cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 107 เมืองไดซาน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 107 เมืองไดซาน
Prev
Next

บทที่ 107: เมืองไดซาน

“ไม่มีอะไรที่ดูใช้งานได้กว่านี้เลยหรือ?” ฉินเย่กัดฟันแน่นและถามขณะที่ข่มความไม่พอใจของตัวเอง

“แน่นอน อย่างเช่นหมื่นภูตผีกลืนกินดวงวิญญาณที่ข้าเคยใช้ครั้งที่แล้วตอนช่วยเจ้าจากตี้ทิงอย่างไรล่ะ ด้วยเวทบทนี้ การจะจัดการวิญญาณของผู้คนนับแสนภายในคราวเดียวนั้นหาใช่เรื่องยาก สำหรับนักล่าวิญญาณเช่นเจ้า มันยังมีเคล็ดวิชาที่ชื่อว่ากระบี่สังหารวิญญาณที่ทำให้เจ้าสามารถฟาดฟันดวงวิญญาณพันดวงได้ภายในครั้งเดียว

แต่ปัญหาก็คือยมโลกในยามนี้กำลังอ่อนแอเป็นอย่างมาก หากมันไม่สามารถแม้แต่จะสนับสนุนเคล็ดวิชาของขั้นยมเทพได้ แล้วเจ้าจะคาดหวังจะใช้ศาสตร์ท้าทายสวรรค์และเคล็ดวิชาที่อยู่ในนี้ได้อย่างไร?”

“ไม่ต้องห่วง ยมโลกจะค่อย ๆ พัฒนาและกลับสู่ความรุ่งโรจน์อีกครั้ง อีกร้อยปีหลังจากนี้ เจ้าเองก็จะมีพลังในระดับที่สามารถจัดการเมืองเมืองหนึ่งได้ด้วยการสะบัดมือเพียงครั้งเดียว” อาร์ทิสยังคงเอ่ยต่อ

“ยิ่งกว่านั้น ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของยมบาลก็ไม่ได้อยู่ที่เคล็ดวิชาหรือเวทที่พวกเขาใช้ แต่มันอยู่ในดาบฟันวิญญาณของพวกเขาในตอนที่พวกเขาปลดปล่อยพลังขั้นบังไค…”

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นจึงเอ่ยแทรกขึ้นว่า “นี่ทานอ่านหนึ่งในสามมังงะที่ยอดเยี่ยมของยุคเราอย่างบลีชด้วยอย่างนั้นหรือ?”

“ขอโทษที…ข้านอกเรื่อง แต่มันก็มีแนวคิดที่คล้ายกัน ดาบฟันวิญญาณของเจ้า…ไม่สิ กระบี่ปีศาจของเจ้า จะได้รับการหล่อเลี้ยงจากวิญญาณทุกดวงที่มันได้กลืนกินเข้าไป และทันทีที่มันเข้าสู่ขั้นปลดปล่อยสวัสติกะ เจ้าก็จะมีพลังมหาศาลที่สามารถบดขยี้วิญญาณทั้งหมดที่อยู่ขั้นเดียวกับตัวเองได้!”

“แม้แต่ราชาผีทั้งสามก็ไม่มีข้อยกเว้น! นี่คือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มอบให้กับยมโลกโดยกฎของสวรรค์! เพราะฉะนั้นแล้วเจ้าจะต้องการศาสตร์และเคล็ดวิชาพวกนั้นไปทำไมกัน?”

“ส่วนเพื่อที่จะทำสิ่งพวกนั้นกลับมา…มันจะเป็นการดีมากหากเจ้าจะเผาทุกอย่างที่นี่ แต่หากเรื่องทั้งหมดกลับผิดพลาด ข้ายังสามารถใช้เคล็ดวิชาจักรวาลในแขนเสื้อเพื่อนำทุกสิ่งกลับมาด้วยได้อยู่ดี พลังของข้านั้นขับเคลื่อนโดยยมโลกแห่งเดิม ยมบาลมือใหม่อย่างเจ้าน่ะลืมเรื่องการที่จะสามารถมีพลังพวกนี้ได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ไปได้เลย”

พอกันที…

ทุกอย่างล้วนดำเนินไปตามโชคชะตา…

ฉินเย่ส่ายศีรษะ ลุกขึ้นยืนและเดินออกจากสวนสาธารณะ

เมื่อจัดการปัญหาตรงหน้าได้แล้ว ตอนนี้เขายังเหลืออีกสองสิ่งที่จะต้องทำ

สิ่งแรก เงิน

สอง คือหาว่าอีก 40 คะแนนเขาจะเอามาจากไหน

เขาเดินออกจากสวนสาธารณะโดยผ่านประตูหลัง เด็กหนุ่มยังคงขมวดคิ้วเข้าหากันและจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง

โดยปกติแล้ว ฉินเย่เป็นคนที่มีนิสัยเกียจคร้าน เว้นแต่ว่าจะมีเรื่องที่สำคัญถึงชีวิตตัวเองเท่านั้นเขาถึงจะสนใจ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าวิธีของเขาจะหย่อนยานและหละหลวมไปด้วย

“สองเดือนนับว่าเป็นเวลาค่อนข้างนาน แต่เรากำลังพูดถึงเมืองหลวงของมณฑลอันฮุ่ย และอาณาเขตของดินแดนก็ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 700 ตารางกิโลเมตร…แต่ข้าต้องมาเข้าเรียนทุกวันเสียด้วยสิ” เขาพึมพำกับตัวเองขณะที่เดินไปตามถนน

“สิ่งนี้ทำให้เรามีขีดจำกัดในเรื่องของเวลา ตัดช่วงเช้าออกไปได้เลย ช่วงที่เราสามารถไปไหนมาไหนได้ก็คือหลังจากสี่โมงเย็นไปแล้ว หรือให้พูดอีกอย่างก็คือ เราจะมีเวลาเพียงแปดชั่วโมงต่อวัน ตั้งแต่สี่โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืนเท่านั้น”

“นอกจากนี้พวกเรายังไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของตัวเองได้ ดังนั้นการสอบถามข้อมูลจากหน่วยสอบสวนพิเศษท้องถิ่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง…แปดชั่วโมงต่อวันเป็นเวลา 60 วัน เท่านั้นในเมืองที่มีประชากรมากกว่าล้านคน แถมทุกคนยังสามารถเป็นผู้นำที่มีศักยภาพได้ทั้งสิ้น นี่เป็นงานที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย”

“ตาแก่สองคนนี้ไม่มีทางพูดเรื่องไร้สาระแน่ และพวกเขาเน้นย้ำเป็นพิเศษว่าเจ้าไม่ควรปล่อยให้ตัวเองมีคะแนนต่ำกว่า 60 คะแนน ข้าคิดว่า…ผู้ที่ได้คะแนนน้อยกว่า 60 คะแนน อาจจะต้องถูกไล่ออกเป็นแน่” อาร์ทิสเอ่ย

ฉินเย่พยักหน้า “เป็นเช่นนั้น หากคนคนนั้นไม่แม้แต่จะสามารถผ่านข้อกำหนดขั้นพื้นฐานได้ แล้วพวกเขาจะดูแลนักเรียนให้ดีได้อย่างไร?”

นักเรียนกลุ่มแรกของสำนักฝึกตนแห่งแรกจะมาจากทั่วทุกสารทิศ ตั้งแต่นิกายระดับสูงไปจนถึงนิกายเร้นลับต่าง ๆ ที่สำคัญกว่านั้น นี่เป็นกลุ่มนักเรียนนำร่องที่จะกำหนดชื่อเสียงของสถาบันในอนาคต ดังนั้นนักเรียนกลุ่มแรกจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก และคุณภาพก็มีความสำคัญมากกว่าปริมาณ

“พอมาคิดเรื่องนี้ 60 คะแนนแรกเองก็ดูจะไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาง่าย ๆ เช่นกัน…” ฉินเย่หรี่ตาเล็กลง ไม่สนใจคนขายอาหารและขนมที่เรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่งของทางเดิน ขณะที่พึมพำกับตัวเองเบา ๆ

“แม้ว่าร่างกายของผู้ฝึกตนนั้นจะดีกว่ามนุษย์ธรรมดา แต่ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาสามารถเจ็บป่วยบ้างได้หรือเปล่า?”

“หากใครมีธุระสำคัญและจำเป็นจะต้องขอลาครึ่งวัน….ต่อให้ทำตามกฎของสำนักและเข้าเรียนตลอดในเวลาที่เหลือจนครบสองเดือน การเสียคะแนนเพียงคะแนนเดียว ก็อาจทำให้ข้าสอบตกทั้งภาคการศึกษาได้เช่นกัน”

“ดังนั้นเมื่อพิจารณาเรื่องทั้งหมด ข้าคิดว่าอีก 40 คะแนนที่เหลือคงจะอยู่ไม่ไกลนัก แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้มันมา โอเค…เราเรียกแท็กซี่กันก่อนเถอะ”

ช่างน่าบังเอิญเป็นอย่างมาก เขาเพิ่งเดินมาถึงจุดเรียกแท็กซี่เท่านั้น แต่พอโบกมือเรียกก็มีรถแท็กซี่ขับมาจอดรับเขาทันที

“เจ้าพอจะมีความคิดดี ๆ แล้วหรือ?”

ฉินเย่พยักหน้า “ถนนของผู้ล่วงลับ และตลาดขายของเก่า”

“เพราะว่าเป็นเมืองหลวงของมณฑล เมืองไดซานจะต้องมีสถานที่แบบนั้นอยู่แน่ ๆ และทั้งสองนี้คือเป้าหมายหลักในการเริ่มต้นของพวกเรา”

หลังจากบอกจุดหมายปลายทางให้กับคนขับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รถแท็กซี่ก็มาถึงบริเวณใกล้เคียงของถนนของผู้ล่วงลับอย่างรวดเร็ว ทว่ายิ่งพวกเขาเข้าใกล้จุดหมายปลายทางมากเท่าไหร่ ฉินเย่ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

บรรยากาศของสถานที่แห่งนี้แตกต่างออกไป

ความหนาแน่นของพลังหยินที่อยู่รอบ ๆ เมืองไดซานนั้นมีน้อยมาก แต่ถึงกระนั้น ฉินเย่เริ่มมองเห็นร้านขายของเฉพาะทางหลายชนิดตั้งเรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่งของถนน ก่อนที่เขาจะนั่งรถเข้าไปในตัวถนนเสียอีก

ร้านแต่ละร้านล้วนขายสินค้าที่ไม่เหมือนกัน มีทั้งยันต์ อุปกรณ์พิเศษ หยก และอื่น ๆ อีกมากมาย บรรยากาศของที่นี่ดูขลังราวกับเป็นสำนักทรงเจ้าอย่างนั้นแหละ

“ขอโทษนะครับ เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่อย่างนั้นเหรอครับ?” ฉินเย่ประหลาดใจ

คนขับจึงตอบกลับไปว่า “น้องชาย นายคงมาที่เมืองไดซานครั้งแรกสินะ? แต่ก็ไม่ใช่นายคนเดียวหรอกนะที่รู้สึกแปลกใจแบบนี้ ได้ยินมาว่าเมื่อไม่นานมานี้ แถวนี้มีข่าวลือที่…ไม่ค่อยดีเท่าไหร่น่ะ”

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นเข้าใจเหตุผลในทันที

การล่มสลายของนรกหมายความว่าเหล่าวิญญาณไม่มีที่ให้ไป พลังหยินที่วิญญาณแต่ละตนมีนั้นเบาบางมาก แต่เมื่อจำนวนของมันเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ความถี่ในการเกิดเหตุที่ผู้คนจะพบเจอภาพที่น่าสยดสยองก็ย่อมเพิ่มสูงขึ้นเป็นธรรมดา!

มันอาจจะไม่เป็นเรื่องใหญ่นักหากจำนวนผู้ที่เห็นเหตุการณ์จะมีเพียงหยิบมือ หรืออาจจะแค่สิบคน แต่ถ้าผู้ที่พบเห็นสิ่งเหล่านี้มีมากกว่าพันคนล่ะ?

นอกจากนี้ ทางรัฐบาลกลางจงใจที่จะเตรียมใจของประชาชนสำหรับเหตุการณ์เหล่านี้ และพวกเขาก็ไม่คิดจะปกปิดหรือสกัดกั้นข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านั้นเลยสักนิด ซึ่งนั่นทำให้จิตใจของผู้คนเริ่มอ่อนไหวต่อเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม มันยังอยู่ในระดับที่ยังสามารถควบคุมได้

คนขับรถแท็กซี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองทั้งสองฝั่งทางของถนนก่อนจะเอ่ยว่า “มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้ว พระ นักพรตเต๋า ผู้ฝึกวิทยายุทธ และผู้ฝึกตนมากมาย ๆ มาที่นี่ เฮ้อ~…สิ่งเหล่านี้ควรจะหายไปพร้อมกับของคร่ำครึสี่อย่างแล้วแท้ ๆ [1] แต่กลับเอาความคิดพวกนั้นกลับมาอีกครั้ง ฉันยังได้ยินมาว่าเมืองหลวงของมณฑลอื่น ๆ เองก็เป็นเหมือนกัน ไม่ใช่แค่เมืองไดซานเท่านั้น”

“แต่มันก็ช่วยไม่ได้เพราะว่ารัฐบาลเองก็ไม่แม้แต่จะยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องนี้เช่นกัน หากพูดกันตามตรง รัฐบาลได้สร้างถนนอีกเส้นหนึ่งขึ้นมาสำหรับร้านค้าเหล่านี้เพื่อส่งเสริมธุรกิจด้วยซ้ำ ฉันยังได้ยินอีกว่าธุรกิจนี้กำลังไปได้ดีมาก ๆ และร้านแต่ละร้านก็ได้กำไรเป็นหมื่น ๆ หยวน ต่อเดือนด้วยนะ….”

ฉินเย่พยักหน้าและมองร้านค้ามากมายข้างทาง

ธุรกิจแบบนี้ดูจะกำลังไปได้ดีจริง ๆ

ไม่ว่าจะเป็นการดูดวงหรือการขาย ‘สิ่งประดิษฐ์เวท’ แต่ละร้านล้วนมีลูกค้าอย่างน้อยสองถึงสามคนกำลังเลือกสินค้าอยู่ ช่างแตกต่างจากเมื่อหนึ่งหรือสองทศวรรษที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม ฉินเย่ไม่ได้ดีใจนัก อันที่จริง เขาค่อนข้างรู้สึกหนักใจเลยทีเดียว

เพราะมันหมายความว่าสถานการณ์สิ่งเหนือธรรมชาติกำลังแย่ลงเรื่อย ๆ เพราะท้ายที่สุดแล้ว มีเพียงตอนที่มีภัยคุกคามที่แท้จริงเท่านั้นที่ประชาชนจะแสวงหาความสบายใจ

ใช้เวลาไม่นานรถแท็กซี่ก็ขับมาถึงทางเข้าของถนนของผู้ล่วงลับ ประตูหินโบราณที่มีแผ่นป้ายเหล็กติดอยู่ด้านบน รูปปั้นตี้ทิงสูง 1.5 เมตรตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งของประตู เมื่อมองแวบแรก ฉินเย่สามารถบอกได้เลยว่ามีเพียงไม่กี่ร้านเท่านั้นที่ยังขายป้ายสีขาวและเงินกระดาษ ร้านค้าส่วนใหญ่จะขายสิ่งประดิษฐ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบ่มเพาะทั้งสิ้น

เขาเดินเข้าไปในร้านที่ชื่อว่า ‘ร้านยันต์แห่งสกุลหนิง’ และเขาก็พบว่าภายในร้านเวลานี้มีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ยืนเลือกของอยู่ก่อนแล้ว ตัวร้านถูกตกแต่งในสไตล์จีนโบราณ ทางฝั่งซ้ายมือของร้านมีรูปวาดขนาดใหญ่ของไตรวิสุทธิเทพ [2] ถูกแขวนอยู่ ในขณะทางฝั่งขวาถูกแขวนด้วยรูปวาดของพระโคตมพุทธเจ้า [3] โคมไฟพระราชวังขนาดเล็กถูกแขวนอยู่เหนือศีรษะพร้อมกับชิ้นส่วนของเครื่องราง และยันต์โบราณพร้อมกับรูปวาดเป็นโหล ๆ ถูกวางอยู่ในหีบไม้สลักอย่างประณีต

กลิ่นของธูปที่ทำจากไม้จันทน์ลอยคลุ้งไปในอากาศ ทันทีที่ฉินเย่เดินเข้าไปในร้าน ผู้ดูแลร้านคนหนึ่งก็เดินมาและยิ้มให้กับเขาอย่างจริงใจ “วันนี้มีอะไรให้เรารับใช้ครับ​?”

ฉินเย่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

ภายในร้านนั้นไม่มีกลิ่นอายของพลังเลยสักนิด ยันต์ทั้งหมดที่ถูกวางขายล้วนเป็นของปลอม เขาถามออกไปโดยไม่คิดทันทีว่า “ร้านคุณขายอะไร?”

“ยันต์บรรพชนครับ” ผู้ดูแลเอ่ยด้วยรอยยิ้มและชี้ไปที่ด้านหลังของเคาน์เตอร์ “เจ้านายของเราได้ไปเรียนวิธีวาดมาจากสกุลหนิงที่โด่งดังในมณฑลเถิงหลง ยันต์ที่เขาวาดล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งพุทธคุณ ไม่ว่าคุณจะเผชิญหน้ากับสิ่งชั่วร้ายหรือผีสางตนใด ทั้งหมดที่คุณต้องทำมีเพียงนำมันติดตัวไปด้วย แล้วรับรองได้เลยว่าคุณจะได้รับความสงบสุขไปตลอดชีวิต”

มือที่อยู่ในกระเป๋ากำเข้าหากันแน่น ฉินเย่มองหีบไม้แกะสลักที่วางอยู่บนชั้นเคาน์เตอร์รูปทรงแปลกประหลาด ยันต์ทั้งหมดล้วนถูกวาดออกมาได้แย่จนเขารู้สึกปวดตาเวลามองมัน เด็กหนุ่มพึมพำเบา ๆ “คุณเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?”

ผู้ดูแลที่ได้ยินเช่นนั้นเพียงแย้มยิ้มอีกครั้งและเอ่ยว่า “คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่สิ่งเหล่านี้มีอยู่จริงนะครับ”

จากนั้น เขาจึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลงกว่าเดิม “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หรืออาจจะสิบปี หรือมากกว่านั้น ภาพและเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเริ่มมีให้เห็นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ คุณจะบอกว่ามันเป็นเรื่องงมงายก็ได้ครับ แต่เรื่องเล่าจากปากผู้คนจำนวนมากและบนอินเทอร์เน็ตต่างก็พูดเรื่องนี้กันทั้งนั้น คุณคิดจริง ๆ หรือครับว่ามันเป็นเพียงเรื่องล้อเล่นเท่านั้น?”

“นอกจากนี้ทางรัฐบาลเองไม่ออกมาปฏิเสธหรือปกปิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากไม่ใช่เพราะว่า ท่านปรมาจารย์อมตะหนิงมีจิตเมตตาต้องการช่วยขจัดความทุกข์ยากในโลกนี้ เขาก็คงไม่เดินทางไปทั่วแผ่นดินจีนเพื่อขายยันต์เหล่านี้”

ฉินเย่ยิ้มออกมาอย่างมีความหมายบางอย่าง “แล้วยันต์พวกนี้ราคาเท่าไหร่?”

“ยันต์นี้ชื่อว่ายันต์สยบปีศาจฉิงหยุน ราคา 666 หยวนครับ” ผู้ดูแลยิ้ม “นี่ไม่ใช่ราคาที่สูงเลยครับ สิ่งที่ต้องเสียไปกับการวาดยันต์พวกนี้นั้นมีไม่น้อย มันคือศิลปะที่สาบสูญไปแล้ว และพลังที่ต้องใช้ในการวาดยันต์นี้ขึ้นมาก็สูงมาก พวกเราเพิ่งมาตั้งร้านที่ถนนสายนี้ได้ไม่นานนัก ดังนั้นตอนนี้เราจึงขายทุกอย่างด้วยราคาต้นทุน คุณพิสูจน์ได้เลยว่าของทุกอย่างที่นี่ล้วนถูกกว่าร้านคู่แข่งอย่างร้านแห่งโชคลาภ และร้านแห่งสันติภาพมาก”

ยันต์เพียงหนึ่งแผ่นแต่ราคา 666 หยวน….ฉินเย่สูดหายใจเข้าลึก ๆ หากเขาไม่ได้อยู่ที่เมืองเป่าอัน เขาจะมาเปิดร้านที่นี่อย่างแน่นอน นี่มันการปล้นกันชัด ๆ! วัสดุที่ใช้ทำมีราคาไม่ถึง 30 หยวนด้วยซ้ำ!

นอกจากนี้ ทั้งหมดที่เขาต้องทำมีเพียงวาดรูปพร้อมกับใส่พลังหยินของตัวเองลงไป ด้วยพลังของยมบาลที่แผ่ออกจากตัวยันต์ มันจะมีวิญญาณตนไหนที่กล้าเข้าใกล้กัน?

“ปรมาจารย์หนิง…” ฉินเย่ถอนหายใจออกมาและส่ายศีรษะ ผู้ดูแลที่ได้ยินเช่นนั้นจึงรีบเอ่ยอย่างรวดเร็วว่า “ไม่ใช่ปรมาจารย์ครับ แต่เป็นท่านปรมาจารย์อมตะ”

ฉินเย่พยักหน้าไม่สนใจ “เขา…เขารู้หรือเปล่าว่าตัวเองวาดรูปอะไรออกมา?”

“แน่นอนว่าผมรู้” ทว่าก่อนที่เขาจะเอ่ยจนจบ เสียงที่ค่อนข้างมีอายุก็ดังมาจากด้านหลังของเคาน์เตอร์ เมื่อฉินเย่หันกลับไปมอง เขาก็พบว่ามีชายชราที่สูงไม่มากนักกำลังจ้องมาที่เขาด้วยดวงตาเป็นประกาย

อีกฝ่ายน่าจะอายุประมาณ 60 ปี เคราสีขาวของเขาถูกปล่อยให้ยาวลงมาถึงบริเวณอก ในขณะที่เส้นผมสีขาวของเขาถูกมัดเป็นมวยอยู่ด้านหลังอย่างหลวม ๆ เขาสวมเสื้อคอจีนแขนยาวสีขาวและกางเกงผ้าไหมสีดำ พร้อมด้วยถุงเท้าสีขาวและรองเท้าสีดำ หากมองแวบแรก ชายชราตรงหน้าดูเหมือนจะมีรูปลักษณ์ของปรมาจารย์อมตะที่ลงมาจุติยังพื้นโลกจริง ๆ

“ปรมาจารย์อมตะหนิง” ผู้ดูแลรีบเดินเข้าไปทำความเคารพชายสูงวัยทันที

ชายชราเพียงยกมือตอบและผู้ดูแลก็รีบเดินไปให้บริการลูกค้าคนอื่นต่อทันที ปรมาจารย์อมตะและฉินเย่จ้องตากันนิ่ง ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเป็นเวลานาน

ถึงแม้ว่าใบหน้าของชายสูงวัยจะนิ่งเรียบ แต่ลึก ๆ ภายในใจของเขาตอนนี้กลับรู้สึกตึงเครียดอย่างไม่น่าเชื่อ

ด้วยเหตุผลที่แปลกประหลาดบางอย่าง…

ตั้งแต่ที่เด็กหนุ่มคนนี้ก้าวเข้ามา เขาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่อีกฝ่าย และ…ความรู้สึกหวาดกลัวภายในใจของเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

โดยธรรมชาติแล้ว มันย่อมมีพวกที่เปิดร้านค้าเพื่อที่จะตกปลาในน่านน้ำที่มีปัญหา แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน เขาใช้เวลาไม่ถึง 2-3 ปีในการทำให้สินค้าของเขาเป็นที่รู้จักกันไปทั่วทั้งประเทศ ต่อให้ประสิทธิภาพของสินค้าจะต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่ขอเพียงใช้ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ วาดมันออกมา แล้วก็ใช้ชื่อเสียงของบรรพบุรุษมาโฆษณาเท่านี้คนก็คิดว่าของของเขาน่าเชื่อถือแล้ว

ชายสูงวัยไม่สามารถอธิบายความรู้สึกภายในใจของตัวเองได้ เขาสาบานได้เลยว่าเมื่อครู่นี้เขาเห็นกลุ่มควันสีดำพุ่งเข้ามาตั้งแต่หน้าประตูแล้ว ส่งผลให้เขารู้สึกเย็นยะเยือกไปตามสันหลัง

จาก…เด็กหนุ่มตรงหน้าก็เข้ามา ด้วยเหตุผลบางประการ เด็กหนุ่มคนนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังพบกับชายผมขาวสวมชุดโบราณคนหนึ่ง แทบจะเหมือนกับว่าอีกฝ่ายเพิ่งคลานออกมาจากหลุมศพเลยด้วยซ้ำ

“คุณคือ…” เขาสูดหายใจเข้าช้า ๆ และเอ่ยเสียงเบา “ช่างฝีมือแห่งโลกใต้พิภพอย่างนั้นหรือ?”

ช่างฝีมือแห่งโลกใต้พิภพ?

ฉินเยส่ายหน้าอย่างประหลาดใจเล็กน้อย ขณะที่เดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ สงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรออกมาอีก

เม็ดเหงื่อจำนวนมากผุดขึ้นบริเวณหน้าผากของปรมาจารย์สูงวัย

เด็กคนนี้ไม่ใช่ช่างฝีมือแห่งโลกใต้พิภพ…แต่เหตุใดมือและเท้าของเขาถึงรู้สึกเย็นชืดเมื่อเข้าใกล้อีกฝ่าย?

มันราวกับว่าอีกฝ่ายแค่กะพริบตา เขาก็สามารถตายได้

“คุณ…” เขาเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง “ผะ ผม…ยังไม่ได้ล้ำเส้นเลยไม่ใช่หรือ…?”

“คะ คุณ….คุณทำธุรกิจของกิจการอยู่ในตลาดไสยเวท ร้านแห่งนี้เป็นเพียงการหาเงินเพื่อเลี้ยงชีพของเราเท่านั้น….”

ฉินเย่ยิ้ม เขาขี้เกียจเกินกว่าที่จะสนใจคนตรงหน้า ดังนั้นเขาจึงกลับหลังหันและเตรียมจะเดินจากไป

“คุณ! คุณครับเดี๋ยว!” ชายสูงวัยรีบเรียกฉินเย่เอาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะออกจากร้าน ผู้ดูแลรีบหันไปมองภาพที่น่าตกตะลึงด้วยริมฝีปากที่อ้าค้าง ในขณะที่ลูกค้าคนอื่น ๆในร้านก็มองด้วยสีหน้าสงสัยเช่นกัน แต่ถึงกระนั้น ชายสูงวัยเพียงรีบวิ่งไปหาฉินเย่ก่อนจะโค้งคำนับเด็กหนุ่มด้วยสายตาเยินยอ “หรือว่าคุณเองก็มาที่นี่เพราะว่าแมวตัวนั้นเช่นกัน?”

[1] นี่เป็นการอ้างอิงถึงช่วงต้นของการปฏิวัติวัฒนธรรมที่ยุวชนแดงได้รับคำสั่งให้ทำลายองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับระบอบคอมมิวนิสต์ในวัฒนธรรมจีนทั้งหมด คร่ำครึสี่อย่าง (Four Olds) ประกอบด้วยประเพณีเก่า ๆ วัฒนธรรมเก่า ๆ พฤติกรรมเก่าๆ และความคิดเก่า ๆ

[2] คำเรียกเทพสูงสุดสามองค์ในลัทธิเต๋า

[3] พระนามของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 107 เมืองไดซาน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved