cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 203 การก่อจลาจลของวิญญาณ (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 203 การก่อจลาจลของวิญญาณ (1)
Prev
Next

บทที่ 203: การก่อจลาจลของวิญญาณ (1)

โดยไม่รีรอ ฉินเย่รีบใช้เศษตราจ้าวนรกอย่างรวดเร็ว และเขาก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูนรกภายในสิบวินาที

ตูม!! ทันทีที่เขาไปถึง เขาก็ได้ยินเสียงดังสนั่นมาจากทุกทิศทาง ตอนนี้ฉินเย่กำลังยืนอยู่ที่ด้านหน้าของประตูนรก และเขาก็สามารถบอกได้ว่าม่านพลังถูกเปิดใช้งานแล้ว สายลมนรกที่น่าขนลุกพัดผ่านไปทั่วทั้งดินแดน อักขระภาษาสันสกฤตสีขาวและสีทองก่อตัวเป็นกำแพงที่ตกลงมาตามม่านพลังตรงหน้าที่ปรากฏระลอกคลื่นให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

ระลอกคลื่นที่เห็นได้ชัดว่าเกิดจากที่ใครบางคน หรือบางสิ่งกำลังกระแทกเข้ากับม่านพลังอย่างไม่หยุดหย่อน และมันก็ไม่ได้เกิดจะแหล่งกำเนิดเดียว ในความเป็นจริง มันแทบจะเหมือนกับหยาดฝนนับไม่ถ้วนที่ตกกระทบลงกับผิวน้ำ กระทบกันอย่างไม่รู้จบ

“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?!” ฉินเย่หันหลังกลับไปมองเพียงเพื่อที่จะพบว่าผู้ตรวจสอบอดีตกรรมกว่า 200 ตนลุกขึ้นยืนทันที ที่ได้ยินเสียงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวของเขาก่อนที่ทั้งหมดจะคุกเข่าลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ซูตงเซวี่ยคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเจ้าหน้าที่ทั้งหมดและอธิบายด้วยใบหน้าซีดเผือด “นายท่าน…ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก…ทุกอย่างเกิดขึ้นเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ มีเสียงที่ฟังดูเหมือนคนทะเลาะกันดังขึ้น จากนั้น…มันก็กลายเป็นการต่อสู้ เมื่อเหล่าหัวหน้าแผนกของบริษัทก่อสร้างหยินพยายามที่จะไกล่เกลี่ยสถานการณ์ พวกเขาก็ถูกดึงเข้าไปร่วมด้วยเช่นกัน…”

นางมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดกลัว และในตอนนั้น รอบข้างก็เกิดเสียงดังสนั่น ม่านพลังสีขาวที่อยู่รอบประตูนรกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับฟ้าจะถล่มลงมา ผู้ตรวจสอบอดีตกรรมหลายตนกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว และมีบางตนที่แทบจะลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ!

“คุกเข่า!!” เสียงของฉินเย่ดังกึกก้อง เปลวไฟสีเขียวหยกที่แขวนอยู่บนรูปปั้นทั้งหมดวูบไหวอย่างรุนแรง เกิดเป็นเงาดำมืดปกคลุมทั้งโถงกลางเอาไว้

ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมา ฉินเย่ไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นด้านนอกเลยไม้แต่น้อย เขาค่อย ๆ เดินไปที่หน้าประตูนรก ผ่านหน้าเหล่าผู้ตรวจสอบอดีตกรรมที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นทีละตน วิญญาณทั้งหมดตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่สามารถห้ามได้

“ดูพวกเจ้าสิ” ฉินเย่แค่นหัวเราะเสียงเย็น “ผู้ตรวจสอบอดีตกรรม…ตัวแทนของยมโลก แต่พวกเขากลับไม่สามารถกระทำตนได้อย่างเหมาะสม เมื่อเผชิญหน้ากับการก่อจลาจลของเหล่าวิญญาณด้านนอก! พวกเจ้าไม่ต่างอะไรกับกระต่ายที่เป็นลมหมดสติไปเลยสักนิด!”

“ข้ายังไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาสักคำ และข้าก็ไม่ได้หันหลังและหนีไป แล้วพวกเจ้ากลัวอะไรกันนักหนา?!”

เสียงตำหนิที่ทรงพลัง แต่กลับสามารถข่มหัวใจของเหล่าผู้ตรวจสอบอดีตกรรมสงบลงได้อย่างน่าประหลาด ฉินเย่สังเกตเห็นว่าลมหายใจของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดค่อย ๆ สงบลง เขาสามารถบอกได้เลยว่าม่านพลังยังคงกระเพื่อมอย่างต่อเนื่อง จากการจู่โจมของเหล่าวิญญาณ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมันแต่อย่างใด เด็กหนุ่มหันกลับไปหาซูตกเซวี่ยอีกครั้งและเชิดหน้าขึ้น “พูดต่อสิ”

“รับทราบ” น้ำเสียงของซูตงเซวี่ยดูสงบลงกว่าเดิมมาก นางเอ่ยต่อด้วยเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม “ตอนแรกพวกเราคิดว่ามันไม่ต่างอะไรกับการทะเลาะและสู้กันของวิญญาณทั่วไป แต่แล้ว…หลังจากผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง ที่ใจกลางของวงล้อมก็เกิดประกายแสงสีดำขึ้นก่อนจะเกิดเป็นลมพายุที่ทรงพลังพัดผ่านไปทั่ว หลังจากนั้นเราก็เริ่มรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบนพื้น ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังพุ่งตรงมาที่นี่ และก็เป็นตอนนั้นเองที่ม่านพลังปรากฏขึ้น”

ฉินเย่พยักหน้า “หัวหน้าแผนกทั้ง 7 ของบริษัทก่อสร้างหยิบกลับมาครบหรือยัง? แล้วผู้อาวุโสกู่ล่ะ? เขาได้รับบาดเจ็บอะไรหรือไม่?”

“นายท่าน ข้ารับใช้ของท่านอยู่ที่นี่แล้ว” เสียงที่ค่อนข้างอ่อนน้อมถ่อมตนของกู่ชิงดังมาจากโถงเสริม ฉินเย่รีบเดินไปหาอีกฝ่ายทันที กู่ชิงและหัวหน้าแผนกทั้งเจ็ดต่างมีใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว และกำลังพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ด้านหลังของห้องโถงรวมอย่างระส่ำระสาย

เขามองไปรอบ ๆ และพบว่าที่ด้านหลังของโถง มีโต๊ะขนาดหนึ่งตารางเมตรวางอยู่พร้อมกับมีแบบวาดทางวิศวกรรมกางอยู่ด้านบน นอกจากนี้ยังมีปากกาหลายด้ามวางกระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ ดูเหมือนว่ากู่ชิงจะเริ่มวาดแผนการออกแบบสำหรับยมโลกแล้ว

“มีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่?” เขารู้สึกราวกับมีคนยกก้อนหินที่หนักอึ้งออกไปจากใจของเขา กู่ชิงปลอดภัย…เขาโชคดีจริง ๆ ที่ผู้ที่มีความสามารถระดับชาติของเขามาที่เมืองเป่าอัน และการรักษาดวงวิญญาณของชายสูงวัยเองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน เขาคงจะควักหัวใจของใครบางคนออกมาแน่ หากเกิดอะไรขึ้นกับคนตรงหน้า

“การก่อจลาจลของวิญญาณ” กลุ่มก้อนพลังหยินรวมตัวเข้าด้วยกันกลางอากาศ ก่อนจะกลายเป็นกระแสน้ำวนที่อาร์ทิสก้าวออกมา นางถอนหายใจ “นี่คือปัญหาที่ยมโลกใหม่ทั้งหมดจะต้องพบเจอ อันที่จริงเจ้าสามารถพูดได้เลยว่าจนกว่าที่ยมโลกจะถูกก่อตั้งขึ้นใหม่อย่างเป็นทางการ เราจะพบเจอกับเรื่องแบบนี้จนกลายเป็นเรื่องปกติเชียวล่ะ แต่ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่เรายังอยู่ ผู้ที่ปลุกระดมจนก่อให้เกิดการจลาจลและการกบฏก็คือชิ้นเนื้อดี ๆ นี่เอง แต่ว่า…”

นางเอียงร่มกระดาษของตนไปด้านข้างเล็กน้อย เผยให้เส้นผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงราวกับอสรพิษที่ดุร้าย พลังหยินปริมาณมหาศาลหลั่งไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จ้องไปยังเหล่าวิญญาณที่อยู่ภายในห้องอย่างน่ากลัว “มันเกิดเรื่องบ้านี่ขึ้นได้อย่างไร! ใครสักคนในที่นี้รีบอธิบายมาซะ!”

“มัน…” ขณะที่หูเฟิงกำลังจะเอ่ยออกมาเขาก็เผลอสบตากับฉินเย่ และนั่นทำให้เขารีบก้มหน้าทันที “เป็นข้ารับใช้ของท่านเองที่ไร้ความสามารถ…”

ผู้นำของพวกเขาไม่มีทางผิด ผู้ที่ผิดคือตัวเขาเอง…

“ไม่ว่ามันจะเป็นผลมาจากการไร้ความสามารถของเจ้าหรือไม่นั้น พวกข้าจะตัดสินใจด้วยตัวเอง” ฉินเย่วางมือลงบนโต๊ะเบา ๆ “พูดความจริงมา หากเจ้าปกปิดรายละเอียดแม้เพียงเล็กน้อย…”

แววตาของเขาเป็นประกายเย็นยะเยือก “เจ้าก็จงไปรวมกับพวกวิญญาณข้างนอกนั่นซะ”

ฉินเย่ไม่คิดว่าการก่อจลาจลของวิญญาณจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ แต่มันก็เป็นเพราะสิ่งนี้ที่ช่วยเพิ่มเหตุผลให้เขาในการรีบสร้างฐานอำนาจที่มั่นคงของตัวเองขึ้นในยมโลกโดยเร็วที่สุดเสีย เพราะสุดท้ายแล้วในยมโลก…ก็ต้องมีแค่เสียงของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น!

“รับทราบ” หูเฟิงสูดหายใจเข้าช้า ๆ และลุกยืนขึ้น “ที่จริงแล้วสาเหตุของมันนั้นเล็กน้อยมาก…ข้อพิพาททั้งหมดเกิดขึ้น…เพราะสิทธิ์ในการใช้เครื่องขุด”

“นายท่าน…ทั้งหมดเป็นเพราะผมไม่สามารถจัดวางคนในแผนกได้อย่างเหมาะสม พวกเขาจึงว่างงานมานานเกินไป เดิมทีแล้วกลุ่มที่ 2 จะได้รับมอบหมายในการใช้เครื่องขุดในวันนี้ แต่มันกลับบังเอิญที่ว่ากลุ่มที่ 1 ยังทำงานของพวกเขาไม่เสร็จ ดังนั้นผมจึงคิดว่าจะให้พวกเขาทำงานส่วนของตนให้เสร็จก่อน แล้วจึงค่อยส่งมอบเครื่องขุดให้กับกลุ่มที่ 2 ผมไม่คิดเลยว่าหัวหน้าของกลุ่มที่ 2 จะรู้สึกไม่พอใจกับการตัดสินใจนี้และรวบรวมคนงานในกลุ่มของเขาทั้งหมดเพื่อสร้างความวุ่นวายขึ้นในพื้นที่ก่อสร้าง ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฝั่งไหนเป็นฝ่ายเริ่มต่อว่ากันก่อน แต่สถานการณ์ทั้งหมดกลับกลายเป็นการทะเลาะวิวาทกันอย่างรวดเร็ว…”

“ตอนแรกมันมีวิญญาณเพียงแค่สองตนเท่านั้น แต่ในไม่ช้า วิญญาณนับร้อยก็เข้าร่วมวงวิวาทนี้ด้วย…และในที่สุด…วิญญาณกว่าพันตนก็เริ่มก่อจลาจลและต่อสู้กัน พวกเรารู้สึกได้ทันทีว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ แต่เราก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะแก้มันตรงไหน จากนั้นขณะที่เรากำลังจะรายงานท่าน แสงสีดำบางอย่างก็ระเบิดออกมาจากใจกลางวงล้อมนั้น และพวกเราก็แทบจะไม่สามารถกลับเข้ามาในม่านพลังได้ทันเวลา”

ฉินเย่ขมวดคิ้วยุ่ง หัวใจของเขากลับมารู้สึกหนักอึ้งอีกครั้ง

เขารู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องเป็นเช่นนี้…เขารู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องเกิดขึ้นจากปัญหาที่เล็กน้อยที่สุด!

ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจากศีลธรรมสลายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อปราศจากการควบคุมของกฎหมาย และสิ่งนี้ก็ถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นโดยความเกียจคร้านและความเซื่องซึมที่เพิ่มขึ้นของเหล่าวิญญาณที่อยู่โดยรอบ ไม่มีใครต้องกังวล ไม่ว่าจะเรื่องอาหารหรือเสื้อผ้าที่ตนสวมใส่ พวกเขาเพียงนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ สงสัยเกี่ยวกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึงของตัวเองตลอดทั้งวัน จิตใจของพวกเขาที่เคยลุกโชนด้วยความมุ่งมั่นเกี่ยวกับโครงการสวนจี้ชั่ง แต่หลังจากผ่านไปหลายเดือน เปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นของพวกเขาก็ค่อย ๆ หายไป เขาสามารถเดาได้เลยว่าวิญญาณทุกตน ไม่พึงพอใจกับความเป็นผู้นำของเขาเป็นอย่างมาก

“คำพูดนั้นไร้ค่า ลงมือทำสิถึงจะถูก!”

“ใช่แล้ว! ตอนนี้พวกเราไม่มีหลังคาคุ้มกะลาหัวด้วยซ้ำ พวกเราต้องพบเจอกับสิ่งพวกนี้ทั้งวัน นี่มันเป็นสถานที่แบบไหนกัน?!”

“นี่คือที่ที่ทุกคนต้องมาอยู่หลังจากที่ตายอย่างนั้นหรือ? ช่างดูดีกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก! และนี่มันอะไร…พวกเขาสร้างบ้าน แล้วพวกเราก็นั่งรออยู่ใต้ต้นไม้เฉย ๆ อย่างนั้นหรือ? นี่มันบ้าอะไรเนี่ย?!”

นั่นคือสิ่งที่มนุษย์ควรจะเป็น มนุษย์ไม่เคยทุกข์จากการขาดแคลน พวกเขาทุกข์จากความไม่เท่าเทียม…

เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาเห็นกลุ่มผู้ตรวจสอบอดีตกรรมเดินไปมาด้านในของประตูนรก พูดคุยและหัวเราะกันไปมา วิญญาณที่อยู่ด้านนอกต่างก็เริ่มรู้สึกอิจฉาและความอิจฉานั้นก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งนี้เป็นเหมือนกับดินปืนที่ก่อตัวขึ้น พร้อมที่จะระเบิดทันทีที่เกิดประกายไฟเพียงเล็กน้อย

ไม่มีใครสามารถทนต่อความน่าเบื่อเป็นเวลานาน ๆ ได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมทุกคนถึงต่อสู้กันเพื่อใช้เครื่องขุด พวกเขาต้องการทำอะไรสักอย่าง พวกเขาต้องบางสิ่งบางอย่างเพื่อเสริมสร้างชีวิตของตัวเอง และสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่สำคัญนี้ก็คือฟางเส้นสุดท้าย…ที่จุดชนวนเหตุการณ์ทั้งหมดขึ้น

และดินปืนแห่งความไม่พอใจก็ระเบิดโดยปราศจากการแจ้งเตือน

เขาครุ่นคิดทุกอย่างภายในหัว จากนั้นจึงถอนหายใจออกมาขณะที่ลุกขึ้นยืน “อยู่ที่นี่ อย่าออกไปนอกประตูนรก ข้าจะไปจัดเรื่องข้างนอก”

ทั้งเขาและอาร์ทิสเดินออกมาจากประตูนรก และรีบตรงไปที่ม่านพลังสีขาวเพื่อดูสถานการณ์ด้านนอก ทุกสิ่งทุกอย่าง….มันเละเทะไปหมด!

เปลวไฟนรกจำนวนนับไม่ถ้วนลอยขึ้นไปบนฟ้า ขณะที่กระแสพลังหยินพุ่งสูงขึ้นเกือบ 20 เมตรโอบล้อมดินแดนไว้! มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองเห็นว่าสิ่งที่อยู่ท่ามกลางทั้งหมดนั้นคืออะไร เว้นแต่ใบไม้สีแดงหรือกิ่งไม้ที่ยื่นออกมาให้เห็น รวมไปถึง…ดวงตาสีทองขนาดเท่าโคมไฟที่กะพริบบางเป็นครั้งคราว

เมื่อครู่นี้ คลื่นพลังหยินที่ดำมืดกระแทกเข้ากับม่านพลังที่อยู่รอบ ๆ ประตูนรก แต่เขาก็ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของมันคืออะไร

“มันคืออะไร?” ฉินเย่เอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน!

“ท่านหมิง” อาร์ทิสไม่ได้ตอบคำถามของเขา ทว่าทันทีที่นางเอ่ยออกมา ลำแสงสีขาวก็ปะทุออกมาจากจุดสูงสุดของประตูนรกราวกับพระอาทิตย์ขึ้น หมิงชีหยินส่องลำแสงไปยังจุดหนึ่งบนพื้น สลายทะเลพลังหยินและเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน

ณ จุดนั้น ในกลางของคลื่นพลังหยิน…คือโครงกระดูกขนาดใหญ่ที่ยาวประมาณ 40-50 เมตร มันคลานไปตามพื้น ส่งเสียงกรีดร้องออกมา ขณะที่เหวี่ยงหมัดใส่ม่านพลังสีขาวอย่างบ้าคลั่ง!

ครื้นนนน!!!

ม่านพลังสั่นสะเทือนอีกครั้ง ฉินเย่มองเห็นวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนแหวกว่ายไปตามรอยแยกของโครงกระดูกยักษ์ตรงหน้า เปลวไฟนรกลุกโชนไปทั่วร่างของมัน โครงกระดูกดังกล่าวมีเพียงแค่ส่วนบนของร่างและดวงตาสีทองคู่หนึ่งเท่านั้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้น วิญญาณจำนวนมากจะหลั่งไหลออกมาและพุ่งเข้าหาม่านพลังอย่างรุนแรง

“น่าตกใจใช่หรือไม่?” ตัวหนังสือสีแดงปรากฏขึ้นบนพื้น เห็นได้ชัดว่าเป็นฝีมือของหมิงชีหยิน “สิ่งนี้เรียกว่าหุ่นเชิดหยิน เจ้าคิดหรือว่าการจลาจลของวิญญาณที่เกิดขึ้นโดยวิญญาณหมื่นกว่าตนจะเป็นเพียงแค่การวิ่งชนเข้ากับประตูนรก? เจ้าคิดว่ามันจะเรียบง่ายขนาดนั้นจริง ๆ น่ะหรือ? โง่เง่าสิ้นดี”

อาร์ทิสเอ่ยต่อจากจุดที่หมิงชีหยินพูดค้างไว้ “วิญญาณที่ยังมีสติสัมปชัญญะทุกตนล้วนมีความปรารถนาเป็นของตัวเองทั้งสิ้น เมื่อความปรารถนานั้นมาถึงจุดสูงสุด ร่างวิญญาณของพวกเขาก็จะไม่สามารถรองรับมันได้อีกต่อไป ลองคิดแบบนี้ดู ร่างของวิญญาณประกอบไปด้วย 3 จิต 7 วิญญาณ[1] และ 7 อารมณ์กับ 6 ความปรารถนา [2] การรวมกันของทั้งสองสิ่งนี้ก่อให้เกิด ‘วิญญาณ’ ที่ไม่มีร่างจริง เมื่อตัวประกอบใดตัวประกอบหนึ่งเพิ่มขึ้นสูงเกินขอบเขตที่วิญญาณจะสามารถทนได้ มันก็จะระเบิดเป็นตัวบ่งชี้เฉพาะที่รู้จักกันในชื่อของอนุภาคแห่งเต๋า การระเบิดของประกายแสงสีดำที่ซูตงเซวี่ยพูดถึงก็คือการแสดงถึงตัวบ่งชี้เฉพาะพวกนี้”

“อนุภาคแห่งเต๋าพวกนี้จะดึงดูด ผู้ที่มีความปรารถนาที่คล้ายคลึงกันที่อยู่รอบ ๆ เข้าด้วยกัน ทันทีที่ความปรารถนาพวกนี้เกินสมดุล มันก็จะกระตุ้นให้เกิดการก่อจลาจลของวิญญาณ ซึ่งรูปแบบของมันจะขึ้นอยู่กับอารมณ์ที่แสดงออก มันสามารถเป็นหนึ่งในอารมณ์เชิงลบทั้ง 5 อย่างความโกรธ ความวิตกกังวล ความโศกเศร้า ความหวาดกลัว หรือความตื่นตระหนกก็ได้ พวกมันจะปรากฏขึ้นในรูปร่างของสัตว์ประหลาดหรือมารที่รู้จักกันในนามชี่ เหม่ย หวัง เหลี่ยง อวี้ [3] โดยมารแต่ละตนจะถูกแยกเป็นระดับตามจำนวนวิญญาณที่ก่อตัวขึ้น โดยมีตั้งแต่ 1 แสน 1 ล้าน 10 ล้าน ทั้งหมดนี้แสดงถึงสามระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ตั้งแต่ การก่อจลาจล การก่อกบฏ และการก่อการกำเริบตามระดับ”

ฉินเย่อ้าปากค้าง

เขาไม่คิดเลยว่าเหตุจลาจลในยมโลกจะเป็นเช่นนี้ นี่มันแตกต่างของการก่อจลาจลในแดนมนุษย์อย่างสิ้นเชิง!

“แล้วเราต้องทำอย่างไร?”

“ฆ่ามัน” อาร์ทิสเอ่ย ขณะมองไปยังโครงกระดูกขนาดใหญ่ที่ยังคงคลานอยู่ที่พื้น “นี่คือการก่อตัวของความโกรธ และชื่อมันก็คือความโกรธแค้น เมื่ออยู่ในรูปนี้มันจะไม่สามารถเปลี่ยนกลับไปเป็นแบบเดิมได้อีก”

“เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นทุกปีในดินแดนอันกว้างใหญ่ของยมโลก นี่คือเหตุผลว่าทำไมกองกำลังรักษาความสงบถึงเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในยมโลก ตอนนี้ยังไม่เป็นไร แต่เมื่อยมโลกเริ่มขยายตัว และอสูรวิญญาณเริ่มปรากฏขึ้น…เชื่อเถอะ พวกมันจะเป็นเหมือนกับปรอท กระจายตัวไปทั่ว เมื่อปราศจากกองกำลังที่แข็งแกร่งและแม่ทัพที่มีฝีมือ ไม่ช้าก็เร็ว…ยมโลกจะกลายเป็นเพียงดินแดนที่ถูกทำลาย”

จากนั้น นางก็จ้องเข้าไปในตาของฉินเย่ก่อนจะเอ่ยต่อ “ทีนี้เจ้าเข้าใจหรือยังว่าเหตุใดข้าจึงตื่นเต้นมากเมื่อได้เห็นถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสีนัก?”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 203 การก่อจลาจลของวิญญาณ (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved