cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 150 พิธีเปิดการศึกษา

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 150 พิธีเปิดการศึกษา
Prev
Next

บทที่ 150: พิธีเปิดการศึกษา

ฉินเย่กะพริบตาปริบขณะที่มองร่างสูงเดินขึ้นไปบนรถบัส ด้วยเหตุผลบางประการ หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะสั่งสอน…ไม่ใช่สิ มันคือความรับผิดชอบในการดูแลและขัดเกลาพวกเขาให้เป็นผู้ที่น่าเคารพนับถือในสังคมมากกว่า

เขาไม่ได้มีความรับผิดชอบติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด แต่มันคือผลพลอยได้จากการมาบรรจบกันของเวลาและสถานที่ ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน ทั้งหมดนี้ทำให้เขาเกิดความคิดขึ้นเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือเขาสามารถช่วยอะไรคนพวกนี้ได้บ้าง?

อาร์ทิสมักจะกระซิบอยู่ข้างหูของเขาเสมอว่า “เจ้าจะต้องพยายามให้ถึงที่สุด!” “เจ้าจะขี้เกียจไม่ได้แล้ว! เจ้าเป็นถึงเจ้านรกในอนาคตนะ!”

แต่เขาก็ยังไม่รู้สึกถึงความรับผิดชอบ ๆ ใด ๆ เลยสักนิด

แม้แต่ตอนที่ได้รับคำสั่งที่ยิ่งใหญ่อย่างการสร้างยมโลกขึ้นมาอีกครั้ง ความคิดที่จะวางทุกอย่างและวิ่งหนีไปให้ไกลก็วนอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แต่สิ่งที่กระตุ้นด้วยประกายแห่งความรับผิดชอบและสร้างความมุ่งมั่นให้เขาก็คือเหตุการณ์ของชู้รักคู่นั้น กับวิญญาณที่ยังไม่ได้รับโทษของการทำมาตุฆาต และดวงวิญญาณที่ยังคงหลั่งไหลเข้าไปยังยมโลก

แต่ละเหตุการณ์ล้วนปลุกสัญชาตญาณความรู้สึกภายในจิตใจของเขา และมีอยู่บ่อยครั้งที่มันสามารถกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีขึ้นมาในส่วนลึกของจิตใจ เพราะอย่างไรเสีย การลงมือทำก็ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าคำพูด…อย่างเช่นตอนนี้เป็นต้น

สายตาและคำขอบคุณที่จริงใจ และแม้แต่ท่าทางที่แสดงออกเขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นของอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มมาที่นี่เพราะเขาอย่างไม่ต้องสงสัย…และทันใดนั้นฉินเย่ก็รู้สึกถึงภาระที่หนักหนาบนไหล่ของตน

“เป็นวัยรุ่นนี่มันดีจริง ๆ” เขายิ้มก่อนจะกลับไปทำงานต่อ เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ท้องฟ้า จำนวนนักเรียนที่หลั่งไหลเข้ามาลงทะเบียนก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ฉินเย่ได้ทำการลงทะเบียนนักเรียนไปอีกหลายคน และเมื่อถึงเวลา 9 โมงตรง ซู่เฟิงก็มาถึงที่โต๊ะลงทะเบียน อีกฝ่ายยิ้มเล็กน้อยและถามว่า “รู้สึกยังไงบ้าง?”

“ก็ดี” ฉินเย่เริ่มเก็บของของตน “ผมตั้งตารอวันสอนแล้ว…นอกจากนี้ผมก็ลงทะเบียนให้กับพวกนักเรียนที่มารายงานตัวก่อนหน้านี้แล้วด้วย เพราะฉะนั้นผมคงต้องขอตัวก่อน”

หลังจากกลับมาที่หอ ฉินเย่ไม่ได้นอนพักทันที แต่กลับหยิบแผนการสอนออกมาและเริ่มอ่านเนื้อหาในบันทึกของตัวเองอย่างละเอียด

“อาร์ตี้ ท่านมาช่วยข้าดูแผนการสอนทีสิ ช่วยดูทีว่าข้ายังขาดอะไรอีกหรือเปล่า?” เขาหันไปพูดและหันกลับไปอ่านมันต่อ อาร์ทิสที่เห็นเช่นนั้นจึงตอบอย่างเริ่มเหลืออดว่า “เจ้าจำเป็นต้องทำอะไรพวกนี้จริง ๆ น่ะเหรอ?”

“แน่นอน…” ฉินเย่ยังคงตรวจสอบงานของตนต่อไป “การมาถึงของเหล่านักเรียนหมายความว่า…การประเมินอาจารย์รอบที่สองกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้านี้”

“แล้ว?”

“แล้วข้าก็อยากจะทำให้มันสำเร็จไปเลยอย่างไรเล่า!” ฉินเย่กลอกตาให้อาร์ทิสก่อนจะมองด้วยสีหน้าสื่อชัดว่า ‘ท่านไม่เข้าใจได้ไงเนี่ย’

“โจวเซียนหลงเคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าการประเมินอาจารย์รอบที่สองนี้ไม่มีเกณฑ์ใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วมันไม่ถูกหรือที่ข้าจะตีความว่า…ทุกวินาทีของภาคการศึกษาที่กำลังจะมาถึงล้วนเป็นส่วนหนึ่งการประเมินอาจารย์?”

“ตำแหน่งของเจ้าหมอนี่…เริ่มเหมือนกับข้าเมื่อก่อนไม่มีผิด…แถมเขายังไม่ได้ใช้สกิลเลยด้วย เป็นภาระจริง ๆ ว่าไหม? อะแฮ่ม….พูดต่อสิ ข้ากำลังฟังอยู่”

ฉินเย่ระงับความคิดที่จะตัดสายไฟของแล็ปท็อปอย่างสุดความสามารถ เพราะเขารู้ดีว่าหากทำแบบนั้นอีกฝ่ายจะต้องฆ่าเขาแน่ ๆ อาร์ทิสกำลังวุ่นอยู่กับการต่อสู้ที่ร้อนระอุในเกม ในขณะที่เขากำลังคิดวิธีรักษาตำแหน่งสามอันดับแรกไว้อย่างไรดี

ฉินเย่คิดแล้วก็ได้แต่ข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้แล้วพูดต่อว่า “การสอนครั้งแรกจะเป็นตัวชี้วัดมาตรฐานของอาจารย์ผู้สอน หากข้าทำมันออกมาดี คะแนนสอนของข้าก็จะสูงตามไปด้วย ถ้าท่านไม่เข้าใจข้าจะบอกว่ามันสำคัญพอ ๆ กับการสอบปลายภาคนั่นแหละ…”

เห็นหรือไม่ว่าข้าขอร้องท่านด้วยความจริงใจมากแค่ไหน?

ทำไมท่านไม่รีบมาช่วยข้าทวนเนื้อหาทั้งหมดหน่อยล่ะ?

ราวกับได้ยินเสียงกรีดร้องภายในใจของฉินเย่ ในที่สุดอาร์ทิสก็ยอมยกเท้าและเดินไปหาเด็กหนุ่มด้วยใบหน้าที่งดงาม หลังจากอ่านดูแผนการสอนทั้งหมดอย่างละเอียด นางก็เอ่ยอย่างมั่นใจว่า “ไม่มีปัญหา”

“หัวข้อของการบรรยายที่จะถึงนี้คือความหลากหลายของวิญญาณ” ฉินเย่ปิดสมุดโน๊ตของตนและถอนหายใจออกมา

“จากมุมมองของข้า สาขาการต่อสู้ต้องเจอวิญญาณเหนือธรรมชาติบ่อยกว่าสาขาอื่น ๆ มาก และการแยกแยะประเภทวิญญาณก็จะช่วยให้พวกเขาต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พอ ๆ กับการรักษาชีวิตของตัวเอง มีแต่ต้องรอดเท่านั้นจึงจะสามารถปัดเป่าวิญญาณได้ และบังเอิญว่าหัวข้อนี้ก็ช่วยเติมเต็มจุดประสงค์ของสาขาเราได้อย่างพอดิบพอดี ท่านคิดว่า….ด้วยหัวข้อนี้ ข้าจะสามารถรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งไว้ได้ไหม?”

“เจ้าช่วยเอา ‘ไหม’ ออกไปได้หรือไม่?!” อาร์ทิสเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจนัก

“ข้าไม่ได้อยากอวดนะ แต่ด้วยระดับในการวิจัยเกี่ยวกับวิญญาณในแดนมนุษย์ ยมทูตขาวดำเพียงตนเดียวจากยุคสมัยที่รุ่งโรจน์ที่สุดของยมโลกก็สามารถบดขยี้ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดของพวกเขาได้ในคราวเดียวแล้ว! แบบการสอนนี้มีเพียงข้ากับเจ้าเท่านั้นจึงจะทำมันสำเร็จได้ ข้าไม่ได้เจาะจงใครเป็นพิเศษ แต่เพื่อตำแหน่งของ…ช่างเถอะ ประเด็นก็คือนักเรียนของเจ้าไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยแรกเกิดเลยสักนิด”

“ข้าเลือกหัวข้อนี้ก็เพราะว่าพวกมันไม่ได้มีแค่วิญญาณธรรมดา น่าเสียดายที่พวกมนุษย์ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของวิญญาณแต่ละประเภทได้ เจ้าไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดลึกมากก็ได้ เจ้าเพียงบอกลักษณะเฉพาะของมันสักข้อหรือสองข้อ แล้วพวกเขาจะเข้าใจทันที! เจ้าไม่คิดหรือว่าการเอาชนะคู่แข่งของเจ้านั้นง่ายเหมือนการกระดิกนิ้ว?”

ฉินเย่รู้สึกโล่งใจมากขึ้น เขาอ่านแผนการสอนของตนจนถึง 11 โมงเช้า จากนั้นก็โทรไปหาศาสตราจารย์ยวี

“คุณฉิน มีอะไรหรือเปล่า?” ผู้เฒ่ายวีถามพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ เขายังคงมีชีวิตชีวาเหมือนเดิม

ฉินเย่ยิ้ม “คืออย่างนี้ครับ พอดีทางสำนักเพิ่งเริ่ม….”

“เข้าใจแล้ว” ผู้เฒ่ายวีเงียบไปอย่างมีนัยก่อนจะเอ่ยเสริมว่า “ผมไม่ผิดสัญญากับคุณแน่นอน น่าเสียดายที่ตอนนี้บังเอิญว่าผู้อำนวยการของคุณก็เพิ่งจะเชิญผมไปเดินเล่นเช่นกัน จะว่าไป…ผมคงต้องขอเตือนอะไรคุณอย่าง”

โดยไม่เสียจังหวะ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเคร่งขรึมมากกว่าเดิม “ดีคือดี ไม่ดีคือไม่ดี ความเข้มงวดของการศึกษามาเป็นอันดับแรก ผมได้ยินเรื่องระบบการประเมินของสำนักผู้ฝึกตนแห่งแรกมาแล้ว และผมก็รู้ว่าคะแนนการสอนนั้นมีความสำคัญกับคุณอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างไรก็ตาม หากการเตรียมตัวของคุณไม่ดีพอต่อสำนัก ผมคงไม่อาจปล่อยผ่านมันไปง่าย ๆ แน่”

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น “ไม่ต้องห่วงครับ ผมเพียงแค่ขอให้คุณมาที่นี่เพื่อให้กำลังใจผมเท่านั้น ผมรับรองได้เลยว่าเนื้อหาของผมจะต้องแปลกใหม่สำหรับคุณแน่ ๆ และผมไม่ได้จะขอให้คุณช่วยผ่อนปรนใด ๆ เช่นกัน”

ในขณะเดียวกัน ถนนอีกด้านหนึ่งมีขบวนรถออดี้สีดำห้าคันกำลังมุ่งหน้าจากเมืองไดซานไปที่เมืองเป่าอัน

โดยเฉพาะรถออดี้คันกลางที่ถูกเสริมด้วยกระจกกันกระสุน ในขณะที่ประตูทั้งหมดถูกทำขึ้นจากโลหะผสมชนิดพิเศษ แม้แต่ช่วงล่างของรถเองก็ถูกเสริมเช่นกัน

และก็เป็นผู้เฒ่ายวีเองที่นั่งอยู่ในรถออดี้ซึ่งได้รับการเสริมนั้น เขาถือโทรศัพท์ไว้ในมือข้างหนึ่งในขณะที่ถือโน้ตบุ๊กด้วยมืออีกข้างพร้อมกับวิเคราะห์ข้อมูลตรงหน้าไปด้วย เมื่อได้ยินน้ำเสียงมั่นใจของฉินเย่ เขาก็ผงะไปเล็กน้อย แต่ในเวลาต่อมา มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้น

เด็กคนนี้…ไม่กลัวอะไรเลยจริง ๆ

วิชาการ…วิชาการคืออะไร? โดยพื้นฐานแล้วมันคือการทำงานอย่างหนักในการตอบคำถามยาก ๆ ที่ค้างคาอยู่มานานหลายศตวรรษหรือหลายพันปี บางคำถามอาจเป็นเพียงการคาดเดาและยังไม่ได้รับการแก้ไขแม้ว่าจะพยายามมาแล้วหลายร้อยปี ผู้เฒ่ายวีคือผู้ที่ได้รับการยกย่องจากทั่วทั้งประเทศจีน เขามีประสบการณ์มากมาย มันจะยังมีคำถามที่เขาไม่เคยพบมาก่อนจริง ๆ น่ะหรือ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามจากอาจารย์หนุ่มที่มีประสบการณ์ไม่มากเนี่ยนะ?

อะไรที่แปลกใหม่อย่างนั้นเหรอ?

หลังจากพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาก็วางสายโทรศัพท์ และชายในชุดปฏิบัติการสีขาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนรถคันเดียวกันก็หันไปมองผู้เฒ่ายวีและเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้เฒ่ายวี มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

ผู้เฒ่ายวีไม่ได้ตอบทันที กลับกันเขาเพียงหันไปมองทิวทัศน์อันงดงามของที่ราบขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป หลังจากผ่านไปพักใหญ่ เขาก็เอ่ยขึ้นว่า “ผมคิดมาเสมอว่าการเป็นนักวิชาการนั้นก็เหมือนกับนักปีนเขา เช่นเดียวกับการมองภูเขาที่อยู่เบื้องหน้า เราอาจคิดว่ามันสูงแล้ว แต่หากเรามองไกลออกไป มันก็ยังมียอดเขาที่สูงกว่านั้นรอเราอยู่อีก และยิ่งคุณศึกษามันมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลงมากเท่านั้น บ่อยครั้งที่พวกเราได้พบเจอกับผู้คนที่เราคิดว่าพวกเขาต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิจัยของตนเอง แต่เรากลับพบกับความจริงอันน่าสังเวชว่าพวกเขาไม่มีความคืบหน้าอะไรนอกเหนือจากข้อมูลวิจัยที่มีมานานแล้วเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้วมันอาจจะมีผู้อื่นที่เดินไปตามเส้นทางของหัวข้อวิจัยนี้มากกว่าพวกเขา แต่ถูกมองข้ามก็เป็นได้”

เขาคือหนึ่งในสามนักวิชาการผู้ยิ่งใหญ่และผู้ก่อตั้งของแผนกวิจัยวิญญาณ เขาย่อมมีความมั่นใจในเรื่องนี้

“จริงอย่างที่คุณว่า” ชายในชุดปฏิบัติการสีขาวหัวเราะเบา ๆ

ผู้เฒ่ายวีเคาะกระจกรถเบา ๆ “คุณเองก็เคยเห็นคุณฉินมาก่อน เขาเพิ่งบอกกับผมว่าเขารับรองว่าเนื้อหาการสอนของเขาจะต้องแปลกใหม่อย่างแน่นอน คุณมีคิดว่ายังไง?”

ชายในชุดขาวเข้าใจทันทีว่าเหตุใดผู้เฒ่ายวีจึงยิ้มกับตัวเองเช่นนั้น

ราวกับพระพุทธเจ้าที่มองไปยังพระสงฆ์ พระที่คิดว่าตัวเองเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของหลักธรรมคำสอน แต่กลับไม่สามารถแยกแยะตัวคนของชายที่อยู่ตรงหน้าตนได้

“นั่นค่อนข้างน่าเสียดายนะครับ ตอนที่เจอกันครั้งที่แล้ว การสังเกตของเขาค่อนข้างชำนาญและเฉียบคม และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทิ้งความประทับใจไว้ในใจของผม แต่ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว เหมือนกับพ่อครัวทำขนมที่บอกกับเราว่าเขาสามารถแสดงทักษะการทำเค้กแปลกใหม่ให้เราได้ลองทาน แต่เขาจะสามารถทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนได้จริง ๆ น่ะหรือ? โดยส่วนตัวแล้วผมไม่คิดเช่นนั้น แต่….ผมก็ยังตั้งตารอมันอยู่ดี”

“ใช่แล้ว ผมเองก็ตั้งตารอเช่นกัน” ผู้เฒ่ายวีหลับตาลง “หัวข้อที่แปลกใหม่เหรอ…มารอดูกันเถอะว่าเขาได้เตรียมอะไรไว้ให้พวกเรา”

ฉินเย่ไม่รู้เลยว่าเขาจะได้รับการประเมินแบบใด แต่เขากลับมั่นใจเป็นอย่างมาก เพราะตลอดสองเดือนที่ผ่านมา เขาได้ทำการตรวจดูฐานข้อมูลทั้งหมดที่ตัวเองสามารถหาได้ และเขาก็พบว่ามันแทบจะไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับหัวข้อวิจัยนี้เลยสักนิด

ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะอ่านทบทวนแผนการสอนของตัวเองเป็นครั้งที่สอง โทรศัพท์ของเขาก็สั่นเบา ๆ

มันคือข้อความแจ้งเตือนจากแอปโม่โม่ เขารีบเปิดมันดูและก็พบว่าตัวได้เพิ่งถูกเพิ่มเข้ากลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “สาขาการต่อสู้ของสำนักฝึกตนแห่งแรก” โดยผู้ใช้ที่มี ID ว่า “หัวหน้าสาขาการต่อสู้โจวเซียนหลง”

อาจารย์ทั้งห้าและศาสตราจารย์ทั้งหมดอยู่ในกลุ่มแล้ว โจวเซียนหลงเปิดใช้รูปแบบเปลี่ยนเสียงเป็นข้อความและอธิบายว่า “ในนักเรียนกลุ่มแรกของเรา ไม่มีใครเป็นอัจฉริยะระดับสูงจากตระกูล นิกาย สายเลือด หรือสมาคมต่าง ๆ เลยแม้แต่คนเดียว แต่ทางสำนักของเราก็ยังไม่ได้ลองทดสอบพวกเขาเช่นกัน โดยปกติแล้วนักเรียนกลุ่มแรกจะเป็นผู้ฝึกคนระดับสองภายในองค์กรของตนเอง ไม่มีผู้ใดเคยมีประสบการณ์ในการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่แท้จริงมาก่อน”

ไม่มีใครตอบอะไร พวกเขารอดูข้อความถัดไปอย่างใจจดใจจ่อ

“และก็เป็นเพราะเหตุนี้ เราจึงต้องดูแลและเลี้ยงดูพวกเขาเพื่อที่จะทำให้พวกเขาสามารถแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ เราจะทำให้องค์กรฝึกตนพวกนี้มาขอร้องพวกเราเพื่อที่จะส่งพวกหัวกะทิและอัจฉริยะที่แท้จริงของพวกเขามาที่นี่ภายในเวลาสองปี!”

“ระยะเวลาในการเรียนของพวกเรานั้นสั่นกว่ามหาวิทยาลัยอื่น ๆ ครึ่งหนึ่ง ภาคการศึกษาทั้งหมดใช้เวลาแค่สองปีเท่านั้น และสาขาการต่อสู้ก็คือสาขาที่จะต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติโดยตรง ผมคงต้องขอความร่วมมือจากพวกคุณทุกคน เราจะต้องแสดงให้พวกเขาเห็นว่าพวกเขาได้รับการเอาใจใส่อย่างจริงจัง และในเวลาเดียวกัน เราก็ต้องรักษาความเข้มงวดและผลักดันพวกเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พวกคุณมีความคิดว่าอย่างไร? สามารถพูดออกมาได้เลย”

หลินฮั่นยังคงตรงไปตรงมาเหมือนทุกครั้ง “อัดพวกเขาซะหากพวกเขาไม่ยอมฟัง!”

“ไอดีแข็งแกร่งและมีศักยภาพถูกระงับเป็นเวลาหนึ่งนาที”

คนอื่น ๆ ที่เห็นอย่างนั้นต่างก็หวาดกลัว การแสดงอำนาจของโจวเซียนหลงไปตาม ๆ กัน หลี่หยุนเซวี่ยจึงรีบพิมพ์ไปว่า “การปฐมนิเทศดีไหม? ฉันได้ยินมาว่ามหาวิทยาลัยปกติมักจะมีอะไรพวกนี้ไว้ต้อนรับนักเรียนใหม่ของพวกเขา”

“แล้วใครจะแสดงให้พวกเขาดู?” โจวเซียนหลงตอบทันทีว่า “คุณหรือ? คุณจะแสดงอะไรล่ะ? ศิลปะการต่อสู้? หรือจะให้ผมขึ้นไปร้องเพลงให้พวกเขาฟัง?”

หลี่หยุนเซวี่ยเงียบไปทันที เมื่อเห็นข้อความนั้น

“อย่าเข้าใจผิด สิ่งที่พวกเราต้องการจะทำคือสิ่งที่เข้มงวด น่าจดจำ และความรู้ พวกเราจำเป็นต้องให้เด็กรุ่นใหม่บรรลุเป้าหมายเหล่านี้”

ทุกคนต่างตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็นให้ตัวเองอับอาย ทว่าในอีกด้านหนึ่ง ฉินเย่กำลังหัวเราะเบา ๆ กับโทรศัพท์ของตนเอง

พวกโง่นี่ไม่เคยเรียนมหาลัยวิทยาลัยหรือไงนะ…

พวกนายจะมาเทียบกับรุ่นพี่ที่เรียนมหาวิทยาลัยมาแล้ว 6 ถึง 7 ครั้ง อย่างฉันได้ยังไง?

หากต้องการทำให้พวกเขาประทับใจ มันก็ต้องเป็นสิ่งนั้น….

ด้วยความคิดนี้ในหัว เขารีบพิมพ์ส่งไปทันทีว่า “เรียกรวมพลด่วน[1]ดีไหม?”

ทุกคนสัมผัสได้ถึงจิตใจที่มุ่งร้ายของเขา

ทั้งกลุ่มตกอยู่ในความเงียบทันที

หลินฮั่นรีบส่งข้อความไปให้อีกฝ่ายเป็นการส่วนตัวทันที “ให้ตายเถอะ…คุณนี่ร้ายมาก ร้ายมากจริง ๆ ผมรับรองได้เลยว่านักเรียนใหม่ทุกคน จะต้องรู้สึกขอบคุณคุณไปอีกเจ็ดชั่วโคตรเลย!”

“คุณก็ชมเกินไป” ฉินเย่ยิ้มอย่างชั่วร้ายขณะที่พิมพ์ตอบอีกฝ่าย

การเรียกรวมพลด่วนนั้นเป็นสิ่งที่นักเรียนทุกคนบนแผ่นดินจีนเกลียดชังอย่างไม่ต้องสงสัย

มีใครอยากจะแสดงด้านน่าเกลียดให้ผู้ชายหรือผู้หญิงในฝันของตัวเองบ้างล่ะ แล้วแบบนี้พวกเขาจะกล้ามองหน้าอีกฝ่ายได้ยังไง?

หลายคนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาทันทีที่ได้ยินคำว่าเรียกรวมพลด่วนด้วยซ้ำ

แต่เมื่อฉินเย่คิดถึงสภาพน่าอัปยศอดสูของเหล่านักเรียนในสาขาตัวเอง…เขากลับรู้สึก…มีความสุขอย่างอธิบายไม่ถูก…

พวกฉันต่างได้รับการฝึกฝนมา ในขณะที่พวกนายกลับเอาแต่เล่นเกมอยู่ในองค์กรของตัวเองอย่างสะดวกสบาย…ตอนนี้…มาดูกันว่าสวรรค์จะช่วยพวกนายได้หรือเปล่า…

[1] เรียกรวมพลด่วน คือ การเรียกรวมตัวด้วยในสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งด้วยเสียงหรือสัญญาณบางอย่าง ทันทีที่มีเสียงสัญญาณเรียกรวมตัวไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ต้องมารวมตัวให้ทัน มักจะใช้ในกลุ่มทหาร

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 150 พิธีเปิดการศึกษา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved