cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 116 กฎของยมโลก (3)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 116 กฎของยมโลก (3)
Prev
Next

บทที่ 116: กฎของยมโลก (3)

พรึ่บ…กลุ่มก้อนพลังหยินสีดำพุ่งไปยังจุดกำเนิดเสียงทันที สองนาที…สามนาที…สี่นาทีผ่านไป ในที่สุดฉินเย่ก็มาอยู่ตรงหน้าประตูของห้องห้องหนึ่งที่มีขนาดประมาณ 40 ตารางเมตร

ภายในห้องมีเพียงแสงสว่างจากหลอดไฟขนาดเล็กหลอดหนึ่ง

และเพราะไม่มีประตู ฉินเย่จึงสามารถมองเห็นหลี่เจียนคัง ผู้ซึ่งกำลังสิ้นหวังยืนพิงกำแพงอยู่ได้อย่างชัดเจน ความว่าสิ้นหวังฉายชัดอยู่บนใบหน้าของชายวัยกลางคน

ทั่วทั้งห้องมืดไปหมด

ไม่ใช่แค่มืดสลัว ๆ แต่มันเป็นความมืด…ที่ทำให้รู้สึกกลัว

ผนังและพื้นห้องเต็มไปด้วยรอยคราบเลือดแข็งกรังที่กลายเป็นสีสนิมตามกาลเวลา แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่า ทั้งหมดนี่จะเป็นเลือดของคนเพียงคนเดียวหรือสองคน จากสายตาฉินเย่คิดว่ารอยเลือดพวกนี้น่าจะมีอย่างน้อยสิบหรือ 20 คน!

โครงกระดูกสีขาวกระจัดกระจายไปทั่วทุกที่ บางชิ้นมีแม้กระทั่งเศษเนื้อติดอยู่ด้วย กระดูกบางส่วนถูกวางกองกันอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องเหมือนกับภูเขาลูกเล็ก ๆ ในขณะที่กระดูกชิ้นอื่น ๆ ยังคงอยู่บนร่างกายอย่างสมบูรณ์ ด้วยแสงสลัว ๆ และริบหรี่จากหลอดไฟ ห้องตรงหน้านี้ดูเหมือนกับรังของสัตว์ประหลาดไม่มีผิด

แต่ทั้งหมดนี้ก็เทียบไม่ได้เลยกับโลงศพสีดำสองโลงที่วางอยู่ข้าง ๆ หลี่เจียนคัง

ด้านหน้าของโลงศพทั้งสองมีของเซ่นวางอยู่ หนึ่งในโลงศพมีภาพถ่ายขาวดำของหญิงสาววัยกลางคนถูกวางไว้อยู่จุดกึ่งกลางระหว่างเทียนทั้งสองเล่ม ในขณะที่อีกโลงหนึ่ง…ดูเหมือนว่าจะถูกปิดอย่างเร่งรีบ อันที่จริง ฝาโลงยังไม่ได้ถูกปิดอย่างเรียบร้อยด้วยซ้ำ

มันเหมือนกับว่า…ใครบางคนเพิ่งหนีออกไปจากในนั้น

โลงศพโลงนี้เองก็มีเทียนสองเล่มตั้งอยู่ตรงหน้า รวมไปถึงจานผลไม้สดใหม่ ตลอดจน…ภาพถ่ายขาวดำของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง

ในภาพนั้น ชายหนุ่มกำลังยิ้มอย่างมีความสุข

“จัดวางได้ไม่เลวเลย” ฉินเย่ลากกระบี่ปีศาจของเขาไปตามพื้นขณะที่เดินตรงไปที่โลงศพอย่างช้า ๆ หลี่เจียนคังที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบวิ่งมายืนขวางอยู่ด้านหน้าของโลงอย่างบ้าคลั่ง “กะ แก…แกจะทำอะไร?!”

แต่ฉินเย่ก็ยังเตะร่างของอีกฝ่ายกระเด็นออกไปก่อนที่คนตรงหน้าจะเอ่ยจบ ร่างของหลี่เจียนคังกระแทกเข้ากับผนังราวกับลูกปืนใหญ่ ก่อนจะตกลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

“เจ้าคิดหรือว่าตัวเองจะสามารถหนีออกไปจากที่นี่ได้โดยที่ยังมีชีวิต?” ฉินเย่ไล่นิ้วไปตามกระบี่ปีศาจของตัวเอง

“ด้วยกฎของแดนมนุษย์ เจ้าอาจจะถูกตัดสินให้ถูกจำคุกตลอดชีวิต แต่ข้า…ตัดสินด้วยความตาย”

ด้วยลูกเตะอันทรงพลังของฉินเย่ก่อนหน้านี้ หมวก แว่นกันแดด และหน้ากากของหลี่เจียนคังได้หลุดออกจากใบหน้า เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่ผอมซูบ หากบอกว่าเขามีเพียงผิวหนังที่หุ้มกระดูกเท่านั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่พูดเกินจริง

ควบคู่กับริมฝีปากที่ซีดเซียวไร้สีเลือด สภาพของเขาในตอนนี้ดูเหมือนกับเขาเป็นปีศาจเจียงซือที่เพิ่งคลานขึ้นมาจากสุสาน

ฉินเย่ไล่นิ้วไปตามโลงศพ แต่แล้วจู่ ๆ หลี่เจียนคังก็คุกเข่าลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง เขายกมือทั้งสองปิดหน้าพร้อมกับเริ่มสะอื้นตัวโยน “อย่าเปิดมัน….ขอร้องล่ะ…”

แต่ฉินเย่ก็ไม่ได้สนใจอีกฝ่ายนัก เขาปฏิบัติต่อเสียงสะอื้นของอีกฝ่ายราวกับมันเป็นเพียงเสียงยุงที่น่ารำคาญเท่านั้น เขาหยิบรูปถ่ายขึ้นมา ปัดฝุ่นที่เกาะอยู่บนโลง จากนั้นก็เตะมันอย่างแรง

คลิก….ทันทีที่มุมทั้งสี่ของฝาโลงเคลื่อนอยู่ในตำแหน่งที่พอดีกับส่วนที่เหลือของโลง เสียงล็อกก็ดังขึ้น ฉินเย่ตบลงบนฝาโลงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย หลี่เจียนคังยังคงสะอื้นไห้และซุกหน้าลงกับแขนของตัวเอง ขณะที่ฉินเย่เดินไปหาและนั่งยอง ๆ พร้อมกับถามด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าคงสั่งทำมันขึ้นมาสินะ? แพงมากเลยใช่ไหม?”

หลี่เจียนคังเงยหน้าที่ซีดขาวของตัวเองและมองฉินเย่ด้วยแววตาที่ซับซ้อนทางอารมณ์ มันมีทั้งความสิ้นหวัง ความโล่งอก และความหวังในเวลาเดียวกัน เขาเอ่ยถามด้วยริมฝีปากที่สั่นระริก “คะ คุณ…คะ คือตัวอะไร?”

ทว่าทันใดนั้น หมัดอันทรงพลังพุ่งเข้าใส่หน้าของเขาก่อนที่เขาจะพูดจบ ชายวัยกลางคนล้มลงไปกับพื้นอีกครั้ง เส้นของความหวาดกลัวและตึงเครียดภายในจิตใจขาดผึง จนเขาเริ่มคร่ำครวญออกมาเสียงดัง

“ฮือออ…. อ๊ากกกกกกกก…”

ฉินเย่ปัดฝุ่นออกจากเครื่องแบบยมทูตของตนเอง พร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย “เจ้ารู้อะไรไหม…?”

“นอกจากหวังเฉิงห่าวแล้ว เจ้าเป็นมนุษย์เพียงอีกคนหนึ่งที่ได้เห็นข้าโกรธขนาดนี้”

“หากเจ้ายอมจำนนตั้งแต่แรก มันก็อาจจะยังพอบรรเทาผลที่จะตามมาได้สักเล็กน้อย แต่ช่างน่าเสียดายที่เจ้ากลับไม่ทำมัน เจ้ากลับเลือกที่จะก่ออาชญากรรมครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง และเลี้ยงสัตว์ประหลาดพวกนั้น” ฉินเย่ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาอีกฝ่าย

“ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าปัญหาทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นจากเจ้า จนกระทั่งข้าได้ไปพบกับตัวแทนจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เถิงหลง…หลี่เฉิง…เขาตายแล้วใช่หรือไม่?”

“หลังจากที่หลี่เฉิงฆ่าแม่ของเขา เจ้าก็คงจะฆ่าเขาด้วยความโมโหสินะ?”

หลี่เจียนคังนอนอยู่บนพื้น หลับตาลงด้วยความเจ็บปวด เขารู้สึกว่าเรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างของตัวเองกำลังจะหายไปในอีกไม่กี่วินาทีนี้ ริมฝีปากของเขาสั่นเทาเล็กน้อย แต่ชายวัยกลางคนก็ยังไม่ยอมพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

ฉินเย่ยืนอยู่ข้าง ๆ และเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ “เจ้าฆ่าเขาสินะ? พลั้งมือฆ่าเพราะความโกรธอย่างนั้นหรือ? หรือว่าเจ้า…จงใจกันแน่?”

เด็กหนุ่มหันไปมองเทียนที่ถูกจุดอยู่และภาพถ่ายขาวดำที่อยู่บนโลงก่อนจะถอนหายใจออกมา “คงไม่ได้ตั้งใจสินะ….”

“มนุษย์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนและยากที่จะเข้าใจอย่างแท้จริง” เสียงอาร์ทิสเอ่ยขึ้น

“ผะ ผมรักเขา” วินาทีนั้นเอง แม้ว่าหลี่เจียนคังจะยังนอนอยู่บนพื้นราวกับสุนัข เขาพึมพำออกมาว่า “ผะ ผมแค่…คะ แค่….อยากให้เขากลับตัว….อยากให้เขาเข้าใจ…”

“เพราะอย่างไรแล้ว…ครอบครัวเราก็เหลือกันอยู่แค่สองคนเท่านั้น…”

“ตอนนั้นผมอารมณ์เสียมากเกินไป…ผมบีบคอเขาแล้วถามว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้…เขาไม่คิดเลยเหรอว่าเธอเป็นแม่ของเขา? แต่กว่าผมจะรู้ตัวว่าเขาไม่หายใจอีกต่อไป…มันก็สายเกินไปแล้ว…”

ฉินเย่แค่นหัวเราะอย่างดูถูก “ข้าอาจจะสามารถเห็นใจกับชะตากรรมของเจ้าได้หากมันไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นหลังจากนั้น แต่…เจ้าช่วยอธิบายสิ่งที่ตัวเองทำลงไปหลังจากนั้นให้ข้าฟังทีจะได้หรือไม่?”

หลี่เจียงคังสะอื้นไห้อย่าเศร้าโศก แต่เขาก็ไม่สามารถหาคำใดมาพูดได้

“เจ้าไม่เต็มใจจะพูดเรื่องนั้นอย่างนั้นหรือ? หรือว่าเจ้ากำลังละอายใจเกินกว่าที่จะพูดมันออกมา? หรือว่าในที่สุดก็ค้นพบว่ามีสิ่งที่เรียกว่า ‘ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี’ อยู่ในตัว?” ฉินเย่เอ่ยอย่างเย้ยหยัน

“เจ้า…น่ากลัวว่าภูตผีที่ข้าเคยพบเจอมาเสียอีก”

กึกกึก!! ทันใดนั้นเอง โลงศพทั้งสองโลงก็สั่นไหวอย่างรุนแรง จากนั้น…เสียงเคาะฝาโลงรัว ๆ ก็ตามมา!

ก๊อก ก๊อก ก๊อก… ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!

และตามมาด้วยเสียงแหบพร่าที่น่ากลัวดังขึ้น “เลือด…เนื้อ…”

“พ่อ… ผมหิวอีกแล้ว…”

ครืดดด….หลังจากเสียงเคาะก็มีเสียงที่คล้ายกับเสียงข่วนของแมวดังตามมาติด ๆ ราวกับว่าใครบางคนกำลังข่วนที่ฝาโลงศพจากด้านในไม่มีผิด

เปลวไฟจากเทียนวูบไหวไปมาอย่างรุนแรง ฉินเย่จำพึมพำเบา ๆ ว่า “ที่นี่เจ้ายังกล้าไม่พูดถึงมันอีกหรือไม่? ทำไมไม่ให้ข้าเตือนความจำของเจ้าดูล่ะ…”

“การเลี้ยงศพ” เขามองไปยังโลงศพด้วยสายตารังเกียจขณะที่เอ่ยต่อ “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาจากที่ใด แต่เจ้าก็ได้เก็บดวงวิญญาณของอดีตภรรยาและลูกชายของตัวเองเอาไว้…และเริ่มเลี้ยงดูพวกเขาในฐานะของซากศพ”

“ข้าเข้าใจแล้วว่าเหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าผิวของเจ้านั้นซีดขาวอย่างผิดปกติตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ภาวะการขาดเลือดอย่างรุนแรงสินะ? ไม่สิ…ในที่สุดข้าก็เข้าใจ…มันคงเป็นเพราะว่าเจ้าเลี้ยงศพพวกนี้ให้เป็นปีศาจเจียงซือด้วยเลือดเนื้อของตัวเอง”

เขาเปิดแขนเสื้อของหลี่เจียนคังออก อีกฝ่ายดิ้นรนเล็กน้อย แต่ก็ต้องยอมแพ้ไปทันทีที่ตระหนักได้ว่ามันไร้ประโยชน์

ข้อมือของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลที่มีทั้งลึกและตื้นอยู่บนนั้น

ฉินเย่ส่ายศีรษะ “ไม่…นั่นก็ไม่ใช่เหมือนกัน ที่นี่คงจะเป็นห้องเก็บของที่ใหญ่ที่สุดของเจ้าด้วยสินะ? เจ้าให้อาหารให้ศพพวกนี้ด้วยปลาสด ๆ ตอนแรกใช่หรือไม่? ดูจากจำนวนก้างปลาที่เกลื่อนไปทั่วพื้นนี่…แต่ไม่นานเจ้าก็พบว่าพวกมันไม่ชอบเนื้อปลาเลยสักนิด พวกมันต้องการเพียงเลือดและเนื้อของมนุษย์เท่านั้น ข้าพูดถูกหรือไม่?”

“หลังจากนั้นไม่นานเจ้าก็ตระหนักได้ว่าวิธีของตัวเองนั้นไม่ยั่งยืน และจำเป็นจะต้องหาแหล่งเลือดและเนื้อที่มากกว่านี้ แล้วเจ้าทำอย่างไร? เจ้าก็คิดหาวิธีขึ้นมาวิธีหนึ่ง”

ฉินเย่มองหลี่เจียนคัง แต่ชายในวัย 40 ปีหลบตาราวกับกลัวว่าฉินเย่จะสามารถมองลึกเข้าไปในส่วนลึกและมืดที่สุดในจิตใจของตัวเองได้ ฉินเย่จับเข้าที่กรามของอีกฝ่ายแน่นและบังคับให้สบตากับตน

แววตาของหลี่เจียนคังไหววูบอย่างไม่สามารถควบคุมได้

เขาไม่กล้า เขาไม่อยากมอง และเขาก็ไม่เต็มใจที่จะมองด้วย

บาปที่เขาได้กระทำลงไปนั้นมากมายเกินไป มือทั้งสองข้างของเขาเปื้อนเลือดไปแล้ว และเขาก็มาไกลเกินกว่าที่จะย้อนกลับแล้วเช่นกัน

“เจ้าเล่าเรื่องของตัวเองให้กับคนอื่น ๆ ฟัง…และเริ่มหาเหยื่อเหล่านั้นเข้ามาในรังนี้ภายใต้ข้ออ้างในการกำจัดปีศาจและปัดเป่าภูตผี บางทีตอนแรกเจ้าอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปีศาจเจียงซือนั้นกินแต่เนื้อและเลือดของมนุษย์ แต่ถึงอย่างนั้น…เมื่อเหยื่อที่เป็นมนุษย์คนแรกมาถึง เจ้ากลับมองดูเขาถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ โดยภรรยาและลูกชายของเจ้าเอง!!”

“นี่ไม่ใช่ห้องเก็บของของเจ้าอีกต่อไป แต่มันคือโรงเชือด! เจ้าเป็นมนุษย์แต่กลับกระทำตนเยี่ยงผีสาง”

เปลือกตาของหลี่เจียนคังสั่นระริกอย่างไม่สามารถควบคุมได้ แต่เขายังคงเงียบสนิท

ฉินเย่ลากอีกฝ่ายไปยังมุมหนึ่งราวกับเศษผ้าขี้ริ้วและตะคอกเสียงเย็น “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเดาเรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างไร?”

“ตั้งแต่ที่ข้าออกไปจากบ้านของเจ้าในครั้งนั้น ข้าก็สงสัยมาตลอดว่าเหตุใดเจ้าถึงกลัวสิ่งเหล่านี้”

“และมันก็เป็นตอนนั้นเองที่ข้าบังเอิญเจอกับตัวแทนของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เถิงหลง ข้าถึงเข้าใจว่าเจ้าจงใจหลอกล่อผู้คนให้เข้ามายังเขตไล่ล่าแห่งนี้ เหยื่อทุกคนของเจ้าล้วนถูกรายงานว่าหายตัวไป นั่นทำให้ข้าตระหนักได้ว่าลึกลงไปในใจของข้า ข้าถามตัวเองมาตลอดว่าเจ้ากำลังขอความช่วยเหลือ หรือแค่กำลังหา…อาหารอยู่กันแน่?”

เสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ จากบริเวณไหล่ของฉินเย่ “เจ้าใจร้ายยิ่ง”

“เจ้ากรีดหัวใจของเขาช้า ๆ แม้ว่าเจ้าจะไม่ฆ่าเขาในตอนนี้ แต่เขาก็ต้องฆ่าตัวตายในภายหลังเป็นแน่” อาร์ทิสเอ่ย

“เขารักครอบครัวของตัวเอง เขาทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเลี้ยงภรรยาและลูกชายของตัวเอง ถึงขั้นยอมทิ้งทุกสิ่งในเวลาต่อมา และเริ่มธุรกิจขายปลาเพียงเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้กับลูกชายของตัวเอง ลูกชายคือทุกสิ่งทุกอย่างของเขา แต่การมีชีวิตอยู่มันเหนื่อยเกินไปสำหรับเขา”

“และนั่นก็คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจที่จะหลอกล่อเหยื่อที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เข้ามายังใจกลางของเขตไล่ล่าเมื่อเขาพบว่าตัวเองต้องการเลือดและเนื้อสด ๆ มากกว่านั้นอย่างนั้นหรือ? ผู้คนมากกว่า 30 ชีวิตต่างต้องตาย…เพียงเพื่อที่จะเป็นอาหารให้กับครอบครัวของเขาอย่างนั้นหรือ? มันต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน? แปดเดือน? หรือครึ่งปี?”

“เขาตัดสินใจที่จะไม่ให้ความร่วมมือกับหน่วยสอบสวนพิเศษ นั่นก็เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่จะสามารถเปิดโปงความจริงของเรื่องนี้ได้ มันเพราะเหตุใดกันล่ะ?”

“เพราะว่าเขากลัวอย่างไรล่ะ เขารู้จักภรรยาและลูกชายของตัวเองดีเกินไป ต่อให้ทั้งคู่จะเป็นเจียงซือก็ตาม ข้าว่าตอนที่หน่วยสอบสวนพิเศษมาถึงที่นี่ ภรรยาและลูกชายของเขาคงจะหายใจถี่ขึ้น หรืออาจจะมีปฏิกิริยาที่ไม่ปกติ มันจึงทำให้เขาพบว่าแขกเหล่านี้มีเจตนาที่ไม่ดีต่อครอบครัวของตัวเอง นั่นคงจะเป็นเห็นผลที่ทำให้เขาไม่เคยจ้างหน่วยสอบสวนพิเศษเลย”

ภายในห้องถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ

เขาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ หลี่เจียนคังนอนอยู่บนพื้นโดยยกมือทั้งสองข้างปิดหน้า หลายวินาทีต่อมา เสียงสำลักอากาศก็ดังขึ้นตัดผ่านความมืดและความเงียบสงัด

เพียงเวลาไม่นาน เสียงสำลักก็เปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นไห้ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นโหยหวนพร้อมกับน้ำมูกและน้ำตาที่ไหลออกมา

“อ๊ากกกก…..” ชายวัยกลางคนร้องออกมาอย่างปวดร้าว หลี่เจียนคังยกมือกุมหัวของตัวเองและกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง “ฮืออออ ฮึก ฮืออออ……”

หลังจากร้องไห้อยู่อย่างนั้นเป็นเวลาสามนาทีเต็ม เขาก็หันไปหากองกระดูกสีขาวที่พื้นและโค้งคำนับโดยเอาหน้าผากแตะพื้น “ขะ ขอ…ขอโทษ…ขอโทษจริง ๆ!!!!”

“ขอโทษ… ผมขอโทษ ผมขอโทษ! ขอโทษ….ฮือออออ ฮือออออ!”

การกระทำของเด็กหนุ่มได้กรีดแทงหัวใจของเขาอย่างแท้จริง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขายังทุกข์ไม่พออย่างนั้นหรือ?

สิ่งนี้กระชากเหตุผลของเขาและทำให้หลี่เจียนคังเสียสติ แต่ในวินาทีแห่งความบ้าคลั่งนั้น มันกลับทำให้เขารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

“ใครอนุญาตให้เจ้ารู้สึกโล่งใจ?” ฉินเย่มองชายวัยกลางคนที่ยังคงโค้งคำนับโครงกระดูกตรงหน้าและกัดฟันกรอด “อย่างที่ข้าเคยพูดไปก่อนหน้านี้ ถ้าแดนมนุษย์ไม่สามารถมอบความยุติธรรมให้กับเรื่องนี้ได้ ข้าจะเป็นผู้ตัดสินเอง!”

“สิ่งที่ข้าต้องการจะพูดก็คือชีวิตของคน 30 ชีวิต…เจ้าหลอกล่อให้พวกเขาเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ เพียงเพื่อเป็นอาหารของปีศาจในโลง เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้มีวิญญาณมากกว่า 30 ตนอยู่ที่นี่ และพวกเขาต้องก็กำลังจ้องมองทุกการกระทำของเจ้าอยู่? ความดีและความชั่วจะต้องได้รับการตอบแทนอย่างสาสม นี่คือเจตจำนงของสวรรค์ ลองถามตัวเองดูว่าเจ้ามีสิทธิ์อะไรมารู้สึกโล่งใจในการกระทำของตัวเอง?”

ฉินเย่มองเห็นพวกเขา

เขามองเห็นคนเหล่านั้นได้ชัดเจนอย่างไม่น่าเชื่อ

ร่างวิญญาณมากกว่า 30 ร่างลอยอยู่เหนือกองกระดูกสีขาวพวกนั้น มีทั้งนักพรต พระภิกษุสงฆ์ แม่ชี ร่างทรง และยังมีแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ขั้นยมเทพสี่ตนจากหน่วยสอบสวนพิเศษด้วย วิญญาณทุกดวงจ้องมองหลี่เจียนคังก้มหน้าคำนับพวกตนด้วยใบหน้าเย็นชา

เป็นสีหน้าที่ไร้ซึ่งความปรานีใด ๆ อีกต่อไป

เมื่อฉินเย่กวาดสายตาไปยังวิญญาณเหล่านั้น ที่กำลังมองกลับมาที่เขาเช่นกัน จากนั้น วิญญาณทั้งหมดโค้งคำนับเขาอย่างเคารพ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 116 กฎของยมโลก (3)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved