cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 170 วิญญาณนอกอาณาเขต (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 170 วิญญาณนอกอาณาเขต (2)
Prev
Next

บทที่ 170: วิญญาณนอกอาณาเขต (2)

“แล้ววิญญาณเมื่อครู่นี้คืออะไร…แนวหน้าของยมโลกแห่งอื่นอย่างนั้นหรือ? ยมทูตของที่อื่นหรือยังไง?” ฉินเย่พึมพำขณะที่จ้องมองไปบนฟ้าด้วยสายตาที่ลึกล้ำ

ไร้ซึ่งคำตอบ

ฉินเย่แค่นยิ้มก่อนจะตะคอกออกมาด้วยความโกรธ “แล้วข้าล่ะ? นี่มันสถานการณ์เป็นตาย แต่ข้ากลับต้องนั่งอยู่เฉย ๆ และรอพวกเขาเดินทางลงมายังยมโลกอย่างนั้นน่ะหรือ?!”

เมืองเป่าอันสามารถซ่อนตัวเขาจากสายตาของราชาผีทั้งสามได้ แต่กลับไม่สามารถเปิดเผยร่องรอยของวิญญาณนอกอาณาเขตได้

เพราะว่าอีกฝ่ายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเพียงคนตายเท่านั้น ที่สามารถมองเห็นคนตายด้วยกันได้

และมีเพียงยมทูตด้วยกันเท่านั้นที่สามารถตรวจจับถึงการมีอยู่ของยมทูตจากยมโลกแห่งอื่นได้

นั่นหมายความว่าไม่มีทางที่เขาจะสามารถซ่อนตัวภายในเมืองเป่าอันได้อย่างสงบแล้ว

อาร์ทิสยังคงสงบนิ่ง อย่างคนที่ผ่านประสบการณ์การรับมือกับเรื่องน่าตกใจมามาก นางเอ่ยต่อ “ข้ามีข่าวดี เจ้าอยากได้ยินหรือไม่?”

ฉินเย่แค่นหัวเราะ “ตอนนี้ข้าแทบไม่อยากจะเชื่อข่าวใด ๆ ก็ตามที่ได้ยินในตอนนี้จะเป็นข่าวดี…แผ่นดินจีนในตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปกับเนื้อแกะที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร และเราก็ถูกล้อมรอบโดยยมโลกแห่งอื่นที่กำลังรอที่จะกินและแทะเนื้อทั้งหมดออกจากกระดูก!”

อาร์ทิสแสร้งทำเป็นไม่เห็นท่าทีที่ขี้ขลาดของอีกฝ่ายและเอ่ยต่อ “แต่ก่อนที่ข้าจะบอกเจ้าเกี่ยวกับข่าวดีนี้ ข้าจะต้องเกริ่นก่อนว่า แม้แต่ในยุคสมัยแห่งความรุ่งโรจน์ของยมโลกแห่งเก่า ไส้ศึกก็เป็นสิ่งที่มีให้เห็นได้ทั่วไป ในจีนพวกเราเรียกสายลับแห่งโลกใต้พิภพเหล่านั้นว่าขนนกทมิฬ”

“สาเหตุที่พวกเขาถูกเรียกด้วยชื่อนี้ก็เพราะว่าพวกเขากระจัดกระจายไปทั่วทุกที่เหมือนกับขนนก โดยที่คนรอบข้างไม่อาจรับรู้ถึงการมีตัวตนของพวกเขาได้…” นางหยุดพูดและหันไปหาฉินเย่ “เจ้าคิดว่าเพราะเหตุใดเราถึงต้องทำอะไรเช่นนั้น?”

ฉินเย่ข่มความรู้สึกที่เดือดพล่านภายในใจ เขารู้ดีว่าความวิตกกังวลไม่สามารถช่วยเขาได้ ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงใช้เวลาครู่หนึ่งในการสงบสติอารมณ์ก่อนจะครุ่นคิดเกี่ยวกับคำถามของอาร์ทิส

ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาแย้มยิ้มและตอบเบา ๆ ว่า “คำตอบนั้นง่ายมาก คือเพื่อหาผู้ที่มีความสามารถอย่างไรล่ะ”

เขาเรียบเรียงความคิดของตัวเองอีกครั้ง “โครงสร้างของยมโลก คน…ไม่ใช่สิ วิญญาณจะมาเป็นอันดับแรก หากปราศจากกำลังวิญญาณ จะมีการขยายอาณาเขตและการพัฒนานรกได้อย่างไร?”

“และวิญญาณมาจากที่ใด?”

อาร์ทิสเพียงฟังเงียบ ๆ โดยไม่เอยแทรกอะไร

“แน่นอนว่ามาจากแดนมนุษย์” ฉินเย่ตอบคำถามของตัวเอง

“ด้วยเหตุนี้ บุคคลที่ยิ่งใหญ่ของแดนมนุษย์ รวมไปถึงศาสตราจารย์มากมาย ย่อมได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นทันทีที่พวกเขามาถึงที่ยมโลก! อย่างไรก็ตาม จำนวนประชากรในยมโลกนั้นหนาแน่นกว่าในแดนมนุษย์เป็นอย่างมาก ในแดนมนุษย์ พวกเราเห็นประเทศและรัฐบาลหลายแห่งดึงดูดและแย่งชิงผู้ที่มีความสามารถจากชาติอื่น รัฐบาลจีนถึงขั้นออกนโยบายเพื่อดึงดูดผู้ที่มีความสามารถระดับแนวหน้าในสาขาวิชาต่าง ๆ ให้มาทำงานให้กับพวกเขา ในยมโลก วิธีการของมันย่อมโหดร้ายและรุนแรงกว่ามาก หรือพูดอีกอย่างก็คือ…การแย่งชิงคนแบบซึ่ง ๆ หน้า?”

อาร์ทิสไม่ได้ตอบอะไรออกไปทันที นางใช้เวลาในการรวบรวมความคิดตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ผู้มีความสามารถทั้งหมด โดยเฉพาะพวกที่อยู่ระดับแนวหน้า คือแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตและขยายอาณาเขตของยมโลก”

“มีการปะทะที่คล้ายกันนี้เกิดขึ้นอยู่หลายครั้ง ผู้มีความสามารถอาจกลายเป็นแขกพิเศษคนต่อไปของยมโลกแห่งต่าง ๆ ได้ทันทีที่พวกเขาตาย…ข้าสงสัยจริง ๆ ว่ามีเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับอยู่ทั้งสิ้นกี่ตนในทั่วทุกยมโลกที่กำลังนั่งดูข่าวเกี่ยวกับโลกทั้งโลกในแต่ละวัน และทันทีที่พวกเขาพบการเสียชีวิตของผู้มีความสามารถ พวกเขาก็จะส่งยมทูตของพวกตนมาเพื่อเก็บเกี่ยววิญญาณพวกนั้นไปเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ยมโลกของตนเอง ในเรื่องนี้ มีวิธีการมากมายที่พวกเขาจะสามารถใช้เพื่อเก็บเกี่ยววิญญาณเหล่านี้ หรือต่อให้พวกเขาไม่สามารถทำได้ มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะทำลายวิญญาณตนนั้นแทนที่จะยอมให้ยมโลกแห่งอื่นได้มันไป!”

นางถอนหายใจออกมา “ตลอดหลายสหัสวรรษที่ผ่านมา พวกเรามีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว แต่จำนวนครั้งที่ล้มเหลวนั้นมีไม่มากนัก ยมโลกแห่งอื่นก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ดังนั้นการที่พวกมันตัดสินใจที่จะก้าวเข้ามาในครั้งนี้หรือไม่นั้น…ก็ล้วนขึ้นอยู่กับยมทูตของพวกมันทั้งสิ้น”

ฉินเย่เข้าใจในที่สุด

หนึ่ง…มียมทูตนอกอาณาเขตจำนวนมากที่สามารถลอบเข้ามาในเมืองเป่าอันได้

และนี่ก็เป็นเพราะว่าวิญญาณที่มีความสามารถได้เพิ่งเสียชีวิตลง และพวกเขาก็ต่างจับจ้องวิญญาณดวงนั้นเช่นกัน! และมีแม้กระทั่งบางฝ่ายก็ยังยอมก้าวเท้าออกมาจากความมืดเพื่อเข้ามาดูสถานการณ์ของยมโลกของแผ่นดินจีนในปัจจุบันเลยก็ไม่

“วิญญาณที่พวกท่านสามารถแย่งชิงมาได้ในหลายพันปีที่ผ่านมาคือดวงวิญญาณของผู้ใด? และใครที่ท่านไม่สามารถรักษาไว้ได้?” เขาถามออกไปหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

อาร์ทิสกระแอมออกมา “ไช่ หลุน [1] จางจ้งจิ่ง [2] และจังเหิง [3] คือวิญญาณที่ถูกกองกำลังใต้พิภพของอานูบิสแย่งชิงไป เยว่เฟย์ [4] ถูกอิซานามิของญี่ปุ่น [5] แย่งชิงไป และหวังไถจี๋ ก็ถูกแย่งชิงไปโดยกลุ่มที่เราไม่รู้จัก…แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเราเคยทำพลาดแค่เพียงเจ็ดครั้งเท่านั้น”

“แล้วพวกท่านสามารถเก็บเกี่ยววิญญาณของผู้ใดมาได้?”

อาร์ทิสตอบอย่างเคร่งขรึม “นิวตัน โคเปอร์นิคัส กาลิเลโอ ฟาราเดย์ ดาร์วิน เอดิสัน ฟรอยด์ มารีกูว์รี…ไอน์สไตน์ ควรขอบคุณดวงดาวนำโชคของเขาที่ทำให้เมื่อตอนที่ยมโลกแห่งเก่าล่มสลาย วิญญาณของเขาก็ยังไม่สูญสลายไปในตอนนั้น!”

นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย?!

อารมณ์ที่ซับซ้อนของฉินเย่หายไปทันที เขาจ้องหน้าอาร์ทิสราวกับตัวเองเห็นผี

นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่สิบคนของประวัติศาสตร์โลกถูกแย่งยิงมาโดยยมโลกของแผ่นดินจีน?

นี่มันเกินไปแล้วจริง ๆ…

ทันใดนั้นเอง ความคิดบางอย่างก็ปรากฏขึ้นมาในหัว เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกและเอ่ยว่า “แล้วข่าวดีของท่านก็คือ…วิญญาณพิเศษตนนี้…”

“เจ้าโชคดี” อาร์ทิสหรี่ตาลงและมองท้องฟ้า “ข้าตรวจจับได้ถึงพลังของเฮดีสบนโซ่เส้นนั้น และผู้ที่สามารถทำให้มีการใช้โซ่เส้นนั้นได้ก็คือผู้ที่มีความสามารถระดับแนวหน้าของประเทศ!”

ฉินเย่สูดหายใจเข้าช้า ๆ เขาแทบจะต้านแรงกระตุ้นที่จะไปแย่งชิงวิญญาณตนนั้นกลับคืนมาเสียเดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้ว!

ความสามารถระดับแนวหน้าของประเทศ…คือวิญญาณที่ยมโลกต้องการมากที่สุดในตอนนี้

พอกันทีกับความคิดอยากหนีไปเป็นฤๅษีในป่าใหญ่ ให้มันเป็นเพียงความคิดไร้สาระของเขาต่อไปเถอะอย่าถือสาเขาเลย เพราะไม่ว่ายังไงฉินเย่รู้ดีว่ามันไม่มีมาทางให้เขาถอยอีกแล้ว

ถอยเหรอ?

ตี้ทิงจะได้ฉีกร่างของเขาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันทีที่ตื่นจากการหลับใหลแน่

และแม้ว่าโอกาสที่ตี้ทิงจะไม่สามารถตามกลิ่นหรือจำรูปร่างหน้าตาของเขาได้นั้นมีน้อยมาก แต่ราชาผีทั้งสามล่ะ?

พวกเขาคือวิญญาณที่ถูกปราบปรามอยู่ภายใต้กงล้อแห่งสังสารวัฏมาเป็นเวลาหลายพันปี แล้วพวกเขาจะทนอยู่เฉยต่อการเหลืออยู่ของยมทูตได้อย่างนั้นหรือ? ความตายจะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทันทีที่อีกฝ่ายหาตัวเขาเจอ

ในเมื่อไม่มีทางให้ถอย มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องถอย

“แล้ว…สิ่งนี้หมายความว่าเราจะต้องเผชิญหน้ากับยมทูตนอกอาณาเขตพวกนี้หรือไม่?” ฉินเย่ลูบคางตัวเองขณะเอ่ยออกมา

อาร์ทิสพยักหน้า “วิญญาณพิเศษจะคงอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งเป็นเวลาสามเดือน นี่คือผลที่มาจากห่วงก่อนตายของเขา และหากอีกฝ่ายพยายามเก็บเกี่ยววิญญาณของเขาไปในขณะที่ยังมีห่วง วิญญาณของเขาก็จะสลายไปทันที ดังนั้นในอีกสามเดือนต่อจากนี้ เราจะต้องพยายามอย่างถึงที่สุดในแย่งชิงดวงวิญญาณของเขากลับมาให้ได้”

“พยายามอย่างถึงที่สุด?”

อาร์ทิสเอ่ยต่อเสียงเย็น “ตามกฎของการอยู่ร่วมกันของกฎของสวรรค์ ยมทูตที่อยู่ขั้นนักล่าวิญญาณเป็นต้นไปจะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านทันทีที่พวกเขาก้าวเท้าเข้าไปในอาณาเขตของชาติอื่น และข้อยกเว้นเป็นอย่างเดียวของกฎนี้ก็คือหากเจ้าบุกเข้าไปในอาณาเขตของชาติอื่นด้วยกองกำลังที่มีจำนวนมากกว่า 10 ล้าน นั่นคือทางเดียวที่จะทำลายกฎการอยู่ร่วมกันภายใต้ความขัดแย้งระหว่างชาติ แต่ไม่มียมโลกอื่นใดที่รู้เรื่องนี้ หรือสามารถมั่นใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับยมโลกของจีน ดังนั้นพวกเราสามารถมั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายจะไม่มุ่งหน้ามาที่นี่พร้อมกับกองกำลังขนาดใหญ่แน่นอน”

“และก็เป็นเพราะเหตุนี้เช่นกันที่ทำให้ยมทูตที่มาจากยมโลกแห่งนั้น…จะต้องเป็นยมทูตที่มีฝีมือดีที่สุด แม้แต่ในรุ่นเดียวกันก็ตาม และพวกมันต้องสนใจคุณภาพของวิญญาณมากกว่าปริมาณของวิญญาณแน่ ดังนั้นจำนวนยมทูตที่ถูกส่งมาที่นี่จะต้องไม่เกินห้าตน แต่…นี่เป็นเพียงยมโลกที่ตัดสินใจเข้าร่วมการต่อสู้เท่านั้น ตอนนี้พวกเรากำลังอ่อนแอมาก ข้าเกรงว่าการปลดปล่อยวิญญาณตนนี้ออกจากโซ่ของอีกฝ่าย…จะต้องเป็นงานที่ยากมากเป็นแน่”

ฉินเย่เหลือบตามองอาร์ทิส และนางก็รีบเอ่ยต่อก่อนที่ฉินเย่จะได้พูดอะไรออกมา “ข้าไม่สามารถรับรองได้ว่าข้าจะสามารถลงมืออะไรได้ ข้าเคยปรากฏตัวแล้วครั้งหนึ่งตอนที่อยู่เมืองชิงซี หากข้าแสดงพลังของข้าที่เมืองเป่าอันอีกครั้ง จะต้องมีคนรู้แน่ว่าเจ้ากำลังถูกติดตามโดยวิญญาณขั้นตุลาการนรก ผลเสียจากการที่เจ้าถูกตัดจากการเข้าถึงขุมทรัพย์ของกลุ่มผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์ก็มีสูงกว่าการที่ไม่สามารถรักษาวิญญาณพิเศษตนหนึ่งไม่ได้มาก”

เป็นปัญหาจริง ๆ

เขาเริ่มรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองจะต้องพุ่งเข้าหาศัตรูด้วยตัวคนเดียวเสียแล้ว

แววตาของฉินเย่ไหววูบ ทว่ามันยังคงลุกโชนไปด้วยความมุ่งมั่น มันอาจดูเหมือนกับว่าเขามีตัวคนเดียว แต่ความจริงของเรื่องนี้ก็คือมันยังตัวเลือกอีกมากมายที่เขาสามารถใช้ได้

ยกตัวอย่างเช่น…สำนักฝึกตนแห่งแรก!

และอีกตัวอย่างก็คือ…หน่วยสอบสวนพิเศษ!

ที่นี่คือเมืองเป่าอัน มันคือดินแดนของคนเป็น! ไม่ใช่ว่ามันเหมือนกับเชาโยวเต๋าในตอนที่แดนมนุษย์ไม่สามารถตรวจจับถึงการมีอยู่ของเขาได้หรอกหรือ? เขาสามารถรับมือกับขั้นนักล่าวิญญาณคนอื่นได้ ตราบใดที่หน่วยสอบสวนพิเศษสามารถเข้ามาแทรกแซงได้ มันก็ยังมีหวัง!

“ถ้าเช่นนั้น…เราควรรู้ให้ได้ก่อนว่าผู้ตายคือใคร บุคคลที่สามารถทำให้ยมโลกแห่งอื่นลดการป้องกันลงและเสี่ยงทุกอย่างเพื่อแย่งชิงวิญญาณของเขาไป”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ยิ้มออกมา “นั่นทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก…เรามีเวลาอีกสามเดือน ตอนนี้เรายังสามารถซื้อเวลาได้”

เขาวางความคิดทั้งหมดลงและเริ่มตรวจสอบยมโลกทันที

การก่อสร้างของสวนจี้ชั่งเป็นไปได้ด้วยดี พอเหล่าวิญญาณเห็นเขาเดินเข้าก็ไม่ลังเลที่จะผละจากสิ่งที่ตนทำอยู่ และทำความเคารพเขาไม่ว่าเขาจะเดินไปทางไหน ไม่นานเขาก็เห็นหัวหน้าแผนกทั้งเจ็ดของบริษัทก่อสร้างหยินรีบวิ่งเข้ามาเพื่อพาเขากลับไปที่สำนักงานหลัก

ด้านในกระโจมมีเพียงโต๊ะตัวหนึ่งโดยมีแบบร่างสวนจี้ชั่งตั้งอยู่ตรงกลาง แบบร่างนี้ทางแผนกออกแบบได้เป็นคนวาดมันขึ้นมาเอง ฉินเย่คิดนึกความรุ่งเรืองในอนาคตแล้วถามว่า “คาดว่าจะเสร็จเมื่อไหร่?”

“เรียนนายท่าน ระยะเวลาก่อสร้างที่ทางเราคาดการณ์ไว้คือสองปีครึ่ง” ซ่งหมิงที่ยังคงสวมหมวกนิรภัยเอ่ยขณะที่หัวเราะอย่างขมขื่น “ซึ่งเป็นกรณีที่เราต้องทำงานข้ามคืนกันแบบนี้ ถ้าเป็นที่โลกมนุษย์ โครงการนี้คงจะใช้เวลามากกว่าสามปีกว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์แน่ครับ”

เฉียนเทียนอี้ถอนหายใจออกมา “นายท่าน นอกจากนี้พวกเรายังต้องการอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้างเพิ่มอย่างเร่งด่วน จากการคาดคะเนของเรา วัสดุที่ท่านได้ซื้อมาก่อนหน้านี้ไม่เพียงพอสำหรับขั้นแรกเลย อาคารโบราณนั้นใช้พื้นที่มาก และส่วนใหญ่มักจะมีเพียงชั้นเดียว ดังนั้นการสร้างแต่ละชั้นของอาคารย่อมใช้วัสดุมากกว่าโครงการที่คล้ายกัน ด้วยวิญญาณกลุ่มสุดท้ายที่เพิ่งมาถึง พวกเราได้รับสมัครคนงานมาเพิ่มอีกหลายพันคน แต่ว่าน่าเสียดายที่พวกเราขาดแคลนวัสดุก่อสร้าง ทำให้งานบางส่วนจำต้องถูกระงับไปก่อน”

ฉินเย่พยักหน้า “ข้าจะลองหาทางดู”

ตอนนี้เขายังมีพวกหยกและของโบราณที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านนอนอยู่ใต้เตียง แต่ปัญหาก็คือทางสถาบันเพิ่งเปิดภาคการศึกษาแรกเท่านั้น และมันก็ทำให้เขาไม่สามารถขอลาได้

เราจะต้องหาทางเดินทางออกไปจากที่นั่นให้ได้ก่อน…

หลังจากเดินดูรอบ ๆ อีกเป็นเวลาสามชั่วโมงเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ฉินเย่ก็กลับมาที่แดนมนุษย์ เมื่อเขากลับมาถึงก็เป็นเวลาค่ำแล้ว

อาร์ทิสไม่ได้ตามเขากลับมาด้วย จำนวนประชากรวิญญาณในยมโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป และมันก็เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องมีใครบางคนอยู่ที่นั่นเพื่อรักษาเสถียรภาพ

ค่ำคืนในแดนมนุษย์นั้นช่างเงียบสงบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในเมืองเป่าอัน ฉินเย่ก้มดูนาฬิกาข้อมือของตนเอง มันเป็นเวลา 1 ทุ่มตรง เด็กหนุ่มแย้มยิ้ม “พอดีเป๊ะ”

เขาเดินไปที่ห้องดูโทรทัศน์ มันไม่มีโทรทัศน์อยู่ในห้องส่วนตัวของพวกเขา และสำหรับพวกนักเรียนเองก็เช่นกัน ดังนั้นใครก็ตามที่ต้องการดูโทรทัศน์จะต้องเดินไปที่ห้องดูโถงรวมอย่างเดียว และนี่ถือเป็นการสร้างความสามัคคีภายในหมู่คณะอย่างหนึ่งเช่นกัน

ภายในห้องโถงรวมมีอาจารย์คนอื่น ๆ นั่งอยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่ฉินเย่เดินเข้าไป เขาก็ได้ยินเสียงรายงานข่าวที่แสนจะคุ้นเคยดังมาจากด้านใน พออาจารย์คนอื่นเห็นว่าฉินเย่เดินเข้ามา อาจารย์วัยกลางคนคนหนึ่งก็ยกยิ้มและเอ่ยว่า “อะไรกันนะที่ทำให้อาจารย์ฉินมาที่ห้องโถงรวมได้? ผมไม่ค่อยเห็นคุณสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันเท่าไหร่เลย”

“เป็นครั้งคราวน่ะครับ” ฉินเย่ยิ้มตอบ “พออยู่แต่ในห้องนาน ๆ ก็ทำให้เริ่มรู้สึกเบื่อขึ้นมาได้ไม่ใช่หรือครับ?”

“นั่นสินะ นอกจากนี้ วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยอันฮุ่ยเองก็ค่อนข้างกว้าง มันค่อนข้างน่าเบื่ออยู่เหมือนกันที่ต้องอยู่ในนี้ทั้งวัน” อาจารย์ที่ดูเหมือนจะอยู่ในวัย 60 พยักหน้าขณะเอ่ยต่อ “จริงสิ การทดสอบประเมินเบื้องต้นใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว คุณเริ่มเตรียมตัวไปถึงไหนแล้วล่ะ?”

“มีอะไรให้ต้องเตรียมตัวด้วยหรือครับ?” ฉินเย่เอ่ยอย่างเฉื่อยชา “ผมแค่ปล่อยให้พวกนักเรียนสอบไป ผมไม่ได้สอนพวกเขามาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว การทดสอบครั้งนี้เป็นเพียงการประเมินมาตรฐานของพวกเขาก็เท่านั้น แต่การสอบปลายภาคต่างหากที่สำคัญที่สุด”

“คุณพูดถูก”

ทันทีที่เขานั่งลง ใครบางคนก็ใช้ศอกสะกิดเขาทันที ฉินเย่หันหน้าไปมองอีกฝ่ายและก็พบว่าหลินฮั่นกำลังจ้องมาที่ตน

“ผมตามหาคุณตลอดบ่าย คุณหายไปไหนมา?”

“ผมมีธุระที่ต้องไปทำ” ฉินเย่ตอบนิ่ง ๆ “ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าเลิกเทิดทูนผมได้แล้ว? ผมจะทำอะไรได้หากคุณยังคอยตามติดผมอยู่ทุกวันแบบนี้?”

หลินฮั่นกลอกตาและเมินคำพูดของอีกฝ่าย

เมื่อทักทายเสร็จ ฉินเย่ก็เลื่อนสายตาของตัวเองกลับมาที่หน้าจออย่างตั้งใจฟัง

เมืองเป่าอันในตอนนี้แยกตัวออกมาจากพื้นที่ต่าง ๆ ในโลกอย่างสิ้นเชิง ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาไม่ได้รับรู้อะไรเกี่ยวกับโลกภายนอกเลย อย่างไรก็ตามเขายังคงรับรู้ข้อมูลบางส่วนที่หลั่งไหลเข้ามาเรื่อย ๆ ได้อยู่บ้าง

ยกตัวอย่างเช่น การรายงานข่าว

การตายของผู้มีความสามารถที่สามารถทำให้ยมทูตนอกอาณาเขตยอมเดินทางมาที่นี่ได้จะต้องเป็นข่าวใหญ่อย่างแน่นอน!

ทั้งหมดที่เขาต้องการตอนนี้ก็คือชื่อ และนั่นก็จะมอบเป้าหมายในการทำงานให้กับเขา…

เป้าหมายที่เขาทำได้เพียงนอนรออย่างอดทน

[1] นักประดิษฐ์และขันทีชาวจีนในสมัยของราชวงศ์ฮั่น

[2] แพทย์ปรุงยา แพทย์ นักประดิษฐ์ และนักเขียนในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก และเป็นหนึ่งในแพทย์ชาวจีนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในระหว่างปลายราชวงศ์ฮั่น

[3] นักวิทยาศาสตร์และรัฐบุรุษจากหนานหยางที่มีชีวิตอยู่ในสมัยราชวงศ์ฮั่น เขาประสบความสำเร็จในฐานะนักดาราศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ ผู้ชำนาญวิชาแผ่นดินไหว วิศวกรไฮดรอลิก นักประดิษฐ์ นักธรณีวิทยา นักเขียนแผนที่ นักชาติพันธุ์วิทยา ศิลปิน นักปรัชญา นักการเมือง และนักวิชาการ

[4] แม่ทัพชาวจีน นักประดิษฐ์อักษรและนักกวีผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงของราชวงศ์ซ่งใต้

[5] เทพีแห่งความตายของญี่ปุ่น

[6] พระเจ้าแผ่นดินจีนในราชวงศ์ชิง (ครองราชย์ค.ศ. 1636 – 1643)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 170 วิญญาณนอกอาณาเขต (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved