่พลุ่งพล่านแล้วจึงหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาโดยไม่ลังเล

“สวัสดีครับ นั่นใช่สายผู้อำนวยการสวี่หรือเปล่าครับ?”

………………………………

ฉินเย่ไม่รับรู้เรื่องทั้งหมดนี้เลยสักนิด เขากำลังนั่งอยู่กับซู่เฟิง หลินฮั่นและนักเรียนอีกประมาณสิบคน เฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จของวิทยานิพนธ์ของพวกตน

นี่คือมิตรภาพที่เกิดขึ้นจากการฝ่าฟันอุปสรรคในการเขียนบทความทางวิชาการจนกระทั่งพวกเขาสามารถก้าวข้ามมันไปได้ในที่สุด หลังจากผ่าน 20 วันแห่งความยากลำบาก ในที่สุดพวกเขาก็รู้สึกได้ว่าโซ่ตรวนที่ล่ามพวกตนอยู่ได้หลุดออกไปเสียที และปลดปล่อยตัวตนไปกับค่ำคืนแห่งความรื่นเริง

ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ร้านหม่าล่าเสียบไม้ ในวิทยาเขตของสำนัก ปาร์ตี้เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสนุกสนาน ซู่เฟิงยกแก้วของเขาขึ้นและเอ่ย “ทุกคน มา ยกแก้วขึ้น! นี่คือการดื่มให้กับวันคืนทั้งหมดที่เราได้ใช้ไปกับการเขียนบทความวิจัย!”

“แด่วิทยานิพนธ์!” “แด่วิทยานิพนธ์ที่แสนหฤโหด!” “แต่วิทยานิพนธ์ที่ไม่อยากจะเห็นอีกตลอดไป!” “แด่พี่น้องทุกคนที่มีส่วนร่วมในวิจัยเล่มนี้!” “ขอบคุณอาจารย์ทุกคนที่มอบโอกาสดี ๆ แบบนี้ให้เรา!”

“ชน!!!!” ด้วยเสียงร้องที่ดังลั่น คนทั้งหมดต่างดื่มเครื่องดื่มในแก้วของตนจนหมด ฉินเย่เองก็แย้มยิ้มและดื่มของเหลวในแก้วของตนอึกใหญ่ เมื่อเขาวางแก้วไวน์ในมือลง เด็กหนุ่มก็มองไปยังแก้วเปล่าใบอื่น ๆ ที่อยู่บนโต๊ะด้วยสายตาพึงพอใจ วินาทีนั้น หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งอิ่มเอมใจและโล่งอก

[1] นาจา คือ เทพเจ้าในร่างเด็กที่มีหน้าที่รักษาประตูสวรรค์ในปกรณัมของจีน

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 214 คุณจะต้องตีพิมพ์!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved