cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 167 ต้องการคนที่มีความสามารถ!

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 167 ต้องการคนที่มีความสามารถ!
Prev
Next

บทที่ 167: ต้องการคนที่มีความสามารถ!

อาร์ทิสโบกมือและตอบอย่างใจเย็น “แน่นอน เมื่อมันเกี่ยวข้องกับความเป็นตายของเจ้า มุมมองภาพรวมทั้งหมดของเจ้าก็จะเปลี่ยนไป”

นางเอนตัวนอนลงบนเตียงและไขว้ขาแบบไขว่ห้างพร้อมกับอ้าปากหาว “มีสองสิ่งที่เจ้าจะต้องรู้เกี่ยวกับมัน”

“ประการแรก วิญญาณตนนั้นไม่มีทางแข็งแกร่งกว่ายมทูตขั้นนักล่าวิญญาณ”

“ประการที่สอง เจ้าจะสามารถสัมผัสถึงการมีอยู่ของพวกมันได้เมื่อเจ้าเข้าสู่สถานะของยมทูต โดยที่เจ้าไม่จำเป็นต้องใช้พลังของเศษตราจ้าวนรกเลยด้วยซ้ำ”

“ยิ่งเจ้ารู้เกี่ยวกับมันมากเท่าไหร่ เจ้าก็จะยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากเท่านั้น ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าจะรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ที่พวกเราทำทั้งหมดก็เพื่อตัวของเจ้าเอง”

ฉินเย่แค่นหัวเราะขณะที่นั่งลงบนโซฟาตามเดิม “นั่นมันเป็นเพียงคำพูดสวยหรูของท่าน…แต่ข้าจะตายทันทีที่เข้าสู่สถานะยมทูตที่นี่”

“ถ้าเช่นนั้นข้าจะอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่ได้พูดไปก่อนหน้านี้ให้เจ้าฟัง” อาร์ทิสเอ่ยอย่างเหนื่อยอ่อน

“มันไม่มีทางกล้าเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ แล้วจะนับประสาอะไรกับโจมตีเจ้า อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในสำนักฝึกตนแห่งแรก ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นจะต้องกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของตัวเอง”

ทันทีที่เอ่ยจบ ผมและเสื้อผ้าของนางก็เริ่มปลิวและกระพืออย่างแรง จากนั้นด้วยสายตาที่มุ่งร้าย นางหัวเราะเสียงเย็น “เรื่องนี้…เจ้ายังไม่จำเป็นจะต้องรู้เกี่ยวกับมันในตอนนี้จริง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องรู้ให้ได้ก็คือทำไมพวกมันถึงอยู่ที่นี่!”

“เดี๋ยวก่อนนะ!” ฉินเย่ตกตะลึง “พวกมัน?”

“ใช่” อาร์ทิสเหลือบสายตาไปมองนอกหน้าต่างและเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “พวกมันเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูง และไม่เคยเคลื่อนไหวเพียงลำพัง…ข้าไม่แน่ใจว่าในมณฑลอันฮุ่ยมีพวกมันอยู่ทั้งหมดเท่าไหร่ แต่การปรากฏตัวของมันย่อมหมายความว่าพวกมันค้นพบสิ่งพิเศษเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้…แต่มันคืออะไรกันล่ะ?”

“พวกมันค้นพบอะไรที่มีค่าพอจนถึงกับทำให้ต้องยอมเสี่ยงทุกอย่างและกลับมาที่นี่….โดยเฉพาะหลังจากที่เราได้ขับไล่สิ่งชั่วร้ายพวกนี้ไปนานแล้ว?”

ฉินเย่ถอนหายใจออกมาพร้อมกับกลอกตา “ข้าล่ะเกลียดเวลาที่ท่านกระตุ้นความอยากรู้ของข้าจริง ๆ การบอกความจริงกับข้าตรง ๆ มันจะทำให้ท่านตายหรืออย่างไรกัน?”

“เปล่า” อาร์ทิสยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบและเอ่ยต่อ “แต่ชีวิตของข้าคงจะไม่สมบูรณ์แบบหากข้าไม่ได้เห็นเจ้าเกาหัวเหมือนสุนัขฮัสกี้หน้าโง่อย่างนี้”

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ มันไม่ได้ทำให้นางตาย แต่ทำให้นางรู้สึกดีที่ได้กวนประสาทเขา

ดีมาก

แบบนี้แหละถึงสมกับเป็นอาร์ทิส

ฉินเย่ตัดสินใจที่จะไม่สนใจเรื่องนี้อีก สุดท้ายแล้วมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่านางต้องการจะบอกว่าอะไร อ้อนวอนข้าสิ หากเจ้ายอมขอร้องข้า ข้าอาจจะยอมโอนอ่อนและบอกความจริงกับเจ้าก็เป็นได้ แต่ทำไมเขาถึงต้องยอมปล่อยให้คนอื่นมีความสุขบนความทุกข์ยากของเขาด้วยล่ะ?

เจ้าคนอวดดีฉินเย่หยิบถ้วยชาของตนขึ้นมาและเอนหลังพิงพนักโซฟา ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยอะไรออกไป ทั้งสามก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน

“นี่มัน…” เขาลุกขึ้นยืนและมองไปรอบๆอย่างประหลาดใจ เมื่อครู่นี้ เขารู้สึก…เหมือนเส้นเลือดที่ขมับมันเต้นตุบ ๆ ขึ้นเล็กน้อย

“พวกท่านเองก็รู้สึกเหมือนกันหรือ?”

อากาศรอบ ๆ พวกเขาสั่นเทาก่อนที่เด็กหนุ่มจะเอ่ยจบ ส่งผลให้หัวใจของเขาเต้นแรง หมิงซีหยินพุ่งออกมาจากใต้หมอนพร้อมกับบรรทัดข้อความที่ปรากฏขึ้นบนหน้ากระจกอย่างรวดเร็ว “นี่มัน…คำสั่งพิเศษ?!”

“ใช่….” อาร์ทิสมองไปรอบ ๆ อย่างประหลาดใจก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้าฉินเย่ “เจ้าหนู ดูเหมือนโชคของเจ้าก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียวนะ…”

แต่ก่อนที่ฉินเย่จะได้เอ่ยอะไร ภาพตรงหน้าของเขาก็กลายเป็นดับวูบไป วิญญาณของเขาก็หลุดออกจากร่าง ลดลง ดำดิ่งลงไปใต้พื้นดิน กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เขาลงไปในนรกในเวลากลางวันแสก ๆ อีกแล้ว ทั้งที่ไม่ได้ใช้งานเศษตราจ้าวนรกเลยสักนิด!

ฟึ่บ! เสียงของพายุที่รุนแรงของยมโลกพัดผ่านหูของเขา หลังจากนั้นประมาณสามวินาทีต่อมา เขาก็เห็นพื้นดินสีดำที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทว่า…มันดูแตกต่างจากครั้งสุดท้ายที่เขาจำได้ไม่น้อย

เมฆดำทะมึนปกคลุมไปทั่ว ในขณะที่สายฟ้าสีขาวอมเขียวแพร่กระจายไปทั่วฟ้าราวกับการร่ายรำของมังกรที่ยิ่งใหญ่ และบริเวณกึ่งกลางของกลุ่มเมฆหนา คือจุดที่ประตูนรกตั้งอยู่ แสงสีทองส่องทะลุความมืดมิดของยมโลก ผ่านกลุ่มเมฆสีดำที่ขดตัวรวมกันราวกับแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างลงมาถึงนรก!

ในเสี้ยววินาทีต่อมา ก่อนที่เขาจะได้ตกตะลึงกับปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้น เท้าของเขาก็แตะลงที่พื้น ตอนนี้เขาได้มายืนอยู่เบื้องหน้าของประตูนรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“คารวะ ท่านจ้าวนรกผู้ยิ่งใหญ่” เสียงอันไพเราะของซูตงเซวี่ยดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เหล่าวิญญาณที่อยู่โดยรอบเองก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อทำความเคารพเขาอย่างพร้อมเพรียงกัน

ฉินเย่พบว่ายมโลกในเวลานี้กำลังวุ่นวายเป็นอย่างมาก ป่าขนาดใหญ่ถูกปรับระดับ และเครื่องจักรมากมายก็ส่งเสียงอื้ออึงไม่หยุด แม้ว่าเครื่องจักรในยมโลกจะยังคงขาดแคลน และมีไม่พอสำหรับการก่อสร้างบนที่ดินขนาดห้าตารางกิโลเมตร แต่เท่านี้ก็เพียงพอ…ให้เขาจินตนาการถึงภาพความรุ่งโรงน์ที่กำลังใกล้เข้ามาได้

วิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนถือไม้และวัสดุก่อสร้างเดินไปตามทางลูกรังเนื่องจากยังไม่มีการเทปูนซีเมนต์สำหรับการสร้างถนน รวมไปถึงวิญญาณที่ยืนเดินลาดตระเวนอยู่รอบ ๆ เพื่อรักษาความสงบของบริเวณโดยรอบ เหล่าวิศวกรของบริษัทก่อสร้างหยินต่างสวมหมวกกันกระแทกและตะโกนสั่งงานเสียงดัง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ายมโลกกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ

มันเป็นเช่นนั้น หากคุณมองไม่เป็นกระแสน้ำวนเมฆขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือศีรษะ

และฉินเย่เองก็ไม่ได้สังเกตเห็นมันเช่นกัน เขาเพียงมองไปรอบ ๆ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าจำนวนวิญญาณในยมโลกเพิ่มขึ้นอีกแล้ว

มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะระบุว่าทั้งหมดมีจำนวนเท่าไหร่ แต่…มันจะต้องถึงหมื่นอย่างแน่นอน เด็กหนุ่มยังเห็นอีกว่ามีวิญญาณหลายตนที่กำลังมองมาที่พวกของตน และเขาก็รู้ดีว่านี่ไม่มีทางเป็นพฤติกรรมของเหล่าวิญญาณที่ได้เห็นการระเบิดพลังของเขาเมื่อครั้งที่เขาทำเพื่อยุติการก่อจลาจลของวิญญาณทั้งสองครั้งก่อนหน้านี้

ขณะที่เขายังคงสำรวจโดยรอบต่อไป เขาก็พบว่าหนึ่งในสามของวิญญาณทั้งหมดต่างกำลังแอบมองมาที่เขา ในขณะที่สองในสามไม่แม้แต่จะกล้าสบตากับเขาโดยตรงและกลับไปสนใจงานตรงหน้าของตัวเองตามเดิม

“ซูตงเซวี่ย” เขาเรียก

“ข้าอยู่นี่แล้วนายท่าน” ซูตงเซวี่ยโค้งคำนับอย่างนุ่มนวลและเอ่ยตอบด้วยความเคารพ

“ตอนนี้เรามีประชากรวิญญาณเท่าไหร่?”

ถึงแม้ว่าซูงเซวี่ยมักจะขาดความยับยั้งชั่งใจ แต่มันก็เห็นได้ชัดว่านางรู้ดีว่าใครเป็นเจ้านายของนาง หญิงสาวตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “นายท่าน ก่อนหน้านี้เรามีวิญญาณทั้งสิ้น 134,450 ตน และเมื่อสามวันที่ผ่านมาก็ได้มีวิญญาณมาถึงที่นี่เพิ่มอีก 45,172 ตน พวกเราไม่มีเวลาเพียงพอที่จะทำการลงทะเบียนพวกเขาอย่างสมบูรณ์ได้ในตอนนี้”

ฉินยังคงสามารถรักษาบุคลิกที่สูงศักดิ์ ห่างเหินและเย็นชาได้ทุกเมื่อที่เขาอยู่ในยมโลก ดังนั้นเขาจึงเลิกคิ้วขึ้นและถามต่อ “มีพวกที่ชอบก่อปัญหาบ้างหรือไม่?”

ซูตงเซวี่ยชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตอบคนตรงหน้า “พอมีนายท่าน หากแต่หัวหน้าแผนกที่ 4 ของบริษัทก่อสร้างหยินจ้าวกวงเหลียงได้ส่งคนไปจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จำนวนพวกตัวปัญหามีไม่มากนัก ประมาณ 200 หรือสูงกว่านั้นไม่มาก ข้าจึงอยากจะใช้โอกาสนี้ถามท่านว่าพวกเราควรจะจัดการกับพวกเขาอย่างไรดี”

“ฆ่าทิ้งเสีย” ฉินเย่ตอบอย่างไร้ความปรานี “อย่าให้เหลือ”

“นายท่าน…” หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “แต่ผู้ใดกัน…ที่จะกำจัดพวกเขา?”

อาร์ทิสที่ได้ยินเช่นนั้นเอ่ยแทรกขึ้นมาทันที “เจ้าคือยมบาลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยว่าที่เจ้านรกองค์ต่อไป ต้องให้พวกเรามาบอกเจ้าจริง ๆ น่ะหรือ? หาเวลาและกำจัดพวกมันซะ”

ซูตงเซวี่ยพยักหน้าและไม่ได้เอ่ยอะไรอีก เมื่อหญิงสาวก้าวถอยออกไป อาร์ทิสก็กระซิบเบา ๆ ว่า “ในยมโลกแห่งเก่า ระเบียบและความเข้มงวดนั้นแทบจะไม่มีอยู่ก่อนที่กงล้อแห่งสังสารวัฏและขุมนรกแห่งการลงทัณฑ์ทั้ง 18 ขุมจะถูกสร้างขึ้น เจ้าจะต้องเตือนพวกเขาเสมอว่าผู้ใดคือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของที่นี่”

นางกวาดสายตาไปมองวิญญาณกลุ่มใหม่ที่เพิ่งมาถึง เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีการพูดคุยกับชาวนรกที่มาถึงก่อนน้อยมาก หากพูดกันตามความเป็นจริง มีวิญญาณอย่างน้อย 1 หมื่นตนที่เลือกที่จะยืนเกาะกลุ่มกัน

นี่คือผลจากสัญชาตญาณและความหวาดระแวงของมนุษย์

“วันนี้เป็นวันดี เราแวะระหว่างทางแล้วสั่งสอนพวกเขารู้กันว่าใครคือคนที่พวกเขาจะต้องกระดิกหางให้”

ฉินเย่พยักหน้า และมันก็เป็นตอนนั้นเองที่เขาเงินหน้าขึ้นและพบกับกระแสน้ำวนเมฆสีดำสนิทบนฟ้า

ครื้นนน…ร่างสีทองลอยเด่นอยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆนั้น และใบหน้าของอีกฝ่ายก็ดูเลือนรางและพร่ามัว

วิญญาณจำนวนมากที่ยังว่างงานอยู่ก็มองไปขึ้นไปพบฟ้าและพูดคุยกันอย่างเป็นกังวล

“มันคืออะไร?” ฉินเย่ถามขึ้นเบา ๆ หลังจากที่เฝ้าสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง

“มันคือคำสั่งพิเศษ” อาร์ทิสอธิบาย “เจ้ายังจำสิ่งที่ข้าพูดเกี่ยวกับศาลาเหนี่ยวรั้งวิญญาณได้หรือไม่?”

ครื้นนน…ครื้นนน…เสียงฟ้าแลบดังก้องไปทั่วในขณะที่ร่างสีทองสั่นเทาเล็กน้อยราวกับมันกำลังจะมีชีวิตขึ้นมา ฉินเย่เลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย “วิญญาณพิเศษ? ไม่ใช่ว่านั่นมันยิ่งใหญ่เกินไปหรือ?”

อาร์ทิสไม่ได้ตอบคำถามของเขาแต่กลับเอ่ยว่า “วิญญาณทุกตนที่เข้ามายังนรกโดยผ่านศาลาเหนี่ยวรั้งวิญญาณจะเข้ามาในนรกในสภาวะที่ปราศจากความทรงจำ แต่นั่นก็ต่อเมื่อกงล้อแห่งสังสารวัฏถูกสร้างขึ้นมาแล้วเท่านั้น และตอนนี้เจ้าก็ไม่มีมัน ดังนั้นผลของศาลาเหนี่ยวรั้งวิญญาณจะคงอยู่เพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น”

ฉินเย่ตระหนักได้ทันทีว่าเขาเคยเห็นอะไรแบบนั้นในแผนที่ภาพรวมของนรกแห่งเก่าที่ยายเมิ่งเคยให้ไว้ก่อนหน้านี้

“อย่างไรก็ตาม บทบาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศาลาเหนี่ยวรั้งวิญญาณก็คือการได้รับวิญญาณพิเศษ ซึ่งวิญญาณพิเศษที่เรากำลังพูดถึงก็คือผู้ที่มีชื่อเสียง อย่างน้อยก็ภายในมณฑลหรือเมืองของตนเอง เป็นวิญญาณของผู้ที่มีบุญมาก พวกเขาสามารถเข้ามาในยมโลกได้โดยไม่ต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงของศาลาเหนี่ยวรั้งวิญญาณ และทันทีที่พวกเขาปรากฏตัวขึ้น ทางสาขาย่อยของพื้นที่แห่งนั้นก็จะออกคำสั่งพิเศษเพื่อบอกให้ทางยมโลกต้อนรับผู้มาเยือนเหล่านี้อย่างเหมาะสม”

แววตาของฉินเย่เป็นประกายขึ้นมองร่างที่เลือนรางอยู่บนฟ้าอย่างละโมบและถามว่า “ท่านสามารถบอกได้ไหมว่าเขามีความสามารถอะไร?”

สิ่งที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 21 คืออะไร?

ความสามารถไงล่ะ!

ยมโลกในตอนนี้กำลังขาดกำลังคน…ขาดแรงงานทั่วไป แต่สิ่งที่ขาดยิ่งกว่าก็คือผู้มีความสามารถ! สถานการณ์ในตอนนี้มันแย่จนแม้แต่ผู้ที่เรียนจบมหาวิทยาลัยมาอย่างเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากข้ามไปทำงานก่อสร้างทั้ง ๆ ที่เขาไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ! ดังนั้นฉินเย่จึงไม่สนว่าร่างสีทองตรงหน้านี้จะมีความสามารถในสาขาการบริหาร หรือวิศวกรรม หรือแม้แต่ไฟฟ้าหรือโครงสร้างพื้นฐาน เขาแค่ต้องการคนที่มีความสามารถรอบด้านเท่านั้น!

“ข้าไม่รู้” อาร์ทิสย่นคิ้วเข้าหากันและส่ายหน้า ความสามารถนั้นแบ่งออกเป็นห้าระดับ ระดับเขต ระดับเมือง ระดับนคร ระดับมณฑล และระดับชาติ ไม่ว่าจะเป็นใคร สัญญาณในยมโลกก็จะยังเหมือนกัน ถึงแม้ว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ข้าจะไม่เคยได้ยินเรื่องของผู้มีความสามารถที่เสียชีวิตในเมืองเป่าอันมาก่อน แต่ว่า…ใครจะรู้กันว่าร่างตรงหน้านี้จะไม่ใช่นักวิชาการระดับชาติบางคนที่เกิดเสียชีวิตลงหรือไม่?

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้” นางหันกลับมาหาฉินเย่หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง “การแลกหินวิญญาณของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

ฉินเย่พยักหน้า “ทุกอย่างถูกแยกและเก็บไว้ในกล่องที่อยู่ที่แดนมนุษย์แล้ว”

“ดีมาก” อาร์ทิสถอนหายใจออกมาและมองไปบนฟ้าอย่างล้ำลึก ด้วยการขยับมือเพียงเล็กน้อย ยันต์แผ่นหนึ่งก็พุ่งขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับเสียง ฟึ่บ! หลังจากผ่านไปประมาณสามนาที กล่องที่บรรจุหินวิญญาณก็ตกลงมาที่หน้าประตูนรกราวกับอุกกาบาต

“ดูและเรียนรู้เสีย คราวหน้าเจ้าจะต้องสร้างมันด้วยตัวเอง” นางยื่นมือออกไปและทาบลงบนกล่อง ทันใดนั้นกล่องขนาดหนึ่งลูกบาศก์เมตรก็เปิดออก

กลิ่นของแก่นแท้ดวงจันทร์กระจัดกระจายไปทั่วราวกับดอกพลับพลึงที่บานออกในยามราตรี กองหินวิญญาณจำนวนมากวางทับซ้อนกัน โดยมีตราสัญลักษณ์ของหน่วยสอบสวนพิเศษของสาขามณฑลอันฮุ่ยถูกสลักเอาไว้ มันใสสะอาด และดูเหมือนจะมีของเหลวสีดำไหลอยู่ด้านใน

อึก…วิญญาณที่อยู่ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรทั้งหมดต่างมองไปที่ประตูนรกพร้อมกัน สุดท้ายแล้ว ความกระหายของวิญญาณที่มีต่อแก่นแท้ดวงจันทร์ก็เป็นเหมือนกับความอยากอาหารที่เป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานของมนุษย์

มันแทบจะเป็นไปตามสัญชาตญาณอยู่แล้ว

วิญญาณตน หนึ่งลุกยืนขึ้นและกลืนน้ำลายอย่างละโมบขณะที่เริ่มเดินเข้าไปหาอย่างไม่รู้ตัว และจากนั้น…สามตน…100 ตน…1,000 ตน! มีบางส่วนที่เป็นชาวนรกดั้งเดิม แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นวิญญาณที่เพิ่งมาใหม่! ในชั่วพริบตาก็มีวิญญาณจำนวนมากที่มายืนล้อมรอบประตูนรก แม้แต่ผู้ตรวจสอบอดีตกรรมที่กำลังนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ด้านหลังของฉินเย่และคนอื่น ๆ เองก็เริ่มหายใจรุนแรงขึ้น พวกเขาเลียริมฝีปากของตัวเองและยืนขึ้นช้า ๆ

ฉินเย่ก้าวออกไปด้านหน้าโดยไม่เอ่ยอะไร หลังจากที่ได้ประสบกับการจลาจลของวิญญาณมาแล้วถึงสองครั้ง เขาตระหนักถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี อาร์ทิสไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นและเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่แยแสว่า “จงจำไว้ พวกเขาไม่ใช่มนุษย์ พวกเขาคือวิญญาณ คือผู้ที่ตายไปแล้ว และวิธีที่ดีที่สุดในการสื่อสารกับพวกเขาก็คือการสำแดงพลังของเจ้า”

“พลังที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน…พลังที่ยิ่งใหญ่เหนือจินตนาการ!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 167 ต้องการคนที่มีความสามารถ!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved