cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 114 กฎของยมโลก (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 114 กฎของยมโลก (1)
Prev
Next

บทที่ 114: กฎของยมโลก (1)

สิบนาทีต่อมา ทั้งสองก็นั่งอยู่ในบาร์แห่งหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แน่นอนว่ามีกุ้งหม่าล่าเครฟิช [1] ที่โด่งดังตั้งอยู่ด้วย

ตัวร้านตั้งอยู่ไม่ห่างจากถนนเทียนซีที่ 4 มากนัก อันที่จริงมันห่างไปเพียงหนึ่งถนนเท่านั้น แต่ความแตกต่างระหว่างถนนทั้งสองสายนั้นมีมากราวกับกลางวันและกลางคืน ถนนเทียนซีที่ 4 นั้นเป็นย่านมืด ๆ สลัว ๆ ในขณะที่ถนนสายถัดไปนั้นส่องสว่าง เต็มไปด้วยเสียงเพลงและผู้คน แม้ว่าจะเป็นเวลากลางคืนแล้วก็ตาม

ร้านที่ซุนคังเหลียงพามานั้นตั้งอยู่ในทำเลที่ดีพอสมควร แม้ว่าเวลาจะเป็นเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว แต่ก็ยังเต็มไปด้วยลูกค้ามากมาย ตัวร้านเองก็ถูกตกแต่งค่อนข้างดี หน้ากากงิ้วเสฉวนจำนวนมากถูกติดไว้บนผนัง ในขณะนี้ ฉินเย่และซุนคังเหลียงมีหม้อไฟหม้อหนึ่งตั้งอยู่ตรงหน้า กุ้งตัวสีแดงลอยอยู่ในจานที่ถูกโรยด้วยต้นหอม พริก และเครื่องเทศหลายชนิด ส่งกลิ่นหอมเชื้อเชิญน่ารับประทานเป็นอย่างมาก

ภายในห้องอาหารส่วนตัวที่แสนหรูหราแห่งนี้มีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น แต่กลับไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

ในตอนนี้ฉินเย่ไม่ได้รู้สึกอย่างทานอะไรทั้งนั้น เขาหมุนถ้วยน้ำชาในมือตัวเองอย่างเหม่อ ๆ ในขณะเดียวกัน ซุนคังเหลียงเองก็กำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ในใจเช่นกัน ตั้งแต่ที่ฉินเย่ปรากฏตัวขึ้น เขาลอบสังเกตเด็กหนุ่มตรงหน้ามาตลอด

อีกฝ่ายดูน่าจะอายุไม่ถึง 20 ด้วยซ้ำ

แต่กลับมีความอดทนมากถึงเพียงนี้ หากพูดกันตามตรง แววตาของฉินเย่ดูลึกล้ำอย่างน่าประหลาด…

ชายวัยกลางคนค่อนข้างประหลาดใจกับความคิดที่ผุดขึ้นมาภายในหัวของตน แต่เมื่อได้สังเกตอย่างใกล้ชิด เขาก็ยืนยันข้อสงสัยก่อนหน้านี้ของตัวเอง

ใช่แล้ว มันลึกล้ำจริง ๆ

แม้ว่าภายนอกฉินเย่จะดูเหมือนเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งทั่วไป เขาไม่ได้แกล้งพยายามทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ แต่เขากลับให้ความรู้สึกเหมือนคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากมายนับไม่ถ้วน ทั้งสีหน้าและการกระทำของเขานั้นล้วนออกมาจากใจจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงหัวเราะหรือความรู้สึกโกรธเกลียด สิ่งเหล่านั้นถูกเผยออกมาผ่านใบหน้าของเขาทั้งหมด มันแทบจะเหมือนกับว่า….

เขาคือศูนย์รวมของความจริงใจ?

ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมทั้งคู่ ในหัวเขาพยายามคิดหาวิธีว่าจะขอร้องเด็กหนุ่มตรงหน้านี้อย่างไร แต่แล้วเขาก็ต้องล้มเลิกความคิดทั้งหมด สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะใช้วิธีเรียบง่ายและจริงใจที่สุดแทน

“พวกเราจับตาดูภาพจากกล้องวงจรปิดในร้านกาแฟหมายเลข 4 มาเป็นเวลาสักพักแล้วครับ” รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป พร้อมกับยื่นซองบุหรี่ให้กับฉินเย่ แม้เขาไม่ใช่คนสูบบุหรี่จัด แต่มันก็ยังติดเป็นนิสัยที่ต้องมีซองบุหรี่อยู่ติดตัวอยู่ตลอดเวลา

ฉินเย่เพียงพยักหน้าเบา ๆ เป็นการตอบรับ

“ผมรู้ถึงการมาถึงของคุณตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว หลังจากที่ได้ฟังบทสนทนาระหว่างคุณและหลี่เจียนคัง ผมก็ไปรอคุณอยู่ที่หน้าถนนทันที แต่ต้องขอโทษด้วยที่ผมไม่มีความกล้าเพียงพอที่จะก้าวเข้าไปเหยียบถนนเส้นนั้น ไม่ทราบว่าผมควรจะเรียกคุณว่าอย่างไรดี?”

“ฉิน” ฉินเย่เอ่ยนิ่ง ๆ “แต่ก่อนที่คุณจะถามคำถามมากมายของคุณ ผมเองก็มีคำถามเช่นกัน”

“เชิญครับ”

ฉินเย่ยังคงเล่นกับถ้วยน้ำชาของตัวเอง “คุณรู้เรื่องของหน่วยสอบสวนพิเศษได้อย่างไร? แล้วคุณรู้ข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขามากแค่ไหน? และใครเป็นคนบอกเรื่องนี้กับคุณ?”

ซุนคังเหลียงฉีกยิ้มอย่างเป็นมิตร “คุณฉินครับ กำแพงมีหู ประตูมีช่อง มันย่อมมีคนที่รู้เรื่องมากกว่าคนอื่น ๆ อยู่เสมอ”

“และบังเอิญว่าท่านประธานของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เถิงหลงก็ได้อันดับที่ 349 ของผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดินจีน 500 อันดับแรก เขาคือผู้ที่เอ่ยเตือนทุกคนในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารทุกคนว่าควรให้ความเคารพกับคนของหน่วยสอบสวนพิเศษ ไม่ว่าพวกคุณจะอายุเท่าไหร่หรือเพศอะไร หรือต่อให้คุณจะเป็นเด็กอายุสิบขวบก็ตาม”

ฉินเย่จ้องมองภาพสะท้อนของตัวเองในถ้วยชา

นี่เป็นเรื่องของผลประโยชน์อย่างไม่ต้องสงสัย

จุดประสงค์หลักของเขาในการมาที่เมืองไดซานนั้นไม่ใช่เพื่อรักษาตำแหน่งอาจารย์ดีเด่น แต่…มันคือเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับบริษัทนายทุนรับเหมาก่อสร้าง!!

คำถามเมื่อครู่นี้ของฉินเย่อาจจะดูเหมือนไม่มีจุดหมาย แต่ความจริงของเรื่องนี้ก็คือเขากำลังตรวจสอบถึงตำแหน่งของอีกฝ่าย ชื่อและตำแหน่งของซุนคังเหลียงไม่ได้แสดงถึงความสำคัญของเจ้าตัวมากนัก ผู้จัดการแผนกในบริษัทขนาดเล็กอาจจะเป็นใครก็ได้ ในขณะที่หัวหน้าแผนกในบริษัทใหญ่ ๆ นั้นจะต้องถูกแต่งตั้งด้วยตัวของผู้เป็นประธานบริษัทเอง [2] ในเรื่องนี้ คำตอบของซุนคังเหลียงนั้นเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างมาก เนื่องจากมันตอบคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจของเขาได้อย่างดี

ตอนนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าคนตรงหน้านี้เองก็น่าจะเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เถิงหลงด้วยเช่นกัน

ตำแหน่งของอีกฝ่ายไม่ได้ต่ำหรือสูงเกินไป และมันก็เพียงพอแล้วต่อจุดประสงค์ของเขา

การเลือกทำงานกับคนที่มีความสำคัญมาก แต่ก็ง่ายต่อการดึงดูดความสนใจของผู้คนด้วยเช่นกัน ฉินเย่ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแข่งขันของพวกนายทุน

แต่บางครั้งหากพวกเขาสองคนมีผลประโยชน์ต่อกันทั้งสองฝ่าย นั่นก็ไม่เป็นปัญหาหากเขาจะลองร่วมมือด้วย และจากประสบการณ์หลายปีของฉินเย่บอกว่า รายละเอียดสำคัญต่าง ๆ จะหลุดออกมาก็ตอนที่อีกฝ่ายต้องการให้เขาอะไรบางอย่าง

เพราะ…ฉินเย่ยังต้องการรู้ด้วยว่าบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เถิงหลงนั้น เกี่ยวข้องกับถนนเทียนซีที่ 4 อย่างไร

“คุณต้องการที่จะรื้อถอนถนนเทียนซีที่ 4 อย่างนั้นเหรอ” แม้ว่าฉินเย่จะอยู่ในสภาวะอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก แต่เขาก็พยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อที่จะปลุกวิญญาณของตัวเองขึ้นมา “ผมเห็นแผนการจัดการแล้ว พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 25 ตารางกิโลเมตร นับว่าเป็นโครงการที่ใหญ่พอสมควร และเรื่องของหลี่เจียนคังก็เป็นอุปสรรคเพียงอย่างเดียวที่ขัดขวางการรื้อถอนของพวกคุณสินะ?”

ซุนคังเหลียงได้เตรียมตัวที่จะเปิดเผยทุกอย่างให้กับฉินเย่ได้รู้อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ชายวัยกลางคนก็ยังผงะไปกับคำถามที่ตรงไปตรงมาของอีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม สัญชาตอันเฉียบคมของเขาก็บอกเขาว่า อย่าพูดจาอ้อมค้อมกับคนตรงหน้าเป็นอันขาด แม้ว่าวิธีอื่นจะทำให้เขามีโอกาสต่อรองมากกว่า ซึ่งแบบนั้นต้องไม่ใช่ตอนที่ฉินเย่กำลังอารมณ์ไม่ดีแบบนี้

“ใช่ครับ…คุณฉิน พวกเราจะสามารถดำเนินงานรื้อถอนต่อได้ก็ต่อเมื่อหลี่เจียนคังย้ายออกไปแล้ว แต่นั่นยังไม่นับว่าเป็นปัญหาเสียทีเดียว ปัญหาที่แท้จริงนั้นอยู่ที่เรื่องอื่น”

“คุณอาจจะไม่รู้เรื่องนี้ แต่ทุกครั้งที่เราจะดำเนินงานรื้อถอน เราจะต้องสร้างถิ่นฐานใหม่ให้กับผู้ที่อยู่ในบริเวณที่ถูกรื้อถอนเสียก่อน มันคือการตั้งถิ่นฐานใหม่ในถิ่นฐานเดิม แต่…หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นกับหลี่เจียนคัง คุณคิดว่าคนอื่น ๆ จะยอมเป็นเพื่อนบ้านกับเขาอีกหรือครับ?”

“ผู้คนต่างก็หวาดกลัวกับสิ่งที่อยู่ภายในบ้านของเขาเป็นอย่างมาก พวกเขาต่างกลัวว่าวันใดวันหนึ่งหลี่เฉิงจะกลับมาบ้าน และพวกเขาไม่สามารถนึกภาพของตัวเองว่าจะสามารถเป็นเพื่อนบ้าน กับคนที่อาจซ่อนตัวลูกชายผู้ซึ่งเป็นฆาตกรเอาไว้ได้ ผู้คนที่ยังอาศัยอยู่บนถนนเทียนซีที่ 4 ล้วนเป็นเพื่อนบ้านของหลี่เจียนคังทั้งนั้น ตามแผนการของเรา พวกเขายังคงต้องเป็นเพื่อนบ้านของหลี่เจียนคังในที่อยู่ใหม่ที่จัดให้ แต่พวกเขาเกือบทุกคนได้ยืนเงื่อนไขในการย้ายถิ่นฐานกับเราว่า พวกเขาไม่ต้องการที่จะอยู่ใกล้หลี่เจียนคังอีกแล้ว”

ฉินเย่พยักหน้าเบา ๆ บ่งบอกว่าเขาเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงถามว่า “แสดงว่าพวกเขาต้องการให้หลี่เจียนคังย้ายออกก่อนถึงจะยอมตอบตกลงอย่างนั้นเหรอ?”

“ใช่ครับ…” ซุนคังเหลียงหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “ตราบใดที่หลี่เจียนคังยังคงไม่ย้ายออกไป เพื่อนบ้านของเขาทุกคนก็จะไม่ยอมตอบตกลง ในขณะเดียวกัน เงื่อนไขที่หลี่เจียนคังยื่นต่อบริษัทของเราก็คือหากเราสามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวของเขาได้ เขาก็ยินดีที่จะรับค่าชดเชยและย้ายไปอยู่ที่อื่นเอง แต่ถ้าเราไม่สามารถทำได้ เขาก็ยืนยันว่าตัวเองจะไม่ยอมย้ายไปไหนจนกว่าตัวเองจะตาย”

ฉินเย่ขมวดคิ้วยุ่ง

มีบางอย่างผิดปกติ?

ตอนที่เขาพูดเมื่อครู่นี้ เรารู้สึกเหมือนกับมีความคิดบางอย่างแวบเข้ามาในหัว แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็ว

ซุนคังเหลียงเอ่ยต่อ “พวกเราได้ทำการรื้อถอนและพัฒนาพื้นที่ทั่วทั้งแผ่นดินจีน และเราก็รู้ดีว่าคนพวกนี้ไม่ได้เห็นแก่เงิน แต่เราก็ไม่มีวิธีที่จะช่วยเหลือเขาในเรื่องนี้จริง ๆ ครับ!”

“พระสงฆ์แปดในสิบรูป นักพรตเต๋าและผู้ฝึกตนจำนวนมากที่เราได้จ้างมาต่างเป็นพวกนักต้มตุ๋นทั้งสิ้น! ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าหลี่เจียนคังกำลังคิดอะไรอยู่ นักต้มตุ๋นพวกนี้ไม่มีค่าพอที่จะจ้างมาเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังทำ…เอ่อ คุณฉินครับ?”

จู่ ๆ ฉินเย่ก็ลุกขึ้น

เขารู้แล้ว…

ความคิดก่อนหน้านี้ที่แวบเข้ามาในหัว…เขาเข้าใจแล้ว!

“คุณลองพูดมันอีกทีสิ” ฉินเย่กระแทกโต๊ะด้วยฝ่ามือทั้งของข้างเสียงดัง แล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซุนคังเหลียง “ช่วยพูดสิ่งที่คุณเพิ่งพูดออกมาอีกครั้งที”

ชายวัยกลางคนกะพริบตาปริบ ท่าทางของฉินเย่ทำให้หัวใจที่สิ้นหวังของเขาถูกเติมเต็มด้วยความหวังอีกครั้ง

บางที…

เด็กหนุ่มที่ดูประหลาดคนนี้…อาจจะมีทางแก้ปัญหานี้ได้?

เขาจัดระเบียบความคิดของตัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่อธิบายทุกอย่างด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม “พวกเราได้ทำการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก บางคนก็เรียกตัวเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญซึ่งอาศัยอยู่ที่ถนนแห่งผู้ล่วงลับ บางคนก็เรียกตัวเองว่าเทพธิดาหรือร่างอวตารของเทพเจ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย เรามักจะเชิญพวกเขามาเพื่อทำการอวยพรให้โครงการของเราประสบความสำเร็จในทุก ๆ ครั้งที่เปิดการก่อสร้างใหม่ ดังนั้นผมจึงเห็นคนพวกนี้มามากพอสมควร ซึ่งผมขอบอกตามตรงว่าผมหมดความเชื่อถือต่อคนพวกนี้แล้ว”

“แต่หลี่เจียนคังกลับไม่ปฏิเสธคนพวกนี้เลยแม้แต่คนเดียว ขอแค่พวกเขารับงานนั้น เขาก็พร้อมที่จะอ้าแขนรับ โดยที่เขาแทบจะไม่ปริปากพูดเกี่ยวกับเหตุการณ์ประหลาดนั้นเลย….อ้อ! แต่มีครั้งหนึ่งครับ ผมได้ยินมาว่าหน่วยสอบสวนพิเศษได้ส่งคนมาที่นี่ และนั่นก็ทำให้ผมยอมเข้ามาที่ถนนเทียนซีที่ 4 อย่างตื่นเต้นเป็นครั้งแรก แต่น่าเสียดายที่หลี่เจียงคังปฏิเสธความช่วยเหลือของพวกเขา”

ฉินเย่ยกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย “เหตุผลล่ะ?”

ซุนคังเหลียงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ตอนนั้น ผมคิดว่าเขาพูดประมาณว่า…พวกเขามีหลักฐานยืนยันตัวตนไม่พอ เขาเลยไม่เชื่อใจพวกเขา”

เพียงแค่นั้น…

ในที่สุดชิ้นส่วนของปริศนาก็เริ่มรวมเข้าด้วยกัน เด็กหนุ่มหมุนตัวและเตรียมจะเดินไปที่ทางออกทันที “เตรียมค่าจ้างไว้ให้เรียบร้อย แล้วพรุ่งนี้เช้า เรื่องทุกอย่างจะจบลง”

“คุณพูดจริงเหรอครับ?!” ซุนคังเหลียงลุกพรวดและสูดหายใจเข้าลึก ๆ ดวงตาของเขาลุกโชนราวกับอยู่ในกองไฟ “หากคุณสามารถจบเรื่องบ้า ๆ พวกนี้ได้…ทางเราจะต้องตอบแทนคุณด้วยตัวเลขที่น่าพอใจแน่นอนครับ!”

ปัง… บานประตูปิดลง

ฉินเย่ยืนอยู่ด้านนอกของตัวอาคาร สางนิ้วมือไปตามเส้นผม ขณะที่ประกายของจิตสังหารปรากฏขึ้นในส่วนลึกของแววตา

“เรื่องทั้งหมดเป็นอย่างนี้นี่เอง… อย่างนี้นี่เอง…”

“พวกเจ้า…กล้ามากจริง ๆ ที่มาท้าทายอำนาจยมทูตของข้า….”

“ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้…ก็จงอย่าโทษข้าที่จะเก็บเกี่ยววิญญาณของเจ้าก็แล้วกัน!”

เขาไม่คิดจะปกปิดตัวตนของตัวเองอีกต่อไป สิบนาทีต่อมา เด็กหนุ่มปรากฏตัวขึ้นที่หน้าบ้านของหลี่เจียนคังอีกครั้ง

ประตูบ้านถูกเปิดออกเบา ๆ และถูกปิดลง ฉินเย่กวาดสายตามองดูความมืดที่อยู่โดยรอบ จากนั้นจึงพูดออกมาเสียงดัง “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังมองดูข้าอยู่จากที่ไหนสักแห่ง”

“ข้าให้เวลาเจ้าห้าวินาทียอมจำนนซะ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องเสียใจ หากข้าหาเจ้าเจอด้วยตัวของข้าเอง”

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ

“ห้า…สี่ สาม สอง หนึ่ง….ดี” ทันทีที่ฉินเย่นับถอยหลังเสร็จ พลังหยินจำนวนมากก็ระเบิดออกมาจากร่าง เขาเปลี่ยนเป็นร่างยมทูตอย่างรวดเร็ว ภาพของเขาในเวลานี้ราวกับวิญญาณที่ผุขึ้นมาจากขุมนรก

ผมสีขาวของเขาปลิวไหวไม่เป็นทรง เสื้อคลุมสีดำที่กระพืออย่างรุนแรง ใบมีดขาวซีดของกระบี่ปีศาจมีความยาวเป็นครึ่งหนึ่งของส่วนสูงของเขา ฉินเย่ชักกระบี่ออกมาจากฝักและกระแทกบริเวณปลายของมันลงกับพื้นอย่างแรง ส่งผลให้เกิดรอยแยกแพร่กระจายไปทั่วราวกับใยแมงมุม

กลุ่มก้อนพลังหยินสีดำบริสุทธิ์หลั่งไหลออกมาจากแขนเสื้อและรูทวารทั้งเจ็ด ราวกับว่าพวกมันคืองูที่เลื้อยไปมาอย่างน่ากลัว ยมทูตมาถึงแล้ว วิญญาณทุกตนก็ต้องก้มหัวถอยไป เสียงกรีดร้องด้วยความกลัวดังขึ้นในความมืดก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย

“อาร์ตี้ เจ้าสามารถเปลี่ยนดวงตาของข้าให้เห็นเพียงมนุษย์ได้หรือไม่?” ฉินเอ่ยขึ้นขณะที่กวาดสายตาไปรอบ ๆ อย่างใจเย็น

“ง่ายมาก” นกกระเรียนกระดาษบินมาอยู่ด้านหน้าของเขาและหมุนตัว “เรียบร้อย”

ในสิบนาทีต่อมา รูม่านตาของฉินก็เปลี่ยนจากสีขาวซีดเป็นสีแดงเข้ม เขามองรอบ ๆ อีกครั้ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ “เป็นอย่างที่คิด…”

“เขาไม่ยอมแพ้จนถึงที่สุดจริง ๆ นะ…” ฉินเย่กระชับมือที่จับด้ามกระบี่ของตนแน่นก่อนจะแทงมันลงไปบนพื้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี “หลี่เจียนคัง!”

ตู้ม!!!

บริเวณพื้นที่เด็กหนุ่มยืนอยู่แตกออก เผยให้เห็นโครงสร้างแข็งแรงที่อยู่ข้างใต้อีกที

ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่สองคนจากหน่วยสอบสวนพิเศษประจำเมืองไดซานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังอยู่ต่างก็เบิกตากว้างอย่างตกตะลึง

“ช่างทรงพลังจริง ๆ….” หนึ่งในนั้นอ้าปากค้างพร้อมกับดวงตาที่เป็นประกายวาววาบ “นั่นไง…เขาลงมือแล้ว! ในที่สุดเขาก็ลงมือแล้ว!”

นี่คือสิ่งเดียวที่พวกเขาสามารถมองเห็นในตอนนี้ คลื่นพลังปราณขั้นนักล่าวิญญาณที่ทรงพลังกระเพื่อมไหวราวกับเกลียวคลื่นขนาดใหญ่ที่แพร่กระจายออกไปในรัศมีร้อยเมตรรอบ ๆ บ้านของหลี่เจียนคัง ส่งผลให้ต้นไม้โดยรอบโอนเอนไปมาอย่างบ้าคลั่ง!

“ขะ เขา…เขาเจออะไรบางอย่างแล้วเหรอ? หรือว่าเขาไขปริศนาที่อยู่เบื้องหลังเขตไล่ล่าแห่งนี้ได้แล้ว?” เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งจ้องไปที่บ้านของหลี่เจียนคังตาไม่กะพริบขณะที่เอ่ยออกมาอย่างตื่นตระหนก

“นั่นเป็นไปไม่ได้…แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสูงของเมืองไดซานก็ยังไม่สามารถทำลายเขตไล่ล่านี้ได้…”

ทว่าฉินเย่ก็ได้ตอบข้อสงสัยภายในใจของพวกเขาด้วยการกระทำของตัวเอง

กระบี่เล่มยาวของเขาเปล่งประกายราวกับหิมะบริสุทธิ์ กลบเกลื่อนพลังหยินของเขาให้เป็นพลังปราณ ฉินเย่ยังคงกวัดแกว่งกระบี่ของตนลงกับพื้นอย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้รอยแตกบนพื้นขยายใหญ่ขึ้น และรากฐานของมันก็จมลงเรื่อย ๆ!

หนึ่งเมตร สามเมตร ห้าเมตร…สิบเมตร!

แกร็กก…..รอยแตกบนพื้นขายวงกว้างขึ้นแผ่ขยาย จนกลายเป็นรอยแตกขนาดใหญ่ในท้ายที่สุด และด้วยการแกว่งกระบี่ในมืออีกครั้ง ในที่สุดเขาก็มาถึงระดับความลึก 12 เมตร จากนั้น….โคร่ม!!

ฉินเย่ตวัดกระบี่ของเขาลงที่พื้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ แทนที่จะเจาะไปยังฐานที่แข็งแกร่งของพื้นดินด้านล่าง มันกลับสร้างรูขนาดใหญ่ที่มีความกว้างประมาณ 20 ตารางเมตรแทน!

ด้วยแสงจันทร์ที่ส่องแสงสลัว เศษซากไม้และก้อนกรวดจำนวนมากตกลงไปในรูที่ส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเนื้อเน่า ตรงกลางของรูคือร่างของชายสวมเสื้อคลุมยาวสีดำ สวมหมวก และถือไม้เท้ายืนอยู่ตรงกลาง และกำลังจ้องมองเพดานด้านบนด้วยสายตาตะลึงงัน

ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่งลงมา ชายผมขาวที่มีรูม่านตาสีแดงเคลือบนัยน์ตาดำ สวมชุดโบราณสีเข้มกำลังลอยลงมาจากฝากฟ้า พร้อมกับกลุ่มพลังหยินที่ไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งอยู่รอบ ๆ และชายผู้นั้นก็กำลังจ้องมองมาที่เขา!

มันเหมือนกับการจุติของยมทูตขาวดำ!

“อ่า….ดูเหมือนจะอยู่กันทั้งครอบครัวเลยนะ…” ฉินเย่เลียริมฝีปากของตัวเอง พร้อมกับพื้นหลังที่เป็นดวงจันทร์สีขาวซีด เขาชี้กระบี่ของตนไปยังด้านล่าง ตรงไปที่ร่างของชายผู้ซึ่งยืนอยู่กลางห้อง แม้ว่าการกวัดแกว่งของกระบี่นั้นจะดูนุ่มนวลยิ่ง แต่ผู้ฟังกลับเหมือนได้ยินเสียงร้องอันน่าสังเวชดังแว่วเข้าหูมาอย่างน่าขนลุก ราวกับเป็นการประกาศการมาถึงของนักล่าวิญญาณแห่งนรกภูมิ

“ด้วยคำพิพากษาจากนรก เหล่าวิญญาณทั้งปวงจงสูญสิ้น!”

[1] ภาพกุ้งหม่าล่าเครฟิช

[2] วัฒนธรรมในองค์กรของจีนนั้นแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ การสร้างความสัมพันธ์ (connections) นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับบริษัทใหญ่ ๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้เขียนถึงบอกว่าผู้จัดการแผนกของบริษัทใหญ่นั้นมีแนวโน้มที่จะรู้จักกับประธานของบริษัท

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 114 กฎของยมโลก (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved