cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 172 หอบรรพบุรุษ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 172 หอบรรพบุรุษ
Prev
Next

บทที่ 172: หอบรรพบุรุษ

หลินฮั่นลดมือของตนลงขณะที่กวาดสายตามองเหล่านักเรียน ทุกคนก้มหน้าลงราวกับต้องการบอกว่าพวกเขาไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น

ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วกลุ่มนักเรียน แม้แต่ซู่เฟิงก็ขมวดคิ้วยุ่งขณะที่ยกมือคลึงขมับตัวเอง ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรกับเพื่อนร่วมทีมจอมงี่เง่าของตัวเองดี

“หากไม่ใช่เพราะว่านายแข็งแรงเหมือนวัว ฉันก็คงจะเตะนายกลับบ้านไปนานแล้ว!” ซู่เฟิงเอ่ยเสียงลอดไรฟันเบา ๆ

ในขณะนั้นเอง เสียงระฆังก็ดังขึ้น บ่งบอกว่าช่วงการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว และมันก็ช่วยทำลายสถานการณ์ที่น่าอึดอัดไปด้วยเช่นกัน ซู่เฟิงลุกขึ้นยืนพร้อมกับกระแอมเบา ๆ พยักหน้าให้กับฉินเย่และเอ่ยเสียงดัง “ตั้งแถว!”

ด้วยคำสั่งที่เรียบง่าย นักเรียนของสาขาการต่อสู้ที่ตั้งตารออยู่แล้วก็รีบจัดแถวอย่างเรียบร้อยทันที ซู่เฟิงจัดอันดับและตำแหน่งของคนทั้งหมด และไม่นาน ค่ายกลทรงสี่เหลี่ยมก็ปรากฏขึ้น ณ จุดกึ่งกลางของโรงยิม

พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ! พร้อมกับเสียงอู้อี้ที่ดังขึ้นเบา ๆ ไฟทั้งสี่ดวงถูกเปิดพร้อมกัน และทุกอย่างโดยรอบก็สว่างขึ้น

สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านไปอย่างเงียบ ๆ นำมาซึ่งเสียงแว่ว ๆ ของเหล่าอาจารย์ท่านอื่นที่อยู่รอบ ๆ

บรรยากาศโดยรอบเป็นเหมือนแส้ที่กระตุ้นความกระตือรือร้นของเหล่าอาจารย์ และจุดประกายความอยากเอาชนะภายในใจของพวกเขา

ซู่เฟิงเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของค่ายกล กวาดสายตามองคนทั้งหมดและเอ่ยเสียงทุ้ม “สวัสดียามเย็นนักเรียนทุกคน เริ่มตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป พวกเราจะฝึกฝนศิลปะการต่อสู้และทักษะการต่อสู้เป็นประจำทุกวัน อย่างที่อาจารย์หลินได้พูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ จะดีมากหากพวกคุณจะใช้เคล็ดวิชาสังหารของตัวเองให้น้อยครั้งที่สุด ก่อนที่จะขึ้นเป็นผู้ฝึกตนขั้นยมทูตขาวดำ”

“หากเรียงตามระดับการบ่มเพาะ ขั้นยมเทพนั้นเทียบได้กับขั้นปราณต้นกำเนิด ขั้นนักล่าวิญญาณเทียบได้กับขั้นสร้างรากฐานลมปราณ และขั้นยมทูตขาวดำคือขั้นที่พวกคุณสามารถกล่าวได้ว่าตัวเองได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางของการบ่มเพาะอย่างแท้จริง ซึ่งเทียบได้กับขั้นแก่นทองคำ…”

ขณะที่ซู่เฟิงเอ่ยอยู่ นักเรียนจำนวนหนึ่งก็เริ่มยิ้มที่สื่อความหมายบนใบหน้า เพราะสิ่งที่ได้ยินนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสำหรับคนเคยอ่านนิยายแนวจอมยุทธมาก่อน

ซู่เฟิงทำเป็นมองไม่ปฏิกิริยาของคนเหล่านั้นและเอ่ยต่อ “โดยธรรมชาติแล้ว นี่เป็นเพียงการเปรียบเทียบเท่านั้น พวกเราได้ละทิ้งชื่อขั้นฝึกตนแบบเก่าไปนานมากแล้ว และเปลี่ยนไปใช้ชื่อแบบเดียวกับยมโลกแทน ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ชื่อเหล่านี้เป็นเพียงแค่ชื่อเรียกเท่านั้น สิ่งที่สำคัญก็คือการใช้เคล็ดวิชาสังหารจะสร้างภาระให้กับร่างกายของพวกคุณมาก หากระดับการฝึกตนของพวกคุณต่ำเกินไป อีกทั้งระยะเวลาในการพักฟื้นก็ช้ามาก วิญญาณหยินทั่วไปค่อนข้างอ่อนแอ ดังนั้นพวกคุณควรพยายามหลีกเลี่ยงการใช้เคล็ดวิชาสังหารของตัวเองให้ได้มากที่สุด และเปลี่ยนเป็นสู้ด้วยการใช้พลังปราณแทน”

“และหากพวกคุณต้องการใช้ร่างกายในการต่อสู้ ศิลปะการต่อสู้และทักษะการต่อสู้ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี ผมมั่นใจว่าพวกคุณส่วนใหญ่คงได้เรียนรู้มาบ้างแล้วจากที่ที่พวกคุณจากมา อย่างไรก็ตาม นิกาย ตระกูล และพันธมิตรส่วนใหญ่จะสอนเพียงพื้นฐานสำหรับการใช้งานส่วนตัวเท่านั้น ในขณะที่สิ่งที่พวกเราสอนคือทักษะการต่อสู้ที่แท้จริง หรือหากพูดอีกอย่างก็คือทั้งหมดนี้คือทักษะที่ออกแบบมาเพื่อสังหารและทำลายโดยเฉพาะ”

เสียงฮือฮาดังขึ้นเบา ๆ ขณะที่ดวงตากว่า 200 คู่เป็นประกายขึ้นเมื่อมองไปที่ซู่เฟิง

“ต้องยอมรับเลยว่าตัวผมเองไม่ได้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้เท่าไหร่นัก และอาจารย์จากสาขาของเราที่เชี่ยวชาญในการใช้ทักษะการต่อสู้มากที่สุดก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอาจารย์หลิน หลินฮั่น” เขาหันไปพยักหน้าให้กับเจ้าของชื่อ หลินฮั่นประสานกำปั้นคารวะอย่างเป็นเกียรติ จากนั้นจึงหันไปมองฉินเย่ด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้า

ฉินเย่เริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที

เจ้าหมาโง่นี่จะต้องมีความคิดที่ไม่ดีอยู่แน่ ๆ…

หลินฮั่นกระแอมเบา ๆ “นักเรียนที่รัก การที่จะให้ผมอธิบายให้พวกคุณฟังทีละคนคงจะน่าเบื่อเกินไป ดังนั้นผมขอเชิญแขกคนพิเศษ อาจารย์ฉินของเรา มาอธิบายในขณะที่ผมสาธิตให้ดูก็แล้วกัน”

อ่าาา…เขาเข้าใจแล้ว

ฉินเย่กลอกตา นี่นายยังโกรธฉันเรื่องที่ห้องโถงรวมอยู่ใช่ไหม? ช่วยรู้จักอดทนให้เป็นหน่อยไม่ได้เลยเหรอ?

“อาจารย์ฉิน เชิญครับ” หลินฮั่นแย้มยิ้มขณะที่ถูฝ่ามืออย่างนึกสนุก “พวกเราจะไม่ใส่พลังปราณเข้าไปในการโจมตี ไม่ต้องห่วงผมจะหยุดลงมือทันทีเมื่อรู้ผลแพ้ชนะ”

ที่ผ่านมาเขาฝึกฝนทักษะการต่อสู้มาตั้งเท่าไหร่? จะลม ฝน หรือแดด และตลอดทั้งสี่ฤดูกาลของปี เขาฝึกฝนไม่หยุดมาตลอดหลายสิบปีตั้งแต่อายุห้าขวบ ฉินเย่ยังเด็กกว่าเขา ดังนั้นอีกฝ่ายสู้เขาไม่ได้แน่!

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ศิลปะการต่อสู้และทักษะการต่อสู้ก็คือสิ่งที่สร้างขึ้นจากการฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลานาน

ฉินเย่กัดฟันกรอดขณะที่เดินไปหาหลินฮั่นโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมาบนใบหน้า “ผมไม่ได้คาดหวังอะไรแบบนี้จากคุณเลยนะ…นี่คุณกำลังไม่พอใจอะไรผมหรือเปล่า? หรือว่าแค้นอะไรผมกันแน่?”

“ไม่นี่ เปล่าเลย” หลินฮั่นฉีกยิ้มกว้างจนแทบจะถึงหู “ทั้งหมดนี้เป็นเพราะผมแค่อยากเห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของคุณก็เท่านั้น มันเป็นความผิดของคุณเองนะที่ยอมอ่อนข้อให้ผมตอนแข่งขันกันคราวก่อน”

ทันทีที่ได้ยินสิ่งที่พวกอาจารย์คุยกัน หนึ่งในนักเรียนก็ผิวปากออกมาเบา ๆ อย่างตื่นเต้น ฝ่ายหนึ่งคืออาจารย์หลิน ผู้ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักเรียน ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งคืออาจารย์ฉิน ขั้นนักล่าวิญญาณที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ คนอื่น ๆ รีบหลีกทางให้ผู้เป็นอาจารย์ได้แสดงความสามารถ โดยล้อมพวกเขาไว้ในวงกลม “อาจารย์หลินสู้เขา!” “อาจารย์ฉินสู้เขา!” เสียงเชียร์ดังก้องไปทั่ว

อาจารย์ทั้งสองยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ ในขณะที่ฉินเย่กวักมือเรียกอีกฝ่ายอย่างเกียจคร้าน “สามกระบวนท่า”

“ภายในสามกระบวนท่า หากคุณยังไม่ล้มลงไปนอนกับพื้นถือว่าผมเป็นฝ่ายแพ้”

ฉินเย่เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด

ปกติแล้วเขาคงไม่กล้าประกาศออกไปอย่างอาจหาญแบบเมื่อกี้แน่ หากอีกฝ่ายใช้พลังปราณ แต่เมื่อพูดถึงการต่อสู้จริง เขา…ผู้ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในยุคที่มีปรมาจารย์แห่งการต่อสู้ถือกำเนิดย่อมต้องเคยเห็นยอดฝีมือสังหารศัตรูมาเป็นจำนวนมาก แล้วแบบนี้เขาจะไปกลัวหลินฮั่นได้อย่างไร?

“ช่างเป็นคำพูดที่กล้าดีจริง ๆ!” หลินฮั่นดัดคอตัวเองอย่างฮึกเหิม ทั้งสองฝ่ายประจำตำแหน่งของตัวเอง จากนั้นทันทีที่ซู่เฟิงประกาศเริ่ม หลินฮั่นก็พุ่งเข้าหาฉินเย่ทันทีราวกับสายฟ้า!

เร็วมาก!

ความเร็วนั้นเร็วมากจนพวกเขาแทบจะได้ยินเสียงอากาศโดยรอบถูกฉีกออกจากกัน นักเรียนที่ยืนดูอยู่ทั้งหมดต่างอ้าปากค้างกับความเร็วที่เหนือมนุษย์ของหลินฮั่น

สมรรถภาพทางร่างกายของผู้ที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบ่มเพาะจะเพิ่มสูงขึ้นพร้อม ๆกับระดับการบ่มเพาะของคนผู้นั้น แต่ถึงอย่างนั้น ความเร็วของหลินฮั่นก็ยังติดอยู่อันดับต้น ๆ ของผู้ที่อยู่รุ่นราวคราวเดียวกัน

ซู่เฟิงพยักหน้าอย่างมั่นใจ เจ้ากระทิงคลั่งนี่…คงจะมีแค่เรื่องนี้เท่านั้นที่สามารถชนะผู้อื่นได้…

ทว่าวินาทีถัดมา เสียงโครมก็ดังขึ้น ฝุ่นตลบไปทั่ว เหล่านักเรียนยังคงตกตะลึงกับการแสดงความเร็วที่ไม่น่าเชื่อหลินฮั่นต่างรู้สึกงงงันกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น พวกเขาจ้องไปที่ร่างของฉินเย่ จากนั้นจึงหันไปมองที่พื้น

“บ้าหน่า….” หลินฮั่นยกมือขึ้นจับคอตัวเองขณะที่พยายามลุกขึ้นยืนแต่ก็ล้มเหลว เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเห็นดาวระยิบระยับเต็มไปหมด ฉันเป็นใคร? ที่นี่ที่ไหน? ใครทุ่มฉัน?

เขาเห็นแค่ว่าฉินเย่ยกมือขึ้นในเสี้ยววินาทีก่อนหน้านี้ และกว่าจะรู้ตัวอีกที เขาก็ลงไปนอนอยู่ที่พื้นแล้ว

“ผมอาจจะไม่สามารถเอาชนะคุณได้ในแง่ของพลังปราณ แต่ในแง่ของการต่อสู้ที่ใช้เพียงศิลปะการต่อสู้และทักษะการต่อสู้ที่แท้จริง…คุณไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผมเลยสักนิด” ฉินเย่ปัดเศษฝุ่นออกจากชุดของตัวเองและสวมบทเป็นผู้เชี่ยวชาญ “ยังจะต่ออีกไหม?”

“แน่นอนอยู่แล้ว!”หลินฮั่นพุ่งเข้าใส่ฉินเย่อีกครั้ง และครั้งนี้ ซู่เฟิง หลี่หยุนเซวี่ยรวมถึงโจวฉินเฟิ่น ต่างต้องเบิกตากว้างอย่างพร้อมเพรียงกันเมื่อฉินเย่และหลินฮั่นปะทะกันอีกครั้ง ทว่าสิ่งเดียวที่พวกเขามองเห็นมีเพียงร่างของฉินเย่นั้นสั่นเล็กน้อย ก่อนที่ในวินาทีต่อมาร่างใหญ่ ๆ ของหลินฮั่นก็ล้มลงกับพื้นพร้อมกับเสียงดังโครม!

ซู่เฟิงตกตะลึงเป็นอย่างมาก

หลี่หยุนเซวี่ยและโจวฉินเฟิ่นเองก็เช่นกัน

“พะ พวก…พวกนายเห็นหรือเปล่า?” ไม่กี่วินาทีต่อมา ซู่เฟิงก็หันไปถามเพื่อนของตน

“ไม่…” หลี่หยุนเซวี่ยมองฉินเย่ด้วยสายตาเหลือเชื่อ แม้ว่าหลินฮั่นจะโง่…ไม่ ถึงแม้ว่าปฏิกิริยาตอบสนองทางสังคมของชายหนุ่มจะปัญญาอ่อนไปบ้าง แต่เขาก็ยังเป็นกองกำลังหลักในการจู่โจมของทีมเปลวเพลิง แต่เขากลับปัดป้องการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยของฉินเย่ไม่ได้เลยเนี่ยนะ?

ผู้ชายคนนี้… แข็งแกร่งแค่ไหนกัน?

“ดูเหมือนว่าเขาจะฝึกฝนศิลปะการต่อสู้โบราณที่หายสาบสูญไปนานแล้ว” โจวฉินเฟิ่นพึมพำเบา ๆ “ฉันพอจะมองเห็น แต่…ฉันเองก็คงหลบไม่ได้เหมือนกัน การเคลื่อนไหวของฉินเย่เร็วเกินไป หลินฮั่นเองก็คงจะเห็นมันเช่นกัน แต่ร่างกายของเขาน่าจะไม่สามารถตอบสนองได้ทันเวลา ฉันไม่เคยเห็นการต่อสู้แบบนี้มาก่อนในตลอดหลายปีที่ต่อสู้มา”

นักเรียนทั้งหมดเงียบอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังขึ้นเกรียวกราว

“สุดยอดไปเลย!” “เก่งมาก! อาจารย์ฉินจะเก่งเกินไปแล้ว!” “อาจารย์หลินเองก็สุดยอดเหมือนกัน! ความเร็วของเขามันสุดยอดมาก!”

ฉินเย่แย้มยิ้มและประสานกำปั้นกับฝ่ามือเพื่อขอบคุณคำชมจากคนทั้งหมด

เห็นหรือยังว่าตอนที่แข่งกันในคราวที่แล้วนายทำฉันไว้เจ็บแสบแค่ไหน?

มันคือกรรมตามสนองยังไงล่ะ…

“จะยังต่ออีกไหม?”

“ไปไกลๆเลย!” เจ้ากระทิงคลั่งหลินฮั่นลุกขึ้นยืนและยืดกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งของตัวเอง “พอแล้ว ให้ตายเถอะ…คุณนี่มันปีศาจชัด ๆ!”

จากนั้น ซู่เฟิงและโจวฉินเฟิ่นก็เริ่มสอนทักษะการต่อสู้ให้กับเหล่านักเรียน

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรของทางสำนัก มันไม่ใช่ศิลปะการต่อสู้ที่สามารถเห็นได้ในงานแสดงทั่วไป แต่มันคือศิลปะการต่อสู้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายและสังหาร แต่ละกระบวนท่านั้นเฉียบคมเหมือนกับคมมีดและรวดเร็วดั่งลูกธนู และนักเรียนทุกคนต่างอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงขณะที่มองเหล่าอาจารย์ของตนสาธิตการเคลื่อนไหวทั้งหมดให้ดู

“เอาล่ะ การสาธิตจบลงเพียงเท่านี้ ต่อไป เราจะเริ่มด้วยกระบวนท่าพื้นฐาน ฟันศอก 300 ครั้ง เริ่มได้!”

อาจารย์ทั้งหมดเดินไปตามแถวของนักเรียน แก้ไขการเคลื่อนไหวและปรับปรุงกระบวนท่าของพวกเขา หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ฉินเย่เดินออกมาจากหมู่นักเรียนพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก “การแก้ไขกระบวนท่าคนอื่นเหนื่อยมากกว่า ฝึกฝนด้วยตัวเองจริง ๆ …ให้ตายเถอะ….”

ทันใดนั้นเอง ใครบางคนก็วิ่งมาหาเขา

และมันก็เป็นคนที่เขาคุ้นเคย

จางหลินฮวาจากสภานักเรียน ฉินเย่แทบจะลืมการมีอยู่ของจางหลินฮวาไปแล้วจนกระทั่งอีกฝ่ายมาปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขาวันนี้ ฉินเย่ถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย “นายมาทำอะไรที่นี่?”

“ให้ตายเถอะ ผมอุตส่าห์สอบเข้าที่นี่ได้ แต่ผมอยู่สาขาทฤษฎี” คำตอบของเขานั้นไหลลื่นจนหลินฮั่นที่เพิ่งหยิบน้ำขึ้นมาดื่มอยู่ด้านข้างพ่นน้ำออกมาทันที จางหลินฮวาแสร้งทำเป็นมองไปเห็นท่าทีของอีกฝ่ายก่อนจะโค้งทำความเคารพเหล่าอาจารย์ทั้งหมดที่อยู่บริเวณนั้น “สวัสดียามเย็นครับอาจารย์ หัวหน้าสาขาโจวเพิ่งมีประกาศให้นักเรียนทั้งหมดฝึกซ้อมด้วยตัวเองและเรียกอาจารย์ทุกท่านให้ไปพบที่ห้องทำงานของเขาทันทีครับ”

เมื่อได้ยินคำของอีกฝ่าย ซู่เฟิงก็รีบเอ่ยสั่งนักเรียนของพวกตนให้ฝึกซ้อมด้วยตัวเองและมุ่งหน้าตรงไปยังห้องทำงานของชายสูงวัยพร้อมกับอาจารย์ท่านอื่น ๆ

ฉินเย่จงใจเดินตามหลังคนทั้งหมดและเดินไปพร้อมกับจางหลินฮว่า “เสี่ยวจาง นายรู้หรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น?”

เขาถามออกไปโดยที่ไม่ได้หวังเลยว่าอีกฝ่ายจะรู้เรื่องอะไรพวกนี้ ทว่าไม่น่าเชื่อ จางหลินฮวาพยักหน้า “รู้สิครับ พวกเรายุ่งกันทั้งเช้าก็เพราะเรื่องนี้ หากพูดกันตามตรง ผมไม่คิดเลยว่าทางสำนักจะรบกวนพวกอาจารย์ด้วยเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนว่าทางสำนักตั้งใจที่จะระดมคนทั้งสำนัก”

ฉินเย่เลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ จากนั้นจึงพยักหน้าอีกครั้ง

ใช่แล้ว จางหลินฮวามักจะทำงานให้กับสภานักเรียนมาโดยตลอด และเขาก็มักจะได้มอบหมายให้รับผิดชอบดูแลเรื่องพวกนี้ ทางสำนักคงพิจารณาจากการที่เขาเคยทำงานกับสภานักเรียน ทั้งยังมีเครือข่ายอยู่ทั่วเมืองเป่าอัน อีกฝ่ายถึงอนุญาตให้เขาสอบเข้ามาที่นี่

จางหลินฮว่าเอ่ยด้วยเสียงที่เบาลง “คุณได้เห็นข่าวช่วงนี้บ้างหรือเปล่า?”

“เห็นสิ นายกำลังบอกว่า…” ฉินเย่ขมวดคิ้วขณะที่ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว เขาถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ “ท่านกู่ชิงน่ะหรือ?”

“ใช่แล้ว!!” จางหลินฮวากระซิบตอบ “คุณรู้หรือเปล่าว่ามันเป็นความต้องการของท่านกู่ชิงเองที่จะให้นำเถ้ากระดูกของท่านกลับมาฝังที่ใต้โรงเรียนเก่าของท่าน ผมได้ยินมาว่าในช่วงสงครามที่กองทัพญี่ปุ่นทิ้งระเบิดลงใส่เมืองเป่าอัน มีอาจารย์คนหนึ่งของท่านได้ช่วยท่านเอาไว้ พ่อและแม่ของท่านกู่ชิงล้วนเสียชีวิตจะเหตุการณ์ในครั้งนั้น และตั้งแต่นั้นมา ท่านก็เริ่มปฏิบัติกับอาจารย์คนนั้นราวกับพ่อแม่บุญธรรมของตัวเอง และแม้กระทั่งช่วยดูแลลูกของอาจารย์คนนั้นเมื่อพวกเขาโตขึ้นด้วย!”

ฉินเย่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด “แล้วเรื่องนั้นมันเกี่ยวอะไรกับเรา?”

“โธ่!!! วิทยาเขตสาขาของมหาวิทยาลัยอันฮุ่ย…ตั้งอยู่ถัดจากโรงเรียนเก่าของเขาไงครับ!!”

“คุณรู้เกี่ยวกับหอบรรพบุรุษที่อยู่ด้านหลังของวิทยาเขตสาขาย่อยไหมครับ? บางคนเรียกมันว่าเจดียสถาน ในสมัยนั้น มันยังไม่ถูกเรียกว่าโรงเรียนปฐมด้วยซ้ำ แต่พวกเขาเรียกมันว่าโรงเรียนเอกชนแทน ตำแหน่งที่ตั้งของ หอบรรพบุรุษที่ผมพูดถึงคือตำแหน่งที่โรงเรียนเก่าของท่ากู่ชิงตั้งอยู่ นั่นคือจุดที่ท่านกู่ชิงต้องการฝังกระดูกของเขาเอาไว้!”

ดวงตาของฉินเย่เป็นประกายวาวขึ้น

เขาจำหอบรรพบุรุษที่ว่านั่นได้

ฉินเย่เคยได้ยินข่าวแปลกประหลาดพวกนี้ในวิทยาเขตแห่งนี้เมื่อตอนที่มาถึงที่มหาวิทยาลัยอันฮุ่ยเมื่อนานมาแล้ว ทว่ามันไม่มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับหอบรรพบุรุษแห่งนี้เลยสักนิด และแหล่งกำเนิดของเหตุการณ์แปลกประหลาดเองก็ถูกซ่อนอยู่ภายใต้หอพักขอทางมหาวิทยาลัย

ด้วยเเหตุนี้ ฉินเย่จึงไม่เคยได้เข้าไปในหอบรรพบุรุษดังกล่าวอย่างจริงจังเลยสักครั้ง

แต่…เถ้ากระดูกของกู่ชิงจะถูกนำมาที่นี่ในอีกไม่ช้า!

เมื่อคนคนหนึ่งตาย ดวงวิญญาณของพวกเขาจะยังคงยึดติดอยู่กับร่างจนไม่สามารถไปไหนมาไหนไกลร่างตัวเองได้ หากร่างถูกทำลาย วิญญาณก็จะติดอยู่กับเถ้ากระดูกของพวกเขาแทน

หรือหากพูดอีกนัยหนึ่งก็คือนี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่เขาจะได้เข้าใกล้วิญญาณของกู่ชิง โดยที่เขาไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลด้วย!

แต่…เขาอยากรู้จริง ๆ ว่ามียมทูตนอกอาณาเขตอยู่กี่ตนที่จะกล้าก้าวเข้ามาในสำนักฝึกตนแห่งแรกพร้อมกับเศษเถ้ากระดูกที่ถูกขนมาของกู่ชิง?

แต่สุดท้ายแล้ว มนุษย์ก็ไม่สามารถมองเห็นยมทูตได้ ต่อให้เป็นโจวเซียนหลงก็ตาม!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 172 หอบรรพบุรุษ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved