cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 112 ค่ำคืนที่น่าหวาดหวั่น (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 112 ค่ำคืนที่น่าหวาดหวั่น (1)
Prev
Next

***หมายเหตุ บทนี้มีการใช้ถ้อยคำและการกระทำที่รุนแรง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน***

บทที่ 112: ค่ำคืนที่น่าหวาดหวั่น (1)

“แน่ใจนะ?”

“ฉันแน่ใจ!” ชายหนุ่มยกมือขึ้นทุบหน้าอกตัวเอง ยิ่งเขาคิดเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ เสียงฟาดของเข็มขัดหนัง เสียงมีดแทงเข้าไปในเนื้อมนุษย์ และเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่วทุกที่ในเวลากลางคืน จากนั้นยังมีการหายตัวไปอย่างกะทันหันของหลี่เฉิง แล้วยังเรื่องของแมวดำที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนอีก…เขาตัดสินใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าพรุ่งนี้ตนจะไปลาออกจากงานร้านกาแฟซะ ไม่มีทางที่เขาจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้อีกต่อไปแล้ว!

เขาไม่อยากคุยกับฉินเย่อีกต่อไป ชายหนุ่มจึงกลับหลังหันและเตรียมจะเดินจากไป แต่น่าเสียดายที่คอเสื้อของเขาถูกดึงเอาไว้เสียก่อน

“พี่ชาย….นี่มันก็ใกล้จะหนึ่งทุ่มแล้ว อันตรายมากนะหากคุณเดินเตร็ดเตร่ตามถนนตัวคนเดียวในเวลากลางคืนแบบนี้…ลองดูใบหน้าอันหล่อเหลาของผมสิ คุณแน่ใจหรือว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจถ่วงเวลา จนทำให้ผมต้องเข้าไปที่นั่นในตอนกลางคืนคนเดียวน่ะ?” ชายหนุ่มผมบลอนด์มองฉินเย่ด้วยสีหน้าดูถูก หลังจากที่พูดเรื่องน่ากลัวพวกนั้นไป ไม่มีทางที่เขาจะไปเดินบนถนนเส้นนั้นแน่นอน

ในอีกด้านหนึ่ง ฉินเย่เองก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจเช่นกัน

“…นี้นายหยุดหลงตัวเองก่อน อีกอย่างคำพูดพวกนี้มันอาจจะดูน่าเชื่อถือมากกว่านี้ หากฉันเป็นคนพูดมันออกมาเอง แต่นายไม่รู้ตัวเหรอว่าตัวเองก็เป็นแค่ ‘เด็กข้างบ้าน’ คนหนึ่งเท่านั้นน่ะ? เราสองคนมันคนละระดับกัน เข้าใจไหม?!”

ชายหนุ่มมองหน้าฉินเย่ จากนั้นก็ก้มเปิดหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองเงียบ ๆ

“หาอะไร?”

“…ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่ดูว่าข้อหาทำร้ายร่างกายต้องถูกจำคุกเป็นเวลากี่ปีน่ะ”

“…เอาล่ะ วางโทรศัพท์ลงก่อน ไม่เห็นต้องทำอะไรเกินเหตุแบบนั้นเลย…ฉันแค่จะถามว่าเหตุการณ์ที่ว่านี่โด่งดังมากเลยเหรอ?”

ชายหนุ่มเก็บโทรศัพท์ของตัวเอง และกระชากคอเสื้อออกจากมือของอีกฝ่าย “เรื่องนี้ค่อนข้างโด่งดังอยู่เหมือนกัน เมื่อไม่นานมานี้ หลี่เจียนคังเดินทางไปที่ถนนของผู้ล่วงลับแทบจะทุกวัน เขานมัสการพระสงฆ์ นักพรตเต๋ามากมายมาทำพิธีและปัดเป่าบ้านของเขา แต่…ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นทั้งยังมีคนสี่คนหายตัวไปพร้อมกันในคืนเดียวอย่างลึกลับ ผู้คนในถนนของผู้ล่วงลับพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บ้านนั้นเป็นบ้านที่มีผีร้ายสิงอยู่ แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาพยายามที่จะจัดการกับปัญหานี้ด้วย คงเพราะกังวลว่าจะมีผลต่อชื่อเสียงของตัวเอง”

อย่างนี้นี่เอง…ทุกอย่างเริ่มสมเหตุสมผลแล้ว

ในที่สุดเขาก็ปล่อยให้ชายหนุ่มก็เดินจากไป อาร์ทิสพึมพำเสียงเบาว่า “วิญญาณมรดกสายเลือด”

“นี่คือตัวอย่างที่น่าทึ่งอย่างมาก…เจ้าหนู จงจำบทเรียนครั้งนี้ให้ดี เมื่อทางสำนักเปิดสอนอย่างเป็นทางการ เจ้าจะต้องเปิดชั้นเรียนได้อย่างน่าตกตะลึงแน่ ๆ”

“มันคืออะไร?” ฉินเย่ขมวดคิ้วยุ่ง

“แล้วเจ้าจะรู้เอง….” อาร์ทิสยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้าขอเตือนเจ้าล่วงหน้าเลยนะ แม้ว่าวิญญาณอาฆาตตนนี้จะอยู่แค่ขั้นยมเทพ ทว่าแม้แต่ผู้ที่อยู่ขั้นนักล่าวิญญาณก็ไม่สามารถรับมือกับพวกมันได้โดยง่าย ถ้าเช่นนั้น…เจ้าอาจจะไม่สามารถปิดภารกิจนี้ได้โดยง่ายหรอกนะ…”

หลังจากออกมาจากถนนเทียนซีที่ 4 ฉินเย่เดินหาร้านอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดทั้งวันจนกระทั่งถึงเวลาห้าทุ่มตรง เด็กหนุ่มจึงออกจากร้านและมุ่งหน้าไปยังย่านที่บ้านของหลี่เจียนคัง

ถนนเทียนซีที่ 4 นั้นเปรียบเสมือนกับนรกบนดินเลยก็ว่าได้ เมื่อค่ำคืนมาเยือน ทั่วทั้งท้องถนนถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศที่น่าขนลุก

สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือเสาโทรศัพท์ที่เห็นในตอนกลางวัน เวลานี้ มันดูคล้ายกับเสาขนาดใหญ่ที่ผูกไว้ด้วยธงอัญเชิญวิญญาณ พื้นที่โดยรอบก็มืดสนิทจนไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีร่างของมนุษย์แขวนคอลงมาและกำลังจ้องมองไปยังผู้ที่ผ่านไปมาหรือไม่

ไฟถนนสีเหลืองสลัว ๆ ถูกตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณหลายสิบเมตร มีหลอดไฟจำนวนไม่น้อยที่แตกและไม่สามารถส่องแสงสว่างได้ หรือบางดวงก็กะพริบถี่ ๆ คล้ายกับจะดับทั้งยังเสียงอู้อี้ที่ฟังดูน่าขนลุก ราวกับว่าจะมีอะไรบางอย่างกำลังพุ่งออกมาจากความมืดมิดไม่มีผิด

ถังขยะมากมายล้มระเนระนาดอยู่รอบ ๆ เสียงวิ่งไล่ของแมว สุนัขจรจัด และเสียงวิ่งหนีด้วยความตกใจของหนูสกปรก ไม่ได้ช่วยให้จิตใจสงบลงเลยสักนิด มีแต่จะเพิ่มความรู้สึกอึดอัดใจให้กับผู้ที่เดินผ่าน เหมือนเป็นสัญญาณแจ้งเตือนก่อนที่ความสยองของจริงจะมาเยือน

“มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่ยังยืนยันจะอาศัยอยู่ที่นี่ได้…” ฉินเย่เอ่ยออกมาขณะที่มองไปรอบ ๆ และพบว่ามีบ้านเพียงไม่กี่หลังเท่านั้นที่เปิดไฟอยู่

“เฮอะ…หากดูจากสถานะทางการเงินของเจ้า เจ้าเองก็อาศัยอยู่ในสถานที่แบบนี้เหมือนกันมิใช่รึ? เจ้ามีสิทธิ์อะไรไปพูดถึงผู้อื่นเช่นนั้นกัน? เจ้าคิดหรือว่าทุกคนมีกินมีใช้กันทุกบ้านน่ะ? แม้แต่เมืองที่ใหญ่ที่สุดเองก็มีสลัมปะปนอยู่ด้วยเช่นกัน” อาร์ทิสเอ่ยออกมาอย่างเหยียดหยาม

“…นี่ท่านดูถูกร้านชีวิตหลังความตายของข้ามากเลยนะ หรือท่านจะบอกว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตหลังความตายไม่นับว่าเป็นการค้าอย่างหนึ่ง? ข้ายอมรับว่าตำแหน่งที่ตั้งร้านของข้าจะอยู่ในละแวกที่ค่อนข้างมืดมนไปเสียหน่อย แต่ไม่ได้ดูย่ำแย่เท่าถนนเส้นนี้อย่างแน่นอน!”

“เหอะ ๆ…ข้าละเกลียดความมั่นอกมั่นใจของเจ้าจริง ๆ เจ้ายังมีอารมณ์มาพูดเรื่องพวกนี้ทั้ง ๆ ที่อยู่ภายในอาณาเขตของวิญญาณชนิดพิเศษได้อย่างไร? ลืมไปแล้วหรือว่าความรู้สึกตอนที่ตนต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบให้กับหลินฮั่นนั้นเป็นเช่นไร?”

“ตลกน่า!” ฉินเย่แสยะยิ้มอย่างดูถูก “ตอนนั้นพวกข้าเพียงแลกเปลี่ยนคำชี้แนะกันเท่านั้น และข้าก็ยังไม่ได้ลงมือเต็มที่ด้วยซ้ำ เข้าใจไหม? ทำความเข้าใจใหม่เสียด้วยนะ…ท่านเอางานยมทูตไปเปรียบเทียบกับ การแข่งขันของพวกมนุษย์ได้ยังไง?”

“ข้าไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นวิญญาณที่แข็งแกร่งมากเพียงใด หากมันกล้ามาท้าทายข้า ข้าจะแสดงให้มันเห็นเองว่าผู้ใดกันแน่ที่เป็นใหญ่ที่สุด! ข้าคือราชันย์แห่งภูตผีทั้งปวง! ข้าคือหลานชายของนูราริเฮียง! [1]”

ความมั่นใจของเขาพุ่งสูงเต็มปรอท…

อาร์ทิสเดาะลิ้นและส่ายศีรษะ ขณะมองฉินเย่เดินเข้าไปใกล้ร้านกาแฟหมายเลข 4 มากขึ้นเรื่อย ๆ หลี่เจียนคังยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ฉินเย่เดินเข้าไปรับกุญแจมาจากอีกฝ่ายก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปที่บ้านผีสิง

บ้านของหลี่เจียนคังตั้งอยู่นอกมหาวิทยาลัยอันฮุ่ย และจากตรงนี้ มันสามารถมองเห็นประตูทางตอนเหนือของมหาวิทยาลัยที่ถูกล็อก ตลอดจนอาคารบางส่วนของวิทยาเขตได้อย่างชัดเจน รวมถึงหอพักของเหล่านักศึกษาที่ยังคงเปิดไฟอยู่ประปราย บ้านสองชั้นตรงหน้าดูผ่านกาลเวลามาหลายปี มันตั้งอยู่ในจุดที่ไฟถนนไม่อาจส่องถึง ราวกับถูกขับไล่ให้ไปตั้งอยู่ในมุมร้างไม่มีผิด

ฉินเย่เปิดประตูและเปิดไฟ ทว่าในบ้านกลับไม่สามารถใช้ไฟได้

“เขาจะต้องค้างค่าไฟแน่ ๆ” ฉินเย่ยักไหล่ หลี่เจียนคังเคยบอกว่ามันผ่านมานานมากแล้วที่เขากลับมาที่บ้านหลังนี้ครั้งล่าสุด ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ

แต่ความมืดไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อเขาเลยสักนิด

ฮัสกี้เพียงตัวเดียวที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงหมาป่าตัวนี้มีความสามารถในการมองเห็นในที่มืด มันคงน่าผิดหวังมาก หากยมบาลคนหนึ่งไม่สามารถทำเรื่องแค่นี้ได้

เขากวาดสายตาไปรอบ ๆ

มันเป็นห้องที่ค่อนข้างกว้างที่มีขนาดประมาณ 100 ตารางเมตร บันไดที่นำไปสู่ชั้นสองถูกซ่อนไว้ที่มุมหนึ่งของบ้าน และชั้นสองของบ้าน…ก็น่าจะเป็นจุดที่เกิดเหตุมาตุฆาตขึ้น

เฟอร์นิเจอร์โดยรอบดูเก่าและล้าสมัย กระทั่งพื้นของบ้านหลังนี้ก็ไม่ได้ถูกปูด้วยกระเบื้องแต่อย่างใด ภาพวาดของพระพุทธเจ้าถูกแขวนไว้ข้างผนัง โซฟาถูกคลุมไว้ด้วยผ้าสีฟ้า ในขณะที่โต๊ะเต็มไปด้วยฝุ่นหนา แต่ก็ไม่มีร่องรอยว่ามีโศกนาฏกรรมอันน่าสะพรึงกลัวนั่นปรากฏให้เห็นเลยสักนิด

“ถ้าเช่นนั้น…เราก็อย่ามัวเสียเวลากันเลยดีไหม?” ฉินเย่เลียริมฝีปากของตนอย่างตื่นเต้น ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนสีไปในพลัน

รูม่านตาสีขาวเล็ก ๆ พลันปรากฏขึ้นที่กลางนัยน์ตาสีดำสนิท นี่ก็คือดวงตาของนักล่าวิญญาณ!

ตราบใดที่วิญญาณพวกนั้นมีพลังเทียบเท่าหรือต่ำกว่าขั้นนักล่าวิญญาณ พวกมันจะไม่สามารถรอดพ้นไปจากสายตาคู่นี้ได้

ไม่นานมานี้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ค่อยจะราบรื่นนักสำหรับเขา เนื่องจากการกระทำของเจ้าโง่หลินฮั่นที่สร้างความรำคาญให้เขา และโจวเซียนหลงเองก็จับตาดูเขาทุกฝีก้าว ทั้งอีกฝ่ายยังเหมือนจะรู้สึกดีใจทุกครั้งที่เห็นเขาตกที่นั่งลำบาก

หรือแม้แต่รากฐานของยมโลกก็ยังไม่เสถียร…มันถึงเวลาแล้วที่วิญญาณทุกดวงจะได้รับรู้กันเสียทีว่าผู้ใดกันแน่ที่เป็นเจ้าเหนือหัวที่แท้จริงของพวกมัน!

บาปกรรมที่ไม่ได้รับการสะสาง มันผู้นั้นจะต้องลงไปรับกรรมในนรกตามสิ่งที่ตนกระทำไว้อย่างสาสม!

อย่างไรก็ตาม….

ในตอนนี้ทั่วทั้งบ้านถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ…

เป็นเวลากว่าสามนาทีเต็ม ฉินเย่มองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาระแวดระวัง เขาหลับตาลงและลืมตาขึ้นอีกครั้ง จากนั้นจึงสำรวจทั่วทั้งห้องอย่างละเอียดอีกครั้ง

“ไม่มีอย่างนั้นเหรอ?” เขาอ้าปากค้าง “เป็นไปได้ยังไง?”

“นั่นสิ…เป็นไปได้ยังไง?” อาร์ทิสยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นความทุกข์ของเขา “เหตุใดยมทูตอย่างเจ้าจึงไม่สามารถระบุตำแหน่งของวิญญาณตนนั้นได้?”

ฉินเย่เหลือบสายตาไปมองนกกระเรียนกระดาษที่เกาะอยู่บนไหล่ของตน “ท่านรู้อยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นสินะ?”

“จงอย่าประมาทภูตผี” อาร์ทิสเอ่ยเสียงเรียบ “สิ่งที่เจ้าได้เห็นมาจนถึงตอนนี้เป็นเพียงเศษส่วนเล็ก ๆ ของยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น เช่นเดียวกับมนุษย์ที่มีหน้าตาไม่เหมือนกัน ภูตผีเองก็มีหลายร้อยชนิดเช่นกัน ครั้งหนึ่งยมโลกเคยแบ่งจำแนกภูตผีเป็นชนิดต่าง ๆ หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า ‘ระบบจดบันทึกและจำแนกประเภทของวิญญาณ’ ภูตผีประเภทที่หนึ่งไปจนถึงประเภทที่ 99 อาจจะไม่สามารถสังหารเจ้าได้ แต่ภูตผีประภูตสุดท้ายนี้อาจจะเป็นสาเหตุการตายของเจ้าก็เป็นได้”

“วิญญาณแม่ลูก วิญญาณแห่งฝันร้าย วิญญาณมรดกสายเลือด วิญญาณแห่งการปลดปล่อย วิญญาณแมงมุม…ทั้งหมดล้วนเป็นอันตรายอย่างน่าเหลือเชื่อ เจ้า…ควรประสบกับมันด้วยตัวเอง…เดี๋ยวก่อน…นั่นเจ้ากำลังจะทำอะไร?! หยุดเดี๋ยวนี้!! ศักดิ์ศรีในฐานะยมทูตของเจ้ามันหายไปอยู่ที่ใดกัน?!!”

ฉินเย่ที่กำลังจะเปิดประตูออกไปชะงักไปทันที เด็กหนุ่มหันกลับไปพูดกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ “คือว่า…จู่ ๆ ข้าก็รู้สึกว่าอยากจะปัสสาวะขึ้นมาน่ะ เพราะฉะนั้นข้าขอตัวก่อน….”

อาร์ทิสสูดหายใจเข้าลึก ๆ นกกระเรียนกระดาษสั่นเทาอย่างรุนแรงด้วยโทสะ “เจ้าคือยมทูต!! ด้วยคำพิพากษาจากนรก เหล่าวิญญาณทั้งปวงจงสูญสิ้น! เจ้าคิดว่าคำเหล่านี้ไร้ซึ่งความหมายอย่างนั้นหรือ?!! ในอดีต วิญญาณแทบจะทุกตนล้วนต้องหลบหนีไปยังปลายสุดมุมโลกเมื่อพวกมันได้ยินคำประกาศนี้! แต่แค่เจ้าเผชิญหน้ากับวิญญาณมรดกสายเลือด เจ้าก็จะหลบหนีปัญหาแล้วแบบนี้น่ะหรือ?!”

“อะไรที่เรียกว่าหลบหนีปัญหากัน? ท่านอย่าไร้สาระหน่อยเลย สิ่งนี้เรียกว่ายุทธวิธีถอยไปตั้งหลักต่างหาก ท่านไม่เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ‘จงหลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่เจ้าไม่ได้เตรียมตัวมา’ หรืออย่างไร?”

“ข้าล่ะอยากจะ…” นกกระเรียนกระดาษบินตรงไปที่หน้าผากของฉินเย่ “จิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญของเจ้าหายไปไหนหมด?! เจ้าไม่อยากเป็นใหญ่แล้วหรืออย่างไร?! ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากจะให้ภูตผีทุกตนกลัวเจ้าอย่างนั้นเหรอ?! ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการจะเป็นราชันย์แห่งภูตผีทั้งปวงหรอกหรือ?!!”

“ชู่ววว…เบา ๆ หน่อยสิ ข้าไม่อยากให้ภูตผีพวกนั้นได้ยินคำพูดที่น่าอับอายพวกนั้นออกมาจากปากของท่านนะ…มนุษย์ต่างก็มีความฝัน แต่ความฝันพวกนี้จะต้องไม่ห่างไกลจากความเป็นจริงมากจนเกินไปเช่นกัน…จะว่าไป ทำไมประตูนี้ถึงไม่เปิดกัน?”

ฉึก!!

ทันใดนั้นเสียงบางอย่างก็ดังก้องไปทั่ว ฉินเย่รีบชักมือกลับทันที

ฉึก!!

ก่อนที่เขาจะตั้งตัวได้ เสียงดังกล่าวก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เงียบสนิท

ความมืดที่ปกคลุมโดยรอบดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย แสงจันทร์สลัว ๆ ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาด้านในของบ้านอย่างน่าขนลุก แสงของมันสาดไปที่โต๊ะและเก้าอี้ภายในห้อง ทำให้พวกมันดูเหมือนกำลังค่อย ๆ อ้าปากออก บนหน้าต่างดูเหมือนกับมีดวงตาลึกลับคู่หนึ่งกำลังจ้องเขม็งมาที่เขา

เสียงดังกล่าวดูเหมือนกำลังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ มันคล้ายกับว่าอะไรบางอย่างกำลังแทงประตูด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง!

ฉึก! ฉึก!!

เสียงนั้นก็คือเสียงมีดที่กำลังฟันลงอะไรบางอย่าง

“เวรเอ๊ย…” ฉินเย่กัดฟันกรอดและส่องดูจากตาแมว

ฉึก!!

บานประตูสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฉินเย่มองไม่เห็นอะไรเลยสักนิด

มีเพียงไฟถนนสลัว ๆ ที่อยู่ห่างออกไป เขาก้มดูหน้าจอโทรศัพท์ของตนเองทันที

เที่ยงคืน 24.00 น.

วิญญาณอาฆาตกำลังจะมาแล้ว!

“ให้ตายเถอะ…” ฉินเย่ถอยออกห่างจากประตูโดยอัตโนมัติ ตัวที่กำลังแทงประตูอยู่คือตัวอะไร? ไม่ใช่สิ…ตัวที่ข่วนและฟันประตูอยู่คืออะไรกันแน่? อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะตั้งสติได้ เขาก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมานานมากแล้ว ความรู้สึกดังกล่าวแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างอย่างรวดเร็วจนภายในหัวของเขาตื้อไปหมด ขนลุกชันทั่วทั้งร่างอย่างไม่สามารถควบคุมได้!

และขณะที่เขากำลังถอยห่างออกมา…ทันใดนั้นเขาก็ชนเข้ากับ…ร่างของมนุษย์!

แต่ร่างนั้นกลับเย็นชืดราวกับน้ำแข็ง!!

มีใครอีกคนอยู่ในบ้าน!

ขนของเขาลุกชัน เขาได้ตรวจดูรอบ ๆ แล้วตอนที่เข้ามาในบ้านครั้งแรก และเขาก็มั่นใจว่ามันไม่มีใครอื่นนอกจากเขา แต่แล้วจู่ ๆ ใครบางคนก็มายืนอยู่ด้านหลังของเขาในห้องที่ว่างเปล่า!

โดยปราศจากความลังเล เขาดึงกระบี่ปีศาจออกมาจากฝักและเหวี่ยงมันไปด้านหลังพร้อมกับหมุนตัวกลับไปมอง แต่….

ด้านหลังของเขาไม่มีใครทั้งนั้น

มันยังคงเป็นแสงจันทร์ที่ส่องแสงสลัว และความมืดที่ทำให้รู้สึกหายใจไม่ออกเช่นเดิม ไม่มีสิ่งใดอื่นอยู่ตรงนั้น

แหมะ…เม็ดเหงื่อไหลลงจากบริเวณหน้าผากของเขา

เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูหน้า และเขาก็พบว่าด้านนอกนั้นว่างเปล่า

อย่างไรก็ตาม เขาเห็นรอยฟันหลายรอยปรากฏทั่วบานประตู

“รอยพวกนี้…เกิดจากมีดทำครัว” เขาค่อย ๆ ลูบนิ้วไปตามรอยตรงหน้าขณะที่ดวงตาเป็นประกายขึ้น “ในกรณีของการทำมาตุฆาต หลี่เฉิงได้สังหารแม่ของตัวเองด้วยมีดทำครัว….”

ซ่า…ทันใดนั้น ฉินเย่ก็ได้ยินเสียงของก๊อกน้ำในห้องครัวถูกเปิดขึ้น ในเวลาเดียวกัน เขาก็ได้ยินเสียงแหบพร่าของหญิงวัยกลางคนดังขึ้น “เฉิงเฉิง มาช่วยแม่ล้างผักเดี๋ยวนี้…นะ นี่ลูก…ลูกสูบบุหรี่อีกแล้วอย่างนั้นเหรอ?!!”

“เลิกยุ่งกับผมสักที!” เสียงของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งดังขึ้น ราวกับมันดังก้องอยู่ในหู

ฉินเย่มองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง ทั้งหมดนี้มันแปลกเกินไปแล้ว มันเหมือนกับเขาได้มาเห็นภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นถูกฉายซ้ำอีกครั้งต่อหน้าของเขา แต่เขาผู้ที่เป็นยมทูต กลับไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรด้วย!

“นี่ต้องให้แม่พูดอีกกี่ครั้ง?! ลูกไม่สนใจคำพูดแม่แล้วใช่ไหม? ได้ แม่จะตีแกให้ตายเลย!!” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นกว่าเดิม ตามมาด้วยเสียงของเข็มขัดหนังที่ฟาดกระทบกับเนื้อ

เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ…

เด็กชายตะโกนกลับด้วยความโกรธที่รุนแรงไม่แพ้กัน “ไปตายซะ!! ถ้ามึงกล้าตีกูอีกครั้ง!! กูฆ่ามึงแน่!!”

“นี่ลูกย้อนแม่อย่างนั้นเหรอ? ละ แล้ว…กล้าดีอย่างไรมาพูดคำพวกนี้กับพ่อแม่?! นี่ลูกไม่รู้จะหลาบจำเลยใช่ไหม?!”

“เออใช่!! และกู… กูจะแทงมึงให้ตายด้วย!!”

[1] นี่อ้างอิงมาจากมังงะที่โด่งดังของญี่ปุ่นเรื่อง ‘นูระ หลานจอมภูต’

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 112 ค่ำคืนที่น่าหวาดหวั่น (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved