cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 186 การต่อสู้ของเหล่ายมทูต (3)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 186 การต่อสู้ของเหล่ายมทูต (3)
Prev
Next

บทที่ 186: การต่อสู้ของเหล่ายมทูต (3)

สายฝนยังคงตกลงมาอย่างหนักหน่วง

ตึก ตึก ตึก ตึก…เสียงฝีเท้าดังก้องไปทั่ว รถทหารและรถตำรวจจำนวนนับไม่ถ้วนพร้อมกับไซเรนที่ดังลั่นขับผ่านพวกเขาไปยังทางออกต่าง ๆ ของเมืองเป่าอัน

ไม่มีใครสังเกตเห็นรอยเท้าบนพื้นเลยสักนิด บางทีนี่อาจจะเป็นร่องรอยที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวของยมทูตนอกอาณาเขตที่มนุษย์ธรรมดาจะสามารถตรวจจับได้ในตอนนี้

“เอาอย่างไรต่อ?” เสียงของผู้หญิงกระซิบเป็นภาษาอังกฤษดังขึ้นเบา ๆ

“เอาอย่างไรต่อ? นี่เจ้ากำลังหลอกถามว่าข้ายังซ่อนกลเม็ดอื่น ๆ ไว้อีกหรือไม่อย่างนั้นใช่ไหม?” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งตอบกลับขณะที่หัวเราะอย่างโหดเหี้ยม “ไม่ต้องห่วง สหายของข้าหลายตนต้องตายไปเพราะเรื่องนี้ หากข้าไม่สามารถนำวิญญาณของกู่ชิงกลับไปด้วยได้ ข้าจะตอบคำถามของท่านเฮดีสได้อย่างไร?”

บรรยากาศเปลี่ยนเป็นตึงเครียดทันที จนคล้ายจะได้ยินเสียงปะทะกันของอาวุธดังขึ้นเบา ๆ ในอากาศ

การสงบศึกชั่วคราวจบลงแล้ว และมันก็เป็นเวลาของการแบ่งผลประโยชน์สักที

“ตรงนี้?” เสียงหนึ่งถามขึ้นอย่างดูถูกเป็นภาษาอังกฤษ “ตรงนี้เลยหรือ? ภายใต้สายตาของขั้นตุลาการนรกนี่น่ะหรือ?”

ไม่มีใครตอบ

ครู่ต่อมา เสียงทุ้มดังขึ้นอย่างเย็นชา “ไปกันเถอะ…เราจะพูดเรื่องนี้กันหลังจากเราข้ามเทือกเขาฉินหลิงไปแล้ว”

“จุดนับพบของเจ้าอยู่ทางทิศตะวันตกหรือไม่?”

“มีพวกขนนกทมิฬมีอยู่ทั้งทางตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ ไม่ว่าเราจะเข้าแคชเมียร์ผ่านทางตะวันตกเฉียงใต้ หรือเข้าคีร์กีซ [1] ผ่านทางตะวันตกเฉียงเหนือ ทั้งสองทางก็เป็นทางที่ปลอดภัยอย่างแน่นอน”

เสียงหนึ่งเอ่ยเสริมขึ้นว่า “เจ้าสามารถเข้าสู่ยมโลกได้ทั้งสิ้นสามทางในแคชเมียร์ แม่น้ำแดง ยอดเขาเฉียวเกอหลี่ เทือกเขาคาราโครัม จะมีพวกขนนกทมิฬเฝ้าอยู่ทั้งสามจุด และทางเข้านี้ก็จะนำพวกเจ้าไปสู่สหพันธ์ยมโลก เส้นทางทางตะวันตกเฉียงเหนือจะยาวกว่าเส้นทางอื่นเล็กน้อย แต่ที่นั่นจะมีทั้งสิ้นห้าทางเข้า ทางเข้าหนึ่งคือ ‘ยอดแห่งชัยชนะ’ ทางเทือกเทียนซาน หรือจะเข้าทางพื้นที่พิพาททั้งสี่แห่ง ด่านพรมแดนกุนจีราบ เปี๋ยเอ๋อเคอเหนี่ยวและอื่น ๆ”

“ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ” เสียงที่ดูมีอายุเอ่ยขึ้น “เจ้าจำไม่ได้หรือ…เราได้ใช้เส้นทางตะวันตกเฉียงใต้ในการเข้ามาในจีน และที่นั่น…ก็มีสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวพอ ๆ กับตัวเฮดีสเองอาศัยอยู่…ความเข้มข้นของพลังหยินที่นั่น แทบจะสามารถเรียกว่ารังของวิญญาณนับหมื่นตนเลยก็ว่าได้ มันคือ…ราชาผีแห่งพิภพเดรัจฉาน พวกนั้นสังหารสหายร่วมรบของข้าไปกว่า 20 ตน แม้แต่ผู้บังคับบัญชาของข้าก็ไม่กล้าสู้กับมัน ไม่เช่นนั้นเจ้าคิดว่าการเดินทางครั้งนี้มันจะยุ่งยากขนาดนี้ไปอย่างไรกัน?!”

“การมีอยู่ของเขาเป็นส่วนหนึ่งของยมโลกหรือไม่?”

“ไม่น่าจะใช่ เขาอยู่ขั้นภูตผีคลุ้มคลั่งเป็นอย่างน้อย วิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวมากกว่าผู้ฝึกตนขั้นตุลาการนรก! ข้าไม่อยากเสี่ยงในการเผชิญหน้ามันอีกเป็นครั้งที่สอง….ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ!”

“ข้าไม่เห็นมัจจุราชแห่งยมโลกอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือเลยสักตน ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันโดยนักเชิดหุ่นศพแล้ว มันน่าจะปลอดภัย”

เสียงผู้หญิงคนแรกเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ถ้าเช่นนั้น…เราจะกลับโดยผ่านทางยอดเขาเทียนซานปลดปล่อยนกกางเขนและบอกให้พวกเขามารับเรา ส่วนตอนนี้….เราต้องออกไปจากมณฑลอันฮุ่ยโดยเร็วที่สุด…ให้ตายเถอะ เหตุใดจีนถึงกว้างใหญ่เช่นนี้?! ด้วยความเร็วของเรา มันต้องใช้เวลาอย่างต่ำหนึ่งวันกว่าจะถึงขอบมณฑล”

ไม่มีใครเอ่ยอะไรอีกหลังจากนั้น ครู่ต่อมา รอยเท้าบนพื้นได้เปลี่ยนไปยังที่รอบทะเลทรายที่หุบเขาอันฮั่ว สถานที่ซึ่งอยู่บริเวณชายขอบของเมืองเป่าอัน

ทันทีที่รอยเท้าเปลี่ยนทิศทางไป ร่างทั้งห้าก็กระจายตัวไปโดยรอบ เข้าสิ่งร่างของเหล่านกตัวน้อยที่บินขึ้นไปบนฟ้าและบินไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

เมื่อพวกเขาข้ามหุบเขาอันฮั่วไป พวกเขาก็จะถึงที่ขอบต่อระหว่างเมืองเป่าอันและเมืองอื่น ๆ

ทั้งหมดบินผ่านกลุ่มรถตำรวจ กองกำลังทหาร และแม้แต่ด่านตรวจ แต่กลับไม่มีใครสามารถตรวจจับถึงการมีอยู่ของพวกเขาได้เลยสักนิด ขณะที่เหล่าเจ้าหน้าที่ของเมืองเป่าอันกำลังยุ่งอยู่กับการพลิกทั้งเมืองเพื่อตามหาพวกเขา ยมทูตนอกอาณาเขตทั้งห้าตนก็เข้าสู่เขตของหุบเขาอันฮั่วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังเคลื่อนไหวภายใต้ผลของศาสตร์แห่งความมืด ฝีเท้าสัมผัสกับพื้นอย่างรวดเร็ว และพวกเขาก็มุ่งหน้าด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ [2] จากนั้น เมื่อเวลา 06.30 น. ฝีเท้าของพวกเขาก็หยุดลงในที่สุด

ท้องฟ้ายังคงถูกปกคลุมด้วยความมืดเนื่องจากฝนตกลงมาตลอดทั้งคืน และพื้นดินบนหุบเขาก็เต็มไปด้วยโคลน สายฝนยังคงกระทบกับชั้นใบที่อ่อนนุ่มของใบไม้ที่ตกลงบนพื้น และอากาศโดยรอบก็ให้ความรู้สึกที่เหนื่อยล้าเต็มทน

ขณะที่พวกเขามุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่ดูเหมือนจะไม่รู้จบ เงาราง ๆ ของวิหารโบราณก็ปรากฏขึ้นห่างไกลออกไป

“เราพักกันก่อนดีหรือไม่?” เสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ “พวกเรายังอยู่ในเส้นตรวจจับตัวตนเหนือธรรมชาติของจีน การใช้ย่ำตะวันนั้นยังไม่สามารถใช้ได้ในตอนนี้”

“ดีเหมือนกัน” อีกเสียงหนึ่งเอ่ยเรียบ ๆ “คืนนี้…มันนานเกินไปแล้ว”

ความเร็วของพวกเขาลดลง และเสียงเหยียบใบไม้ก็ดังขึ้นเบา ๆ จากนั้น เมื่อพวกเขาเข้าไปใกล้กับวิหารโบราณ รอบตัวของพวกเขาก็พลันสว่างขึ้น

เหล่ายมทูตนออกอาณาเขตหยิบอาวุธของตนออกมาและบรรยากาศโดยรอบก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เสียงทั้งห้าเอ่ยขึ้นอย่างหวาดระแวง “นั่นใคร?!” “ออกมาเดี๋ยวนี้!” “ใครอยู่ตรงนั้น?!”

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ

เสียงของพวกเขาดังก้องไปทั่วหุบเขาลึกและถูกกลบลงด้วยเสียงของสายฝนที่ตกกระหน่ำ

ความมืด ความหดหู่ และความหวาดกลัวเริ่มแพร่ไปทั่วจิตใจ ทันใดนั้นเอง เสียงระฆังก็ดังมาจากวิหารร้าง

เต้ง….

ในเขตหุบเขาที่รกร้างและมืดสนิท พร้อมกับเสียงฝนห่าใหญ่ แม้แต่ยมทูตอย่างพวกเขาก็รู้สึกขนลุกชันขึ้นทันที

“นี่มันบ้าอะ–…” หนึ่งในยมทูตทั้งหมดเอ่ยขึ้น ทว่าก่อนที่เขาจะพูดจบ เสียงหนึ่งก็เอ่ยขึ้นแทรก “ดูนั่น…นี่มัน…ยมทูต! ยมทูต!!”

ต้นไม้บริเวณหุบเขาอันฮั่วสั่นไหวอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงระฆังที่ดังก้อง ราวกับว่าเทพแห่งความตายได้มาเยือนวิหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากผ่านไปสักพักพวกเขาก็เผยร่างจริงของตัวเองออกมา!

หนึ่ง ยมทูตญี่ปุ่นที่สวมหมวกไม้ไผ่ทรงกรวย หนึ่ง ยมทูตหัวหมาป่า หนึ่ง ยมทูตหญิงครึ่งคนครึ่งแมงมุมที่ถือตะเกียงอยู่ในมือ หนึ่ง ยมทูตสวมหน้ากากที่คลุมร่างด้วยเสื้อคลุมสีดำ และตนสุดท้ายคือยมทูตถือเคียว เป็นตนเดียวกันกับที่โจมตีฉินเย่เมื่อคืนก่อน

สิ่งเดียวที่ทำให้ยมทูตยอมเผยร่างจริงของตนอกมาได้ก็คือยมทูตอีกตนหนึ่ง

“เจ้า…เจ้าเป็นใคร?!” ยมทูตญี่ปุ่นกำดาบคาตานะในมือของตนแน่นขณะที่พลังหยินพุ่งออกมาจากเสื้อคลุมของเขา ส่งผลให้มันกระพืออย่างรุนแรง ยมทูตตนอื่นๆเองก็จับอาวุธในมือของตนแน่นขณะที่จ้องไปยังทางเข้าของวิหาร

ยังคงไร้เสียงตอบ

ยมทูตทั้งห้าไม่ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย มันรู้สึกเหมือนกับพวกเขาเป็นเพียงกระต่ายน้อยที่ถูกสะกดรอยตามโดยอสูรนักล่าขนาดใหญ่ หัวใจของยมทูตทั้งห้าเต้นรัว และพวกเขาก็มองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง แต่ทันทีที่ทำเช่นนั้นรูม่านตาของพวกเขาก็หดตัวอย่างตกตะลึง

สะ…ศีรษะ…ศีรษะของยมทูต…ศีรษะของยมทูตจำนวนนับไม่ถ้วน!

ทางที่นำไปสู่วิหารถูกเรียงรายไปด้วยต้นไม้จำนวนมาก แต่ ‘โคมไฟ’ ที่ห้อยลงมาจากต้นไม้พวกนี้…แท้จริงแล้วคือศีรษะของเหล่ายมทูต!

หรือหากจะพูดให้ถูกก็คือ…นี่คือศีรษะของยมทูตนอกอาณาเขต!

ผมสีทอง สีแดง และอีกมากมาย สีผมเพียงสีเดียวที่ไม่มีก็คือสีดำ!

บางตนหน้าสวมหน้ากาก บางตนเผยให้เห็นส่วนที่เป็นกะโหลกอย่างน่ากลัว ในขณะที่มีบางตนมัดผมยกสูงเป็นทรงซามูไร…ความหลากหลายของศีรษะทั้งหมดนั้นไม่มีที่สิ้นสุด! มันคือทะเลแห่งโคมไฟศีรษะ!

สิ่งเดียวที่ศีรษะทั้งหมดมีเหมือนกันก็คือปากของพวกเขาอ้าออกกว้าง

และแสงสว่างโดยรอบก็มาจากเทียนที่ยื่นออกมาจากปากของพวกเขา เทียนดังกล่าวลุกโชนอย่างต่อเนื่องด้วยไฟนรกที่สุกใส ส่งผลให้ส่วนนี้ของหุบเขาดูเหมือนกับส่วนหนึ่งของขุมนรกแห่งการลงทัณฑ์ทั้ง 18 ขุมไม่มีผิด!!

“!!…” ยมทูตครึ่งคนครึ่งแมงมุมอ้าปากค้างอย่างหวาดกลัว ขนของนางลุกชันขณะที่เอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า “จะ เจ้า…เจ้าเป็นใคร…”

“พวกเจ้าชอบหรือไม่?” ฝ่ายตรงข้ามเอ่ยตอบในที่สุด แต่คำตอบของอีกฝ่ายกลับทำให้ยมทูตนอกอาณาเขตทั้งห้าต้องเบียดตัวเข้าชิดกันมากกว่าเดิม ริมฝีปากของพวกเขาสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้าง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงพร้อมกับลมหายใจที่ขาดห้วง

ทั้งหมดนี่มันแปลกประหลาดเกินไปแล้ว…

“เจ้านี่เอง…” ยมทูตหัวหมาป่าคำรามออกมาด้วยเสียงแหบพร่า “เจ้าคือผู้ที่วาดอาณาเขตเวทที่สำนักฝึกตนแห่งแรก…ใช่หรือไม่?”

ฟึ่บ!

ก่อนที่เขาจะเอ่ยจบ การโจมตีอย่างเป็นธรรมดาก็ลอยมาตามอากาศ ตามมาด้วยเสียงอู้อี้เบาๆ ในเสี้ยววินาทีต่อมา ยมทูตทั้งห้าตนก็ต้องอ้าปากร้องเสียงดัง!

“เวรเอ๊ย!!” “นรกช่วย! นี่มันบ้าอะไรกัน?!!” “เป็นไปได้อย่างไร…”

ยมทูตทั้งห้าตนที่ยืนเบียดอยู่ด้วยกันกระจายตัวออกจากกันทันที ความรู้สึกหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่างขณะที่อ้าปากค้างมองสิ่งที่เกิดขึ้น

ศีรษะของยมทูตหัวหมาป่าหายไปแล้ว!

มันกระเด็นออกไป

การโจมตีที่ดูเหมือนจะธรรมดาเมื่อครู่ตัดหัวเขาจนกระเด็นออกไป!

ตุลาการนรก…

ยมทูตที่เหลืออยู่ตัวสั่นเทา และหัวใจของพวกเขาก็ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าตนจะถูกขวางเอาไว้ได้หลังจากที่หนีมาได้ไกลขนาดนี้!

ฟึ่บ…ร่างของยมทูตหัวหมาป่ากลายเป็นเพียงกลุ่มก้อนพลังหยินที่สลายตัวไปอย่างรวดเร็ว เสียงพูดที่คมชัดทว่าไม่สามารถแยกได้ว่าชายหรือหญิงดังขึ้นอีกครั้ง “ข้าถาม เหตุใดจึงไม่ตอบ?”

“พวกเจ้าชอบการตกแต่งพวกนี้หรือไม่?”

ไม่มีใครเอ่ยตอบ

ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา ทั้งหมดก็รีบตอบด้วยเสียงที่สั่นเทา “ชะ ชะ ชอบ!”

“นั่นสิ…” อีกฝ่ายถอนหายใจออกมา “ข้าก็ชอบมันเช่นกัน”

“เมื่อพูดถึงการฆ่าคน ข้าอาจไม่สามารถเทียบกับโจวเซียนหลงได้ แต่ถ้าพูดถึงการกำจัดวิญญาณ ตาแก่นั่นสิบคนก็ไม่สามารถเทียบข้าได้”

เสียงที่เอ่ยออกมานั้นราวกับสายฝนในฤดูใบไม้ร่วง ทว่ากลับหนาวลึกเข้าไปถึงกระดูก

เสียงฝีเท้าที่ไม่เร่งรีบนั้นแสดงให้เห็นถึงความไม่แยแสดังก้องอยู่ในหัวใจอยู่ยมทูตนอกอาณาเขตที่เหลืออยู่ เชื่องช้าทว่าทำให้สติของพวกเขาลดลงเรื่อย ๆ

แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้สนใจพวกเขาเลยสักนิด และยังเอ่ยต่อ “พวกนี้…คือยมทูตนอกอาณาเขตที่ข้าเคยสังหารมา ในตอนนั้น พวกมันทุกตนดูสิ้นหวังไม่ต่างอะไรกับสัตว์ที่อยู่ในโรงฆ่าสัตว์ แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา พวกเจ้าเองก็พัฒนาขึ้นไม่น้อย…”

“ผู้ที่กระทำผิดจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต พวกเจ้า…ลืมกฎข้อนี้ไปแล้วหรือ?”

“วิ่ง!!!” ความกลัวของพวกเขาพุ่งสูงขึ้นจนเสียสติ และยมทูตนอกอาณาเขตทั้งสี่ก็วิ่งกระจายตัวไปคนละทิศคนละทาง บ้าคลั่งและสิ้นหวัง พวกเขาต้องหนีเพื่อเอาชีวิตรอด ไม่มีใครสนใจวิญญาณของกู่ชิงอีกต่อไป

“หึหึ…” เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นให้ได้ยิน จากนั้นใบไม้ที่อยู่บนพื้นและหยาดฝนในหุบเขาลอยย้อนกลับขึ้นเป็นบนอากาศราวกับว่าดินแดนทั้งหมดไม่ได้อยู่ภายใต้กฎแห่งแรงโน้มถ่วงอีกต่อไป! ยมทูตนอกอาณาเขตที่เหลือรอดและได้เห็นภาพที่เกิดขึ้นต่างจมลงสู่หุบเหวของความสิ้นหวังทันที และก่อนที่พวกเขาจะตอบสนองได้ทันเวลา กระแสพลังสีดำสนิทก็พุ่งออกมาจากวิหารโบราณ แบ่งออกเป็นสี่สายและตรงเข้ารัดข้อเท้าของยมทูตทั้งสี่เอาไว้ จากนั้นก็ค่อย ๆ ลากกลับมาที่ทางเข้าของวิหาร แม้ว่าพวกเขาจะพยายามขัดขืนและกรีดร้องออกมาก็ตาม!

“อ๊ากกกกก!!!” พวกเขากรีดร้องออกมาสุดเสียง พลังหยินของพวกเขาไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่มีผู้ใดสามารถหลุดจากการจับกุมของกระแสพลังสีดำไปได้ ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ! ยมทูตทั้งสี่ถูกลากเข้าไปในวิหารพร้อมกับเสียงครางอู้อี้เบา ๆ พวกเขารีบลุกยืนขึ้นและหยิบอาวุธของตนออกมาขณะที่สัญชาตญาณการป้องกันตัวเริ่มทำงานทันที

และมันก็เป็นตอนนั้นเองที่พวกเขาค้นพบว่า กระแสพลังสีดำเมื่อครู่นี้แท้จริงแล้วคือกลุ่มผมสี่กลุ่ม

วิหารโบราณแห่งนี้ใหญ่มาก

พระพุทธรูปที่ตั้งอยู่ในนี้สูงห้าเมตร แต่มันกลับแตกเป็นเสี่ยง ๆ ส่วนเศียรและไหล่ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย มีเพียงมือขวาเท่านั้นที่เหลืออยู่ ตะเกียงน้ำมันภายในวิหารที่ถูกปกคลุมไปด้วยใยแมงมุมและสว่างไสวด้วยเปลวไฟนรกที่ริบหรี่ ราวกับสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตที่เปราะบางของเหล่ายมทูต

ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนมือขวาของพระพุทธรูปองค์นั้น

เป็นชายหนุ่มที่ค่อนข้างหน้าตาดี แต่…เขากลับนั่งไขว่ห้าง และใช้นิ้วโป้งและนิ้วกลางของตัวเองลูบไปตามแก้มของตนอย่างแผ่วเบา ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งวางอยู่บนเข่านิ่งๆด้วยท่าทางที่ดู…คล้ายกับผู้หญิง…อย่างอธิบายไม่ถูก

ใช่

คำนั้นแหละ

ริมฝีปากของยมทูตญี่ปุ่นแห้งผาก ภาพตรงหน้ามันแปลกเกินไปแล้ว ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในรูปลักษณ์ของเด็กหนุ่ม แต่คำที่เข้ามาในหัวของเขาตอนนี้คือ “ผู้หญิง” และยังเป็นผู้หญิงที่สง่างามมากเสียด้วย

“จะ เจ้า…เจ้าเป็นใครกัน?!” ยมทูตทั้งสี่ยืนอยู่คนละมุมของวิหาร มือของพวกเขาสั่นเทาขณะที่หันอาวุธไปที่เด็กหนุ่มตรงหน้าของตน ทว่าไม่มีใครกล้าขยับตัวเลยแม้แต่น้อย

ฉินเย่หยิบพัดกระดาษออกมาและพัดเบา ๆ อย่างสง่างามพร้อมกับรอยยิ้มบางที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า “ข้าเป็นใคร?…ข้าก็คือยมทูตเฉกเช่นพวกเจ้า”

“หรือหากพวกเจ้าต้องการจะถามชื่อ….” เขากระโดดลงมาจากซากพระพุทธรูป หมุนตัวในอากาศก่อนจะถึงพื้นอย่างงดงาม จากนั้นจึงเดินเข้าไปให้ยมทูตนอกอาณาเขตตนที่อยู่ใกล้ที่สุด อีกฝ่ายไม่กล้าขยับตัวเลยแม้แต่น้อย เหงื่อแตกจนเปียกโชกไปทั้งตัว

ฉินเย่หยิบพัดกระดาษทรงกลมออกมาและใช้มันเชยคางของยมทูตตรงหน้าขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ “ข้าคือสุริยันแห่งทิศประจิมผู้ไร้พ่าย [3]”

[1] ชื่อเดิมของคีร์กีซสถาน

[2] ผู้แปลคาดว่าพวกเขาน่าจะเปลี่ยนกลับสู่สถานะยมทูตหลังจากที่ผ่านพวกด่านตรวจมาแล้ว

[3] แปลมาจาก 日出东方,唯我不败, ซึ่งอ้างอิงถึงนวนิยายจีนที่มีชื่อเรื่องเดียว โดยเมื่อแปลจากภาษาจีนจะมีความหมายว่าดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และข้าคือผู้ที่ผู้ได้รับชัยชนะเพียงหนึ่งเดียว

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 186 การต่อสู้ของเหล่ายมทูต (3)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved