cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 212 ส่งเล่มวิจัยครั้งที่หนึ่ง (3)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 212 ส่งเล่มวิจัยครั้งที่หนึ่ง (3)
Prev
Next

บทที่ 212: ส่งเล่มวิจัยครั้งที่หนึ่ง (3)

ฉินเย่สูดหายใจเข้าช้า ๆ “ท่านมั่นใจหรือไม่?”

กู่ชิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ท่านฉิน ผมไม่อยากจะอวดโอ้อะไรนักหรอกนะ แต่ท่านรู้หรือไม่ว่าแต่เดิมแล้วรายงานของรัฐบาลนั้นมีการดำเนินงานอย่างไร? รายงานทั้งหมดจะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด คำต่อคำ และคำที่มีความหมายคลุมเครือก็จะถูกแทนที่ด้วยคำพ้องความหมายที่มีความสวยงาม ไม่ว่าบทความทางวิชาการนี้จะเข้มงวดเพียงใด มันจะสามารถเทียบได้กับรายงานและบทสุนทรพจน์ของรัฐบาลจริง ๆ น่ะหรือ?”

ฉินเย่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขารู้สึกเหมือนกับว่าก้อนหินขนาดใหญ่ที่ทับอยู่ที่อกของเขาถูกยกออกไป เด็กหนุ่มนวดคลึงขมับของตนเองขณะที่ปล่อยให้ความคิดของตนล่องลอยไป

การมีแม่ทัพที่สามารถไว้ใจได้อยู่ภายใต้บังคับบัญชานั้นทำให้อุ่นใจกว่าจริง ๆ ตอนนี้เขาเข้าใจถึงความแข็งแกร่งของผู้มีพรสวรรค์แล้ว แต่ถึงกระนั้น แม่ทัพผู้นี้ก็เป็นเพียงตัวแทนของ “ความรู้” เท่านั้น และความรู้เพียงอย่างเดียวก็ไม่มีทางเพียงพอหากเขาต้องการให้ยมโลกแห่งใหม่หลุดพ้นจากความรกร้าง และฟื้นคืนสู่ความรุ่งโรจน์ในอดีต

ท้ายที่สุดแล้ว มีเพียงตอนที่มีอำนาจเท่านั้นเขาถึงจะสามารถเริ่มเจรจาต่อรองกับคานอำนาจอื่น ๆ ได้ เหล่าแม่ทัพที่มีชื่อเสียงของจีนทั้งหมดต่างก็ถูกพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์พาไปสวรรค์จนหมดแล้ว บทความทางวิชาการนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนของประตูสู่การแย่งชิงดวงวิญญาณของโนบูนางะเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงโอกาสในการเร่งการเจริญเติบโตของยมโลกอีกด้วย ฉินเย่ไม่มีทางยอมพลาดโอกาสที่ทั้งชีวิตจะมีสักครั้งหนึ่งเช่นนี้ไปอย่างแน่นอน!

สองสามวันต่อมา หลินฮั่นและซู่เฟิงต่างมาหาเขาที่ห้องอยู่หลายครั้ง แต่ก็พบแต่ป้าย ‘ห้ามรบกวน’ ที่แขวนอยู่ที่หน้าประตูเท่านั้น และเพื่อที่จะไม่ทำให้เป็นที่ผิดสังเกต ฉินเย่ยังคงเดินออกจากห้องและไปที่โรงอาหารบ้างเป็นครั้งคราว นอกเหนือจากนั้น เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ของตัวเองอยู่ในยมโลก

เป็นที่ยอมรับอย่างชัดเจนว่ากู่ชิงนั้นมีพรสวรรค์อย่างล้นเหลือ ด้วยหน้าที่ที่เขาเคยได้รับในชาติที่ผ่านมา ชายสูงวัยย่อมต้องได้อ่านรายงานและสุนทรพจน์มามากมายนับไม่ถ้วน ตั้งแต่รายงานระดับชาติไล่ลงไปถึงสุนทรพจน์ระดับเขต ตลอดสองสามวันที่ผ่านมา กู่ชิงนั่งอยู่ข้าง ๆ ฉินเย่และเรียบเรียงบทความในกระดาษใหม่ทั้งหมด เขานั่งฟังความคิดเห็นและกระบวนการทางความคิดของฉินเย่อย่างใจเย็น ก่อนจะเขียนร่างข้อความขึ้นมาใหม่

ทุกย่อหน้า ทุกประโยค ได้รับการแก้ไขและปรับปรุงเล็กน้อย แต่มันก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่กลับเปลี่ยนความประทับใจโดยรวมของบทความได้เป็นอย่างดี

จะว่าอย่างไรดี…บทความวิจัยที่เขาเขียนก่อนหน้านี้สามารถอธิบายได้ว่าเป็นร่างบทความที่ส่วนใหญ่แล้วเขียนด้วยภาษาพูดที่ไม่เป็นเชิงวิชาการ และยังมีบางส่วนที่ค่อนข้างเป็นภาษาพูดมากเกินไป แต่ทันทีที่กู่ชิงใช้ความสามารถของตน การปรับแต่งเพียงเล็กน้อยกลับสามารถเปลี่ยนอารมณ์ของบทความทั้งหมด ให้ดูเป็นทางการขึ้นและยังมีความเป็นมืออาชีพแฝงอยู่ได้ในพริบตา!

มันยังคงลื่นไหลและอ่านง่ายเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกได้นั้นแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง บทความทั้งหมดถูกยกระดับขึ้นและกลั่นกรองต่อหน้าต่อตาของเขา และความมั่นใจของฉินเย่ในการตีพิมพ์ลงในผู้ฝึกตนรายสัปดาห์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ทุกอย่างดำเนินไปเช่นนั้น ฉินเย่และกู่ชิงเพ่งสมาธิทั้งหมดอยู่กับงานวิจัยตรงหน้า มีแม้กระทั่งโต้แย้งกันอย่างจริงจังหลายต่อหลายครั้ง…และในท้ายที่สุด ในเช้าตรู่ของวันที่สี่ พวกเขาก็สามารถปรับปรุงปัญหาสุดท้ายของร่างบทความวิจัยได้สำเร็จ ทั้งสองต่างถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ดูเหมือนว่าผมจะแก่แล้วจริง ๆ…” กู่ชิงคลึงขมับของตัวเอง “ถึงขนาดที่ใช้เวลามากมายในการแก้บทความวิจัยในจำนวนแค่ 3,000 ตัวอักษรได้นานขนาดนี้”

ฉินเย่ไม่ได้ตอบอะไร กลับกันเขาเพียงมองแผ่นกระดาษตรงหน้าของตนนิ่ง ๆ ความหมายที่ต้องการจะสื่อนั้นยังไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้มันกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

เฉียบคม ตรงประเด็น และมีตรรกะอย่างเข้มงวด

“ผู้เฒ่ากู่” เขาหันไปสบตาชายสูงวัย “สำหรับตอนนี้ ท่านมั่นใจกับมาตรฐานของบทความนี้มากเพียงใด?”

“หากพวกเขาไม่ได้ตาบอด ผมมั่นใจ 100% ว่าบทความนี้จะได้รับการตีพิมพ์อย่างแน่นอน!” กู่ชิงเอ่ยตอบอย่างแน่วแน่

ฉินเย่สูดหายใจเข้าช้าๆและกำหมัดแน่น “สิ่งที่ข้าหมายถึงก็คือ…มันเป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเขาจะมอบหน้ากระดาษทั้งหน้าให้กับบทความบทนี้”

แววตาของกู่ชิงไหววูบ “ท่านฉิน คุณภาพของบทความนี้เพียงพอที่จะได้รับการตีพิมพ์ทั้งฉบับอย่างแน่นอน แต่ถึงกระนั้น มันก็ยังมีตัวแปรอื่น ๆ ให้ต้องพิจารณาเช่นกัน”

“ท่านเองก็คงจะรู้ดีว่าหนังสือพิมพ์ในจีนล้วนเกี่ยวข้องกับทางการเมือง ผมไม่แน่ใจนักว่าหนังสือพิมพ์ผู้ฝึกตนรายสัปดาห์นั้นเกี่ยวข้องกับการเมืองมากเพียงใด แต่มันก็มีความเป็นไปได้ที่ทางบรรณาธิการจะได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้เผยแพร่หัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ ต่อให้เป็นบทความชั้นเลิศก็คงไม่สามารถทำอะไรกับคำสั่งเหล่านี้ได้”

“นอกจากนี้ ท่านยังต้องพิจารณาถึงความชอบของหัวหน้ากองบรรณาธิการด้วย นี่คือเหตุผลว่าเหตุใดผมจึงเลือกแก้ไขบทความของท่านบางส่วนที่ใช้ถ้อยคำที่เฉียบคมเกินไปหน่อย เพราะคำพูดที่เฉียบคมแม้ว่าจะสามารถดึงความสนใจของคนบางกลุ่มได้ แต่พวกมันก็สามารถทำให้คนบางกลุ่มไม่พอใจได้เช่นกัน หากหัวหน้าบรรณาธิการที่อ่านบทความนี้เกิดรู้สึกไม่พอใจกับบทความของท่าน…แม้จะไม่ได้เหยียบอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบาง ๆ มันก็สามารถเกิดความเสี่ยงได้ตลอด ดังนั้นมันจะเป็นการดีกว่าที่จะรักษาความปลอดภัยในการตีพิมพ์ไปให้ได้มากที่สุด”

ชายสูงวัยเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “ตลอดสี่วันที่ผ่านมา พวกเขาทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อลดความเป็นไปได้ที่จะถูกโยนทิ้ง มากเสียจนมันสามารถถือได้ว่าอยู่ในระดับเดียวกับการแถลงข่าวแล้วด้วยซ้ำ หลังจากที่พยายามไปมากขนาดนี้…หากเราตัดตัวแปรทางการเมืองออกไป ผมชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ามันมีความเป็นไปได้ถึง 80% ที่บทความวิจัยนี้จะได้รับการตีพิมพ์ทั้งหน้ากระดาษ!”

ฉินเย่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกและหยิบผลงานสุดท้ายของตนก่อนจะเอ่ยว่า “ข้าหวังว่ามันจะเป็นอย่างที่ท่านพูด หากทุกอย่างราบรื่นไปได้ด้วยดี ท่าน…จะได้เห็นผลผลิตของความพยายามของตัวเองในตอนปลายเดือนมิถุนายนอย่างแน่นอน”

เขาใส่พลังของตนเข้าไปในเศษตราจ้าวนรกและรีบกลับไปที่ห้องของตน อาบน้ำเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับจิตใจและจิตวิญญาณ จากนั้นก็ใช้เวลาครู่หนึ่งในการทำให้รูปลักษณ์ของตนดูดีขึ้น สุดท้ายเขาทำการปรินต์บทความวิจัยที่ได้รับการแก้ไขอย่างใหม่เอี่ยมออกมาและสอดมันไว้ในแฟ้มอย่างระมัดระวังก่อนจะตรงไปที่ห้องทำงานของศาสตราจารย์

ในเวลานี้ภายในห้องทำงานมีเพียงเถาหรานเพียงผู้เดียวเท่านั้น ฉินเย่เคาะประตูเบา ๆ และเปิดเข้าไปหลังจากที่ได้รับเสียงตอบจากอีกฝ่าย จากนั้นเขาจึงวางแฟ้มที่มีแบบร่างแรกของตนไว้บนโต๊ะ “ศาสตราจารย์ครับ รบกวนคุณช่วยตรวจดูบทความของพวกเราให้ด้วยนะครับ”

ด้วยเหตุผลบางประกาย แม้ว่าจะได้รับคำยืนยันจากกู่ชิงในเรื่องของคุณภาพของบทความแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกร้อนรนและวิตกกังวลอยู่ดี

บางทีนั่นอาจจะเป็นหนึ่งในจุดเด่นของการเป็นมนุษย์

แม้ว่าเขาจะค่อนข้างมั่นใจพอสมควร แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันจะออกมาดีอย่างที่เขาหวังหรือไม่

“เสร็จแล้วหรือ?” เถาหรานกำลังอ่านบทวิจัยบางอย่างอยู่เมื่อฉินเย่เดินเข้ามา เขามองไปที่โทรศัพท์ของตนเอง และมองฉินเย่ด้วยสายตาล้ำลึก “แค่ 20 วันน่ะหรือ?”

ฉินเย่พยักหน้า

เถาหรานไม่ได้หยิบมันขึ้นมาในทันที กลับกัน เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริง ๆ คล้ายกับต้องการสื่อความนัย “เสี่ยวฉิน บทวิจัยที่ดีนั้นเกิดจากความพยายามที่ยากลำบาก หนังสือพิมพ์ผู้ฝึกตนรายสัปดาห์นั้นมีมาตรฐานที่สูงมาก และมันก็ค่อนข้างยากที่จะทำให้พวกเขาพอใจได้ แม้แต่ผู้อำนวยการของเราก็ไม่ได้ตีพิมพ์บทความของพวกเขาลงในผู้ฝึกตนรายสัปดาห์มากนัก แต่คุณ….กลับส่งร่างบทความให้ผมทั้ง ๆ ที่เพิ่งผ่านไปเพียง 20 วัน…คุณ…คุณแน่ใจแล้วหรือว่าไม่ต้องการที่จะทบทวนมันดูอีกครั้ง?”

แค่ 20 วัน

แม้แต่รายงานของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดาก็ยากจะเสร็จสมบูรณ์ในระยะเวลาที่สั้นแค่นี้ได้ นับประสาอะไรกับบทความทางวิชาการที่มีจุดมุ่งหมายที่จะตีพิมพ์ในแวดวงวิชาการของโลกแห่งการบ่มเพาะ!

เด็กพวกนี้ใจร้อนมากเกินไป…เถาหรานถอนหายใจออกมาในใจ เขารู้ดีว่าเหล่าอาจารย์ผู้สอนในสถาบันนั้นเป็นกังวลเพียงใดกับการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็อาจารย์ผู้สอนที่ชาญฉลาดอย่างฉินเย่ สุดท้ายแล้วข้อเท็จจริงที่ว่าเขาสามารถได้คะแนนที่สูงมากในการบรรยายเปิดก็ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจว่าจะต้องสามารถสร้างรากฐานที่ดีให้กับงานวิจัยของเขาได้อย่างแน่นอน!

แต่ถึงกระนั้น การหาร่างวิจัยที่ดีที่ถูกเขียนขึ้นมาในนะยะเวลาสามเดือนนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาพออยู่แล้ว แต่นี่ 20 วัน? ผมเกรงว่าพวกคุณคงแทบจะไม่ได้ทบทวนงานของตัวเองก่อนที่จะส่งเลยใช่ไหม?

“พวกเราตรวจดูมันหลายรอบแล้วครับ” ฉินเย่อธิบายอย่างใจเย็น “และเราก็ไม่สามารถหาคำที่ดีกว่านี้ได้แล้ว นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมถึงนำมันมาให้ศาสตราจารย์ช่วยตรวจสอบอีกที”

เถาหรานไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก เขาสวมแว่นตาสำหรับอ่านหนังสือและขยับมือเล็กน้อยก่อนที่แฟ้มเอกสารจะลอยมาอยู่ในมือ

พูดไปก็เปล่าประโยชน์

เขาเคยอายุเท่าเด็กพวกนี้มาก่อน และเราก็รู้ดีว่าบทเรียนบางอย่างจะสามารถเรียนรู้ได้ก็ต่อเมื่อคนคนหนึ่งตระหนักถึงความโง่เขลาของตน เขาเองก็เช่นกัน เคยส่งเล่มวิจัยที่เขาคิดว่าไร้ที่ติให้กับผู้เป็นอาจารย์ แต่แล้วก็ได้คำตำหนิที่รุนแรงกลับมาในทุกหน้ากระดาษ มีเพียงหลังจากที่เขาสามารถสงบใจและตั้งสมาธิกับการแก้งานของตัวเองเท่านั้น เขาถึงจะพบว่างานของเขานั้นมีข้อผิดพลาดมากเพียงใด สาเหตุที่สิ่งเหล่านี้ถูกมองข้ามไปในตอนแรกก็เพราะความกระตือรือร้นในการจะส่งผลงานและรับคำชมของเขาเอง

ดังนั้น การโน้มน้าวใจที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือการเรียนรู้ผ่านการกระทำ ในเมื่อฉินเย่ยังคงยืนกราน ชายสูงวัยก็จะไม่ลังเลที่จะใช้คำวิจารณ์ของเขาในการช่วยให้อาจารย์ผู้สอนทั้งสามเหล่านี้ ได้ตระหนักว่าพวกเขายังต้องใช้ความพยายามและเวลาในการหาความรู้อีกมากเพียงใดจึงจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ ผู้ที่ใจร้อนเกินไปจะไม่มีทางสามารถกินเต้าหู้ที่ร้อนได้

ภายในห้องเงียบลง เถาหรานดึงเอกสารแผ่นบางออกมาจากแฟ้ม และเริ่มอ่านเนื้อของบทความทันที

ติ๊ก ต็อก ติ๊ก ต็อก…ฉินเย่สามารถได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินได้อย่างชัดเจน จากนั้น หลังจากอ่านไปประมาณห้าวินาที เถาหรานก็ครางออกมาเสียงเบา “หืม?” จากนั้น ชายสูงวัยก็เงยหน้าขึ้นมาและสบตากันฉินเย่

สีหน้าของอีกฝ่ายดูซับซ้อน ซับซ้อนมากจนแม้แต่ฉินเย่ก็ไม่รู้ว่ามันต้องการจะสื่ออะไร สิ่งเดียวที่เขาสามารถรับรู้ได้จากสีหน้าของเถาหรานก็คือ สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ทำไมตาแก่นี่มองเขาแบบนี้? หรือว่าอีกฝ่ายจะตกตะลึงกับความหล่อเหลาของเขา? อย่าแค่มองผมเฉย ๆ แบบนี้ พูดอะไรสักอย่าง!…

ทว่าเถาหรานกลับยังคงนิ่งเฉย สีหน้าของเขาเรียบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง ราวกับว่ามันถูกสลักอยู่บนหิน ชายสูงวัยอ่านเนื้อหาทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบภายในไม่ถึงสิบนาที จากนั้น…

เขาก็ก้มหน้าและอ่านมันอีกครั้ง

ครั้งนี้เขาอ่านมันอย่างละเอียดมากกว่าเดิม และเมื่ออ่านจบ เขาก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าสับสนและมึนงงเช่นเดิม สุดท้ายเขาก็วางมือลงบนโต๊ะและเอ่ยถามด้วยเสียงที่แหบพร่า “บทความนี้…พวกคุณเขียนขึ้นมาเองจริงเหรอ?”

ฉินเย่พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

เถาหรานไม่ได้เอ่ยอะไรอีก กลับกันเขาเพียงมองหน้าฉินเย่และเอ่ยว่า “ผมขออ่านดูอีกสักหน่อย คุณออกไปก่อนเถอะ”

…ท่าทางของตาแก่นี่ไม่ถูกต้อง…ฉินเย่รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย สิ่งหนึ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือการขอให้กลับไปที่ห้องแล้วรอฟังผลอะไรสักอย่าง นี่คุณรู้บ้างหรือเปล่าว่าสิ่งนี้มันสร้างความรำคาญใจต่อคนอื่นมากเพียงใด?!

แต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่มีที่สำหรับการต่อรอง หลังจากมองเถาหรานด้วยสายตาอ้อนวอนอยู่หลายครั้งแต่ก็เปล่าประโยชน์ เขาก็หันหลังและเดินหางตกออกมาจากห้อง

ฟึ่บ…เถาหรานเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้และหลับตา ตั้งใจฟังเสียงประตูที่ถูกปิดลง เขานั่งอยู่อย่างนั้นเป็นเวลากว่าสิบวินาที…15 วินาที…และเมื่อ 20 วินาทีผ่านไป เขาก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ลุกขึ้นยืน พุ่งไปที่ประตูด้วยความเร็วของขั้นยมทูตขาวดำและล็อกประตูอย่างรวดเร็ว

จากนั้น เขาก็กลับมานั่งที่ของตัวเองด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าและเปิดหน้ากระดาษและอ่านเนื้อหาทั้งหมดอีกเป็นครั้งที่สาม!

“นี่มัน…เป็นไปได้อย่างไร?!” หลังจากผ่านไปอีกสิบนาที เขาก็วางกระดาษลงและปรับแว่นสายตาของตัวเอง “นะ นี่มันไม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์เลยสักนิด!”

“อ่าาา…แต่ว่า การมีอยู่ของพวกเราเองก็ไม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์เช่นกันนี่หน่า…ไม่! แต่นี่มันก็ไม่สอดคล้องกับโลกแฟนตาซีด้วยซ้ำ!”

เสียงที่เอ่ยออกมานั้นแหบพร่ากว่าก่อนหน้านี้ เขาตกตะลึงเป็นอย่างมาก ยิ่งเมื่อคิดว่าตัวเองตั้งใจที่จะสอนให้ฉินเย่รู้ถึงการร่างบทความวิจัยที่ถูกต้องเมื่อครู่นี้…ความมั่นใจของเขามันสูงแค่ไหนกัน? นี่คือเหตุผลว่าทำไมก่อนหน้านี้เขาถึงบอกให้ฉินเย่ออกไปก่อน

นี่ล้อกันเล่นหรือเปล่า?

คุณขอให้ผมตรวจสอบบทความวิจัยบทนี้เนี่ยนะ?

ถ้อยคำที่ใช้นั้นเฉียบคม โครงสร้างประโยคนั้นกระชับ และแนวคิดทั้งหมดต่างไร้ซึ่งช่องโหว่ แม้แต่เขาก็ไม่สามารถเขียนอะไรแบบนี้ออกมาได้!

“เฮ้อ….” เขาปรับแว่นตาของตัวเองอย่างเหลือเชื่อ ตอนนี้เขาสามารถเป็นตัวเองได้เนื่องจากไม่มีใครกำลังจับตาดูอยู่ แต่…แต่นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?! อีกฝ่ายเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการทำงานวิจัยอย่างนั้นหรือ? อีกทั้งยังดูเหมือนว่าความสามารถของอีกฝ่ายจะทิ้งห่างเขาไม่น้อยเลยทีเดียว…

ชายสูงวัยหยิบเอกสารทั้งหมดขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาและปัดมันเบา ๆ ก่อนจะลูบมันอย่างอ่อนโยนราวกับเด็กทารก เถาหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “สมบูรณ์แบบ! ไร้ที่ติ! ตรงประเด็นและสามารถพิสูจน์ได้! แค่อ่านมัน…ก็ทำให้รู้สึกเหมือนกับประสบความสำเร็จแล้ว….”

“แถมมันยังเป็นบทความทางวิชาการที่ถูกเขียนร่างขึ้นโดยอาจารย์หน้าใหม่แค่ 3 คนอีกด้วย…คุณกำลังบอกผมว่างานวิจัยนี้ถูกเขียนขึ้นโดยอาจารย์หน้าใหม่ 3 คนอย่างนั้นเหรอ? แม้แต่ผู้ว่าราชการมณฑลก็อาจจะไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้ด้วยซ้ำ! เด็ก 3 คนนี้แอบเล่นขี้โกงอะไรหรือเปล่านะ?”

เถาหรานหารู้ไม่ว่างานนี้ได้รับการตรวจทานและแก้ไขจากผู้ว่าราชการมณฑลผู้หนึ่งมาแล้ว

แต่ในเมื่อฉินเย่โกงโดยการดึงอาร์ทิสเข้ามามีส่วนร่วมด้วยแล้ว มันมีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องยั้งมือด้วยล่ะ?

ทันใดนั้น ราวกับนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เถาหรานรีบคว้าโทรศัพท์ของตน เข้าแอพโม่โม่และมองหาบัญชีผู้ใช้ที่มีรูปโปรไฟล์ที่หน้าตาคล้ายกับปลากันที เขาสูดหายใจเข้าช้า ๆ เพื่อให้ใจเย็นลง หลังจากนั้นจึงเริ่มพิมพ์ข้อความลงไปในกล่องข้อความ

“สวัสดีครับศาสตราจารย์ยวี ผมเถาหราน ศาสตราอาจารย์จากสาขาการต่อสู้ของสำนักฝึกตนแห่งแรก อดีตลูกศิษย์ของคุณ และตอนนี้ผมก็เป็นศาสตราจารย์ที่ปรึกษาให้กับฉินเย่ด้วย ผมมีงานวิจัยที่น่าสนใจและอยากได้รับการประเมินจากคุณหากเป็นไปได้”

ใช่แล้ว…เสี่ยวฉินและศาสตราจารย์ยวีดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน การใช้ภาษาที่สละสลวยและลึกล้ำแถมยังรูปแบบการเขียนที่ดูเป็นมืออาชีพเช่นนี้จะต้องเป็นฝีมือของศาสตราจารย์ยวีแน่ ๆ ใช่ไหมนะ?

เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว ศาสตราจารย์ยวีก็เป็นเหมือนกับพี่ใหญ่ในแวดวงวิชาการ และความคิดเดียวของเถาหรานในตอนนี้ก็คือการกอดขาของศาสตราจารย์ยวีไว้และร้องเรียกความสนใจ อาจารย์ครับ! คุณช่วยมองตาผมและบอกผมหน่อยได้ไหมว่าคุณเพิ่งช่วยอาจารย์ฉินที่อยู่ภายใต้การดูแลของผมโกงหรือเปล่า!

อีกฝ่ายเป็นคนฉลาด ดังนั้นศาสตราจารย์ยวีจะต้องรู้แน่ว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไรได้ ในทันทีที่เขาส่งบทความนี้ไปให้

ไม่แน่อีกฝ่ายก็อาจจะเอ่ยชมในความฉลาด และรู้ทันของเขาก็เป็นได้!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 212 ส่งเล่มวิจัยครั้งที่หนึ่ง (3)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved