cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 105 สู่เมืองไดซาน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 105 สู่เมืองไดซาน
Prev
Next

บทที่ 105: สู่เมืองไดซาน

ทั้งสองลืมตาขึ้นอย่างเหนื่อยล้าในช่วงแสงแรกของวัน

เหนื่อย….

ขณะที่เต็มไปด้วยความง่วงงุน ฉินเย่เปิดใช้แล็ปท็อปและพบว่าตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงตรงแล้ว เขาถอนหายใจออกมาและเปิดเพลงบรรเลงเบา ๆ จากแล็ปท็อปของตัวเอง อาร์ทิสที่ได้ยินท่วงทำนองดังกล่าวก็เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าก็ตามดูละครด้วยเหมือนกันหรือ”

“…เปล่า ข้าเพียงแต่ต้องการจะสื่ออารมณ์ความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ออกมาก็เท่านั้น….” ฉินเย่รัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างหมดกำลังใจและเริ่มเลื่อนดูผลการค้นหาทั้งหมด

เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในเมืองเป่าอันยังคงถูกปิด แต่ด้วยความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยี และทางรัฐบาลก็อนุญาตให้เข้าถึงเกม ภาพยนตร์ และแม้แต่กระทู้ที่ให้ความรู้บางแห่งด้วย อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีวิดีโอและโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติยังคงถูกปิดกั้นอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ ผู้ซึ่งมีที่อยู่ IP ที่มาจากเมืองเป่าอันจะไม่ได้รับอนุญาตให้โพสต์อะไรลงในฟอรัมทั้งสิ้น

“เครื่องตัดไม้อัตโนมัติเกรดดีมีราคาสูงถึง 30,000 หยวนซึ่งถือว่าไม่ได้แพงเกินไปเลยสักนิด ปั้นจั่นราคาประมาณ 140,000 หยวนซึ่งก็ยังพอรับได้ สิ่งที่แพงอย่างแท้จริงก็คือเครื่องขุด เครื่องขุดเกรดดีมีราคาสูงกว่า 300,000 หยวน และแม้แต่เกรดทั่วไปก็ราคาสูงกว่า 100,000 หยวน”

กว่าสิบนาทีของการค้นหา ฉินเย่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้พร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

“และนี่ก็เป็นแค่ราคาของเครื่องมือเท่านั้น…มันยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับการออกแบบจากสถาบันการออกแบบซึ่งแบ่งออกเป็นสี่รูปแบบและ 12 มาตรฐานอีกด้วย ค่าธรรมเนียมในการออกแบบสิ่งก่อสร้างธรรมดาจะมีราคาระหว่าง 100,000 หยวนถึง 200,000 หยวน แต่ราคาของการออกแบบอาคารทรงสูงในรูปแบบของสถาปัตยกรรมโบราณอาจจะสูงกว่านี้มาก”

เงียบ

ทั้งคู่มองหน้ากันและกัน ภายในหัวของพวกเขามีเพียงความคิดเดียว เราจะไปหาเงินมากขนาดนั้นมาจากไหน?

อาร์ทิสจึงเสนอว่า “เหตุใด….เราไม่ลองไปถามธนาคารเงินของเจ้าดูล่ะว่าเราขอยืมเงินสักสองสามล้านได้หรือเปล่า?”

“ยืม?!” ฉินเย่เอ่ยออกมาฮึดฮัดขณะที่ตอบออกไปด้วยความโกรธ “ท่านคิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีแล้วอย่างนั้นหรือ? ข้าใช้ชีวิตอยู่มานานขนาดนี้เพื่ออะไร? ท่านคิดว่าข้าจำเป็นจะต้องไปขอยืนเงินจำนวนน้อยแค่นี้จากเด็กหรืออย่างไร?”

อาร์ทิสกะพริบตาอย่างไม่เข้าใจ นี่ไม่ใช่ยมทูตที่นางรู้จัก

บางสิ่งบางอย่างบอกนางว่ามันมีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น

ฉินเย่กระแอมเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า “…ไม่จำเป็นต้องยืม…ฆ่าเขาซะ…แล้วข้าจะรับมรดกของเขาเอง อย่างไรเสีย มันก็ยังมีเก้าอี้ว่างอีกมากมายอยู่ที่ประตูนรกไม่ใช่หรือ? ข้าสามารถให้เขาไปนั่งหนึ่งในเก้าอี้เหล่านั้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนได้”

อาร์ทิสจ้องลึกเข้าไปในตาของอีกฝ่าย “จิตใจนั้นดำมืดอย่างแท้จริง…แต่หากจะให้พูดกันตามตรง แม้แต่ตัวข้าเองก็คิดว่าความคิดนี้ก็ไม่เลวนัก…ตอนนี้เจ้ากำลังต้องการผู้ตรวจสอบอดีตกรรมเป็นอย่างมาก และมันก็เหนื่อยเกินไปที่เจ้าจะรับภาระทั้งหมดนี้เพียงตัวคนเดียว การมอบหมายงานให้กับคนที่เจ้ารู้จักก็เป็นความคิดที่ดี…ใช่แล้ว เราจะให้เขาเขียนพินัยกรรม เพื่อระบุให้เจ้าเป็นผู้รับมรดกทั้งหมดต่อจากเขาก่อนเป็นอันดับแรก…”

เรียกได้เลยว่าสิ่งที่ฉินเย่ต้องจ่ายนั้น มากจนเลยมาตรฐานที่เขาจินตนาการเอาไว้มาก

ตอนนี้ยมโลกมีขนาดเพียงห้าตารางกิโลเมตรเท่านั้น เมื่อการขยายขนาดครั้งต่อไปมาถึง เขาก็จะต้องใช้เงินทุนจำนวนมากอีกครั้ง! เบ็ดเสร็จแล้วเขาอาจจะต้องจ่ายเป็นจำนวนเงินหลักล้านก็เป็นได้!

และนี่ก็เป็นเพียงการลงทุนครั้งแรกเท่านั้น ยังมีของที่ใช้สำหรับก่อสร้างต่าง ๆ สิ่งก่อสร้างโบราณนั้นถูกสร้างด้วยไม้ อิฐ​และเซรามิกเคลือบ และราคาของวัสดุพวกนี้ก็ไม่ใช่ถูก ๆ เช่นกัน!

หากพิจารณาทุกอย่างแล้ว งานก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบภายในพื้นที่ห้าตารางกิโลเมตรของยมโลกในตอนนี้จะต้องใช้เงินอย่างน้อยที่สุดคือ สิบล้านหยวน!!!

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

เขาไม่ได้นำโทรศัพท์ไปที่ยมโลกด้วย ดังนั้นทันทีที่เขาเปิดเครื่อง ข้อความแจ้งเตือนมากมายก็เด้งขึ้นมาจากแอปโม่โม่อย่างรวดเร็ว

คุณมี 20 ข้อความใหม่และ 7 สายที่ไม่ได้รับ

มันจะต้องเป็นหลินฮั่นหรือไม่ก็ซู่เฟิงแน่ ๆ

“ว่าไง?” เขารีบโทรกลับไปหาหลินฮั่นอย่างรวดเร็ว ทันทีที่โทรติด เขาก็ได้ยินเสียงร้อนใจของหลินฮั่นดังออกมา “คุณอยู่ไหน?​ ทุกคนมารวมตัวกันที่จุดรวมพลแล้ว ตอนนี้ขาดคุณอยู่แค่คนเดียว นี่คุณตั้งใจให้ตัวเองเสียคะแนนก่อนที่ภาคการศึกษาจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการหรือไง?”

ฉินเย่ค่อนข้างมึนงง “นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

หลินฮั่นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมา “นี่ คุณลืมไปแล้วเหรอ? วันนี้คือวันที่เรารวมตัวกันและมุ่งหน้าไปที่เมืองไดซานเพื่อฝึกอบรมเป็นเวลาสองเดือน ทุกคนมารวมกันหมดแล้ว เหลือคุณแค่คนเดียว อ้อ! แล้วก็นะ…หัวหน้าโจวเป็นผู้นำการเดินทางในวันนี้ด้วย….”

ก่อนที่หลินฮั่นจะเอ่ยจบ ฉินเย่ก็วางสายโทรศัพท์ และรีบคว้าเสื้อผ้าจำนวนหนึ่งยัดใส่ในกระเป๋าเดินทาง จากนั้นก็รีบตรงไปที่มหาวิทยาลัยอันฮุ่ยทันที

ระหว่างทางออกมา นกกระเรียนกระดาษตัวหนึ่งก็บินออกมาจากใต้เตียงและมุดเข้าไปในช่องระหว่างเข็มขัดของเขา จากนั้นเสียงของอาร์ทิสก็ดังขึ้น “เอาข้าไปด้วย”

“ท่านทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ?”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ข้าคืออดีตตุลาการนรกที่ดูแลมณฑลหมิงเฟิง! เจ้าคิดว่าข้าจะสามารถปกครองทั้งมณฑลได้อย่างไร หากแม้แต่รวมจิตวิญญาณของตัวเองไว้กับสิ่งของ ข้าก็ยังไม่สามารถทำได้?”

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นชวนให้นึกถึงนักเรียนที่มาสาย เมื่อเขาไปถึงที่มหาวิทยาลัยอันฮุ่ย รถบัสคันใหญ่สองคันก็จอดรออยู่หน้าทางเข้าหลักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โจวเซียนหลงจ้องมองฉินเย่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง ยื่นแขนไปด้านหน้าของฉินเย่ เผยให้เห็นนาฬิกาข้อมือที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต “คุณดูด้วยตัวเองเถอะ”

ฉินเย่กระแอมแห้ง ๆ มองนาฬิกาและตอบว่า “…ยี่ห้อลองจินส์เหรอ?”

ให้ตายเถอะ…

เส้นเลือดบริเวณขมับของโจวเซียนหลงเต้นตุบ นี่พวกเขาคิดถูกหรือเปล่านะ ที่ฝากความหวังไว้กับคนแบบนี้? นักเรียนของเราจะไม่ถูกละเลยใช่ไหม?

“นี่มัน 8 โมงแล้ว!” ก่อนหน้านี้โจวเซียนหลงได้รับคำแนะนำจากหลี่เทาว่าให้ปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม แต่ด้วยเหตุผลบางประการ เขากลับพบว่าตัวเองไม่สามารถสงบจิตสงบใจได้เมื่อใดก็ตามที่เขาต้องรับมือกับฉินเย่ หลังจากที่พยายามข่มเปลวไฟแห่งโทสะที่ลุกโชนในจิตใจ

เขาก็เอ่ยเสียงดังว่า “เมื่อคืนนี้พวกเราได้แจ้งให้ทราบแล้วว่ามีนัดรวมตัวตอน 07.30 น.! ก่อนหน้านี้เราก็พูดย้ำอยู่หลายครั้งตอนอยู่ที่การประชุมก่อนหน้านี้ ว่าให้รักษาระเบียบวินัยของตัวเองด้วย! อาจารย์ฉิน นี่คุณคิดจะทำให้คะแนนการสอนทั้งหมดในปีนี้ของตัวเองติดลบหรือไง?!”

“ผู้เฒ่าโจว” หลี่เทาชะโงกหน้าออกมาจากรถบัสด้วยรอยยิ้ม “ช่างมันเถอะ อาจารย์ฉินยังอายุน้อย เรารีบขึ้นรถกันก่อนเถอะ ตอนนี้อยู่ในช่วงหน้าหนาว และอากาศด้านนอกเองก็เย็นมากแล้ว”

โจวเซียนหลงยังคงมองเด็กหนุ่มราวกับยังต้องการพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อหันไปมองหลี่เทา เขาก็เหลือบสายตามองฉินเย่อีกครั้งก่อนจะเดินขึ้นไปนั่งบนรถบัส

ฉินเย่โยนกระเป๋าเดินทางของตนเข้าไปในช่องเก็บสัมภาระและขึ้นไปนั่งบนรถเช่นกัน ทันทีที่เขาเดินขึ้นไป หลินฮั่นก็โบกมือให้เขาทันที เด็กหนุ่มเดินไปนั่งลงข้างอีกฝ่ายก่อนที่หลินฮั่นจะถามว่า “เขาโวยวายใส่คุณเหรอ? เมื่อคืนคุณไปนอนที่ไหนมา? ผมไปหาคุณก็ไม่เจอ”

“คุณจะเจอผมก็ตอนที่ตายแล้วเท่านั้นแหละ” ฉินเย่พึมพำและกลอกตาใส่อีกฝ่าย วันนี้เขาสวมแจ็คเก็ตตัวใหญ่ เขาดึงหมวกลงมาปิดหน้าและพูด “อย่าชวนผมคุย ผมง่วงมาก”

เขาเงียบไปเกือบตลอดการเดินทาง จากนั้น ประมาณสามชั่วโมงต่อมา ก็เห็นตัวอักษรปรากฏขึ้นให้เห็นว่า เมืองไดซาน

เขตของเมืองไดซานก็เป็นเมืองใหญ่ของมณฑล และด่านเก็บเงินของมันก็แตกต่างจากด่านเก็บเงินของเมืองเป่ากันเป็นอย่างมาก ด่านเก็บเงินของเมืองไดซานนั้นกว้างประมาณร้อยเมตร และการจราจรทั้งขาเข้าและขาออกจากตัวเมืองก็ค่อนข้างแออัดมาก

ต้นไม้สีเขียวเรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่งทาง ด่านเก็บเงินทั้งเจ็ดบริการยานพาหนะทุกคันอย่างเป็นจังหวะพร้อมเพรียงกันไม่ขาดช่วง นี่คือด่านเก็บเงินที่ถูกออกแบบมาในรูปแบบโบราณ โคมไฟพลิ้วไหวไปตามสายลมอยู่ใต้หลังคา แสดงให้เห็นถึงความโอ่อ่าและบรรยากาศที่ไม่ธรรมดา

ฉินเย่ลืมตาขึ้นราวกับรู้เวลา

ในความเป็นจริงแล้ว เหล่าอาจารย์ทั้งหมดต่างลืมตาแทบจะพร้อมกัน ราวกับนัดกันไว้ พวกเขามองไปยังด่านเก็บเงินอย่างรู้ความหมาย

มนุษย์ธรรมดาจะเห็นว่ามันเป็นเพียงด่านเก็บเงินขนาดใหญ่ธรรมดาเท่านั้น ในขณะที่พวกเขากลับเห็นสิ่งที่เหนือกว่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น… พลังหยิน

“น้อยอย่างไม่น่าเชื่อ” ฉินเย่เงยหน้าขึ้นพร้อมกับพึมพำกับตัวเอง

คนช่างพูดอย่างหลินฮั่นรู้สึกเกลียดเป็นอย่างมากที่คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขากลับหลับตลอดการเดินทาง ทันทีที่ฉินเย่ลืมตา คำพูดมากมายก็พรั่งพรูออกมาจากปากของเขาราวกับเขื่อนแตก

“แน่นอนอยู่แล้ว ปกติแล้วเรามักจะประสบกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นในระดับนครและมณฑล แต่เมืองหลวงพวกนี้แทบจะไม่มีโอกาสในการเกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเลยสักนิด นอกจากนี้ก็แทบจะไม่มีเขตไล่ล่าให้เห็นอีกด้วย หรือต่อให้มี….ก็มักจะเป็นเขตไล่ล่าระดับนักล่าวิญญาณ เพราะเมืองหลวงพวกนี้ก็มีอิทธิพลเป็นอย่างมาก หากเกิดอะไรขึ้นในเมืองไดซาน ทั่วทั้งมณฑลอันฮุ่ยจะพากันตื่นตระหนก”

“อาจารย์ทุกท่าน” ทันใดนั้นเอง หลี่เทาก็ลุกขึ้นยืนและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เมืองไดซานนั้นเป็นเมืองหลวงของมณฑลอันฮุ่ย และที่นี่ก็มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่าพันปี ผู้อำนวยการสวี่กับผมจะเดินทางกลับไปที่สำนักฝึกตนแห่งแรกทันทีที่เราได้ส่งตัวพวกคุณเรียบร้อยแล้ว แต่อันดับแรก เรามีบางอย่างที่ต้องพูดคุยกัน”

รอยยิ้มของเขาหายไปขณะที่เขากวาดสายตาไปทั่ว จากนั้นจึงเอ่ยด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมกว่าเดิม “ผมหวังว่าทุกท่านจะทำตามสิ่งที่เราบอกต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด”

เขาชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว “ประการแรก พวกคุณมาที่นี่เพื่อเรียนรู้ ไม่ใช่เพื่อสังหารปีศาจและภูตผี เรื่องของเมืองไดซานไม่ใช่สิ่งที่คุณจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว เมืองไดซานคือแกนหลักของมณฑลอันฮุ่ย และมันก็มีเจ้าหน้าที่ขั้นนักล่าวิญญาณหรือแม้แต่ขั้นยมทูตขาวดำอยู่จำนวนมาก การกระทำตามความต้องการของตนและการแทรกแซงกิจการของเมืองไดซานจะเท่ากับการท้าทายทางอำนาจ”

“ประการที่สอง…” สีหน้าและน้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นกว่าเดิม “สำนักฝึกตนแห่งแรกเองก็ถือว่าเป็นโรงเรียนแห่งหนึ่ง และเมื่อเป็นโรงเรียน มันก็ย่อมมีคะแนนการสอน ซึ่งคะแนนการสอนนี้จะส่งผลโดยตรงกับสิทธิพิเศษที่ถูกมอบให้อาจารย์แต่ละท่าน และมันจะถูกรวมและประเมินในทุกภาคการศึกษา ดังนั้นโปรดจงใช้โอกาสที่ได้รับไปอย่างคุ้มค่าเพื่อกอบโกยคะแนนการสอนให้ได้มากที่สุด”

เขาแย้มยิ้มบาง “อย่างเช่นตอนนี้ เป็นต้น”

“สองเดือนหรือ 61 วัน นับเป็น 60 วันก็แล้วกัน พวกคุณจะได้รับคะแนนการสอนวันละหนึ่งคะแนนไปตลอดการฝึกอบรมที่วิทยาเขตหลัก เราจะรวมคะแนนการสอนทั้งหมดของคุณเมื่อสิ้นสุดสองเดือนที่นี่แล้ว เกณฑ์ผ่านคือ 60 คะแนน เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว คุณจะได้รับการประเมินเป็นระดับ A ถึง D การที่จะได้ระดับ A คือคุณจะต้องได้ 100 คะแนนเต็ม ในขณะที่ระดับ D จะอยู่ที่ 60 คะแนนซึ่งเป็นเกณฑ์ผ่านนั่นเอง”

ฉินเย่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาและนั่งฟังต่อไป

หลี่เทาไม่ให้เวลาคนทั้งหมดในการตอบสนองเลยสักนิด เขาพูดต่ออย่างรวดเร็ว “ประการที่สาม พวกคุณไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยตัวตนเองตัวเองโดดเด็ดขาด การละเมิดกฎข้อนี้จะถือว่าเป็นการเปิดเผยความลับทางราชการ”

“ประการที่สี่ เมืองไดซานมีทีมวิจัยที่กำลังทำงานในโครงการร่วมกับทาง SRC อยู่ การกระทำส่วนตัวซึ่งส่งผลให้เกิดการหยุดลงของงานจะถือว่าเป็นการแทรกแซงทันที แต่หากคุณอยากจะถูกขังเดียว คุณจะลองดูก็ได้ และห้ามทำร้ายผู้บริสุทธิ์หรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเป็นอันขาด”

“เอาล่ะ หลัก ๆ ก็มีอยู่สี่เรื่องนี้ เมื่อพวกเขากลับมาจากการอบรม ทางสำนักจะมีการนั่งสังเกตการณ์ในชั้นเรียนเพื่อประเมินถึงผลจากการฝึกอบรมในครั้งนี้ด้วย” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มบาง “สหายทุกท่าน คะแนนการสอนนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โปรด…อย่าได้คะแนนต่ำกว่า 60 คะแนนเป็นอันขาด…”

หลังจากเอ่ยจบ หลี่เทาก็นั่งลงและไม่สนใจเสียงพูดคุยของเหล่าอาจารย์ที่ดังขึ้น ฉินเย่ขมวดคิ้วเข้าหากัน ความคิดมากมายเริ่มหมุนวนอยู่ภายในหัว

ตาแก่คนนี้….คำพูดของเขามีความนัยแฝงอยู่

มันสามารถเข้าใจได้หากเป้าประสงค์หลักที่ทางสำนักได้จัดตั้งไว้คือการใช้เวลา 60 ในการฝึกคนและเรียนรู้อย่างสงบ เพราะอย่างไรแล้ว ผู้ฝึกตนก็คือสิ่งมีชีวิตที่ไร้ซึ่งข้อจำกัดและข้อยับยั้งใดๆ ซึ่งอาจนำพาไปสู่ปัญหาได้ในช่วงแรก ๆ ของการฝึกอบรม แต่หากพวกเขาปฏิบัติตามกฎเพียงอย่างเดียว พวกเขาก็จะได้คะแนนการสอนเพียงแค่ 60 คะแนนเท่านั้น

แต่คะแนนสูงสุดสำหรับการอบรมในครั้งนี้กลับเป็น 100 คะแนนเต็ม

แล้วอีก 40 คะแนนที่เหลือมาจากไหน?

พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ไปแทรกแซงกิจการใด ๆ ของท้องถิ่น หรือว่าพวกเขาจะต้องไปแข่งขันกับเหล่าอาจารย์ท้องถิ่นแทน?

“มันจะต้องมีช่องโหว่ในสิ่งที่เขาพูดออกมาเมื่อครู่นี้แน่ ๆ ไม่สิ….นี่คือการทดสอบคุณสมบัติเบื้องต้นที่ผู้ฝึกตนพึงมี…” ฉินเย่หดตัวเข้าไปในเสื้อแจ็คเก็ตและกระซิบกับตัวเองเบา ๆ

“แม้ว่าสำนักฝึกตนแห่งแรกจะเป็นโรงเรียน แต่มันก็ยังเป็นโรงเรียนที่พิเศษกว่าโรงเรียนอื่น เหล่าผู้ฝึกตนคือปราการด่านแรกในการเผชิญหน้ากับกองกำลังจากใต้พิภพ มันคงไม่ถูกต้องนักหากอาจารย์ในสำนักจะเป็นแค่ครูธรรมคนหนึ่ง”

“และมันยังมีเจ้าหน้าที่ระดับ S ในกลุ่มคนเหล่านี้อีกด้วย ข้าค่อนข้างมั่นใจว่าโจวเซียนหลงคงไม่อนุญาตให้พวกเขากล้าเป็นกลุ่มอาจารย์ที่เชื่อฟังคำสั่งอย่างว่าง่ายแน่ ๆ และในเมื่อเป็นแบบนั้น….”

นกกระเรียนกระดาษบินแอบบินออกมาจากแจ็คเก็ตของฉินเย่ และกระซิบข้างหูของเด็กหนุ่มเบา ๆ “เขากำลังบอกให้พวกเจ้าแย่งคะแนนกัน”

จากนั้นอาร์ทิสจึงเอ่ยต่อว่า “เป็นเวลานานมากแล้วที่การพูดถึงผู้ฝึกตนไม่สามารถแยกออกจากกองกำลังของโลกใต้พิภพได้ ผู้ฝึกตนแต่เดิมแล้วเป็นที่รู้จักกันในชื่อของผู้ฝึกปราณ และพวกเขามักจะถูกกล่าวขานว่าเป็นทัพหน้าของสวรรค์ มันมีโอกาสมากมายที่รอให้มนุษย์ไขว่คว้าเอาไว้ ผู้ที่ไม่พยายามขวนขวายและเลือกที่จะแย่งชิงมันจะนำไปสู่ชีวิตที่แสนจะธรรมดา”

“ดูเหมือนว่าแดนมนุษย์จะยังไม่ลืมรากฐานของการฝึกตนไปเสียหมด สำนักผู้ฝึกตนแห่งแรกไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างผิดรากฐาน ข้าเริ่มจะสนใจผู้อำนวยการทั้งสองเสียแล้ว…อีกนานเพียงใดกันกว่าที่พวกเขาจะตาย?”

“ข้าไม่รู้…แต่ข้าเองก็หวังให้พวกเขาตายเร็ว ๆ และรีบเดินทางไปยังยมโลกเช่นกัน….” ฉินเย่กระซิบตอบ

ตั้งแต่ที่พวกเขาพบว่ายังมีเก้าอี้ว่างจำนวนมากอยู่ในนรก อาร์ทิสและฉินเย่ก็เริ่มมองหาผู้ที่มีฝีมือในทางที่ผิดมาโดยตลอด

หืม? พรสวรรค์งั้นเหรอ…

ก็ไม่เลวนี่…

ถ้าเช่นนั้นเขาก็ขอให้ทั้งคู่ตายโดยปราศจากความเจ็บปวดก็แล้วกัน หน้าที่การงานอันยิ่งใหญ่ในยมโลกกำลังรอพวกเขาอยู่!

ฉินเย่ส่ายศีรษะและสะบัดภาพแปลกประหลาดในหัวพร้อมกับพึมพำเบา ๆ ว่า “ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ…การเปิดเมินอาจารย์ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว?”

“ถูกต้อง” อาร์ทิสเอ่ย “และบททดสอบแรกก็คือการทดสอบความสามารถในการคว้าโอกาส”

“ส่วนตัวแล้วข้าคิดว่าสำนักผู้ฝึกตนแห่งแรก พวกเขาไม่สนใจว่าผู้ฝึกตนจะทำตามข้อบังคับไหม สิ่งสำคัญคือพวกเขาสนใจแค่พวกโง่ที่แหกกฎข้อบังคับจนถูกจับได้ต่างหาก ที่แย่ไปกว่านั้น ผู้ฝึกตนที่รู้จักเพียงแค่การปฏิบัติตามกฎจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาพ่ายแพ้ให้กับคลื่นวิญญาณที่ไม่มีที่สิ้นสุดตั้งแต่เมื่อไหร่ ดังนั้นการเปิดหู เปิดตา และเปิดประสาทสัมผัสทั้งห้า จนสามารถสัมผัสกับคลื่นพลังหยินได้ในพริบตาเดียว ก็คือลักษณะของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่พวกเขากำลังตามหา”

*ภูเขาไท่ซาน แก้เป็น เมืองไดซานนะคะ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 105 สู่เมืองไดซาน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved